2009.04.15
FIC : ฟ.แฟน
FIC : ฟ.แฟน
JIN X KAME
By : Dezair
………………………..
ฟ.แฟนนั้นหายาก ต้องลำบาก ทุกขั้นตอน
ยามกินต้องอ้อนวอน ถึงยามนอน ต้องกล่อมลา
ยามเที่ยวอย่าได้ขัด ปรนนิบัติ ขันอาสา
ยามนัด อย่าชักช้า ควรรีบมา ก่อนเจอดี
อยากได้สิ่งใดมา ต้องตามหา ทันท่วงที
ยามโกรธอย่าชวนตี จะให้ดีต้องยอมความ
คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ อย่าได้คิดห้าม หรือปราม
ขัดใจคือข้อห้าม ท่องทุกยาม มันคือแฟน!!!
อาคานิชิ จิน ถอนหายใจเฮือกที่ร้อย ขณะมองดูใครบางคนนอนแหกแข้งแหกขาอยู่บนโซฟา มันคงลืมไป ว่ามันไม่ได้นอนอยู่บนเตียง ไอ้ท่าที่มันเคยบอกว่านอนแล้วสบายที่สุด เลยมาปรากฏบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ โซฟาที่อุตส่าห์เลือกใหญ่พิเศษแล้ว มาเจอท่านอนไอ้ตัวดีที่นอนอ้าสามร้อยหกสิบองศา ก็เลยเล็กไปถนัดตา
ร่างสูงยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา แล้วเหลือบมองคนหลับที่นอนได้สมชายชาตรีเหลือเกิน ดีแค่ไหนว่ามันไม่กรนเป็นของแถม เห็นมันนอนก็รู้ว่ามันเพลีย แต่จะปล่อยให้มันนอนต่อ เดี๋ยวกลางค่ำกลางคืนก็ไม่นอนกันพอดี เล่นมานอนเอาตอนจะหกโมงเย็นแบบนี้ แต่ถ้าขืนปลุก… จินถอนหายใจเฮือกที่หนึ่งร้อยหนึ่ง
มันคงบ่นเขาหูชา
“คาเมะ คาเมะ ตื่น หกโมงเย็นแล้ว” เอาเถอะ ให้มันบ่นตอนนี้ ยังดีกว่ามันไปบ่นตอนกลางคืนให้เขาไม่ต้องหลับต้องนอนตามมัน
“อื้อ!!” แล้วไอ้คนนอน มันก็พลิกตัว ซุกตะแครงเข้ากับพนักโซฟา ให้ชายหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานต้องส่ายศีรษะไปมาด้วยความระอา พลางนึกไปถึงฟอร์เวิร์ดเมลแปลกๆจากเพื่อนสนิทนิสัยดี ใช่! มันนิสัยดีมากเสียจนส่งกลอนประหลาดๆมาให้เขา พร้อมกับลงท้ายที่ว่า ‘แด่มึง ที่กลัวเมีย’ วะ!! ยังไม่มีเมียเสียหน่อย ที่พอจะมีก็แค่…..
แค่…..
คิดเท่านั้น จินก็เหลือบมองคนที่ยังนอนอยู่บนโซฟา คงจะเรียกว่าแฟนได้ละมั้ง อายุก็ห่างกันตั้ง 6 ปี คงจะไม่ใช่เพื่อนสนิทเล่นหัวกันหรอก แล้วก็ยังคนละพ่อคนละแม่ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันด้วย นั่นแหละๆ คงเป็นแฟนอย่างที่กลอนในฟอร์เวิร์ดเมลนั่นว่า
“คาเมะ ตื่นได้แล้ว นอนตอนนี้ เดี๋ยวกลางคืนไม่นอน” จินทรุดตัวลงนั่งเบียดบนโซฟาตัวเดียวกัน แล้วพยายามดึงแขนคนหลับให้ลุกขึ้นนั่ง มืออีกข้าง จับขาทั้งสองข้างของร่างโปร่งเอาไว้ก่อน เขายังไม่อยากถูกมันถีบลงไปนอนเล่นที่พื้นตอนนี้
“คาเมะ ตื่น” ตอนแรก ที่จินบอกเพื่อนสนิทว่ามีคนรักอายุน้อยกว่า 6 ปี เพื่อนเขาถึงกับทำตาโต แถมยังมาหาว่าเขาเลี้ยงต้อยอีกต่างหาก แต่ตอนนี้สิ!! มีแต่คนสงสารเขากันทั้งนั้น เพราะ ‘ต้อย’ ที่ว่า ดันน่ารัก น่าเอ็นดูเกินเหตุ จนน่าเลี้ยงด้วยลำแข้งเหลือเกิน!!
“คาเมะ!!” จินชักดุ เพราะคนที่ยังนอน เป็นประเภทตื่นยากอย่างมีประสิทธิภาพเหลือเกิน เพราะมันไม่ได้ส่งเสียงโวยวายเขาที่ทำตัวเป็นนาฬิกาปลุกเลย แต่มันทำเนียน เอาความสงบสยบความเคลื่อนไหวท่าเดียว
“คาเมะ!! ลุกได้แล้ว!!” และแม้จินจะเพิ่งคบกับคาเมะได้สองสามปี แต่เขาก็รู้ดีว่าไอ้คนชอบทำเป็นเนียน มันต้องเจอฉุดกระชากลากถูด้วยการดึงแขนแรงๆแบบนี้
คนนอนถูกดึงขึ้นมานั่ง ในสภาพหัวฟู ตาปรือ หน้ามุ่ยสนิท จนมองผาดๆก็รู้ว่าเจ้าตัวเต็มใจจะตื่นอย่างมาก!!
“จะปลุกทำไมวะ!! คนกำลังหลับสบาย โอย ปวดหัว” คาเมนาชิ คาซึยะ โวยกลับด้วยความไม่พอใจ แต่ตายังปรือ ไม่ยอมลืมขึ้นมาเต็มๆเสียที
“มันก็ต้องปวดอยู่แล้ว นอนตอนเย็นๆแบบนี้ แถมหน้าต่างก็ไม่เปิด แอร์ก็ไม่เปิด”
“อ้าว ตอนแรกเปิดแอร์แล้วนี่หว่า สงสัยกดไม่ติด มึนหัวชะมัดเลย” คนเพิ่งตื่นบ่น หน้าบูด แล้วตบเข้าที่ขมับเบาๆให้หายอาการมึน แต่ตบได้แค่สองครั้ง ก็ถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายดึงไว้
“หิวข้าวรึเปล่า ซื้อสปาเก็ตตี้กับซุปมา ไปล้างหน้าล้างตาไป จะอุ่นร้อนๆให้” ร่างโปร่งพยักหน้ารับ แล้วลุกจากโซฟาเดินเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย ก็ยังดีอยู่บ้าง ที่เรื่องกิน จินไม่ต้องอ้อนวอนนัก เพราะรายนี้กินง่าย ขอให้มีกินเถอะ
ออกจากห้องน้ำมาได้ คาเมะก็เดินมานั่งรอที่โต๊ะอาหารใกล้ๆโซนครัว ที่จินกำลังอุ่นซุปรอ ไม่นานนัก ร่างสูงก็ลำเลียงทั้งซุป ทั้งสปาเก็ตตี้ออกมาวางตรงหน้า ให้มื้อเย็นเล็กๆเริ่มต้นขึ้นง่ายๆ
“หายมึนหัวรึยัง” ร่างสูงเงยหน้าถาม คำตอบมีเพียงการส่ายหน้าเบาๆ ให้จินต้องวางส้อมลงกับจาน แล้วส่งมือไปวางทาบที่หน้าผาก
…ตัวไม่ร้อน… ความเบาใจเกิดขึ้น แต่หน้าตามุ่ยๆของคนร่างโปร่ง ก็ทำให้เขาอยู่ไม่สุขนัก
“บอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็นๆแบบนี้” เขาเอ่ยปากเสียงเรียบเรื่อย
“ก็มันง่วง วันนี้รบกับอาจารย์มาทั้งวัน”
คาเมะยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี สาม พวกเขาอยู่ด้วยกัน ได้ด้วยข้ออ้างที่ว่า จินเป็นลูกของเพื่อนของพ่อของคาเมะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ค่อนข้างจะผิดแปลกออกไปจากสังคมเล็กน้อย เป็นไปอย่างจริงใจและจริงจังในคอนโดเล็กๆแห่งนี้ และในสายตาคนรอบข้างที่รู้เรื่องแค่ไม่กี่คน
แน่นอนว่าพ่อและแม่ของพวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ จินกับคาเมะไม่คิดจะบอก เพราะรู้ดีว่ามันรับได้ยากเกินไป หากลูกชายสองคนจะจูงมือกันเข้าไปบอกว่าพวกผมเป็นผัวเมียกัน แล้วอีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับความรักนัก ต่างคนต่างรู้ว่ารักกัน และปัจจุบันที่ได้รักกัน ได้อยู่ด้วยกัน มันก็ดีกว่าอนาคตที่มองไม่เห็นอะไร
“งั้นรายงานเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” คาเมะเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินมายังจุดนี้ มายังหนทางที่รักชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เพราะอะไรหลายอย่างของคนตรงหน้า ร่างโปร่งเลยไม่ลังเล หากจะต้องเลือกระหว่างการเป็นผู้ชายปกติของสังคม กับการมีคนรักที่ชื่อ อาคานิชิ จิน
“ไม่เรียบร้อยก็ไม่แก้แล้ว เหนื่อยจะตาย” พูดไปทั้งๆที่รู้ดี ว่ามีใครบางคนเหนื่อยกว่า วันไหนคาเมะนอนดึก จะมีบางคนที่หลับๆตื่นๆตลอดทั้งคืน เพียงเพื่อจะลุกขึ้นมาถามว่าให้ช่วยอะไรมั้ย หิวอะไรรึเปล่า วันไหนคาเมะจำเป็นต้องตื่นเช้า จะมีบางคนที่ตื่นเช้ากว่าเพื่อลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าไว้ให้คาเมะรองท้องก่อน วันไหนคาเมะกลับเย็น จะมีใครบางคนเดินเป็นหนูติดจั่น นั่งไม่ติดที่ และโทรศัพท์หาทุกๆครึ่งชั่วโมง เพียงเพื่อจะถามว่า กลับเองไหวรึเปล่า จะให้ไปรับไหม ใครคนนั้น คือคนที่นั่งทานข้าวกับคาเมะอยู่ตรงนี้
“เด็กขี้เกียจจริงๆ” จินบ่นอย่างไม่จริงจังนัก และ พลั่ก!! ร่างสูงหน้าเบี้ยว ยกเท้าขึ้นมาจับด้วยความเจ็บกับรางวัลที่ทำตัวเป็นคนช่างบ่น
“เล่นใต้โต๊ะนะคาเมะ” เขาคาดโทษ แต่แฟนเด็กอยู่ในโอวาทเสียที่ไหน เพราะรายนั้นลอยหน้าลอยตา ตักสปาเก็ตตี้เข้าปากจนมันเลอะไปถึงข้างแก้มนู่น จินลอบยิ้มกับซอสสีแดงที่ติดอยู่บนแก้มขาว นึกหมั่นเขี้ยวอยากส่งนิ้วไปปาดออกแรงๆ แต่คิดอีกที ปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เหมือนได้นั่งมองเด็กอนุบาลกินอาหารเลอะเทอะ!!
และเจ้าซอสนั่น ก็ยังติดอยู่บนแก้มไปแบบที่เจ้าตัวไม่รู้เลยสักนิด จนถึงตอนทานผลไม้แก้คาวปากหลังมื้ออาหารเย็นนั่นล่ะ และไม่ต้องทายก็รู้ ว่าใครจะเป็นทาสปอกผลไม้ ถ้าไม่ใช่อาคานิชิ จิน ที่เป็นคนซื้อมา
“หัดกินซะมั่ง ไม่ใช่กินอยู่แค่ไม่กี่อย่าง” ร่างสูงบอกตอนปอกลูกพลับสีส้มสด แล้วยื่นให้คนที่ทำหน้าแหย เพราะไม่คุ้นเคย คาเมะไม่ชอบกินผลไม้นัก และจะกินก็ต่อเมื่อมันเป็นผลไม้ที่ ‘อยาก’ หรือมีความหมายในเชิงนัยยะสำคัญว่า ‘รู้จัก’ ซึ่งไม่พ้น แอปเปิ้ล ส้ม องุ่น สตรอเบอร์รี่และแตงโม ส่วนนอกนั้น ลืมไปได้เลยว่าคาเมะจะแล
“สีอย่างงี้ไม่อร่อยแหง” ไม่ทันจะรับ มันก็โวยล่วงหน้าแล้วว่าไม่อร่อย ให้คนอุตส่าห์ซื้อ คนอุตส่าห์ปอกอยากจะเอาลูกพลับเขกหัวเหลือเกิน
“ลองกินดูก่อนสิ”
“ไม่เอาอ่ะ ทำไมไม่ซื้ออะไรที่มันกินง่ายๆหน่อย” จินอยากจะบอกว่าลูกพลับนี่ คนทั้งโลกก็กินง่าย จะมีอยู่คนเดียวที่กินยากก็คือ คาเมะเนี่ยแหละ แต่พูดไปแล้ว มันจะฟังเรอะ มันดื้อออกอย่างนั้น ไม่มีทางอยู่แล้ว
“กินเถอะหน่า” ชิ้นแรกที่ปอกยังคาอยู่ในมือ และคาเมะก็ไม่ยอมหยิบเสียที ก็คาเมะไม่อยากกินนี่หว่า ผลไม้หน้าตาแปลกๆ เหมือนมีญาติเป็นฟักทองเวอร์ชั่นจูเนียร์ แต่สีดันโคตรส้มแบบนี้ ยังไงๆ คาเมะก็ว่าไม่อร่อยแน่ๆ!!
“กิน” จินบอกสั้นง่าย แต่คาเมะไม่พอใจคิ้วขมวดมุ่น
“จินอย่าบังคับกันดิ”
“ไม่ได้บังคับ…กิน” ไม่ได้บังคับตรงไหนวะ สั่งให้กินด้วยท่าเอาเรื่องอย่างงี้เนี่ยนะ
“คาเมะ” ต้องเรียกชื่ออีกรอบ ร่างโปร่งจึงยอมคว้าไปยัดเข้าปากด้วยท่าทางตรอมใจสุดฤทธิ์ ชายหนุ่มมองคนรักอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะเห็นว่ามันอร่อยหรอก เห็นว่ามันแพง อยากให้คาเมะได้กินของดีๆ ก็เลยซื้อมา แต่ถ้าต้องมาบังคับจนกลายเป็นทะเลาะกันแบบนี้ เขาก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ร่างสูงจัดการให้คาเมะเอาลูกพลับหนึ่งชิ้นเข้าปากได้ ก็ลุกจากเก้าอี้ เอาลูกพลับที่เหลือเข้าไปปอกในโซนครัว กะจะเอาใส่ทัปเปอร์แวร์เอาไว้ทานเอง เพราะคาเมะคงไม่ทานอีก
คนถูกบังคับให้กินทำใจแต่แรกแล้วว่า รสชาติมันต้องแย่เอามากๆ เพราะมันคงมีพ่อเป็นฟักทอง และมีแม่เป็นส้ม อะไรๆก็คงผสมจนมั่วให้ชวนแหวะ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เจ้าลูกพลับก็ใช่จะรสชาติแย่นัก
กัดไปคำแรก คาเมะว่ามันกรอบ กัดคำที่สอง อืม มันหอมแหะ กัดคำที่สาม มันหวานด้วยล่ะ แล้วจากนั้นก็เริ่มเคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งรู้สึกว่ามันอร่อยใช้ได้เหมือนกันแหะ จนกลืนมันลงคอไปแล้ว ถึงได้เหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนปอกผลไม้อยู่ที่เคาท์เตอร์
คาเมะรู้ว่าจินหวังดี จินไม่เคยทำอะไรให้คาเมะไม่มีความสุข จินเป็นผู้ชายที่ดี เป็นคนรักที่ดี
ร่างโปร่งลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปยืนข้างๆ เห็นจินกำลังปอกลูกพลับอย่างขะมักเขม้น มีบางส่วนที่ปอกเสร็จแล้ว และถูกจัดเรียงอยู่ในกล่องทัปเปอร์แวร์ คาเมะพลิกตัว แล้วเท้าแขนขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์ ก่อนจะทำเนียนหยิบลูกพลับในกล่องหนึ่งชิ้นเข้าปากตัวเอง ให้คนกำลังปอกต้องหันมอง
“มองอะไร ปอกไปดิ” คาเมะบอก ทั้งๆที่ลูกพลับยังเต็มปาก จินยิ้มบาง ลองว่ามาหยิบเองแบบนี้ แสดงว่าอร่อยถูกใจเจ้าตัวดี เขาส่ายหน้าเล็กๆ ก่อนจะก้มลงปอกตามเดิม คาเมะหยิบลูกพลับอีกชิ้นเข้าปาก ให้จินต้องพยายามซ่อมยิ้มดีใจอย่างยากลำบาก
“อร่อยเหรอ” ต้องพยายามยิ้มให้น้อยที่สุด คาเมะเกลียดคนรู้ทัน จินไม่อยากให้คนรักที่กำลังอารมณ์ดีต้องหันมาโวยวายเขาหรอก ชายหนุ่มเงยหน้าถาม แต่รอยยิ้มเก็บซ่อนได้ไม่มิดนัก เพราะคาเมะยังมองเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่ดูจะแฝงแววดีใจจนน่าอ้วก ร่างโปร่งเหล่มองอย่างหมั่นไส้ แล้วหยิบลูกพลับอีกชิ้น ยัดเข้าปากคนถาม
“พูดมากว่ะ” ไม่มีคำตอบของคำถามที่ว่า ลูกพลับอร่อยมั้ย มีแต่เจ้าผลไม้สีส้มๆ ที่ถูกปอกใส่กล่องทัปเปอร์แวร์ค่อยๆพร่องลงทีละชิ้น ทีละชิ้น เข้าปากคาเมะบ้าง ปากจินบ้าง ด้วยมือใครบางคนที่ไม่ยอมตอบคำถามสักที ว่าลูกพลับถูกใจรึเปล่า
ลูกพลับถูกปอกจนหมด และไม่มีเหลือในทัปเปอร์แวร์ไว้กินวันต่อๆไป คนที่ยึดเคาท์เตอร์เป็นเก้าอี้ เลยไถตัวลงมายืนบนพื้น ช่วยจินเก็บเศษ เก็บเปลือกลงถังขยะ
“ยังไม่ตอบเลย ว่าลูกพลับอร่อยมั้ย” จินที่กำลังล้างมีด หันมาถามคนที่กำลังเช็ดเคาท์เตอร์
“ไม่รู้”
“งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นจะกินอะไร ในตู้เย็นมีแตงโมแค่ซีกเดียว เอาแอปเปิ้ลอีกอย่างมั้ย” จินถาม เพราะรู้ว่าคาเมะเป็นคนทานผลไม้ยาก เขาไม่อยากให้ร่างโปร่งขาดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เลยกลายเป็นว่าต้องกินทุกวันหลังมื้อเย็นให้เคยตัว
คาเมะนิ่งไปกับคำถาม ก่อนจะทำเป็นหันหลังเดินหนี ไม่ยอมตอบ ให้จินต้องเรียกซ้ำ
“คาเมะ”
“เอาไอ้ลูกเมื่อกี้ก็ได้” ก็มันอร่อยใช้ได้ คาเมะก็เลยอยากกินอีกน่ะสิ จินยิ้มกับคำตอบที่เหมือนจะจำใจเลือก เขาร้องเรียกร่างโปร่งไว้อีก
“คาเมะ
“อะไรอีกล่ะ” เจ้าของชื่อหันกลับมามองด้วยหน้าตาเอาเรื่องเล็กน้อย จินปิดก๊อกน้ำเช็ดมือกับผ้าแล้ว จึงเดินเข้ามาหา ก่อนจะเช็ดเบาๆที่ข้างแก้มนิ้ม
“ซอสเลอะ”
“ซอส?” ซอสอะไร เมื่อกี้กินไอ้ลูกส้มๆ ไม่ได้มีซอสอะไรสักหน่อย ร่างสูงมองคนทำหน้างงด้วยสายตาวาววับ
“ซอสสปาเก็ตตี้”
ห๊ะ!! ซอสสปาเก็ตตี้!! สปาเก็ตตี้ที่กินเสร็จไปตั้งนานแล้วเนี่ยนะ!! คาเมะรีบยกมือขึ้นเช็ดแก้มสองข้างของตัวเองแรงๆ ในขณะที่จินหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินหนีไปที่โซฟา ทิ้งให้คาเมะโวยวายตามหลัง
“ทำไมไม่บอกแต่แรกเล่า!!” แน่นอนอยู่แล้วว่าคาเมะไม่แต๋วพอจะทำแค่กระทืบๆด้วยความไม่พอใจ ที่จินไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก ร่างโปร่งวิ่งเข้าไปชนจินให้ล้มลงไปนอนบนโซฟา แล้วไล่ทุบกันเหมือนหมาบ้าไม่มีผิด
ในคอนโดดังลั่นไปด้วยเสียงหัวเราะของจิน ที่ปนเสียงวอนขออย่างไม่จริงจังนัก และเสียงโวยวายจำพวก ‘หยา!!!’ ‘นี่แหน่ะ!!!’ ‘แกตาย!!!’ กับบรรยากาศยามพลบค่ำที่ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสงสีส้มอยู่ที่ขอบฟ้าไกลๆ กับเมืองโตเกียวเบื้องล่างที่กำลังถล่มการไฟฟ้านครหลวง ด้วยหลอดไฟนับล้านดวงที่เปิดกันพรึ่บพรั่บเพื่อรับการมาของค่ำคืน
ส่วนคืนนี้ของสองคนคู่รัก หนึ่ง ผู้ชายเลี้ยงต้อย กับสอง ต้อยที่ถูกผู้ชายเลี้ยง อาคานิชิ จิน กับคาเมนาชิ คาซึยะ…….
เราไม่อยากให้คุณทายเท่าไหร่ ว่าคืนนี้ใครจะได้นอน หรือใครจะไม่ได้นอน หรือมันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ยังไงก็ตาม ฟ.แฟน ก็คือ ฟ.แฟน
ฟ.แฟนนั้นหายาก ต้องลำบาก ทุกขั้นตอน
ยามกินต้องอ้อนวอน ถึงยามนอน ต้องกล่อมลา
ยามเที่ยวอย่าได้ขัด ปรณนิบัติ ขันอาสา
ยามนัด อย่าชักช้า ควรรีบมา ก่อนเจอดี
อยากได้สิ่งใดมา ต้องตามหา ทันท่วงที
ยามโกรธอย่าชวนตี จะให้ดีต้องยอมความ
คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ อย่าได้คิดห้าม หรือปราม
ขัดใจคือข้อห้าม ท่องทุกยาม มันคือแฟน!!!
จินนึกถึงกลอนแปลกๆของเพื่อนรักที่ชื่อ นากามารุ ยูอิจิ ขณะที่ยังนอนหอบบนพื้นพรม มีใครบางคนนอนทับอยู่ด้านบนและหอบไม่แพ้กัน เพราะมัวแต่วิ่งไล่ วิ่งตีกันเมื่อกี้ สุดท้ายเลยมานอนหอบกันแบบนี้
“คาเมะ ลูกพลับอร่อยมั้ย” คำถามเดิมที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทำเอาคาเมะรีบลุกจากร่างอีกฝ่ายทันควัน แต่ไม่ได้เร็วไปกว่าคนที่ดึงรั้งเอาไว้ ให้ทรุดตัวลงมานอนทับกันตามเดิม
“พูดให้ดีใจหน่อยได้มั้ย” เขาถามเสียงเบาอย่างมีความสุข รู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่อร่อย คาเมะคงไม่เรียกร้องอยากจะกินอีกหรอก แต่ยังไง เขาก็อยากได้ยินออกมาเป็นคำพูดอยู่ดี
“อร่อย” คำตอบทำเอาร่างสูงยิ้มกว้าง ผงกศีรษะขึ้นมาจูบเบาๆที่ขมับคนที่นอนหนุนอก ก่อนจะหงายผึ่งลงนอนต่อ แล้วปล่อยให้คาเมะนอนกลิ้งหัวไป กลิ้งหัวมาบนอกเขาต่อไป ในขณะที่จินเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานสูง ที่สะท้อนท้องฟ้ามืดแต้มด้วยดวงดาวนับพัน
เขาคิดถึงเพื่อนรักเจ้าของฟอร์เวิร์ดเมล
ถึงการมีแฟนจะชวนให้ปวดหัวอยู่สักหน่อย ต้องคอยอ้อนยามมันจะกิน ต้องคอยกล่อมยามมันจะนอน ต้องคอยตามใจไม่ว่ามันจะอยากทำอะไร ทำให้ทุกอย่าง ทำทุกวิถีทาง เพื่อมัน เพื่อไอ้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น ฟ.แฟน
มันเหนื่อยก็จริง มันหนักก็ใช่
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เทียบไม่ได้หรอก กับการมีเวลาสบายๆเพียงช่วงสั้นๆแบบนี้ แล้วมีแฟนมานอนหนุนอกแบบนี้
ใช่ มันเทียบไม่ได้จริงๆ
ร่างสูงยิ้มบางกับตัวเองแล้วหลับตาลง ขณะเอื้อมมือไปกดรีโมทแอร์ให้มันทำงาน
นอนพักหลังกินข้าวสักหน่อย มันคงไม่ทำให้คืนนี้นอนไม่หลับหรอกหน่า
FIN
JIN X KAME
By : Dezair
………………………..
ฟ.แฟนนั้นหายาก ต้องลำบาก ทุกขั้นตอน
ยามกินต้องอ้อนวอน ถึงยามนอน ต้องกล่อมลา
ยามเที่ยวอย่าได้ขัด ปรนนิบัติ ขันอาสา
ยามนัด อย่าชักช้า ควรรีบมา ก่อนเจอดี
อยากได้สิ่งใดมา ต้องตามหา ทันท่วงที
ยามโกรธอย่าชวนตี จะให้ดีต้องยอมความ
คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ อย่าได้คิดห้าม หรือปราม
ขัดใจคือข้อห้าม ท่องทุกยาม มันคือแฟน!!!
อาคานิชิ จิน ถอนหายใจเฮือกที่ร้อย ขณะมองดูใครบางคนนอนแหกแข้งแหกขาอยู่บนโซฟา มันคงลืมไป ว่ามันไม่ได้นอนอยู่บนเตียง ไอ้ท่าที่มันเคยบอกว่านอนแล้วสบายที่สุด เลยมาปรากฏบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ โซฟาที่อุตส่าห์เลือกใหญ่พิเศษแล้ว มาเจอท่านอนไอ้ตัวดีที่นอนอ้าสามร้อยหกสิบองศา ก็เลยเล็กไปถนัดตา
ร่างสูงยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา แล้วเหลือบมองคนหลับที่นอนได้สมชายชาตรีเหลือเกิน ดีแค่ไหนว่ามันไม่กรนเป็นของแถม เห็นมันนอนก็รู้ว่ามันเพลีย แต่จะปล่อยให้มันนอนต่อ เดี๋ยวกลางค่ำกลางคืนก็ไม่นอนกันพอดี เล่นมานอนเอาตอนจะหกโมงเย็นแบบนี้ แต่ถ้าขืนปลุก… จินถอนหายใจเฮือกที่หนึ่งร้อยหนึ่ง
มันคงบ่นเขาหูชา
“คาเมะ คาเมะ ตื่น หกโมงเย็นแล้ว” เอาเถอะ ให้มันบ่นตอนนี้ ยังดีกว่ามันไปบ่นตอนกลางคืนให้เขาไม่ต้องหลับต้องนอนตามมัน
“อื้อ!!” แล้วไอ้คนนอน มันก็พลิกตัว ซุกตะแครงเข้ากับพนักโซฟา ให้ชายหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานต้องส่ายศีรษะไปมาด้วยความระอา พลางนึกไปถึงฟอร์เวิร์ดเมลแปลกๆจากเพื่อนสนิทนิสัยดี ใช่! มันนิสัยดีมากเสียจนส่งกลอนประหลาดๆมาให้เขา พร้อมกับลงท้ายที่ว่า ‘แด่มึง ที่กลัวเมีย’ วะ!! ยังไม่มีเมียเสียหน่อย ที่พอจะมีก็แค่…..
แค่…..
คิดเท่านั้น จินก็เหลือบมองคนที่ยังนอนอยู่บนโซฟา คงจะเรียกว่าแฟนได้ละมั้ง อายุก็ห่างกันตั้ง 6 ปี คงจะไม่ใช่เพื่อนสนิทเล่นหัวกันหรอก แล้วก็ยังคนละพ่อคนละแม่ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันด้วย นั่นแหละๆ คงเป็นแฟนอย่างที่กลอนในฟอร์เวิร์ดเมลนั่นว่า
“คาเมะ ตื่นได้แล้ว นอนตอนนี้ เดี๋ยวกลางคืนไม่นอน” จินทรุดตัวลงนั่งเบียดบนโซฟาตัวเดียวกัน แล้วพยายามดึงแขนคนหลับให้ลุกขึ้นนั่ง มืออีกข้าง จับขาทั้งสองข้างของร่างโปร่งเอาไว้ก่อน เขายังไม่อยากถูกมันถีบลงไปนอนเล่นที่พื้นตอนนี้
“คาเมะ ตื่น” ตอนแรก ที่จินบอกเพื่อนสนิทว่ามีคนรักอายุน้อยกว่า 6 ปี เพื่อนเขาถึงกับทำตาโต แถมยังมาหาว่าเขาเลี้ยงต้อยอีกต่างหาก แต่ตอนนี้สิ!! มีแต่คนสงสารเขากันทั้งนั้น เพราะ ‘ต้อย’ ที่ว่า ดันน่ารัก น่าเอ็นดูเกินเหตุ จนน่าเลี้ยงด้วยลำแข้งเหลือเกิน!!
“คาเมะ!!” จินชักดุ เพราะคนที่ยังนอน เป็นประเภทตื่นยากอย่างมีประสิทธิภาพเหลือเกิน เพราะมันไม่ได้ส่งเสียงโวยวายเขาที่ทำตัวเป็นนาฬิกาปลุกเลย แต่มันทำเนียน เอาความสงบสยบความเคลื่อนไหวท่าเดียว
“คาเมะ!! ลุกได้แล้ว!!” และแม้จินจะเพิ่งคบกับคาเมะได้สองสามปี แต่เขาก็รู้ดีว่าไอ้คนชอบทำเป็นเนียน มันต้องเจอฉุดกระชากลากถูด้วยการดึงแขนแรงๆแบบนี้
คนนอนถูกดึงขึ้นมานั่ง ในสภาพหัวฟู ตาปรือ หน้ามุ่ยสนิท จนมองผาดๆก็รู้ว่าเจ้าตัวเต็มใจจะตื่นอย่างมาก!!
“จะปลุกทำไมวะ!! คนกำลังหลับสบาย โอย ปวดหัว” คาเมนาชิ คาซึยะ โวยกลับด้วยความไม่พอใจ แต่ตายังปรือ ไม่ยอมลืมขึ้นมาเต็มๆเสียที
“มันก็ต้องปวดอยู่แล้ว นอนตอนเย็นๆแบบนี้ แถมหน้าต่างก็ไม่เปิด แอร์ก็ไม่เปิด”
“อ้าว ตอนแรกเปิดแอร์แล้วนี่หว่า สงสัยกดไม่ติด มึนหัวชะมัดเลย” คนเพิ่งตื่นบ่น หน้าบูด แล้วตบเข้าที่ขมับเบาๆให้หายอาการมึน แต่ตบได้แค่สองครั้ง ก็ถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายดึงไว้
“หิวข้าวรึเปล่า ซื้อสปาเก็ตตี้กับซุปมา ไปล้างหน้าล้างตาไป จะอุ่นร้อนๆให้” ร่างโปร่งพยักหน้ารับ แล้วลุกจากโซฟาเดินเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย ก็ยังดีอยู่บ้าง ที่เรื่องกิน จินไม่ต้องอ้อนวอนนัก เพราะรายนี้กินง่าย ขอให้มีกินเถอะ
ออกจากห้องน้ำมาได้ คาเมะก็เดินมานั่งรอที่โต๊ะอาหารใกล้ๆโซนครัว ที่จินกำลังอุ่นซุปรอ ไม่นานนัก ร่างสูงก็ลำเลียงทั้งซุป ทั้งสปาเก็ตตี้ออกมาวางตรงหน้า ให้มื้อเย็นเล็กๆเริ่มต้นขึ้นง่ายๆ
“หายมึนหัวรึยัง” ร่างสูงเงยหน้าถาม คำตอบมีเพียงการส่ายหน้าเบาๆ ให้จินต้องวางส้อมลงกับจาน แล้วส่งมือไปวางทาบที่หน้าผาก
…ตัวไม่ร้อน… ความเบาใจเกิดขึ้น แต่หน้าตามุ่ยๆของคนร่างโปร่ง ก็ทำให้เขาอยู่ไม่สุขนัก
“บอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็นๆแบบนี้” เขาเอ่ยปากเสียงเรียบเรื่อย
“ก็มันง่วง วันนี้รบกับอาจารย์มาทั้งวัน”
คาเมะยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี สาม พวกเขาอยู่ด้วยกัน ได้ด้วยข้ออ้างที่ว่า จินเป็นลูกของเพื่อนของพ่อของคาเมะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ค่อนข้างจะผิดแปลกออกไปจากสังคมเล็กน้อย เป็นไปอย่างจริงใจและจริงจังในคอนโดเล็กๆแห่งนี้ และในสายตาคนรอบข้างที่รู้เรื่องแค่ไม่กี่คน
แน่นอนว่าพ่อและแม่ของพวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ จินกับคาเมะไม่คิดจะบอก เพราะรู้ดีว่ามันรับได้ยากเกินไป หากลูกชายสองคนจะจูงมือกันเข้าไปบอกว่าพวกผมเป็นผัวเมียกัน แล้วอีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับความรักนัก ต่างคนต่างรู้ว่ารักกัน และปัจจุบันที่ได้รักกัน ได้อยู่ด้วยกัน มันก็ดีกว่าอนาคตที่มองไม่เห็นอะไร
“งั้นรายงานเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” คาเมะเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเดินมายังจุดนี้ มายังหนทางที่รักชอบผู้ชายด้วยกัน แต่เพราะอะไรหลายอย่างของคนตรงหน้า ร่างโปร่งเลยไม่ลังเล หากจะต้องเลือกระหว่างการเป็นผู้ชายปกติของสังคม กับการมีคนรักที่ชื่อ อาคานิชิ จิน
“ไม่เรียบร้อยก็ไม่แก้แล้ว เหนื่อยจะตาย” พูดไปทั้งๆที่รู้ดี ว่ามีใครบางคนเหนื่อยกว่า วันไหนคาเมะนอนดึก จะมีบางคนที่หลับๆตื่นๆตลอดทั้งคืน เพียงเพื่อจะลุกขึ้นมาถามว่าให้ช่วยอะไรมั้ย หิวอะไรรึเปล่า วันไหนคาเมะจำเป็นต้องตื่นเช้า จะมีบางคนที่ตื่นเช้ากว่าเพื่อลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าไว้ให้คาเมะรองท้องก่อน วันไหนคาเมะกลับเย็น จะมีใครบางคนเดินเป็นหนูติดจั่น นั่งไม่ติดที่ และโทรศัพท์หาทุกๆครึ่งชั่วโมง เพียงเพื่อจะถามว่า กลับเองไหวรึเปล่า จะให้ไปรับไหม ใครคนนั้น คือคนที่นั่งทานข้าวกับคาเมะอยู่ตรงนี้
“เด็กขี้เกียจจริงๆ” จินบ่นอย่างไม่จริงจังนัก และ พลั่ก!! ร่างสูงหน้าเบี้ยว ยกเท้าขึ้นมาจับด้วยความเจ็บกับรางวัลที่ทำตัวเป็นคนช่างบ่น
“เล่นใต้โต๊ะนะคาเมะ” เขาคาดโทษ แต่แฟนเด็กอยู่ในโอวาทเสียที่ไหน เพราะรายนั้นลอยหน้าลอยตา ตักสปาเก็ตตี้เข้าปากจนมันเลอะไปถึงข้างแก้มนู่น จินลอบยิ้มกับซอสสีแดงที่ติดอยู่บนแก้มขาว นึกหมั่นเขี้ยวอยากส่งนิ้วไปปาดออกแรงๆ แต่คิดอีกที ปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เหมือนได้นั่งมองเด็กอนุบาลกินอาหารเลอะเทอะ!!
และเจ้าซอสนั่น ก็ยังติดอยู่บนแก้มไปแบบที่เจ้าตัวไม่รู้เลยสักนิด จนถึงตอนทานผลไม้แก้คาวปากหลังมื้ออาหารเย็นนั่นล่ะ และไม่ต้องทายก็รู้ ว่าใครจะเป็นทาสปอกผลไม้ ถ้าไม่ใช่อาคานิชิ จิน ที่เป็นคนซื้อมา
“หัดกินซะมั่ง ไม่ใช่กินอยู่แค่ไม่กี่อย่าง” ร่างสูงบอกตอนปอกลูกพลับสีส้มสด แล้วยื่นให้คนที่ทำหน้าแหย เพราะไม่คุ้นเคย คาเมะไม่ชอบกินผลไม้นัก และจะกินก็ต่อเมื่อมันเป็นผลไม้ที่ ‘อยาก’ หรือมีความหมายในเชิงนัยยะสำคัญว่า ‘รู้จัก’ ซึ่งไม่พ้น แอปเปิ้ล ส้ม องุ่น สตรอเบอร์รี่และแตงโม ส่วนนอกนั้น ลืมไปได้เลยว่าคาเมะจะแล
“สีอย่างงี้ไม่อร่อยแหง” ไม่ทันจะรับ มันก็โวยล่วงหน้าแล้วว่าไม่อร่อย ให้คนอุตส่าห์ซื้อ คนอุตส่าห์ปอกอยากจะเอาลูกพลับเขกหัวเหลือเกิน
“ลองกินดูก่อนสิ”
“ไม่เอาอ่ะ ทำไมไม่ซื้ออะไรที่มันกินง่ายๆหน่อย” จินอยากจะบอกว่าลูกพลับนี่ คนทั้งโลกก็กินง่าย จะมีอยู่คนเดียวที่กินยากก็คือ คาเมะเนี่ยแหละ แต่พูดไปแล้ว มันจะฟังเรอะ มันดื้อออกอย่างนั้น ไม่มีทางอยู่แล้ว
“กินเถอะหน่า” ชิ้นแรกที่ปอกยังคาอยู่ในมือ และคาเมะก็ไม่ยอมหยิบเสียที ก็คาเมะไม่อยากกินนี่หว่า ผลไม้หน้าตาแปลกๆ เหมือนมีญาติเป็นฟักทองเวอร์ชั่นจูเนียร์ แต่สีดันโคตรส้มแบบนี้ ยังไงๆ คาเมะก็ว่าไม่อร่อยแน่ๆ!!
“กิน” จินบอกสั้นง่าย แต่คาเมะไม่พอใจคิ้วขมวดมุ่น
“จินอย่าบังคับกันดิ”
“ไม่ได้บังคับ…กิน” ไม่ได้บังคับตรงไหนวะ สั่งให้กินด้วยท่าเอาเรื่องอย่างงี้เนี่ยนะ
“คาเมะ” ต้องเรียกชื่ออีกรอบ ร่างโปร่งจึงยอมคว้าไปยัดเข้าปากด้วยท่าทางตรอมใจสุดฤทธิ์ ชายหนุ่มมองคนรักอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะเห็นว่ามันอร่อยหรอก เห็นว่ามันแพง อยากให้คาเมะได้กินของดีๆ ก็เลยซื้อมา แต่ถ้าต้องมาบังคับจนกลายเป็นทะเลาะกันแบบนี้ เขาก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
ร่างสูงจัดการให้คาเมะเอาลูกพลับหนึ่งชิ้นเข้าปากได้ ก็ลุกจากเก้าอี้ เอาลูกพลับที่เหลือเข้าไปปอกในโซนครัว กะจะเอาใส่ทัปเปอร์แวร์เอาไว้ทานเอง เพราะคาเมะคงไม่ทานอีก
คนถูกบังคับให้กินทำใจแต่แรกแล้วว่า รสชาติมันต้องแย่เอามากๆ เพราะมันคงมีพ่อเป็นฟักทอง และมีแม่เป็นส้ม อะไรๆก็คงผสมจนมั่วให้ชวนแหวะ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เจ้าลูกพลับก็ใช่จะรสชาติแย่นัก
กัดไปคำแรก คาเมะว่ามันกรอบ กัดคำที่สอง อืม มันหอมแหะ กัดคำที่สาม มันหวานด้วยล่ะ แล้วจากนั้นก็เริ่มเคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งรู้สึกว่ามันอร่อยใช้ได้เหมือนกันแหะ จนกลืนมันลงคอไปแล้ว ถึงได้เหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนปอกผลไม้อยู่ที่เคาท์เตอร์
คาเมะรู้ว่าจินหวังดี จินไม่เคยทำอะไรให้คาเมะไม่มีความสุข จินเป็นผู้ชายที่ดี เป็นคนรักที่ดี
ร่างโปร่งลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปยืนข้างๆ เห็นจินกำลังปอกลูกพลับอย่างขะมักเขม้น มีบางส่วนที่ปอกเสร็จแล้ว และถูกจัดเรียงอยู่ในกล่องทัปเปอร์แวร์ คาเมะพลิกตัว แล้วเท้าแขนขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์ ก่อนจะทำเนียนหยิบลูกพลับในกล่องหนึ่งชิ้นเข้าปากตัวเอง ให้คนกำลังปอกต้องหันมอง
“มองอะไร ปอกไปดิ” คาเมะบอก ทั้งๆที่ลูกพลับยังเต็มปาก จินยิ้มบาง ลองว่ามาหยิบเองแบบนี้ แสดงว่าอร่อยถูกใจเจ้าตัวดี เขาส่ายหน้าเล็กๆ ก่อนจะก้มลงปอกตามเดิม คาเมะหยิบลูกพลับอีกชิ้นเข้าปาก ให้จินต้องพยายามซ่อมยิ้มดีใจอย่างยากลำบาก
“อร่อยเหรอ” ต้องพยายามยิ้มให้น้อยที่สุด คาเมะเกลียดคนรู้ทัน จินไม่อยากให้คนรักที่กำลังอารมณ์ดีต้องหันมาโวยวายเขาหรอก ชายหนุ่มเงยหน้าถาม แต่รอยยิ้มเก็บซ่อนได้ไม่มิดนัก เพราะคาเมะยังมองเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่ดูจะแฝงแววดีใจจนน่าอ้วก ร่างโปร่งเหล่มองอย่างหมั่นไส้ แล้วหยิบลูกพลับอีกชิ้น ยัดเข้าปากคนถาม
“พูดมากว่ะ” ไม่มีคำตอบของคำถามที่ว่า ลูกพลับอร่อยมั้ย มีแต่เจ้าผลไม้สีส้มๆ ที่ถูกปอกใส่กล่องทัปเปอร์แวร์ค่อยๆพร่องลงทีละชิ้น ทีละชิ้น เข้าปากคาเมะบ้าง ปากจินบ้าง ด้วยมือใครบางคนที่ไม่ยอมตอบคำถามสักที ว่าลูกพลับถูกใจรึเปล่า
ลูกพลับถูกปอกจนหมด และไม่มีเหลือในทัปเปอร์แวร์ไว้กินวันต่อๆไป คนที่ยึดเคาท์เตอร์เป็นเก้าอี้ เลยไถตัวลงมายืนบนพื้น ช่วยจินเก็บเศษ เก็บเปลือกลงถังขยะ
“ยังไม่ตอบเลย ว่าลูกพลับอร่อยมั้ย” จินที่กำลังล้างมีด หันมาถามคนที่กำลังเช็ดเคาท์เตอร์
“ไม่รู้”
“งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นจะกินอะไร ในตู้เย็นมีแตงโมแค่ซีกเดียว เอาแอปเปิ้ลอีกอย่างมั้ย” จินถาม เพราะรู้ว่าคาเมะเป็นคนทานผลไม้ยาก เขาไม่อยากให้ร่างโปร่งขาดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เลยกลายเป็นว่าต้องกินทุกวันหลังมื้อเย็นให้เคยตัว
คาเมะนิ่งไปกับคำถาม ก่อนจะทำเป็นหันหลังเดินหนี ไม่ยอมตอบ ให้จินต้องเรียกซ้ำ
“คาเมะ”
“เอาไอ้ลูกเมื่อกี้ก็ได้” ก็มันอร่อยใช้ได้ คาเมะก็เลยอยากกินอีกน่ะสิ จินยิ้มกับคำตอบที่เหมือนจะจำใจเลือก เขาร้องเรียกร่างโปร่งไว้อีก
“คาเมะ
“อะไรอีกล่ะ” เจ้าของชื่อหันกลับมามองด้วยหน้าตาเอาเรื่องเล็กน้อย จินปิดก๊อกน้ำเช็ดมือกับผ้าแล้ว จึงเดินเข้ามาหา ก่อนจะเช็ดเบาๆที่ข้างแก้มนิ้ม
“ซอสเลอะ”
“ซอส?” ซอสอะไร เมื่อกี้กินไอ้ลูกส้มๆ ไม่ได้มีซอสอะไรสักหน่อย ร่างสูงมองคนทำหน้างงด้วยสายตาวาววับ
“ซอสสปาเก็ตตี้”
ห๊ะ!! ซอสสปาเก็ตตี้!! สปาเก็ตตี้ที่กินเสร็จไปตั้งนานแล้วเนี่ยนะ!! คาเมะรีบยกมือขึ้นเช็ดแก้มสองข้างของตัวเองแรงๆ ในขณะที่จินหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินหนีไปที่โซฟา ทิ้งให้คาเมะโวยวายตามหลัง
“ทำไมไม่บอกแต่แรกเล่า!!” แน่นอนอยู่แล้วว่าคาเมะไม่แต๋วพอจะทำแค่กระทืบๆด้วยความไม่พอใจ ที่จินไม่ยอมบอกตั้งแต่แรก ร่างโปร่งวิ่งเข้าไปชนจินให้ล้มลงไปนอนบนโซฟา แล้วไล่ทุบกันเหมือนหมาบ้าไม่มีผิด
ในคอนโดดังลั่นไปด้วยเสียงหัวเราะของจิน ที่ปนเสียงวอนขออย่างไม่จริงจังนัก และเสียงโวยวายจำพวก ‘หยา!!!’ ‘นี่แหน่ะ!!!’ ‘แกตาย!!!’ กับบรรยากาศยามพลบค่ำที่ดวงอาทิตย์กำลังส่องแสงสีส้มอยู่ที่ขอบฟ้าไกลๆ กับเมืองโตเกียวเบื้องล่างที่กำลังถล่มการไฟฟ้านครหลวง ด้วยหลอดไฟนับล้านดวงที่เปิดกันพรึ่บพรั่บเพื่อรับการมาของค่ำคืน
ส่วนคืนนี้ของสองคนคู่รัก หนึ่ง ผู้ชายเลี้ยงต้อย กับสอง ต้อยที่ถูกผู้ชายเลี้ยง อาคานิชิ จิน กับคาเมนาชิ คาซึยะ…….
เราไม่อยากให้คุณทายเท่าไหร่ ว่าคืนนี้ใครจะได้นอน หรือใครจะไม่ได้นอน หรือมันจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ยังไงก็ตาม ฟ.แฟน ก็คือ ฟ.แฟน
ฟ.แฟนนั้นหายาก ต้องลำบาก ทุกขั้นตอน
ยามกินต้องอ้อนวอน ถึงยามนอน ต้องกล่อมลา
ยามเที่ยวอย่าได้ขัด ปรณนิบัติ ขันอาสา
ยามนัด อย่าชักช้า ควรรีบมา ก่อนเจอดี
อยากได้สิ่งใดมา ต้องตามหา ทันท่วงที
ยามโกรธอย่าชวนตี จะให้ดีต้องยอมความ
คำสั่งนั้นศักดิ์สิทธิ์ อย่าได้คิดห้าม หรือปราม
ขัดใจคือข้อห้าม ท่องทุกยาม มันคือแฟน!!!
จินนึกถึงกลอนแปลกๆของเพื่อนรักที่ชื่อ นากามารุ ยูอิจิ ขณะที่ยังนอนหอบบนพื้นพรม มีใครบางคนนอนทับอยู่ด้านบนและหอบไม่แพ้กัน เพราะมัวแต่วิ่งไล่ วิ่งตีกันเมื่อกี้ สุดท้ายเลยมานอนหอบกันแบบนี้
“คาเมะ ลูกพลับอร่อยมั้ย” คำถามเดิมที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทำเอาคาเมะรีบลุกจากร่างอีกฝ่ายทันควัน แต่ไม่ได้เร็วไปกว่าคนที่ดึงรั้งเอาไว้ ให้ทรุดตัวลงมานอนทับกันตามเดิม
“พูดให้ดีใจหน่อยได้มั้ย” เขาถามเสียงเบาอย่างมีความสุข รู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่อร่อย คาเมะคงไม่เรียกร้องอยากจะกินอีกหรอก แต่ยังไง เขาก็อยากได้ยินออกมาเป็นคำพูดอยู่ดี
“อร่อย” คำตอบทำเอาร่างสูงยิ้มกว้าง ผงกศีรษะขึ้นมาจูบเบาๆที่ขมับคนที่นอนหนุนอก ก่อนจะหงายผึ่งลงนอนต่อ แล้วปล่อยให้คาเมะนอนกลิ้งหัวไป กลิ้งหัวมาบนอกเขาต่อไป ในขณะที่จินเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานสูง ที่สะท้อนท้องฟ้ามืดแต้มด้วยดวงดาวนับพัน
เขาคิดถึงเพื่อนรักเจ้าของฟอร์เวิร์ดเมล
ถึงการมีแฟนจะชวนให้ปวดหัวอยู่สักหน่อย ต้องคอยอ้อนยามมันจะกิน ต้องคอยกล่อมยามมันจะนอน ต้องคอยตามใจไม่ว่ามันจะอยากทำอะไร ทำให้ทุกอย่าง ทำทุกวิถีทาง เพื่อมัน เพื่อไอ้คนที่ได้ชื่อว่าเป็น ฟ.แฟน
มันเหนื่อยก็จริง มันหนักก็ใช่
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เทียบไม่ได้หรอก กับการมีเวลาสบายๆเพียงช่วงสั้นๆแบบนี้ แล้วมีแฟนมานอนหนุนอกแบบนี้
ใช่ มันเทียบไม่ได้จริงๆ
ร่างสูงยิ้มบางกับตัวเองแล้วหลับตาลง ขณะเอื้อมมือไปกดรีโมทแอร์ให้มันทำงาน
นอนพักหลังกินข้าวสักหน่อย มันคงไม่ทำให้คืนนี้นอนไม่หลับหรอกหน่า
FIN
