2008.12.29
FIC : คำเตือน (บอกแล้วว่าอย่าขี่หลัง)
FIC : คำเตือน (บอกแล้วว่าอย่าขี่หลัง)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
...เคยบอกแล้ว... เคยเตือนแล้ว...บอกจนปากจะฉีก เตือนจนปากเปียกปากแฉะ...
แล้วมันเคยฟังมั้ย เคยทำตามที่บอกมั้ย นอกจากจะไม่เคยแล้ว แม่งยังเป็นประเภทยิ่งดุยิ่งทำ ยิ่งยุยิ่งกวน
ดื้ออะไรอย่างงี้วะ เตือนก็ไม่ฟัง บอกก็ไม่ฟัง เดี๋ยวกูจูบสักทีให้สำนึกดีมั้ยห๊ะ!!!!
.............................
ร่างบอบบางหมายตาแผ่นหลังกว้างของเพื่อนรักที่กำลังนั่งดีดกีต้าร์กับผองเพื่อนในคณะ มันบอกเป็นรอบที่แปดล้านได้แล้วมั้ง ว่าอย่ากระโดดขี่หลัง เหตุผลว่าทำไมนั้น มันไม่ยอมพูด แต่ถึงมันจะบอกเหตุผล แล้วคิดว่าคาเมะจะทำตามรึไง ก็คนอยากขี่...ใครจะทำไม...
ร่างบางสาวเท้าวิ่งมาจากหน้าตึก ตรงดิ่งเข้ามาหาเพื่อน หลังจากล็อคเป้าหมายด้วยสายตา แล้วกระโดดหมับขี่คอ เอาแขนล็อคลำคอแข็งๆนั่น ทำเอาอีกฝ่ายแทบทำกีต้าร์หลุดจากมือ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาดุๆไปให้ไอ้เพื่อนทั้งหลายที่เห็นแต่แรกว่าคาเมะวิ่งมาแต่ไกล แต่ไม่มีใครสักคนจะเอ่ยปากบอก แถมมันยังมานั่งหัวเราะกันอีก
“ไอ้คาเมะ!!!!!”
โดนจนเหนื่อย โดนจนชิน โดนจนไม่ต้องหันมอง โดนจนไม่ร้อง แต่ทั้งๆอย่างนั้น ทุกครั้งที่ใกล้ชิดไอ้เพื่อนตัวเล็กแต่ทั้งห้าว ทั้งห่ามอย่างคาเมะ อาคานิชิ จินก็ไม่เคยหยุดเสียงเต้นของหัวใจที่มันดังลั่นอย่างผิดปกติได้เลยสักครั้ง
“อย่าดุหน่า จินที่รัก...ไปกินข้าวกะกูหน่อย กูหิว” ไอ้คาเมะของจินยังคงมีตาเอาไว้แปะอยู่ใต้คิ้วให้อวัยวะครบสามสิบสองประการเท่านั้น เพราะมันเล่นชวนทั้งๆที่เห็นๆกันอยู่ว่าจินยังถือกีต้าร์ และตรงหน้าจินคือหนังสือเพลงที่คงหยิบหาจากใต้ตึกเรียนแหงนี้ เพราะมันยับย่นและเปียกเลอะจนกระดาษพอง
“ยังไมได้กินอะไรมารึไง” จินถามแต่สายตาจับจ้องโน้ตเพลง และมือเริ่มจับสาย
ส่วนไอ้ลูกลิงที่คล้องอยู่กับคอ และเสียงหัวใจดังจนแทบทะลักนั้น ร่างสูงพยายามทำความคุ้นเคยจนบัดนี้แม้จะยังลดเสียงหัวใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ทรมานเท่าช่วงแรกๆ จะว่าจินปลงชีวิต หรือสมเพชรสนิยมตัวเองก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะดันตาต่ำถึงขนาดลดสายตาลงมามองว่าไอ้ห่ามคาเมะออกจะมีแววน่ารักอยู่เหมือนกัน
...เฮ้อ~!! หรือกูโดนเล่นของวะ ก่อนหน้านี้สักสามสี่เดือน จินยังคบสาวสวยเด็กบัญชีจนเขาอิจฉากันทั้งมหา’ลัย...เหอะ!!! แล้วแค่ไปเห็นน้ำตาไอ้คาเมะเข้าหน่อย แฟนเฟินเลิกหมด!!! ชีวิต!!!!....
“เออดิ...ไอ้ยูยะไปค้างบ้านเพื่อน” คาเมะเล่าไปถึงน้องชายแล้วชักโมโห
สองพี่น้องคาเมนาชิหอบหิ้วกันลงมาโตเกียวเพื่อเข้ามหา’ลัย ไม่สิ...ต้องบอกว่าบ้านคาเมนาชิเตะโด่งลูกชายอย่างคาเมะลงมาลดดีกรีความแสบ แต่ส่งมาคนเดียวก็กลัวจะเถลไถล เลยส่งน้องอย่างยูยะลงมาคุมพี่อีกแรง และมันก็คุมพี่มันตั้งแต่เรืองเสื้อผ้าไปจนถึงเรื่องกับข้าว
ถ้าวันไหนไอ้คาเมะมามหา’ลัยแบบสภาพหิวโซและยาจกสุดๆด้วยการใส่เสื้อมอซอไม่ได้รีดนั้น ก็ทายได้อย่างเดียวว่าน้องชายสุดรักสุดบูชาไปค้างที่อื่น และไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้พี่ชายดำเนินชีวิตในวันต่อๆไป
“อ้าว...แล้วมึงมีเสื้อใส่ได้ไง” นิชิคิโดะ เรียวที่นั่งฝังซ้ายของจินเป็นคนเอยปากถาม
“ก็เอาเสื้อไอ้ยูยะมาใส่อ่ะเดะ มันดันไม่รีดไว้ให้นี่หว่า เพราะงั้นมันต้องเสียสละเว้ย~!!!” ว่าแล้วคาเมะก็หัวเราะมาดร้าย ให้เพื่อนๆทั้งหลายต้องเหลือบมองหน้ากันด้วยคำถามคาใจว่า ‘แล้วมึงล่ะ เสียสละอะไรให้น้องมึงบ้าง’
“จิน...กูหิวข้าว” ไอ้คาเมะย้ำคำเดิม ริมฝีปากบางแทบแนบชิดกับใบหูของคนที่ยังโดนกอดคออยู่ จินถอนหายใจ ทั้งหนักอก ทั้งพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะส่งกีต้าร์ให้เพื่อนไปดีดแทน แล้วหันมาแกะมือและแขนที่ยังติดแหง็กอยู่กับคอของเขา
“ปล่อยก่อนคาเมะ ลุกไม่ได้” ตัวมันใช่จะเบาๆเสียทีไหน ถึงมันจะตัวเล็ก แต่มันก็มีเนื้อ มีกระดูก เขาไม่ใช่แรมโบ้พอจะลุกได้หรอก หากยังมีมันเกาะอยู่แบบนี้
ร่างบางยอมแต่โดยดี และพอจินลุกขึ้นยืนได้แล้ว ไอ้คาเมะก็กระโดดเข้ากอดคอ เอาขาหนีบเอวจิน เลียนแบบหนังคาวบอยที่ตัวเองดูมาเมื่อคืน แล้วให้จินกลายเป็นม้าเสียแบบนั้น
“ไปเล้ย~!!! เจ้าม้าอาคานิชิ!!” ไอ้คนขี่หลังชี้นิ้วไปข้างหน้า ไม่ได้สำนึกสักนิดว่า ‘เจ้าม้าอาคานิชิ’ เป็นเพื่อนที่คบกันมาสามปี ไม่ใช่ข้าทาสรับใช้ประจำตัว และที่สำคัญ
....จินก็เคยเตือนแล้ว เตือนมาตลอด เตือนจนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าขี่หลัง อย่าขี่หลัง...
...แล้วยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่สำนึก ไม่สนใจ...ถ้าความอดทนสิ้นสุดเมื่อไหร่ จินก็คงไม่เตือนอย่างเดียวอีกต่อไป...
.............................
ไม่ใช่แค่ตอนจะไปกินข้าวอย่างเดียวหรอก ที่คาเมะขี่หลังจิน แต่รวมไปถึงตอนเลิกเรียนลงจากตึกด้วยลิฟต์ ไอ้คาเมะก็ยังจะขี่หลังไอ้จิน
“กูถามมึงจริงๆคาเมะ...ถ้าตึกนี้ไม่มีลิฟต์ และมีแต่บันได มึงจะขี่คอไอ้จินมั้ย” จิมมี่ถามด้วยความขำ เพราะหน้าตาของไอ้คนขี่ กับไอ้คนเป็นม้า ช่างไม่บาลานซ์กันอย่างรุนแรง ไอ้คาเมะนั้นหน้าตาชื่นบาน ส่วนไอ้จินบึ้งแล้วบูดอีก แต่มันก็ยังไม่บ่น
“ขี่เดะ กูขี้เกียจเดิน” ตอบตรง ตอบสั้น แถมไม่สำนึกสักนิด จนจินชักหงุดหงิด
แม่ง...ไม่รู้รึไง!! ว่าขี่คอกันแบบนี้แล้วมัน....มัน....ก็ใช่ละ ไอ้คาเมะไม่ใช่ผู้หญิง ไม่มีนม ไม่มีอะไรให้ชนแนบกับหลังเขา แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นผู้ชาย และมันก็ไม่เคยใส่เสื้อทับ แถมเสื้อมันก็บาง พอตัวมันแนบลงมาแล้ว...แล้ว...แล้วอกมันก็นาบลงมาด้วย...
...โว๊ย~!!!!!!...ไหนจะลมหายใจร้อนๆที่เป่าลงมากับกกหูอีกล่ะ!!! ...มึงนะมึง ไอ้คาเมะ!!!...
“มึงจะขี่หลังกูไปถึงไหน” จินถามหน้าเซ็ง ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงชั้นหนึ่ง จะได้พาๆมันไปส่งให้แล้วๆเรื่องเสียที
“ถึงหอกู” คำตอบมันง่ายอีกแล้ว!!! เวรเอ้ย~!!!...
“นี่มึงกะจะให้ไอ้จินกระเตงมึงจนถึงหอเลยเหรอวะ” เพือนผองร่วมกันช่วยเหลือจินจากการตกที่นั่งลำบาก
“ทำไม...ไอ้จินแข็งแรงจะตาย เอามึงขึ้นอีกคนยังได้เลย ชิโรตะ” คาเมะหันไปกระเซ้าเจ้าเพื่อนร่วมกลุ่มตัวล่ำบึ้กอย่างชิโรตะ ยู แต่คนถูกชวนขึ้นไปขี่คอไอ้จินอีกคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
ชิโรตะยังไม่อยากถูกเม้าส์เท่าไหร่ ว่าตอนนี้กำลังคั่วอยู่กับจิน ถึงได้อินเลิฟขั้นหนัก ปีนขึ้นหลังขี่คอหวานชื่น
แต่ข้อหานี้ คาเมะไม่เคยหวั่น เจ้าตัวไม่เดือดร้อนแม้สักนิดที่มีผู้ชายหลายคนตั้งตัวเป็นชมรมคนรักคาซึยะ ถ้าเป็นชิโรตะเสียหน่อยเถอะ แม้แต่กะเทยยังไม่อยากเข้าใกล้ บนโลกใบนี้สำหรับพ่อหนุ่มลูกครึ่งชื่อญี่ปุ่นอย่างชิโรตะแล้ว มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่คู่ควรกับเขา
“มึงจะกลับหอจริงอ่ะคาเมะ ไม่สนไปคอนโดกูรึไง...”นากามารุ ยูอิจิรีบถาม แถมสายตาวาวระยับว่ามันคงมีอะไรเจ๋งๆรอที่คอนโดแน่แท้ ถึงได้ชวนคาเมะด้วยท่าทีแบบนี้
“ทำไม คอนโดมึงมีไร”
“เบียร์หกโหล...” ไอ้ยูพูดแค่นั้น คาเมะก็ตาวาวตอบแทนคำชวน
“แล้วพีจังของมึงล่ะ” คาเมะแย๊บ
รู้ๆกันอยู่ว่าแฟนสุดที่รักของยูอิจินั้น เกลียดเหล้าเกลียดเบียร์เข้าไส้ แต่ไอ้ยูก็ดันเป็นพวกแอลกอฮอลอินไซด์ ถ้าเป็นวงในเรื่องเหล้าๆ เบียร์ๆเนี่ย ไอ้ยูถนัดเป็นพิเศษ มันเลยต้องแวบลับหลังพีจังสุดเลิฟมากระดกกับเพื่อนๆให้ได้สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี แต่บางทีคราวซวยก็มีจริง ถ้าพีจังรู้ล่ะก็ วงไหนก็วงนั้น แตกกระเจิดกระเจิง
“ไปเที่ยวกับเพื่อนๆเว้ย”
“แต่กูว่าสงสัยมีกิ๊กแหง...” ทานากะ โคคิหันไปบอกกับจิมมี่ อีกฝ่ายก็รีบเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง เรื่องทำครอบครัวแตกแยกนี่ถนัดเป็นพิเศษ
“เออ กูก็ว่างั้น...เพื่อนที่ว่าเนี่ย สงสัยเพื่อนชายในซอกหัวใจเปล่าวะ” และเมื่อมีถึงสองคนที่เข้าลัทธิช่างยุ ชิโรตะผู้นิยมเป็นอย่างยิ่งก็เข้าสมัครเป็นสมาชิกทันทีด้วยคำพูดชวนให้ยูอิจิหวั่นไหวว่า
“งั้นไอ้ยูก็โดนนอกใจดิวะ”
“เฮ้ย...ก็สมควรอยู่หรอก พีจังเขาไม่ชอบคนกินเหล้ากินเบียร์นี่หว่า” แม้แต่เรียวก็เอาด้วยอีกคน
“แสดงว่าแฟนใหม่ของพีจังก็คงเป็นคนดีมากๆเลยเนอะ” คาเมะก็เอากับเขาด้วย ทั้งที่ยังขี่หลังจินนั่นแหล่ะ
“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ไอ้ยูก็เทียบไม่ได้เลยนะสิ” จินตบท้าย แล้วทั้งหมดก็หัวเราะเหอ เหอ พร้อมกับเหลือบตามองไอ้คนที่ยืนหน้าซีด ไม่ยอมรับคำพูดใครทั้งสิ้น
“....ม....ไม่จริง....ไม่จริง...พวกมึง หุบปากกันเลยนะ!! จะกินมั้ยห๊ะ!!~ เดี๋ยวกูก็ยุบวงวันนี้ซะหรอก!!!”
แล้วเย็นวันนั้น ผองเพื่อนนิสัยดีทั้งหลายก็ขยับขยายไปกินเบียร์ที่คอนโดของนากามารุ ยูอิจิผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมีอารมณ์กินสักเท่าไหร่ เพราะคำยุของเพื่อนมันแทงใจจนนั่งแทบไม่ติดที่
.............................
มาถึงคอนโดกันได้ ไอ้พวกมีฝีมือด้านทำกับแกล้มถูกใจปากคอเพื่อนฝูงก็ถูกส่งเข้าครัว ส่วนคนอื่นๆเริ่มจัดวง เทเบียร์รอ แต่ก็มีไอ้พวกไม่ชอบรอ ที่มันกระดกเข้าปากเป็นคนแรก
“ฮ้า~!!!!”
กินเหล้ากินเบียร์แล้วมันสุขใจแบบนี้นี่เอง คาเมะหลับตาปี๋ดื่มด่ำรสชาติถูกปากถูกคอ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เพราะงั้นถึงไม่ห่วงว่าจะเมาจะแฮงค์ หรือต่อให้เป็นวันจันทร์ คาเมะก็ไม่สนใจนักหรอก
...แต่จะว่าไป แฟนไอ้ยูนี่ก็แปลก ถึงจะเป็นเกย์ แต่ก็เป็นผู้ชายนี่หว่า แล้วมีผู้ชายที่ไหนไม่กินเหล้าวะ!!!...
“เป็นไรไอ้คาเมะ ทำตาล่อกแล่ก หรือมองหาผัวมึง...นู่น~! ในครัว กำลังทำกับแกล้มสูตรเด็ด”
เรียวพูด ขำกับท่าทางสอดส่ายสายตาไปมาของไอ้เพื่อนตัวเล็ก แต่ใจห่ามสุดขีด คาเมะหันมาแยกเขี้ยวให้ที ...ทำไมคนอย่างคาเมะต้องมีผัวเป็นไอ้ขี้บ่นจินวะ!...
“กูหาได้ดีกว่าไอ้จินเว้ย!!!~”
“สรุปว่ามึงจะมีผัวจริงอ่ะ” ไอ้จิมมี่สอดรู้สอดเห็นทันทีที่ทำได้ ทำเอาคาเมะต้องหันไปตบกะโหลกเป็นการตอบคำถาม
“จะผัวจะเมีย ของอย่างงี้มันเปลี่ยนกันได้เว้ย!! เคยได้ยินมั้ย คืนแรกเป็นเมีย คืนที่สองเป็นผัวไรเงี้ย~!!” เพื่อนทุกคนพากันเหลือบมองสภาพผอมขี้ก้างของไอ้คนพูด ที่ดูเหมือนจะคาดหวังการเป็นผัวในคืนที่สอง
...ผู้ชายที่ไหนเขาจะให้คนอย่างมึงขึ้นคร่อม~!!!!...
“ดูมึงจะเชี่ยวชาญ” โคคิถามมั่ง คาเมะทำตาเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเอง หยิบหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม ให้เพื่อนๆพากันตาโต
“นี่มึงเรียนรู้ทฤษฎีเตรียมพร้อมมีผัวไว้ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย~!!!” เรียวร้องอีก คาเมะทนความปากดีไม่ไหว เลยซัดหัวไปทีด้วยความหมันไส้
...กูบอกอยู่ปาวๆ ว่าจะเมียผัวมันสลับกันได้...ไอ้นี่ก็ยังจะให้มีแต่ผัวอยู่ได้!!!...มันไม่คุ้มโว๊ย~!! มีแค่ผัวน่ะ!! ชีวิตนี้เกิดหนเดียว ตายหนเดียว มันต้องมีทั้งผัว ทั้งเมียสิ ถึงจะสนุก!!...
“กับแกล้มมาแล้วครับพวกมึง~!! ถอยหน่อยถอย” สามสหายมือฉมัง ประจำห้องครัวประกอบด้วย จุนโนะ โคยามะ และจิน เดินเรียงหน้ากันออกมาจากโซนครัวเล็กๆมุมห้องพร้อมจานในมือที่ส่งกลิ่นหอมฉุย
“ดูอะไรกันวะ” จินถาม เมื่อเห็นหนังสือในมือใครสักคนแวบๆ
“หนังสือเกย์ไอ้คาเมะ” คำตอบจากใครไม่รู้ แต่ทำเอาคนถามถึงกับหันควับไปมองเจ้าของหนังสือ คาเมะไม่สนใจสายตาสงสัยนั่นเท่าไหร่ ทำแค่ยักไหล่ แล้วคว้าตะเกียบขึ้นมาจิ้มนั่นจิ้มนี่เข้าปาก
“พวกมึงคงจะมีเพื่อนเขยสักคนก็คราวนี้ละวะ” ชิโรตะแซวตามประสาให้คาเมะต้องเหลือบมองคนพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“มึงสนใจตำแหน่งเพื่อนเขยของไอ้พวกนี้มั้ยล่ะ”
เหมือนขนหัวจนถึงขนเท้าจะลุกหือขึ้นพร้อมกัน ให้เจ้าตัวต้องส่ายหน้าปฏิเสธตำแหน่งเพื่อนเขย หรือก็คือผัวไอ้คาเมะนั่นไง!!!
“กูชอบแค่เนื้อกับนม แบบมึงอ่ะ ประเคนให้ไอ้จินไปเหอะ” ว่าแล้วก็โยนเรื่องเสียเลย คาเมะยักคิ้ว แถมทำหน้ากวนมือ ก่อนพูดเสียงกวนส้น แบบที่ทำให้จินนิ่งเงียบ แล้วรู้สึกว่าเหล้าเบียร์วันนี้มันฝืดคอกว่าทุกครั้ง
“ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง”
.............................
แล้วดึกดื่นคืนนั้น ไอ้มนุษย์ที่เป็นแค่ของตายอย่างจิน ก็ต้องพาคุณชายคาเมะในสภาพเมาแอ๋กลับหอ เพราะมันบอกว่า
‘กูอยากนอนบนฟูกที่มีผ้าปูที่นอนสีฟ้า มีน้องดวงดาวเหลืองอ๋อยกำลังส่งจูบให้พี่พระจันทร์เสี้ยวใส่แว่น ห้องไอ้ยูไม่มีให้กู งั้นมึงพากูกลับหอที จิน’
และไม่ต้องถามว่าไอ้คาเมะยอมกลับมาในสภาพไหน ถ้าไม่ใช่ขี่หลังจินขึ้นมอเตอร์ไซค์ และกอดเอวจินจนกลับมาถึงหอ
ร่างสูงถอนหายใจหนักอก หลังจากจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่งไว้ใต้หอของไอ้คนที่ยังนั่งเบียดชิดอยู่เบาะหลัง
ท่าเดียวกับที่มันมากอดคอเขาทุกครั้งนั่นล่ะ เพียงแต่จะแตกต่างอยู่หน่อยก็ตรงที่ คราวนี้หน้ามันไม่ได้แนบอยู่กับซอกคอ แต่ดันมาแนบอยู่กับหลังเขาแทน ส่วนแขนมันก็ไม่ได้พาดอยู่กับไหล่เช่นทุกที แต่จินจับรวบให้มากอดเอวเขาเอาไว้ มีมือจินข้างหนึ่งคอยจับประคองไว้ตลอดทาง ด้วยกลัวว่าไอ้คาเมะขี้เมาจะกลิ้งตกจากไปตอนไหน
จินไม่คิดจะปลุกไอ้ตัวแสบให้เดินขึ้นหอเองหรอก ลองว่ามันเมาจนหน้าแดงคอแดงแบบนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าไม่จับทุ่มลงกับพื้น ก็ต้องเอาไฟสุมใต้เท้ามันนั่นล่ะ มันถึงจะยอมตื่น เขาดึงกุญแจรถใส่กระเป๋า ก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันมาจับแขนคาเมะพาดไหล่ จับสองขามันแนบกับเอว แล้วโน้มตัวพามันแบกขึ้นหลัง พามันขึ้นชั้นสอง
ห้องมัน...ห้องไอ้คาเมะ...จินมาจนจำได้ทุกซอกทุกมุม มาจนคนข้างห้องยังรู้จักเขา มาจนบางครั้งที่ไอ้คาเมะลืมจ่ายค่าเช่า คุณป้าเจ้าของหอก็มาทวงกับเขา เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจินจะมีกุญแจห้องนี้เป็นของตัวเอง เขาไขเข้าไป ในห้องเงียบและมืด แสดงว่ายูยะน้องชายคาเมะยังไม่กลับ และคงเหมือนเมื่อคืนก่อน และทำให้คาเมะไม่มีเสื้อใส่
จินหันไปกดสวิสซ์ แล้วปิดประตูก่อนจะพยุงคาเมะไปที่เตียงสองชั้นมุมห้อง เตียงล่างเป็นของคาเมะ และนั่น...
...มันใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้ารูปพระจันทร์ดวงดาวแบบที่มันพ่นจริงๆด้วย
ร่างสูงได้แต่ยิ้มขำ แม้จะรู้แก่ใจว่าคนหาซื้อผ้าปูที่นอนลายคิกขุแบบนี้คงไม่ใช่ไอ้ห่ามบนหลังเขาแน่ๆ
จินย่อตัวให้เสมอกับเตียง หมายจะปลดแขนคนที่หลับคาหลังเขา ให้มันล้มลงไปนอนบนเตียงต่อ แต่จินลืมไปว่าไม่ใช่แค่แขนเท่านั้น ที่คาเมะคล้องอยู่กับร่างกายจิน ยังมีขาอีกสองข้างที่หนีบอยู่ข้างเอว เพราะฉะนั้น เมื่อแขนถูกปลด และทำให้ร่างกายส่วนบนหงายผึ่งลงกับเตียง ขาสองข้างจึงฉุดรั้งร่างสูงที่ไม่ทันตั้งหลักให้ล้มตามหงายหลังลงไปทับด้วย
“เฮ้ย!!!!”
“โอ้ย~!! เล่นบ้าอะไรวะ!!!!!” คนเมาร้องอ้อแอ้ แล้วผลักแผ่นหลังคนที่ล้มทับให้ลุกออกไป ถึงจะไม่เจ็บนัก แต่มันก็จุกอยูดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้คาเมะไม่มีอารมณ์จะทำอะไรหรอก มันอยากนอนเสียมากกว่า...
จินหันกลับมามองคนนอน หลังจากลุกขึ้นมานั่งได้ ความใกล้ชิดที่พยายามผลักไสมาตลอด เมือกี้นี้มันเข้ามาใกล้มากเสียจน อะไรต่อมิอะไรแทบกระเจิดกระเจิง แผ่นอกบางใต้เสื้อเชิ้ตนั่น จินรับรู้ถึงเลือดเนื้ออุ่นๆ และเสียงหัวใจผ่านทางการสัมผัสแค่เพียงชั่วครู่
ร่างสูงก้มลงไปหา แก้มใสแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล กับริมฝีปากฉ่ำเยิ้มที่อยู่ใกล้มาก เสียจนคำว่าเพื่อนที่ท่องมาตลอดหลายเดือนแทบลบหายออกจากใจ
‘ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง’ คำพูดเพราะความคะนองปากของคาเมะ ย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดค่ำคืนนี้ของจิน เขาหงุดหงิด เขาโมโห กับท่าทีของมัน กับนิสัยใจคอมัน และที่สำคัญคือเขาเซ็งกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่
...บอกมันแล้ว เตือนมันแล้ว ไม่ใช่ไม่พูด ไม่ใช่ไม่เคยขอร้อง ทำตั้งกี่ครั้งกี่หน ที่บ่นมัน ดุมันว่าอย่ามาเข้าใกล้ แต่ในเมื่อมันไม่เคยเชื่อกัน ถ้าอย่างนั้น จินก็คงมีสิทธิ์จะทำให้ไอ้ตัวดีได้สำนึกสักทีใช่มั้ย...
“เตือนแล้วนะคาเมะ เตือนแล้ว...” นิ้วยาวแตะเบาๆที่กลีบปากบาง แต่มันคงนำความรำคาญมาให้เจ้าของ คาเมะเลยปรือตาขึ้นมองพร้อมคิ้วเรียวขมวดมุ่น
“จิน อย่าเล้นเด้~!...กู...” ไม่จบคำว่า ‘กูง่วง’ กลีบปากสีสดที่กำลังเอ่ย ต้องหยุดชะงักลงเพราะถูกแนบสนิทด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของร่างที่คร่อมทับอยู่ด้านบน
ความร้อนระอุนวดคลึงไปมาราวกับสมใจหนักหนา มันดูดดึง และบีบอัดให้คาเมะมีสติอยู่เพียงแค่ริมฝีปาก เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมันเริ่มทำให้คาเมะเสียอากาศทีละน้อย จนหัวสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้อีกฝายไล้ริมฝีปากหนัก ดูดซับกลีบปาก ก่อนจะลากขึ้นไปยังแก้มแดงก่ำ และไล้ต่ำลงสู่ต้นคอเพื่อฝากรอยขบแดงให้คาเมะสะดุ้ง แล้วลืมความเมาเป็นปลิดทิ้ง
จินขยับหน้าถอยห่างออกมา มองจ้องเข้าไปในลูกแก้วใสแจ๋วที่ไม่เหลือร่องรอยของความเมาอีกต่อไป ดวงตาเรียวที่เขาเคยเห็นแต่ความทะเล้นทะลึ่ง ณ ตอนนี้ มันกลับสับสน งงงวย และตื่นตะลึง
จินรู้...เรื่องเมื่อกี้ คาเมะจะจำไปจนวันตาย...
“กูเตือนมึงแล้ว ว่าอย่าขี่หลัง...”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่จินมีให้คาเมะในค่ำคืนนี้ ก่อนจะลุกออกจากห้องไป แล้วทิ้งคาเมะไว้กับสัมผัสแปลกประหลาดที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไม่ถูกว่าจะจับปาก จับแก้ม หรือจับซอกคอเพื่อวัดอุณหภูมิผิดปกติก่อนดี!!!
.............................
เช้าวันจันทร์...มันผิดปกติ...
ชิโรตะหันมองจิมมี่...ไม่ วันนี้ไอ้จิมมี่ก็ยังสูงเหมือนเดิม ไม่ได้เตี้ยลงสักหน่อย...
จิมมี่เหลือบมองโคยามะ... ไม่ วันนี้ไอ้โคยามะก็ยังตาตี่นี่หว่า ไม่เห็นมันจะตาโตขึ้นเลย...
โคยามะหันมองจุนโนะ... ไม่ วันนี้ไอ้จุนโนะก็ยังสไมล์ ปริ้นท์เหมือนอย่างเคย มันไม่ได้หน้าบูด...
จุนโนะหันมองโคคิ...ไม่ วันนี้ไอ้โคคิก็ยังหัวทอง แถมทรงทรมานใจช่าง มันยังไม่ได้เปลี่ยนแต่อย่างใด...
โคคิหันมองเรียว...ไม่ วันนี้ไอ้เรียวก็ยังตาเหี่ยวเหมือนเคย อย่ามึง...อย่ายิ้ม...
เรียวหันมองยูอิจิ...ไม่ วันนี้ไอ้ยูก็ยังจมูกโตพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เกินหน้าเกินตาชาวบ้านเหมือนปกติ มันไม่ได้มีสำนึกเรื่องโลกร้อนแต่อย่างใด…
ยูอิจิหันมองชิโรตะ...ไม่ วันนี้ไอ้ชิโรตะก็ยังถึก บึก บึนเหมือนทุกวัน ไม่ได้ก้างขึ้นแม้สักนิด...
...ใช่ ชิโรตะ จิมมี่ โคยามะ จุนโนะ โคคิ เรียว และยูอิจิ ไม่มีใครผิดปกติให้รู้สึกแปลกประหลาดแต่อย่างใด ที่พอจะมีเรื่องผิดปกติอยู่บ้างเล็กน้อย คือท่าทางของไอ้ห่ามตัวเล็กทีมันนั่งกระดิกขาแย๊กๆ ดูดกาแฟปั่นแถมทำหน้าไม่สบอารมณ์
...มันเป็นอะไรของมัน ตั้งแต่เช้ามา ไม่เห็นมันจะคุยกับจินสุดที่รักของมันสักคำเดียว....
อ้อ...ส่วนไอ้จินน่ะเหรอ...นู่น อยู่ที่ร้านซีร็อกซ์ ...นั่นไง มันกำลังเดินมาแล้ว…
....อย่าถามเลย ว่าทำไมพวกเขาต้องรอชีทแล้วไม่เข้าเรียนกันสักที เหอ เหอ เหอ ก็เพราะจะเข้าเรียน แต่ขี้เกียจจดเล็คเชอร์ไง มันก็เลยต้องรอซีร็อกซ์ชีทของพวกรุ่นพี่กันให้วุ่นตอนจะเข้าห้องกันแบบนี้
“เฮ้ย! ชีทมาแล้ว” ไอ้จินเอ่ยปากบอก ทุกผู้ก็ลุกกันพรึ่บพรั่บเตรียมพร้อมจะเข้าไปนั่งจับเจ่า เพื่อรอเช็คชื่อและควิซซ์ตอนท้ายคาบด้วยความรู้อันน้อยนิด
ทุกคนรับชีทมาคนละชุด และกำลังจะเดินเข้าห้องเรียน แต่ก็ต้องชะงักแล้วหันมามองคาเมะเป็นตาเดียว
...แปลก...ไอ้คาเมะวันนี้มันแปลกจริงๆ...
“วันนี้มึงไม่ขี่หลังจินเหรอ” จุนโนะถามขึ้นมา ทำเอาคนอืนๆร้อง ฮ้า~! ในใจ
...ใช่แล้ว วันนี้ไอ้คาเมะมันแปลก! เพราะมันไม่ขี่หลังไอ้จิน...
คาเมะชะงักกับคำถาม แล้วเหมือนจะร้อนวูบขึ้นมากะทันหัน เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังฝังจำให้คาเมะนอนไม่หลับมาสามคืนแล้ว
...ไม่ใช่จูบแรกซะหน่อย!! แล้วจูบแรกรสชาติเป็นแบบไหน ผู้ชายอายุยี่สิบอย่างคาเมะยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไม...ทำไมจูบของไอ้จิน...คาเมะถึงจำไม่ลืมขนาดนี้วะ!!!...
...ทั้งตรงปาก...ไอ้จินมันกดจูบลงกับริมฝีปากล่าง มันย้ำหนัก ย้ำจนความร้อนยังติดอยู่ตรงนี้
...ทั้งตรงแก้ม...ไอ้จินมันแนบจูบลงมาตรงนี้ นี่ไง คาเมะยังรู้สึกอยู่เลย ว่ามันจูบตรงนี้...
...แล้วก็ตรงคอ...ไอ้จินมันทำให้เจ็บจี้ด แถมรอยขบสีแดงเล็กๆให้คาเมะต้องออกไปซื้อปลาสเตอร์มาติด เนี่ย ตรงนี้เลยตรงนี้ คาเมะยังจำความรู้สึกได้!!!...
“เฮ้ย! คาเมะ เป็นไรวะ” เห็นสีหน้าแดงก่ำของไอ้เพื่อนห่ามๆอย่างคาเมะ เรียวก็ต้องร้องถามด้วยความตกใจ
“เปล่า” คำตอบสั้นง่าย แต่คนพูด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร
“อ้าว...แล้วทำไมมึงไม่ขี่หลังไอ้จินเหมือนทุกที ของโปรดมึงเลยไม่ใช่เหรอ” จุนโนะถามย้ำ ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆเองก็รอคอยคำตอบด้วยการส่งสายตาสอดรู้สอดเห็นเต็มที่ คาเมะเหลือบมอง แต่ไม่กล้ามองเลยไปถึงจิน
...ทำไมวะ!!...ไอ้คาเมะเอ้ย~!! มึงจะมาขี้อายอะไรเอาตอนนี้!!!!....
“ก...ก...ก็...ก็...กู...กูก็มีเวลาอยากจะเดินด้วยสองขาของตัวเองบ้างแหล่ะ! พวกมึงอยากให้กูเป็นง่อยกันรึไงเล่า”
กว่าจะเค้นคำตอบออกมาจากคอได้ ก็กระท่อนกระแท่นเต็มที่ แต่คาเมะก็ยังทำเป็นยิ้ม แล้วใช้สองมือดึงแขนชิโรตะ และโคยามะที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดให้ออกเดิน
...ไม่อยู่นานให้พวกมันถามแล้ว!!~ แค่นี้คาเมะก็อายจะแย่!! แม่งเอ้ย~!! อย่างงี้มันไม่แฟร์นี่หว่า ไอ้จินไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาอะไรเลย แล้วทำไมกูต้องมีด้วยเล่า!!...คนอายมันต้องเป็นคนที่จูบสิ ไม่ใช่คนถูกจูบอย่างกู...
เพื่อนที่เหลือพากันมองร่างเล็กที่เดินลากเพื่อนสองคนออกนำ แล้วนึกสงสัยกับท่าทางผิดวิสัยของไอ้ห่าม แม้คำพูดจะยังคงคอนเซ็ปต์ของมัน แต่อะไรหลายอย่างไม่เหมือนเดิม โดนเฉพาะสีหน้าแดงๆนั่น
...ไอ้คาเมะมีช่วงเวลาที่อายด้วยเหรอวะ...
...อ้าว...แล้วไอ้จินก็อีกคน ยิ้มอะไรของมึงเนี่ย...
“มึงยิ้มทำไมวะ” จิมมี่ถามด้วยความไม่เข้าใจ พอๆกับคนอื่นๆที่ไม่เข้าใจท่าทีของจิน
...เห็นคาเมะหน้าแดงๆแล้วมันขำจนต้องอมยิ้มเลยรึไง....
จินหันมองคนถาม ก่อนจะส่ายหน้า แล้วตอบด้วยคำที่คาดเดาได้ว่า
“เปล่า”
แม้มันจะบอกว่าเปล่า แต่รอยยิ้มบนหน้า ก็ยังเด่นชัดเหมือนมันถูกใจอะไรนักหนา ขณะที่สายตายังตามจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กๆของคนที่เดินจ้ำอยู่ข้างหน้า
...จะมาโทษกันไม่ได้นะคาเมะ...
...เตือนแล้วว่าอย่าขี่หลัง...เห็นมั้ย เกิดอะไรขึ้น...
FIN
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
...เคยบอกแล้ว... เคยเตือนแล้ว...บอกจนปากจะฉีก เตือนจนปากเปียกปากแฉะ...
แล้วมันเคยฟังมั้ย เคยทำตามที่บอกมั้ย นอกจากจะไม่เคยแล้ว แม่งยังเป็นประเภทยิ่งดุยิ่งทำ ยิ่งยุยิ่งกวน
ดื้ออะไรอย่างงี้วะ เตือนก็ไม่ฟัง บอกก็ไม่ฟัง เดี๋ยวกูจูบสักทีให้สำนึกดีมั้ยห๊ะ!!!!
.............................
ร่างบอบบางหมายตาแผ่นหลังกว้างของเพื่อนรักที่กำลังนั่งดีดกีต้าร์กับผองเพื่อนในคณะ มันบอกเป็นรอบที่แปดล้านได้แล้วมั้ง ว่าอย่ากระโดดขี่หลัง เหตุผลว่าทำไมนั้น มันไม่ยอมพูด แต่ถึงมันจะบอกเหตุผล แล้วคิดว่าคาเมะจะทำตามรึไง ก็คนอยากขี่...ใครจะทำไม...
ร่างบางสาวเท้าวิ่งมาจากหน้าตึก ตรงดิ่งเข้ามาหาเพื่อน หลังจากล็อคเป้าหมายด้วยสายตา แล้วกระโดดหมับขี่คอ เอาแขนล็อคลำคอแข็งๆนั่น ทำเอาอีกฝ่ายแทบทำกีต้าร์หลุดจากมือ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาดุๆไปให้ไอ้เพื่อนทั้งหลายที่เห็นแต่แรกว่าคาเมะวิ่งมาแต่ไกล แต่ไม่มีใครสักคนจะเอ่ยปากบอก แถมมันยังมานั่งหัวเราะกันอีก
“ไอ้คาเมะ!!!!!”
โดนจนเหนื่อย โดนจนชิน โดนจนไม่ต้องหันมอง โดนจนไม่ร้อง แต่ทั้งๆอย่างนั้น ทุกครั้งที่ใกล้ชิดไอ้เพื่อนตัวเล็กแต่ทั้งห้าว ทั้งห่ามอย่างคาเมะ อาคานิชิ จินก็ไม่เคยหยุดเสียงเต้นของหัวใจที่มันดังลั่นอย่างผิดปกติได้เลยสักครั้ง
“อย่าดุหน่า จินที่รัก...ไปกินข้าวกะกูหน่อย กูหิว” ไอ้คาเมะของจินยังคงมีตาเอาไว้แปะอยู่ใต้คิ้วให้อวัยวะครบสามสิบสองประการเท่านั้น เพราะมันเล่นชวนทั้งๆที่เห็นๆกันอยู่ว่าจินยังถือกีต้าร์ และตรงหน้าจินคือหนังสือเพลงที่คงหยิบหาจากใต้ตึกเรียนแหงนี้ เพราะมันยับย่นและเปียกเลอะจนกระดาษพอง
“ยังไมได้กินอะไรมารึไง” จินถามแต่สายตาจับจ้องโน้ตเพลง และมือเริ่มจับสาย
ส่วนไอ้ลูกลิงที่คล้องอยู่กับคอ และเสียงหัวใจดังจนแทบทะลักนั้น ร่างสูงพยายามทำความคุ้นเคยจนบัดนี้แม้จะยังลดเสียงหัวใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ทรมานเท่าช่วงแรกๆ จะว่าจินปลงชีวิต หรือสมเพชรสนิยมตัวเองก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะดันตาต่ำถึงขนาดลดสายตาลงมามองว่าไอ้ห่ามคาเมะออกจะมีแววน่ารักอยู่เหมือนกัน
...เฮ้อ~!! หรือกูโดนเล่นของวะ ก่อนหน้านี้สักสามสี่เดือน จินยังคบสาวสวยเด็กบัญชีจนเขาอิจฉากันทั้งมหา’ลัย...เหอะ!!! แล้วแค่ไปเห็นน้ำตาไอ้คาเมะเข้าหน่อย แฟนเฟินเลิกหมด!!! ชีวิต!!!!....
“เออดิ...ไอ้ยูยะไปค้างบ้านเพื่อน” คาเมะเล่าไปถึงน้องชายแล้วชักโมโห
สองพี่น้องคาเมนาชิหอบหิ้วกันลงมาโตเกียวเพื่อเข้ามหา’ลัย ไม่สิ...ต้องบอกว่าบ้านคาเมนาชิเตะโด่งลูกชายอย่างคาเมะลงมาลดดีกรีความแสบ แต่ส่งมาคนเดียวก็กลัวจะเถลไถล เลยส่งน้องอย่างยูยะลงมาคุมพี่อีกแรง และมันก็คุมพี่มันตั้งแต่เรืองเสื้อผ้าไปจนถึงเรื่องกับข้าว
ถ้าวันไหนไอ้คาเมะมามหา’ลัยแบบสภาพหิวโซและยาจกสุดๆด้วยการใส่เสื้อมอซอไม่ได้รีดนั้น ก็ทายได้อย่างเดียวว่าน้องชายสุดรักสุดบูชาไปค้างที่อื่น และไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้พี่ชายดำเนินชีวิตในวันต่อๆไป
“อ้าว...แล้วมึงมีเสื้อใส่ได้ไง” นิชิคิโดะ เรียวที่นั่งฝังซ้ายของจินเป็นคนเอยปากถาม
“ก็เอาเสื้อไอ้ยูยะมาใส่อ่ะเดะ มันดันไม่รีดไว้ให้นี่หว่า เพราะงั้นมันต้องเสียสละเว้ย~!!!” ว่าแล้วคาเมะก็หัวเราะมาดร้าย ให้เพื่อนๆทั้งหลายต้องเหลือบมองหน้ากันด้วยคำถามคาใจว่า ‘แล้วมึงล่ะ เสียสละอะไรให้น้องมึงบ้าง’
“จิน...กูหิวข้าว” ไอ้คาเมะย้ำคำเดิม ริมฝีปากบางแทบแนบชิดกับใบหูของคนที่ยังโดนกอดคออยู่ จินถอนหายใจ ทั้งหนักอก ทั้งพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะส่งกีต้าร์ให้เพื่อนไปดีดแทน แล้วหันมาแกะมือและแขนที่ยังติดแหง็กอยู่กับคอของเขา
“ปล่อยก่อนคาเมะ ลุกไม่ได้” ตัวมันใช่จะเบาๆเสียทีไหน ถึงมันจะตัวเล็ก แต่มันก็มีเนื้อ มีกระดูก เขาไม่ใช่แรมโบ้พอจะลุกได้หรอก หากยังมีมันเกาะอยู่แบบนี้
ร่างบางยอมแต่โดยดี และพอจินลุกขึ้นยืนได้แล้ว ไอ้คาเมะก็กระโดดเข้ากอดคอ เอาขาหนีบเอวจิน เลียนแบบหนังคาวบอยที่ตัวเองดูมาเมื่อคืน แล้วให้จินกลายเป็นม้าเสียแบบนั้น
“ไปเล้ย~!!! เจ้าม้าอาคานิชิ!!” ไอ้คนขี่หลังชี้นิ้วไปข้างหน้า ไม่ได้สำนึกสักนิดว่า ‘เจ้าม้าอาคานิชิ’ เป็นเพื่อนที่คบกันมาสามปี ไม่ใช่ข้าทาสรับใช้ประจำตัว และที่สำคัญ
....จินก็เคยเตือนแล้ว เตือนมาตลอด เตือนจนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าขี่หลัง อย่าขี่หลัง...
...แล้วยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่สำนึก ไม่สนใจ...ถ้าความอดทนสิ้นสุดเมื่อไหร่ จินก็คงไม่เตือนอย่างเดียวอีกต่อไป...
.............................
ไม่ใช่แค่ตอนจะไปกินข้าวอย่างเดียวหรอก ที่คาเมะขี่หลังจิน แต่รวมไปถึงตอนเลิกเรียนลงจากตึกด้วยลิฟต์ ไอ้คาเมะก็ยังจะขี่หลังไอ้จิน
“กูถามมึงจริงๆคาเมะ...ถ้าตึกนี้ไม่มีลิฟต์ และมีแต่บันได มึงจะขี่คอไอ้จินมั้ย” จิมมี่ถามด้วยความขำ เพราะหน้าตาของไอ้คนขี่ กับไอ้คนเป็นม้า ช่างไม่บาลานซ์กันอย่างรุนแรง ไอ้คาเมะนั้นหน้าตาชื่นบาน ส่วนไอ้จินบึ้งแล้วบูดอีก แต่มันก็ยังไม่บ่น
“ขี่เดะ กูขี้เกียจเดิน” ตอบตรง ตอบสั้น แถมไม่สำนึกสักนิด จนจินชักหงุดหงิด
แม่ง...ไม่รู้รึไง!! ว่าขี่คอกันแบบนี้แล้วมัน....มัน....ก็ใช่ละ ไอ้คาเมะไม่ใช่ผู้หญิง ไม่มีนม ไม่มีอะไรให้ชนแนบกับหลังเขา แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นผู้ชาย และมันก็ไม่เคยใส่เสื้อทับ แถมเสื้อมันก็บาง พอตัวมันแนบลงมาแล้ว...แล้ว...แล้วอกมันก็นาบลงมาด้วย...
...โว๊ย~!!!!!!...ไหนจะลมหายใจร้อนๆที่เป่าลงมากับกกหูอีกล่ะ!!! ...มึงนะมึง ไอ้คาเมะ!!!...
“มึงจะขี่หลังกูไปถึงไหน” จินถามหน้าเซ็ง ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงชั้นหนึ่ง จะได้พาๆมันไปส่งให้แล้วๆเรื่องเสียที
“ถึงหอกู” คำตอบมันง่ายอีกแล้ว!!! เวรเอ้ย~!!!...
“นี่มึงกะจะให้ไอ้จินกระเตงมึงจนถึงหอเลยเหรอวะ” เพือนผองร่วมกันช่วยเหลือจินจากการตกที่นั่งลำบาก
“ทำไม...ไอ้จินแข็งแรงจะตาย เอามึงขึ้นอีกคนยังได้เลย ชิโรตะ” คาเมะหันไปกระเซ้าเจ้าเพื่อนร่วมกลุ่มตัวล่ำบึ้กอย่างชิโรตะ ยู แต่คนถูกชวนขึ้นไปขี่คอไอ้จินอีกคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
ชิโรตะยังไม่อยากถูกเม้าส์เท่าไหร่ ว่าตอนนี้กำลังคั่วอยู่กับจิน ถึงได้อินเลิฟขั้นหนัก ปีนขึ้นหลังขี่คอหวานชื่น
แต่ข้อหานี้ คาเมะไม่เคยหวั่น เจ้าตัวไม่เดือดร้อนแม้สักนิดที่มีผู้ชายหลายคนตั้งตัวเป็นชมรมคนรักคาซึยะ ถ้าเป็นชิโรตะเสียหน่อยเถอะ แม้แต่กะเทยยังไม่อยากเข้าใกล้ บนโลกใบนี้สำหรับพ่อหนุ่มลูกครึ่งชื่อญี่ปุ่นอย่างชิโรตะแล้ว มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่คู่ควรกับเขา
“มึงจะกลับหอจริงอ่ะคาเมะ ไม่สนไปคอนโดกูรึไง...”นากามารุ ยูอิจิรีบถาม แถมสายตาวาวระยับว่ามันคงมีอะไรเจ๋งๆรอที่คอนโดแน่แท้ ถึงได้ชวนคาเมะด้วยท่าทีแบบนี้
“ทำไม คอนโดมึงมีไร”
“เบียร์หกโหล...” ไอ้ยูพูดแค่นั้น คาเมะก็ตาวาวตอบแทนคำชวน
“แล้วพีจังของมึงล่ะ” คาเมะแย๊บ
รู้ๆกันอยู่ว่าแฟนสุดที่รักของยูอิจินั้น เกลียดเหล้าเกลียดเบียร์เข้าไส้ แต่ไอ้ยูก็ดันเป็นพวกแอลกอฮอลอินไซด์ ถ้าเป็นวงในเรื่องเหล้าๆ เบียร์ๆเนี่ย ไอ้ยูถนัดเป็นพิเศษ มันเลยต้องแวบลับหลังพีจังสุดเลิฟมากระดกกับเพื่อนๆให้ได้สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี แต่บางทีคราวซวยก็มีจริง ถ้าพีจังรู้ล่ะก็ วงไหนก็วงนั้น แตกกระเจิดกระเจิง
“ไปเที่ยวกับเพื่อนๆเว้ย”
“แต่กูว่าสงสัยมีกิ๊กแหง...” ทานากะ โคคิหันไปบอกกับจิมมี่ อีกฝ่ายก็รีบเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง เรื่องทำครอบครัวแตกแยกนี่ถนัดเป็นพิเศษ
“เออ กูก็ว่างั้น...เพื่อนที่ว่าเนี่ย สงสัยเพื่อนชายในซอกหัวใจเปล่าวะ” และเมื่อมีถึงสองคนที่เข้าลัทธิช่างยุ ชิโรตะผู้นิยมเป็นอย่างยิ่งก็เข้าสมัครเป็นสมาชิกทันทีด้วยคำพูดชวนให้ยูอิจิหวั่นไหวว่า
“งั้นไอ้ยูก็โดนนอกใจดิวะ”
“เฮ้ย...ก็สมควรอยู่หรอก พีจังเขาไม่ชอบคนกินเหล้ากินเบียร์นี่หว่า” แม้แต่เรียวก็เอาด้วยอีกคน
“แสดงว่าแฟนใหม่ของพีจังก็คงเป็นคนดีมากๆเลยเนอะ” คาเมะก็เอากับเขาด้วย ทั้งที่ยังขี่หลังจินนั่นแหล่ะ
“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ไอ้ยูก็เทียบไม่ได้เลยนะสิ” จินตบท้าย แล้วทั้งหมดก็หัวเราะเหอ เหอ พร้อมกับเหลือบตามองไอ้คนที่ยืนหน้าซีด ไม่ยอมรับคำพูดใครทั้งสิ้น
“....ม....ไม่จริง....ไม่จริง...พวกมึง หุบปากกันเลยนะ!! จะกินมั้ยห๊ะ!!~ เดี๋ยวกูก็ยุบวงวันนี้ซะหรอก!!!”
แล้วเย็นวันนั้น ผองเพื่อนนิสัยดีทั้งหลายก็ขยับขยายไปกินเบียร์ที่คอนโดของนากามารุ ยูอิจิผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมีอารมณ์กินสักเท่าไหร่ เพราะคำยุของเพื่อนมันแทงใจจนนั่งแทบไม่ติดที่
.............................
มาถึงคอนโดกันได้ ไอ้พวกมีฝีมือด้านทำกับแกล้มถูกใจปากคอเพื่อนฝูงก็ถูกส่งเข้าครัว ส่วนคนอื่นๆเริ่มจัดวง เทเบียร์รอ แต่ก็มีไอ้พวกไม่ชอบรอ ที่มันกระดกเข้าปากเป็นคนแรก
“ฮ้า~!!!!”
กินเหล้ากินเบียร์แล้วมันสุขใจแบบนี้นี่เอง คาเมะหลับตาปี๋ดื่มด่ำรสชาติถูกปากถูกคอ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เพราะงั้นถึงไม่ห่วงว่าจะเมาจะแฮงค์ หรือต่อให้เป็นวันจันทร์ คาเมะก็ไม่สนใจนักหรอก
...แต่จะว่าไป แฟนไอ้ยูนี่ก็แปลก ถึงจะเป็นเกย์ แต่ก็เป็นผู้ชายนี่หว่า แล้วมีผู้ชายที่ไหนไม่กินเหล้าวะ!!!...
“เป็นไรไอ้คาเมะ ทำตาล่อกแล่ก หรือมองหาผัวมึง...นู่น~! ในครัว กำลังทำกับแกล้มสูตรเด็ด”
เรียวพูด ขำกับท่าทางสอดส่ายสายตาไปมาของไอ้เพื่อนตัวเล็ก แต่ใจห่ามสุดขีด คาเมะหันมาแยกเขี้ยวให้ที ...ทำไมคนอย่างคาเมะต้องมีผัวเป็นไอ้ขี้บ่นจินวะ!...
“กูหาได้ดีกว่าไอ้จินเว้ย!!!~”
“สรุปว่ามึงจะมีผัวจริงอ่ะ” ไอ้จิมมี่สอดรู้สอดเห็นทันทีที่ทำได้ ทำเอาคาเมะต้องหันไปตบกะโหลกเป็นการตอบคำถาม
“จะผัวจะเมีย ของอย่างงี้มันเปลี่ยนกันได้เว้ย!! เคยได้ยินมั้ย คืนแรกเป็นเมีย คืนที่สองเป็นผัวไรเงี้ย~!!” เพื่อนทุกคนพากันเหลือบมองสภาพผอมขี้ก้างของไอ้คนพูด ที่ดูเหมือนจะคาดหวังการเป็นผัวในคืนที่สอง
...ผู้ชายที่ไหนเขาจะให้คนอย่างมึงขึ้นคร่อม~!!!!...
“ดูมึงจะเชี่ยวชาญ” โคคิถามมั่ง คาเมะทำตาเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเอง หยิบหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม ให้เพื่อนๆพากันตาโต
“นี่มึงเรียนรู้ทฤษฎีเตรียมพร้อมมีผัวไว้ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย~!!!” เรียวร้องอีก คาเมะทนความปากดีไม่ไหว เลยซัดหัวไปทีด้วยความหมันไส้
...กูบอกอยู่ปาวๆ ว่าจะเมียผัวมันสลับกันได้...ไอ้นี่ก็ยังจะให้มีแต่ผัวอยู่ได้!!!...มันไม่คุ้มโว๊ย~!! มีแค่ผัวน่ะ!! ชีวิตนี้เกิดหนเดียว ตายหนเดียว มันต้องมีทั้งผัว ทั้งเมียสิ ถึงจะสนุก!!...
“กับแกล้มมาแล้วครับพวกมึง~!! ถอยหน่อยถอย” สามสหายมือฉมัง ประจำห้องครัวประกอบด้วย จุนโนะ โคยามะ และจิน เดินเรียงหน้ากันออกมาจากโซนครัวเล็กๆมุมห้องพร้อมจานในมือที่ส่งกลิ่นหอมฉุย
“ดูอะไรกันวะ” จินถาม เมื่อเห็นหนังสือในมือใครสักคนแวบๆ
“หนังสือเกย์ไอ้คาเมะ” คำตอบจากใครไม่รู้ แต่ทำเอาคนถามถึงกับหันควับไปมองเจ้าของหนังสือ คาเมะไม่สนใจสายตาสงสัยนั่นเท่าไหร่ ทำแค่ยักไหล่ แล้วคว้าตะเกียบขึ้นมาจิ้มนั่นจิ้มนี่เข้าปาก
“พวกมึงคงจะมีเพื่อนเขยสักคนก็คราวนี้ละวะ” ชิโรตะแซวตามประสาให้คาเมะต้องเหลือบมองคนพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“มึงสนใจตำแหน่งเพื่อนเขยของไอ้พวกนี้มั้ยล่ะ”
เหมือนขนหัวจนถึงขนเท้าจะลุกหือขึ้นพร้อมกัน ให้เจ้าตัวต้องส่ายหน้าปฏิเสธตำแหน่งเพื่อนเขย หรือก็คือผัวไอ้คาเมะนั่นไง!!!
“กูชอบแค่เนื้อกับนม แบบมึงอ่ะ ประเคนให้ไอ้จินไปเหอะ” ว่าแล้วก็โยนเรื่องเสียเลย คาเมะยักคิ้ว แถมทำหน้ากวนมือ ก่อนพูดเสียงกวนส้น แบบที่ทำให้จินนิ่งเงียบ แล้วรู้สึกว่าเหล้าเบียร์วันนี้มันฝืดคอกว่าทุกครั้ง
“ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง”
.............................
แล้วดึกดื่นคืนนั้น ไอ้มนุษย์ที่เป็นแค่ของตายอย่างจิน ก็ต้องพาคุณชายคาเมะในสภาพเมาแอ๋กลับหอ เพราะมันบอกว่า
‘กูอยากนอนบนฟูกที่มีผ้าปูที่นอนสีฟ้า มีน้องดวงดาวเหลืองอ๋อยกำลังส่งจูบให้พี่พระจันทร์เสี้ยวใส่แว่น ห้องไอ้ยูไม่มีให้กู งั้นมึงพากูกลับหอที จิน’
และไม่ต้องถามว่าไอ้คาเมะยอมกลับมาในสภาพไหน ถ้าไม่ใช่ขี่หลังจินขึ้นมอเตอร์ไซค์ และกอดเอวจินจนกลับมาถึงหอ
ร่างสูงถอนหายใจหนักอก หลังจากจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่งไว้ใต้หอของไอ้คนที่ยังนั่งเบียดชิดอยู่เบาะหลัง
ท่าเดียวกับที่มันมากอดคอเขาทุกครั้งนั่นล่ะ เพียงแต่จะแตกต่างอยู่หน่อยก็ตรงที่ คราวนี้หน้ามันไม่ได้แนบอยู่กับซอกคอ แต่ดันมาแนบอยู่กับหลังเขาแทน ส่วนแขนมันก็ไม่ได้พาดอยู่กับไหล่เช่นทุกที แต่จินจับรวบให้มากอดเอวเขาเอาไว้ มีมือจินข้างหนึ่งคอยจับประคองไว้ตลอดทาง ด้วยกลัวว่าไอ้คาเมะขี้เมาจะกลิ้งตกจากไปตอนไหน
จินไม่คิดจะปลุกไอ้ตัวแสบให้เดินขึ้นหอเองหรอก ลองว่ามันเมาจนหน้าแดงคอแดงแบบนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าไม่จับทุ่มลงกับพื้น ก็ต้องเอาไฟสุมใต้เท้ามันนั่นล่ะ มันถึงจะยอมตื่น เขาดึงกุญแจรถใส่กระเป๋า ก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันมาจับแขนคาเมะพาดไหล่ จับสองขามันแนบกับเอว แล้วโน้มตัวพามันแบกขึ้นหลัง พามันขึ้นชั้นสอง
ห้องมัน...ห้องไอ้คาเมะ...จินมาจนจำได้ทุกซอกทุกมุม มาจนคนข้างห้องยังรู้จักเขา มาจนบางครั้งที่ไอ้คาเมะลืมจ่ายค่าเช่า คุณป้าเจ้าของหอก็มาทวงกับเขา เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจินจะมีกุญแจห้องนี้เป็นของตัวเอง เขาไขเข้าไป ในห้องเงียบและมืด แสดงว่ายูยะน้องชายคาเมะยังไม่กลับ และคงเหมือนเมื่อคืนก่อน และทำให้คาเมะไม่มีเสื้อใส่
จินหันไปกดสวิสซ์ แล้วปิดประตูก่อนจะพยุงคาเมะไปที่เตียงสองชั้นมุมห้อง เตียงล่างเป็นของคาเมะ และนั่น...
...มันใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้ารูปพระจันทร์ดวงดาวแบบที่มันพ่นจริงๆด้วย
ร่างสูงได้แต่ยิ้มขำ แม้จะรู้แก่ใจว่าคนหาซื้อผ้าปูที่นอนลายคิกขุแบบนี้คงไม่ใช่ไอ้ห่ามบนหลังเขาแน่ๆ
จินย่อตัวให้เสมอกับเตียง หมายจะปลดแขนคนที่หลับคาหลังเขา ให้มันล้มลงไปนอนบนเตียงต่อ แต่จินลืมไปว่าไม่ใช่แค่แขนเท่านั้น ที่คาเมะคล้องอยู่กับร่างกายจิน ยังมีขาอีกสองข้างที่หนีบอยู่ข้างเอว เพราะฉะนั้น เมื่อแขนถูกปลด และทำให้ร่างกายส่วนบนหงายผึ่งลงกับเตียง ขาสองข้างจึงฉุดรั้งร่างสูงที่ไม่ทันตั้งหลักให้ล้มตามหงายหลังลงไปทับด้วย
“เฮ้ย!!!!”
“โอ้ย~!! เล่นบ้าอะไรวะ!!!!!” คนเมาร้องอ้อแอ้ แล้วผลักแผ่นหลังคนที่ล้มทับให้ลุกออกไป ถึงจะไม่เจ็บนัก แต่มันก็จุกอยูดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้คาเมะไม่มีอารมณ์จะทำอะไรหรอก มันอยากนอนเสียมากกว่า...
จินหันกลับมามองคนนอน หลังจากลุกขึ้นมานั่งได้ ความใกล้ชิดที่พยายามผลักไสมาตลอด เมือกี้นี้มันเข้ามาใกล้มากเสียจน อะไรต่อมิอะไรแทบกระเจิดกระเจิง แผ่นอกบางใต้เสื้อเชิ้ตนั่น จินรับรู้ถึงเลือดเนื้ออุ่นๆ และเสียงหัวใจผ่านทางการสัมผัสแค่เพียงชั่วครู่
ร่างสูงก้มลงไปหา แก้มใสแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล กับริมฝีปากฉ่ำเยิ้มที่อยู่ใกล้มาก เสียจนคำว่าเพื่อนที่ท่องมาตลอดหลายเดือนแทบลบหายออกจากใจ
‘ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง’ คำพูดเพราะความคะนองปากของคาเมะ ย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดค่ำคืนนี้ของจิน เขาหงุดหงิด เขาโมโห กับท่าทีของมัน กับนิสัยใจคอมัน และที่สำคัญคือเขาเซ็งกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่
...บอกมันแล้ว เตือนมันแล้ว ไม่ใช่ไม่พูด ไม่ใช่ไม่เคยขอร้อง ทำตั้งกี่ครั้งกี่หน ที่บ่นมัน ดุมันว่าอย่ามาเข้าใกล้ แต่ในเมื่อมันไม่เคยเชื่อกัน ถ้าอย่างนั้น จินก็คงมีสิทธิ์จะทำให้ไอ้ตัวดีได้สำนึกสักทีใช่มั้ย...
“เตือนแล้วนะคาเมะ เตือนแล้ว...” นิ้วยาวแตะเบาๆที่กลีบปากบาง แต่มันคงนำความรำคาญมาให้เจ้าของ คาเมะเลยปรือตาขึ้นมองพร้อมคิ้วเรียวขมวดมุ่น
“จิน อย่าเล้นเด้~!...กู...” ไม่จบคำว่า ‘กูง่วง’ กลีบปากสีสดที่กำลังเอ่ย ต้องหยุดชะงักลงเพราะถูกแนบสนิทด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของร่างที่คร่อมทับอยู่ด้านบน
ความร้อนระอุนวดคลึงไปมาราวกับสมใจหนักหนา มันดูดดึง และบีบอัดให้คาเมะมีสติอยู่เพียงแค่ริมฝีปาก เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมันเริ่มทำให้คาเมะเสียอากาศทีละน้อย จนหัวสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้อีกฝายไล้ริมฝีปากหนัก ดูดซับกลีบปาก ก่อนจะลากขึ้นไปยังแก้มแดงก่ำ และไล้ต่ำลงสู่ต้นคอเพื่อฝากรอยขบแดงให้คาเมะสะดุ้ง แล้วลืมความเมาเป็นปลิดทิ้ง
จินขยับหน้าถอยห่างออกมา มองจ้องเข้าไปในลูกแก้วใสแจ๋วที่ไม่เหลือร่องรอยของความเมาอีกต่อไป ดวงตาเรียวที่เขาเคยเห็นแต่ความทะเล้นทะลึ่ง ณ ตอนนี้ มันกลับสับสน งงงวย และตื่นตะลึง
จินรู้...เรื่องเมื่อกี้ คาเมะจะจำไปจนวันตาย...
“กูเตือนมึงแล้ว ว่าอย่าขี่หลัง...”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่จินมีให้คาเมะในค่ำคืนนี้ ก่อนจะลุกออกจากห้องไป แล้วทิ้งคาเมะไว้กับสัมผัสแปลกประหลาดที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไม่ถูกว่าจะจับปาก จับแก้ม หรือจับซอกคอเพื่อวัดอุณหภูมิผิดปกติก่อนดี!!!
.............................
เช้าวันจันทร์...มันผิดปกติ...
ชิโรตะหันมองจิมมี่...ไม่ วันนี้ไอ้จิมมี่ก็ยังสูงเหมือนเดิม ไม่ได้เตี้ยลงสักหน่อย...
จิมมี่เหลือบมองโคยามะ... ไม่ วันนี้ไอ้โคยามะก็ยังตาตี่นี่หว่า ไม่เห็นมันจะตาโตขึ้นเลย...
โคยามะหันมองจุนโนะ... ไม่ วันนี้ไอ้จุนโนะก็ยังสไมล์ ปริ้นท์เหมือนอย่างเคย มันไม่ได้หน้าบูด...
จุนโนะหันมองโคคิ...ไม่ วันนี้ไอ้โคคิก็ยังหัวทอง แถมทรงทรมานใจช่าง มันยังไม่ได้เปลี่ยนแต่อย่างใด...
โคคิหันมองเรียว...ไม่ วันนี้ไอ้เรียวก็ยังตาเหี่ยวเหมือนเคย อย่ามึง...อย่ายิ้ม...
เรียวหันมองยูอิจิ...ไม่ วันนี้ไอ้ยูก็ยังจมูกโตพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เกินหน้าเกินตาชาวบ้านเหมือนปกติ มันไม่ได้มีสำนึกเรื่องโลกร้อนแต่อย่างใด…
ยูอิจิหันมองชิโรตะ...ไม่ วันนี้ไอ้ชิโรตะก็ยังถึก บึก บึนเหมือนทุกวัน ไม่ได้ก้างขึ้นแม้สักนิด...
...ใช่ ชิโรตะ จิมมี่ โคยามะ จุนโนะ โคคิ เรียว และยูอิจิ ไม่มีใครผิดปกติให้รู้สึกแปลกประหลาดแต่อย่างใด ที่พอจะมีเรื่องผิดปกติอยู่บ้างเล็กน้อย คือท่าทางของไอ้ห่ามตัวเล็กทีมันนั่งกระดิกขาแย๊กๆ ดูดกาแฟปั่นแถมทำหน้าไม่สบอารมณ์
...มันเป็นอะไรของมัน ตั้งแต่เช้ามา ไม่เห็นมันจะคุยกับจินสุดที่รักของมันสักคำเดียว....
อ้อ...ส่วนไอ้จินน่ะเหรอ...นู่น อยู่ที่ร้านซีร็อกซ์ ...นั่นไง มันกำลังเดินมาแล้ว…
....อย่าถามเลย ว่าทำไมพวกเขาต้องรอชีทแล้วไม่เข้าเรียนกันสักที เหอ เหอ เหอ ก็เพราะจะเข้าเรียน แต่ขี้เกียจจดเล็คเชอร์ไง มันก็เลยต้องรอซีร็อกซ์ชีทของพวกรุ่นพี่กันให้วุ่นตอนจะเข้าห้องกันแบบนี้
“เฮ้ย! ชีทมาแล้ว” ไอ้จินเอ่ยปากบอก ทุกผู้ก็ลุกกันพรึ่บพรั่บเตรียมพร้อมจะเข้าไปนั่งจับเจ่า เพื่อรอเช็คชื่อและควิซซ์ตอนท้ายคาบด้วยความรู้อันน้อยนิด
ทุกคนรับชีทมาคนละชุด และกำลังจะเดินเข้าห้องเรียน แต่ก็ต้องชะงักแล้วหันมามองคาเมะเป็นตาเดียว
...แปลก...ไอ้คาเมะวันนี้มันแปลกจริงๆ...
“วันนี้มึงไม่ขี่หลังจินเหรอ” จุนโนะถามขึ้นมา ทำเอาคนอืนๆร้อง ฮ้า~! ในใจ
...ใช่แล้ว วันนี้ไอ้คาเมะมันแปลก! เพราะมันไม่ขี่หลังไอ้จิน...
คาเมะชะงักกับคำถาม แล้วเหมือนจะร้อนวูบขึ้นมากะทันหัน เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังฝังจำให้คาเมะนอนไม่หลับมาสามคืนแล้ว
...ไม่ใช่จูบแรกซะหน่อย!! แล้วจูบแรกรสชาติเป็นแบบไหน ผู้ชายอายุยี่สิบอย่างคาเมะยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไม...ทำไมจูบของไอ้จิน...คาเมะถึงจำไม่ลืมขนาดนี้วะ!!!...
...ทั้งตรงปาก...ไอ้จินมันกดจูบลงกับริมฝีปากล่าง มันย้ำหนัก ย้ำจนความร้อนยังติดอยู่ตรงนี้
...ทั้งตรงแก้ม...ไอ้จินมันแนบจูบลงมาตรงนี้ นี่ไง คาเมะยังรู้สึกอยู่เลย ว่ามันจูบตรงนี้...
...แล้วก็ตรงคอ...ไอ้จินมันทำให้เจ็บจี้ด แถมรอยขบสีแดงเล็กๆให้คาเมะต้องออกไปซื้อปลาสเตอร์มาติด เนี่ย ตรงนี้เลยตรงนี้ คาเมะยังจำความรู้สึกได้!!!...
“เฮ้ย! คาเมะ เป็นไรวะ” เห็นสีหน้าแดงก่ำของไอ้เพื่อนห่ามๆอย่างคาเมะ เรียวก็ต้องร้องถามด้วยความตกใจ
“เปล่า” คำตอบสั้นง่าย แต่คนพูด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร
“อ้าว...แล้วทำไมมึงไม่ขี่หลังไอ้จินเหมือนทุกที ของโปรดมึงเลยไม่ใช่เหรอ” จุนโนะถามย้ำ ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆเองก็รอคอยคำตอบด้วยการส่งสายตาสอดรู้สอดเห็นเต็มที่ คาเมะเหลือบมอง แต่ไม่กล้ามองเลยไปถึงจิน
...ทำไมวะ!!...ไอ้คาเมะเอ้ย~!! มึงจะมาขี้อายอะไรเอาตอนนี้!!!!....
“ก...ก...ก็...ก็...กู...กูก็มีเวลาอยากจะเดินด้วยสองขาของตัวเองบ้างแหล่ะ! พวกมึงอยากให้กูเป็นง่อยกันรึไงเล่า”
กว่าจะเค้นคำตอบออกมาจากคอได้ ก็กระท่อนกระแท่นเต็มที่ แต่คาเมะก็ยังทำเป็นยิ้ม แล้วใช้สองมือดึงแขนชิโรตะ และโคยามะที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดให้ออกเดิน
...ไม่อยู่นานให้พวกมันถามแล้ว!!~ แค่นี้คาเมะก็อายจะแย่!! แม่งเอ้ย~!! อย่างงี้มันไม่แฟร์นี่หว่า ไอ้จินไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาอะไรเลย แล้วทำไมกูต้องมีด้วยเล่า!!...คนอายมันต้องเป็นคนที่จูบสิ ไม่ใช่คนถูกจูบอย่างกู...
เพื่อนที่เหลือพากันมองร่างเล็กที่เดินลากเพื่อนสองคนออกนำ แล้วนึกสงสัยกับท่าทางผิดวิสัยของไอ้ห่าม แม้คำพูดจะยังคงคอนเซ็ปต์ของมัน แต่อะไรหลายอย่างไม่เหมือนเดิม โดนเฉพาะสีหน้าแดงๆนั่น
...ไอ้คาเมะมีช่วงเวลาที่อายด้วยเหรอวะ...
...อ้าว...แล้วไอ้จินก็อีกคน ยิ้มอะไรของมึงเนี่ย...
“มึงยิ้มทำไมวะ” จิมมี่ถามด้วยความไม่เข้าใจ พอๆกับคนอื่นๆที่ไม่เข้าใจท่าทีของจิน
...เห็นคาเมะหน้าแดงๆแล้วมันขำจนต้องอมยิ้มเลยรึไง....
จินหันมองคนถาม ก่อนจะส่ายหน้า แล้วตอบด้วยคำที่คาดเดาได้ว่า
“เปล่า”
แม้มันจะบอกว่าเปล่า แต่รอยยิ้มบนหน้า ก็ยังเด่นชัดเหมือนมันถูกใจอะไรนักหนา ขณะที่สายตายังตามจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กๆของคนที่เดินจ้ำอยู่ข้างหน้า
...จะมาโทษกันไม่ได้นะคาเมะ...
...เตือนแล้วว่าอย่าขี่หลัง...เห็นมั้ย เกิดอะไรขึ้น...
FIN
