FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-
PART 1


หวัดดีฮะ ~! ^.^ ผมชื่อ คาเมะ นิสิตใหม่คณะรัฐศาสตร์ วันนี้เป็นวันแรกสำหรับชีวิตในรั้วมหา’ลัย และเป็นวันแรกของชีวิตเด็กหอที่วัยรุ่นแทบทุกคนต้องการ~!!!



“ยินดีที่ได้รู้จัก เราชื่อคาเมะ” แม้หอพักจะแคบแสนแคบสำหรับผู้ชายสี่คน แต่ผมว่ามันก็โอ.เค.นะ ถ้าหากว่าทุกคนจะหันมายิ้มแย้มให้ผมอย่างงี้



“เออ~! ฉัน นากามารุ ยูอิจิ นิเทศฯ เรียก ยู ได้เลย สั้นดี” คนที่แนะนำว่าชื่อ ยู คือผู้ชายร่างโปร่งที่มีจมูกโตกว่าปกตินิดหน่อย



“ฉัน นิชิคิโด เรียว ยินดีที่ได้รู้จัก อยู่ นิติฯ” ส่วน เรียว ก็แทบจะก๊อบมาดอัยการมาสถิตไว้กับตัวเองยังไงอย่างงั้น ทั้งน้ำเสียงเรียบแต่คงความใจดี และหน้าตาดุๆแต่มีรอยยิ้มบางๆให้



“คาเมะอยู่คณะอะไร....มา ฉันช่วย” ยูอาสาเข้ามาช่วยผม ก่อนที่เรียวจะลุกมาช่วยอีกคน สรุปแล้วผมเลยสบายแฮ เดินถือกระเป๋าเล็กๆใบเดียว ฮ่า ฮ่า



“รัฐศาสตร์”



“อ้อ....ได้ข่าวว่าราเมงอร่อย” ยูว่าอย่างงั้น ดูหน้าเขา ผมก็รู้ทะลุปรุโปร่งเลยว่าตาคนนี้จะต้องแอบแวบไปกินราเมงแน่ๆ



“แล้ว....นี่อีกคนยังไม่มาเหรอ” ห้องนึงอยู่กันได้สี่คน แต่ตอนนี้มีแค่สามคนเองฮะ ผมกำลังลุ้นนะเนี่ย ว่าอีกคนเป็นใคร



แต่สองคนนั่นไม่ทันจะได้ตอบ ประตูห้องก็เปิดผลัวะ พร้อมกับร่างสูงๆเดินแบกกระเป๋าเข้ามา



“ไง~~ อยู่ห้องนี้เหรอ ชื่อไรอ่ะ ฉันชื่อยู” ห้องมันเงียบไปแปบนึง แล้วยูก็เลยทักขึ้นมาก่อน



“อือ” ....ไรของมันวะ หมอนี่....ไม่รู้มารยาทของการทักทายรึไง....



“นายชื่อ อือ เหรอ” ผมเลยต้องย้อนถามเพื่อความมั่นใจ ต้องอาศัยอยู่ห้องเดียวกันไปอีกตั้งสี่ปีเชียวนะ (ในกรณีที่ผมไม่ซิ่ว หรือหมอนี่ไม่ตกบันไดคอหักตายไปซะก่อน)



“ห๊ะ” ดูมันจะงงๆ อ้อ....ไม่เก็ทมุกว่างั้น...



“ก็...นาย อือ ออกมาคำเดียว ก็เลยนึกว่าชื่อ อือ ว่าไง มีชื่อเรียกรึเปล่า”



“อาคานิชิ” ...ชื่อคนประเภทไหนของมันกันฟะ =.=...นั่นเค้าเรียกนามสกุลไม่ใช่รึไงเล่า!!!



“ฉันถามชื่อนาย แปลคำพูดฉันออกมั้ย...ชื่อน่ะชื่อ...”



“จิน...อาคานิชิ จิน” มันตอบอย่างเสียไม่ได้ น่าหมั่นไส้ชิบ!!!...



“โอเค...งั้น ในฐานะที่พวกเรารู้จักกัน ก็น่าจะลงไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อดีมั้ย...เอาโรงอาหารนิติฯ ใกล้ๆนี่ก็ได้ ได้ข่าวว่าสปาเก็ตตี้อร่อยนี่หว่า เรียว”



โฮย....ผมล่ะนับถือยูอิจิชะมัดเลย ขนาดบรรยากาศโคตรเซ็ง (เพราะใครเป็นต้นเหตุ ทุกๆท่านคงทราบนะครับ) มันก็ยังพาเอาความสนุกสนานมาพร้อมกับคำพูดมันได้



แต่...มีคนที่เป็นเหมือนเทพบุตร ก็ต้องมีคนที่ทำตัวประหนึ่ง ผีห่าซาตานครับ...



“พวกนายไปกันเหอะ...ฉันจะเก็บของ” ...แม่งเอ้ย~!!!! ไอ้จินนี่ก็น่าสรรเสริญเหมือนกัน!! ปล่อยให้พูดหน่อยเดียว เล่นเอาซะหมดอารมณ์!!!



-*-*-*-*-*



เอาล่ะ นั่นมันเรื่องเมื่อตอนผมพึ่งเข้าหอวันแรก ตอนนี้อยู่มาได้เทอมกว่าแล้วฮะ ทั้งผม เรียวจัง ไอ้ยู และก็จิน...ใช่ฮะ รวมหมอนั่นด้วย พวกเราสี่คนสนิทกันมากๆเลยล่ะ ก็แหม นอนด้วยกัน กินด้วยกันนี่นา



“คาเมะ...อาบน้ำเสร็จรึยัง” ผมไม่รู้ว่ามันจะเร่งผมอะไรนักหนา คนที่เขามีความสุขกับการอาบน้ำเนี่ย เป็นการสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดีของผู้ไม่มีนิสัยซกมกนะ



“คาเมะ....” เสียงเรียกจากคนเดิมดังหนักขึ้น แถมใกล้ขึ้นอีกต่างหาก มันคงมายืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้วแน่เลย ผมเลยต้องรีบล้างฟองสบู่ แล้วก็เช็ดตัวให้แห้ง ก่อนจะพันผ้าขนหนูออกมาเปิดประตูประจันหน้ากับไอ้คนเรียก



“เรียกไรนักหนาวะ...อาบน้ำนะเว้ย ไม่ใช่กินน้ำ” ผมบ่นใส่มัน หน้ามุ่ย



“แล้ว!!! ทำไมไม่แต่งตัวในห้องน้ำ!!...” วะ....ก็เมื่อกี้อยู่ในห้องน้ำ มันก็เรียกอยู่นั่น แล้วพอออกมา มันก็ดันไล่กลับเข้าไปใหม่ สรุปว่าจะเอายังไงกับกระผมกันแน่ขอรับ ท่านชาย~!!!!!....




“พวกมึงนี่!!...เร็วๆเข้าเหอะหน่า...มัวแต่ทะเลาะกันอยู่นั่น คาบเช้าเริ่มเรียนแปดโมงไม่ใช่เหรอวะ นี่จะเจ็ดโมงห้าสิบอยู่แล้ว คาเมะมันยังไม่ได้แต่งตัวเลย” ไอ้ยูส่งเสียงมาห้ามศึก แน่นอนครับว่ามันไม่บังอาจพอจะเสนอหน้ามาขวางกลาง เลยทำได้แค่ส่งเสียงนั่นเอง




…อ้อ...ด้วยความซี้ย่ำปึ้ก และมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น พวกเราก็เลยใช้ศัพท์ผู้ชายๆไปหน่อย ไม่ว่ากันนะ...



“เรียวจังล่ะ ไปเรียนแล้วเหรอ”



ผมถามด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติพวกเราสี่คนมักจะออกไปเรียนพร้อมกัน คณะของยูอิจิกับเรียวจังอยู่ติดกัน ส่วนคณะของผมกับไอ้จินก็ติดกันฮะ แต่ต้องข้ามสะพานลอยเดินไปอีกสักห้านาทีเห็นจะได้



“เอาของไปให้เพื่อนมัน เดี๋ยวก็กลับมา...เฮ้ย~! ไอ้จิน เดี๋ยวกลางวันนี้ไปหานะ”



“ไรอะ... จะไปกินข้าวเที่ยงกันเหรอ กูไปด้วยดิ” ไม่มีคนชวนฮะ แต่ผมเชิญตัวเองได้ ฮ่า ฮ่า...



“ไม่ได้ กูจะคุยความลับ” ยูอิจิมันว่าอย่างงั้น แล้วกระโดดมาลูบหัวผมอย่างกับผมเป็นเด็กงั้นล่ะ ...ไรวะ!!~ แค่อายุห่างกันนิดๆหน่อยๆ ก็ใช่ว่ากูจะไม่โตนะเฟ้ย!!!...



“โฮย...เดี๋ยวนี้มีความลับกับเพื่อน”



“ก็...ความลับเรื่องของ ‘ผู้ใหญ่’ หน่า...”



“ไปเรียนได้แล้ว คุยกันอยู่นั่น” ไอ้ยูยังพูดไม่ทันจบ ก็ไม่รู้ว่าจินมันจะรีบอะไรนักหนา จับลากคอเสื้อผมได้ก็เดินออกจากห้องทันที




...โธ่เอ้ย~!!!~ เลยไม่รู้เลย ว่าไอ้เรื่อง ‘ผู้ใหญ่’ ที่ไอ้ยูมันว่า คือเรื่องอะไร....



-*-*-*-*-*-*-*-*-*-**



แน่นอน...คนอย่าง ‘ท่านคาเมะ’ ไม่มีทางซะหรอกที่จะไม่ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้น่ะ ตอนกลางวันปุ๊บ ผมก็เลยลากเพื่อนสนิทอีกสามหน่อไปบุกโรงอาหารคณะไอ้จินกัน~~!!!!




…แต่คณะนี้มันคนเยอะเป็นบ้า แล้วก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลย แล้วจะไปหาไอ้จินกับไอ้ยูที่ไหนวะเนี่ย...



“คาเมะ ถ้าแกอยากรู้ ทำไมไม่ถามไปเลยวะ มาทำตัวเป็นนักสืบอยู่ได้ ไม่สำเร็จหรอก” อ้าว~!!~ ไอ้เพื่อนโคคิ...ขอบคุณในความปากหมาของแกมาก!!!!...



“นั่นสิ ถามไอ้จินไปเลย เดี๋ยวฉันโทร.ถามให้ก็ได้” เพื่อนสนิทร่างสูงโย่งที่ชื่อว่าจุนโนะเอ่ยปาก หมอนี่เป็นเพื่อนกับจินมาก่อนตอนมัธยมปลายฮะ...โลกกลมดีเนอะ...



“หรือว่า.... ‘คาเมะจัง’ ไม่กล้า~” ส่วนนี่ชื่อยูยะฮะ...หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แต่อย่าให้มันพูดออกมาเชียว ปากมันนี่ยิ่งกว่ามีดสปาร์ต้าซะอีก!!!...



“เงียบไปเลย...ไม่งั้นจะเอาแกไปโยนทิ้งไว้หน้าบัญชี” บัญชีที่ว่า คือคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ต้นสังกัดของหนุ่มหล่อนามว่า ยามาชิตะ ซึ่งตามจีบไอ้ยูยะมันมาตั้งแต่เปิดเทอมแรกๆนู่น



...และก็ได้ผล ยันต์สลักคำว่าบัญชี มีผลต่อความปากหมาของยูยะในแง่ของ การแปรผันตรง!!!...



“นั่นๆ...นั่นจินรูมเมทที่แกตามหาอยู่ใช่มั้ยวะ” โคคิเรียกผมไว้ แล้วโบ้ยไปอีกทางให้ผมต้องหันตาม



...ใช่จริงๆ ไอ้รูปหล่อแต่ขี้เก็กคือ อาคานิชิ จิน เจ้าของคณะที่ผมกำลังเหยียบอยู่นี่ ส่วนคนที่เดินข้างมันก็คือหนุ่มนิเทศจอมกวนไอ้ยูอิจิ และสาวน้อยหน้าใสที่ผมไม่รู้จัก



..แต่...มีผู้หญิงมาด้วยอย่างงี้ ต่อให้เด็กประถมก็เหอะหน่า...ใครๆก็รู้กันทั้งนั้นแล้วล่ะว่า ‘เรื่องของผู้ใหญ่’ ที่ไอ้ยูมันพูดเมื่อเช้าหมายความว่ายังไง


-*-*-*-*-*-*-*-*-*


“อ้าว...ทำไมกลับเร็วล่ะวันนี้ มึงมีเรียนถึงสี่โมงไม่ใช่เหรอ” ผมกลับห้องตั้งแต่กินข้าวเที่ยงเสร็จ ยอมลงทุนโดดคาบอังกฤษของอาจารย์สุดโหดผู้รักการสอนยิ่งชีพ เพื่อมาดักไอ้ยูที่วันนี้เลิกตั้งแต่สองโมงเย็น



“ยู...กูรู้แล้วนะ” ผมเกริ่น ในขณะที่มันกำลังพับแขนเสื้อ


“หือ? รู้ไร”


“ความลับของมึงกะไอ้จิน” เท่านั้นล่ะ!! มันหันพรึ่บมามองหน้าผมตาค้างทันที ผมก็ยิ้มน่ะสิ ยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ



...เป็นไงล่า~!!! กูเก่งเปล่าล่ะเฟ้ย!!!...



“....มึง.....รู้....แล้ว....” มันถามเสียงสั่นหน้าซีด อย่างกะกลัวว่าใครจะฆ่ามันให้ตาย...แม่ง~! ไอ้ยูนี่มันเว่อร์ชะมัด...



“ใช่! กูรู้แล้ว ว่ามึงเอาลีดคณะมึง ไปให้ไอ้จินมันฟาดใช่มะ อย่างงี้มันลำเอียงนี่หว่า กูก็รูมเมทมึงนะเว้ย ไมไม่พามาแนะนำมั่งวะ อยากได้สาวน่ารักๆสักคน”



ผมรู้ได้ไงน่ะเหรอ ว่าสาวที่เดินตีซี้คู่กะมันและไอ้จินเมื่อกลางวันคือ ลีดเดอร์ประจำคณะนิเทศศาสตร์...โฮย พูดไปจะหาว่าโม้ ก็ไอ้คาสโนว่าประจำคณะของผมคนนึง มันเฉลยแจ้งแถลงไขน่ะสิ รู้ตั้งแต่ชื่อ ยันขนาดสะโพกเลยเหอะ!!...



“ห๊ะ!! เอาลีดไปให้ไอ้จินฟาด” ไอ้ยูทวนคำพูดของผมด้วยท่าทางงงๆ



“ก็ใช่อ่ะดิ กูเห็นมึงพา อายาเสะ ลีดเดอร์คณะมึง ไปหาไอ้จินที่โรงอาหารวิศวะฯเมื่อกลางวัน”



“อ้อ...มึงก็เลยคิดว่ากูจะหาคู่ให้ไอ้จินมัน?” ...อ้าว....มันทวนคำถามอย่างงี้ แสดงว่าผมทายผิดเรอะ!!!...



ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ ไอ้ยูมันก็พ่นลมหายใจพรืด แล้วหัวเราะลั่น ก่อนจะเดินเข้ามาขยี้หัวผม



“มึงนี่มันเด็กจังวะ ไอ้คาเมะ~!” ....ไรฟะ!!~ แค่เดาผิด แล้วมันเด็กยังไงวะ!!...



-*-*-*-*-*-*-*-*-*


เย็นวันนั้น ผมกับไอ้ยูออกจากหอไปรอ จินกับเรียวจังที่โรงอาหารนิติศาสตร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับหอ จนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรของพวกเราสี่คนไปแล้ว ที่ต้องมากินข้าวด้วยกันทุกเย็น



“กินน้ำอะไร” เรียวจังถาม ขณะที่ผมหย่อนก้นลงนั่ง



“กาแฟปั่น” ของโปรดผมเลยล่ะ~~



“มึงเอาสปาเก็ตตี้กุ้งเหมือนทุกทีใช่มั้ย” ไอ้ยูหันมาถามผมอีกคน ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ มันก็เลยหันไปถามเมนูอาหารเย็นของเรียวจัง ตกลงเรียบร้อย ก็ลากไอ้จินไปต่อแถวซื้อข้าว ส่วนเรียวจังแยกตัวไปซื้อน้ำ



...แล้วผมทำอะไรน่ะเหรอ?...



...แน่นอนฮะ เป็นหน้าที่ที่สำคัญมากๆเลยล่ะ ถ้าไม่มีผมสักคน ไอ้พวกที่ไปสั่งข้าวสั่งน้ำนี่ต้องยืนกินเอาเลยนะ ฮ่า ฮ่า...




..ความจริงผมก็อยากไปช่วยพวกมันหรอกนะ แต่ไปต่อแถวทีไร ถูกเบียดออกมาทุกที ก็คนมันเตี้ยนี่นา พ่อแม่ให้มาน้อยก็เงี้ย...



แปบเดียว เรียวจังก็เดินถือแก้วน้ำปั่นสี่แก้วมาด้วยวิธีการวางใส่ถาดที่ทางร้านสมนาคุณให้ยืม



“นี่เรียวจัง...เรียวจังรู้ความลับของไอ้จินกะไอ้ยูเปล่า” เอาล่ะ แย๊บถามเอาจากเรียวจังก็ได้ ไม่ง้อไอ้พวกปากหนักพวกนั้นหรอก!!!!...


“หือ?...ความลับอะไร” อ้าว~ หรือว่าเรียวจังก็ไม่รู้หว่า...




“ก็เมื่อกลางวัน เราเจอไอ้ยูพาลีดนิเทศไปหาไอ้จินที่วิศวะฯ” สำหรับเรียวจังนั้น ผมยกคำพูดเป็นแบบสุภาพ ไม่หยาบคายเหมือนเวลาคุยกับไอ้สองคนนั่น



“แล้วคาเมะไปเจอได้ยังไง” เห็นมะ...ก็เรียวจังพูดกะผมแบบดี๊~~ ดี ... ไม่มีมง มีมึง ออกมาให้สะเทือน เรียก คาเมะ ทุกคำเลย เรียวจังน่ารัก~!!!



“ก็เราแอบตามไป...อ๊ะ..” หลุดปากไปอีก!!! T.T เรียวจังยิ้มน้อยๆ แล้วโยกศีรษะของผมไปมา



“เดี๋ยวนี้ชักร้ายใหญ่ ทำตัวเป็นนักสืบเหรอคาเมะ”



“มาแล้วๆ” ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ ไอ้ยูก็ถือจานข้าวเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงลั่นสร้างความอับอายเพราะมีแต่คนมองเป็นตาเดียว แต่ดูมันจะไม่สำนึก พอวางจานข้าวผัดลงตรงหน้าเรียวจังปุ๊บ มันก็ทรุดตัวลงนั่งกินยากิโซบะของมันทันที ส่วนสปาเก็ตตี้ของผมน่ะเหรอ นู่น~!!~ ไอ้จินถือมา



...แล้วไอ้คนถือนี่ล่ะปัญหา...



“ยู....สปาเก็ตตี้ของกูนี่ใครเป็นคนสั่งวะ มึงหรือไอ้จิน” ยูมันหัวเราะเยาะเย้ยแทนคำตอบที่ผมควรจะได้ ...แม่งเอ้ย~!!!....สปาเก็ตตี้ผมต้องเป็น ‘อาหารจานเขียว’ อีกแน่ๆเลย



พอไอ้จินมันวางจานลง ผมก็เอ่ยปากทันควัน



“บอกว่าไม่เอาผัก” จะหาว่าผมทำตัวแอ๊บแบ๊วก็เอาเหอะ...แต่ไอ้ผักนี่มันไม่อร่อยจริงๆว่ะ!...



“กินซะมั่งเหอะ ไม่กินผักแบบนี้ไง ตัวมันก็เลยโตได้เท่านี้” เรียนชีวะฯ ด้วยหนังสือเล่มไหนวะ!!! จะได้เผาทั้งหนังสือทั้งคนเขียนมันซะเลย!!



...กินผักมันเพื่อวิตามิน ไม่ใช่ให้ตัวโตเฟ้ย!!!... ถ้าจะให้ตัวโต ต้องเอาเนื้อในจานมึง มาแลกกะผักของกู~~... ^________^



“เดี๋ยวนี้เค้ากำลังนิยมผู้ชายตัวเล็กๆ แบบขนาดพกพาโว๊ย~!! หัดอินเทรนด์ซะมั่งสิ!” ผมเถียงไปงั้นล่ะ แบบว่าวันนี้ขอให้ได้เถียงมันสักประโยคสองประโยคก็ยังดี...



“ใครนิยมวะ คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอกใช่มั้ย” แหม...ไอ้คุณยูขี้สงสัย...เป็นพี่ชายที่หายสาบสูญไปของไอ้โคคิรึเปล่า ปากเสียอย่างกับออกมาจากพิมพ์เดียวกัน



“งั้นกูยกให้มึง พูดมากนักก็กินซะ!!” ผมตักผักในจานตัวเองไปโปะลงบนยากิโซบะของมัน



...ฮ่า ฮ่า ขอให้เจริญอาหารว่ะ!! ผักเลอะน้ำสปาเก็ตตี้ กินกะโซบะอ่ะนะ!!!...



“คาเมะ...ตักผักตัวเองคืนมา” เสียงโหดๆเหี้ยมๆแบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ไอ้คนที่มันนั่งอยู่ข้างผม แล้วคุณคิดว่าผมจะสนงั้นเรอะ!!



…ไม่มีวัน!!!...



“เฮ้ย!! อย่าทำเป็นหูพิการดิไอ้คาเมะ...ไม่ได้ยินคำสั่ง ‘คุณพ่อ’ รึไงวะ” ไอ้ยูรีบเสนอหน้าเยาะเย้ย มันตักผักของผมออกมาจากจานมัน กะจะมาใส่จานผมเหมือนเดิม



...แต่... ‘ ท่านคาเมะ’ คนนี้ไม่มีทางเสียหรอกที่จะรับศัตรูกลับเข้ามาหาตัว ก็เลยส่งช้อนส้อมในมือไปกระแทกกับตะเกียบที่ตักผักข้ามอากาศจะมาลงจานผม



...แล้วมันก็....




--แปะ-- เจ้าผักน้อยผู้น่าสงสารล่วงหล่นสู่โต๊ะ หมดสิทธิ์ตกลงในกระเพาะของผม ฮ่า ฮ่า มีความสุขโว๊ย~!!!...



...แต่...ความสุขไม่เคยอยู่กับใครยืนนาน...



....เพราะผมมีความสุขกับการจากไปของผักได้แปบเดียว ไอ้จินก็ลุกพรวดเดินออกจากโต๊ะ กลับไปที่ร้านขายอาหารร้านเดิม คราวนี้ไอ้ยูที่มองตามถึงกับหัวเราะก๊ากไม่สนใจสายตาใครด้วยความหน้าด้านอย่างถึงที่สุด



...เวรแล้วไง นี่จินมันคงไม่สั่งสปาเก็ตตี้เพิ่มผักชุดพิเศษสำหรับผมหรอกใช่มั้ย...



“ซวยแน่ล่ะมึงเอ้ย~!! ไอ้จินมันจัดการขั้นเด็ดขาดแน่” ดูมัน...ดูไอ้ยูมันพูด เคยมั้ย พูดจาให้กำลังใจเนี่ย!!!



คนยิ่งกลุ้มๆอยู่นะโว๊ย~! รู้ๆกันอยู่ว่าฤทธิ์ไอ้จินโกรธนี่ไม่ธรรมดา ขั้นเทพพอๆกับเกรดมันนั่นล่ะ!!...โกรธแล้วอาละวาดนี่ไม่ว่า (เพราะอย่างมากก็แค่ของพัง บังคับให้มันซื้อของใหม่มาชดเชยซะก็จบ)



... แต่นี่แม่ง~!!!...โกรธแล้วเล่นสงครามประสาท ชนิดที่ว่าถ้าวันไหนมันโกรธล่ะก็ ติดป้ายหน้าห้องได้เลยว่า



‘กรุณาอย่ารบกวน อยู่ในช่วงประสาทแดกกันถ้วนหน้า’



“ทีหลังอย่าทำอย่างนี้นะคาเมะ จินมันเป็นห่วง มันถึงบังคับ” เรียวจังพูดอย่างมีเหตุมีผล สมเป็นอนาคตอัยการ



...เหอะ...ไอ้จินมันห่วงผมม้ากกกกกกก มาก...กลัวผมตายช้าไปอ่ะดิ!!!...



จินมันเดินกลับมา ผมไม่กล้าเงยหน้ามองมัน มันยิ่งหน้าดุอยู่ด้วย ใครว่าหมอนี่เป็น เดือนของคณะกันวะ!! ตัดสินด้วยการจับฉลากรึไงก็ไม่รู้ หน้ามัน ตามัน ดุชิบหายวายป่วง



--เคร้ง!!—จานกระเบื้องถูกกระแทกวางลงตรงหน้าผมให้ต้องสะดุ้งเฮือก ไม่ใช่ตกใจเพราะเสียงนั่นนะ แต่ตกใจอาหารในนั้นต่างหาก ผมเงยหน้ามองคนที่ยืนจ้องผมอยู่ สายตาที่ส่งออกไปนี่ยิ่งกว่าเจ้าชายขอความรักเจ้าหญิงซะอีก



…ได้โปรดกรุณา อย่าให้กูต้องกินอาหารที่มึงประเคน....ขอร้อง จินคุง~~… *.*



“กินให้หมด” T.T กินให้หมด?...จะให้กระผมผู้เกลียดผักกิน ‘สลัด’ เนี่ยนะ...



“มึง....มึงจะบ้าเหรอ....”



“ไม่บ้า จะกินเองดีๆ หรือให้จับกรอกปาก”




T____________T….ไอ้ชั่ว~!!!!!!...



....ม่ายอ๊าวววววววววววววววววววววววววว.............




-*-*-*-*-*-*-*-*-*


“มึงจะหัวเราะอีกนานมั้ย”




ผมถามไอ้ยูด้วยความเหนื่อย นั่งหอบอยู่บนเตียงตัวเองอย่างทุกข์ทรมาน คนที่ยืนใกล้ที่สุดคือ จิน ไอ้เพื่อนทรยศที่นั่งบังคับผมกินสลัดห่าเหวอะไรนั่น ส่วนคนที่นั่งลูบหน้าลูบหลังผมอยู่ก็คือเรียวจัง



...ทำไมดูทุกคนจะมะรุมมะตุ้มผมเหลือเกินใช่มะ ก็เพราะว่าผมอ้วกแตกน่ะสิ!! ....




ไม่ให้อ้วกได้ไง พะอืดพะอมกับไอ้ สลัดจานนั้นโคตรๆ พอยัดมันลงกระเพาะหมดจาน แล้วกลับขึ้นห้องได้ปุ๊บ ก็โก่งคออาเจียนปั๊บ



...วิ่งเข้าห้องน้ำสามสี่รอบ จนมานั่งถอนหายใจเฮือกๆอยู่บนเตียง มีไอ้ยูนั่งหัวเราะเยาะใส่หน้าอย่างงี้ไงเล่า!!...



“นี่ถ้ามึงไม่ใช่ผู้ชายนะ กูต้องคิดว่ามึงแพ้ท้องชัวร์เลยว่ะ...โอ้ย~!!” อย่าคิดว่าผมจะปล่อยให้มันมีชัยด้วยความปากหมา เพราะผมขว้างหมอนอัดปากมันทันที!!



“เล่นแรงนะมึง~! เดี๋ยวกูก็เอา ‘เบอร์คาเมะจัง’ ไปประจานที่ตึกเศรษฐศาสตร์ซะหรอก...อุ้บ!!” ผมถลึงตาใส่มัน



...ไอ้บ้านี่มันชอบหลุดปากเรื่อย ไม่ใช่ว่าจะปิดเป็นความลับหรอกนะ แต่ผมแค่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าสุดหล่ออย่างผมดันโดนผู้ชายคณะเศรษฐศาสตร์มารุมจีบ... ไม่เท่ห์ครับ ไม่เท่ห์...



“ตึกเศรษฐศาสตร์ทำไม” นั่นไง...ไอ้คุณชายจินมันอยากรู้จนได้...




“โอ้ย~~ เหนื่อย...พวกมึงจะไปทำไรก็ไปเหอะ ขอกูนอนเงียบๆ” แหะ แหะ...ผมรีบพูด รีบทิ้งตัวลงนอน บรรยากาศมาคุอย่างงี้ ต้องตัดลมก่อนจะมีไฟ...



“คาเมะ...ลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” แต่ดูเหมือนไอ้จินมันจะอยากรู้เรื่องของผมซะเหลือเกิน เพราะมันดึงผมให้ขึ้นมานั่งคุยต่อ




“ไม่มีเรื่องต้องคุย ...กูเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อ้วกจนไม่มีแรงแล้วเนี่ย” ...ยังไงๆ ก็ไม่บอกเว้ย~!!!...




“มี!!!” วะ!! ไอ้นี่!!~ ก็บอกว่า ไม่มี แล้วยังจะมาเถียงอีก



“งั้นแลกกัน...มึงบอกเรื่องความลับของมึงกับไอ้ยู แล้วกูจะบอกเรื่องของกู” มันชะงักไปที ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น



“อยากจะรู้ไปทำไม” มันถามเสียงเบา ...เออเว้ย~!! ทีมันอยากรู้เรื่องของชาวบ้าน ก็มาคาดคั้นอย่างงั้น อย่างงี้ แต่ทีคนอื่นอยากรู้เรื่องของมันมั่งล่ะ ทำเป็นดอกพิกุลจะร่วง~!!!



“นั่นดิ...แล้วมึงจะมาอยากรู้เรื่องของกูทำไม” ผมย้อนมันเข้าให้ ไอ้จินเลยยิ่งอึ้ง ก่อนจะส่ายหน้าไปมา



“พูดไม่เพราะ...ทำไมต้องขึ้นมึงขึ้นกู” อ้าว~!!!!!...แล้วให้เรียกท่านว่าอะไรขอรับ...องค์ชายเอามั้ย...




“กูจะพูดอย่างงี้ ไม่เพราะก็เรื่องของกู หนักหัวมึงรึไง”



“คาเมะ...” องค์คุณพ่อเริ่มลงครับ เพราะไอ้จินมันทำหน้าขึงขังขึ้นมาทันที...



“เฮ้ยๆ พวกมึง....อ่า....พวกแกสองคนจะมานั่งหาเรื่องกันทำไมวะ ไอ้จิน มานี่เลย ไหนว่าจะสอนอังกฤษกู....เอ่อ....ฉันไง...เรียว หานมให้ไอ้คาเมะกินหน่อย เดี๋ยวมันหิวตอนดึกๆ แล้วจะมาละเมองับแขนกู....อืม....ฉันไม่ได้นะโว๊ย”



แล้วก็เป็นไอ้ยูทุกทีที่เปลี่ยนสถานการณ์ด้วยคำพูดที่ทุลักทุเลน่าดู เปลี่ยนกูเป็นฉัน เปลี่ยนมึงเป็นแกให้วุ่นวายปวดหัว ก่อนที่มันลากจินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ ส่วนเรียวจังก็ลุกไปหานมกล่องมาให้ผม



...แต่...ผมคิดไปเองรึเปล่า ว่าดูไอ้จินมันมองผมแปลกๆ เหมือนมันจะดุเรื่องคำพูดของผม แต่จะว่ามันเหมือนจะเสียใจก็ใช่ น้อยใจก็นิดหน่อยมั้ง ...เอ?....หรือว่าความจริงแล้ว มันมีอะไรค้างคาในใจรึเปล่า...




...เรื่องค้างคาของไอ้จินเหรอ...แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องการเรียน ก็บอกแล้วว่ามันขั้นเทพ... หรือจะเป็นเรื่องไม่สบาย....ก็ไม่น่าหรอกนะ...หมอนี่มันอึดซะยิ่งกว่าแรด



...อ๊ะ!!~ ใช่สิ หรือว่า อายาเสะ ลีดนิเทศที่ไอ้ยูพาไปจะไม่รับรักมัน...




...ต้องเป็นอย่างงั้นแน่ๆเลย....



...โธ่~!!~ ก็หน้าดุอย่างกะร๊อตไวเลอร์แบบนั้น ผู้หญิงที่ไหนจะอยากเอามันมาทำพันธุ์เป็นพ่อของลูกว้า~!!! มันต้องอย่าง คาเมะคนนี้ต่างหากเล่า~~….



-*-*-*-*-*-*-*-*-*



ผมขอถอนคำพูดได้มั้ย ที่ว่าไอ้จินมันดูซึมๆ T_____________T…




...ฮึ้ย~!!! พอเช้าวันต่อมาล่ะทำตัวเหมือนเดิมเปี๊ยบเลย!!! ทั้งตะโกนถามผมว่า




‘เสร็จยัง’ ตอนกำลังอาบน้ำ แล้วพอผมออกมาให้มันเห็นหน้า ไอ้บ้านั่นก็ไล่ให้ผมเข้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำอีกรอบ (ก็แล้วมึงจะเรียกกูออกมาทำไมวะ!!!)



แล้วไอ้บ้านั่นก็ยังทำตัวเป็นนักกำหนดอาหาร ทั้งดุทั้งว่า ตอนผมหยิบผักออกจากฮอทด็อกที่เรียวจังซื้อมาให้กินเป็นข้าวเช้า



...ทั้งๆที่วันนี้เนี่ย มันเป็นวันหยุดราชการต่างหากเล่า~!!! ไอ้จินช่วยเงยหน้าดูปฏิทินหน่อยได้มั้ยวะ!! แล้วก็หุบปากเลิกบ่นเหมือนราชการที่ได้หยุดซะมั่ง!!!...



“แล้วงี้ อาทิตย์ที่หยุดกีฬามหา’ลัย มึงก็ไม่ได้กลับบ้านอ่ะดิ” ไอ้ยูหันมาถามผม ผมก็ไม่เข้าใจนักหรอก ว่าทำไมเวลายูมันพูด กู พูด มึง ไอ้จินไม่เห็นจะด่ามันบ้างเลย จ้องจับผิดที่ผมคนเดียว




“อื้อ...ขี้เกียจกลับ ค่าเครื่องบินแพง”



แถมนั่งไปกลับก็หมดเวลาไปเกือบสองวันแล้วด้วย ก็ครอบครัวผมอพยพไปอยู่นิวยอร์คหมดเลยนี่นา ทิ้งลูกชายหน้าตาดีอย่าง ‘คาเมะ’ คนนี้ไว้ที่ญี่ปุ่นคนเดียว...



“แต่น่าไปเหมือนกันนะ...นิวยอร์คเนี่ย คงมีสาวฝรั่งหุ่นอึ๋มๆเต็มไปหมด...เค้าโนบรากันมั้ยวะ” มีอยู่คนเดียวล่ะ กับคำพูดประเภทไร้การจรรโลงโลก....ไอ้ยูเอ้ย~!!!!...




“จะไปรู้ได้ไงวะ!! ไม่ได้มองนมผู้หญิงนะโว๊ย!!!...เรียวจังล่ะ กลับบ้านมั้ย...”



ผมหันไปถามเรียวจังที่ยังอ่านหนังสืออยู่บนเตียง แอบเหลือบตามองไอ้จินนิดนึง เห็นมันกำลังทำการบ้านก็เลยข้ามหัวมันไป ส่วนไอ้ยู....เฮ้อ~!! คุณคิดว่าคนที่ถามถึง ฝรั่งโนบรานี่มันจะทำอะไรอยู่ล่ะ ถ้าไม่ใช่นั่งดูหนังโป๊อยู่น่ะ...




“ไม่ล่ะ...ค่อยกลับทีเดียวตอนปิดเทอม” สอบเสร็จก็อยู่ในช่วงปีใหม่พอดี เปิดปีใหม่มาได้หน่อยก็เป็น กีฬามหาวิทยาลัย ...อย่างงี้ ปีใหม่ปีนี้ผมก็ได้ฉลองพร้อมเรียวจังด้วยอ่ะดิ



“มึงจะไม่ถามกูหน่อยเหรอ” ไอ้ยูหันมาถามผมตาแป๋ว เชิญชวนให้ผมถามมันซะเหลือเกิน



“เออๆ...มึงไม่กลับบ้านเหรอ” ตามพระบัญชา ขอรับคุณยู



“โน โน...กลับไปก็โดนใช้งานอ่ะดิ กูไม่มีทางเสนอหน้าขึ้นไปแน่นอนจนกว่าจะปิดเทอม” ไอ้ยูรีบประจานความชั่วของตัวเอง ในด้านการอู้งาน บ้านหมอนี่อยู่ฮอกไกโด รู้สึกจะทำเรียวกัง (โรงแรมแบบญี่ปุ่น) เนี่ยล่ะ




ผมเห็นว่า อุตส่าห์ถามเพื่อนร่วมห้องมาตั้งสองคนแล้ว ไอ้จะทำเนียนลืมอีกคนไป มันก็จะดูไม่ดี แต่ไม่ทันจะได้อ้าปากถามหรอกนะ ไอ้ยูที่ไวอย่างกับลิง ก็กระโดดผลุบลงจากเตียง ทิ้งหนังโป๊ให้เปิดค้าง แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานของไอ้จิน



“ท่านจินล่ะขอรับ ‘คาเมะจัง’ อยู่หอ...ท่านจินจะอยู่ด้วยมั้ยขอรับ” ทำไมต้องเอาชื่อกูไปอ้าง~!!!!!...




“ไม่มีเหตุผลต้องกลับ ขี้เกียจนั่งเครื่องบินนานๆ” อ้อ...ลืมบอกไปว่า ไอ้จิน นี่ก็หัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ที่ญี่ปุ่นเหมือนผม



...เห็นมันเคยเล่า (แบบที่ผมบังคับมันนิดหน่อย) ว่าพ่อแม่และก็พี่ชายของมันอีกสองคน ย้ายครอบครัวไปทำธุรกิจที่อิตาลี ผมก็ไม่ได้ถามว่าทำธุรกิจอะไรหรอก ไม่อยากจะยุ่งเรื่องของมันเท่าไหร่...




“ขี้เกียจนั่งเครื่องบินนานๆ หรือว่าเป็นห่วงคนบางคนกันเอ่ย~ ซัมวันน่ะ ซัมวัน...ซัมวันที่ท่านห่วงมากๆน่ะขอรับ” ซัมวันไหนของไอ้ยูมันฟะ



“เอ?...คาเมะ มึงรู้มั้ยว่า ซัมวัน ของท่านจินเป็นใคร” กูจะรู้เรอะ~!!...



“แล้วท่านจินไม่คิดจะบอก ‘คาเมะจัง’ หรือขอรับ” ไอ้ยูเหมือนจะถามผมไปงั้น เพราะมันหันกลับไปพูดกับคุณชายจินต่อ



“นากามารุ” เสียงของไอ้จินดังขัด ก่อนที่ไอ้ยูจะพูดต่อ



“จะหยุดพูด แล้วลงจากโต๊ะ หรือจะให้เตะออกจากห้อง” มันพูดต่อเสียงเรียบ แถมสายตาให้ไปอีกหน่อย เรียบร้อยครับ...ยูอิจิถลากลับมานอนดูหนังโป๊แทบไม่ทัน....



....ผมว่านะ...ไอ้จินนี่เลิกเรียนแม่งเหอะ วิศว้ง วิศวะ ไรเนี่ย...ไปทำงานเป็นมาเฟียไป โหดชิบเป๋งเลย~!!!...



...อ๊ะ...ว่าแต่ ซัมวัน ที่ไอ้ยูพูดถึงนี่มันใครกันวะ... พวกคุณรู้กันบ้างมั้ย????...



To Be Con