<?xml version="1.0" encoding="utf-8" ?><rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" 
			xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" 
			xmlns:cc="http://web.resource.org/cc/" xml:lang="ja">
<channel rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/?xml">
<title>よろしく@ディサーイ</title>
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/</link>
<description>仁くん ...[ラブ]... 亀ちゃん</description>
<dc:language>ja</dc:language>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-97.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-96.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-95.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-94.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-93.html" />
</rdf:Seq>
</items>
</channel>
<item rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-97.html">
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-97.html</link>
<title>FIC : ณ สัตยาแห่งรัก  บทที่ 12</title>
<description> FIC : ณ สัตยาแห่งรักAKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYABy : Dezair……………………..บทที่  12“นี่ลูกสาวของข้า  มายูริ… ทำความเคารพท่านองครักษ์กับภรรยาเสียสิ  มายูริ” ชายข้าราชการกรมการท่าในชุดสีน้ำเงินเอ่ยปากกับบุตรสาวผู้มีผิวพรรณขาวราวหิมะแรก  ใบหน้ารูปหัวใจ  ดวงตากลมโต  ริมฝีปากอิ่มเรื่อนั้น  แม้นไกลแสนไกล  ก็บอกได้ว่านางสวยไม่แพ้หญิงใดในแผ่นดิน“สวัสดีค่ะ  ท่านอาคานิชิ” นางจงใจเลือกที่จะทำความเคารพชายหนุ่มผ
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ FIC : ณ สัตยาแห่งรัก<br />AKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYA<br />By : Dezair<br />……………………..<br />บทที่  12<br /><br />“นี่ลูกสาวของข้า  มายูริ… ทำความเคารพท่านองครักษ์กับภรรยาเสียสิ  มายูริ” ชายข้าราชการกรมการท่าในชุดสีน้ำเงินเอ่ยปากกับบุตรสาวผู้มีผิวพรรณขาวราวหิมะแรก  ใบหน้ารูปหัวใจ  ดวงตากลมโต  ริมฝีปากอิ่มเรื่อนั้น  แม้นไกลแสนไกล  ก็บอกได้ว่านางสวยไม่แพ้หญิงใดในแผ่นดิน<br /><br /><br />“สวัสดีค่ะ  ท่านอาคานิชิ” นางจงใจเลือกที่จะทำความเคารพชายหนุ่มผู้เดียว  หากแต่เมื่อเงยหน้า  ก็เพียงแค่ส่งยิ้มบางให้แก่คาซึยะเท่านั้น  ร่างโปร่งสะท้านเฮือกกับรอยยิ้มที่แฝงแววประหลาดนั้นเหลือเกิน  หากจะว่าหวั่นกลัวโดยไร้เหตุผลกับแค่รอยยิ้มของหญิงเบื้องหน้าก็ได้หรอก  แต่คาซึยะที่ผจญกับการใช้ชีวิตเพียงลำพังตั้งแต่ยังเล็ก  พบเจอประสบการณ์ในการใช้ชีวิตกับผู้คนมากหน้าหลายตา  มีหรือจะตีความไม่ออกแม้แต่รอยยิ้มแปลกประหลาดนี้<br /><br /><br /><br />หญิงผู้นี้  ต้องการจะเข้ามาปัน  อาคานิชิ  จิน ไปจากคาซึยะ<br /><br /><br />“มายูริเก่งกาจทั้งการทำอาหาร เย็บปักถักร้อย  หรือแม้แต่เครื่องดนตรีพื้นเมือง  นางเพิ่งจะเต็มสิบหกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง  มายูริชื่นชมท่านเหลือเกิน  ท่านองครักษ์อาคานิชิ”<br /><br /><br />“ท่านพ่อ…”  เสียงของหญิงสาวปรามบิดาเบาๆ  พลางก้มหน้าหลบสายตา  พาเอาบิดาหัวเราะร่วน<br /><br /><br /><br />ทว่า  เสียงหัวเราะของ ขุนนางคาตากิรินั้นถูกตัดบทโดยคำพูดเรียบเฉยของคู่สนทนา<br />“ท่านคาตากิริ  ข้าคงต้องขอตัวก่อน  ดูเหมือนภรรยาของข้าจะไม่สบาย…” ร่างสูงบอกเสียงเรียบ  หากแต่แฝงไว้ซึ่งความนอบน้อม  เขาไม่ปรายตาแม้จะมองธิดาของชายร่างท้วมตรงหน้า  เพียงแค่บอกเล่าเท่านั้น  ก็ก้มลงหาคาซึยะที่ยืนนิ่งหน้าซีดเผือด  ฝ่ามือร้อนกระชับกอดแน่นขึ้นให้ร่างโปร่งรู้สึกตัว  หันมามอง<br /><br /><br />“ออกไปข้างนอกเถอะ  เจ้าท่าทางจะไม่ไหว” จินบอก  ก่อนจะหันมาค้อมกายให้แก่ขุนนางวัยปลายเป็นเชิงลา  จากนั้นจึงประคองคนข้างกายให้ออกจากบริเวณงานซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน  ด้านนอกงานเป็นสวนร่มรื่น  ยามค่ำคืนมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงรายทางเท่านั้นที่ให้ความสว่าง ส่วนดวงจันทร์สุกสกาววันนี้ถูกเมฆบดบังจนเห็นแสงเพียงรำไร<br /><br /><br /><br />“เป็นอย่างไร  ดีขึ้นบ้างไหม”  คาซึยะเหลือบดวงตาขึ้นมองคนถาม  สองมือขยับขึ้นกำอกเสื้อของชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างอัดอั้น<br /><br /><br />“ท่าน…คิดอย่างไรกับเรื่อง…เอ่อ  ภรรยาหลายคน” รู้ดีว่าเห็นแก่ตัว  รู้ดีว่าเอาแต่ใจ  ค่านิยมของทาคิซาวะถูกปลูกฝังลงกับรากลึกของวิถีชีวิต  จนกลายเป็นความถูกต้องและดีงาม  ที่ชายหนึ่งคนจะมีภรรยาล้อมหน้าล้อมหลังจำนวนมาก  แต่ทั้งอย่างนั้น…<br /><br /><br />คาซึยะกลับอยากเป็นหนึ่งเดียวในใจของชายผู้นี้<br /><br /><br />“นี่หรือ  ต้นเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าซีดเซียวนัก” มือหนาหยาบช้อนใบหน้าคาซึยะขึ้นมอง  ก่อนจะยิ้มบางอย่างที่ชวนให้สบายใจนัก<br /><br /><br />“สำหรับคนอื่น  ข้าไม่รู้…แต่สำหรับข้า  แค่คนเดียว  ก็เพียงพอแล้ว” คาซึยะยิ้มสดใสกับคำพูดของอีกฝ่าย  ให้จินต้องบีบปลายจมูกเล็กเบาๆด้วยความเอ็นดู<br /><br /><br />“แค่คนเดียวก็ซนจะแย่  ถ้ามีคนที่สอง  สาม ตามมา  ข้าคงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี”…ซน…. ซนอย่างนั้นหรือ?<br /><br /><br />“ข้าซนที่ไหนกัน!!”  รอยยิ้มจางหายภายในชั่วพริบตา  กลายเป็นคำถามเอาเรื่องแทน  ให้จินต้องหัวเราะเสียงทุ้ม<br /><br /><br />“ไม่ใช่ซนธรรมดา  แต่ซนมาก  คลาดสายตาเป็นต้องก่อเรื่องทุกที…”<br /><br /><br />“จิน!!!” ชักจะไปกันใหญ่  คาซึยะไม่เห็นรู้มาก่อน  ว่าตนเองถูกอีกฝ่ายมองว่าซุกซนถึงเพียงนี้  เขาก็ว่าไม่ได้ซนมากเสียหน่อย  เพียงแค่ติดจะอยากรู้อยากเห็น  และมักจะทำอะไรทันทีที่คิดเท่านั้นเอง  ดูเอาเถอะ  ถูกเขาขึ้นเสียงแบบนั้น  ยังจะมีหน้ามาหัวเราะกันอีก  ก็เขาไม่ใช่หญิง  จะให้เรียบร้อยได้อย่างไร<br /><br /><br />จริงสิ  เพราะว่าไม่ได้เรียบร้อย  ดังนั้น  การทำอาหาร  เย็บปักถักร้อย  หรือแม้แต่ดนตรีพื้นเมือง  คาซึยะก็ทำไม่เป็น  อย่าว่าทำเลย แค่สนใจยังยาก  แม้จะคิดยังไม่เคย  ถึงยามเด็กจะถูกบังคับให้ร่ำเรียน  แต่ในเมื่อไม่สนใจแล้ว  เรียนเท่าไร  ก็ไม่เคยเก็บออมมันเอาไว้กับตัว  <br /><br /><br />“จิน…แล้วท่าน  เอ่อ…จำเป็นไหม  ที่ข้าต้องทำอาหารเป็น  เย็บปักถักร้อยได้  หรือแม้แต่เล่นเครื่องดนตรีของทาคิซาวะ  เอ่อ…แต่ข้าขี่ม้าเป็น  แล้วก็พอจะจัดดอกไม้ได้บ้าง  นอกนั้นก็มีความรู้เรื่องทิศทางในการเดินเรือ  ถึงจะไม่เคยคุมบังเหียนจริงจังก็เถอะ  แล้วข้าก็…  อะไรอีกนะ…ข้า ข้า…”  ชายหนุ่มได้แต่มองคนที่พยายามหาข้อดีของตัวเองขึ้นมากลบข้อเสียที่ทำไม่ได้  ท่าทางนึกคิดและลนลานนั้น ยิ่งชวนให้รักมากจนแทบทนไม่ไหว  หากไม่เห็นว่าที่นี่ไม่ใช่เรือนอาคานิชิแล้วล่ะก็  จินคงจะกอดหอมให้ชื่นใจกับความน่ารักเช่นนี้<br /><br /><br />“ข้าจะเข้าไปลาท่านซาวาตาริ  เจ้าทำหน้าซีดเซียวเสียหน่อย  จะได้ไม่ถูกรั้งตัวเอาไว้” คาซึยะยังไม่ทันนึก  ร่างสูงก็พาเปลี่ยนเรื่อง  ให้งงงวย<br /><br /><br />“ข้าอยากกลับเรือนแล้ว  เจ้าอยากกลับพร้อมข้าไหม”  ดวงตาคมทอดแววบางอย่างที่พาเอาพูดไม่ออก  แต่ทั้งอย่างนั้นกลับถูกโอบกระชับเดินกลับเข้างาน  อาคานิชิ  จิน ตรงเข้าไปล่ำลาท่านเสนาบดีกรมเกษตรผู้จัดงานเลี้ยง  โดยอ้างว่าเขาไม่สบาย  ก่อนจะปลีกตัวออกมา  และทันทีที่กลับมาถึงเรือนอาคานิชิ  ร่างโปร่งก็ไม่ได้ออกจากห้องอีกเลยจนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น<br /><br />………………..<br /><br />นากามารุ  ยูอิจิออกจะหมั่นไส้เพื่อนรักอยู่เล็กน้อย เมื่อคืนก็ขอกลับก่อน  ซ้ำเช้ามายังรีบมาทำงานแต่วัน  ทั้งยังพกพาเอาหน้าตาสดใส  แม้จะยังตีหน้าเรียบเฉยดังทุกที  แต่แค่มองปราดเดียว  ก็เห็นร่องรอยของความสุขยังผลิบานทั่วใบหน้าคมหล่อนั่น<br /><br /><br />คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ  เห็นทีคงต้องรีบแต่งงานในเร็ววัน  เขาจะได้มีวันชื่นคืนสุขเช่นนี้บ้าง<br /><br /><br />“ขอพระราชทานอภัยเพคะ”  นางกำนัลประจำตำหนักขึ้นมาที่ห้อง  พร้อมกับถวายบังคมขออนุญาตจากองค์ชายรัชทายาทที่ประทับอยู่ด้วย  <br /><br /><br />“ท่านองครักษ์อาคานิชิเจ้าคะ  คุณหนูตระกูลคาตากิริมาขอพบเจ้าค่ะ” คำพูดของนางกำนัลทำเอาร่างสูงที่กำลังตรวจเอกสารอยู่ถึงกับนิ่งงัน  เขาหันมองหญิงรับใช้  ก่อนจะฝากความลงไปบอก<br /><br /><br />“บอกนางว่าข้าไม่ว่าง  หากมีอะไร  ให้ฝากเจ้าเอาไว้แล้วกัน”  จินรู้ดีถึงความกังวลในใจของคาซึยะ  เมื่อวานนี้ในช่วงที่กำลังนอนคุยกันเรื่อยเปื่อยใต้ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมร่างกายเปลือยเปล่าของเขาและร่างโปร่ง  คาซึยะขอเป็นเพียงภรรยาคนเดียวของเขา  ซึ่ง อาคานิชิ  จิน เพียงแค่รับปาก  หากแต่ยังไม่ทันเอ่ยสัญญา  ร่างขาวผ่องก็เบียดประชิดให้ต้องกกกอดสมใจอีกสักครั้ง<br /><br /><br />คำตอบของอาคานิชิ  จิน ทำเอาเพื่อนรักอย่างยูอิจิรีบลุกจากโต๊ะ  แสร้งทำเป็นนำเอกสารไปถวายองค์ชาย  หากแท้จริงแล้ว  หมายจะนินทาเสียหน่อย<br /><br /><br /><br />“คราวก่อน  แม่หญิงคาซึยะง้อด้วยรอยยิ้มหวานๆไปเสียที  หัวใจอาคานิชิ  จินก็เตลิดยอมยกโทษทุกเรื่องราว  คราวนี้  มีนางอื่นมาสนองถึงที่  กลับปฏิเสธไร้เยื่อใย  แม่หญิงคาซึยะทำบุญมาด้วยอะไรหรือพระเจ้าค่ะ  ถึงได้มีคนทั้งรักทั้งหลงถึงเพียงนี้”<br /><br /><br />องค์ชายรัชทายาทเหลือบเนตรดุคนพูดมากไปเสียที  นากามารุ  ยูอิจิก็ไม่อยากรู้เรื่องใดๆอีก  รีบกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะแต่เร็วไว  หากทว่าแล้ว  เจ้าของเนตรดุนั้น กลับมีความคิดเช่นเดียวกับองครักษ์นั่นเชียว<br /><br /><br />…นั่นสิ  คาซึยะทำบุญมาด้วยอะไร  อาคานิชิ  จิน จึงทั้งรักทั้งหลงถึงเพียงนี้กัน<br /><br />…………………<br /><br />คาตากิริ  มายูริออกจะไม่พอใจที่นางกำนัลลงมาบอกว่า  ‘ท่านองครักษ์อาคานิชิไม่สะดวกให้เข้าพบ  หากมีอะไร  ให้ฝากเอาไว้’ จะดื้อดึงขึ้นไปหาก็ใช่ที่  เป็นถึงคุณหนูแห่งตระกูลคาตากิริ  จะทำอะไรเช่นนั้นได้อย่างไรกัน  แค่ออกจากเรือนมาหาถึงที่เช่นนี้  ก็นับว่าเกินหน้าเกินตาไปมากแล้ว<br /><br /><br /><br />หญิงสาวหมุนตัว  ตัดสินใจจะกลับเรือนเพื่อตั้งหลักเสียใหม่  ดูท่าองครักษ์อาคานิชิจะเป็นคนเดียวคนเดิมกับชายหนุ่มที่พวกธิดาขุนนางในวังกล่าวขานว่าทั้งเงียบ  ทั้งไร้ความรู้สึก  แม้จะแต่งงานแต่งการแล้ว  ทว่าคนที่ได้รอยยิ้มของชายหนุ่มผู้นั้นไป  กลับเป็นภรรยาเพียงคนเดียวที่เป็นถึงองค์หญิงบุญธรรมแห่งราชสำนัก<br /><br /><br />สำหรับคนอื่น  อาจจะมองว่าน่าเบื่อหน่ายกับการตามเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชายหนุ่มแบบนี้  ทว่าสำหรับมายูริแล้ว  เพราะเป็นแบบนี้ต่างหาก  จึงได้น่าครอบครอง<br /><br /><br />“เอ๊ะ!” ดวงตากลมโตค้างตะลึง  เมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดที่ทอดตัวยาวลงมาจากชั้นสองของตำหนักแบบตะวันตก  หญิงสาวที่มองจากด้านหลังก็พอคาดเดาได้ว่านางเป็นใคร<br /><br /><br />“ท่านผู้หญิงคาซึยะอย่างนั้นหรือ?” หล่อนพึมพำเสียงเบา  ก่อนจะหันไปสั่งนางผู้ติดตามให้กลับเรือนทันทีด้วยความไม่พอใจที่สุมอยู่กลางอก<br /><br />……….<br /><br />ทว่า  คนที่ทำให้คาตากิริ  มายูริไม่พอใจนั้น  กลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย  วันนี้ หลังจากที่จินออกมาทำงานแล้ว  คาซึยะก็รีบเข้าครัว  อ้อนวอนให้ท่านแม่โซระช่วยสอนทำของว่างง่ายๆสักอย่าง  หมายจะเอาไปส่งที่ตำหนักกลาโหมเป็นการอวดความสามารถเสียหน่อย<br /><br /><br />“โอ้! แม่หญิงคาซึยะ!! ลมใดพัดสาวงามมาถึงนี่กัน  เมื่อวานยังไม่ทันได้พูดคุยให้หายคิดถึง  แม่หญิงก็รีบกลับนัก  เห็นว่าป่วยหรือ  เป็นอะไรมากไหม”  คนทักทายคือชายหนุ่มรวยอารมณ์ขันที่ช่างพูดช่างจา  ในขณะที่อีกสองบุรุษนั้น  เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่บุกถึงห้องทรงงาน<br /><br /><br />“ไม่มากเท่าไร  แค่อึดอัดเท่านั้น  อ๊ะ! นี่โต๊ะ…ยังเอาไว้อีกหรือ” ร่างโปร่งเปลี่ยนเรื่องเสีย  ด้วยการเสสายตาไปที่โต๊ะทำงานของตนที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ข้างโต๊ะทำงานของจิน  องค์ชายรัชทายาทเสด็จจากที่ประทับเข้ามาหา<br /><br /><br />“รอน้องกลับมาอย่างไรล่ะ  หรือสามีไม่ยอม” ตรัสถาม  ทั้งที่รู้ดี ว่าสตรีที่ออกเรือนแล้ว  จะออกจากเรือนเพียงไม่กี่เหตุผลเท่านั้น  และเหตุผลจำนวนนั้นก็ไม่มีเหตุผลเรื่องออกมาทำงานเสียด้วย  คาซึยะยิ้มบาง<br /><br /><br />“ไม่ยอม  ก็แอบได้เพคะ” คำพูดไม่เบานั้น  เป็นที่แน่นอนว่าได้ยินถึงหูของอาคานิชิ  จิน  หากแต่จินเพียงแค่ยิ้มบางกลับไปเท่านั้น  ด้วยเพราะรู้นิสัยของร่างโปร่งดีว่า  คาซึยะสามารถทำได้ หากเพียงแต่คิดจะทำ  ที่ทุกวันนี้ยอมอยู่กับเรือน  ทั้งที่ขัดกับนิสัยรักสนุก  ก็เพราะว่าร่างโปร่งตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เพื่อเขา  เพื่อครอบครัว  เพื่อลูก<br /><br /><br />“แล้ววันนี้เล่า?  แอบมาหรือเปล่า” องค์ชายฮิเดอากิตรัสถาม  พลางเหลือบเนตรล้อเลียนไปยังคนที่ยังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ  ส่วนเพื่อนรักอย่างนากามารุนั้น  ลุกขึ้นมายืนคอยดูแลคาซึยะใกล้ๆ  ราวกับเป็นสามีเสียเอง<br /><br /><br />“แอบเพคะ  แอบทำของว่างมาถวายพระองค์  เผื่อท่านองครักษ์นากามารุด้วย” ร่างโปร่งกล่าว  ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้กับยูอิจิที่ถึงกับทำตาโต<br /><br /><br />“แม่หญิงคาซึยะทำเองหรือ?  นอกจากจะรูปงามแล้ว  ยังมีความสามารถล้นเหลือ  มิน่า…อาคานิชิ  จินถึงไม่แยแสแม้จะมีสาวมาถวายตัวถวายใจถึงนี่” นากามารุ สาบานด้วยเกียรติขององครักษ์ว่าประโยคข้างท้ายนั้นเป็นการหลุดปากอย่างสิ้นเชิง  เพราะพอเห็นสีหน้างุนงงของคนร่างโปร่งเบื้องหน้าแล้ว  ก็ต้องรีบปิดปากตัวเองเสียทันควัน  ก่อนจะรีบหลบลี้ไปธุระนอกห้อง  ทิ้งไว้เพียงองค์ชายรัชทายาทที่นึกเข่นเขี้ยวเจ้าลูกน้องคนสนิท  กับองครักษ์อาคานิชิ  ที่ถึงกับพูดไม่ออก  เพราะไม่อยากให้คาซึยะเป็นกังวล  แต่เจ้าเพื่อนปากไวนั่นก็เหลือเกิน  จะพูดจะจาไม่มีระวังเสียหรอก<br /><br /><br />“จะไม่เล่าให้ข้าฟังหน่อยหรือ” เมื่อในห้องเงียบสงัด  คาซึยะจึงเป็นคนเอ่ยปากถาม  จินลุกจากเก้าอี้  ก่อนจะเดินมาแตะแขนเล็กเป็นเชิงให้ตามออกไปนอกห้อง<br /><br /><br />ร่างสูงพามายังระเบียงปลอดคน  ก่อนจะเอ่ยปากบอก<br /><br /><br />“เมื่อครู่  แม่หญิงตระกูลคาตากิริมาที่นี่” <br /><br /><br />“นางมาทำไม” จินส่ายหน้าเล็กน้อย  เพราะไม่ได้สนใจจะรู้ตั้งแต่แรก  คาซึยะเบือนสายตาออกไปยังทิวป่าที่ปกคลุมพื้นที่อยู่ไกลลิบๆ  ภูเขายังทอดตัวอย่างสงบบนที่ทางเดิมของมัน  ท้องฟ้ายังกระจ่างใส  ปุยเมฆขาวยังลอยอ้อยอิ่ง  และพอเหลือบดวงตากลับมาที่ชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังยืนเงียบแล้ว  ร่างโปร่งก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ<br /><br /><br />“ท่านเสน่ห์แรงจริง  ขนาดมาทำงาน  ยังมีหญิงตามมาถึงที่”<br /><br /><br />“เจ้า…เอ่อ…”  คาซึยะส่ายศีรษะไปมา  ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเสียด้วยการหงายสองมือให้ชายหนุ่มดู<br /><br /><br />“ดูสิ  ข้าทำของว่าง  มือเป็นแผลเยอะเลย” เพียงเท่านั้น  ร่างโปร่งก็ถูกดุเล็กน้อย  ทั้งยังถูกพากลับเข้าข้างใน  เพื่อทำแผลจากการถูกบาดและของร้อนลวก  คาซึยะได้แต่มองเจ้าของมืออบอุ่นที่จับจูงเขาอยู่  ดวงตาเรียวอ่อนแสงลงอย่างที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็น<br /><br /><br />…นางคงคาดหวังในตัวท่าน…  ถ้าหากแผ่นดินนี้ไม่มีข้า  ก็หวังว่าตำแหน่งท่านผู้หญิงอาคานิชิ  จะตกเป็นของนาง…<br /><br />……………..<br /><br />ทว่า  คาตากิริ  มายูริไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น  เว้นระยะเวลาไปร่วมสองสัปดาห์  นางก็มาพร้อมกับบิดา  ท่านคาตากิริแห่งกรมเกษตร  อย่างที่หมายมั่นว่าวันนี้  ต้องได้พบปะพูดคุยกับองครักษ์อาคานิชิแม้สักเล็กน้อย  ทว่ายังไม่ทันที่ท่านคาตากิริจะแจ้งความจำนงกับนางรับใช้ในกรมกลาโหม  เพื่อให้นำความขึ้นไปขอราชานุญาตขององค์ชายรัชทายาทเสียก่อน  นากามารุ  ยูอิจิที่เพิ่งกลับเข้ามา  หลังจากออกไปติดต่อต่างกรม  ก็รีบปรี่เข้าไปหา<br /><br /><br />“ท่านคาตากิริ  สวัสดีขอรับ  มาถึงนี่  มีเหตุใดหรือ” ไม่ต้องถามก็รู้แก่ใจ  เพียงแต่บางครั้ง  การแกล้งตีซื่อก็เป็นงานที่นากามารุถนัดเป็นพิเศษ<br /><br /><br />“พอดีผ่านมาแถวนี้  เลยแวะเข้ามาเยี่ยมเยียน  ท่านองครักษ์นากามารุไปธุระมาหรือ”<br /><br /><br />“ขอรับ  นี่ก็เพิ่งแยกจากอาคานิชิ…รายนั้นไม่ไหว  ไปที่ใดเป็นต้องรีบกลับเสียทุกที  แต่งงานใหม่เป็นเช่นนี้เสียทุกคนรึเปล่าก็ไม่รู้นะขอรับ  คิดเรื่องอื่นใดไม่เป็นยกเว้นแต่เรื่องภรรยา  แต่แม่หญิงคาซึยะ  เอ้อ…ภรรยาของอาคานิชิน่ะขอรับ  นางงามใช่ย่อยเชียว  ไม่น่าแปลกใช่ไหม  ที่จะรีบกลับไปหาภรรยาทั้งที่ยังหัววันเช่นนี้”  อีกเรื่องที่ถนัดคือการปั้นน้ำเป็นตัว  นากามารุ  ยูอิจิรู้ดีแก่อกว่า ณ ตอนนี้  อาคานิชิ  จิน เพื่อนรักกำลังเร่งงานอย่างเอาเป็นเอาตายบนห้องทรงงานขององค์ชายรัชทายาท  เหตุผลไม่มีอื่นใด  ยกเว้นบุตรยังเล็กและเมียยังสาวนั่นเอง<br /><br /><br />บิดาและธิดาตระกูลคาตากิรินิ่งไปอย่างที่องครักษ์หนุ่มจับสังเกตได้  คาดไว้ไม่ผิดว่าทั้งคู่มาที่นี่เพื่อพบกับอาคานิชิ  สาเหตุจะมีอะไร  หากไม่ใช่เพราะคนลูกอยากคว้าองครักษ์เพื่อนสนิทของเขามาขึ้นแท่นสามี  ส่วนคนพ่อก็อยากเกี่ยวดองกับตระกูลอาคานิชิ  โธ่ถัง! ช่างเป็นสองพ่อลูกที่คิดแต่เรื่องของตัวเองเสียจริงๆ  ดูไม่ออกเชียวหรือว่า  อาคานิชิ  จิน  ไม่แลสายตาให้สตรีที่ใดมานานแล้ว  และยิ่งนับตั้งแต่ แม่หญิงคาซึยะกลับมาที่ทาคิซาวะ  สายตาของชายผู้นั้นก็จับจ้องอยู่แต่กับนางผู้นั้นเพียงผู้เดียว<br /><br /><br /><br />แล้วนี่ยังคิดหวัง?...ช่างตาบอดแท้ๆ<br /><br /><br />“อย่างนั้นหรือ  ขอบคุณมาก  ท่านองครักษ์นากามารุ  จริงอย่างที่ท่านว่า  องค์หญิงบุญธรรมงามนัก  ไม่แปลกที่องครักษ์อาคานิชิจะทั้งรักทั้งหลง  เอ้อ…จริงด้วย  ดูเหมือนข้าจะมีธุระเล็กน้อย  คงต้องขอตัวก่อน  ไปเถอะ  มายูริ” ยูอิจิเพียงยิ้มบางแล้วค้อมกายน้อมส่ง  ดวงตาเจ้าเล่ห์นั้นมองใบหน้างดงามของ  คาตากิริ  มายูริพลางยิ้มให้  ทว่าหญิงสาวกลับเพียงชายตาแล  แล้วจึงหันหน้าจากไป<br /><br /><br />ช่างเป็นสตรีหวังสูงเสียเหลือเกิน… จะสอยลงมาดี  หรือจะช่วยผลักดันให้สูงกว่าที่คาดหวังเอาไว้ดีกันเล่า?...<br /><br />………………………..<br /><br />“ท่านอาคานิชิคงรักภรรยามาก” ภายในห้องโถงพักผ่อนของเรือนคาตากิรินั้น  ปราศจากผู้ใดใครอื่น  ธิดาเพียงคนเดียวของตระกูลจึงเอ่ยปากอย่างที่ทำเอาบิดาต้องวางถ้วยชาลง  แล้วหันมอง<br /><br /><br />“มายูริ…ผู้ชาย  ต่อให้รักเท่าไร  ก็ไม่พอหรอก  หากลูกทำให้ชายผู้นั้นผูกใจได้เพียงเล็กน้อย  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกคาดหวังก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น”  หญิงสาวเหลือบดวงตากลมโตมองบิดา  แม้ทีท่าอันแข็งกระด้างและไร้ซึ่งอารมณ์ของอาคานิชิ  จิน จะช่างน่าไขว่คว้าเสียเหลือเกิน  แต่สิ่งที่นางรับรู้และสัมผัสได้คือ  ชายผู้นั้นไม่ใช่ไร้ซึ่งความรู้สึกและเย็นชาแต่อย่างใด  ทว่าความอ่อนโยนที่ อาคานิชิ  จิน มี  กลับมีเพื่อ ภรรยาเพียงผู้เดียว<br /><br /><br />วันแรกที่ได้พบ  วันแรกที่เห็น  อาคานิชิ  จิน โอบประคองร่างโปร่งบางนั้นแม้กระทั่งยามยืนนิ่ง  วันแรกที่เห็นรอยยิ้มของอาคานิชิ  จิน ที่มอบให้กับคาซึยะ ก็บอกให้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมีเพื่อคนข้างกายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา  ทุกสิ่งของอาคานิชิ  จิน ไม่ใช่มีเอาไว้เผื่อแผ่สตรีอื่นใด  ซึ่งไม่แน่หรอก  แม้กระทั่งลมหายใจหรือดวงวิญญาณ  ชายผู้นั้นก็มอบให้กับภรรยาแต่เพียงผู้เดียว<br /><br /><br />แล้วเช่นนี้นางจะทำวิธีใด  จึงจะเอื้อมมือถึงกัน<br /><br /><br />“มายูริ…”  เสียงบิดาเรียก  ให้ธิดาคนงามเงยหน้ามอง  พลางยิ้มบาง<br /><br /><br />“เจ้าค่ะ  ลูกจะพยายาม” พยายาม…แม้ไม่เห็นหนทางแห่งความสำเร็จอย่างนั้นหรือ  นี่นางจะเสียเวลาโดยใช่เหตุหรือไม่กัน<br /><br /><br />“ดีมาก  คาตากิริกับอาคานิชิจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน  แล้วนั่นจะทำให้เราเป็นปึกแผ่น  ความจริงองครักษ์นากามารุก็เข้าตาหรอก  เสียแต่ออกจะมากรักไปเสียหน่อย  หากเป็นอาคานิชิ  จิน แล้ว  นั่นก็พอจะมั่นใจได้ว่าเขาอาจจะหยุดอยู่ที่ลูกเป็นคนสุดท้าย”<br /><br /><br />ไม่ใช่เพียงแค่ท่านพ่อที่คาดหวังให้บุตรสาวเป็นคนสุดท้ายของคู่ชีวิต  หากแต่มายูริเองก็คาดหวังเช่นนั้นเหมือนกัน  สิ่งใดจะมีค่ามากเสียกว่าการได้เป็นที่หนึ่ง  และที่สุดท้ายในใจของชายคนรัก  ถึงแม้กับอาคานิชิ  จิน  นางจะเป็นที่หนึ่งไม่ได้  หากเป็นที่สุดท้ายก็คงดี<br /><br /><br />แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า  นางจะยื้อแย่ง  ‘ที่สุดท้าย’  มาจาก คาซึยะได้หรือไม่  เท่านั้นเอง<br /><br /><br />…………….<br /><br />	ความคาดหวังของบิดา  เป็นแรงผลักดันให้ คาตากิริ มายูริ ตัดสินใจขัดประเพณีของสตรีแรกรุ่นอีกครั้ง  ด้วยการมาถึงเรือนอาคานิชิในยามกลางวัน  รู้แก่ใจว่าเวลาเช่นนี้ไม่มีทางพบเจอ องครักษ์หนุ่มผู้นั้น  แต่จุดประสงค์การมาในครั้งนี้  ไม่ใช่มาเพื่อพบอาคานิชิ  จิน  หากแต่มาเพื่อพบหน้าของภรรยาของอาคานิชิ  จิน ต่างหาก<br /><br /><br />	ทว่า…<br /><br /><br />	“คาซึยะไม่อยู่หรอก  นางออกไปหาท่านพี่ตั้งแต่สายแล้ว”  เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังให้หญิงสาวหันมอง  ก่อนจะพบว่าคนพูดคือชายหนุ่มที่มีโครงหน้าพิมพ์เดียวกับ  อาคานิชิ  จิน  เรียกได้ว่าแทบทุกกระเบียด  ยกเว้นแววทะเล้นและมากเล่ห์  <br /><br /><br />	“ท่าน…”<br /><br /><br />	“อาคานิชิ  เรโอะ  เจ้าหน้าที่กรมคลัง”  มายูริก้มหน้าลงทบทวนกับตัวเอง  ก่อนจะเหลือบดวงตากลมโตขึ้นมองอีกครั้ง แล้วย่อกายคำนับ<br /><br /><br /><br />“โอ้  ไม่ต้องมากพิธีไป  ถือเสียว่าข้าเองก็เหมือนท่านพี่…แต่ขอไม่เหมือนอย่างเดียว คืออย่าพยายามเร่ขายตัวเองให้ข้า  เหมือนที่เสนอหน้าไปที่กรมกลาโหมเช่นนั้น  ยิ่งกว่าหญิงงามเมืองเสียอีก  พวกนั้นยังอยู่กันเป็นที่เป็นทาง  ไม่เพ่นพ่านออกมาหาลูกค้า  แต่นี่…”<br /><br /><br />“นี่ท่าน!!!!” มายูริไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปรู้มาได้อย่างไร  ว่านางไปที่กรมกลาโหม  หรือจะเพราะองครักษ์นากามารุเอาความไปเล่าต่อกัน<br /><br /><br />“ใบหน้าเจ้าก็งามใช้ได้หรอกนะ  ทำไมถึงไม่อยากเป็นภรรยาหลวง  จ้องจับตำแหน่งภรรยาที่สอง  สาม  สี่เช่นนี้  ไม่เสียดายคุณค่าของตัวเองหรือ” ไม่คิดมาก่อน  ว่าอีกฝ่ายที่ปากว่าเป็นน้องชายองครักษ์ผู้แสนเงียบขรึมนั่น  จะปากคอเราะร้ายเพียงนี้<br /><br /><br /><br />“ในเมื่อท่านผู้หญิงคาซึยะไม่อยู่ ข้าก็ขอตัวก่อน” นางรู้ดีว่าต่อให้โต้เถียงสิ่งใดออกไปก็ไม่ขึ้น  บุกมาหาถึงเรือนเช่นนี้  มีแต่ถูกดูหมิ่นทั้งสิ้น  แต่ก็แล้วจะให้ทำอย่างไร  ความสุขของบิดาคือการได้เห็นนางเข้าไปในตระกูลอาคานิชิ  เพื่อความเป็นปึกแผ่นของคาตากิริ  เพื่อบิดา  เพื่อตระกูล  มายูริไม่มีทางเลือกมากนักหรอก<br /><br /><br /><br />“เดี๋ยวซี…จะรีบกลับไปทำไมกัน  รอพบหน้าพี่สะใภ้และพี่ชายของข้าเสียหน่อย  เผื่อจะทำให้แม่หญิงได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น  แล้วจะได้รู้ว่ามีแต่ผู้ชายละโมบเท่านั้น  ที่หญิงงามเมืองจะจับต้องได้” <br /><br /><br />“ท่าน!! มันจะมากเกินไปแล้ว!!!” <br /><br /><br />“เกิดอะไรขึ้น…” เสียงร้องดังมาจากด้านหลังให้มายูริที่กำลังโมโหต้องตวัดสายตากลับไปมอง  และทันทีที่เห็นว่าคนพูดคือ คาซึยะ  ซึ่งมาพร้อมองครักษ์อาคานิชิ  นางก็ได้แต่เบือนหน้าหลบเพื่อลบความรู้สึกคับแค้นในอกทิ้งเสีย<br /><br /><br />“มาพอดีเชียว…แม่หญิงคาตากิริมาหาคาซึยะ…นางว่าอย่างนั้น  แต่ข้าคิดว่านางคงมาเรื่องท่านพี่” เรโอะเป็นคนอธิบาย  ให้จินต้องส่งสายตาปรามคำพูดคำจาของน้องชาย<br /><br /><br />“แม่หญิงคาตากิริมีเรื่องจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ  ถ้าอย่างนั้น…” คาซึยะกำลังจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายออกไปคุยที่สวนนอกเรือนเป็นการส่วนตัว  หากแต่ฝ่ามือหนารั้งเอวเล็กเอาไว้  ให้คนพูดต้องหันมอง<br /><br /><br /><br />“แม่หญิงคาตากิริ  เรื่องที่จะคุยหากเกี่ยวข้องกับข้าด้วย  ข้าก็ขออยู่ฟังจะได้ไหม” มายูริมองสองสามีภรรยา  ฝ่ามือใหญ่ยังโอบกระชับที่เอวของคนร่างโปร่งบาง  บอกให้รู้ว่าไม่ว่าอย่างไร  อาคานิชิ  จิน ก็จะขอรับฟังในการพูดคุยครั้งนี้ด้วย<br /><br /><br />“ได้เจ้าค่ะ  ข้าจะคุยเรื่องของท่าน”<br /><br /><br />“งานนี้เห็นที  จะมาขอเป็น ‘น้อย’ …ผู้หญิงนี่ก็แปลก  ชายโสดมีค่อนเมือง  กลับชื่นชอบชายมีครอบครัว  ถ้าพลาดจากนี่  สนใจหอแดงไหม  ข้าจะพาไปสมัคร  หากอายที่จะไปคนเดียว”<br /><br /><br />“เรโอะ!” จินดุน้องชายเสียงแข็ง  ให้คนเป็นน้องยักไหล่ไม่สนใจ  เหลือบมองหญิงสาวที่ตวัดสายตาขุ่นขลั่กมองเขา  แล้วได้แต่ยิ้มกว้าง  ก่อนจะหมุนกายเดินออกจากเรือนไป  ลับร่างน้องชายแล้ว  จินจึงหันมาทางหญิงสาว<br /><br /><br />“ข้าขอโทษด้วย  เรโอะเป็นคนปากร้าย  แต่ในใจแท้จริงแล้วไม่มีเรื่องใดหรอก”  <br /><br /><br />“แม่หญิงมีเรื่องจะคุยใช่ไหม  เชิญนั่ง” คาซึยะตัดบทเสียก่อน  เกิดจินรู้เข้าว่าแท้จริงแล้วในใจของเรโอะนั้นอัดอั้นกับเรื่องของสตรีคนนี้เพียงใด คนที่จะโดนดุคงกลายเป็นเขาแทน  เพราะคาซึยะนั่นแหละ  ที่นำความทั้งหมดเกี่ยวกับหญิงผู้นี้ไปปรึกษาน้องชายของจิน  จนเรโอะร่ำๆจะไปหาเรื่องที่เรือนคาตากิริตั้งแต่แรก<br /><br /><br />“ไม่เป็นไรค่ะท่านผู้หญิง  วันนี้ข้าแค่จะมาคุยด้วยเท่านั้น  ไม่อ้อมค้อมนะเจ้าคะ…ท่านพ่อของข้าอยากให้ข้าออกเรือนเสียที  ตระกูลคาตากิริกับตระกูลอาคานิชิก็รู้จักสนิทสนมกันมานาน  และแต่เล็ก  บิดาของท่านก็รักใคร่ข้า  เอ่ยปากอยากได้ไปเป็นธิดาในอาคานิชิบ่อยครั้ง  ตอนนี้ข้าอายุได้สิบหกแล้ว  คิดว่าถึงโอกาสเหมาะที่จะออกเรือน…” <br /><br /><br /><br />“ข้าจะช่วยดูให้แล้วกัน  ว่าชายใดในอาคานิชิที่เหมาะสมกับเจ้า”  จินบอกปัดเสียงเรียบไม่ใส่ใจ  และไม่แสดงอารมณ์ใดๆ  ในขณะที่คาซึยะยังนิ่งเงียบ  และเอาแต่จับจ้องที่ใบหน้ารูปหัวใจของสตรีเบื้องหน้า<br /><br /><br />“ข้าคิดว่าข้ารู้เจ้าค่ะ  ว่าใครที่เหมาะสม”  สายตาของนางบอกให้รู้ในเสี้ยวเวลานั้นเอง  ว่านางไม่มองใครอีกแล้วในตระกูลอาคานิชิ  ยกเว้นเสียแต่  อาคานิชิ  จิน  ชายหนุ่มขยับกายอย่างอึดอัด  ก่อนจะกระชับแขนที่ยังโอบล้อมร่างผอมบางข้างกายเอาไว้<br /><br /><br />“แม่หญิง…ถึงแม้ค่านิยมของทาคิซาวะในการมีครอบครัวจะเป็นเช่นไร  แต่สำหรับข้าแล้ว  คาซึยะคนเดียวก็เพียงพอ”  มายูริยิ้มบางยอมรับคำพูด<br /><br /><br />“แล้วท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านล่ะเจ้าค่ะ  ยอมรับในการที่ท่านมี  ‘คาซึยะคนเดียวก็เพียงพอ’  หรือไม่… ซ้ำนางยังมีบุตรธิดาได้เพียงสี่คนเท่านั้นเองไม่ใช่หรือเจ้าคะ” ร่างโปร่งนิ่งงัน  ดวงตาเรียวเบิกโพลงกับคำพูดที่อีกฝ่ายไม่ควรรู้  หากแต่มันเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มเต็มนั่นได้อย่างไร  นางรู้ได้อย่างไรว่าเขามีบุตรธิดาได้เพียงแค่สี่คน! <br /><br /><br />“แม่หญิงต้องการพูดสิ่งใด” จินถาม  รับรู้ถึงอาการขึงเกร็งของคนในอ้อมแขน  เขาเองก็ตกใจไม่แพ้คาซึยะ  ความลับควรจะเป็นความลับ  แม้แต่เรื่องจำนวนบุตรตามคำทำนายก็ไม่ควรรู้ถึงหูคนนอก<br /><br /><br />“ท่านผู้หญิงมีบุตรธิดาได้เพียงสี่คนเท่านั้น  หากท่านแม่ของท่านต้องการหลานมากกว่านี้  ท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ  ท่านอาคานิชิ  จิน” ร่างสูงลอบสังเกตท่าทางหยิ่งผยองของ คาตากิริ  มายูริ ดูเหมือนนางจะรู้ความลับแค่นั้น  อาจจะได้ยินต่อมาจากคนรับใช้ว่าคาซึยะมีบุตรธิดาได้เพียงสี่คน  หากแต่ไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้<br /><br /><br />“เจ้ากำลังพูดจาในสิ่งที่นำภัยมาถึงตัว” จินเอ่ย  ให้มายูริยิ้มบาง  แสดงว่าเรื่องคำทำนายที่มีบุตรธิดาได้เพียงสี่คนคงเป็นเรื่องจริง  สาวใช้คนนั้นได้ยินมาไม่ผิด  ซ้ำยังบอกนางไม่ผิดเสียด้วย  คนมักซื้อได้ด้วยเงิน  ไม่เว้นแม้แต่สาวใช้ในเรือนอาคานิชิ<br /><br /><br /><br />“หากแต่มันทำให้ข้าได้เข้ามาอยู่ในตระกูลอาคานิชิ  มันก็คุ้มค่ากับการเสี่ยงไม่ใช่หรือเจ้าคะ” ชายหนุ่มจับจ้องใบหน้าของคนพูด  พาเอาหญิงสาวต้องเงียบลง  <br /><br /><br />“อยากอยู่ในอาคานิชิมากนักหรือ” ไม่ทันที่จินจะได้กล่าวอะไร  คนข้างกายก็เอ่ยปากถาม  <br /><br /><br />“เจ้าค่ะ  ถ้าท่านผู้หญิงคาซึยะกรุณา” ทั้งคำตอบ  ทั้งรอยยิ้ม  บอกให้รู้ว่า  วันนี้  คาตากิริ  มายูริตั้งใจแล้ว  ว่านางจะก้าวเดินทุกวิถีทางเพื่อทอดสะพานมายังตระกูลนี้ให้จงได้<br /><br /><br />“ข้าไม่กรุณา”  คาซึยะปฏิเสธทันที  ก่อนจะเอ่ยต่อพร้อมแววตาสมเพชเวทนา<br /><br /><br />“เจ้ามันงี่เง่าสิ้นดี  แม่หญิงคาตากิริ  หน้ามือตามัวกับความต้องการของพ่อ  จนมองไม่ออกว่าถึงแม้เจ้าจะเข้ามาอยู่ในตระกูลอาคานิชิ  ในฐานะภรรยาคนที่สองของ จิน  แต่เขาก็ไม่มีทางชายตาลงมามองเจ้าอยู่แล้ว  รู้ไหม  ทุกวันนี้ข้ากับเขา  เราแทบจะไม่มีเวลาให้ลูกของเราเสียด้วยซ้ำ   แล้วข้าก็กำลังจะแพ้ท้องลูกคนที่สองอีกแล้ว  จินมากกำหนัดจริงๆ  เขาทั้งรักทั้งหลงข้า  ต่อให้เจ้าแต่งเข้ามา  เขาก็ไม่มีเวลาให้เจ้า  จะบอกให้  กระทั่งข้ากำลังท้องกำลังไส้  เขาก็ยัง…กกกอดข้าไม่ลืมหูลืมตา”<br /><br /><br />ร่างโปร่งพูด  ปลดมือใหญ่ที่โอบบนเอวออก  ก่อนจะเดินเข้าไปหาสตรีวัยแรกรุ่นที่ยังไม่ประสาเรื่องรักใคร่นัก  ก่อนจะเดินวนรอบเสียหนึ่งที<br /><br /><br />“จินไม่ชอบหรอก  หน้าอกใหญ่ขนาดนี้  ซ้ำ…สะโพกยัง… ไม่ได้ขนาด  ผิวก็ซีดเกินไป  หืม…กลิ่นกายก็หอมฉุน  กลับเรือนไปปรนเปรอความงามให้ตัวเองเสียก่อนจะดีไหม  แล้วค่อยมาเสนอให้สามีข้า  ถ้าจินจะมีภรรยาคนที่สองทั้งที  ขอให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ” ใบหน้ารูปหัวใจแดงจัดกับคำตำหนิโจ่งแจ้งต่อหน้าชายหนุ่มอย่างจิน  นางทำอะไรไม่ได้  ซ้ำคาซึยะยังจับจ้องด้วยสายตาราวกับจะมองให้ทะลุทั้งเรือนร่าง  สุดท้ายแล้ว  เมื่อไม่อาจต่อกร  คาตากิริ  มายูริจึงได้แต่จากลาไปทั้งความอับอาย  ทว่า…ก่อนที่จะพ้นเรือน  เสียงของคนร่างโปร่งก็ดังตามมาให้หญิงสาวยิ่งคับแค้นนัก<br /><br /><br />“แม่หญิง…ไว้แผ่นดินนี้ไม่มี  คาซึยะ  แล้วเจ้าค่อยมาเสนอตัวให้สามีของข้าก็แล้วกัน”<br /><br />…………………..<br /><br />คาซึยะรู้ดีว่า  คาตากิริ  มายูริจะต้องโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟ  แต่จะทำอย่างไรได้กัน  ในเมื่อกระทั่งคำพูดไร้ความรู้สึกของจิน  นางยังไม่ยอมล่าถอย  เห็นทีจะมีแต่พูดให้อายเท่านั้น นางถึงจะยอมจากลา  แต่นั่นก็ซุ่มเสี่ยงเสียเหลือเกิน  ที่จะถูกจินดุ<br /><br /><br />ร่างโปร่งเหลือบมองคนที่ยังนั่งอ่านหนังสือเงียบๆอยู่มุมห้อง  หลังจากเพิ่งกลับเข้ามาจากห้องของบุตรชายวัยสี่เดือน<br /><br /><br />คาซึยะเดินเข้าไปหา  แล้วบีบไหล่ให้เบาๆ  เป็นการผ่อนคลาย  ไม่รู้ถูกโกรธหรือไม่  ที่ไปพูดจาเช่นนั้นใส่แม่หญิงคาตากิริ  แต่ของของใคร  ใครก็หวงทั้งนั้น  จินน่าจะดีใจเสียด้วยซ้ำ ที่เขาปกป้องจินมากเพียงนี้<br /><br /><br />“เมื่อยไหม” เสียงใสเอ่ยถามให้ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบา  มาเช่นนี้อีกแล้ว  ตั้งใจจะดุหรอก  แต่มาเจอท่าทีเอาอกเอาใจแบบนี้  เขาก็ว่าไม่ลง  รู้ดีว่าคาซึยะทำเพื่ออะไร แต่ทั้งอย่างนั้นก็ไม่ควรพูดจาเช่นนั้น  ชายหนุ่มหันกลับมามอง  วางหนังสือลงข้างกาย  ก่อนจะฉุดร่างเล็กเบาๆให้ทรุดลงนั่งกับตัก<br /><br /><br />“เจ้าไม่น่าไปว่าแม่หญิงคาตากิริเช่นนั้นเลย  ยังไงเสีย…เจ้าก็…”  …เป็นชาย…และไม่ควรว่าหญิง…  คาซึยะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นนี้  เลยรีบจับมือหนาให้แตะลงกับอก<br /><br /><br />“วันนี้เป็นหญิง”  เสียงบอกนั้นเบาจนแทบกระซิบ  คาซึยะกลัวความลับจะหลุดลอยไปยังหูคนนอกอีก  หากเป็นแบบนั้น  ไม่เพียงแต่เขาที่จะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด  หากแต่จินก็จะถูกเพ่งเล็งไปด้วย  ไหนจะอากิฮิโตะอีกเล่า  ลูกจะถูกมองว่าเป็นผลผลิตจากความประหลาดมากน้อยแค่ไหนกัน<br /><br /><br />จินส่ายศีรษะไปมา  ต่อให้เป็นหญิง  ก็ไม่ควรว่าอยู่ดี<br /><br /><br />“จิน อย่าโกรธข้าเลย  ข้าพูดเช่นนั้น  เพราะไม่อยากให้นางมาทำลายครอบครัวของเรา” ดวงตาเรียวที่เว้าวอนนั้น  ไม่อาจทำให้ร่างสูงใจแข็งได้แม้แต่น้อย  เขายิ้มบาง  ให้อีกฝ่ายสบายใจ<br /><br /><br />“แล้วเรื่องแพ้ท้องลูกคนที่สองเล่า?” มือหนาย้ายตำแหน่งจากที่วางอยู่บนเอวเล็ก  ลงไปยังสะโพก  และหมิ่นเหม่ว่าจะเกินเลยมากกว่านั้น  ส่วนข้างที่ทาบอยู่บนอกนั้นไล้เรื่อยเข้าไปในสาบเสื้อ  ส่วนใบหน้าคมก็ก้มต่ำลงฝากสัมผัสที่ผิวแก้มนุ่มให้คาซึยะได้แต่เอียงหน้ารอรับความรู้สึก<br /><br /><br />“เรื่องหน้าอกอีก  รู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบแบบใด  ไม่ชอบแบบใด”<br /><br /><br />“อ๊ะ…จิน…” ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบซับตามใบหน้าด้วยความหลงใหล  กลิ่นหอมอ่อนบนผิวเนื้อยิ่งชวนให้อยากกกกอดไม่สิ้นสุด  ก่อนจะลดจมูกลงซุกไซ้เก็บกักความหอมจากซอกคอขาว  ให้คาซึยะได้แต่ครางเครือกับสัมผัสชวนให้หวามไหว  จินช้อนร่างบนตักขึ้น  ก่อนจะลุกเดินไปยังฟูกนอนที่ปูรอไว้แล้ว  เขาวางร่างขาวลงกับฟูกนุ่ม  ก่อนจะตามลงทาบทับ  <br /><br /><br />“จิน…ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ” มือเล็กดันอกหนาให้ออกห่าง  จินยิ้มบาง  ใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กให้เบี่ยงลง  แล้วจึงกดกายลงทับตาม<br /><br /><br />“ไม่เป็นไร  ข้าชอบกลิ่นเนื้อของเจ้า”<br /><br /><br />“ต…แต่…” <br /><br /><br />“เจ้าบอกแม่หญิงคาตากิริเองไม่ใช่หรือ  ว่าใกล้จะแพ้ท้องลูกคนที่สองแล้ว  ดังนั้น…ก็ไม่ควรให้คำพูดนี้เป็นการโกหก” สิ้นประโยค  ริมฝีปากหนาก็ปิดประโยคทักท้วงใดๆของคาซึยะ   เหลือไว้เพียงเสียงหอบครางและความรักเร่าร้อน  ถือเสียว่าเป็นการลงโทษคำพูดคำจาที่หาว่าเขามากกำหนัด  คาซึยะอาจจะไม่รู้  เขาเองไม่เคยลุ่มหลงมัวเมาในรสรักมากขนาดนี้เลย  ต่อให้กับหญิงที่เก่งกาจแค่ไหนในการบริหารเสน่ห์ก็เถอะ  หรืออาจจะเพราะว่าเป็นคาซึยะที่เขารักมาช้านาน  เป็นคาซึยะที่รองรับได้ทุกหยาดรัก  เป็นคาซึยะที่เขากกกอด  ความรู้สึกที่ว่าไม่พอมันจึงพลุ่งพล่านให้อยากได้ไม่มีวันจบสิ้น<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />‘ไปบอกพวกนั้นว่าอย่างไร’ เด็กน้อยได้แต่เหลือบตามองเด็กหนุ่มที่ตีหน้าถมึงทึง  พร้อมกับสำเนียงพูดจาที่บอกให้รู้ว่าวันนี้  ไม่ใจดีดังเดิม<br /><br /><br />‘บอกอะไรกัน  ข้าไมได้บอกอะไรเสียหน่อย’ เรื่องอะไรต้องเล่ากัน  ว่าคาซึยะไปโพทะนาจนทั่วว่า  อาคานิชิ  จิน เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ก็กลัวว่าจะมีใครมาแย่งจินไปนี่นา  เกิดจินไม่มาเล่นกับเขา  ก็แย่น่ะซี<br /><br /><br />‘แน่ใจหรือ’ คำถามย้ำนั้นชวนให้หวั่น  เด็กน้อยกลืนน้ำลายอึกใหญ่  เหลือบสายตาอ้อนวอนไปยังพระเชษฐาที่ประทับไม่ไกล  หากแต่พอทรงทอดพระเนตรเห็นสายตาของน้องคนนี้แล้ว  ทรงก็รีบทอดพระเนตรไปยังลูกข่างในหัตถ์ทันที<br /><br /><br />…ไม่ช่วยกันเสียเลย! อย่างงี้คาซึยะก็ถูกจินว่าน่ะสิ!!...<br /><br /><br />‘ว่าอย่างไร… ไปบอกอะไรพวกลูกขุนนางคนอื่นๆ’ เด็กหนุ่มยังถามย้ำ  ให้เด็กน้อยเบ้หน้าด้วยความไม่พอใจที่ถูกบังคับให้บอกเล่า จะไม่บอกก็ไม่ได้  ทั้งหน้า  ทั้งน้ำเสียงดุดันขนาดนี้<br /><br /><br />‘ก็…บอกว่า  ท่านเป็นวัณโรค’ เด็กหนุ่มหลับตาเพื่อระงับอารมณ์ไม่ให้นึกอยากตีคนพูด<br /><br /><br />…มิน่าเล่า  ถึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา…<br /><br /><br />‘แต่ข้ามีเหตุผลนะจิน…ข้าได้ยินพวกนั้นบอกว่า  จะมาชวนท่านไปล่าสัตว์  ข้าไม่อยากให้ท่านไปนี่นา  ท่านก็รู้ว่าล่าสัตว์น่ะ  มันบาป’ นอกจากจะบาปแล้ว  คาซึยะยังไม่มีเพื่อนเล่น  การปล่อยให้คาซึยะเหงา  รับว่าบาปเสียกว่า<br /><br /><br />เด็กน้อยจับชายเสื้อแล้วเขย่าเบาๆให้อีกฝ่ายยกโทษทั้งหมดให้  ดวงตาเรียวนั้นแฝงแววเว้าวอนอย่างที่ทำเอาจินต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่  เขาลูบเส้นผมเล็กแผ่วเบา  บอกให้รู้ว่าการกระทำทั้งหมดของคาซึยะครั้งนี้  เขาไม่ถือโทษโกรธเคืองใดๆอีกแล้ว  ชวนให้เด็กน้อยยิ้มกว้าง  แล้วโผเข้ากอดแนบแน่นด้วยความดีใจ  ในขณะที่เด็กหนุ่มนิ่งขึงกับกอดอบอุ่นหากแต่ชวนให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก<br /><br />……………………..<br /><br />วันนี้  เป็นวันที่  นากามารุ  ยูอิจิรอคอย  หลังจากตัดสินใจถึงสิ่งที่ควรทำ  และน่าจะทำได้แล้ว  ก็ต้องรอผลของการกระทำนั้นถึงเกือบสองเดือน  จึงจะได้มายืนชะเง้อคออยู่ที่ท่าเรือของทาคิซาวะเพื่อรอต้อนรับใครบางคนที่เดินทางมาอย่างลับๆ<br /><br /><br />นั่นอย่างไร…ไปไหนมาไหนด้วยท่าทีมีเสน่ห์เช่นนี้เสมอเชียว<br /><br /><br />องครักษ์หนุ่มที่ลาราชการด้วยข้ออ้างว่ามีธุระด่วนรีบวิ่งเข้าไปหา  พลางค้อมศีรษะให้ชายหนุ่มเบื้องหน้า<br /><br /><br />“ได้อ่านในสาสน์แล้วใช่ไหมพระเจ้าค่ะ  กระหม่อมต้องการการช่วยเหลือ  คิดว่าหัตถ์ของพระองค์คงพร้อมเพื่อกิจนี้โดยเฉพาะ  เพราะเกี่ยวกับสาวงามถึงสองคน”<br /><br /><br />“คนหนึ่งเราไม่สน  เราสนแม่หญิงคาซึยะ…อาคานิชิ  จินไม่ได้เรื่องเช่นนี้  เราจะขอนางคืน” ใบหน้าแบบชาวตะวันตกที่ถอดแบบมาจากพระมารดานั้น  เข้มขึ้นด้วยความไม่พอพระทัย  ความจริงแล้ว  ทรงไม่พอพระทัยนับตั้งแต่อ่านสาสน์ฉบับนั้นที่นากามารุ  ยูอิจิเขียนส่งไปถวาย  รีบจัดการภารกิจอย่างเร่งด่วน  แล้วจึงได้เดินทางมาถึงนี่<br /><br /><br />“พระทัยเย็นก่อนพระเจ้าค่ะ  งานนี้คนผิดไม่ใช่อาคานิชิ  จิน  แต่เป็นเพราะสาวงามคนที่พระองค์ไม่สนพระทัย”<br /><br /><br />“งามจริงหรือ?”  นากามารุ  ยูอิจิยิ้มกว้าง  ก่อนจะน้อมกายลง<br /><br /><br />“ให้พระองค์พิสูจน์ด้วยพระเนตรเถิดพระเจ้าค่ะ  หากงามนัก  ทรงก็หิ้วกลับไปด้วยเสียเลย  ถือเป็นการยิงนัดเดียวได้นกสามตัว…”<br /><br /><br />“นกสามตัวเชียวหรือ  มีนกตัวใดบ้างเล่า”<br /><br /><br />“นกตัวที่หนึ่ง  ช่วยกอบกู้ความรักของแม่หญิงคาซึยะคนงาม  นกตัวที่สอง  พระองค์ได้นางกำนัลเพิ่มอีกสักคน  และนกตัวที่สาม  นางกำนัลคนนี้เป็นถึงธิดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรมเกษตร… คุโรคาวะสนใจผลไม้ทางตอนเหนือของทาคิซาวะอยู่ไม่ใช่หรือพระเจ้าค่ะ”  เนตรหรี่ลงเล็กน้อย  กับคำพูดในประโยคสุดท้ายของชายหนุ่มองครักษ์ในองค์ชายรัชทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งทาคิซาวะ<br /><br /><br />“สมกับเป็นองครักษ์ขององค์ชายฮิเดอากิ  รู้กระทั่งเรื่องที่ว่าเราสนใจผลไม้ของทาคิซาวะ…ถ้าเช่นนั้น  ชินเรแห่งคุโรคาวะคนนี้  ก็จะขอยิงนกทั้งสามตัวที่เจ้าเสนอมาแล้วกัน”  ยูอิจิค้อมกายลงอีกเล็กน้อย  ไม่ให้คนอื่นสังเกตมากนัก  <br /><br /><br />“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ  องค์ชายชินเร”<br /><br /><br />…………………….<br /><br /><span style="color:#660099">อ่า  เพิ่งปั่นเสร็จ  (ขอโทษในความช้าค่ะ  มัวแต่นั่งโฟ่กับพ่อแม่เรื่องแพลนสิ้นปี<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/454.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  จะไปเที่ยวววววว…แม่ถามว่า แล้วแกไม่สอบมิดเทอมเหรอ  เอ่อ….อึ้งไปเลย<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/450.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br />อาทิตย์หน้า  ท่าทางว่าจะมาดึกๆแบบนี้  เพราะที่คณะมีงาน  ต้องช่วยทั้งสัปดาห์เลย  แต่จะพยายามโดดงานมาพิมพ์ค่ะ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/282.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  ฮาฮา<br /><br />พาร์ทนี้บทพี่ยูเยอะ  พาร์ทที่แล้วลืมใส่บทให้พี่ยู  แทบกรี๊ด ยอมไม่ได้!!!! <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/264.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />แล้วเจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ <br /><br />ขอบคุณสำหรับการเม้นท์ และอ่าน เช่นเคย ค่ะ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/257.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ป.ล. อากาศเริ่มกลับมาหนาวอีกแล้ว  <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/350.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/343.gif"  class="emoji" style="border:none;" />รักษาสุขภาพกันด้วยน้า</span> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>ณ สัตยาแห่งรัก</dc:subject>
<dc:date>2009-11-23T01:35:46+09:00</dc:date>
<dc:creator>Dezair</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-96.html">
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-96.html</link>
<title>เพื่อคณะที่รัก</title>
<description> หน้านี้  ขอทำอะไรให้คณะที่บัวร้ากกกกกกยิ่ง!!ลัลล้ากับเครื่องเล่นต่างๆ  อาทิ สาวน้อยตกน้ำ  ชิงช้าสวรรค์ ปาเป้า (ยังมีอะไหล่อยู่อีกเหรอ ชิงช้าสวรรค์อ่ะ )มันส์อย่างใหญ่ด้วยละครสะท้อนสังคมสุดแรง  (สะท้อนสังคม หรือจิกกัดสังคมก็ไม่รู้งานนี้ )จุใจกับของกินมากมาย ของขายโคตรอินดี้  (ถ้าคนขายหน้าตาดี  อะไรก็&quot;จุใจ&quot;ทั้งนั้น)เพลินเพลงจาก MILD และวงมันส์อื่นๆ(ม...ม...ไม่รู้จัก )ชิลล์สุดๆกับหนังสั้นกลางแปลง  (ต้
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ หน้านี้  ขอทำอะไรให้คณะที่บัวร้ากกกกกกยิ่ง!!<br /><br /><br /><a href="http://blog-imgs-38.fc2.com/d/e/z/dezair/200911172324072aa.jpg" target="_blank"><img src="http://blog-imgs-38.fc2.com/d/e/z/dezair/200911172324072aa.jpg" alt="cu" border="0" width="283" height="283" /></a><br /><br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/180.gif"  class="emoji" style="border:none;" />ลัลล้ากับเครื่องเล่นต่างๆ  อาทิ สาวน้อยตกน้ำ  ชิงช้าสวรรค์ ปาเป้า (ยังมีอะไหล่อยู่อีกเหรอ ชิงช้าสวรรค์อ่ะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/456.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/181.gif"  class="emoji" style="border:none;" />มันส์อย่างใหญ่ด้วยละครสะท้อนสังคมสุดแรง  (สะท้อนสังคม หรือจิกกัดสังคมก็ไม่รู้งานนี้ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/448.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/182.gif"  class="emoji" style="border:none;" />จุใจกับของกินมากมาย ของขายโคตรอินดี้  (ถ้าคนขายหน้าตาดี  อะไรก็"จุใจ"ทั้งนั้น<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/264.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/183.gif"  class="emoji" style="border:none;" />เพลินเพลงจาก MILD และวงมันส์อื่นๆ(ม...ม...ไม่รู้จัก <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/451.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/184.gif"  class="emoji" style="border:none;" />ชิลล์สุดๆกับหนังสั้นกลางแปลง  (ต้องพกเสื่อมาด้วยมั้ย<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/348.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/185.gif"  class="emoji" style="border:none;" />นิทรรศการวิชาการว่าด้วยเรื่องของ "สื่อ"  (เอิ่ม...งดออกความเห็น<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/458.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><span style="color:#660066">(*ทั้งหมดในวงเล็บ คือความรั่วของบัวค่ะ ฮาฮา  แต่นอกวงเล็บ คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นจริงที่รัฐศาสตร์ค่ะ)</span><br /><br />รัดสาดแฟร์ (หรือไม่เอาไทยวิบัติก็ รัฐศาสตร์แฟร์<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/455.gif"  class="emoji" style="border:none;" />) เหมาะกะน้องๆม.ปลายมากมาย  ที่ตัดสินใจแบบหัวเด็ดตีนขาดว่าไม่เอาตารางธาตุ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/281.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ไม่เอาโปรเจ็คไทน์<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/282.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  ไม่เอาอินทิเกรต<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/284.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> และกำลังงงๆ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/278.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  ว่าจะเข้าอะไรดี  ลองมาดูแล้วจะติดใจค่ะ ฮาฮา<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/266.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ส่วนที่เกินอายุม.ปลายมาแล้ว  งานนี้จะให้ย้อนอายุคิดถึงงานวัดสมัยยังเด็ก มีหนังกลางแปลงด้วย (บัวก็เกิดไม่ทันอ่ะค่ะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/440.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ที่ต้องพกเสื่อไปด้วยใช่มั้ย  มีสายไหมขายแถวนั้นใช่ปะ เอ๊? ไม่ค่อยรู้จักเท่าไร)<br /><br />เอาเป็นว่า  ถ้าใครว่าง  ก็มาร่วมงานด้วยกันนะคะ  (บัวก็ต้องไปช่วยแถวนั้นเหมือนกัน ไปคอยดักหญ้าอ่อน  เอ้ย! ช่วยดูแลน้องๆ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/328.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/446.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /><span style="color:#660066">ป.ล. ในโปสเตอร์มันไม่เขียนสถานที่อ่ะค่ะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/449.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> เจอกันที่นี้น้า  <span style="color:#6699ff">คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </span>สำหรับมาเอง รถไฟใต้ดินลงสถานีสามย่าน  และถ้าเอารถมา  จอดได้ที่จามจุรีแสควร์ค่ะ  ค่าจอด ชั่วโมงละ 10บาท 2ชั่วโมงแรกฟรีนะคะ</span><br /><br />แล้วเจอกันน้าาาาาา<br />(งานนี้ไม่จำกัดอายุค่ะ  สามารถพาผู้ปกครองมาได้  เผื่ออยากกินอะไร  จะได้...แม่...ขอตังค์หน่อย...<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/349.gif"  class="emoji" style="border:none;" />)<br /><br /> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>Category: None</dc:subject>
<dc:date>2009-11-17T23:46:29+09:00</dc:date>
<dc:creator>Dezair</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-95.html">
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-95.html</link>
<title>FIC : ณ สัตยาแห่งรัก บทที่ 11</title>
<description> FIC : ณ สัตยาแห่งรักAKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYABy : Dezair……………………..บทที่  11ถึงจะไม่ใช่คนช่างอดทนนัก  หากแต่คาซึยะก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหาชายผู้นั้นก่อน  อะไรสักอย่างฉุดรั้งให้รอคอยอย่างไม่มีเหตุผล  ได้แต่เฝ้าแอบมองร่างสูงที่ปฏิบัติตัวอย่างคนห่างเหิน  นานๆครั้งจึงจะถามไถ่  และน้อยครั้งที่จะสบตา  ทว่าทั้งอย่างนั้น  ด้วยว่ารับปากกับเพื่อนชายชาวต่างแดนเอาไว้แล้ว  คาซึยะจึงจำเป็นที่จะต้องออกจาก
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ FIC : ณ สัตยาแห่งรัก<br />AKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYA<br />By : Dezair<br />……………………..<br />บทที่  11<br /><br /><br />ถึงจะไม่ใช่คนช่างอดทนนัก  หากแต่คาซึยะก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหาชายผู้นั้นก่อน  อะไรสักอย่างฉุดรั้งให้รอคอยอย่างไม่มีเหตุผล  ได้แต่เฝ้าแอบมองร่างสูงที่ปฏิบัติตัวอย่างคนห่างเหิน  นานๆครั้งจึงจะถามไถ่  และน้อยครั้งที่จะสบตา  ทว่าทั้งอย่างนั้น  ด้วยว่ารับปากกับเพื่อนชายชาวต่างแดนเอาไว้แล้ว  คาซึยะจึงจำเป็นที่จะต้องออกจากเรือนไปดูแลพาเที่ยวเมืองอย่างไม่อาจบิดพลิ้วได้  ซึ่งนั่นหมายถึงการทิ้งเรื่องราวระหว่างตนและอาคานิชิ  จิน ให้ค้างคา<br /><br /><br /><br />วันนี้ก็เช่นกัน  ที่คาซึยะออกไปพาเพื่อนชมเมือง  ทว่าสีหน้าไม่สู้ดีกลับทำให้ถูกเฮนรีไล่ให้กลับเรือนเสีย   คงเพราะหลายวันที่ผ่านมา  ทั้งคาซึยะและจินไม่ได้พูดจากันเลย  ซ้ำอาคานิชิ  จิน ยังติดงานที่กรมกลาโหม  ให้ไม่อาจกลับเรือนตามเวลา  รวมถึงตัวคาซึยะเองที่ออกไปตะลอนกับเพื่อนมาเสียทั้งวัน  พอจินกลับเข้ามา  คาซึยะก็หลับไปแล้ว  และพอจินตื่นไปทำงานตอนเช้า  คาซึยะก็ยังไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ  เมื่อช่วงเวลาที่แม้แต่พบหน้ายังไม่มี  คำถามขององค์ชายผู้พี่ก็กลับมาอีกครั้ง<br /><br /><br />‘ตัวน้องเองก็อยากประคับประคองชีวิตคู่ครั้งนี้ต่อไปใช่ไหม’<br /><br /><br />ร่างโปร่งเดินทอดน่องเอื่อย  ขณะก้าวเท้าเข้ามาในเรือนอาคานิชิ  เพียงเท่านั้น  นางรับใช้ก็วิ่งเข้ามาบอกว่า  วันนี้  อาคานิชิ  จิน กลับแต่หัววัน  <br /><br /><br />“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ใด” เรือนนั้นเงียบแสนเงียบ  ท่านผู้หญิงโซระไม่อยู่  เพราะไปเที่ยวชานเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ตามประสาสตรีวัยปลายที่ออกหาสถานที่สงบพักผ่อนจิตใจ<br /><br /><br />“ที่สวนหน้าห้องของท่านเจ้าค่ะ”  คาซึยะยิ้มบางแทนคำขอบคุณ  สองจิตสองใจไม่รู้จะไปพบหน้าดีหรือไม่  ทั้งที่ความกล้าในใจยังไม่มากพอให้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด  ทว่าความคิดถึงห่วงหากลับเอ่อล้นจิตใจ  จนสุดท้ายแล้วก็ได้แต่เสเท้าก้าวไปยังห้องพักผ่อน  <br /><br /><br />…เห็นหน้าสักหน่อยก็คงดีหรอก  เพียงแค่ชั่วครู่ก็ยังดี  แล้วสัญญาว่าจะรีบไปที่ใดก็ได้  ก่อนที่ชายผู้นั้นจะหันกลับมามอง…<br /><br /><br />คาซึยะเดินไปยังจุดที่นางรับใช้บอกกล่าว  ภาพที่เห็นคือชายผู้หนึ่งกำลังปลูกต้นไม้ลงกระถางดินเผาใบเล็กอย่างขะมักเขม้น  ข้างกายมีหนังสือวางเคียง  ให้ร่างโปร่งต้องก้าวเท้าเข้าไปหาให้มากขึ้น  เพื่อจะได้มองให้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังปลูกอะไร  ทว่าคนที่ประสาทสัมผัสไวจากการฝึกฝนทางการทหารมาแต่เล็กหันควับกลับมา ชวนให้เท้าที่กำลังก้าวอย่างเงียบเฉียบต้องชะงักค้าง<br /><br /><br /><br />“เอ่อ…ปลูกอะไรอยู่” จะหนีก็ใช่ที่  คาซึยะเลยตามน้ำ  เดินเข้ามานั่งยองลงข้างกายคนที่กำลังกลบดินลงกระถาง  สายตาเหลือบไปยังหนังสือที่วางเอาไว้  ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย  เมื่อพบว่าตัวอักษรภายในนั้นเป็นภาษาตะวันตกที่อีกฝ่ายไม่เคยร่ำเรียน  เขาเงยหน้ามองชายหนุ่ม  ฝ่ายนั้นมองเขาอยู่ก่อนแล้ว  และทันทีที่สบตา  ดวงตาคมดุก็ตวัดกลับไปสนใจดินในกระถางแทน<br /><br /><br />“ท่านอ่านรู้เรื่องหรือ”   มือเล็กหยิบหนังสือขึ้นมากวาดสายตาอ่าน  ก่อนจะต้องกลั้นยิ้มเอาไว้เมื่อพบว่าภาพประกอบใต้ตัวอักษรนั้น  คือดอกไม้ที่เขาเคยบอกว่าชอบเพราะมันสีคล้ายน้ำทะเล  แม้ในรูปจะเป็นเพียงลายเส้นวาด  และไม่มีสีสันใดๆก็ตาม<br /><br /><br />“ข้าดูเฉพาะรูป”  มือขาวพลิกดูหน้าแรกๆ  ก็พบว่ามันมีรูปประกอบในการปลูกต้นไม้เป็นระยะ<br /><br /><br />…ชายผู้นี้…<br /><br /><br />เมื่อไรกัน  เมื่อไรจะคิดถึงตัวเองก่อนคิดถึงเขา  แม้กระทั่งเราสองคนทะเลาะกัน  ท่านก็ยังเจียดเวลามาปลูกต้นไม้ที่ข้าชอบอย่างนั้นหรือ  จิน…ทำไมท่านต้องทำอะไรเพื่อข้ามากขนาดนี้<br /><br /><br />“วางลงเถอะ  ข้าจะดูต่อ” เสียงทุ้มบอกเรียบ  ให้คาซึยะได้สติ  ก่อนจะยิ้มกว้างใส่คนพูด  แล้วขยับหนังสือหนี<br /><br /><br />“ดูแค่รูป  เกิดปลูกผิดวิธีขึ้นมาไม่แย่หรือ  ต้นนี้ข้าชอบเสียด้วย  ถ้าดอกไม่บาน  ข้าจะเอาเรื่องท่านให้ถึงที่สุดเชียว… ใส่กรวดรองใต้กระถางหรือยัง  อย่ากดดินหนักนัก  ในหนังสือเขียนไว้ว่ามันชอบดินโปร่ง  ร่วนซุย ถ้าใส่กระถางแบบนี้  ยกไปวางในห้องได้ไหม  ข้าอยากตื่นตอนเช้าแล้วเห็นมันใกล้ๆ  เอ…แต่มันชอบแสงแดดรึเปล่า”  จินมองคนที่พูดเจือยแจ้วแล้วได้แต่ก้มหน้าลง  พลางถอนหายใจแผ่วเบา<br /><br /><br />สุดท้ายแล้ว…ไม่ว่าอย่างไร  เขาก็โกรธคาซึยะไม่ลง  ต่อให้ทำมึนตึงใส่  แต่เมื่อรอยยิ้มหวานมาวาดอยู่ใกล้ๆ  ความรู้สึกปวดร้าวในใจก็มลายหายไม่ทิ้งแม้แต่เศษซากของความเจ็บปวด  คาซึยะมีอิทธิพลต่อเขาเหลือเกิน  ต่อให้หมดสิ้นทุกลมหายใจ  ก็คงลืมไม่ลงแม้แต่รอยยิ้มสดใสนี้<br /><br /><br />“ถ้ามันชอบแสงแดด  ก็ปลูกไว้ตรงริมระเบียงทางเดิน  รอดอกบานเมื่อไร  ก็ให้คนตัดไปจัดแจกันวางในห้องก็ได้”  จินตอบ  ทว่าสายตาก็ยังจมอยู่กับกระถางดินเผาในมือ<br /><br /><br /><br />“พูดกับข้าหรือ  พูดกับข้าทำไมไม่มองหน้าข้า  หรือท่านพูดกับกระถางต้นไม้?”  วาจาชวนเอาเรื่อง  ทำเอาชายหนุ่มต้องยิ้มบาง  ก่อนจะเงยหน้ามอง<br /><br /><br />“ข้ากลบดินอยู่  ไม่เห็นหรือ  ประเดี๋ยวดอกไม่บานอย่างที่เจ้าหวัง  จะมาหาเรื่องข้าไม่ได้หรอกนะ  เพราะมัวแต่เงยหน้ามองเจ้าคุยเจื้อยๆ” คาซึยะตาโต  ก่อนจะร้องลั่น<br /><br /><br />“ใครคุยเจื้อยๆกัน! ข้าอุตส่าห์แปลให้ท่านฟังหรอก!”  จินเพียงแค่ยิ้มบาง  ชวนให้คนกำลังจะโวยวายได้แต่เงียบ  แล้วเสสายตาลงอ่านหนังสือในมืออย่างไม่มีที่ไป  ก็สายตาจินชวนหวั่นไหวน้อยเสียเมื่อไร  ชายผู้นี้จะมีอำนาจเหนือความรู้สึกนึกคิดของเขามากเกินไปแล้ว  จากคนติดตามของเจ้าพี่  กลายเป็นคนห่างเหินที่ไม่กล้าแม้แต่จะเขียนจดหมายถึง  ก่อนจะกลับมาทบทวนความทรงจำอีกครั้ง  เมื่อได้ร่วมงานกัน  แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร<br /><br /><br />ชายผู้นี้ก็กลายเป็นคนที่ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของคาซึยะนับตั้งแต่นั้นมา<br /><br /><br />“ยิ้มอะไร!” ร่างโปร่งดุเสียงเบา  ให้กับคนที่มองเขาแล้วยิ้มบาง  ยิ้มอยู่นั่น  ไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนา  มีเรื่องใดชวนอารมณ์ดีอย่างนั้นหรือ<br /><br /><br />“เพื่อนของเจ้ากลับไปแล้วหรือ” จากที่ต้องเป็นคนตอบคำถาม  กลายเป็นจินที่ชวนถามเสียเอง  <br /><br /><br />“เขาจะขึ้นเรือพรุ่งนี้เช้า  จินไปส่งด้วยกันนะ”<br /><br /><br />“เขารู้จักข้าหรือ” คาซึยะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น  ก่อนจะบอกเสียงเบา  <br /><br /><br />“ข้าบอกเขาแล้ว  ว่า…ข้าแต่งงานกับท่าน  จิน…ข้าไม่ได้คิดจะลืมท่านหรอกนะ  เพียงแต่  เพราะกลัวว่าท่านจะรู้สึกไม่ดี  ถ้าท่านไปด้วย  และเห็นข้ากับเฮนรีพูดภาษาตะวันตกที่ท่านฟังไม่รู้เรื่อง  ข้าไม่อยากให้ท่านรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน  ท่านยิ่งชอบน้อยใจข้าอยู่ด้วย” จินนิ่งงัน  ด้วยคาดไม่ถึงกับความคิดของคาซึยะ  นอกจากนั้น  เขายังไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะยอมเปิดเผยสถานะของตนเองกับเขาให้เพื่อนชายผู้นั้นรับรู้  ทั้งที่ในความเป็นจริง  ไม่มีเหตุผลใดเลย  เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขาทะเลาะกัน  ถึงขั้นไม่พูดไม่จาเสียด้วยซ้ำ  <br /><br /><br />“เจ้ากังวลเรื่องนี้หรอกหรือ  ข้าไม่เคยรู้มาก่อน”  ร่างสูงพูดเสียงแผ่ว  ความรู้สึกพรั่งพรูจนอดใจแทบไม่ไหว  ไม่คิดว่าคาซึยะจะคิดเรื่องของเขาถึงเพียงนี้  จากเด็กน้อยผู้แสนเอาแต่ใจ  กลับกลายเป็นคนที่คำนึงถึงความรู้สึกของเขา<br /><br /><br />“บางครั้งแล้ว  ใจชายก็ยากหยั่งถึง…” เสียงใสทวนคำพูดขององค์ชายหนุ่ม  ให้ร่างสูงหัวเราะน้อยๆ  <br /><br /><br />“เจ้าไปจำมาจากที่ใด”  คนตรงหน้าโคลงศีรษะไม่ยอมปริปาก  เอาแต่สบตาเขา  ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด  และความหวั่นไหวในหัวใจ  ให้รับรู้  แม้ความเงียบจะครอบงำ  หากแต่ความอึดอัดตลอดหลายวันที่ผ่านมากลับคลี่คลาย  ส่วนความคิดถึงและห่วงหาทบทวีจนแม้แต่หัวใจตนเอง  ยังไม่อาจฉุดรั้ง<br /><br /><br />‘…ขาดชายผู้นั้นไปเสียคน  น้องจะรู้ว่าไม่มีใครในแผ่นดินนี้อีกแล้ว  ที่ตามใจน้องได้เสมอเหมือน อาคานิชิ  จิน ผู้นั้น’<br /><br /><br />ร่างโปร่งขยับเข้าไปหา  ยืดใบหน้าเข้าไปแนบชิด  ก่อนจะกดกลีบปากบางลงกับแก้มสาก  ให้จินได้แต่นิ่งงัน   หันมองคนที่ถอยห่างกลับไปยังที่เดิม  แล้วยิ้มบาง  โคลงศีรษะไปมา  ก่อนจะกลับไปตั้งอกตั้งใจกับการกดดินลงกับกระถางดินเผา  ทั้งๆที่ปากก็เอ่ยต่อ<br /><br /><br /><br />“คนอื่นเห็นจะว่าอย่างไร  ‘สตรี’  แห่งราชวงศ์ทาคิซาวะ…”  คำพูดเงียบหาย  เมื่อริมฝีปากที่กำลังจะบ่นเรื่องมารยาทสตรีให้คาซึยะฟัง  ถูกคนไม่อยากฟังปิดด้วยกลีบปากตัวเอง  ทันทีที่ความอ่อนนุ่มสัมผัสลงมา  ฝ่ามือหนาก็ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง  หันไปประคองใบหน้าขาวให้กลายเป็นผู้รับจุมพิตร้อนรุ่มจากเขาแทน<br /><br /><br /> “อื้ม”  ริมฝีปากถอดถอนไปแล้ว  แต่คาซึยะยังหอบหนัก  มือหนาลูบไล้ผิวหน้า  เศษดินจากมือของเขาติดบนแก้มขาว  ชวนให้เอ็นดูเหมือนคาซึยะเป็นเด็กตัวน้อยที่แสนซุกซน<br /><br /><br />“หน้าเจ้ามอมแมมไปหมด…ไปอาบน้ำเถอะ”  ร่างสูงลุกขึ้นฉุดแขนเล็กให้ลุกตาม  ก่อนจะจับจูงเดินนำเข้าเรือน  ให้คาซึยะต้องรั้งเอาไว้<br /><br /><br />“ท่านมาด้วยทำไม  ข้ารู้ทางไปอาบน้ำหรอก” จินยิ้มบาง ก่อนจะตอบกลับมา  อย่างที่ทำเอาคาซึยะร้อนผ่าวไปทั้งหน้า<br /><br /><br />“แต่เจ้าไม่รู้ไม่ใช่หรือ  ว่าส่วนใดของหน้าที่มอมแมม  ข้าอาบด้วย  จะได้ช่วยเช็ดออกให้อย่างไร”  <br /><br /><br />ใครว่าชายผู้นี้เป็นไม้ยืนต้นกัน  ไม้เลื้อยสิไม่ว่า!!<br /><br /><br />“ท่าน…หายโกรธข้าแล้วใช่ไหม”  ไหนๆก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะรอด  คาซึยะเลยถามเป็นเงื่อนไขเสียเลย  ถ้าชายผู้นี้บอกว่า  ‘ยัง’ ล่ะก็  เขาไม่ยอมให้อาบด้วยแน่<br /><br /><br />จินยิ้มบาง  <br /><br /><br />“ข้าเคยโกรธเจ้าเสียที่ไหน”<br /><br /><br />“ก็นี่…กับ…ตอนเรื่องดอกกล้วยไม้”  ร่างสูงนิ่งไปเล็กน้อย  ก่อนจะดึงรั้งร่างบางเข้ามากอด<br /><br /><br />“แล้วรู้ตัวไหม  ว่าไม่ว่าจะตอนนี้  หรือตอนนั้น  เจ้าก็ยังง้อคนเหมือนเดิม  ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย  สมัยเด็กอย่างไร  สมัยนี้ก็อย่างนั้น  ที่ตะวันตกไม่สอนวิธีง้อแปลกใหม่มาเลยหรือ”  <br /><br /><br />“วิธีง้อแปลกใหม่?” จินก้มลงไปชิดใบหูเล็ก  ก่อนจะเผยความลับ  ‘วิธีง้อ’ ให้อีกฝ่ายเรียนรู้เสียบ้าง  และเพียงเท่านั้น  โหนกแก้มขาวก็ขึ้นสีเสียจน  ชายหนุ่มเปลี่ยนจากการกระซิบริมหู  เป็นการขยับมาอ้อยอิ่งที่ผิวแก้มมอมแมมนั่นเสียแทน<br /><br /><br />ถึงการง้อของคาซึยะจะเป็นดังเดิมกับเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว  ทว่าท่าทีของอาคานิชิ  จิน กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง  ร่างโปร่งคงอยากถาม  ว่าเหตุใด  เด็กหนุ่มตอไม้ในยามนั้น  จึงกลายเป็นชายหนุ่มมากกำหนัดในยามนี้  ทว่า  ก็คงได้คำตอบดังที่จินเคยตอบมาแล้ว<br /><br /><br />…จากคนที่ห่างไกล  กลายมาเป็นคู่ชีวิต  จะให้อาคานิชิ  จิน ปฏิบัติตัวเช่นเดิมกับเจ้าได้อย่างไร…<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ในสวนของเรือนอาคานิชินั้น  มีบรรยากาศที่ไม่น่าเข้าใกล้เป็นที่สุด  เด็กน้อยคาซึยะบอกกับตัวเองเช่นนั้น  หากแต่เมื่อรับปากกับเจ้าพี่มาแล้ว  ว่าจะง้อ  อาคานิชิ  จิน เต็มความสามารถ ก็ทำให้ไม่อาจถอยได้แม้แต่ก้าวเดียว  ได้แต่เดินเข้าไปหา  ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น  แล้วค้ำสองแขนกับหน้าขาของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก<br /><br /><br />เพียงเท่านั้น  เด็กหนุ่มก็ขยับหนี  หากแต่มือเล็กกำจิกกางเกงไว้เสียแน่น  ถึงจะขยับอย่างไร  ก็ไม่อาจหลุด<br /><br /><br />‘ข้ามาช่วย…เห็นเจ้าพี่ว่า  วันนี้ท่านจะลงต้นไม้ใหม่  ให้ข้าช่วยนะ…นะ…’  มือเล็กเขย่าต้นขาอย่างอ้อนวอน  ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมหันกลับมามอง<br /><br /><br />‘ตามใจเถอะ’ แต่ก็ยังดี  ที่อย่างน้อยก็มีคำตอบให้  เด็กน้อยยิ้มกว้าง  ก่อนจะยื่นหน้าดูมือใหญ่ที่กำลังตักดินใส่กระถาง<br /><br /><br />‘ให้ข้าช่วยอะไรไหม  ใส่ดินน้อยแบบนั้น  จะพอหรือ  ต้องรดน้ำไหม  เคยเห็นโนบุทากะใส่อะไรในดินด้วยก็ไม่รู้  บอกว่าเป็นตัวเร่งดอกงาม  ท่านมีไหม  ถ้าไม่มี  ข้าจะไปขอโนบุทากะมาให้’  <br /><br /><br />‘มี’ คำตอบมีเพียงเท่านั้น  จากคำชวนคุยยาวเหยียด  หากแต่เด็กน้อยไม่ย่อท้อ  รับปากแล้วว่าจะรั้งอาคานิชิ  จิน กลับมา  ถึงจะยากสักเพียงไร  ก็ต้องทำให้ได้  <br /><br /><br />‘คราวนี้จะปลูกต้นอะไรหรือ’<br /><br /><br />‘กล้วยไม้กระมัง’  เพียงชื่อพันธุ์ ก็ทำเอาเด็กน้อยหน้างอ  …เจ้าต้นนี้อีกแล้วเชียว! เจ้าต้นที่แย่งเวลาทั้งหมดของอาคานิชิ  จิน  ไปจากเขา… ไม่เห็นจะสวยเสียเท่าไรเลย  ทำไมจินถึงอยากปลูกมันนัก…<br /><br /><br />ความเงียบของคนที่ชวนคุยเสียงสดใสมาตั้งแต่แรก  ทำเอาเด็กหนุ่มต้องเหลือบมอง  และได้พบว่าคนที่ยังค้ำสองแขนกับหน้าขาของเขามีสีหน้าที่บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ  เขาวางอุปกรณ์ลงกับพื้น  ทำเอาเด็กตรงหน้ารู้สึกตัว<br /><br /><br />‘เจ้าไม่ชอบกล้วยไม้หรือ’  เด็กน้อยพยักหน้ารับ<br /><br /><br />‘มันทำให้ท่านไม่เล่นกับข้านี่นา  จิน…ข้าสู้กล้วยไม้ไม่ได้เชียวหรือ’ คำถามท้ายประโยคนั้นส่อแววน้อยใจทั้งในน้ำเสียงและแววตาที่ทอดมอง  พาเอากำแพงหินในใจที่อุตส่าห์ก่อร่างสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ต้นพังทลายลงอย่างไม่เหลือแม้แต่ซากปรักหักพัง<br /><br /><br />‘ไม่เคยมีอะไรเทียบเท่าเจ้าได้…ข้าขอโทษที่เอาเวลาไปดูแลกล้วยไม้เสียหมด’ นั่นก็เพราะรู้ว่าดอกมันสวยเพียงไร  อยากรอให้ดอกบานเต็มที่  จะได้ยกไปให้คาซึยะได้ดูให้ชื่นใจ  แต่กลายเป็นว่าการที่เขาเอาเวลาทั้งหมดมาดูแลต้นไม้ที่ตั้งใจจะให้คาซึยะ  กลับกลายเป็นชนวนเหตุให้เด็กน้อยอิจฉา  และพาลตัดดอกกล้วยไม้ทิ้ง<br /><br /><br />‘ข้าก็ขอโทษเหมือนกัน  จินไม่โกรธข้าแล้วนะ’ การพยักหน้ารับของเด็กหนุ่ม  ทำเอารอยยิ้มสดใสของเด็กน้อยฉายชัด  อย่างที่ทำเอาหัวใจเต้นแรง  จนต้องรีบหันกลับไปสนใจกระถางต้นไม้ต่อ  ในขณะที่เสียงสดใสยังดังข้างกาย  ถามนั่น ถามนี่ไม่หยุดหย่อน  บอกให้รู้ว่าเจ้าของคำถามมีความสุขเพียงใด  และนั่น  หมายถึงความสุขของอาคานิชิ  จิน ด้วย<br /><br />………………<br /><br />เพื่อนชายชาวต่างแดนของคาซึยะกลับไปแล้ว  แม้ตอนกลับจะวุ่นวายอยู่บ้าง  เพราะคนที่ติดตามคาซึยะไปด้วย  แสดงทีท่าบอกให้รู้ว่าทั้งรักทั้งหวงร่างโปร่งเพียงใด  และแสดงออกจนคาซึยะและเพื่อนไม่กล้าแม้แต่จะกอดกันเป็นการล่ำลา  ทำได้เพียงส่งยิ้มเพียงเล็กน้อยให้แก่กันเท่านั้น  <br /><br /><br />“เลิกทำหน้าเคร่งได้แล้ว”  คาซึยะหันมากระเซ้า  หลังส่งเรือลำใหญ่ให้ออกสู่ทะเลไปพร้อมกับเพื่อนรัก<br /><br /><br />“ข้าทำหน้าเคร่งอย่างนั้นหรือ”  จินหันมาถาม  ขณะเดินเคียงกันไปบนถนนสายหลักที่พลุ่กพล่านไปด้วยผู้คน  และข้าวของที่วางขายสองข้างทาง<br /><br /><br />“เคร่งมากเสียด้วย  ขนาดเฮนรียังไม่กล้าคุย”<br /><br /><br />“แต่เขาบอกให้เจ้าสอนข้าพูดด้วยไม่ใช่หรือ”  คาซึยะตาโต   หันกลับมามองคนร่างสูง<br /><br /><br />“ท่านฟังรู้เรื่องได้อย่างไรกัน!”  จินเพียงยิ้ม  ไม่ตอบ  ได้แต่ก้าวขาเดินให้คาซึยะวิ่งตามไปคว้าแขนร้องถามเสียงเจื้อย ว่าเหตุใด  อาคานิชิ  จิน  จึงจับใจความภาษาตะวันตกได้<br /><br /><br />“มีคู่ชีวิตนิสัยซุกซน  ซ้ำยังเป็นขวัญใจคนนั้นทีคนนี้ที  ถ้ามัวแต่ซึมกะทือ  ก็คงคว้าไม่ทัน  ว่าอย่างนั้นไหม”  ร่างโปร่งถลึงตาใส่คนพูดที่ยังยิ้มบางไม่เปลี่ยน<br /><br /><br />“ข้าหรือซน”  มือใหญ่วางลงกับหน้าท้องแบนราบของคนที่ทำหน้าขึงขังอยู่ข้างกาย<br /><br /><br />“หวั่นใจนักว่าลูกของข้าสี่คน  คงซนไม่แตกต่างจาก ‘แม่’ กระมัง” คาซึยะนิ่งชะงัก  มองใบหน้าคมที่ก้มต่ำมองท้องของเขา  แล้วได้แต่สะท้อนในใจ<br /><br /><br />ลูกสี่คน…แต่คาซึยะอยากมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น  ถ้ามีถึงสี่คนเพื่อให้คำสาปแช่งสิ้นสุด  และกลับไปเป็นคนปกติ  แต่ต้องหวาดหวั่นกับสถานะในสังคม  หากเป็นชาย  จะหลอกลวงคนรอบข้างต่อไปได้อย่างไร  ทั้งที่เป็นชาย  แต่ปกปิดเป็นหญิงไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ  สู้คาซึยะทุกข์ทนกับสภาพครึ่งชายครึ่งหญิง  ไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจยังจะดีเสียกว่าลากให้อาคานิชิ  จิน มาตกระกำลำบากร่วมกันบิดเบือนความจริง<br /><br /><br />“คาซึยะ”  เสียงเรียกให้ร่างโปร่งได้สติ  คาซึยะยิ้มบาง<br /><br /><br />“ข้าเหนื่อย  อยากกลับเรือนไปพักผ่อน”<br /><br /><br />“เหนื่อยที่ต้องตื่นแต่เช้ามาส่งเพื่อน  หรือเหนื่อยเพราะเมื่อวาน…” กำปั้นเล็กทุบอั่กลงกับอกกว้าง  ก่อนที่ร่างโปร่งจะหมุนตัวเดินหนี  ทิ้งไว้เพียงใบหูที่โผล่พ้นปอยผม  ที่กลายเป็นสีแดงเรื่อ  อย่างที่คาดเดาได้ไม่ยาก  ว่าใบหน้าขาวจะแดงเพียงใด<br /><br /><br />…………..<br /><br /><br />เวลาผ่านพ้น  พร้อมๆกับที่ร่างกายของคาซึยะค่อยๆเปลี่ยนแปลง  หน้าท้องเริ่มนูนเด่น  ในขณะที่สภาพการเป็นหญิงนั้น  ไม่กลับไปเป็นชายอีกเลย  นับตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์  ทุกวันนี้  การเคลื่อนไหวจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก  ต้องมีคนคอยประคบประหงมดูแล  ซึ่งนั่นไม่ใช่ใครอื่นใด  อาคานิชิ  จิน นั่นเอง<br /><br /><br />แม้วันที่ต้องเข้ากรมกลาโหม  ก็ยังรีบกลับ  ซ้ำยังกลับเร็วขึ้นทุกวันเสียด้วย  ดังเช่นวันนี้  ที่แม้ตะวันจะยังไม่ทันคล้อยต่ำ  ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวขาเข้ามาในเรือนเสียแล้ว<br /><br /><br />“จิน…วันนี้กลับเร็ว”  ร่างโปร่งกำลังช่วยท่านผู้หญิงโซระปั้นแป้งสำหรับทำขนม  ข้างกายมีเรโอะ  น้องชายของจินคอยช่วยเหลือเป็นลูกมือ<br /><br /><br />“จินมาพอดี  มาช่วยดูคาซึยะทีเถอะ  เลอะเทอะไปหมดแล้ว  แม่จะเข้าไปดูในครัวเสียหน่อย”  ท่านผู้หญิงโซระยกงานทั้งหมดให้บุตรชายคนโตที่เพิ่งกลับเข้ามา  จินกวาดสายตามองภาพตรงหน้า  ที่น้องชายอย่างเรโอะกำลังช่วยคาซึยะปั้นแป้ง  และดูจะนั่งชิดจนเกินไปในสายตาของเขา<br /><br /><br />“ไม่มีงานหรือ เรโอะ”  <br /><br /><br />“วันนี้ที่กรมได้พัก  ข้าเลยมาช่วยคาซึยะทำขนม  นางฝีมือแย่เข้าขั้น  เห็นทีขนมวันนี้คงจะรสชาติพิกล”  ทั้งที่ตามมารยาทแล้ว  เรโอะควรเรียกคาซึยะว่า  ‘พี่สะใภ้’  หากแต่กลับเรียกชื่อจริงอย่างสนิทสนม  นั่นจะเพราะใคร  ก็เพราะคาซึยะอย่างไร  ที่ไม่ยอมให้ใครเรียกตามตำแหน่ง  แต่ให้เรียกชื่อเท่านั้น  จินก็เข้าใจหรอก  ว่าคาซึยะไม่ชื่นชอบเอาเสียเลยกับคำว่า  ‘ภรรยา’ หรือ ‘สะใภ้อาคานิชิ’  แต่…ก็ยังอดนึกขุ่นไม่ได้<br /><br /><br />	ไม่ใช่ไม่พูด  จะหมายถึงการไม่รู้สึกรู้สาอะไร  เพียงแต่จินเลือกที่จะเก็บเอาไว้  และปล่อยให้เลยผ่านไป  เพราะรักคาซึยะมากเกินกว่าจะขัดใจคนร่างผอมบางนั่นได้<br /><br /><br />“ท่านพี่ตัดสินด้วยสายตาของท่านแล้วกัน  ปั้นเป็นก้อนกลมยังบิดเบี้ยวถึงเพียงนี้”  ว่าแล้ว  เรโอะก็ยกจานกระเบื้องที่บรรจุแป้งก้อนเล็กๆซึ่งบิดเบี้ยวไม่สมประกอบ  ต่างจากที่มารดาของเขาเคยทำเป็นประจำ<br /><br /><br />“แต่อร่อยแล้วกัน! เอามานี่  ข้าจะยกไปให้ท่านแม่โซระ”  ร่างโปร่งคว้าจานจากมือเรโอะที่ยังยิ้มกว้างล้อเลียน  ก่อนจะลุกขึ้นยืน  ให้จินต้องเข้าประคองด้วยความห่วงใย<br /><br /><br />“ค่อยๆลุก  เกิดล้มไปไม่แย่หรือ”<br /><br /><br />“ไม่ล้มหรอก”<br /><br /><br />“ประมาท… เรโอะ  เจ้าเอาจานไปให้ท่านแม่  ข้าจะพาคาซึยะไปพักผ่อน  เล่นมาทั้งวันใช่ไหม  วันนี้นอนพักบ้างหรือยัง  มื้อกลางวันเล่า  ทานเยอะหรือไม่  ไม่แพ้ท้องแล้ว  ก็ทานให้มากขึ้นรู้ไหม”  คนเป็นน้องได้แต่ทอดมองพี่ชายที่โอบประคองคาซึยะกลับเข้าไปด้านในอย่างอดนึกทึ่งไม่ได้  จากชายพูดน้อย  กลายเป็นช่างซักถามจนน่าตกใจ  คาซึยะมีอิทธิพลต่อพี่เขามาเหลือเกิน<br /><br /><br />……………..<br /><br /><br />“ข้าไม่ง่วง  ทำไมต้องนอนด้วย”  ร่างโปร่งบ่นเสียงเบา ขณะถูกประคองกลับมาที่ห้องพักผ่อน<br /><br /><br />“ล้มตัวลง  ประเดี๋ยวก็หลับ  …อย่าดื้อนักเลย  คาซึยะ  ยิ่งนานวันยิ่งดื้อ  หรือเพราะว่าลูกดื้อ  ก็เลยพาลเป็นดื้อทวีคูณ”<br /><br /><br />“อย่าว่าลูก” คนในอ้อมแขนบอกเสียงแข็ง  หน้าเง้างอ  ให้จินยิ้มบาง  หลายเดือนที่ผ่านมา  ไม่เพียงแต่สรีระของคาซึยะที่เปลี่ยนไปเป็นหญิงอย่างสิ้นเชิง  และหน้าท้องที่นูนขึ้นมา  แต่การเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย  ยังรวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาสองคนด้วย  ระหว่างเขาและคาซึยะไม่ได้มีกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น  หากแต่มีอีกชีวิตที่อยู่ตรงกลาง  ให้ต้องประคบประหงม  ดูแล  และปกป้อง  แม้จะดื้อสักเท่าไร แต่คาซึยะกลับไม่ดิ้นรนจะไปทำงานที่กรมกลาโหม  สมัครใจพักผ่อนที่เรือนเพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง  <br /><br /><br />“ถ้าห่วงลูก ก็พักผ่อนบ้าง  ลูกจะได้แข็งแรง”  มาเช่นนี้  ร่างโปร่งก็ได้แต่โอนอ่อนถึงจะหน้างองุ้ม  ทรุดกายลงนอนกับฟูกที่นางรับใช้ตระเตรียมไว้ให้แล้ว  เพียงพักเดียวเท่านั้น  คนที่ว่าไม่ง่วง  ก็หลับสนิทให้จินต้องยิ้ม  ทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ  ลูบไล้ใบหน้าหวานด้วยทั้งรักทั้งห่วงหวง<br /><br /><br />…………..<br /><br />อาคานิชิ  จิน ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักผ่อนของตน  ได้แต่มองนางรับใช้เดินเข้าออกอย่างเร่งรีบ  ทว่าไม่อาจเข้าช่วยเหลือได้  ในขณะที่องค์ชายรัชทายาทฮิเดอากิประทับอยู่ไม่ไกล  และมีทีท่าร้อนรนพอๆกับองครักษ์นากามารุที่ชะเง้อคอราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงด้านใน  ส่วนองค์กษัตริย์และองค์ราชินีประทับอยู่บนตั่งที่ข้ารับใช้ยกมาถวาย  สีพระพักตร์เคร่งเครียดและพะว้าพะวงฉายชัด  ส่วนท่านผู้หญิงมามิและสามีกลับยืนนิ่ง  ทว่าสองมือประสานแน่นราวกับกำลังขอพร  นี่ยังไม่นับรวมมารดาของจินเอง  ที่เพียงแค่มองหน้า  ก็ตระหนักรู้ว่านางกังวลเพียงใดกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้อง<br /><br /><br /><br />“แอ้!! แอ้!!” เสียงร้องแปลกประหลาดดังมาจากในห้อง  เปลี่ยนสีหน้าของผู้รอคอยใจจดใจจ่อให้กลายเป็นตื่นเต้นยินดีในชั่วพริบตา<br /><br /><br />พักใหญ่  นางรับใช้ก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับทารกน้อยในห่อผ้าขาว  ให้ผู้คนที่มารอคอยได้รุมล้อม<br /><br /><br />“เป็นชายเพคะ” จินเดินเลี่ยงเข้าห้อง  ตรงไปยังหลังฉากไม้กั้น  คาซึยะกำลังถูกประคองเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอยู่บนฟูก  ใบหน้าขาวยังซีดเซียว  หากแต่ทันทีที่เหลือบเห็นเขา  คาซึยะก็ยิ้มบางอ่อนล้าทว่าดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขล้น<br /><br /><br />“จิน” ร่างโปร่งเรียกหา  ให้เจ้าของชื่อทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง  โอบกอดคู่ชีวิตด้วยความรัก<br /><br /><br />“เราได้ลูกชาย  คาซึยะ  เจ้าเก่งมาก  เหนื่อยไหม”  คาซึยะเพียงแค่เงยหน้ามองแล้วส่ายศีรษะไปมาเป็นคำตอบ  จินรับผ้าชุบน้ำสะอาดจากนางรับใช้มาเช็ดใบหน้าขาว  <br /><br /><br />“ข้าอยากเห็นหน้าลูก  จิน”  ร่างโปร่งเอ่ยปากเสียงแผ่ว  เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่  องค์กษัตริย์เสด็จเข้ามาในห้องพร้อมเด็กชายตัวน้อยในอ้อมพระกร<br /><br /><br />“คาซึยะ  ลูกเจ้าหน้าตาน่าชังนัก  ถอดริมฝีปากของเจ้ามาไม่มีผิด  แต่ตาเหมือนอาคานิชิ…จริงสิ  แล้วเมื่อใดโหรหลวงจะคำนวณเวลาตกฟากเสร็จเสียที  หลานของเราควรตั้งชื่อใดจึงจะเป็นมงคล”  <br /><br /><br />แล้วจากนั้น  ก็เป็นการแสดงความยินดีของผู้คนที่เข้ามาห้อมล้อม  คาซึยะได้แต่ยิ้มบางแทนคำขอบคุณ  ก่อนที่แพทย์หลวงจะขออนุญาตให้ร่างโปร่งได้พักผ่อน  ภายในห้องจึงเงียบลงเมื่อแขกเหรื่อแยกย้ายจากไป เหลือเพียงคาซึยะและจินเท่านั้น  ในขณะที่เด็กน้อยผู้ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ  ถูกพาไปยังห้องที่ถูกเตรียมไว้ให้แล้ว  ทว่า…ไม่ทันที่คนทั้งคู่จะได้อยู่กันเพียงลำพัง  นางรับใช้ก็เข้ามาขออนุญาตพาโหรหลวงผู้เคยทำนายโชคชะตาของคาซึยะเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว  เข้ามาในห้อง<br /><br /><br />“เด็กชายผู้นี้  เวลาเกิดเป็นมงคล  ฤกษ์ยามเกื้อหนุน  แต่เขาต้องมีพี่น้อง เพราะโชคชะตาเขาเป็นโชคชะตาของผู้สนับสนุนคนอื่น เด็กชายผู้นี้  จะเป็นลูกเพียงคนเดียวของพวกเจ้าไม่ได้  ไม่เช่นนั้นแล้ว  เงื่อนไขของสวรรค์จะเป็นดังที่เคยกำหนดชีวิตเจ้ามาแล้ว”  โหรหลวงกล่าว  พลางมองหน้าคาซึยะที่นิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง<br /><br /><br />“หมายความว่า…”<br /><br /><br />“หากไม่มีลูกคนต่อไปภายในสองปีนี้  สวรรค์จะขอคืน”<br /><br /><br />และนั่น  หมายความว่าคาซึยะต้องมีบุตรให้ครบสี่คนดังคำทำนายอย่างนั้นหรือ  ไม่เช่นนั้น  ลูกคนนี้จะจากไป   อันเป็นเงื่อนไข  ที่มารดาเคยเล่าให้ฟัง  ว่าหากไม่เลี้ยงดูเขาอย่างเด็กหญิง  สวรรค์ก็จะขอคืน    แล้วถ้ามีลูกครบสี่คน  นั่นหมายความว่า  เขาจะหมดสิ้นคำสาป  แต่ต้องลุ้นระทึกว่าร่างกายจะกลับไปเป็นเพศใดอย่างนั้นใช่ไหม<br /><br /><br />“มันเป็นโชคชะตาที่พวกเจ้าทั้งคู่ต้องฝ่าฟัน  ทำใจยอมรับมันเสียเถอะ”  ยอมรับโชคชะตาที่กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างอย่างนั้นหรือ  ไม่อาจแม้แต่จะหลีกเลี่ยงอย่างนั้นหรือ  ไม่สิ…มันเลี่ยงได้ตั้งแต่แรก  คาซึยะกับจินไม่น่าจะแต่งงานกันตั้งแต่แรก  ไม่น่าให้มันมาถึงไกลมากขนาดนี้เลย<br /><br /><br />ฝ่ามืออุ่นกระชับกอดให้ร่างบอบบางแนบชิดกับอกหนา  มืออีกข้าง ลูบเส้นผมแผ่วเบา  พร้อมกับเสียงทุ้มดังกระซิบ  ให้คาซึยะได้แต่หลับตาลงอย่างไม่อาจทานทน<br /><br /><br />“ไม่เป็นไร  คาซึยะ  เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />‘เป็นอะไรไป  ทำไมวันนี้ไม่ร่าเริง’  เด็กน้อยเหลือบตาขึ้นมามอง  ดวงตาเรียวบวมเป่ง  อย่างที่ทำเอาคนถามถึงกับทรุดตัวลงนั่งด้วยความตกใจ<br /><br /><br />‘ร้องไห้หรือ’  ไม่มีคำตอบใด  นอกจากที่เด็กตัวน้อยโผเข้ากอดเด็กหนุ่มร่างสูง  พร้อมกับแรงสะอื้นฮัก ทว่ากลับไม่ยอมเปิดปากใดๆให้ฟัง<br /><br /><br /><br />‘เจ้าร้องไห้ทำไม  บอกข้าได้ไหม’  ฝ่ามือหนาลูบเส้นผมละเอียดปลอบประโลม  <br /><br /><br />‘บอก…บอกไม่ได้ ฮึก…ฮือ  จิน  ข้ากลัว…ฮึก ฮึก ข้ากลัว…’  บอกไม่ได้…บอกไม่ได้ว่าร่างกายนี้เปลี่ยนแปลงผิดมนุษย์มนา  บอกไม่ได้ว่ากังวลกับสภาพการที่เปลี่ยนไป  บอกไม่ได้…บอกไม่ได้เพราะถูกกำชับมาว่ามันเป็นความลับ  <br /><br /><br />สำหรับเด็กน้อยวัยไม่ถึงสิบขวบ  การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของร่างกายส่งความร้าวรานมายังจิตใจ  และมันก่อให้เกิดความหวาดกลัว  หวาดหวั่น  จนกลั่นออกมาเป็นน้ำตา  ทั้งๆที่เกลียดหยดน้ำใสๆเหล่านี้เหลือเกิน<br /><br /><br /><br />เด็กน้อยปิดปากเงียบเรื่องราวทั้งหมด  แล้วปล่อยให้หยาดน้ำอุ่นซึมกับเสื้อ  ยิ่งทำให้เจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นโอบรัดแนบแน่นราวกับอยากรับความเจ็บปวดทั้งหมดของเด็กน้อยมาไว้ที่เขาเพียงแต่ผู้เดียว<br /><br /><br />‘ไม่เป็นไร  ไม่บอกข้าก็ไม่เป็นไร  อยากร้องก็ร้องเสียให้พอ  ข้าจะอยู่กับเจ้าตรงนี้จนกว่าจะสงบลง  ข้าจะผ่านความเจ็บปวดไปพร้อมๆเจ้า  อย่ากังวล’ <br /><br /><br />ไม่ว่าเมื่อไร  อาคานิชิ  จิน ก็ยังวอนขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินนี้  ช่วยยกความเจ็บปวด  ความหวั่นกลัว  และความร้าวรานของคนในอ้อมแขน  ถ่ายทอดมายังเขา<br /><br /><br />…ยามสุข  ข้าจะหัวเราะเป็นเพื่อนเจ้า  แต่ยามทุกข์ ข้าขอร้องไห้แทนเจ้าไม่ได้หรือ  คาซึยะ  ให้เป็นข้าเสียเองที่ร้องไห้  แล้วให้เจ้ามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น  <br /><br /><br />รอยยิ้มของเจ้า…รอยยิ้มที่เพียงแค่เห็น  ข้าก็ไม่ขออะไรอีกแล้วทั้งนั้น<br /><br />…………………….<br /><br /><br />เด็กชายตัวน้อยวัยสองเดือน  ได้รับนามพระราชทานจากองค์กษัตริย์ว่า  อากิฮิโตะ  กลายเป็นที่รักใคร่และเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคนในเรือนอาคานิชิ  รวมไปถึงท่านผู้หญิงมามิที่พักหลังมานี่  นับจากกลับจากชานเมือง  ก็แทบจะไม่อยู่ติดเรือนคาเมนาชิอีกเลย  แวะเวียนมาที่เรือนอาคานิชิทุกวัน  จนสนิทสนมคุ้นเคยกับท่านผู้หญิงโซระเป็นอย่างดี  <br /><br /><br /><br />ส่วนคาซึยะเอง  นับตั้งแต่ให้กำเนิดเด็กชายอากิฮิโตะ  ก็ไม่ได้กลับไปทำงานที่กรมกลาโหมอีก  ทั้งอย่างนั้น ก็ยังแอบหนีไปของานแปลเอกสารจากองค์ชายรัชทายาทอยู่เรื่อย  จนเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของสามีอย่าง  อาคานิชิ  จิน<br /><br /><br />“องค์ชายทรงฝากงานมาให้เจ้าทำ  คาซึยะ”  นั่นคือคำพูดในเย็นวันหนึ่ง  หลังจากอาคานิชิ  จิน กลับเข้าเรือนแล้ว  และนำเอกสารติดมาด้วย  ร่างโปร่งชะงัก  ก่อนจะเงยหน้ามองคนพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างที่เคยใช้ได้ผลเสมอกับชายผู้นี้<br /><br /><br />จินเพียงถอนหายใจเล็กน้อย  ตั้งใจจะดุว่าหรอก  ที่อีกฝ่ายแอบเขาไปของานมาทำ  ทั้งๆที่มีหน้าที่หลักในการเลี้ยงดูลูกน้อยที่ยังไม่หย่านม  แต่เห็นสีหน้ายิ้มอ้อนวอนเช่นนี้แล้ว  ที่ตั้งใจจะกำราบให้หายดื้อ  ก็เป็นต้องเหนื่อยระอากับหัวใจตัวเอง  ที่รักมาก หลงมาก  จนตามใจไปเสียหมด<br /><br /><br /><br />“ไหนจะเลี้ยงลูก  ไหนจะทำงาน  ไม่เหนื่อยหรือ”  ชายหนุ่มถาม  และคำตอบที่ได้ก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว  ว่าอีกฝ่ายจะต้องส่ายหน้า<br /><br /><br />“จะเหนื่อยอย่างไร  เวลาเลี้ยงก็มีคนมาช่วย  ไหนจะท่านแม่ของข้า  ท่านแม่โซระ  นมก็ไม่ต้องให้  มีแม่นมอยู่แล้ว  จินให้ข้าทำเถอะ…นะ” เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในทาคิซาวะ  ที่จะมีแม่นมคอยให้นมแก่เด็กทารกแรกเกิด  ซึ่งนั่นนับว่าเป็นเรื่องโชคดีทีเดียว  เพราะหลังจากคลอดได้เพียงสองสัปดาห์  คาซึยะก็กลับกลายเป็นชาย  และมีสภาพที่สิบห้าวันเป็นหญิง  สิบห้าวันเป็นชายเช่นเดิม  หากไม่มีแม่นมแล้ว  อาคิฮิโตะคงอดนมไปเกือบครึ่งเดือนทีเดียว<br /><br /><br />จินถอนหายใจน้อยๆกับคำวอนขอของคนตรงหน้า  ก่อนจะถามเปลี่ยนเรื่อง<br /><br /><br />“เดือนหน้า  ท่านเสนาฯกรมเกษตรจะจัดงานเลี้ยงภายใน  อยากไปไหม” ความจริงแล้ว  คาซึยะไมได้ชื่นชอบงานเลี้ยงนักหรอก  แต่ความน่าเบื่อหน่ายของการอุดอู้ในเรือน  ก็กลับกลายเป็นเพิ่มความหอมหวานของกลิ่นงานเลี้ยงเสียจนแสดงสีหน้าดีอกดีใจจนเกินพอดีออกไป  ให้คนถามต้องอดทนไม่ยิ้มกับท่าทางใสซื่อเช่นนั้น<br /><br /><br />“ให้ข้าไปได้หรือ” <br /><br /><br />“ได้  แต่ไม่ใช่ตำแหน่งผู้ติดตามขององค์ชายรัชทายาท  แต่เป็นตำแหน่งภรรยาของข้า  ยินดีไหม” คำว่า ‘ยินดีไหม’ แลดูแล้วมีหมายซ่อนความนัยมากกว่านั้น  ร่างโปร่งขยับขาก้าวถอยหลังเล็กน้อย  ให้ห่างไกลจากคนมือไวคนนี้<br /><br /><br />“งั้น…ข้าจะไปขอคำปรึกษาท่านแม่โซระเรื่องเครื่องแต่ง…”  พูดไม่ทันจบ  ร่างโปร่งก็ถูกคว้าเข้ามาในอ้อมแขนแข็งแรง  ก่อนที่ใบหน้าคมจะก้มลงต่ำจนแทบชิด  ลมหายใจสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ขณะที่สายตาทอดมองด้วยความอ่อนโยนท่วมท้น<br /><br /><br />“ข้าไม่ได้ถามว่าเจ้ายินดีเรื่องไปในตำแหน่งภรรยาหรือไม่  แต่ข้าถามว่าเจ้ายินดีเป็นภรรยาของข้าคืนนี้ไหม…ต่างหาก”  ว่าแล้วเชียว  ชายผู้นี้ลูกเล่นแพรวพราวนัก! มิน่าถึงเป็นเพื่อนกับองครักษ์นากามารุได้  เชื้อไม่ทิ้งกันเสียทีเดียวเชียว!<br /><br /><br /><br />คาซึยะได้แต่จ้องตอบด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย  หากแต่เมื่อสัมผัสจุมพิตแผ่วเบาประทับลงมาที่กลีบปากบาง  ความรู้สึกทั้งหลายก็แปรเปลี่ยนเป็นความยินยอมพร้อมใจ  และโอนอ่อนเท่าที่จะทำได้<br /><br /><br />…มาถึงเพียงนี้แล้ว  ต้องถามอีกหรือว่ายินดีจะเป็นภรรยาของท่านไหม  สำหรับท่านแล้ว  ต่อให้ข้าเป็นชายทั้งกายทั้งใจ  ก็ยินยอมตกอยู่ใต้ร่างท่านทั้งสิ้น  อาคานิชิ  จิน<br /><br />……………….<br /><br />เสียงหอบยังไม่ทันจางหาย  แต่จุมพิตอุ่นร้อนก็ยังตามประทับบนไหล่ขาวไม่ห่าง  ฝ่ามือใหญ่หนาประสานกระชับกับฝ่ามือขาวเล็ก  มือใหญ่อีกข้างสอดรั้งเอวเล็กให้เข้าแนบชิดทุกสัดส่วน<br /><br /><br />“จิน  พอแล้ว” ไหล่เล็กกำลังเบี่ยงหนี  หากแต่จะไปไหนรอด  ในเมื่อร่างกายยังตกอยู่ใต้อ้อมกอดแข็งแรงนี้  ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง  พลางยิ้มบาง  แล้วรวบร่างเล็กเข้ามาประชิดร่างกายมากขึ้น  ส่งผลให้คนร่างโปร่งถึงกับหน้าแดงซ่าน  กับสัมผัสหวาบหวามที่รุกเร้าหัวใจ  อันเกิดจากการที่เนื้อต่อเนื้อสนิทแนบอย่างที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น<br /><br /><br />…ชายผู้นี้นี่อย่างไรกัน  ไม่ว่าเขาจะเป็นชายหรือหญิง  ก็กกกอดอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจเลยอย่างนั้นหรือ<br /><br /><br />แต่…แบบใดที่ชอบมากกว่าเล่า  ยามเขาเป็นชาย  หรือยามเขาเป็นหญิง<br /><br /><br />“จิน…” ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยเรียกชื่อ  คนที่ยังกดจมูกลงกับผิวเนื้อไม่ห่าง  ไม่รู้ว่าอดอยากมานานแค่ไหนนัก  ถึงได้ไม่ล่าถอยเสียที  จนคาซึยะจะช้ำไปทั้งตัวอยู่แล้ว  อาคานิชิ  จิน  ก็ยังไม่มีกระจิตกระใจจะปล่อยให้นอนสบายๆบ้างเลย<br /><br /><br />“หือ?” ขณะขานรับ  ทั้งจมูกและริมฝีปากยังซุกไซ้อยู่กับซอกคอขาว  ให้คาซึยะต้องเบี่ยงตัวลงนอนหงาย  แล้วยกมือขึ้นยันอกหนาไม่ให้ทาบทับลงมา  มิเช่นนั้นแล้ว  สิ่งที่อยากถาม  ก็คงไม่ได้ถาม<br /><br /><br />แต่อยากถามแน่หรือ?  ไม่กลัวคำตอบหรือ?  หากในอนาคต  คาซึยะเป็นหญิง  แต่จินชอบเขาที่เป็นผู้ชายมากกว่าเล่า?  หือถ้าอนาคตเขาเป็นชาย  แล้วถ้าจินชอบเขาที่เป็นผู้หญิงมากกว่าเล่า?<br /><br /><br />ใครกันที่สาปแช่งเขาเช่นนี้  เขาทำอะไรผิดบาปมากนักหรือ  จึงต้องชดใช้ด้วยวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอน และหวั่นไหวทุกเวลา<br /><br /><br />“ท่าน…” ดวงตาคมทอดมองอย่างรอคอยคำถาม  ให้คาซึยะสั่นวูบในใจ  กลัวคำตอบของคำถาม  กลัวจนแทบไม่อยากแม้แต่จะได้ยิน  ทั้งที่อยากรู้เต็มอก  แต่รู้แล้วในเมื่อมันไม่ช่วยอะไร  ก็ไม่ควรถามใช่ไหม  ในเมื่อว่ารู้แล้ว  อะไรก็ไม่ดีขึ้น  สู้ปล่อยให้มันเป็นเศษเสี้ยนเล็กๆในใจต่อไปจะดีกว่าไหม  ดีกว่าให้มันกลายเป็นหนองในยามนี้  ยามที่เขามีความสุขเหลือเกิน<br /><br /><br />คาซึยะขยับยิ้มกว้าง  ก่อนจะตัดสินใจเก็บงำคำถามเอาไว้กับตัวเองอีกครั้ง<br /><br /><br />“ไปหาลูกกันเถอะ  ป่านนี้งอแงแล้ว”  ว่าแล้วจึงขยับกายลุกขึ้นนั่ง  คว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่  โดยมีคนข้างกายลุกขึ้นช่วยอีกแรง  เพราะเป็นชายเหมือนกัน  จึงไม่มีส่วนใดให้ต้องเขินอายมากนัก  แต่ถึงแม้นเป็นหญิง  คาซึยะก็เชื่อเหลือเกิน  ว่าอีกฝ่ายก็ยังดื้อดึงลุกขึ้นมาช่วยเขาแต่งกายอยู่ดี<br /><br /><br />…………………….<br /><br />งานเลี้ยงภายในของท่านเสนาบดีกรมเกษตร  ถูกจัดขึ้นที่เรือนของตระกูลซาวาตาริ  ซึ่งวันนี้ครึกครื้นไปด้วยขุนนางน้อยใหญ่  ที่ล้วนได้รับคำเชิญมาทั้งสิ้น  ว่ากันในทางลับ  งานนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของชายในยุคนี้  ที่ต้องพรั่งพร้อมทั้งยศถาบรรดาศักดิ์  เงินทอง  และแม้แต่ภรรยา<br /><br /><br />“นั่น  ภรรยาคนที่สามของท่านเสานาฯซาวาตาริ  ว่ากันว่านางเป็นลูกชาวนาทางตอนใต้ของแผ่นดิน  ท่านเสนาฯไปถูกชะตาตอนลงไปตรวจพื้นที่เกษตรตอนประสบอุทกภัยเมื่อสิบปีก่อน”  นากามารุ  ยูอิจิ  กำลังปฏิบัติหน้าที่อันใหญ่หลวง  ซึ่งสถาปนาขึ้นเอง  ว่าควรเป็นผู้ให้ความรู้ความเข้าใจกับเพื่อนสะใภ้  ที่ยังไม่รู้จักผู้คนในสังคมชั้นสูงมากนัก  เนื่องจากกลับมาจากต่างแดนก็เข้ามาทำงานในกรมกลาโหม  ซึ่งไม่ได้ออกหน้าออกตาตามที่ควร   ครั้งนี้  เมื่อเข้าร่วมงานเลี้ยง  แม้จะเป็นงานเลี้ยงส่วนตัวของท่านเสนาฯ  แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมาก  ที่อาคานิชิ  คาซึยะยังไม่รู้จัก<br /><br /><br />“ส่วนนั่น  ภรรยาคนที่ห้าของท่านแพทย์ซาวากิ  นี่ก็นับว่างาม…นู่น  วันนี้ท่านรองปลัดกรมคลัง  พาภรรยาคนที่สองออกงาน...อ่ะ ท่านคาวาดะ  สวัสดีขอรับ!” แล้วยูอิจิก็หยุดเรื่องที่พูดคุยกับคาซึยะไว้เสียก่อน  หันมาทักทายกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่  ที่มาเพียงลำพัง<br /><br /><br />“สวัสดี  ท่านองครักษ์นากามารุ  ท่านองครักษ์อาคานิชิ  โอ้…ไม่นึกว่าท่านจะพาภรรยาออกงานด้วย  ท่านอาคานิชิ” คาวาดะคือขุนนางวัยปลาย  รูปร่างท้วม  คาซึยะเพียงคำนับให้ความเคารพ  และยิ้มบางเท่านั้น  <br /><br /><br />“วันนี้ใครๆก็มีคู่ว่าไหม  องครักษ์นากามารุ  ไม่อิจฉาเพื่อนบ้างหรือ”<br /><br /><br />“นิดหน่อยขอรับ  ว่าแต่…ท่านคาวาดะมาคนเดียวหรือขอรับ”<br /><br /><br />“หื้อ! ได้ที่ไหนกัน  นู่นแหนะ…มิจิรุ  กำลังคุยกับภรรยาของท่านไคโดะอยู่  สวยไหมเล่า?  ภรรยาคนใหม่ของข้าเอง” ว่าแล้ว  ท่านคาวาดะก็หันมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่  ให้ยูอิจิหัวเราะร่วนตามไปด้วย  ทว่าคาซึยะกลับขมวดคิ้ว<br /><br /><br />…ภรรยาคนที่สอง…ภรรยาคนที่สาม…ภรรยาคนที่ห้า…ภรรยาคนใหม่…<br /><br /><br />ขุนนางในราชวงศ์ทาคิซาวะใช้ผู้หญิงเปลืองเพียงนี้เชียวหรือ?<br /><br /><br />อย่าว่าแต่ขุนนางคนอื่นเลย กระทั่งครอบครัวคาเมนาชิเอง  ถึงแม้มารดาของคาซึยะจะเป็นภรรยาคนแรกของบิดา หากแต่ไม่หยุดแต่เพียงเท่านั้น   จนปัจจุบันบิดาของเขามีภรรยาทั้งหมดสามคน  หรืออย่างครอบครัวของจินเองก็เช่นกัน  ท่านแม่โซระเป็นภรรยาคนที่สองของบิดาของจิน  หรือแม้กระทั่งเสด็จพ่อ… ที่มีสนมนางในนับไม่ถ้วน<br /><br /><br />มันคือค่านิยมของการแต่งงานที่ชายจะมีภรรยานับไม่ถ้วน  เพียงเพื่อความเกี่ยวดองทางตระกูล  ความผูกสัมพันธ์  หรือแม้แต่เรื่องเงินทอง  <br /><br /><br />แล้วถ้าเช่นนั้น…จินเล่า?<br /><br /><br />“คาซึยะ  เป็นอะไรไป” เสียงทุ้มดังข้างหู  ให้ร่างโปร่งหันมอง  ก่อนจะเพียงยิ้มบางให้คนถามที่โอบประคองร่างเขาด้วยความห่วงใย<br /><br /><br />“ออกไปข้างนอกไหม  ในนี้อุดอู้  เจ้าอาจ…”<br /><br /><br /><br />“ท่านองครักษ์อาคานิชิ”<br /><br /><br />ทว่า  จินไม่ทันพูดจบประโยค  เสียงที่ดังแทรกขึ้นมา  ก็ทำเอาทั้งจิน  ทั้งคาซึยะต้องหันมอง<br /><br /><br /><br />ภาพตรงหน้า  ทำเอามือขาวเล็กกำชายเสื้อของคนร่างสูงข้างกายแน่น  ในขณะที่ดวงตาเบิกโพลงกับใบหน้าของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ยืนยิ้มกว้างราวกับไม่รู้สึกรู้สา  ด้านหลังมีสาวงามวัยแรกรุ่นยืนก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว  <br /><br /><br />“ข้าพาลูกสาวมาแนะนำให้รู้จัก”<br /><br /><br /><br />…………………..<br /><br /><span style="color:#660099"><br />ทำไมเรื่องนี้ยาวได้ขนาดนี้เนี่ย <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/452.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> รู้สึกว่าน่าจะยาวกว่า ฟิคพ่อลูกอีกเนอะ (คราวนั้นฟิคภาคหัวถั่ว14ตอน  กับภาคคุณพ่ออีก 7ตอน)  ทั้งที่จำนวนตอนน้อยกว่า  แต่ก็รู้สึกว่ามันยาวกว่าอยู่ดี  <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/278.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />พอเล่าเรื่องที่เจอคู่วายไป  ก็มีคนนั้นคนนี้แบ่งปันประสบการณ์กันใหญ่ ชอบจังเลย<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/349.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> คู่วายหน้าตาดี (ย้ำว่าต้องหน้าตาดี) เห็นแล้วจะมีความสุข  เคลิ้มไปทั้งวันจริงๆเนอะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/266.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ส่วนใครที่แนะนำว่า  ตอนนั้นน่าจะจำป้ายทะเบียน  เอ่อ…จำมาแล้วค่ะ! กดเมมในมือถือเลย<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/393.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> <br /><br />ไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะจบทันตามที่วางแผนไว้รึเปล่า<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/442.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  ว่าอยากให้เรื่องนี้จบก่อนปีใหม่  ฮื้อ…ท่าทางจะไม่ทันมั้งเนี่ย  ถือซะว่าเป็นฟิคมาราธอนละกัน<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/271.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ฮาฮา<br /><br />ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามมาถึงตอนนี้ค่ะ  มีคนบอกว่า  ทุกตอนต้องสงสารจิน <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/441.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> จินรันทดมากมาย  เหมือนรักอยู่ฝ่ายเดียว <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/415.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> แต่ก็เป็นผู้ชายในฝันใช่มั้ยล่ะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/257.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> โฮะ โฮะ โฮะ หล่อ เท่ห์ อบอุ่น รักจริงหวังแต่งขนาดนี้ไม่มีอีกแล้วววว<br /><br />แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ  น่าจะลงทันสัปดาห์หน้าอยู่นะ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/284.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /> <br />ป.ล. ดีใจจังเลย  ที่ทุกคนยังไม่ลืมหัวถั่ว  คุณพ่อ เรียวจัง และ "พระเอกยู"<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/420.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ฮาฮา </span> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>ณ สัตยาแห่งรัก</dc:subject>
<dc:date>2009-11-15T23:57:10+09:00</dc:date>
<dc:creator>Dezair</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-94.html">
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-94.html</link>
<title>FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ตอนพิเศษเล็กๆ)</title>
<description> FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ตอนพิเศษเล็กๆ)JIN X KAMEBy : Dezair………………….		…ในรถ...แอร์เป่าจากสองฝั่งซ้ายขวาปะทะกับหน้าผมจนแก้มเย็นเฉียบ  เส้นผมปลิวกระจัดกระจายไม่เป็นทรง  และในเมื่อแอร์มันทำได้ถึงขนาดนั้น  นอกจากทางด้านร่างกายแล้ว  มันก็ควรจะทำให้เย็นไปถึงหัวใจด้วย  จริงมั้ยครับ	มันควรจะเป็นอย่างงั้น  ไอเย็นๆของแอร์ควรดับภาวะร้อนรุ่ม  คลุ้มคลั่ง  และอยากตัดหัวคน  แต่ไอ้นิสัยกวนส้นของใครบางคนมันก็ท
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ตอนพิเศษเล็กๆ)<br />JIN X KAME<br />By : Dezair<br />………………….<br /><br />	<br />	…ในรถ...<br /><br /><br />แอร์เป่าจากสองฝั่งซ้ายขวาปะทะกับหน้าผมจนแก้มเย็นเฉียบ  เส้นผมปลิวกระจัดกระจายไม่เป็นทรง  และในเมื่อแอร์มันทำได้ถึงขนาดนั้น  นอกจากทางด้านร่างกายแล้ว  มันก็ควรจะทำให้เย็นไปถึงหัวใจด้วย  จริงมั้ยครับ<br /><br /><br />	มันควรจะเป็นอย่างงั้น  ไอเย็นๆของแอร์ควรดับภาวะร้อนรุ่ม  คลุ้มคลั่ง  และอยากตัดหัวคน  แต่ไอ้นิสัยกวนส้นของใครบางคนมันก็ทำให้ผมหงุดหงิดจนแม้แต่แอร์เย็นๆก็ดับไฟในใจผมไม่ได้    ใครเย็นได้เย็นไป!!  แต่หัวถั่วเวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่อย่าง คาเมนาชิ  คาซึยะ คนนี้ไม่เย็นด้วยหรอกโว้ย!!!!<br /><br /><br /><br />“ไม่เอาหน่า  คาซึยะ  จะงอนอะไรนักหนา”  ไม่ต้องมาถามกูเลย!!  มึงมันรู้อยู่แก่ใจ  แล้วยังมาแกล้งโง่!<br /><br /><br /><br />	“คาซึยะ…แค่เรื่องเล็กน้อยนั่นน่ะเหรอ”  ผมหันควับไปจ้องหน้ามัน  บอกให้รู้ว่าเรื่องที่มันทำ  ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย  แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มากถึงมากที่สุด  <br /><br /><br />…ถ่อมาห้างเพื่ออะไร!!!!...<br /><br /><br />…ก็เพื่อมาซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ล่าสุดใช่มั้ย!! แล้วมันซื้อไม่ทันเพราะใคร! บอกแล้วแท้ๆว่าเรื่องอื่นค่อยว่ากัน  แวะร้านการ์ตูนก่อน! แล้วสุดท้ายเป็นไง…<br /><br /><br /><br />‘เล่มยี่สิบน่ะเหรอ  เพิ่งหมดไปเมื่อกี้นี้เองน้อง’ <br /><br /><br />…แม่ง!! คิดถึงคำพูดคนขายแล้วหงุดหงิดไอ้คนที่มันขับรถนี่โว้ย!!!...<br /><br /><br /><br />-- R R R R – เสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเอง  ทำให้ต้องละอารมณ์เน่าๆ  ล้วงจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู  แต่พอเห็นชื่อบนหน้าจอแล้วอารมณ์เน่าๆก็กลับมาเหมือนเดิม  แถมความรู้สึกอยากโยนโทรศัพท์ใส่หัวไอ้คนขับเพิ่มขึ้นมาอีกต่างหาก<br /><br /><br />“ว่าไง  ยู” ทันทีที่รับสาย  ไอ้มนุษย์จอมพูดมากก็แผดเสียงกลับมาแบบไม่ถามไม่ไถ่ตามมารยาทสังคมสักคำ  สักแต่จะพูดเรื่องของตัวเองตลอดเลยนะมึงเนี่ย!! หลายปีผ่านไปก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  คงนิสัยพูดเป็นต่อยหอยได้เหนียวแน่นมากๆ!!<br /><br /><br />‘มึงอ่านเล่มยี่สิบยังวะ คาเมะ!! ฮาฉิบหาย’ เล่มยี่สิบ!!!  เล่มยี่สิบกูซื้อไม่ทันโว้ย!!!<br /><br /><br />“ยัง” ผมตอบกลับไปเสียงเรียบมาก  เหลือบตามองไอ้คนที่ยังนั่งนิ่งเพราะรถติดอยู่กับสี่แยกไฟแดงแล้วยิ่งหงุดหงิด  …เพราะมึง  เพราะมึง  เพราะมึง!! เพราะมึง!!!!! กูอ่านไม่ทันไอ้ยูเพราะมึง!!!!<br /><br /><br />‘อ้าว! มึงไปมุดหัวอยู่รูไหนมา  หัวมึงยังเป็นถั่วเขียวไม่งอกอีกรึไง  มึงรู้เปล่าเนี่ย  ว่าการ์ตูนโปรดของมึงออกเล่มยี่สิบ  มัวแต่กกพ่อกกผัวอ่ะดิ  ถึงไม่รู้เรื่องอะไรเนี่ย! กูจะบอกให้นะ  คบไอ้จินมีแต่พามึงเสีย  การ์ตูนก็ไม่ได้อ่าน  เคโรโระก็ไม่ได้ดู  อนาคต  มึงต้องกลายเป็นทาสในเรือนเบื้ยแน่ๆ  กูทายได้เลย!!’ พูดยาว…พูดยาวตลอด  พูดไม่เคยฟังอะไรกูเลย<br /><br /><br />“แค่นี้นะ  กูไม่มีอารมณ์คุย” ผมบอกมันให้รู้ว่าเวลานี้ คาเมะโกรธจริง  เซ็งจริง  ไม่ต้องเอามุขปัญญาอ่อนมาขยับต่อมฮา  ฮาไม่ขึ้น ขอบอก<br /><br /><br />‘เฮ้ย! มึงเป็นอะไรเปล่าวะ  เปลี่ยนสายให้กูคุยกะพ่อมึงหน่อยซิ  งานนี้มีได้เสีย  มาทำหัวถั่วอย่างมึงเป็นใบ้ได้ยังไง  มึงมันไม่มีดีอยู่แล้ว  โง่งี่เง่าแล้วยังใบ้รับประทานแบบนี้ไม่เวิร์….’ ไม่ต้องฟังจนจบ  ผมก็กดตัดสาย  ปิดเครื่อง  เปิดฝาถอดแบตออกด้วยเลย  แล้วโยนชิ้นส่วนทิ้งไปเบาะหลัง  ก่อนจะหันไปหยิบมือถือไอ้จินที่วางอยู่ในช่องวางของใกล้เกียร์ขึ้นมาทำแบบเดียวกัน<br /><br /><br />ช่างหัวแม่ง!  ใครโทร.ไม่ติดก็ช่าง!! เบื่อ! เซ็ง!! หมดอารมณ์!! กูไม่ได้การ์ตูน!!!!<br /><br /><br />ผมรู้ว่าทุกการกระทำอันไร้มารยาทอยู่ในสายตาไอ้คนขับรถที่นั่งอยู่ข้างๆ  แต่แล้วยังไง! ผมไม่สนหรอก!! มันนั่นแหละคนผิด!!!  พามาซื้อการ์ตูนบ้าบออะไร  ลากผมเข้าซุปเปอร์  เลือกนั่นเลือกนี่ไม่เสร็จสักที  พอออกมา  ปรากฏว่าการ์ตูนที่ผมอยากได้หมดไปแล้ว!!!<br /><br /><br />บอกตรงๆว่าเบื่อ!!!!! ไม่ได้การ์ตูนนี่เบื่อมาก!!!!!!<br /><br /><br /><br />“คาซึยะ…ไม่เอาหน่า …” มันพูดแค่นั้น ผมก็พลิกตัวตะแครงหันหลังให้ทันที  <br /><br /><br /> …ถ้าต้องเห็นหน้ามึงนะ  กูมองหน้าคนขับมอ’ไซค์ที่มาจอดข้างๆดีกว่า! สบายใจกว่าเยอะ  อาคานิชิ จิน!!...<br /><br /><br />“หันมาคุยกันก่อน…” มือมันละจากพวงมาลัย  มาพลิกร่างผมให้หันกลับเข้าไปหา  แต่ผมเบี่ยงตัวหนี  แอบเห็นทางหางตาว่ารถยังติดไม่เลิก  ไอ้จินเลยมีเวลาว่างมาแตะเนื้อต้องตัวผม<br /><br /><br />  จะติดทำไมนักหนาวะ! ยิ่งติด ก็ยิ่งอยู่ในรถนาน! อยากกลับบ้านแล้ว!! หงุดหงิด! ไม่ได้การ์ตูน!!<br /><br /><br />“เนี่ย  จะพาไปซื้อที่ห้างอื่นไง  หันมาเร็ว  มาคุยกันก่อน  ห้างไหนมีร้านขายหนังสือการ์ตูนบ้าง”  ไม่ต้องมาง้อกูเลย! กูไม่ใจอ่อนหรอก! ที่นี่ยังหมด  แล้วห้างอื่นจะไม่หมดได้ไง<br /><br /><br />“เดี๋ยวไปแวะอีกห้างนึง  จะพาซื้อการ์ตูนอย่างแรกเลย  แล้วพากินไอติมด้วย  อยากร้องคาราโอเกะมั้ย” ไม่ต้องเอาไอติม  เอาคาราโอเกะ  เอาหนัง เอานั่นเอานี่มาล่อหรอก!!  ไม่ใจอ่อนโว้ย!! โกรธเป็นโกรธ!!  หึ!!<br /><br /><br />“รู้มั้ยว่าโมเดลเคโรโระตัวแดงๆ  อ่า…ชื่ออะไรนะ…”<br /><br /><br /><br />“คิโรโระ”  ผมบอกมันเสียงขุ่น  เรื่องนี้ก็ด้วย  บอกกี่ครั้งแล้วว่าชื่อ คิโรโระ  ส่วนตัวที่ชื่อเคโรโระคือตัวสีเขียว  แต่กูชอบตัวสีแดงที่ถือปืนอาก้า  หัดจำบ้างดิวะ! เรื่องอื่นล่ะฉลาดได้ฉลาดดี!!<br /><br /><br />“ใช่ๆ  คิโรโระ  มันมีคอลเลคชั่นใหม่ออกมา  ที่โซนของเล่นน่าจะมีขาย  เดี๋ยวไปซื้อการ์ตูนก่อน  แล้วค่อยแวะไปดูดีมั้ย”<br /><br /><br /><br />…แวะไปดู…<br /><br /><br />หมายความว่า  ‘แค่แวะไปดู’  แต่ไม่ให้กูซื้อ?  แล้วจะมาพูดทำไม!... <br /><br /><br /><br />“แล้วถ้าคาซึยะอยากได้  จะซื้อให้” เอ๊? จริงอ่ะ  ซื้อให้จริงเหรอ?<br /><br /><br /><br />“มันมีคิโรโระตัวเดียวเหรอ”  ผมถามมัน  แต่ยังวางฟอร์มเข้ม  กอดอก  มองตรงไม่สนใจมันอยู่ดี  แต่ก็เลิกนั่งตะแครงแล้วครับ  นั่งมากๆไม่ไหว  เมื่อยครับ  ไม่ใช่เด็กๆแล้วที่เนื้ออ่อนกระดูกอ่อน<br /><br /><br />“ก็มีตัวสีฟ้า  ชื่อ…”<br /><br /><br />“โดโรโระ”<br /><br /><br />“ชื่อทามามะไม่ใช่เหรอ”  มันถามโง่ๆ  ทามามะบ้านมึงสิ! สีฟ้า!!  <br /><br /><br />“ไม่ใช่  ทามามะนั่นตาแป๋วแล้วก็สีน้ำเงิน  แต่ตัวสีฟ้าที่เหมือนนินจาชื่อโดโรโระ  ตัวนี้ก็ซื่อดีเหมือนกัน  คอลเลคชั่นใหม่มี… เอ่อ…”  <br /><br /><br />ลืมตัว…<br /><br /><br /><br />ลืมตัวว่าต้องเก็ก  ลืมตัวว่าโกรธมันอยู่  <br /><br /><br />… ทำไมกูเป็นคนอย่างงี้เนี่ย!! ถูกหลอกล่อด้วยโมเดลของเล่นเนี่ยนะ!! รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!! อ้ากกกกกกกก!!<br /><br /><br />“น่าจะมีครบนะ  เดี๋ยวไปแวะดูก็ได้”  …แวะดู… คำนี้มาอีกแล้ว  สรุปจะให้แวะดู?  หรือมึงจะซื้อให้?  หรือจะให้กูซื้อเอง?  หรือไม่ซื้อให้และไม่ให้กูซื้อเองด้วย?<br /><br /><br />“สรุปว่าแวะดูอย่างเดียว?”  ไอ้จินหัวเราะเบาๆ  แล้ววางมือโยกหัวผมไปมา<br /><br /><br /><br />“ซื้อให้ ซื้อให้…หรืออยากแค่แวะดู?”<br /><br /><br /><br />“ซื้อด้วยดิ!” ผมรีบบอกมัน  แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้  ว่าฟอร์มที่เก็กเอาไว้ช่างร่อยหรอจนแทบไม่เหลือแล้ว  เลยต้องไอสองสามที  แล้วกอดอก  พลิกตัวตะแครงให้มันอีกครั้ง  ปวดเอวก็ปวดล่ะ  แต่ว่า…แสดงออกว่าอยากได้ทั้งการ์ตูนทั้งของเล่น  ก็ดูจะหายโกรธง่ายไปหน่อยรึเปล่า<br /><br /><br /><br />แต่…<br /><br /><br />…จะได้ทั้งการ์ตูน  ทั้งโมเดลจริงเหรอ… ถ้างั้น  พอกลับบ้านแล้วจะอ่านการ์ตูนก่อน  หรือต่อโมเดลก่อนดีล่ะ  อ่านการ์ตูนก็อยาก  แต่ก็อยากแกะโมเดลออกมาต่อนี่นา  ต่อเสร็จ  ได้ว่าไว้ข้างเตียงเลย  เอ?  หรือว่าวางหน้าโทรทัศน์ดี  เอาไงดีล่ะ  จะอ่านการ์ตูนก่อน  หรือต่อโมเดลก่อน<br /><br /><br /> ตัดสินใจไม่ได้! อยากทำทุกอย่างเลย!! เอาไงดี<br /><br /><br /><br />ผมมัวแต่คิดเพลินไปหน่อย  ร่างเลยถูกพลิกหันกลับไปทางไอ้คนที่มันนั่งอยู่ข้างๆ  เห็นรอยยิ้มมันแล้วอยากเย็บปากมันชะมัด  จะยิ้มอะไรนักหนา  แค่กูตัดสินใจไม่ถูกว่าจะอ่านการ์ตูนก่อน  หรือต่อโมเดลก่อน  มันชวนให้ขำตรงไหนวะ<br /><br /><br />“ยิ้มไร” ผมยังถามหน้าบูด  มันก็เลยเอานิ้วมาจิ้มหน้าผมให้ต้องปัดวุ่นวาย  เพราะมันจิ้มแก้มซ้ายไม่ได้  มันก็จิ้มแก้มขวา  วะ! ไวจริง มึงเนี่ย!<br /><br /><br />“อย่ามาแตะดิ ขับรถไปเลย” มันหันกลับไปมอง  เป็นเชิงให้ผมดูตาม  และก็พบว่าเรายังติดแหงกกันอยู่กลางถนนอย่างไม่มีลู่ทางจะได้เคลื่อนตัวในห้านาทีนี้<br /><br /><br />“รถติดอยู่  ไหน  มาหอมแก้มหน่อย   อุตส่าห์จะพาไปซื้อ” มันไม่พูดอย่างเดียว  แต่ยืดหน้ามาหา  ให้ผมต้องปัดป้อง  เอ่อ…คำนี้แต๋วๆนะว่ามั้ย  ผมหมายถึง  อ่า…หมายถึง  ผมปัดหน้ามัน  ดันตัวมัน  ขยับตัวเองหนี  ทำทุกวิธีที่มันจะกลับไปนั่งหลังพวงมาลัยเหมือนเดิม  และเพื่อป้องกันตัวเองน่ะครับ<br /><br /><br />  แต่…  มันช่าง…<br /><br /><br />“เฮ้ย! อย่าดิ”  ผมพยายามบอกมัน  เพราะไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม  ไอ้บ้านี่ก็ยังยืดหน้าเข้ามาหาไม่หยุด  มันไม่ได้ซ้าย  มันก็จะเอาขวา  ต่อให้ผมมีสิบมือ  ผมว่าผมก็ปกป้องตัวเองไม่ได้แน่เลย  หัวถั่วน้อยๆอย่างผมเนี่ย  น่าสงสารจริงๆ  มีพ่อทะลึ่งแบบนี้<br /><br /><br />“แค่นี้ต้องหวงด้วย”  มันหยุดแล้ว  แถมยังถามยิ้มๆ  ให้ผมหันไปถลึงตาใส่  หมั่นไส้เว้ย! ทำมาเป็นยิ้มหล่อ  มึงจะหล่อไปไหนไอ้คุณพ่อ  เห็นใจลูกอย่างกูมั่ง  ตั้งแต่เรียนมหา’ลัย  ยันจบมาทำงาน ก็ต้องอยู่กับคนหล่อๆอย่างมึงมาหกเจ็ดปีเนี่ย  เครียดเป็นนะโว๊ย! มองไปหล่อ มองไปหล่อ  หัวใจไม่ได้พักผ่อนเลย!!<br /><br /><br /><br />จะด้วยความหมั่นไส้ในความหล่อเทพ  หรือรอยยิ้มกวนส้นนี่ก็ไม่รู้  ผมเลยตบมือลงกับหน้ามันเบาๆ  ให้หันไปมองถนน  ก็ว่าตบเบาหรอกนะ  ทำไมได้ยินเสียงดัง ‘เพี๊ยะ!’ เลยวะ<br /><br /><br />“โอ้ย!”<br /><br /><br />“อ๊ะ…เจ็บเปล่าอ่ะ” ผมรีบลูบหน้า  ตรงใกล้แก้มเป็นรอยแดงๆเล็กน้อย  เป็นพยานว่าผมมือหนักจริง  ไอ้บ้าจินได้ทีคว้ามือผมไปกุมเฉยเลย  แล้วหันมาถาม<br /><br /><br />“มือเล็กแค่นี้ทำไมตบเจ็บ”  <br /><br /><br />“จะได้ไม่กล้าหือไง  คราวหน้าพามาซื้อการ์ตูนไม่ทันอีกล่ะก็  โดนแน่”  ผมขู่ไว้ก่อน  ไอ้ยู…ก็ว่าจะไม่เอ่ยชื่อนี้อีกรอบหรอกนะ  แต่พอดีมันเป็นตัวละครที่เด่นมากในโลกของผม  เลยต้องเอื้อนเอ่ยแม้จะกระดากปากเล็กน้อย  ไอ้ยูน่ะครับ  มันเคยบอกว่า  ผมต้องรู้จักคุมพ่อให้อยู่หมัด  ไม่อย่างงั้น  อีกหน่อยจะเอาไม่อยู่  มันว่าผมแก่ตัวไปจะยิ่งกลายเป็นหัวถั่วเน่า  ตอนนั้นไม่มีอะไรดีแล้ว  พ่อผมก็จะหันไปหาเด็กเอ๊าะๆแทน …เรื่องพูดจาให้กำลังใจคน  ไอ้ยูมันเก๊ง เก่ง! เก่งจริงๆ!!!<br /><br /><br />“ดีเลย  อยากเล่นแบบ  ‘ตบจูบ’ ดูสักทีเหมือนกัน…งั้น…ลองเลยดีกว่า!”<br /><br /><br />“เฮ้ยยยยย!! อย่านะเว้ย!! ปล่อยกูดิ! อ้าก!” ไอ้จินปลดเข็มขัดนิรภัย  แล้วจู่โจมมาที่ผมทั้งตัว  ผมรู้ว่ามันแค่แกล้ง  แต่แกล้งของมันเนี่ย  พอๆกับทำจริงครับ! <br /><br /><br />มึงจะเอาอะไรจากหน้ากู! ห๊า! ไซ้อยู่นั่นแหละ!! เฮ้ย!! อย่ามาหอมแก้ม!!<br /><br /><br />“ขี้เหนียวจริงๆ  คาซึยะ”  มันหัวเราะเสียงทุ้ม  หลังจากหอมแก้มผมไปสองข้าง ดังสองฟอดเลยทีเดียว  ก่อนจะกลับไปนั่งเรียบร้อยที่เบาะมัน  ในขณะที่ผมจับสองแก้มตัวเอง ไม่เปิดช่องว่างให้มันได้ทำอะไรตามใจตัวเองอีกแล้ว<br /><br /><br />…ในรถก็ยังไม่เว้น! ไอ้พ่อบ้านี่มันหลับหูหลับตาตั้งใจหื่นจริงๆ!!…<br /><br /><br />ผมแยกเขี้ยวใส่มัน  ก่อนจะหันกลับไปมองที่ถนนตามเดิม  ทว่า…ภาพตรงหน้าทำให้ต้องหันมามองไอ้คนที่นั่งข้างกาย  แล้วกระตุกแขนเสื้อมัน<br /><br /><br />“จิน!  ทำไมรถข้างหน้าสั่นอ่ะ” รถคันที่ติดแหงกอยู่กับไฟแดงข้างหน้าคันของพวกผมสั่นแรงมากครับ  มันโคลงไปมา  เหมือนถูกเขย่า  จินหันไปมอง  มันนิ่งไปพัก  ก่อนจะหันกลับมายิ้มกว้างให้ผม<br /><br /><br />“สงสัยงานนี้จะมีคนแอบดูเราสองคน”<br /><br /><br />“ห๊ะ! แอบดู!” ผมร้องลั่น  หันกลับไปจ้องรถคันหน้า  เห็นว่าเลิกสั่นแล้ว  และคนที่นั่งตำแหน่งคนขับก็กำลังปรับกระจกส่องหลังเอาเป็นเอาตายเหมือนไม่ได้มุมเสียที  จนคนที่นั่งข้างๆเอามือมาดึงมือที่กำลังปรับกระจกให้ลดลง  ก่อนที่คนในรถจะทำตัวเรียบร้อย  ไม่มีอะไรใดๆเกิดขึ้นอีก  <br /><br />“โชว์อีกสักทีดีมั้ย  คาซึยะ”  <br /><br /><br /><br />“ไอ้! บ้าเปล่าวะ! รู้ว่าเขาแอบดูแล้วจะโชว์ทำไมเล่า!!”  จินมันหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะตอบ<br /><br /><br />“นึกว่าอยากสนอง  ‘นี้ด’  คันหน้า” เห็นหน้ายิ้มๆของไอ้พ่อหื่นแล้ว  หัวถั่วอย่างผมก็ฉลาดขึ้นมาทันควันว่าพ่อสุดที่รักอยากโชว์เต็มที่  ไอ้บ้านี่ไม่รู้อะไรนักหนา  ชอบแนะนำว่าผมเป็นแฟนมัน  คนรอบข้างเลยรู้กันไปหมดว่าผมอยู่ในสถานะแบบไหน  ถึงมึงไม่อาย  แต่กูเขิน  เข้าใจมั้ย  ห๊า!!<br /><br /><br />แต่มันก็ยังไม่ทันได้โชว์ครับ  เพราะรถเริ่มเคลื่อนตัวเสียก่อน  ผมเลยได้แต่อมยิ้มกับความปลอดภัยของตัวเอง  อย่างงี้เห็นทีต้องรักไฟเขียวให้มากๆซะแล้ว  เพราะนอกจากจะทำให้ผมได้ไปซื้อการ์ตูนกับโมเดลเคโรโระเร็วขึ้น  แล้วยังทำให้ผมรอดพ้นจากภาวะหื่นแตกของไอ้จินอีกด้วย<br /><br /><br />แต่…ดูเหมือนจะปลอดภัยไม่นาน  เพราะไอ้บางคนมันคงหมั่นไส้หน้าอมยิ้มของผม  มันเลยบอกเรียบๆ  แต่เสียงดังฟังชัดทะลุหูชั้นในเข้าไปในโสตประสาท  แปลความได้ว่า<br /><br /><br />“สบายใจไปเถอะคาซึยะ  ไม่ได้สนองนี้ดคันหน้า  เดี๋ยวกลับบ้านจะได้สนองนี้ดฉันแทน”<br /><br /><br /><br />ล…ล้อกูเล่นใช่เปล่า?<br /><br /><br /><br />‘นี้ด’ มึง  น่ากลัวกว่า  ‘นี้ด’ รถคันหน้าเมื่อกี้อีกนะ  กูมั่นใจ T_______T<br /><br /><br />ป.ล.  อย่าสนองนี้ดกับกูบ่อยนักเลย  ปล่อยๆกูไปบ้างก็ได้!! กูอยากกลับบ้านไปอ่านการ์ตูน  หรือไม่ก็ต่อโมเดลลลลล!!!!!<br /><br /><br />……………….<br /><br /><br />“ทำไมมันไม่รับสายกู!!!! ไอ้พ่อลูกคู่นี้!!! พวกมึงทำอะไรกัน ห๊า!!!! ไอ้คาเมะ!! มึงรับสายกูเดี๋ยวนี้!!!!!!” <br /><br /><br />ในขณะที่คาเมะกำลังหวาดหวั่นกับการสนองนี้ดพ่อตัวเอง  มุมหนึ่งของเมืองหลวง  ในร้านกาแฟเล็กๆริมถนน  มีชายหนุ่มผู้กำลังคลุ้มคลั่งกับโทรศัพท์มือถือตัวเองที่กดเบอร์เพื่อนรักสองหน่อเท่าไร  ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับสักที  ในขณะที่คนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม  ทำเพียงเหลือบตามองเล็กน้อย  ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อ  พร้อมกับคำพูดเรียบๆ  สั้นๆ  แต่ได้ใจความ<br /><br /><br />“แล้วมึงเสือกอะไรเรื่องของเขาล่ะ”  เจ็บ  จบ  และปิดประเด็น<br /><br /><br /><br />นิชิคิโดะ  เรียว  ยังคงชนะเลิศในโลกหล้าเช่นเคย  บางที  คาเมนาชิ  คาซึยะ ควรหาโอกาสมาฝึกฝนการใช้คำพูดปิดประเด็นแบบนี้บ้าง  เผื่อจะทำให้อยู่รอดปลอดภัยจาก  ‘นี้ด’ ของพ่อตัวเอง<br /><br /><br />แต่นั่นก็ต่อเมื่อ  อาคานิชิ  จิน  ยอมให้มาเรียนหรอกนะ <br /><br /><br />FIN<br />…………………<br /><br /><span style="color:#660099">ตามสถานการณ์นี้เด๊ะ! ฮาฮา <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/257.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> เจอรถคู่เกย์คู่หนึ่ง  น่ารักมาก  มีง้อ  มีงอน  มียื่นหน้าจะหอมแก้ม มีตบมีชก<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/281.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  เรากับเพื่อนอีกสามนั่งส่องกันวุ่นวายไปหมด  จนคนบนรถเมล์มองลงมา <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/317.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ทำนองว่ารถคันนี้เป็นอะไรกัน  วี้ดว้ายอยู่นั่น  ฮาฮา  ตอนแรกว่าจะตามแล้ว อุตส่าห์  หลบให้ขึ้นนำท่าทางจะเลี้ยวไปสยาม  เพื่อนอีกสองบอกให้ใจเย็นๆ  แต่อีกหนึ่งบอก ตามเลย!! สุดท้ายไม่ได้ตาม มอ’ไซค์ดันมาขวาง<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/451.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> เลี้ยวไม่ได้ T.T<br /><br />ที่สำคัญคือ  ควีน  น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/266.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> ขาว ตัวเล็ก  แล้วก็งอนอยู่ด้วย  อย่างกะหลุดออกมาจากฟิค!!  อยากได้ควีนแบบนี้มาเลี้ยงดูจริงๆ  น่ารักไปไหนเนี่ย  พูดแล้วยังเคลิ้มอยู่เลยค่ะ ฮาฮา<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/454.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />สัตยาฯมาช้าหน่อยนะคะ  ยังไม่ได้พิมพ์เลยอ่ะ T.T แต่คงลงได้วันอาทิตย์ดึกๆ <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/261.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ไปนอนแล้ว  ง่วงมากมาย ช่วงนี้เปื่อยๆ  รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/448.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ขอบคุณสำหรับการอ่าน การเม้นท์เช่นเคยค่ะ ^^</span><br /><br />ป.ล. ครบรอบ 1 ปี ฟิคพ่อลูก เซอร์ไพรส์มั้ยคะ  ฮาฮา ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)</dc:subject>
<dc:date>2009-11-13T01:16:00+09:00</dc:date>
<dc:creator>Dezair</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-93.html">
<link>http://dezair.blog124.fc2.com/blog-entry-93.html</link>
<title>FIC : ณ สัตยาแห่งรัก บทที่ 10</title>
<description> FIC : ณ สัตยาแห่งรักAKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYABy : Dezair……………………..บทที่  10  ดอกไม้บานสะพรั่ง  และสายลมอบอุ่นพัดผ่านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  หอบไอดินกลิ่นหญ้าเข้ามาภายในห้องพักผ่อนของบุตรชายคนโตของตระกูลอาคานิชิ  ที่มีเพียงภรรยาของ  อาคานิชิ  จิน  นั่งอ่านหนังสือเพียงลำพังเท่านั้นเองมือเล็กวางหนังสือภาษาตะวันตกลงข้างกาย  ก่อนจะทอดสายตาออกไปนอกห้องอย่างเลื่อนลอยด้วยความเบื่อหน่าย  มืออีกข้างวางลงบน
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ FIC : ณ สัตยาแห่งรัก<br />AKANISHI JIN X KAMENASHI KAZUYA<br />By : Dezair<br />……………………..<br />บทที่  10  <br /><br /><br />ดอกไม้บานสะพรั่ง  และสายลมอบอุ่นพัดผ่านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  หอบไอดินกลิ่นหญ้าเข้ามาภายในห้องพักผ่อนของบุตรชายคนโตของตระกูลอาคานิชิ  ที่มีเพียงภรรยาของ  อาคานิชิ  จิน  นั่งอ่านหนังสือเพียงลำพังเท่านั้นเอง<br /><br /><br />มือเล็กวางหนังสือภาษาตะวันตกลงข้างกาย  ก่อนจะทอดสายตาออกไปนอกห้องอย่างเลื่อนลอยด้วยความเบื่อหน่าย  มืออีกข้างวางลงบนหน้าท้องที่ยังไม่มีส่วนใดขยับขยาย  เพราะเพิ่งอายุได้เดือนกว่าเท่านั้นเอง  ทว่า…นับตั้งแต่วันที่แพทย์หลวงตรวจพบชีวิตที่อุบัติขึ้นนี้  กลับทำให้คาซึยะได้รับคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามแม้กระทั่งไปทำงานที่กรมกลาโหม  คนห้ามจะมีใครเสียอีก  ก็องครักษ์ที่กำลังจะขอปลดราชการอย่างอาคานิชิ  จิน<br /><br /><br /><br />แย่จริงเชียว…คนท้องต้องอุดอู้อยู่แต่ในเรือนเช่นนี้หรือ?  อย่างนี้ก็น่าเบื่อแย่  สู้อุตส่าห์อ้อนวอนของานกลับมาทำที่เรือน  แต่เจ้าพี่ก็ยังพระทัยแข็งนัก! ที่สำคัญ  คือ  อาคานิชิ  จิน ไม่คิดจะช่วยกันเลยสักนิด  ยืนเงียบให้เจ้าพี่ทรงตัดสินตามที่โปรดอยู่นั่น  สุดท้าย  คาซึยะเลยมีช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่อหน่ายในแต่ละวัน  ได้แต่นั่งรอคอยจากเช้าเป็นสาย  จากบ่ายเป็นค่ำอยู่เท่านั้นเอง  จากคนที่เคยมีกิจทำทุกเมื่อเชื่อวัน  กลายเป็นใช้ชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์เช่นนี้  เห็นที…จะชักน่าหงุดหงิดเสียแล้ว<br /><br /><br />“คิดเรื่องใดอยู่”  เสียงทุ้มดังใกล้  ให้คนที่กำลังล่องลอยไปกับความคิด  ต้องหันมอง  ก่อนจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง  เมื่อพบว่าคนถามไม่ใช่ใครที่ไหน  แต่เป็นสามีใจร้าย  ที่กักขังเขาไว้ในเรือนไม่ยอมให้เห็นเดือนเห็นตะวัน<br /><br /><br />“อ่านเล่มนี้อีกแล้วหรือ”  หนังสือแบบตะวันตก  ที่อาคานิชิ  จิน อ่านไม่ออกแม้กระทั่งหน้าปกถูกหยิบขึ้นมาโดยมือใหญ่  ให้คาซึยะเหลือบมองเล็กน้อย  ก่อนบอกเสียงแข็ง<br /><br /><br />“ก็ไม่มีให้อ่านแล้ว”  ทุกเล่มที่คาซึยะมี  ถูกรื้อออกมาอ่านซ้ำจนแทบจะจำได้ทุกบรรทัดเสียกระมัง<br /><br /><br /><br />“ไปซื้อเล่มใหม่ไหม”  <br /><br /><br /><br />“ที่ไหน” ร่างโปร่งหันมองทันที  ให้อีกฝ่ายยิ้มบาง<br /><br /><br /><br />“ในเมือง… เห็นว่า  เมื่อวานเพิ่งมีเรือสินค้าจากตะวันตกเข้ามา วันนี้ที่ตลาดท่าเรือคงคึกคัก  อยากไปไหม”  แล้วจะมีคำตอบอื่นใดจากคนอยากเที่ยวกัน  นอกจากการลืมเลือนเรื่องโกรธเคืองไปเสียสิ้น  ก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นยืน  อย่างที่ชวนให้ร่างสูงรีบลุกตาม  ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะหกล้มเพราะความคล่องแคล่วนั่นเป็นเหตุ<br /><br /><br />………………………<br /><br />นานแล้วที่คนทั้งคู่ไม่ได้ออกมาเที่ยวในเมืองด้วยกัน  ในยามเด็กนั้น  ก็มีบางหรอก  ที่จะไปไหนกันเพียงลำพัง  เพราะองค์ชายรัชทายาททรงโปรดทำอะไรที่ค่อนข้างสันโดษอยู่เรื่อย  ประเดี๋ยวก็หายไปทางนั้น  หายไปทางนี้  สุดท้ายก็เหลือเพียงน้องน้อยและผู้ติดตามของพระองค์เท่านั้น  <br /><br /><br />ทว่า…ครั้งนี้  คาซึยะไม่ได้มากับ อาคานิชิ  จิน ในฐานะขนิษฐาขององค์ชายฮิเดอากิ  ในขณะเดียวกัน  อาคานิชิ  จิน ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ติดตามขององค์ชาย  หากแต่คนทั้งคู่มาพร้อมกับสถานะ สามีภรรยาถูกต้องตามประเพณีและตามกฎบ้านกฎเมืองแห่งทาคิซาวะ<br /><br /><br />ท่าเรือทาคิซาวะวันนี้  เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกชาวตะวันตกที่มาพร้อมกับเรือสินค้าจำนวนมาก  หลังจากผู้นำของสองอาณาจักรส่งสาสน์หารือเรื่องการค้าอยู่พักใหญ่  จนได้บทสรุปที่การร่วมมือกันแลกเปลี่ยนระหว่างต่างแดน โดยอาศัยเส้นทางของมหาสมุทรที่เชื่อมโยงกัน<br /><br /><br />“จิน… มีหนังสือเยอะเลย” ร่างโปร่งหันมายิ้มกว้างให้คนข้างกาย  หลังจากเตร่ดูที่แผงบนท่าเรือแผงหนึ่ง  ซึ่งเน้นสินค้าอันได้แก่หนังสือของตะวันตก  ที่มีผู้คนสนใจมากเป็นพิเศษ  ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกคหบดี  หรือขุนนาง และผู้มีการศึกษาที่สนใจศาสตร์และภาษาตะวันตก  และหนึ่งในนั้น  ก็คือคนที่เติบโตในแดนไกล  และถนัดภาษาเหล่านี้นักอย่าง  คาซึยะ<br /><br /><br /><br />“เล่มที่เจ้าถือ  เกี่ยวกับอะไร”<br /><br /><br />“ดาราศาสตร์แบบตะวันตก  ข้าเคยลงเรียนวิชาแบบนี้สมัยเรียนด้วย รู้ไหม ข้าได้ที่หนึ่งเชียว ท่านอยากได้บ้างไหม  อยากอ่านอะไร  ข้าจะช่วยเลือก แล้วเดี๋ยวจะกลับไปอ่านให้ฟังที่เรือน เล่มนี้ล่ะ…เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้  ส่วนเล่มนี้เกี่ยวกับการแพทย์  ท่านอยากได้เล่มใด” จินมองคนที่กระตือรือร้นหยิบเล่มนั้น  ชี้ชวนให้ดูเล่มนี้แล้วนึกเอ็นดูสีหน้าสดใสของคนข้างกาย  ก่อนที่เขาจะเสสายตาลงมายังแผงหนังสือ  และเล่มหนึ่งในจำนวนหลายเล่มดึงดูดสายตาเอาไว้ จนต้องหยิบขึ้นมาส่งให้ร่างโปร่งดู<br /><br /><br />“แล้วเล่มนี้เล่า?” ภาพลายเส้นชายหญิงที่กอดเกยกันและกันเอาไว้  พร้อมกับชื่อหนังสือที่โปรยบนหน้าปกนั้น  ชวนให้คาซึยะถึงกับตกตะลึงก่อนจะผลักหนังสือทั้งหมดใส่มือคนถาม  แล้วหุนหันจากมาทันที  ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆดังตามหลัง  ให้ต้องเร่งฝีเท้ามากยิ่งขึ้น  แต่มันแย่ตรงที่ไม่มีทางพ้นไปจากคนร่างสูงนั้นได้เลย  สุดท้ายแขนเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้ ให้ร่างโปร่งหันกลับไปมองใบหน้าหล่อคมที่ประดับรอยยิ้มบาง  ทว่าขวางหูขวางตาเหลือเกิน<br /><br /><br />“ทำไมต้องเดินหนีด้วย”<br /><br /><br />“ก็หนังสือเล่มนั้น… ไม่พูดแล้ว!!” ได้แต่ขบริมฝีปากบางด้วยความเจ็บใจ  ก่อนจะร่วมใช้ชีวิตคู่  ไม่เห็นรู้มาก่อนว่าชายผู้นี้มักมากเพียงใด  คิดดูแล้วกัน  ถึงขนาดเขากำลังท้อง  ซ้ำยังมีร่างกายเฉกเช่นสตรี  ทั้งยังอยู่นอกเรือน  แต่ก็ยัง…ยังคิดถึงแต่เรื่อง…<br /><br /><br />“บอกข้าหน่อยไม่ได้หรือ หนังสือเล่มนั้นทำไม”  ดวงตาเรียวตวัดกลับมาจ้องหน้าเขา  พร้อมประกายวูบไหว  <br /><br /><br />“ท่านมันลามก” <br /><br /><br />“เล่มนั้นคือหนังสือลามกอย่างนั้นหรือ” ก็…ไม่เชิง  หากแต่…แต่อย่างไร  คาซึยะก็ว่ามันน่าอายอยู่ดี  หากจะพูดไป  แค่ปกหน้าก็บอกให้รู้แล้วว่าไม่ควรแม้แต่จะหยิบ ยิ่งอ่านชื่อเรื่องก็ยิ่งชวนให้ต้องห่างไกล  ‘พิชิตความรักจากคู่ชีวิต ด้วยร้อยตำรับท่ารัก’ หึ! หนังสือต้องห้ามจริงๆเชียว!!<br /><br /><br />“ข้าจะกลับแล้ว!” <br /><br /><br />“แต่เจ้าจะซื้อหนังสือไม่ใช่หรือ  กลับไปซื้อหนังสือก่อน  แล้วค่อยกลับเถอะ” เมื่อคนร่างเล็กกว่ากำลัง ‘งอแง’ ก็ต้องเป็นฝ่ายจินเสียเอง  ที่ต้องง้องอน  เมื่อใบหน้าหวานยังบูดบึ้ง  ไม่สบอารมณ์  ก็ต้องเป็นเขาที่ต้องยอมลงให้<br /><br /><br />คาซึยะมองคนที่ยังยิ้มบางอ่อนโยน  แล้วได้แต่นึกเข่นเขี้ยวเหลือเกิน  ที่ไม่ว่าอย่างไร  เขาก็ยังถูกดักทางได้เสียหมด  ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะอารมณ์เช่นใด ชายผู้นี้  ก็ยังรู้วิธีในการรับมืออยู่เสมอ<br /><br /><br />“คาซึยะ”  เสียงเรียกสำเนียงเพี้ยนพิกลดังมาจากด้านหลัง  ชวนให้ทั้งเจ้าของชื่อและอาคานิชิ จิน ต้องหันมองตาม  ก่อนจะพบว่า เจ้าของสำเนียงแปลกประหลาดคือชายชาวตะวันตกร่างกายสูงใหญ่ ผู้มีเส้นผมสีทองอร่ามที่ขยับยิ้มกว้างยิ่งขึ้น  เมื่อเห็นว่าไม่ได้ทักคนผิด<br /><br /><br />/เจ้าจริงๆด้วย  คาซึยะ!! ข้านึกว่ามาที่นี่  จะไม่ได้เจอเจ้าเสียแล้ว!/ ชายชาวตะวันตกวิ่งเข้ามาทักทายเป็นภาษาที่มีเพียงคาซึยะเท่านั้นที่เข้าใจดี  ในขณะที่ จิน ยังยืนนิ่ง  และสำรวจทีท่าของคนที่ไม่เพียงแค่ทักทายด้วยคำพูดเท่านั้น  แต่ยังคว้ามือเล็กๆของร่างโปร่งไปกอบกุมเอาไว้<br /><br /><br />/เฮนรี! ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร/ คาซึยะเองก็ดีใจไม่แพ้กัน  ใบหน้าหวานส่งยิ้มกลับไป  ก่อนพูดคุยถามไถ่เพื่อนรักที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในโรงเรียนประจำ  ที่ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นชาย  หากแต่มีอุปนิสัยใจคอคล้ายคลึง  จนคบหากันได้  แม้แรกๆความสนิทสนมจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาสองคนเป็นคนรักกัน  แต่ทั้งอย่างนั้น คาซึยะก็ไม่ได้ใส่ใจนักหรอก  อีกทั้งตัวของเฮนรีเอง  ก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน<br /><br /><br />อาคานิชิ  จิน ได้แต่มองภาพเบื้องหน้า  ด้วยความรู้สึกกดดันลึกๆในใจ  แม้จะรู้ดีว่าระหว่างเขาและคาซึยะมีช่วงเวลาที่เหลื่อมล้ำกัน  และไม่อาจะรู้ทุกรายละเอียดของชีวิตในช่วงที่คาซึยะไปร่ำเรียนในต่างแดน  ทว่า…ถึงอย่างนั้น  จินก็อดไม่ได้  ที่จะรู้สึกเหมือนเขาเป็นส่วนเกินในสถานการณ์เช่นนี้<br /><br /><br />“จิน  นี่เพื่อนสนิทของข้า  ชื่อเฮนรี”  คาซึยะหันมาบอกกล่าว  ก่อนจะหันกลับไปพูดคุยกับเฮนรี  ซึ่งดูท่าแล้ว  คล้ายจะแนะนำเขาให้อีกฝ่ายรู้จัก  แต่ทั้งอย่างนั้น  องครักษ์หนุ่มกลับฟังไม่รู้เรื่องสักนิด  ว่าคาซึยะแนะนำอย่างไร  เขาได้แต่มองคนรักพูดคุยอยู่พักหนึ่ง  ก่อนที่ร่างโปร่งบางจะหันกลับมาบอกเขาพร้อมรอยยิ้ม<br /><br /><br />“จิน  ท่านกลับไปก่อนไหม  ข้าจะพาเฮนรีไปส่งที่พัก  จะได้รู้ทาง  พรุ่งนี้ข้าจะรับเขาแต่เช้า  จะพาชมเมือง”<br /><br /><br />แค่เพียงประโยคเดียว  แต่ทำไมร่างสูงถึงรู้สึกเหมือนว่าคาซึยะกำลังห่างไกลออกไปจากที่เคย<br /><br />……………………..<br /><br />วันนี้ห้องทรงงานขององค์ชายรัชทายาทเงียบเฉียบกว่าปกติ  แม้นากามารุ  ยูอิจิเองก็ไม่กล้าเล่นลิ้น พลิกแพลงคำพูดชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้าเช่นเคย  อาจจะเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่พวยพุ่งออกมาจากกายของอาคานิชิ  จิน ที่กำลังนั่งทำงานอยู่ฝั่งตรงข้ามกระมัง  เลยทำให้เขาไม่กล้านัก<br /><br /><br /><br />“องค์ชาย  ไม่รู้วันนี้องครักษ์รายนั้นเป็นอะไรนะพระเจ้าค่ะ หน้าหงิกแต่เช้าเชียว”  องค์ชายฮิเดอากิเหลือบเนตรมองนากามารุ  ยูอิจิที่ถวายการรับใช้อยู่ข้างโต๊ะทรงงาน  ก่อนที่จะเสเนตรไปยังองครักษ์อีกคนที่นั่งทำงานเงียบๆอยู่ที่โต๊ะ  ทว่า…เป็นการทำงานเงียบๆที่น่าหวั่นนัก  ไม่รู้ว่าหวั่นอะไรหรอก แต่หน้าตายุ่งๆขององครักษ์อาคานิชิวันนี้  ชวนให้ไม่น่าเข้าใกล้แม้แต่น้อย<br /><br /><br />“เจ้าลองชวนคุยดูสิ”  เพียงเท่านั้น ยูอิจิก็ถึงกับทำตาโต<br /><br /><br />“กระหม่อมกลัวตายนะพระเจ้าค่ะ!”<br /><br /><br />“แล้วไม่อยากรู้หรือ?” เพียงเท่านั้น คนกลัวตายก็ถึงกับคิดหนัก  ยูอิจิถอนหายใจเบาๆ  ก่อนจะหันมาทำหน้าขึงขัง<br /><br /><br />“หากความสามารถของกระหม่อม  สามารถทำให้ชายผู้นั้นคายความลับในใจออกมาได้ กระหม่อมก็ยินดีพระเจ้าค่ะ  นี่กระหม่อมทำเพื่อพระองค์…” ไม่ทันจะพูดได้จนจบประโยค  องค์ชายรัชทายาทก็โบกพระหัตถ์ให้องครักษ์ปากมากรีบไปจัดการเสีย <br /><br /><br />ยูอิจิหมุนกายเดินไปยังโต๊ะทำงานของเพื่อนรัก  ให้คนที่กำลังมุ่งมั่นอยู่กับเอกสารต้องเงยหน้ามอง<br /><br /><br />“เย็นนี้ องค์ชายทรงตั้งพระทัยจะเสด็จไปที่เรือนเจ้า  ใช่ไหมพระเจ้าค่ะ” ว่าแล้วก็หันไปถามความเห็นจากองค์ชายหนุ่มที่ยังไม่ทันตั้งสติทั้งมวล<br /><br /><br />“ทั้งข้า  ทั้งพระองค์ คิดถึงแม่หญิงคาซึยะ  ไม่มีนางมาทำงานแล้วห้องนี้แห้งแล้งนัก  เจ้าอนุญาตหรือไม่”  ยูอิจิไม่ปล่อยให้ใครมีโอกาสขัดขวางใดๆ  เขาก็พูดต่อ  จินนิ่งไป  ก่อนจะลุกขึ้นถวายรายงานองค์ชาย<br /><br /><br />“เกรงจะไม่ได้พระเจ้าค่ะ  คาซึยะไม่อยู่ที่เรือนวันนี้”<br /><br /><br />“แล้วคาซึยะไปไหน?” องค์ชายรัชทายาทตรัสถามทันที  ให้องครักษ์หนุ่มต้องสูดลมหายใจระงับความเสียดแปลบในอก<br /><br /><br />“นางออกไปกับเพื่อนชาวต่างแดนพระเจ้าค่ะ”<br /><br /><br />“ว่าอย่างไรนะ!!!”<br /><br /><br />“นางไปเที่ยวกับเพื่อนชายชาวต่างแดนพระเจ้าค่ะ”  ยิ่งย้ำ  ก็ยิ่งช้ำในอก  ยามคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานในห้องพักผ่อนของเรือนอาคานิชิ<br /><br /><br />‘ทำไมข้าถึงไปไม่ได้  เฮนรีเป็นเพื่อนข้า  เขามาจากแดนไกล  จะให้ข้าดูดายไม่ต้อนรับอย่างนั้นหรือ’ ร่างโปร่งร้องถามด้วยความไม่เข้าใจ  หลังจากกลับจากการพาเพื่อนชายชาวตะวันตกเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว  และกลับเรือนมาพร้อมกับคนที่ยืนกรานจะขอติดตามไปทุกที่<br /><br /> <br />‘มันไม่ควร’ ไม่ควรเพราะคาซึยะออกเรือนแล้ว  ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นชาย  รู้ถึงไหน ใครก็มองไม่ดีทั้งนั้น<br /><br />‘ไม่ควรอย่างไร! แค่พาเพื่อนเที่ยวชมเมืองนี่น่ะหรือ ไม่ควร’ <br /><br />‘ไม่ว่าอย่างไร  ข้าก็ไม่ให้ไป  พรุ่งนี้อยู่แต่ในเรือน  แล้วส่งจดหมายฝากเด็กรับใช้ไปบอก  ว่าคงพาเที่ยวไม่ได้แล้ว’ จินยังนิ่ง  ในขณะที่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับรุ่มร้อนเป็นไฟด้วยความไม่เข้าใจในเหตุผลที่ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า  ไม่ควร<br /><br /><br />ไม่ควรอย่างนั้นหรือ?  สิ่งใดที่ไม่ควร  คาซึยะไม่ได้ทำอะไรเสียหาย  ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับชายอื่นค่ำๆมืดๆ ไม่ได้ไปในที่รโหฐาน  แค่พาเพื่อนเที่ยวเมืองเท่านั้นเอง  แล้วอย่างนี้จะเสียหายได้อย่างไรกัน!!<br /><br /><br />‘ข้าจะไป!’ ในเมื่อไม่มีเหตุผลเพียงพอ  ร่างโปร่งก็ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำตามคำสั่งของคนอื่น  แม้คนอื่นคนนั้นจะเป็น สามี ก็ตาม  คาซึยะไม่ใช่สตรีเสียหน่อย  แค่มีกายเป็นหญิง  แต่ทั้งนี้ จิตใจและหลายสิ่งหลายอย่าง  ก็บอกให้รู้ว่าทั้งเขาและจินมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน  อย่างน้อยก็ในด้านการตัดสินใจ  <br /><br /><br />‘คาซึยะ  อย่าดื้อได้ไหม’ <br /><br /><br />‘ข้าไม่ได้ดื้อ! แต่ท่านไม่มีเหตุผล! คิดจะห้ามก็ห้ามอย่างนั้นหรือ  เฮนรีเป็นเพื่อนข้า  แล้วมันไม่ควรอย่างไร’<br /><br /><br />‘เขาเป็นชาย’ ร่างโปร่งขบริมฝีปากบาง  จ้องมองคนตรงหน้าก่อนจะถามเสียงพร่า<br /><br /><br />‘อ้อ  ข้าเป็นหญิงสินะ’ ก่อนจะหมุนกายเดินหนีออกจากห้องทันที  ให้ร่างสูงได้แต่มองตามพร้อมกับถอนหายใจยาวอย่างหนักอก<br /><br /><br />ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าเป็นหญิง…แต่เพราะเจ้าเป็นคนที่ข้ารักต่างหาก  ถึงได้กลัวว่าข้าจะเลือนหายไปจากใจเจ้าอีกครั้ง  ดังที่เคยเกิดมาแล้วยามเจ้าไปเรียนในต่างแดน<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br />‘จิน!  คาซึยะส่งจดหมายกลับมา!’ เสียงร้องดังขึ้น  ให้เด็กหนุ่มที่กำลังปลูกต้นไม้ในสวน  หันกลับไปมอง  ก่อนจะค่อมกายทำความเคารพองค์ชายรัชทายาทที่เสด็จมาพร้อมกับใบหน้าประทับรอยแย้มพระโอษฐ์อย่างยินดี  ในหัตถ์มีจดหมายติดมาด้วย  ชวนให้หัวใจที่แห้งแล้ง  ชุ่มชื้นราวกับได้น้ำ<br /><br /><br />‘เรายังไม่ได้เปิดอ่าน  หวังจะมาอ่านพร้อมเจ้า’ มาถึง  ทรงก็ทรุดองค์ลงประทับบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่จินลุกขึ้นถวาย  จากนั้นจึงฉีกซองออกอย่างเร่งด่วน  ด้วยว่าอยากรู้ความเป็นไปของน้องน้อยในต่างแดน<br /><br /><br />เนื้อความในจดหมาย  กล่าวเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ในดินแดนตะวันตก  และภาษาตะวันตกที่คาซึยะบ่นว่ายากนัก  แต่ก็มีเพื่อนคอยช่วยเหลือ  รวมถึงประเพณีแปลกประหลาด  และความคิดความเชื่อของผู้คนที่นี่  อ้อ…รวมไปถึงการแสดงความรักระหว่างชายหญิงของชาวตะวันตกที่โจ่งแจ้ง  และพบเห็นได้ทั่วทุกมุมเมือง  จนเด็กน้อยผู้ไม่ประสีประสาจากตะวันออก  ชักจะคุ้นชินเสียแล้ว  นอกนั้น  ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบขององค์ชายรัชทายาท  ก่อนจะปิดท้ายที่ว่า  หากว่างเมื่อใด  จะส่งจดหมายกลับมาอีก<br /><br /><br />ทว่า…ไม่มีประโยคใดเลยที่กล่าวถึง  ‘จิน’ <br /><br /><br />องค์ชายรัชทายาทโทษองค์เองในใจลึกๆ  ว่าน่าจะอ่านมาเสียแต่แรก ก่อนจะมาหาจิน  ทรงไม่รู้ว่าน้องน้อยจะใจร้ายใจดำถึงเพียงนี้  ที่ไม่มีแม้แต่จะกล่าวถึงอาคานิชิ  จิน สักคำเดียว<br /><br /><br />‘จิน’  ได้แต่ตรัสเรียกชื่อ  ก่อนจะได้เพียงรอยยิ้มบางเบากลับมา<br /><br /><br /><br />‘แค่ได้รู้…ว่าเขาสุขสบายก็ดีแล้วพระเจ้าค่ะ’ ตอบแล้วก็เสสายตาลงมายังกระถางต้นไม้  ที่ตั้งอกตั้งใจรดน้ำพรวนดินทุกวัน  หวังจะให้ออกดอกงดงาม  แล้วจะอบแห้งส่งไปให้ที่ตะวันตก  แต่…คงไม่จำเป็นอีกต่อไป<br /><br /><br /><br />คาซึยะลืมเขาไปแล้ว  พร้อมๆกับการใช้ชีวิตใหม่ที่ต่างแดน  ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ควรรื้อฟื้นสิ่งใด  ให้คาซึยะลำบากใจ  แค่ได้รู้ว่าคาซึยะมีความสุขที่นั่น  ไม่มีใครรังแก  ไม่มีใครกลั่นแกล้ง  มีคนคอยเอาอกเอาใจ  มีคนคอยปลอบประโลม  เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว<br /><br /><br />ถูกลืมก็ช่าง  ไม่มีความสำคัญใดๆก็ช่าง  <br /><br /><br />ต่อให้อาคานิชิ  จินกลายเป็นอากาศธาตุ  ก็ไม่เป็นไร  <br /><br /><br />จันทร์คือจันทร์  ไม่ว่าอย่างไรก็คือจันทร์  จันทร์ที่ส่องลงมาแค่แสง  แต่ไม่อาจแม้แต่จะเอื้อมถึง  แค่แสงจันทร์ที่ชโลมหัวใจ  ก็พอแล้ว  สำหรับอาคานิชิ  จิน ในตอนนั้น<br /><br /><br />ทว่า… ในตอนนี้  ที่เอื้อมจันทร์มาไว้ในอ้อมแขนแล้ว  กลับไม่อยากปล่อยจันทร์ให้ลอยกลับไปดังเดิม  แสงจันทร์หรือ  จะอุ่นสู้จันทร์ทั้งดวง<br /><br /><br />อาคานิชิ  จินในยามนี้กลายเป็นคนโลภอย่างไม่น่าให้อภัยใช่ไหม  คาซึยะ<br /><br />………………..<br /><br />องค์ชายรัชทายาทยังคงพระทัยเย็น  เนื่องด้วยทรงทราบดีว่าเรื่องของคู่ชีวิตนั้นไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามให้มากความ  ดังนั้น  เมื่อรู้ความว่า น้องน้อยทำตัวไม่สมกับสตรีที่ออกเรือนแล้ว  จึงยังอดทนไม่ลุกขึ้นมาสถาปนาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย  <br /><br /><br /><br />ซึ่งนั่นหมายถึง  การที่คาซึยะยังคงไม่มีใครกล้าดุกล้าว่า  ทั้งที่เหยียบเท้าเข้าเรือนก็เย็นย่ำมากแล้ว<br /><br /><br /><br />ร่างโปร่งเหลือบมองซ้ายขวาเมื่อเรือนอาคานิชิเงียบเฉียบ  ไม่พบแม้แต่ท่านผู้หญิงโซระ  หญิงวัยปลายเจ้าของรสมือขนมชั้นยอด  รวมถึงไม่เห็น อาคานิชิ  จิน…<br /><br /><br />…ไม่เห็นเป็นไร  ไม่พบหน้ากันยิ่งดี  เรื่องอะไรมาสั่งว่าห้ามไปไหนมาไหน  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ‘เป็นผู้หญิง’  ไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย  รู้เต็มอกแล้วแท้ๆ<br /><br /><br />คาซึยะไม่เห็นใคร  จึงเดินเลยไปยังห้องครัว  ก่อนจะพบว่าท่านผู้หญิงโซระกำลังวุ่นอยู่กับการสั่งให้คนรับใช้จัดกับข้าวลงในถาดไม้  นางรับรู้ถึงการมาของใครบางคน  จึงได้เงยหน้ามอง  ก่อนจะยิ้มให้กับสะใภ้คนโตของอาคานิชิ<br /><br /><br /><br />“กลับมาแล้วหรือ  ทานอะไรหรือยัง” <br /><br /><br />“ยัง  แล้วท่านแม่โซระยังไม่ได้ทานหรือ” นางเพียงยิ้มบาง<br /><br /><br />“แม่ทานแล้ว  คนที่ไม่ยอมทานคือลูกชายของแม่หรอก  คาซึยะยังไม่ได้ทานน่ะดีแล้ว  จะได้ทานเป็นเพื่อนจิน  ไปที่ห้องเถอะ  ประเดี๋ยวพวกนี้จะยกสำรับไปให้  ไป  ไปกับแม่” แล้วท่านผู้หญิงโซระก็ประคองร่างโปร่งให้เดินออกจากห้องครัว  ก่อนจะออกปากไม่ให้เข้าใกล้ห้องครัวอีก  เพราะกลัวกลิ่นอาหารจะพาลให้แพ้ท้องรุนแรง  ถึงแม้อาการจะไม่เพียบหนักดังครั้งแรก  แต่ทุกครั้งที่เห็นร่างเล็กบางอาเจียนก็ชวนให้นึกสงสารเสียทุกครั้ง<br /><br /><br />คาซึยะไม่มีโอกาสปฏิเสธ  ได้แต่ถูกประคองมาที่ห้องพักผ่อน  และทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง  ดวงตาคมของคนที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆก็เหลือบขึ้นสบ  ชวนให้หัวใจที่ตอกย้ำว่าไม่ผิดมาตั้งแต่ต้นชักจะไขว้เขวเสียแล้ว  ก็ในเมื่อสายตานั้นแสนจะเรียบเฉย  และไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆเลย  ยิ่งทำให้คาซึยะที่ไม่คุ้นเคยกับภาวะไร้อารมณ์ของอาคานิชิ  จิน  ถึงกับนิ่งงัน<br /><br /><br /><br />“เข้ามาสิ  คาซึยะ… จิน  แม่ให้คนยกสำรับกับข้าวมาให้  คาซึยะก็ยังไม่ได้ทานอะไรเช่นกัน”  สิ้นคำท่านผู้หญิงโซระ  นางรับใช้ก็ยกสำรับเข้ามาจัด  ก่อนจะออกไปแต่ไว  เหลือไว้เพียงสามีภรรยาที่ยังง่อนแง่นในเรื่องความเห็นต่าง<br /><br /><br />ทว่า  ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่พูด  คาซึยะก็ไม่พูดก่อนหรอก  เปิดฝาสำรับแล้วคีบข้าวเข้าปาก  จินได้แต่มองคนที่ก้มหน้าทานอาหารอยู่ตรงหน้าแล้วอึดอัดในใจ  อยากถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง  อาการอาเจียนยังมากอยู่ไหม  หรือเบื่ออาหาร  เวียนศีรษะหรือไม่สบายเนื้อตัวอย่างไร<br /><br /><br />แต่…ไปตะลอนมาทั้งวันแบบนั้น  เห็นทีจะสนุกเสียจนลืมทุกเรื่องเสียหมดกระมัง<br /><br /><br />มือเล็กๆยกขึ้นพนมหน้าชามข้าวที่พร่องลงไปเพียงเล็กน้อย  ให้ชายหนุ่มต้องเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม<br /><br /><br />“อิ่มแล้วหรือ” คาซึยะมองคนถาม  บรรยากาศอึดอัดลอยเคว้งให้ยิ่งพูดไม่ออก  ได้แต่รับคำเพียงบางเบา  ก่อนจะลุกไปผลัดผ้าล้างหน้าล้างตาในอ่างมุมห้อง  ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งทานต่อไปเพียงลำพัง  ความเงียบกลับเข้าครอบคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง  คาซึยะไม่ชอบเวลาเช่นนี้เลย  ไม่ชอบที่ต้องไม่พูดไม่จา  ทั้งๆที่วันนี้มีตั้งหลายเรื่องแท้ๆที่อยากบอกอยากเล่า  อยากให้รู้ว่าพาเพื่อนไปเที่ยวมุมใดของเมืองบ้าง  อยากให้รู้ว่ามีสินค้าใดมาขายที่ตลาดบ้าง  อยากให้รู้ว่าวันนี้พบเจอเรื่องแปลกตาอย่างไรมาบ้าง<br /><br /><br />แต่ไม่กล้า… <br /><br /><br />ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย  มันย่ำแย่จนแม้แต่เฮนรียังสังเกตเห็นว่าเขาไม่สบายใจ  ก็จะให้สบายใจได้อย่างไร  ถึงเขาจะมีนิสัยชอบเอาชนะ  แต่การชนะคนที่เรารัก  แล้วเห็นอีกฝ่ายพ่ายแพ้และเจ็บปวด  ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม  มันก็ชวนให้รู้สึกแย่ทั้งสิ้น   <br /><br /><br />“หากหิวก็จิบน้ำขิงแล้วกัน  ข้าให้คนต้มไว้ให้แล้ว” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง  ให้คาซึยะต้องหันมอง  เห็นว่าสำรับกับข้าวถูกเก็บไปหมดแล้ว  และบนพื้นข้างฟูกนอนที่ถูกปูไว้มีถาดวางกากระเบื้องเคลือบและถ้วยเล็กๆเอาไว้<br /><br /><br />คนพูดไม่ได้อยู่รอฟังคำใด  กล่าวเสร็จก็เดินออกจากห้องไป  ทิ้งร่างโปร่งบางไว้เพียงลำพังกับไอร้อนที่ลอยอ้อยอิ่งออกมาจากกาน้ำขิง<br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br />‘จินโกรธเจ้ารู้ไหม  คาซึยะ  เหตุใดไปซนถึงขนาดตัดกล้วยไม้ของจินแบบนั้นกัน’  เด็กน้อยเม้มปากเป็นเส้นตรง  เมื่อหลักฐานอันได้แก่ดอกกล้วยไม้สีสดยังอยู่ในมือ  ทั้งๆที่เมื่อวันก่อนมันยังอยู่กับต้นดิบดีแท้ๆ<br /><br /><br />‘ก็ข้าเห็นว่าสวยดี  แล้วข้าก็ขอท่านป้าโซระแล้ว  ว่าอยากได้ดอกไม้’<br /><br /><br />‘แต่ก็รู้ไม่ใช่หรือ  ว่าจินหวงต้นกล้วยไม้  ทำไมไม่เอาต้นอื่นเล่า’<br /><br /><br />‘ก็ข้าอยากได้กล้วยไม้  จินน่ะงี่เง่า  ข้าขอโทษแล้วแท้ๆ  ยังจะโกรธกันอีก’ องค์ชายรัชทายาทส่ายพักตร์กับความดื้อรั้นของน้อง  <br /><br />‘ไม่ใช่เพราะว่า  จินไม่ยอมเล่นกับน้อง  ทั้งยังเอาเวลาส่วนมากไปลงกับกล้วยไม้หรอกหรือ  น้องก็เลยตัดปัญหาด้วยการทำลายกล้วยไม้เสีย’<br /><br />‘ไม่ใช่เสียหน่อย!’  ทว่า  เนตรคมกลับจับจ้อง  จนเด็กตัวน้อยได้แต่กำกล้วยไม้ในมือแน่น  ก้มหน้าหลบ  ก่อนจะยอมทูลความจริงเสียงเบา<br /><br /><br />‘ก็…เรื่องอะไรจินถึงให้กล้วยไม้สำคัญกว่าข้าล่ะ  ไม่มาเล่นกับข้า  พอข้ามาหา  ก็บอกว่าไม่ว่าง  เอาแต่ดูแลกล้วยไม้อยู่ได้! ข้าเกลียดดอกไม้นี่ที่สุดเลย!’ <br /><br /><br />‘หื้อ…อย่าเกลียดอะไรพร่ำเพรื่อนัก  คาซึยะ  แล้วอีกอย่าง  ถึงจินจะไม่มาเล่นกับน้อง  แต่ในสายตาของจินแล้ว  ไม่มีใครสำคัญกว่าน้องทั้งนั้น    ไปง้อจินหน่อยเถอะ  อย่าโกรธกันเช่นนี้เลย  ขาดชายผู้นั้นไปเสียคน  น้องจะรู้ว่าไม่มีใครในแผ่นดินนี้อีกแล้ว  ที่ตามใจน้องได้เสมอเหมือน อาคานิชิ  จิน ผู้นั้น’<br /><br /><br />…………………….<br /><br />วันนี้ยังคงเป็นอีกวัน  ที่ร่างโปร่งออกจากเรือนอาคานิชิแต่เช้าตรู่เพื่อพาเพื่อนชายชาวต่างแดนเที่ยวในเมืองทาคิซาวะ  ในขณะที่อาคานิชิ  จินยังคงไม่ปริปากพูด  เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครซักถามสิ่งใดเท่านั้น  และวันนี้ก็เป็นอีกวัน  ที่องค์ชายรัชทายาท  รวมถึงองครักษ์นากามารุจะต้องทนอยู่กับรังสีอำมหิตและไม่น่าเข้าใกล้ของชายผู้นี้<br /><br />“วันนี้ดูจะรุนแรงกว่าเมื่อวานนักนะกระหม่อม  หรือความอัดอั้นทับถมทวีคูณกัน”  นั่นคือคำพูดของ นากามารุ  ยูอิจิ ที่ไม่ได้แตกต่างจากที่องค์ชายรัชทายาททรงสังเกตเลยแม้แต่น้อย  วันนี้อาคานิชิ  จิน ก็ยังคงคลั่งไคล้อยู่แต่กับการทำงานจนแม้แต่ข้าวปลาก็คงลืมไปเสียกระมังว่าจะต้องทานเสียบ้าง<br /><br /><br />“วันนี้เราจะบุกเรือนอาคานิชิเอง  หากคาซึยะยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักความ  เราจะสั่งสอนเสีย”  องครักษ์นากามารุได้แต่ทำตาโต  ก่อนจะทูลถามเสียงเบา<br /><br /><br />“งั้นกระหม่อมจะออกไปหาไม้เรียวมาเตรียมไว้ก่อนนะพระเจ้าค่ะ  เผื่อทรงเรียกใช้ยามจำเป็น” ว่าแล้วก็จากไปแต่ว่องไว  เรื่องรักสนุกต้องยกให้กับองครักษ์รายนี้ของพระองค์  หากแต่ถ้าเป็นเรื่องจริงจังกับชีวิตแล้วล่ะก็  ล้วนต้องยกให้คนที่กำลังจะปลดตนเองออกจากตำแหน่งองครักษ์ในไม่ช้าอย่าง  อาคานิชิ  จิน<br /><br /><br />สู้ทิ้งหน้าที่เพื่อการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีเพียงนี้แล้ว  ใยเจ้าจึงไม่เห็นคุณงามความดีของชายผู้นี้แม้สักนิด  คาซึยะ  ทำร้ายจิตใจกันอยู่ร่ำไปแบบนี้  เห็นที…คงต้องมีการว่ากล่าวกันบ้างหรอก  หรือไม่เช่นนั้นแล้ว  ไม้เรียวที่ยูอิจิไปหา  คงได้มีโอกาสใช้…<br /><br /><br /><br />แต่นั่นก็ต่อเมื่อ  อาคานิชิ  จิน  ยอมให้แตะต้องหญิงอันเป็นที่รักหรอก<br /><br />…………………..<br /><br />เพียงเย็นนั้นเอง  องค์ชายรัชทายาทก็เสด็จมาถึงเรือนอาคานิชิ  ตามมาด้วยเจ้าของเรือนอย่าง  อาคานิชิ  จิน  และเพื่อนรักอย่าง  นากามารุ  ยูอิจิ ที่พกพาเอา ‘ไม้เรียว’ มาด้วย  <br /><br /><br />“ตามสบายเถอะ  ท่านผู้หญิงโซระ  เราแค่มารอพบคาซึยะเท่านั้นเอง” ท่านผู้หญิงโซระเป็นผู้ถวายการต้อนรับ  และสีหน้าไม่สู้ดีของนางยามที่องค์ชายหนุ่มตรัสถึงสะใภ้  ก็ชวนให้พระองค์ต้องตรัสเสริมเพิ่มเติม<br /><br /><br />“เราเห็นว่าน้องทำตัวไม่ถูกไม่ควร  ถึงจะร่ำเรียนมาจากแดนไกล  แต่จะปฏิบัติตัวเช่นนั้นยามกลับมาทาคิซาวะก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะ  ท่านผู้หญิงเป็นผู้อาวุโสของเรือน   อย่าเห็นแก่ว่านางเป็นน้องน้อยของเรา  หรือมีตำแหน่งอื่นใด  ขอเพียงคิดว่านางเป็นลูกเป็นหลาน  ตักเตือนนางตามที่ท่านเห็นควร  นี่ท่านผู้หญิงมามิก็ไม่อยู่เมืองหลวง  หากอยู่และรู้เห็นการกระทำของคาซึยะ  ท่านผู้หญิงมามิก็คงไม่นิ่งเฉยเช่นกัน”<br /><br /><br />“หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันไม่เคยมองว่าคาซึยะเป็นอื่น  นางเป็นลูกเป็นหลาน  นับตั้งแต่ยังวิ่งตึงตังที่เรือนนี้  จนบัดนี้ใช้นามสกุลอาคานิชิแล้ว  ก็ยังเป็นคาซึยะเช่นเดิม  เพียงแต่…”<br /><br /><br />“นางหน้าตาน่าเอาใจใช่ไหม  ใครๆก็ไม่กล้าขัดใจกันทั้งนั้นเชียว  นี่ได้ความว่าเรโอะบุตรคนเล็กของท่านก็เฝ้าตามใจนางไม่แพ้ อาคานิชิ  จิน คนพี่”  หากจะว่าตามความจริงแล้ว  คนที่ไม่ตามใจใบหน้ายิ้มแย้มสดใสของคาซึยะนั้น  ดูเหมือนจะหายากนัก  กระทั่งจินที่ใจแข็งแล้ว  แต่ก็แข็งขืนได้เป็นบางเวลาเท่านั้นเอง<br /><br /><br />“ขอพระราชทานอภัยเพคะ”<br /><br /><br />“ช่างเถอะ  เราเองก็ตามใจคาซึยะไม่ต่างจากท่านเช่นกัน  เราขอนั่งรอตรงนี้  ท่านผู้หญิงไม่ต้องดูแลให้มากความ  จะทำอะไรก็ตามแต่เถิด  รอเพียงคาซึยะกลับมา  พูดคุยไม่กี่คำก็จะกลับแล้ว”<br /><br /><br />“เพคะ”  และหลังจากนั้น นานเนิ่นนาน  จนตะวันจวนจะลับขอบฟ้า  เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังเข้ามา  ให้สามบุรุษแห่งกรมกลาโหมต้องหันมอง  พาเอาคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในเรือนถึงกับชะงักกึก  ที่ชวนให้นิ่งยิ่งกว่าใครก็คือ สายตาจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไกลที่สุด  หากแต่สายตานั้นชวนให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่า<br /><br /><br />“เจ้าพี่  เสด็จมาถึงเรือนเชียว  มีอะไรหรือเพคะ”  คาซึยะหันไปทูลถามพระเชษฐาที่นั่งอยู่บนตั่งริมหน้าต่าง<br /><br /><br />“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย  จิน  ยูอิจิ  ออกไปก่อน”<br /><br /><br />“แล้วไม้เรียวล่ะพระเจ้าค่ะ?” คำถามขององครักษ์นากามารุ  ทำเอาองค์ชายหนุ่มต้องเหลือบเนตรดุไปสบ  ให้องครักษ์ที่ไม่ค่อยรู้เวล่ำเวลาในการพูดได้รู้ตัว  <br /><br /><br />“อ่า…ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมจะถือออกไปด้วย  หากทรงเรียกใช้  กระหม่อมจะนำมาถวายทันทีพระเจ้าค่ะ”  ว่าแล้วก็รีบตามเพื่อนรักเจ้าของเรือนออกไป  ทิ้งไว้เพียงคาซึยะกับองค์ชายหนุ่ม  คาซึยะเหลือบมองเล็กน้อย  รู้จากพักตร์เจ้าพี่ว่าทรงมีธุระเร่งด่วนเรื่องใด  จึงต้องเสด็จมาถึงนี่<br /><br /><br />ไปฟ้องอะไรไว้กัน! อาคานิชิ  จิน!!<br /><br /><br />“อย่าคิดหาเรื่องจินเลย  คาซึยะ  เมื่อไรจะเลิกใจร้ายกับชายผู้นั้น  เขารักเจ้ามากเพียงใด ไม่รู้ตัวเลยหรือ”  เพียงสายตาน้องน้อย  เหตุใดเชษฐาอย่างพระองค์จึงไม่ล่วงรู้ความในใจกัน  คาซึยะช่างพาลเพียงใด  ล้วนเป็นผลมาจากการตามเอาอกเอาใจไม่ห่างของคนรอบข้างทั้งสิ้น  ที่ดูจะหนักหนากว่าใครก็คือ ชายที่ชื่อ  อาคานิชิ  จินอย่างไร  <br /><br /><br />ดังนั้นแล้ว  จะได้รับผลกระทบจากนิสัยเช่นนี้  ก็ถือเสียว่า  คู่ควรแล้วกัน<br /><br /><br />“เขาไปฟ้องอะไรเจ้าพี่” ร่างโปร่งถามหน้าเง้างอ  ให้องค์ชายหนุ่มตบหัตถ์ลงกับพื้นที่ว่างข้างกาย  เชื้อชวนให้อีกฝ่ายทรุดตัวลงนั่งเคียงกัน จะได้อบรมเสียให้สิ้นเรื่อง  คาซึยะนั่งลงอย่างว่าง่าย  ทว่าก็ยังบูดบึ้งยามคิดถึงชายผู้นั้น<br /><br /><br />“เขาไม่ได้ฟ้อง เพียงแต่พอพี่ถาม เขาก็บอกว่าน้องไปเที่ยวกับเพื่อนชายจากต่างแดน” ได้ฟังเพียงเท่านั้น คาซึยะก็ย่นจมูก<br /><br /><br />“นี่หรือไม่ฟ้อง”<br /><br /><br />“คาซึยะ…พี่ว่าน้องทำตัวไม่เหมาะหรอกนะ  ที่ไปเที่ยวกับเพื่อนเช่นนั้น  ทั้งๆที่น้องก็แต่งงานออกเรือนแล้ว”<br /><br /><br />“หมายความว่าถ้าน้องยังไม่ออกเรือน  น้องก็จะออกไปเที่ยวกับชายใดก็ได้หรือเพคะ” ร่างโปร่งสวนทันควัน  ชวนให้น่าหนักใจนักกับนิสัยเช่นนี้  องค์ชายหนุ่มถอนปัสสาสะ  ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา <br /><br /><br />“หากน้องยังคิดเช่นนี้  เห็นที  พี่คงต้องกลับไปคิดเสียใหม่  ว่าน้องคู่ควรกับการใช้ชีวิตคู่หรือยัง  ในเมื่อยังคิดถึงแต่คำว่าตัวเอง  คิดแต่ว่าถ้าตนยังไม่แต่งงาน  ก็คงทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้  นั่นหมายความว่า  น้องไม่ได้คิดถึงชายผู้นั้นเลย  คาซึยะ  น้องมองแค่เพียงตัวน้องเท่านั้น  ไม่ได้มองถึงคนที่เขารักน้อง”  คาซึยะนิ่งงัน<br /><br /><br />“พี่ไม่รู้หรอก  ว่าน้องกับจินทะเลาะเรื่องใดกันอีก  แต่เรื่องที่น้องออกไปไหนต่อไหนเพียงลำพัง  โดยลืมแม้กระทั่งสามี  ลืมแม้กระทั่งลูกของน้องที่เกิดจากชายผู้นั้น  พี่คิดว่าถ้าหากเป็นเช่นนี้แล้ว  ก็ควรปล่อยให้จินปลูกกล้วยไม้  และประคบประหงมมันเสียจะดีกว่าแต่งงานใช้ชีวิตคู่กับน้อง”<br /><br /><br />“เจ้าพี่!” ใบหน้าตกตะลึงของคนเป็นน้อง  ทำเอาองค์ชายหนุ่มแย้มพระโอษฐ์บาง  วางหัตถ์ลงกับศีรษะของคาซึยะแล้วลูบไล้แผ่วเบา<br /><br /><br />“แต่หากน้องตกใจกับสิ่งที่พี่พูด  นั่นหมายความว่า  ตัวน้องเองก็อยากประคับประคองชีวิตคู่ครั้งนี้ต่อไปใช่ไหม”<br /><br /><br />“เจ้าพี่ต้อนน้องหรือเพคะ” คาซึยะทูลถาม  เมื่อรู้ว่าตนแสดงสีหน้าตกใจเพียงใดกับคำตรัสของพระเชษฐา  เช่นนี้แล้ว  ทรงก็รู้เสียหมดสิ  ว่าเขาคิดอะไร  ในเมื่อตกใจถึงเพียงนั้นกับคำพูดที่คล้ายจะบอกว่าให้แยกเขากับจินออกจากกัน<br /><br /><br />“พี่ไม่ได้ต้อน  เอาเถอะ  พี่ไม่ยุ่งมากกว่านี้แล้ว  ต่อจากนี้เป็นฝีมือของน้องน้อยของพี่  ที่จะประคับประคองความรักของน้องเอง  คาซึยะ  บางครั้งแล้ว  ใจชายก็ยากหยั่งถึง  บางครั้ง  เขาคิดอย่างที่น้องไม่คิด  บางครั้ง เขาคิดน้อยกว่าที่น้องคิด และบางครั้ง  เขาก็คิดมากกว่าที่น้องคิด  ชีวิตคู่ไม่ใช่หมายถึงต้องหยั่งรู้ทุกเรื่องในใจของอีกฝ่าย  หากแต่ยอมรับความแตกต่างของความคิด  ยอมรับในความเป็นตัวตนของเขา  และยอมรับที่จะปรับตัวเข้ามาหากัน”<br /><br /><br />คาซึยะได้แต่ก้มหน้านิ่ง  ไม่รู้จะตอบรับอย่างไร  ในเมื่อทั้งชีวิตที่ผ่านมา  ไม่เคยปรับตัวเข้าหาใคร  หรืออย่างน้อยแล้ว  ก็ไม่เคยแม้แต่จะเดินตามเส้นทางที่ใครขีดเขียนทั้งที่ไม่เต็มใจ  ทว่า…ใครบางคนต่างหาก  ที่พยายามยอมรับในทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเสมอมา  ใครบางคนต่างหากที่พยายามปรับตัวเข้ามาหาเขาเสมอมา  และใครบางคนต่างหาก  ที่ยินยอมให้อภัยเขาเสมอมา<br /><br /><br />“พิสูจน์ให้พี่ดูหน่อยเถอะ  คาซึยะ…พิสูจน์ให้พี่ดู  ว่าน้องพร้อมจะมีชีวิตคู่กับชายผู้นั้น”<br /><br />……………………………………<br /><br /><span style="color:#660099">เรื่องลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วค่ะ  พอจะง่ายก็ง่ายจริงๆ  ขอบคุณทุกคนที่ช่วยลุ้นนะคะ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/319.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ก็ว่าจะลงเร็ว  แต่ดันมาเปื่อย  T.T (ไม่ใช่หวัด 2009 นะคะ) <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/448.gif"  class="emoji" style="border:none;" />  เพิ่งมามีแรงพิมพ์ต่อตอนเย็น  เดี๋ยวลงนี่เสร็จก็ไปนอนแล้วค่ะ<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/261.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />ความจริงมีเรื่องจะเล่าให้ฟังด้วย <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/350.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> แต่ยกยอดละกัน ไม่ไหวแล้วตอนนี้ <br /><br />ป.ล.  บอกก่อนอย่างนึง  อาทิตย์หน้ามีเซอร์ไพรส์ *.* ฮาฮา  <img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/454.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/453.gif"  class="emoji" style="border:none;" /><br /><br />แล้วเจอกันอาทิตย์หน้ากับ เซอร์ไพรส์  และสัตยาฯ ตอนที่ 11<img src="http://blog-imgs-1.fc2.com/image/e/451.gif"  class="emoji" style="border:none;" /> (มาถึงตอนที่สิบเอ็ดแล้วเหรอเนี่ย -.-)</span> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>ณ สัตยาแห่งรัก</dc:subject>
<dc:date>2009-11-08T23:24:03+09:00</dc:date>
<dc:creator>Dezair</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
</rdf:RDF>