2009.09.23
FIC : เพียง…พรหมลิขิต (วิทยุ)
FIC : เพียง…พรหมลิขิต (วิทยุ)
JIN X KAME
By : Dezair
…………………….
คุณเคยคิดรึเปล่า ว่าในขณะที่คุณกำลังกินข้าว ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง อาบน้ำ ขับรถ หรือแม้แต่กำลังปั่นงานให้ทันเส้นตาย
เนื้อคู่ของคุณกำลังทำอะไรอยู่?
เขากำลังวิ่งไปพร้อมคุณ กินข้าวอย่างเดียวกับคุณ เปิดโทรทัศน์ดูช่องเดียวกับคุณ หาคลื่นวิทยุเพลงโปรดเหมือนคุณ หัวเสียเพราะน้ำประปาไม่ไหลเหมือนคุณ ด่ารถคันหน้าในขณะที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกับคุณ หรือแม้แต่ เขาเองก็ถูกจิกงานเช่นเดียวกันกับตอนที่คุณเร่งงาน
แล้วถ้าอย่างนั้น คุณคิดว่าโลกกว้างๆใบนี้ จะทำให้เนื้อคู่ของคุณ แวะเวียนมาเจอคุณได้มั้ย มันคงยากพอๆกับการถูกล๊อตเตอรี่ล่ะมั้ง
……………..
วันนี้วันเสาร์ พ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด พี่ชายคนโตออกไปเดทกับแฟน ทิ้งน้องชายคนเล็ก คาเมนาชิ คาซึยะไว้กับมหันตภัยร้ายอย่างพี่สาวคนกลาง ผู้แสนจะเอาแต่ใจตัวเองอย่างร้ายกาจ และมีหลากหลายรูปแบบให้ทุกผู้ทุกนามตามใจเธอได้ไม่อั้น
“นะ คาซึยะ ช่วยโทร.หน่อยสิ ฉันอยากได้ของรางวัลนี่นา” พี่สาวคนสวยออดอ้อนน้องชาย ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงอย่างเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูอ้อนวอนเสียเท่าไหร่หรอกสำหรับน้องชายที่คลานตามกันออกมา และรู้ด้านมืดของพี่สาวดีพอ เผลอๆ คาซึยะ คิดว่าพี่สาวกำลังข่มขู่ด้วยซ้ำ
“แค่โทร.เข้าไปในรายการวิทยุเนี่ยนะ ก็โทร.เองสิ นัทสึกิ ทำไมต้องให้ฉันโทร.ด้วยล่ะ” คนเป็นน้องเสสายตาจากหนังสือแคทตาล็อคไม้เบสบอลรุ่นใหม่ในมือ ขึ้นมามองหน้าพี่สาว สบสายตาเพียงแวบเดียวก็ตัดใจ กลับมาดูราคาไม้เบสบอลที่แพงระยับดีกว่าต้องเห็นสายตาคาดคั้นของพี่ตัวดี
“ก็ฉันเขินนี่นา อากิระซังมาจัดรายการเองแบบนี้ ให้ฉันตอบคำถามเขาก็เขินแย่สิ นะ นะ คาซึยะ โทร.ไปคุยให้หน่อยนะ แค่โทร.ไปคุยแปบเดียวก็ได้รางวัลแล้ว” ฝ่ามือเล็กที่ตบเจ็บ แถมหนัก บีบนวดจากไหล่ลงมายังต้นแขนน้องชาย พาลให้คาซึยะอ่อนอกอ่อนใจไปหมด
“นะนะ แล้วพี่สาวจะไม่ขออะไรอีกเลย โอเคมั้ย”
“นัทสึกิพูดแบบนี้ทุกครั้ง”
“ครั้งนี้สุดท้าย จริงๆนะ คาซึยะ เห็นใจพี่สาวคนนี้เหอะ ของรางวัลมันแพงด้วย คราวก่อนแจกกระเป๋า ฉันล่ะอยากได้ แต่ดันโทร.ไม่ติด อีตาคนที่โทร.ติดนะ โคตรจะสร้างภาพเลย มันบอกว่าจะเอาไปให้แม่มัน”
“เข้าใจแล้ว จะโทร.ให้แล้วกัน แต่ไม่รู้จะโทร.ติดรึเปล่านะ” เพราะกลัวพี่สาวจะบ่นยาวกว่านั้น คาซึยะเลยต้องรีบตัดบทเสียก่อน เป็นผลให้สาวสวยผมลอนสีน้ำตาลทองตามแฟชั่นพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ให้คนเป็นน้องต้องถอนหายใจเฮือก ก่อนจะหันไปสนใจแคทตาล็อคในมือตัวเองต่อ ในขณะที่ปากก็พูด
“จะให้โทร.ตอนกี่โมงมาบอกแล้วกัน”
“ตอนนี้เลย”
“ห๊ะ!” เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของพี่แล้ว คาซึยะก็ได้แต่ยอมจำนน ปิดแคทตาล็อคในมือ แล้ววางลงข้างกาย ก่อนจะยอมรับโทรศัพท์มือถือจากพี่สาวมา พร้อมเบอร์โทรศัพท์ เขาต้องถอนฉุนหนึ่งครั้งกับนิสัยของพี่ ถึงได้กดเบอร์โทร.ตามเลขบนกระดาษยับๆในมือ
“สายไม่ว่าง” ใบหน้าขาวของคนน้องเงยบอกพี่สาวที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ
“โทร.อีกรอบสิ” ว่าแล้วเชียว… คาซึยะกดเลขอีกสองสามครั้ง ความพยายามถึงเป็นผล มีเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ของเขา และแจ้งว่าอยู่ในช่วงเวลาร่วมสนุกพอดี ขอให้ถือสายรอไว้สักครู่ จะโอนไปหน้าไมค์ให้ และเพียงเท่านั้น นัทสึกิก็เหมือนจะกระโดดโลดเต้นไปรอบบ้าน ปล่อยให้น้องชายตอบคำถามของดีเจที่ควบตำแหน่งนักแสดงสุดหล่อนามว่า อากิระซัง ไปเพียงลำพัง จนวางสายนั่นแหละ พี่ตัวดีถึงได้โผล่หน้าเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มหวาน
“เดี๋ยวสั่งซูชิเลี้ยงนะ คาซึยะ” ทำมาเป็นบอกว่าเลี้ยง… ซูชิน่ะ ของชอบของนัทสึกิไม่ใช่รึไง จะสั่งมากินเอง แล้วยังจะทำหน้าใหญ่อีก
………….
วันนี้วันเสาร์ แต่ทั้งอย่างนั้น ที่บริษัทก็ยังเรียกออกไปให้ช่วยงาน อาคานิชิ จิน ไม่ใช่คนขยันนักหรอก เพียงแต่ว่าบริษัทที่ทำอยู่เป็นของรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันพอควร ดังนั้น อะไรที่ช่วยเหลือได้ และไม่เหลือบ่ากว่าแรง จึงไม่คิดเกี่ยง แม้จะเป็นการช่วยเหลือในวันพักผ่อนก็ตาม
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในบ้านหลังไม่ใหญ่นัก ของครอบครัว ปกติเขาไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะมีคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน จึงสะดวกกว่า แต่แม่อุตส่าห์โทร.ไปตามทั้งที จินเลยต้องเอาหน้าตามาให้แม่เห็นบ้าง
“จิน มาแล้วเหรอ ไหนว่าจะกลับเย็นหน่อย” มารดากำลังนั่งอยู่หน้าวิทยุเครื่องโปรด ฟังรายการอะไรสักอย่างที่จินเคยได้ยินแม่พูดนานแล้วว่า ‘อากิระหล่อมาก!!’ ส่วนบิดาและน้องชายนั่งอยู่ข้างๆ มีโทรศัพท์มือถือในมือคนละเครื่อง อย่างที่บอกให้รู้ว่าคุณนาย อาคานิชิ เรียวโกะ สั่งให้สามีและลูกโทร.ไปเพื่อร่วมเล่นเกมกับทางรายการอีกแล้ว
“พอดีงานเสร็จเร็วน่ะแม่ แล้วนี่… โทร.ติดมั้ย” ชายหนุ่มถามพร้อมรอยยิ้มขำบนใบหน้า เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยอกเหนื่อยใจของบิดาและน้องชาย
“โทร.ไม่ติดน่ะสิ! มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้ โทร.ติดซะเร็วเชียว! คราวนี้แจกน้ำหอมด้วยนะ! เพราะสองพ่อลูกเนี่ย ไม่ได้เรื่องเลย! พรุ่งนี้จินโทร.ให้แม่หน่อยนะ เผื่อจินจะโทร.ติด” จินได้แต่พยักหน้ารับ พร้อมรอยยิ้ม
“ครับๆ เข้าใจแล้ว”
“แม่แกน่ะบ้า! อยากได้ก็ไปซื้อเอาก็ได้ ทำอย่างกับยากจน” ผู้เป็นพ่อบ่นเบาๆ ทำคุณเรียวโกะถึงกับต้องยกมือเท้าเอว ตาขวาง
“ฉันไม่ได้งกนะคะคุณ!! แต่ฉันแค่อยากได้ลายเซ็นของดีเจคนนี้ด้วย!! มันหาซื้อได้ที่ไหนล่ะ!!” จินได้แต่ยิ้มบางกับท่าทีเอาเรื่องของผู้เป็นแม่ ปลอบประโลมพักใหญ่ด้วยคำว่า ‘เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมช่วยโทร.’ นั่นแหละ มารดาถึงได้ยอมสงบลง และเปลี่ยนเรื่องเป็นพาเขาเข้าห้องครัว เพื่อหาของว่างยามบ่ายมาให้
…………………….
“คาซึยะ!!! วันนี้รายการนั้นจะแจกสร้อยคอ!!!” สายวันอาทิตย์ที่แสนสดใสของ คาเมนาชิ นัทสึกิ แต่ยังคงหมองหม่นสำหรับ คาเมนาชิ คาซึยะที่ต้องโงหัวตั้งแต่ยังไม่สิบโมง เพื่อลุกขึ้นมาฟังพี่สาวจอมแสบว่าวันนี้ ‘รายการของอากิระซัง’ จะแจกอะไรเป็นของรางวัล
“เมื่อวานโทร.ให้แล้วนี่นา นัทสึกิ” พออ้างไปแบบนั้น สาวสวยที่ถอดโครงหน้ากันมา ก็ถึงกับหงอลงทันที กับสายตาของน้องชายที่ลุกขึ้นมานั่งหัวฟูอยู่บนเตียง
“โทร.วันนี้อีกรอบไม่ได้เหรอ” นัทสึกิถาม พร้อมเสียงออดอ้อน หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ไหนได้ยินก็ตามใจหล่อนกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่ว่า ถ้าเป็นหนุ่มๆบ้านคาเมนาชิ ที่รู้หัวรู้หางเธอดีเป็นพิเศษแล้วล่ะก็ นัทสึกิก็เป็นเพียงนัทสึกิ ที่ไม่มีอะไรให้ต้องเอาอกเอาใจนักหรอก!!
“ไม่ได้… ให้คนอื่นได้บ้างสิ นัทสึกิจะเอาอะไรเยอะแยะ แฟนก็มี ทำไมไม่ขอแฟน นี่ไง จะวันเกิดพอดีเลย ขอแฟนเอาสิ” คาซึยะพูด แม้จะเพิ่งตื่นนอน แต่ตอนนี้ไม่ง่วงอีกแล้ว การจะเจรจากับพี่สาวคนกลางให้ได้ผลมากที่สุด เขาต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้น มีสิทธิ์ถูกหล่อนโมเมเอาเองได้
“ก็มันไม่เหมือนกันนี่นา ถ้าได้จากทางรายการ จะได้ลายเซ็นของอากิระซังด้วย”
“ของรางวัลเมื่อวานมันก็แถมลายเซ็นเหมือนกันแหละหน่า”
“แต่ฉันอยากได้สองอัน” คาซึยะถอนหายใจเฮือกแรกของวัน
“รอแล้วกัน ถ้าได้แล้ว จะไปซีร็อคไว้ให้ จะเอาร้อยอัน ก็จะซีร็อคมาให้ร้อยอันเลย” พูดจบ คาซึยะที่หายง่วงก็ทำเป็นล้มตัวลงนอน ตวัดผ้าห่มคลุมโปง ปิดการสนทนาทุกเรื่อง ให้พี่สาวถึงกับเต้น
“คาซึยะ อย่าทำอย่างงี้ดิ… โฮย! ของจริงกับซีร็อคมันเหมือนกันที่ไหนล่ะ! ไม่เข้าใจกันมั่งเลย คาซึยะเนี่ย!” ปล่อยให้หล่อนโวยวายไปสักพัก สุดท้าย ความสงบของน้องก็สยบทุกความเคลื่อนไหวของพี่ นัทสึกิเลยได้แต่เดินกระแทกส้นปึงปังออกจากห้องนอนน้องชายไปอย่างหงุดหงิดในอารมณ์ ประตูปิดลงไปแล้ว คาซึยะถึงได้ตวัดผ้าห่มออก แล้วถอนหายใจอีกครั้ง
…เกิดมาเป็นลูกไล่ให้นัทสึกิชัดๆ พรุ่งนี้ก็ต้องโดดเรียนไปรับของรางวัลให้พี่สาวอีก… ใช้ก็ไม่ได้ใช้ ประโยชน์อะไรสักนิดก็ไม่ได้ แล้วยังเป็นภาระอีกต่างหาก ให้มันได้อย่างงี้สิ!
……………
“จินเก่งที่สุด!!!!” คุณนายเรียวโกะร้องลั่นด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับรอยยิ้มที่บอกได้ว่าหล่อนเป็นปลื้มแค่ไหน หลังจากบุตรชายวางสายจากการร่วมตอบคำถามในรายการวิทยุที่หล่อนชื่นชอบ
…สร้อยคอ พร้อมลายเซ็นของอากิระสุดหล่อจะเป็นของหล่อน!!!
“แล้วเขานัดให้ไปรับรางวัลเมื่อไรลูก” ทั้งสามี และลูกชายคนเล็กกลายเป็นหมาตกกระป๋องในบัดนั้น
“พรุ่งนี้ตอนเช้าน่ะแม่ เดี๋ยวผมไปเอาให้ ก่อนไปทำงานแล้วกัน”
“ขอบใจนะลูกนะ เย็นนี้อยากกินอะไร แม่ทำให้กินได้ทุกอย่างเลย!”
“อยากกินซูชิ แม่” เสียงน้องชายดังขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้มารดานัก คราวก่อน เขาโทร.ติดล่ะกลายเป็นลูกรักสุดเลิฟสุดบูชา พอครั้งนี้โทร.ไม่ติด กลายเป็นว่าแม่ตัดหางปล่อยวัด เดี๋ยวคอยดูสิ ถ้าคราวหน้า จินโทร.ไม่ติดบ้างล่ะก็ ได้เห็น แม่ลืมลูกแน่ๆ
คุณเรียวโกะตวัดสายตาควับมามองลูกชายคนเล็ก
“กินข้าวไข่เจียวไปเถอะย่ะ!! แหม ไม่สร้างงานแล้วยังจะกินหรูอีก!! จินอยากกินอะไรลูก” วาจาที่มีให้ลูกชายสองคนนั้น แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จนสามสมาชิกครอบครัวอาคานิชิยังอดยิ้มขำไม่ได้ แต่ต้องแอบเอาหรอกนะ เกิดขำให้เห็น เดี๋ยวจะเป็นเรื่องขึ้นมา
“ซูชิก็ได้แม่ เลี้ยงเรโอะมันด้วย” ว่าแล้ว มื้อนั้น อาคานิชิ จิน ก็ใจปล้ำเลี้ยงซูชิทั้งครอบครัว ฉลองที่มารดาจะได้รางวัลพร้อมลายเซ็นจากรายการวิทยุสุดโปรด
……………………..
ชั้นสิบของตึกสูงใจกลางเมืองหลวง คือออฟฟิสของรายการวิทยุชื่อดัง ที่มีนักแสดงหนุ่มสุดหล่อมาจัด นอกจากหน้าตาดีแล้ว เสียงยังเพราะถูกอกถูกใจสาวค่อนเมือง แถมแคมเปญของรายการในช่วงนี้ ก็ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆอีกต่างหาก เพราะมีการแจกของรางวัลพร้อมลายเซ็นของดีเจหนุ่มให้กับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาร่วมสนุกกับรายการในแต่ละวัน
ซึ่งนั่น รวมไปถึงผู้ชายสองคน ที่หนึ่งโทร.เพื่อพี่สาว อีกคนโทร.เพื่อแม่ ต้องเข้ามารับรางวัลด้วย
“คาเมนาชิ คาซึยะซัง นะครับ เดี๋ยวกรอกรายละเอียดตรงนี้ แล้วนั่งรอสักครู่ครับ” พนักงานที่มีหน้าที่ในการติดต่อเรื่องของรางวัลส่งกระดาษให้หนึ่งแผ่น พร้อมกับชี้ไปที่โซฟาสีแดงตัวใหญ่ข้างประตู
คาซึยะรับมา ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา มีชายหนุ่มอีกคนกำลังกรอกกระดาษแบบเดียวกัน เพียงแต่หัวกระดาษมีข้อความเขียนว่า ‘รางวัลวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สี่ เดือนกันยายน’ แตกต่างจากของเขาที่เป็น ‘รางวัลวันเสาร์ สัปดาห์ที่สี่ เดือนกันยายน’
…อ่า นี่ล่ะมั้ง คนที่ได้สร้อยคอของวันอาทิตย์ ที่นัทสึกิก็อยากได้ เดี๋ยวลองขอดูดีมั้ย ใกล้วันเกิดของนัทสึกิแล้วด้วย ถ้าซื้อแบบใกล้เคียงกับสร้อยเส้นนี้ได้ นัทสึกิก็น่าจะชอบ…
ไม่ทันได้พูดอะไร ก็เหมือนอีกฝ่ายจะกรอกเสร็จ จึงได้ลุกขึ้นเดินไปหาเจ้าหน้าที่ คาซึยะมองตามร่างสูงใหญ่ หมายตาจะขอคุยด้วยสักหน่อย
“อาคานิชิ จินซัง…อ่า โอเคครับ รอสักครู่นะครับ” ชื่อ อาคานิชิ… คาซึยะท่องในใจ ก่อนจะก้มหน้ากรอกบ้าง เพียงครู่เดียว ทุกอย่างก็เรียบร้อย เขาเดินเข้าไปยืนข้างๆ ชายหนุ่มที่เป็นคนรับรางวัลของวันอาทิตย์ ฝ่ายนั้นปรายตามองเขาเล็กน้อย ให้คาซึยะต้องส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะได้การผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายตอบกลับมา
“เอ่อ…” ร่างโปร่งส่งเสียงไปก่อน ให้อีกฝ่ายที่ยืนเคียงข้างต้องหันกลับมามองอีกครั้ง
“คือ…พอดี พี่สาวผมเขาก็อยากได้สร้อยของวันอาทิตย์น่ะครับ ถ้าคุณได้แล้ว ขอดูมันหน่อยได้มั้ย คือเดือนหน้าวันเกิดพี่สาวผม ผมเลยว่าจะซื้อสร้อยแบบนี้ให้เขา” คาซึยะตัดสินใจบอกความต้องการ ฝ่ายนั้นนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูดในสิ่งที่เขาเองก็คิด ทันทีที่เหล่สายตาเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้โชคดีที่รับรางวัลของวันเสาร์ที่ชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ
“แม่ของผมก็อยากได้น้ำหอมของวันเสาร์เหมือนกัน ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ขอผมจดยี่ห้อ กับคอลเลคชั่นไปหน่อยได้มั้ย ถือเป็นการแลกกัน”
คาซึยะอึ้งไป ก่อนจะหัวเราะออกมา กับความต้องการของพวกเขาทั้งคู่ที่ดูเหมือนจะตรงกันอย่างน่าประหลาด
แล้วหลังจากรอรับของรางวัลและลายเซ็นจากดีเจหนุ่มชื่อดังเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็วุ่นอยู่กับการดูของรางวัลของอีกฝ่ายหนึ่ง พักใหญ่ จึงได้ลาจากกันที่หน้าตึก
“ขอบคุณนะครับ” คาซึยะโค้งศีรษะเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มกว้างส่งให้ใบหน้าขาวยิ่งสดใส
“ขอบคุณเช่นกัน” จินเองก็ผงกศีรษะให้กับคนที่ดูท่าว่าจะอายุน้อยกว่าเขา
คนทั้งคู่ยิ้มให้กัน ก่อนที่จะแยกกันไปคนละทาง คาซึยะต้องไปมหาวิทยาลัยต่อ เพื่อเข้าเรียนในอีกครึ่งคาบที่เหลือ ส่วนจินเองก็ต้องกลับไปทำงานตอนสาย หลังจากโดดมาตั้งแต่เช้า
จินและคาซึยะแยกกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ทว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจรับรู้คือบางสิ่งบางอย่างที่ยึดโยงเอาไว้ด้วยกัน
คาซึยะรู้ว่าอีกฝ่ายชื่อ อาคานิชิ จิน เพราะพนักงานเรียก
จินรู้ว่าอีกฝ่ายชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ เพราะแอบเห็นในใบรายละเอียดตอนที่ปรายสายตาลงมอง
มันเป็นจุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ หากแต่ในความรู้สึกนึกคิดนั้น คล้ายจะไม่มีอะไร
มันก็แค่คนสองคนที่ถูกแม่กับพี่สาวไหว้วานให้ช่วยเหลือ
แค่เพียงคาซึยะยอมตามใจพี่สาว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ
หรือแค่เพียงคนที่โทร.ติดเป็นจิน ไม่ใช่เรโอะที่พยายามจนมือหงิก
แค่เพียงคนทั้งคู่โทร.ติดในสัปดาห์เดียวกัน
แค่เพียงเพราะว่าคาซึยะและจินโทร.ติดในสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ พวกเขาจึงได้อยู่เป็นสองคนสุดท้ายที่จะรับรางวัล
แค่เพียงคาซึยะบังเอิญเห็นในใบรายละเอียดของจิน และจินทันเห็นยามปรายตามาที่คาซึยะ
และแค่เพียง ของซึ่งแต่ล่ะฝ่ายได้ ทั้งแม่และพี่สาวของแต่ล่ะคนก็อยากได้เช่นกัน…
มันเป็นแค่ ‘เพียง’ คำสั้นๆ และดูไร้ค่า ทว่า… แค่เพียงเล็กน้อย ถ้าแค่เพียงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เกิดขึ้น
คาซึยะและจินจะไม่อาจพบกันได้เลย
แค่เพียง…พรหมลิขิต…เท่านั้นเอง
FIN
……………………..
ด้วยความทนไม่ไหว เหลือสอบอีกวิชา กับรายงานสองตัว แต่เนื่องจากสัปดาห์นี้สำคัญ (ไม่ใช่วันวางแผงแม็ก anan นะคะ ฮาฮา
) เลยรู้สึกอยากจะลงฟิคขึ้นมา
ที่สำคัญ เพราะว่าสัปดาห์นี้มันมีวันพิเศษ
เราก็เลยอยากขอบคุณคนกลุ่มนึง ที่เราไม่เคยขอบคุณเลยสักครั้ง นับตั้งแต่ลงฟิคในเน็ตมาสามปีกว่า
ทั้งๆที่คนกลุ่มนี้ หล่อหลอม และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เราตลอดมา (รวมถึงจ่ายค่าไฟในการพิมพ์ฟิคของเรามาตลอดสามปี โดยเข้าใจว่าเรานั่งพิมพ์รายงาน วะฮ่าฮ่า
)
คนกลุ่มนั้นคือครอบครัวค่ะ
ถ้าไม่มีคนกลุ่มนี้ ยี่สิบปีที่ผ่านมา เราจะมาได้ไม่ไกลขนาดนี้เลย คำว่ายี่สิบปี ฟังดูยาวนาน แต่คนที่อดทน และใจเย็นในการประคับประคองเซลล์เล็กๆจนกลายเป็นคนได้ถึงขนาดนี้ ก็คือครอบครัวนี่แหละค่ะ (โหมดซึ้ง
)
ก็เลยคิดว่า ก่อนที่ก้าวข้ามคำว่า ยี่สิบปีแรก ของชีวิตมนุษย์ไป อยากขอบคุณ ครอบครัว ในหน้าบล็อคของตัวเอง
เพราะครอบครัว ที่ปลูกฝังให้เราชอบอ่าน ชอบขีดๆเขียนๆ (แต่เคยเขียนฝาบ้าน ถูกแม่ตีเข้าให้ ซวยสนิท
) เลยทำให้มี Dezair วันนี้แหละค่ะ
ขอบคุณ พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย พี่น้องทุกคนของบัวมากค่า

JIN X KAME
By : Dezair
…………………….
คุณเคยคิดรึเปล่า ว่าในขณะที่คุณกำลังกินข้าว ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง อาบน้ำ ขับรถ หรือแม้แต่กำลังปั่นงานให้ทันเส้นตาย
เนื้อคู่ของคุณกำลังทำอะไรอยู่?
เขากำลังวิ่งไปพร้อมคุณ กินข้าวอย่างเดียวกับคุณ เปิดโทรทัศน์ดูช่องเดียวกับคุณ หาคลื่นวิทยุเพลงโปรดเหมือนคุณ หัวเสียเพราะน้ำประปาไม่ไหลเหมือนคุณ ด่ารถคันหน้าในขณะที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกับคุณ หรือแม้แต่ เขาเองก็ถูกจิกงานเช่นเดียวกันกับตอนที่คุณเร่งงาน
แล้วถ้าอย่างนั้น คุณคิดว่าโลกกว้างๆใบนี้ จะทำให้เนื้อคู่ของคุณ แวะเวียนมาเจอคุณได้มั้ย มันคงยากพอๆกับการถูกล๊อตเตอรี่ล่ะมั้ง
……………..
วันนี้วันเสาร์ พ่อกับแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด พี่ชายคนโตออกไปเดทกับแฟน ทิ้งน้องชายคนเล็ก คาเมนาชิ คาซึยะไว้กับมหันตภัยร้ายอย่างพี่สาวคนกลาง ผู้แสนจะเอาแต่ใจตัวเองอย่างร้ายกาจ และมีหลากหลายรูปแบบให้ทุกผู้ทุกนามตามใจเธอได้ไม่อั้น
“นะ คาซึยะ ช่วยโทร.หน่อยสิ ฉันอยากได้ของรางวัลนี่นา” พี่สาวคนสวยออดอ้อนน้องชาย ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงอย่างเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูอ้อนวอนเสียเท่าไหร่หรอกสำหรับน้องชายที่คลานตามกันออกมา และรู้ด้านมืดของพี่สาวดีพอ เผลอๆ คาซึยะ คิดว่าพี่สาวกำลังข่มขู่ด้วยซ้ำ
“แค่โทร.เข้าไปในรายการวิทยุเนี่ยนะ ก็โทร.เองสิ นัทสึกิ ทำไมต้องให้ฉันโทร.ด้วยล่ะ” คนเป็นน้องเสสายตาจากหนังสือแคทตาล็อคไม้เบสบอลรุ่นใหม่ในมือ ขึ้นมามองหน้าพี่สาว สบสายตาเพียงแวบเดียวก็ตัดใจ กลับมาดูราคาไม้เบสบอลที่แพงระยับดีกว่าต้องเห็นสายตาคาดคั้นของพี่ตัวดี
“ก็ฉันเขินนี่นา อากิระซังมาจัดรายการเองแบบนี้ ให้ฉันตอบคำถามเขาก็เขินแย่สิ นะ นะ คาซึยะ โทร.ไปคุยให้หน่อยนะ แค่โทร.ไปคุยแปบเดียวก็ได้รางวัลแล้ว” ฝ่ามือเล็กที่ตบเจ็บ แถมหนัก บีบนวดจากไหล่ลงมายังต้นแขนน้องชาย พาลให้คาซึยะอ่อนอกอ่อนใจไปหมด
“นะนะ แล้วพี่สาวจะไม่ขออะไรอีกเลย โอเคมั้ย”
“นัทสึกิพูดแบบนี้ทุกครั้ง”
“ครั้งนี้สุดท้าย จริงๆนะ คาซึยะ เห็นใจพี่สาวคนนี้เหอะ ของรางวัลมันแพงด้วย คราวก่อนแจกกระเป๋า ฉันล่ะอยากได้ แต่ดันโทร.ไม่ติด อีตาคนที่โทร.ติดนะ โคตรจะสร้างภาพเลย มันบอกว่าจะเอาไปให้แม่มัน”
“เข้าใจแล้ว จะโทร.ให้แล้วกัน แต่ไม่รู้จะโทร.ติดรึเปล่านะ” เพราะกลัวพี่สาวจะบ่นยาวกว่านั้น คาซึยะเลยต้องรีบตัดบทเสียก่อน เป็นผลให้สาวสวยผมลอนสีน้ำตาลทองตามแฟชั่นพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ให้คนเป็นน้องต้องถอนหายใจเฮือก ก่อนจะหันไปสนใจแคทตาล็อคในมือตัวเองต่อ ในขณะที่ปากก็พูด
“จะให้โทร.ตอนกี่โมงมาบอกแล้วกัน”
“ตอนนี้เลย”
“ห๊ะ!” เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของพี่แล้ว คาซึยะก็ได้แต่ยอมจำนน ปิดแคทตาล็อคในมือ แล้ววางลงข้างกาย ก่อนจะยอมรับโทรศัพท์มือถือจากพี่สาวมา พร้อมเบอร์โทรศัพท์ เขาต้องถอนฉุนหนึ่งครั้งกับนิสัยของพี่ ถึงได้กดเบอร์โทร.ตามเลขบนกระดาษยับๆในมือ
“สายไม่ว่าง” ใบหน้าขาวของคนน้องเงยบอกพี่สาวที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ
“โทร.อีกรอบสิ” ว่าแล้วเชียว… คาซึยะกดเลขอีกสองสามครั้ง ความพยายามถึงเป็นผล มีเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ของเขา และแจ้งว่าอยู่ในช่วงเวลาร่วมสนุกพอดี ขอให้ถือสายรอไว้สักครู่ จะโอนไปหน้าไมค์ให้ และเพียงเท่านั้น นัทสึกิก็เหมือนจะกระโดดโลดเต้นไปรอบบ้าน ปล่อยให้น้องชายตอบคำถามของดีเจที่ควบตำแหน่งนักแสดงสุดหล่อนามว่า อากิระซัง ไปเพียงลำพัง จนวางสายนั่นแหละ พี่ตัวดีถึงได้โผล่หน้าเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มหวาน
“เดี๋ยวสั่งซูชิเลี้ยงนะ คาซึยะ” ทำมาเป็นบอกว่าเลี้ยง… ซูชิน่ะ ของชอบของนัทสึกิไม่ใช่รึไง จะสั่งมากินเอง แล้วยังจะทำหน้าใหญ่อีก
………….
วันนี้วันเสาร์ แต่ทั้งอย่างนั้น ที่บริษัทก็ยังเรียกออกไปให้ช่วยงาน อาคานิชิ จิน ไม่ใช่คนขยันนักหรอก เพียงแต่ว่าบริษัทที่ทำอยู่เป็นของรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันพอควร ดังนั้น อะไรที่ช่วยเหลือได้ และไม่เหลือบ่ากว่าแรง จึงไม่คิดเกี่ยง แม้จะเป็นการช่วยเหลือในวันพักผ่อนก็ตาม
ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในบ้านหลังไม่ใหญ่นัก ของครอบครัว ปกติเขาไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะมีคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน จึงสะดวกกว่า แต่แม่อุตส่าห์โทร.ไปตามทั้งที จินเลยต้องเอาหน้าตามาให้แม่เห็นบ้าง
“จิน มาแล้วเหรอ ไหนว่าจะกลับเย็นหน่อย” มารดากำลังนั่งอยู่หน้าวิทยุเครื่องโปรด ฟังรายการอะไรสักอย่างที่จินเคยได้ยินแม่พูดนานแล้วว่า ‘อากิระหล่อมาก!!’ ส่วนบิดาและน้องชายนั่งอยู่ข้างๆ มีโทรศัพท์มือถือในมือคนละเครื่อง อย่างที่บอกให้รู้ว่าคุณนาย อาคานิชิ เรียวโกะ สั่งให้สามีและลูกโทร.ไปเพื่อร่วมเล่นเกมกับทางรายการอีกแล้ว
“พอดีงานเสร็จเร็วน่ะแม่ แล้วนี่… โทร.ติดมั้ย” ชายหนุ่มถามพร้อมรอยยิ้มขำบนใบหน้า เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยอกเหนื่อยใจของบิดาและน้องชาย
“โทร.ไม่ติดน่ะสิ! มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้ โทร.ติดซะเร็วเชียว! คราวนี้แจกน้ำหอมด้วยนะ! เพราะสองพ่อลูกเนี่ย ไม่ได้เรื่องเลย! พรุ่งนี้จินโทร.ให้แม่หน่อยนะ เผื่อจินจะโทร.ติด” จินได้แต่พยักหน้ารับ พร้อมรอยยิ้ม
“ครับๆ เข้าใจแล้ว”
“แม่แกน่ะบ้า! อยากได้ก็ไปซื้อเอาก็ได้ ทำอย่างกับยากจน” ผู้เป็นพ่อบ่นเบาๆ ทำคุณเรียวโกะถึงกับต้องยกมือเท้าเอว ตาขวาง
“ฉันไม่ได้งกนะคะคุณ!! แต่ฉันแค่อยากได้ลายเซ็นของดีเจคนนี้ด้วย!! มันหาซื้อได้ที่ไหนล่ะ!!” จินได้แต่ยิ้มบางกับท่าทีเอาเรื่องของผู้เป็นแม่ ปลอบประโลมพักใหญ่ด้วยคำว่า ‘เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมช่วยโทร.’ นั่นแหละ มารดาถึงได้ยอมสงบลง และเปลี่ยนเรื่องเป็นพาเขาเข้าห้องครัว เพื่อหาของว่างยามบ่ายมาให้
…………………….
“คาซึยะ!!! วันนี้รายการนั้นจะแจกสร้อยคอ!!!” สายวันอาทิตย์ที่แสนสดใสของ คาเมนาชิ นัทสึกิ แต่ยังคงหมองหม่นสำหรับ คาเมนาชิ คาซึยะที่ต้องโงหัวตั้งแต่ยังไม่สิบโมง เพื่อลุกขึ้นมาฟังพี่สาวจอมแสบว่าวันนี้ ‘รายการของอากิระซัง’ จะแจกอะไรเป็นของรางวัล
“เมื่อวานโทร.ให้แล้วนี่นา นัทสึกิ” พออ้างไปแบบนั้น สาวสวยที่ถอดโครงหน้ากันมา ก็ถึงกับหงอลงทันที กับสายตาของน้องชายที่ลุกขึ้นมานั่งหัวฟูอยู่บนเตียง
“โทร.วันนี้อีกรอบไม่ได้เหรอ” นัทสึกิถาม พร้อมเสียงออดอ้อน หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ไหนได้ยินก็ตามใจหล่อนกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่ว่า ถ้าเป็นหนุ่มๆบ้านคาเมนาชิ ที่รู้หัวรู้หางเธอดีเป็นพิเศษแล้วล่ะก็ นัทสึกิก็เป็นเพียงนัทสึกิ ที่ไม่มีอะไรให้ต้องเอาอกเอาใจนักหรอก!!
“ไม่ได้… ให้คนอื่นได้บ้างสิ นัทสึกิจะเอาอะไรเยอะแยะ แฟนก็มี ทำไมไม่ขอแฟน นี่ไง จะวันเกิดพอดีเลย ขอแฟนเอาสิ” คาซึยะพูด แม้จะเพิ่งตื่นนอน แต่ตอนนี้ไม่ง่วงอีกแล้ว การจะเจรจากับพี่สาวคนกลางให้ได้ผลมากที่สุด เขาต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้น มีสิทธิ์ถูกหล่อนโมเมเอาเองได้
“ก็มันไม่เหมือนกันนี่นา ถ้าได้จากทางรายการ จะได้ลายเซ็นของอากิระซังด้วย”
“ของรางวัลเมื่อวานมันก็แถมลายเซ็นเหมือนกันแหละหน่า”
“แต่ฉันอยากได้สองอัน” คาซึยะถอนหายใจเฮือกแรกของวัน
“รอแล้วกัน ถ้าได้แล้ว จะไปซีร็อคไว้ให้ จะเอาร้อยอัน ก็จะซีร็อคมาให้ร้อยอันเลย” พูดจบ คาซึยะที่หายง่วงก็ทำเป็นล้มตัวลงนอน ตวัดผ้าห่มคลุมโปง ปิดการสนทนาทุกเรื่อง ให้พี่สาวถึงกับเต้น
“คาซึยะ อย่าทำอย่างงี้ดิ… โฮย! ของจริงกับซีร็อคมันเหมือนกันที่ไหนล่ะ! ไม่เข้าใจกันมั่งเลย คาซึยะเนี่ย!” ปล่อยให้หล่อนโวยวายไปสักพัก สุดท้าย ความสงบของน้องก็สยบทุกความเคลื่อนไหวของพี่ นัทสึกิเลยได้แต่เดินกระแทกส้นปึงปังออกจากห้องนอนน้องชายไปอย่างหงุดหงิดในอารมณ์ ประตูปิดลงไปแล้ว คาซึยะถึงได้ตวัดผ้าห่มออก แล้วถอนหายใจอีกครั้ง
…เกิดมาเป็นลูกไล่ให้นัทสึกิชัดๆ พรุ่งนี้ก็ต้องโดดเรียนไปรับของรางวัลให้พี่สาวอีก… ใช้ก็ไม่ได้ใช้ ประโยชน์อะไรสักนิดก็ไม่ได้ แล้วยังเป็นภาระอีกต่างหาก ให้มันได้อย่างงี้สิ!
……………
“จินเก่งที่สุด!!!!” คุณนายเรียวโกะร้องลั่นด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับรอยยิ้มที่บอกได้ว่าหล่อนเป็นปลื้มแค่ไหน หลังจากบุตรชายวางสายจากการร่วมตอบคำถามในรายการวิทยุที่หล่อนชื่นชอบ
…สร้อยคอ พร้อมลายเซ็นของอากิระสุดหล่อจะเป็นของหล่อน!!!
“แล้วเขานัดให้ไปรับรางวัลเมื่อไรลูก” ทั้งสามี และลูกชายคนเล็กกลายเป็นหมาตกกระป๋องในบัดนั้น
“พรุ่งนี้ตอนเช้าน่ะแม่ เดี๋ยวผมไปเอาให้ ก่อนไปทำงานแล้วกัน”
“ขอบใจนะลูกนะ เย็นนี้อยากกินอะไร แม่ทำให้กินได้ทุกอย่างเลย!”
“อยากกินซูชิ แม่” เสียงน้องชายดังขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้มารดานัก คราวก่อน เขาโทร.ติดล่ะกลายเป็นลูกรักสุดเลิฟสุดบูชา พอครั้งนี้โทร.ไม่ติด กลายเป็นว่าแม่ตัดหางปล่อยวัด เดี๋ยวคอยดูสิ ถ้าคราวหน้า จินโทร.ไม่ติดบ้างล่ะก็ ได้เห็น แม่ลืมลูกแน่ๆ
คุณเรียวโกะตวัดสายตาควับมามองลูกชายคนเล็ก
“กินข้าวไข่เจียวไปเถอะย่ะ!! แหม ไม่สร้างงานแล้วยังจะกินหรูอีก!! จินอยากกินอะไรลูก” วาจาที่มีให้ลูกชายสองคนนั้น แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จนสามสมาชิกครอบครัวอาคานิชิยังอดยิ้มขำไม่ได้ แต่ต้องแอบเอาหรอกนะ เกิดขำให้เห็น เดี๋ยวจะเป็นเรื่องขึ้นมา
“ซูชิก็ได้แม่ เลี้ยงเรโอะมันด้วย” ว่าแล้ว มื้อนั้น อาคานิชิ จิน ก็ใจปล้ำเลี้ยงซูชิทั้งครอบครัว ฉลองที่มารดาจะได้รางวัลพร้อมลายเซ็นจากรายการวิทยุสุดโปรด
……………………..
ชั้นสิบของตึกสูงใจกลางเมืองหลวง คือออฟฟิสของรายการวิทยุชื่อดัง ที่มีนักแสดงหนุ่มสุดหล่อมาจัด นอกจากหน้าตาดีแล้ว เสียงยังเพราะถูกอกถูกใจสาวค่อนเมือง แถมแคมเปญของรายการในช่วงนี้ ก็ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆอีกต่างหาก เพราะมีการแจกของรางวัลพร้อมลายเซ็นของดีเจหนุ่มให้กับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาร่วมสนุกกับรายการในแต่ละวัน
ซึ่งนั่น รวมไปถึงผู้ชายสองคน ที่หนึ่งโทร.เพื่อพี่สาว อีกคนโทร.เพื่อแม่ ต้องเข้ามารับรางวัลด้วย
“คาเมนาชิ คาซึยะซัง นะครับ เดี๋ยวกรอกรายละเอียดตรงนี้ แล้วนั่งรอสักครู่ครับ” พนักงานที่มีหน้าที่ในการติดต่อเรื่องของรางวัลส่งกระดาษให้หนึ่งแผ่น พร้อมกับชี้ไปที่โซฟาสีแดงตัวใหญ่ข้างประตู
คาซึยะรับมา ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา มีชายหนุ่มอีกคนกำลังกรอกกระดาษแบบเดียวกัน เพียงแต่หัวกระดาษมีข้อความเขียนว่า ‘รางวัลวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สี่ เดือนกันยายน’ แตกต่างจากของเขาที่เป็น ‘รางวัลวันเสาร์ สัปดาห์ที่สี่ เดือนกันยายน’
…อ่า นี่ล่ะมั้ง คนที่ได้สร้อยคอของวันอาทิตย์ ที่นัทสึกิก็อยากได้ เดี๋ยวลองขอดูดีมั้ย ใกล้วันเกิดของนัทสึกิแล้วด้วย ถ้าซื้อแบบใกล้เคียงกับสร้อยเส้นนี้ได้ นัทสึกิก็น่าจะชอบ…
ไม่ทันได้พูดอะไร ก็เหมือนอีกฝ่ายจะกรอกเสร็จ จึงได้ลุกขึ้นเดินไปหาเจ้าหน้าที่ คาซึยะมองตามร่างสูงใหญ่ หมายตาจะขอคุยด้วยสักหน่อย
“อาคานิชิ จินซัง…อ่า โอเคครับ รอสักครู่นะครับ” ชื่อ อาคานิชิ… คาซึยะท่องในใจ ก่อนจะก้มหน้ากรอกบ้าง เพียงครู่เดียว ทุกอย่างก็เรียบร้อย เขาเดินเข้าไปยืนข้างๆ ชายหนุ่มที่เป็นคนรับรางวัลของวันอาทิตย์ ฝ่ายนั้นปรายตามองเขาเล็กน้อย ให้คาซึยะต้องส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะได้การผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายตอบกลับมา
“เอ่อ…” ร่างโปร่งส่งเสียงไปก่อน ให้อีกฝ่ายที่ยืนเคียงข้างต้องหันกลับมามองอีกครั้ง
“คือ…พอดี พี่สาวผมเขาก็อยากได้สร้อยของวันอาทิตย์น่ะครับ ถ้าคุณได้แล้ว ขอดูมันหน่อยได้มั้ย คือเดือนหน้าวันเกิดพี่สาวผม ผมเลยว่าจะซื้อสร้อยแบบนี้ให้เขา” คาซึยะตัดสินใจบอกความต้องการ ฝ่ายนั้นนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูดในสิ่งที่เขาเองก็คิด ทันทีที่เหล่สายตาเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้โชคดีที่รับรางวัลของวันเสาร์ที่ชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ
“แม่ของผมก็อยากได้น้ำหอมของวันเสาร์เหมือนกัน ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ขอผมจดยี่ห้อ กับคอลเลคชั่นไปหน่อยได้มั้ย ถือเป็นการแลกกัน”
คาซึยะอึ้งไป ก่อนจะหัวเราะออกมา กับความต้องการของพวกเขาทั้งคู่ที่ดูเหมือนจะตรงกันอย่างน่าประหลาด
แล้วหลังจากรอรับของรางวัลและลายเซ็นจากดีเจหนุ่มชื่อดังเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็วุ่นอยู่กับการดูของรางวัลของอีกฝ่ายหนึ่ง พักใหญ่ จึงได้ลาจากกันที่หน้าตึก
“ขอบคุณนะครับ” คาซึยะโค้งศีรษะเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มกว้างส่งให้ใบหน้าขาวยิ่งสดใส
“ขอบคุณเช่นกัน” จินเองก็ผงกศีรษะให้กับคนที่ดูท่าว่าจะอายุน้อยกว่าเขา
คนทั้งคู่ยิ้มให้กัน ก่อนที่จะแยกกันไปคนละทาง คาซึยะต้องไปมหาวิทยาลัยต่อ เพื่อเข้าเรียนในอีกครึ่งคาบที่เหลือ ส่วนจินเองก็ต้องกลับไปทำงานตอนสาย หลังจากโดดมาตั้งแต่เช้า
จินและคาซึยะแยกกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ทว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจรับรู้คือบางสิ่งบางอย่างที่ยึดโยงเอาไว้ด้วยกัน
คาซึยะรู้ว่าอีกฝ่ายชื่อ อาคานิชิ จิน เพราะพนักงานเรียก
จินรู้ว่าอีกฝ่ายชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ เพราะแอบเห็นในใบรายละเอียดตอนที่ปรายสายตาลงมอง
มันเป็นจุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ หากแต่ในความรู้สึกนึกคิดนั้น คล้ายจะไม่มีอะไร
มันก็แค่คนสองคนที่ถูกแม่กับพี่สาวไหว้วานให้ช่วยเหลือ
แค่เพียงคาซึยะยอมตามใจพี่สาว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ
หรือแค่เพียงคนที่โทร.ติดเป็นจิน ไม่ใช่เรโอะที่พยายามจนมือหงิก
แค่เพียงคนทั้งคู่โทร.ติดในสัปดาห์เดียวกัน
แค่เพียงเพราะว่าคาซึยะและจินโทร.ติดในสองวันสุดท้ายของสัปดาห์ พวกเขาจึงได้อยู่เป็นสองคนสุดท้ายที่จะรับรางวัล
แค่เพียงคาซึยะบังเอิญเห็นในใบรายละเอียดของจิน และจินทันเห็นยามปรายตามาที่คาซึยะ
และแค่เพียง ของซึ่งแต่ล่ะฝ่ายได้ ทั้งแม่และพี่สาวของแต่ล่ะคนก็อยากได้เช่นกัน…
มันเป็นแค่ ‘เพียง’ คำสั้นๆ และดูไร้ค่า ทว่า… แค่เพียงเล็กน้อย ถ้าแค่เพียงว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เกิดขึ้น
คาซึยะและจินจะไม่อาจพบกันได้เลย
แค่เพียง…พรหมลิขิต…เท่านั้นเอง
FIN
……………………..
ด้วยความทนไม่ไหว เหลือสอบอีกวิชา กับรายงานสองตัว แต่เนื่องจากสัปดาห์นี้สำคัญ (ไม่ใช่วันวางแผงแม็ก anan นะคะ ฮาฮา
) เลยรู้สึกอยากจะลงฟิคขึ้นมา ที่สำคัญ เพราะว่าสัปดาห์นี้มันมีวันพิเศษ
เราก็เลยอยากขอบคุณคนกลุ่มนึง ที่เราไม่เคยขอบคุณเลยสักครั้ง นับตั้งแต่ลงฟิคในเน็ตมาสามปีกว่า
ทั้งๆที่คนกลุ่มนี้ หล่อหลอม และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เราตลอดมา (รวมถึงจ่ายค่าไฟในการพิมพ์ฟิคของเรามาตลอดสามปี โดยเข้าใจว่าเรานั่งพิมพ์รายงาน วะฮ่าฮ่า
)คนกลุ่มนั้นคือครอบครัวค่ะ

ถ้าไม่มีคนกลุ่มนี้ ยี่สิบปีที่ผ่านมา เราจะมาได้ไม่ไกลขนาดนี้เลย คำว่ายี่สิบปี ฟังดูยาวนาน แต่คนที่อดทน และใจเย็นในการประคับประคองเซลล์เล็กๆจนกลายเป็นคนได้ถึงขนาดนี้ ก็คือครอบครัวนี่แหละค่ะ (โหมดซึ้ง
)ก็เลยคิดว่า ก่อนที่ก้าวข้ามคำว่า ยี่สิบปีแรก ของชีวิตมนุษย์ไป อยากขอบคุณ ครอบครัว ในหน้าบล็อคของตัวเอง
เพราะครอบครัว ที่ปลูกฝังให้เราชอบอ่าน ชอบขีดๆเขียนๆ (แต่เคยเขียนฝาบ้าน ถูกแม่ตีเข้าให้ ซวยสนิท
) เลยทำให้มี Dezair วันนี้แหละค่ะ
ขอบคุณ พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย พี่น้องทุกคนของบัวมากค่า


