FIC : คู่รักจืดชืด ตอน สวีท วาเลนไทน์
JIN X KAME
BY : Dezair
..............................................



“อร่อยมั้ย~~”



ร่างบอบบางผิวน้ำผึ้งเอ่ยเสียงหวาน ขณะที่ดวงตากลมโตจ้องมองคนรักตรงหน้าอย่างมีความสุข




“อร่อยมาก~!!!!! ฝีมือพีจังอร่อยที่สุดเลย~!!!”



ยืนยันคำพูดด้วยการใช้ตะเกียบคีบอาหารในกล่องข้าวสีหวานเข้าปากไปอีกคำโตๆ เคี้ยวตุ้ยๆทั้งๆที่ยังมีรอยยิ้มอยู่เต็มแก้ม



....มันเป็นเรื่องปกติ....



.....ใช่.....มันเป็นเรื่องปกติของคนคู่นี้ และสมควรจะเป็นเรื่องปกติของคนทุกคู่ ยิ่งโดยเฉพาะกับคู่รักวัยเรียนด้วยแล้ว การทานอาหารด้วยกัน แม้จะไม่ใช่ในวันวาเลนไทน์อย่างเช่นวันนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง~!!!




....คู่รักวัยเรียนคู่ดัง (หรืออาจจะไม่ดังก็ตาม) มันจะต้องสวีทหวาน น่ารักน่าชัง น่าเตะน่าหมั่นไส้อย่างที่สุด....




..... เริ่มต้นด้วยตอนเช้าจูงมือมาเรียนพร้อมกัน ….



.....กลางวันก็หลบมุมไปนั่งกินข้าวสองต่อสอง หรืออาจจะประกาศความรักหวานชื่นด้วยการกินข้าวในโรงอาหารที่คนเยอะอย่างกับฝูงมดก็ไม่ว่ากัน ….




.....ส่วนตอนเย็นก็ต้องจูงมือกันกลับบ้าน ปิดท้ายด้วยโทรศัพท์ฝากคำหวานทุกคืน....




....และทั้งๆที่....ทั้งๆที่คู่รักทั้งหลาย มันต้องทำตามแพทเทิร์นดังกล่าวข้างต้น ....




.... ทว่า....ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งนี้ ก็ยังมีคู่อันน่าพิศวงอีกคู่ ที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันลุ้นจนเหนื่อย ....



....ไม่รู้ว่าตอนนี้ มันสองคนเป็นเพื่อนกัน เป็นแฟนกัน หรือว่าเลิกเป็นแฟนกันไปแล้ว.....




“คาเมะ....”



หน่วยสืบราชการลับแห่งคณะ ส่งผู้กล้าตายคนแรก ทานากะ โคคิ เข้ามาเจรจาถามไถ่ร่างบางหน้าสวยที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนเพียงลำพัง อยู่บนโต๊ะไม้ฟากหนึ่งของลานกว้างประจำคณะ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ลานเกียร์ นั่นล่ะ




“หือ?.....” ร่างเล็กส่งเสียงขานรับทั้งๆที่สายตายังไม่ละจากการ์ตูนในมือ




“ไอ้จินล่ะ” โคคิทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกฟากของโต๊ะได้ ก็ถามหาเพื่อนร่วมคณะอีกคนของตัวเองทันที



.... ‘ไอ้จิน’ ที่ว่า น่ะ เค้า ‘ลือ’ กันให้แซ่ดว่าเป็นแฟนคาเมะ~!!....



“กินข้าวอยู่โรงอาหารล่ะมั้ง” คนตอบเหมือนตอบส่งๆ ไม่สนใจเท่าที่ควร จนโคคิได้แต่ทำหน้าแหย หันมองไปที่คู่หวานประจำคณะที่กำลังกินข้าวกันไปออเซาะกันไป แล้วต้องหันมามองร่างตรงหน้าอีกครั้ง




…นั่นก็คู่รัก นี่ก็ (เหมือนจะเป็น) คู่รัก....



…ไอ้คู่นั้นก็ตัวติดกันอย่างกับตังเม แงะแทบไม่ออก ส่วนไอ้คู่นี้ ..... โคคิขอ ‘เฮ้อ~’ ดังๆ....สงสัยต้องเอากาวตราช้างแปะ แล้วเอาเชือกมัดอีกรอบ มันถึงจะตัวติดกันได้!!!!....




....ต่างกันชิบเป๋งเลย!!!!!....



“เอ่อ....แล้วนาย....ไม่ไปกินข้าวกับไปจินมันบ้างเหรอ...”



“ขี้เกียจ...ในโรงอาหารคนเยอะจะตาย” คนถามล่ะอยากจะดีดหน้าผากคนตอบนัก ไม่รู้จะสนใจอะไรนักหนากับการ์ตูนนั่น



....พูดมาได้ว่า ‘ขี้เกียจ’...ไอ้จินน่ะแฟนแกนะเว้ย~!!!!.....




“ไง โคคิ....” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลัง ทำให้พ่อหนุ่มหัวเกือบโล้นที่กำลังเข่นเขี้ยวได้ที่ หันไปมองตามเสียงเรียกที่แสนสดใสนั่น





คนที่กำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ เต็มอ้อมแขนกว้างๆนั่นประกอบไปด้วยขนมเพิ่มน้ำหนักทั้งหลาย



.....ปากมันแผล่บมาเชียว ไอ้จินเอ้ย~~~ ‘แฟนสาว’ แกผอมแห้งจะแย่อยู่แล้ว ไปกินข้าวก็แทนจะลากไปกินด้วยกัน นี่อะไร ไปหม่ำคนเดียวสบายใจเฉิบ!!!!




....คิดว่าโสดอยู่รึไงฟะ!!!!.....




“กินข้าวมาเหรอ” โคคิเอ่ยปากถามไปงั้น เห็นกับตาว่าจินมันพึ่งมุดหัวออกมาจากประตูโรงอาหารคณะวิศวะฯที่แคบแสนแคบสำหรับคณะเกือบชายล้วนแห่งนี้



“เออสิ....วันนี้คนเยอะเป็นบ้าเลย ดีว่าเจ้าประจำยังเก็บไว้ให้ ไม่งั้นไม่มีกินแน่....แกอ่ะ....ไม่มีนัดเดทกับสาวที่ไหนรึไง” จินเดินตรงมาที่โต๊ะได้ปุ๊บ ก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างโคคิทันที



“แกจำได้ด้วยเหรอ ว่า ‘วันนี้’ ควรจะไป ‘เดทกับสาว’ น่ะ.....”




โคคิหวังปลุกกระแสในตัวจิน ให้สำเหนียกว่า ‘วันนี้’ ควรเป็นวันที่แกจะพา ‘สาว’ ของแก ไปเดทซะ!!!....




“เอ้า~! ก็ปกติเห็นแกทำบ่อยๆนี่หว่า....”




จินพูดปนขำๆ ก่อนจะฉีกกล่องป๊อกกี้ออก แล้วหยิบเข้าปากตัวเองก่อนจะคิดแบ่งให้แฟนมันด้วยซ้ำ




….การกระตุ้นของโคคิกลายเป็น ‘ม่าย’ สินะ....




“ยูบ้า~ จะมากินอะไรแท่งเดียวกันล่ะ ไปกินอันอื่นสิ มีอีกตั้งเยอะ”



เสียงสดใสซาบซ่านดังแว่วๆมาจากโต๊ะคู่รักดูดดื่ม ที่ร่ำๆจะกินป๊อกกี้แท่งเดียวกันอยู่หลายครั้ง



...เหอะ....แล้วดูโต๊ะนี้สิ.... อย่าว่าแต่จะกินแท่งเดียวกันเลย โคคิคิดว่า แม้แต่ ‘กล่อง’ เดียวกัน แฟนไอ้จินก็อาจจะไม่ต้องหวังจากไอ้อ้วนกินเก่งข้างเขานี่....



“แล้วแกสองคนอ่ะ คบกันมาตั้งเกือบปี ไม่ไปเดทอะไรบ้างรึไง” .....เกิดเป็นความเงียบชั่วอึดใจ โคคิแอบสังเกตเห็นว่าร่างเล็กๆของคนที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่นั้นเกร็งขึ้นเล็กน้อย




ส่วนจิน....เอ่อ =.= ....หยิบป๊อกกี้แท่งสุดท้ายของกล่องเข้าปาก.....




“ไงจิน....ไม่พาคาเมะไปเดทบ้างเหรอ”



โคคิล่ะอยากจะรู้คำตอบของเพื่อนสนิทเขาจริงๆ มันยังเคี้ยวง้วบๆ ไม่เกรงใจความอ้วน พอกลืนลงคอได้ปุ๊บ ก็ตอบคำถามให้คนถามหัวแทบทิ่ม




“ไม่มีตังส์ว่ะ.....” …O.O….ไอ้จิน~~!!!! พูดไรของแกฟะ!!!!...




...ดูท่า.....คงไม่ต้องหาแล้วมั้ง ไอ้ ‘สวีท วาเลนไทน์’ ไรเนี่ย.....เอาแค่สวีทแบบปกติที่คู่อื่นเขาทำกันจนชิน สำหรับไอ้คู่นี้ก็ยังลุ้นแทบแย่เล้ย~!!!!!....




“คะ.....คะ.....คาเมะล่ะ.....ไม่ซื้อชอคโกแลตให้จินเหรอ....” โคคิหันมาทางคนที่เขาคิดว่าน่าจะพึ่งพาได้มากกว่า




คาเมะตอนนี้ดูอารมณ์ดีขึ้นมานิดๆ ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่เข้าใจ ว่าคำตอบของไอ้จินมันน่าอารมณ์ดีตรงไหน =.=




“นายอยากได้เหรอจิน” ร่างเล็กไม่ได้ตอบคำถามเพื่อน แต่หันไปถามอีกคนแทน จินตอนนี้กำลังแกะขนมถุงที่สองออกมากินแล้ว



โคคิล่ะไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมจินถึงไม่ตังส์ทุกครั้ง ที่เขาคะยั้นคะยอให้มันไปเดท ....



....เพราะมัวแต่เอาไปซื้อของกินอยู่นี่เอง...




“ไม่ล่ะ....พวกที่ขายทั่วไปมันหวาน ไม่อร่อยด้วย” เอ่อ.....พี่จินครับ....ชอคโกแลตวาเลนไทน์น่ะ ไม่ได้กินเอาอร่อย แต่กินเอาความรักโว้ย~~!!!!! โคคิล่ะอยากจะตะโกนกรอกหูมันจริงๆเลย....




“อ้าว....งั้นอันนี้ให้นายละกัน โคคิ” ว่าแล้วคาเมะก็ยื่นห่อชอคโกแลตสีชมพูอ่อนที่มีริบบิ้นสีฟ้าผูกอยู่ด้านบนให้กับพ่อสื่อตัวดี โคคิทำตาโต ชี้นิ้วเข้าหน้าตัวเองราวกับไม่เข้าใจ



“รับสิ โคคิ....คาเมะไม่ได้ใจดีแจกขนมบ่อยๆหรอกนะ” ....นั่นแหน่ะ~!!! จินมันให้ท้ายอีก....แถมหัวเราะ ทำเป็นเรื่องตลกอีกด้วย!!!



“เดินผ่านอักษรฯเมื่อกี้แล้วมีคนให้มา รับไปสิ ฉันก็ไม่ชอบของหวานหรอก....” โคคิรับมาแบบที่ยังเอ๋อไม่หาย




....ให้ตายสิไอ้คนคู่นี้....



....จบแค่นี้ล่ะ......ปิดประเด็นวาเลนไทน์ไปซะสำหรับไอ้บ้าสองตัวนี่..... ทานากะ โคคิ ขอลา....




แล้วก่อนที่โต๊ะของคาเมะและจินจะกลับเข้าสู่ความเงียบเช่นเดิม เสียงเรียกซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นส่วนเกินก็ดังขึ้น



“คาเมะจัง....”



ร่างบางหันมองตามเสียงเรียก ในขณะที่จินยังคงเอาแต่หยิบขนมเข้าปาก พร้อมกับเปิดหนังสือพิมพ์กีฬาดูข่าวบอลนัดล่าสุด ….โคคิล่ะอยากจะร้องไห้.....ช่วยสนใจแฟนท่านหน่อยได้มั้ยขอรับ อาคานิชิ!!!!...




“ช่วยรับไว้ได้มั้ยครับ” หากเป็นปกติ คงไม่มีผู้ชายญี่ปุ่นคนไหนให้ชอคโกแลตผู้ชายด้วยกันในวันวาเลนไทน์ แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ดันมีนิสิตหนุ่มหน้าสวย ดาวเด่นของคณะแบบนี้โผล่ขึ้นมา




ร่างบางมองชายหนุ่มร่างสูงหนาตรงหน้า จำได้คร่าวๆว่าเป็นรุ่นพี่ในคณะ ที่พอจะคุ้นหน้ากันอยู่บ้างเล็กน้อย




“นายอยากได้รึเปล่าจิน....” คาเมะหันมาทางชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้างุดอยู่กับหนังสือพิมพ์ เจ้าของชื่อเงยหน้ามองตามเสียงเรียก เห็นคาเมะโบ้ยไปทางชอคโกแลตกล่องโตในมือรุ่นพี่ ก็เลยมองตาม




“เอา....” พอปากหนาขยับแบบนั้น คาเมะก็รับมาอย่างว่าง่าย แถมรอยยิ้มหวานๆให้รุ่นพี่นั่นไปด้วยอีกหนึ่งกะละมัง ก่อนจะโยนกล่องชอคโกแลตที่รับมา ให้กับคนที่ ‘เอา’




เกิดเป็นความงงชั่วขณะในลานเกียร์ คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันจ้องไอ้คู่รักบ้าบอนี่ราวกับเห็นเป็นของแปลก



....ก็ไม่แปลกได้ไงเล่า~~!!! มีอย่างที่ไหน รับชอคโกแลตจากคนที่เข้ามาจีบ แล้วเอาไปให้แฟนตัวเองกิน!!!...





…มันชักเพี้ยนไปกันใหญ่แล้ว~!!!!!!!.....




“เอ่อ...คาเมะจังคบกับใครอยู่รึเปล่าครับ” รุ่นพี่คนเดิมยังคงตอกตะปูลงกับขา ยืนนิ่งอยู่กับที่ แล้วเอ่ยคำถามที่ทำเอาคนทั้งคณะพากันเงียบเสียงแล้วตั้งใจฟัง




....ทว่า.....ไม่มีเสียงตอบจากคนหน้าสวยที่เอาแต่ยิ้มหวาน....



....คาเมะไม่ตอบอะไรเลย.... จินก็ไม่แสดงความเป็นเจ้าของอะไรเหมือนกัน....




....นอกจากโยนกล่องชอคโกแลตที่กำลังจะเปิดกินลงถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล....




“ถึงจะไม่ได้คบกับใครอยู่ ก็คบกับคนอื่นไม่ได้...” เสียงทุ้มดังมาจากร่างหนาที่พึ่งยัดเยียดชอคโกแลตราคาแพงลงถังขยะ ส่วนคาเมะก็เอาแต่ยิ้ม ยิ้มแล้วยิ้มอีก ยิ้มบางๆแบบขอลุแก่โทษ




....แล้วงี้ใครจะโกรธลง....คนสวยมีเจ้าของ (แบบไม่ยอมเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเจ้าของ) ไม่ใช่เรื่องผิดของคนสวยสักหน่อย....




แล้วบรรยากาศจืดชืดก็กลับมาอย่างเก่า เมื่อรุ่นพี่คนนั้นจากไปพร้อมกับความชอกช้ำปนงงๆ โต๊ะของจินและคาเมะ ที่มีซากโคคินั่งเอ๋ออยู่ด้วยก็กลับเข้าสู่สถานการณ์แบบเดิมๆ




....จินกินขนม และ อ่านหนังสือพิมพ์กีฬา....



....คาเมะอ่านหนังสือการ์ตูนเงียบๆ....




.....มันช่างเป็นความรักที่สุดแสนจะน่าเบื่อ และน่าเบื่อระดับติดหล่มเมื่อเทียบกับโต๊ะข้างเคียงของ พีจังและพี่ยู ซึ่งหวานชื่นตลอดศก...




นั่งกันได้อีกหน่อย เสียงโทรศัพท์เป็นเพลงร็อคหนักหน่วงก็ดังทำลายความเงียบ จินเช็ดมือที่เลอะขนมกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาเปิดดู เขาทำคิ้วขมวดเล็กน้อย แล้วส่งให้ร่างบางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม




“รับให้ที” จินว่าอย่างงั้น แล้วก้มลงอ่านผลบอลต่อ



“โมชิ โมชิ.....” พอคนสวยรับสาย ทั่วลานก็เงียบลงอีกครั้ง




“อาคานิชิไม่อยู่....มีอะไรจะฝากไว้มั้ย” หากเป็นไปได้ คนทั้งลานก็อยากจะพ่วงโทรศัพท์เครื่องนั้นกับลำโพงเสียจริง




.....อยากรู้ว่าปลายสายเป็นใคร! อยากรู้ว่าคุยอะไรมั่ง! อยากรู้~! อยากรู้~! อยากรู้~!!!!!!!....




ร่างบางเงียบไปเกือบสองนาทีเต็ม แล้วเอ่ยปากประโยคสุดท้าย ก่อนกดตัดสาย




“ขอโทษที....ถ้าอย่างนั้นคงบอกให้ไม่ได้....ขอโทษนะ.....แต่เลิกโทร.มาเถอะ....วันนี้วันวาเลนไทน์....”




“....และเขาอยากอยู่กับฉัน”



จินรับมือถือไปเก็บ โดยไม่ถามอะไรสักคำ เหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้าหากจินจะให้คาเมะรับโทรศัพท์แทน หรืออะไรทำนองนั้น




คนที่อยู่ในละแวกนั้นต่างก็มองหน้ากัน สงสัยใคร่รู้สุดๆจนถึงขนาดต้องให้กองสืบรายการลับส่งมือดีหมายเลขสองเข้ามาหาคู่รักสุดแปลก



....รุ่นพี่ ทาคิซาว่า ฮิเดฮากิ....




“วันนี้ แกสองคนไม่มีโปรแกรมไปไหนกันเหรอ” ทักกี้เอ่ยปาก ถามคำถามเดิมกับที่โคคิเคยถาม แล้วเดินเข้ามาโอบแขนพาดไหล่บาง หวังให้ไอ้คนตัวโตที่สนใจแต่หนังสือพิมพ์จะเกิดอารมณ์หึงหวงขึ้นมาบ้าง




....แต่ก็เปล่า.... จินเงยหน้ามองแวบนึง แล้วก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ พร้อมกับส่งขนมห่อที่เท่าไหร่ไม่รู้เข้าปาก




“ไม่ล่ะ คาเมะไม่ชอบคนเยอะๆ” คนตอบไม่ใช่คาเมะ แต่เป็นไอ้คนที่กำลังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ



“เอ่อ....พวกแกไม่รู้สึกว่าคู่ตัวเองจืดชืดไปหน่อยเหรอ...ดูอย่างคู่ของไอ้ยูกับพีจังสิ...” ว่าแล้วทักกี้ก็ยกคู่รักตัวอย่างขึ้นมาเป็นบุญตา




....ไอ้คู่นั้นก็สวีทเช้าสายบ่ายเย็น จนมดจะตั้งรกรากในคณะอยู่แล้ว....



“ไม่นี่” แล้วจินก็เป็นฝ่ายตอบเช่นเคย



“หรือพวกแกไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว...ใช่มั้ย.....พวกแกเลิกกันแล้วงั้นเหรอ.....จิน.....ทำไมแกไม่หึงที่มีคนมาจีบคาเมะล่ะ....”




เยี่ยมมาก~!!!!!...ทักกี้~!!!!.....นั่นล่ะ~!!!! สิ่งที่คนทั้งคณะอยากจะรู้!!!!!....




คราวนี้เกิดอาการ ‘เงี่ยหูฟัง’ กันอย่างแพร่หลาย ในจำนวนนิสิตนับร้อยที่สิงสถิตกันที่ลานเกียร์




จินเงยหน้ามองคนถาม แล้วยิ้มบางๆให้




“รุ่นพี่....ผมไม่ใช่เจ้าของคาเมะ.....แล้วคาเมะก็ไม่ใช่เจ้าของผม....” คำตอบของร่างหนา ทำให้รุ่นพี่ตัวดีถึงกับตาโต




.....ประโยคนี้มัน.....ประโยคนี้~!!!!....หมายความว่า สองคนนี้เลิกกันแล้วงั้นเหรอ!!!!....




“เราสองคนไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกันและกัน” O.O เฮ้ย~!!!!!!!!




ตอนนี้เกิดอาการ ‘อ้าปากค้าง’ ไปทั่วทุกหย่อมหญ้า




“.....เพราะเราเชื่อใจกัน....” จินพูดแล้วยิ้มบาง




....ทักกี้ตาค้างเป็นสองเท่า....ให้ตายเหอะ!!!! ตอนไอ้จินมันพูดคำนี้ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ากองทัพมดบุกเยอะกว่าโต๊ะไอ้ยูกับพีจังอีกวะ!!!!!....




“รุ่นพี่ไม่มีอะไรสงสัยอีกแล้วใช่มั้ย....งั้นผมไปก่อนนะ” ว่าแล้วจินก็คว้าเป้ขึ้นสะพายไหล่ ในขณะที่คาเมะคู่รักร่วมอุดมการณ์จืดชืดก็ลุกตามอย่างว่าง่าย ส่วนโคคิยังคงลอยละล่องหาทางกลับเข้าสู่โลกปัจจุบันไม่ได้




....เอ๋อนานเพราะไอ้คู่บ้านี่แหล่ะ~!!!!....



“แล้ว..... พวกแกจะไปไหนกันอ่ะ.....” ใครสักคนร้องถามไอ้คู่รักที่เดินเร็วอย่างกับวิ่ง แปบเดียวมันไปถึงนู่นกันแล้ว และเพราะเสียงร้องนั่นล่ะ โคคิถึงได้สติกลับมา ส่วนทักกี้แตะมือกับโคคิ กลับเข้าไปอึ้งแทน




สองคนนั่นหยุดเดิน แล้วหันมามอง...



.....แต่เดี๋ยวนะ.....




จากมุมที่นั่ง พี่โล้นซ่าโคคิของเราสาบานจริงๆ....




…เมื่อกี้....ก่อนที่สองคนนั่นจะตอบคำถามน่ะ....




....เขาเห็นมันหันกลับมามองตากัน แล้วยิ้มให้กันน้อยๆ.... ก่อนที่จินจะหันกลับมาตะโกน




“วันนี้วันอะไรล่ะวะ~!....พวกฉันไปกันสองคนไม่ได้รึไง” แล้วมันก็เดินคู่กันออกไป



.....ถึงไอ้จินจะไม่มีดอกกุหลาบ.....



....ถึงคาเมะจะไม่มีชอคโกแลต....




....ถึงมันสองคนจะไม่จูงมือกันเดิน....




....แต่โคคิเห็น.....




....เห็นนิ้วก้อยมันเกี่ยวกันอยู่.....




....เป็นการ ‘เกี่ยว’ ของนิ้วเล็กๆที่ยิ่งใหญ่.... นิ้วที่มีแหวนสองวงเหมือนกัน.....




“อ๊ะ!!!! แหวนนั่น!!!! ที่ไอ้จินชวนฉันไปเลือกนี่หว่า!!!!!”




โคคิผุดลุกขึ้นตะโกนลั่น เหมือนจะประกาศก้องว่า ท่ามกลางความจืดชืดที่ไม่มีอะไรเลย มีความหวานเล็กๆที่คนรอบข้างมองไม่เห็น




....เป็นความหวานเล็กๆเท่านั้นล่ะ....




….สวีท วาเลนไทน์ ของไอ้คู่จืดชืด มีจริง~!!!!!!....



FIN