| หน้าแรก |
2008.09.13
SP : สามี…ขอระอา…จะหย่ากันแล้วนะ!!!…
SP : สามี…ขอระอา…จะหย่ากันแล้วนะ!!!…
JIN X KAME
By : Dezair
จินนั่งเงียบ…นั่งเงียบสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้นั่งของตัวเองมาร่วมสิบนาทีแล้ว…สิบนาทีแล้ว ที่แม้เขาจะนั่งเงียบเป็นเป่าสาก แต่ภรรยาคนสวยตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเลยสักนิดเดียว
…วันนี้มันวันอะไรน่ะเหรอ… ก็แค่วันครบรอบแต่งงานเดือนที่หกเท่านั้นล่ะ…ไม่ใช่สิ!!!…มันไม่ใช่ …‘แค่’…แต่มันเป็นวันที่แสนวิเศษ ที่เขาคาดหวังเอาไว้มากๆต่างหาก!!!…
…อุตส่าห์จองโต๊ะอาหารในร้านสุดหรูบนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง เพื่อพาภรรยาสุดที่รักมา
เดทอย่างโรแมนติกใต้แสงเทียน…แต่แล้วเป็นยังไง!!!…สุดท้ายแล้วเป็นยังไง!!!
“มินาโกะจัง…ไม่ได้นะ…ไม่ได้…พูดแบบนี้ตอนนี้ผมก็ยิ่งอยากเห็นหน้ามินาโกะจังมากขึ้นน่ะสิ”…ดูเอาเถอะ…ในเวลาที่แสนวิเศษแบบนี้ ภรรยาของเขาก็ยังมีกระจิตกระใจจีบหญิง…ต่อหน้าสามีตัวเป็นๆที่นั่งหัวโด่อยู่นี่แหล่ะ!!!…
“ผมทำอะไรอยู่เหรอ?…จะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากคิดถึงมินาโกะจังน่ะ” จินพ่นลมหายใจแรงๆ กระแทกหลังกับพนักพิงคล้ายจะบอกให้คนที่กำลังป้อสาวรับรู้ว่า…สามีไม่พอใจ!!!…
…แต่…พวกคุณคิดเร๊อะ!?…ว่าเจ้าคาเมะในห้วงอารมณ์แห่งการจีบหญิงจะมีประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องอื่นๆ…แน่นอน…การกระทำของจินเป็นหม้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
“เคร้งๆๆ!!!” นั่งเงียบต่อไปได้อีกสองนาที จินก็เริ่มเตือนสติภรรยาตัวดีด้วยการเอาส้อมเคาะจานตรงหน้าร่างบาง คราวนี้ได้ผล เพราะคาเมะเงยหน้ามองพร้อมคิ้วขมวดมุ่น…แล้ว…
“ชู่~~”…--_--…จุ๊ปากให้จินหยุดเสียงดัง
“คุยโทรศัพท์อยู่…เดี๋ยวสิ” แล้วมีกระซิบสั่ง คล้ายกับกำลังดุเด็กสามขวบ จินเองก็ชักโมโห ที่คนรักไม่มีทีท่าจะสนใจ แถมเห็นเขาเป็นตัวกวนเสียอีก ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ทันที แล้วเดินออกจากห้องอาหารแบบไม่สนใจคนที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์เป็นต่อยหอย
…แล้วพวกคุณคิดว่าคนที่กำลังเอนจอยกับโทรศัพท์สุดขีด…จะสนใจคนที่เดินจากไปมั้ย??…เฉลยก็ได้…
“อ๋อ…ไม่มีอะไรหรอกฮะ มินาโกะจัง…เมื่อกี้หมามันงอแงขอข้าวน่ะ…”
…--“--…ไงล่ะ อาคานิชิ…ดีนะเนี่ยที่ลุกไปก่อน ขืนนั่งอยู่ต่ออีกหน่อยแล้วได้ยินประโยคนี้ของคาเมะล่ะก็…ขอหย่าแหงๆ!!!…
-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
“นั่งก่อนสิ…” สามวันต่อมา ยูอิจิและยามะพีมาเยี่ยมคาเมะถึงแมนชั่นอาคานิชิ พร้อมอาหารทะเลสดใหม่ ที่ยูอิจิพึ่งได้มา ร่างสูงสอดสายตาหาเพื่อนซี้ผู้เป็นเจ้าของสถานที่ เมื่อไม่เห็นจึงหันมาทางร่างบางจอมป่วน
“ไอ้จินล่ะ?”
“ไม่กลับบ้านมาสามวันแล้ว…” คาเมะตอบ ขณะที่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดอาหารใส่จานอย่างกระดี๊กระด๊า
…ปู !! กุ้ง !! หอย!!…^__________^…น่ากินทั้งนั้นเลยน้า~~
“ห๊า…ไม่กลับบ้าน!!!…แล้วทำไมแกไม่ไปตามล่ะ!!!” ยูอิจิร้อง
“อ้าว…ก็จินโทร.มาบอกว่าจะค้างบริษัท…จะไปตามกลับมาทำไม…ไม่กลับล่ะดีแล้ว…จะได้ดู ’มินิมามิเอะจัง’…ได้…ถ้าจินอยู่นะ…บ่นทุกทีล่ะ” เด็กหนุ่มพูดไปเรื่อย พร้อมนินทาสามีเสร็จสรรพ
“แกนี่น้า…ไอ้คาเมะ…จินมันจะคบชู้ก็วันนี้ล่ะ!!!”
“ที่บริษัทเนี่ยนะ!!!…โน โน…ไม่มีทาง…บริษัทจินจะมีคร้าย~~…ให้จินคบชู้…เอ๊ะ!!!…หรือว่ากับทาคาฮาระซัง!!!” คาเมะพูดไปถึง ทาคาฮาระ มิโกะซัง เลขานุการอายุคราวป้า แล้วหัวเราะเสียงลั่น ยูอิจิส่ายหัวระอากับคนไม่มีแก่นสาระใดๆ
“ไว้ไอ้จินขอหย่าแกเมื่อไหร่ ฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง!!!” เขาขู่เอาไว้ หวังให้ร่างเล็กมีทีท่าสะดุ้งสะเทือนบ้าง แต่เปล่าเลย…คาเมะกลับยักคิ้วลิ่วตาให้อย่างถือดี
“ไว้จินขอหย่าเมื่อไหร่…ฉันจะแล่นไปบ้านยูแล้วชิงตัวโทโมะจังมาเป็นแฟนทันที!!!” คำขู่ของคาเมะเป็นผลยิ่งกว่า เมื่อยูอิจิตบหัวเจ้าตัวดีโทษฐานปากพล่อย
“ปากดีนักนะแก…มา เดี๋ยวฉันยกจานนี้ออกไปก่อน” ยูอิจิกลัวใจเจ้าคาเมะจะพูดจาเกินเลยกว่านั้นให้เขาปวดหัว เลยตัดบทด้วยการแย่งจานที่มีปูนึ่งจัดไว้เดินถือออกจากห้องครัว ทว่า…ไม่ทันได้ก้าวพ้นอาณาเขต ยูอิจิก็ถึงกับชะงัก กับบุคคลตรงหน้า
“อ๊ะ!!!…จินซัง!!!” คนร้องคือยามะพี ขณะที่เพื่อนซี้อย่างยูอิจิเงียบสนิทไปแล้วเรียบร้อย
…ตายล่ะหว่า!!!…มันได้ยินที่คาเมะพูดเมื่อกี้รึเปล่าเนี่ย!!!…
คาเมะหันไปมองตามเสียงของยามะพี แล้วร่างบางก็แย้มยิ้มกว้าง เมื่อคิดว่าคืนนี้ จินจะกลับมานอนเป็นหมอนข้างให้เขาก่ายตามเดิม
“จินกิน…” กำลังจะเอ่ยปากชวนร่างสูงผู้มาใหม่ให้กินด้วยกัน แต่ถูกจินขัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าอยากหย่ากันนัก…พรุ่งนี้จะให้ทนายจัดการให้…” เขาพูดไว้แค่นั้น แล้วเดินลับขึ้นชั้นบนไปทันที ทิ้งความเงียบในห้องครัวไว้อยู่เบื้องหลังพร้อมกับความอึ้งที่ถาโถมใส่คนสามคน
ยูอิจิเหงื่อแตกซิก…ไอ้จิน…ได้ยินชัดเป๋งเลยล่ะสิ!!!…แถมได้ยินทุกคำด้วย!!!!…เอาไงดี!!!
“คาเมะ?…” ยามะพีหันมาทางร่างบางที่ยืนนิ่ง คล้ายจะเอ่ยปากช่วยเหลือ แต่เจ้าตัวดีกลับยิ้มแต้
“จินพูดเล่นแน่เลย…หมอนั่นน่ะเหรอจะยอมหย่ากับฉัน…ไปเถอะ…โทโมะจัง…นี่ๆ ยูอย่าอ้าปากค้างสิ!! เดี๋ยวน้ำลายก็หยดใส่ปูหมด แล้วใครจะกล้ากินล่ะห๊ะ!!!” คาเมะพูดเล่นไปเรื่อย แถมมีแซวยูอิจิเสียอีก หน้าตาสดชื่นแจ่มใสราวกับว่าเมื่อกี้ไม่เกิดอะไรขึ้น
…แต่ใครจะรู้ความจริงข้างในใจของคนที่ทำตัวร่าเริง…ใครจะรู้ว่าเมื่อกี้หัวใจมันเหมือนถูกบีบด้วยอะไรสักอย่างจนหายใจแทบไม่ออก
…ใครจะรู้ว่าความรู้สึกเมื่อกี้มันเหมือนโลกถล่มใส่หัวจนขาวโพลนไปหมด…
…ใครจะรู้ ว่าปากที่บอกว่าไม่กลัวหรอกถ้าจินจะหย่าน่ะ…แท้จริงแล้วมันทรมานแค่ไหน…ตอนที่ได้ยินว่าจินยอมหย่าง่ายๆ…
…ทรมานแค่ไหน รู้มั้ยจิน…รู้รึเปล่าว่าคนขี้เล่นคนนี้น่ะ…ก็เจ็บหัวใจเป็นเหมือนกันนะ…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ปูถูกกินไปสี่ตัว สองตัวของยูอิจิ หนึ่งตัวของยามะพี และอีกตัวที่ยังไม่หมดด้วยซ้ำของคาเมะ ร่างบางนั่งเหม่ออย่างเห็นได้ชัด แต่พอถูกยูอิจิหรือยามะพีเรียก ก็กลับมาทำตัวสดใสเหมือนเดิม แต่คนผ่านประสบการณ์มามากอย่างร่างสูงมีหรือจะดูไม่ออก สุดท้ายเขาจึงจำใจบอกลาพร้อมคนรัก ปล่อยให้คนสองคนทำความเข้าใจกันเอง เพราะคนนอกอย่างเขาจะเข้าไปพูด มันก็คงไม่ดีนัก
ภายในแมนชั่นที่ปราศจากคนทำเสียงดังอย่างยูอิจิ เงียบลงอย่างน่าใจหาย คาเมะมองไปที่บันไดตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะขึ้นไปคุยกับจินดีมั้ย แต่แล้วก็ตัดใจ…ดูเหมือนจินจะโมโห…ถ้างั้นปล่อยไว้ก่อนแล้วกัน
…ถ้าหิวเดี๋ยวก็คงลงมาหาอะไรกิน แล้วค่อยคุยกันตอนนั้นก็ได้…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
การรอของคาเมะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเลยเวลาอาหารกลางวันไปสามชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของสามี ร่างบางเลยต้องลองเสี่ยงขึ้นไปเรียกดู
“จิน…เข้าไปนะ…” เด็กหนุ่มตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เคาะสองสามที พร้อมเอ่ยปากขออนุญาตแล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาตแม้แต่น้อย จินแค่เหลือบตามอง แล้วก้มลงทำงานต่อ เมินเฉยภรรยาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
…ท่าทางอย่างนั้น ทำเอารอยยิ้มกว้างๆที่ร่างเล็กเตรียมมาอย่างดีถึงกับแห้งหายไปอย่างรวดเร็ว…
“มีอะไรเหรอ…ใบหย่าอย่างเร็วสุดได้พรุ่งนี้เช้า…ถ้าทนายเอามาให้เมื่อไหร่ จะรีบเซ็นแล้วรีบส่งมาให้ทันที…แล้วจะออกจากนี่เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันไม่เร่ง” ท่าทีเฉยชา ถึงกับทำให้มือไม้เย็นเฉียบ คาเมะไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะถูกอีกฝ่ายพูดจาไล่ส่งถึงขนาดนี้
“จิน…พูดเล่น?”
“เปล่า…” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมที่เคยฉาบด้วยความรัก มาวันนี้มันกลับว่างเปล่า แบบที่ร่างบางชักหวั่นไหวและไม่มั่นใจ
“ฉัน…คิดว่า…เราอาจจะรู้จักกันไม่ดีพอ…แล้ว…เลยทำให้ไปกันไม่ได้…ส่วน…หลังหย่าแล้ว…จะให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูเท่าไหร่ ก็บอกกับทางทนายแล้วกัน…” พูดจบก็ก้มลงทำงานต่อ คาเมะถึงกับอึ้ง หยาดน้ำตาคลอหน่วยกับความรู้สึกคับแค้นในอก
…นี่จินเห็นเขาเป็นตัวอะไร…ค่าเลี้ยงดูเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายไม่อั้น เพียงเพื่อให้เขายอมหย่าใช่มั้ย!!!… ถ้าไม่รักกันตั้งแต่แรก!!! แล้วยอมแต่งกับเขาทำไม!!!…ไม่รักตั้งแต่แรก แล้วมาทำให้เขาหวั่นไหวทำไม!!!…ไม่รักตั้งแต่แรก แล้วมาทำให้เขารักทำไม!!!…
--โครม!!!-- แจกันบนโต๊ะริมประตูถูกกวาดทิ้งลงบนพื้น โดยคนที่กำลังร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่จำความได้ จินเงยหน้ามองแล้วถึงกับอึ้งเมื่อเห็นน้ำตาใสๆกำลังไหลเปื้อนใบหน้าหวาน
“อยากให้หย่านัก!!!จะหย่าก็ได้!!!…ไอ้คนเฮงซวย!!!…รู้งี้ไม่รักก็ดีหรอก!!!” ร่างบางตะคอกใส่ ก่อนจะหุนหันออกจากห้อง ขณะที่จินยังนั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
…อยากหย่างั้นหรือ??…ใครกันแน่ที่อยากหย่า??…
…คนเฮงซวย??…แล้วใครกันที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นคนเฮงซวยทำคนที่รักที่สุดในชีวิตถึงกับร้องไห้……
…ใช่…คาซึยะร้องไห้…นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคาซึยะร้องไห้…เพราะคิดแต่ว่าเจ้าตัวเล็กดีแต่กวน
ประสาทไปวันๆ คงร้องไห้ไม่เป็น…ก็เลยพูดจาทำร้ายจิตใจลงไป…
…เดี๋ยวสิ!!!…คาซึยะพูดว่า …‘รู้งี้ไม่รักก็ดีหรอก’…คาซึยะยังรักเขาอยู่งั้นหรือ??…คาซึยะยังรักเขาอยู่ ถึงแม้จะจีบสาวคนอื่น แต่ก็ยังรักเขาอย่างนั้นสิ…คาซึยะยังรักเขาอยู่ ถึงจะบอกกับยูว่า ‘ยอมหย่า’ แต่ก็ยังรักเขาอย่างนั้นใช่มั้ย…
…แล้วเขาจะมานั่งคิดเองให้เสียเวลาทำไม!!!…ไปถามคาซึยะเลยสิ!!! ว่ายังรักเขาอยู่รึเปล่า …หกเดือนที่อยู่ด้วยกันมา ความรักที่คาซึยะมีมันลดลงบ้างมั้ย…หรือมันเพิ่มขึ้นทุกๆวันเหมือนที่เขาเป็น…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-
จินวิ่งหารอบสวนสาธารณะใกล้ๆ เพราะมีคนบอกว่าเห็นคาเมะแถวนี้ แต่ทว่ามองไปทางไหนก็ไม่เห็นร่างบอบบางของภรรยาเลยแม้สักนิด จนชายหนุ่มชักใจไม่ดี แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดสายตาที่ไล่หาไปเรื่อย
…แล้วในที่สุด…ร่างสูงก็พบคนรักของเขา…คาเมะกำลังคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว ไม่ต้องได้ยินว่าคุยกันเรื่องอะไร จินก็พอจะเดาออก…
…คาซึยะจะคุยอะไรกับผู้หญิง…ถ้าไม่ใช่กำลังตามจีบอยู่…นี่หรือคนที่บอกว่ารักเขา…ถ้ารักกันจริงๆ ทำไมต้องสนใจผู้หญิงคนอื่นด้วย หรือว่าความรักที่เขาให้มันไม่พอ
…บอกสิ…บอกมาว่าต้องการอีกเท่าไหร่…อีกเท่าไหร่กันถึงจะยอมหยุดสายตาไว้ที่เขาคนเดียว หยุดหัวใจไว้ที่เขาแค่คนเดียว… ขอแค่บอกมา…ไม่ว่ามันจะมากสักแค่ไหนเขาก็จะให้…
จินหันหลัง กำลังจะเดินกลับแมนชั่น…สุดท้ายแล้วก็เหมือนเดิม…คาเมะบอกว่ารักเขา แต่ก็ยังชอบผู้หญิงอื่น…สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในใจของเด็กคนนั้น…หรือบางที อาจจะไม่เคยอยู่เลยก็ได้…
“มาตามหาฉันไม่ใช่เหรอ…แล้วจะไปไหน” ไม่ทันที่จินจะได้ก้าวเดิน เสียงใสๆก็ดังขึ้นด้านหลัง
“เมื่อกี้นี้…ผู้หญิงคนนั้นเขามาถามทาง…ฉันไม่ได้จีบ” คาเมะพูดต่อ เมื่อเห็นร่างสูงยังไม่ยอมหันมาคุยกันดีๆ อธิบายก็แล้ว จินก็ยังเงียบ คาเมะเลยต้องใช้แผนสุดท้ายที่จะทำให้คนรักยอมหันมาฟัง
“จิน…ฉันรักจินจริงๆนะ” ร่างเล็กเดินเข้ามาจับแขนเสื้อชายหนุ่มไว้
“ผู้หญิงคนอื่นน่ะ…ฉันก็แค่มองเฉยๆ…ผู้ชายก็ต้องมองผู้หญิงสวยๆใช่มั้ยล่ะ…หรือว่าจินจะให้ฉันมองผู้ชายหล่อๆ…งั้นคราวหน้า ฉันเอาโปสเตอร์ แบรด พิทท์มาติดในห้องนอนได้มั้ยล่ะ” คาเมะพยายามพูดตลกๆ หวังให้จินยิ้มใจดีให้เขาเหมือนเคย แต่พอร่างสูงหันมา ใบหน้าหล่อเหลากลับมีแต่ความหงุดหงิดและไม่พอใจ
“เรื่องหย่าก็ด้วย…จินก็รู้ว่าฉันปากไว…ฉันแค่จะล้อยูเฉยๆนี่นา…ก็เห็นขี้หวงโทโมะจังอย่างกับอะไรดี…”
“แล้วรู้มั้ย...ว่าฉันก็หวงเธอ…” เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ คาเมะถึงกับหน้าร้อนวูบ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
“ขอได้มั้ย…ฉันไม่ว่าถ้าจะมองผู้หญิงคนอื่น…แต่อย่าทำเหมือนว่าสนใจผู้หญิงพวกนั้นมากกว่าฉันได้รึเปล่า” ขอกันตรงๆ คาเมะจะส่ายหน้าก็กลัวจินจะหย่าขึ้นมาจริงๆ …ขืนจินขอหย่า เขาก็แย่อ่ะดิ…เดี๋ยวนี้ไม่มีหมอนข้างชื่อจินแล้วนอนไม่ค่อยหลับซะด้วย…
“จินเนี่ย…ขออะไรอย่างกับผู้หญิง” คาเมะล้อขำๆ แต่จินกลับไม่ขำด้วย ซ้ำยังหน้านิ่งจ้องคาเมะราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ แผนเลี่ยงของเจ้าตัวดีเลยล้มไม่เป็นท่า
“ก็ได้…ต่อแต่นี้ฉันจะพยายามไม่จีบผู้หญิงคนอื่น ยกเว้นแค่มองอย่างเดียว…”
“แต่จินห้ามพูดว่าจะยอมหย่าอีกนะ…ฉันไม่ยอมด้วย…ไม่ยอมให้จินหย่ากับฉันหรอก…จินต้องอยู่กับฉันไปตลอดนะ” จินขอได้ คาเมะเลยขอมั่ง ร่างสูงยิ้มบางๆ ลูบแก้มใสเบาๆ
สายตาที่เคยว่างเปล่าที่เคยทำให้คาเมะหวาดหวั่น มาบัดนี้มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเหมือนเดิม สายตาที่ทำให้คาเมะเขินอายทุกครั้งที่สบตากัน แต่ก็ทำให้เจ้าตัวป่วนรู้สึกดีและชื่นชอบมัน
…อืม…ตอนนี้ชอบสายตาจินมากกว่าหน้าอกคัพอีของโยโกะจัง (ดาราหนังโป๊ที่เขาตามเป็นแฟนคลับมาเดือนกว่าๆ) แล้วล่ะนะ ^____^…
“กลับกันเถอะ…” จินเอ่ยชวน รวบร่างบางเข้ามาโอบประคองไว้
“อืม..จินยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่นะ…หิวรึเปล่า ที่บ้านมีปู กุ้งกับหอย…ยูซื้อมาฝาก”
“คาซึยะล่ะ…หิวรึยัง”
“หิวแล้ว…รอจินไปแกะปูให้กินเนี่ยล่ะ…ไปเร็วรีบกลับ!!” ร่างบางฉุดคนรักให้ออกวิ่งไปด้วยกัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะสดใส จินยิ้มกว้าง…เอาเถอะ…อยากให้เขาแกะปูให้ ก็จะแกะให้ แต่แลกกับการที่คาเมะขึ้นมานั่งป้อนบนตักเขานะ…
…เอ??…แล้วจินรู้รึเปล่า…ว่าเมื่อกี้นี้น่ะ…ทำไมคนที่บ้าผู้หญิงขั้นโคม่าถึงปล่อยให้ คุณผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มหลุดมือไปแบบไม่มีอะไรตอบแทน (ของตอบแทนได้แก่ ชื่อ โรงเรียน เบอร์โทร. อีเมลแอดเดรส ฯลฯ )…
…ก็เพราะไม่มีหน้าอกคัพดีขึ้นไปน่ะเซ่!!!~~~ วู้!!!!…^____________^…
FIN
JIN X KAME
By : Dezair
จินนั่งเงียบ…นั่งเงียบสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้นั่งของตัวเองมาร่วมสิบนาทีแล้ว…สิบนาทีแล้ว ที่แม้เขาจะนั่งเงียบเป็นเป่าสาก แต่ภรรยาคนสวยตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเลยสักนิดเดียว
…วันนี้มันวันอะไรน่ะเหรอ… ก็แค่วันครบรอบแต่งงานเดือนที่หกเท่านั้นล่ะ…ไม่ใช่สิ!!!…มันไม่ใช่ …‘แค่’…แต่มันเป็นวันที่แสนวิเศษ ที่เขาคาดหวังเอาไว้มากๆต่างหาก!!!…
…อุตส่าห์จองโต๊ะอาหารในร้านสุดหรูบนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง เพื่อพาภรรยาสุดที่รักมา
เดทอย่างโรแมนติกใต้แสงเทียน…แต่แล้วเป็นยังไง!!!…สุดท้ายแล้วเป็นยังไง!!!
“มินาโกะจัง…ไม่ได้นะ…ไม่ได้…พูดแบบนี้ตอนนี้ผมก็ยิ่งอยากเห็นหน้ามินาโกะจังมากขึ้นน่ะสิ”…ดูเอาเถอะ…ในเวลาที่แสนวิเศษแบบนี้ ภรรยาของเขาก็ยังมีกระจิตกระใจจีบหญิง…ต่อหน้าสามีตัวเป็นๆที่นั่งหัวโด่อยู่นี่แหล่ะ!!!…
“ผมทำอะไรอยู่เหรอ?…จะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากคิดถึงมินาโกะจังน่ะ” จินพ่นลมหายใจแรงๆ กระแทกหลังกับพนักพิงคล้ายจะบอกให้คนที่กำลังป้อสาวรับรู้ว่า…สามีไม่พอใจ!!!…
…แต่…พวกคุณคิดเร๊อะ!?…ว่าเจ้าคาเมะในห้วงอารมณ์แห่งการจีบหญิงจะมีประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องอื่นๆ…แน่นอน…การกระทำของจินเป็นหม้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
“เคร้งๆๆ!!!” นั่งเงียบต่อไปได้อีกสองนาที จินก็เริ่มเตือนสติภรรยาตัวดีด้วยการเอาส้อมเคาะจานตรงหน้าร่างบาง คราวนี้ได้ผล เพราะคาเมะเงยหน้ามองพร้อมคิ้วขมวดมุ่น…แล้ว…
“ชู่~~”…--_--…จุ๊ปากให้จินหยุดเสียงดัง
“คุยโทรศัพท์อยู่…เดี๋ยวสิ” แล้วมีกระซิบสั่ง คล้ายกับกำลังดุเด็กสามขวบ จินเองก็ชักโมโห ที่คนรักไม่มีทีท่าจะสนใจ แถมเห็นเขาเป็นตัวกวนเสียอีก ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ทันที แล้วเดินออกจากห้องอาหารแบบไม่สนใจคนที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์เป็นต่อยหอย
…แล้วพวกคุณคิดว่าคนที่กำลังเอนจอยกับโทรศัพท์สุดขีด…จะสนใจคนที่เดินจากไปมั้ย??…เฉลยก็ได้…
“อ๋อ…ไม่มีอะไรหรอกฮะ มินาโกะจัง…เมื่อกี้หมามันงอแงขอข้าวน่ะ…”
…--“--…ไงล่ะ อาคานิชิ…ดีนะเนี่ยที่ลุกไปก่อน ขืนนั่งอยู่ต่ออีกหน่อยแล้วได้ยินประโยคนี้ของคาเมะล่ะก็…ขอหย่าแหงๆ!!!…
-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
“นั่งก่อนสิ…” สามวันต่อมา ยูอิจิและยามะพีมาเยี่ยมคาเมะถึงแมนชั่นอาคานิชิ พร้อมอาหารทะเลสดใหม่ ที่ยูอิจิพึ่งได้มา ร่างสูงสอดสายตาหาเพื่อนซี้ผู้เป็นเจ้าของสถานที่ เมื่อไม่เห็นจึงหันมาทางร่างบางจอมป่วน
“ไอ้จินล่ะ?”
“ไม่กลับบ้านมาสามวันแล้ว…” คาเมะตอบ ขณะที่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดอาหารใส่จานอย่างกระดี๊กระด๊า
…ปู !! กุ้ง !! หอย!!…^__________^…น่ากินทั้งนั้นเลยน้า~~
“ห๊า…ไม่กลับบ้าน!!!…แล้วทำไมแกไม่ไปตามล่ะ!!!” ยูอิจิร้อง
“อ้าว…ก็จินโทร.มาบอกว่าจะค้างบริษัท…จะไปตามกลับมาทำไม…ไม่กลับล่ะดีแล้ว…จะได้ดู ’มินิมามิเอะจัง’…ได้…ถ้าจินอยู่นะ…บ่นทุกทีล่ะ” เด็กหนุ่มพูดไปเรื่อย พร้อมนินทาสามีเสร็จสรรพ
“แกนี่น้า…ไอ้คาเมะ…จินมันจะคบชู้ก็วันนี้ล่ะ!!!”
“ที่บริษัทเนี่ยนะ!!!…โน โน…ไม่มีทาง…บริษัทจินจะมีคร้าย~~…ให้จินคบชู้…เอ๊ะ!!!…หรือว่ากับทาคาฮาระซัง!!!” คาเมะพูดไปถึง ทาคาฮาระ มิโกะซัง เลขานุการอายุคราวป้า แล้วหัวเราะเสียงลั่น ยูอิจิส่ายหัวระอากับคนไม่มีแก่นสาระใดๆ
“ไว้ไอ้จินขอหย่าแกเมื่อไหร่ ฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง!!!” เขาขู่เอาไว้ หวังให้ร่างเล็กมีทีท่าสะดุ้งสะเทือนบ้าง แต่เปล่าเลย…คาเมะกลับยักคิ้วลิ่วตาให้อย่างถือดี
“ไว้จินขอหย่าเมื่อไหร่…ฉันจะแล่นไปบ้านยูแล้วชิงตัวโทโมะจังมาเป็นแฟนทันที!!!” คำขู่ของคาเมะเป็นผลยิ่งกว่า เมื่อยูอิจิตบหัวเจ้าตัวดีโทษฐานปากพล่อย
“ปากดีนักนะแก…มา เดี๋ยวฉันยกจานนี้ออกไปก่อน” ยูอิจิกลัวใจเจ้าคาเมะจะพูดจาเกินเลยกว่านั้นให้เขาปวดหัว เลยตัดบทด้วยการแย่งจานที่มีปูนึ่งจัดไว้เดินถือออกจากห้องครัว ทว่า…ไม่ทันได้ก้าวพ้นอาณาเขต ยูอิจิก็ถึงกับชะงัก กับบุคคลตรงหน้า
“อ๊ะ!!!…จินซัง!!!” คนร้องคือยามะพี ขณะที่เพื่อนซี้อย่างยูอิจิเงียบสนิทไปแล้วเรียบร้อย
…ตายล่ะหว่า!!!…มันได้ยินที่คาเมะพูดเมื่อกี้รึเปล่าเนี่ย!!!…
คาเมะหันไปมองตามเสียงของยามะพี แล้วร่างบางก็แย้มยิ้มกว้าง เมื่อคิดว่าคืนนี้ จินจะกลับมานอนเป็นหมอนข้างให้เขาก่ายตามเดิม
“จินกิน…” กำลังจะเอ่ยปากชวนร่างสูงผู้มาใหม่ให้กินด้วยกัน แต่ถูกจินขัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าอยากหย่ากันนัก…พรุ่งนี้จะให้ทนายจัดการให้…” เขาพูดไว้แค่นั้น แล้วเดินลับขึ้นชั้นบนไปทันที ทิ้งความเงียบในห้องครัวไว้อยู่เบื้องหลังพร้อมกับความอึ้งที่ถาโถมใส่คนสามคน
ยูอิจิเหงื่อแตกซิก…ไอ้จิน…ได้ยินชัดเป๋งเลยล่ะสิ!!!…แถมได้ยินทุกคำด้วย!!!!…เอาไงดี!!!
“คาเมะ?…” ยามะพีหันมาทางร่างบางที่ยืนนิ่ง คล้ายจะเอ่ยปากช่วยเหลือ แต่เจ้าตัวดีกลับยิ้มแต้
“จินพูดเล่นแน่เลย…หมอนั่นน่ะเหรอจะยอมหย่ากับฉัน…ไปเถอะ…โทโมะจัง…นี่ๆ ยูอย่าอ้าปากค้างสิ!! เดี๋ยวน้ำลายก็หยดใส่ปูหมด แล้วใครจะกล้ากินล่ะห๊ะ!!!” คาเมะพูดเล่นไปเรื่อย แถมมีแซวยูอิจิเสียอีก หน้าตาสดชื่นแจ่มใสราวกับว่าเมื่อกี้ไม่เกิดอะไรขึ้น
…แต่ใครจะรู้ความจริงข้างในใจของคนที่ทำตัวร่าเริง…ใครจะรู้ว่าเมื่อกี้หัวใจมันเหมือนถูกบีบด้วยอะไรสักอย่างจนหายใจแทบไม่ออก
…ใครจะรู้ว่าความรู้สึกเมื่อกี้มันเหมือนโลกถล่มใส่หัวจนขาวโพลนไปหมด…
…ใครจะรู้ ว่าปากที่บอกว่าไม่กลัวหรอกถ้าจินจะหย่าน่ะ…แท้จริงแล้วมันทรมานแค่ไหน…ตอนที่ได้ยินว่าจินยอมหย่าง่ายๆ…
…ทรมานแค่ไหน รู้มั้ยจิน…รู้รึเปล่าว่าคนขี้เล่นคนนี้น่ะ…ก็เจ็บหัวใจเป็นเหมือนกันนะ…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ปูถูกกินไปสี่ตัว สองตัวของยูอิจิ หนึ่งตัวของยามะพี และอีกตัวที่ยังไม่หมดด้วยซ้ำของคาเมะ ร่างบางนั่งเหม่ออย่างเห็นได้ชัด แต่พอถูกยูอิจิหรือยามะพีเรียก ก็กลับมาทำตัวสดใสเหมือนเดิม แต่คนผ่านประสบการณ์มามากอย่างร่างสูงมีหรือจะดูไม่ออก สุดท้ายเขาจึงจำใจบอกลาพร้อมคนรัก ปล่อยให้คนสองคนทำความเข้าใจกันเอง เพราะคนนอกอย่างเขาจะเข้าไปพูด มันก็คงไม่ดีนัก
ภายในแมนชั่นที่ปราศจากคนทำเสียงดังอย่างยูอิจิ เงียบลงอย่างน่าใจหาย คาเมะมองไปที่บันไดตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะขึ้นไปคุยกับจินดีมั้ย แต่แล้วก็ตัดใจ…ดูเหมือนจินจะโมโห…ถ้างั้นปล่อยไว้ก่อนแล้วกัน
…ถ้าหิวเดี๋ยวก็คงลงมาหาอะไรกิน แล้วค่อยคุยกันตอนนั้นก็ได้…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
การรอของคาเมะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเลยเวลาอาหารกลางวันไปสามชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของสามี ร่างบางเลยต้องลองเสี่ยงขึ้นไปเรียกดู
“จิน…เข้าไปนะ…” เด็กหนุ่มตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เคาะสองสามที พร้อมเอ่ยปากขออนุญาตแล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาตแม้แต่น้อย จินแค่เหลือบตามอง แล้วก้มลงทำงานต่อ เมินเฉยภรรยาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
…ท่าทางอย่างนั้น ทำเอารอยยิ้มกว้างๆที่ร่างเล็กเตรียมมาอย่างดีถึงกับแห้งหายไปอย่างรวดเร็ว…
“มีอะไรเหรอ…ใบหย่าอย่างเร็วสุดได้พรุ่งนี้เช้า…ถ้าทนายเอามาให้เมื่อไหร่ จะรีบเซ็นแล้วรีบส่งมาให้ทันที…แล้วจะออกจากนี่เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันไม่เร่ง” ท่าทีเฉยชา ถึงกับทำให้มือไม้เย็นเฉียบ คาเมะไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะถูกอีกฝ่ายพูดจาไล่ส่งถึงขนาดนี้
“จิน…พูดเล่น?”
“เปล่า…” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมที่เคยฉาบด้วยความรัก มาวันนี้มันกลับว่างเปล่า แบบที่ร่างบางชักหวั่นไหวและไม่มั่นใจ
“ฉัน…คิดว่า…เราอาจจะรู้จักกันไม่ดีพอ…แล้ว…เลยทำให้ไปกันไม่ได้…ส่วน…หลังหย่าแล้ว…จะให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูเท่าไหร่ ก็บอกกับทางทนายแล้วกัน…” พูดจบก็ก้มลงทำงานต่อ คาเมะถึงกับอึ้ง หยาดน้ำตาคลอหน่วยกับความรู้สึกคับแค้นในอก
…นี่จินเห็นเขาเป็นตัวอะไร…ค่าเลี้ยงดูเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายไม่อั้น เพียงเพื่อให้เขายอมหย่าใช่มั้ย!!!… ถ้าไม่รักกันตั้งแต่แรก!!! แล้วยอมแต่งกับเขาทำไม!!!…ไม่รักตั้งแต่แรก แล้วมาทำให้เขาหวั่นไหวทำไม!!!…ไม่รักตั้งแต่แรก แล้วมาทำให้เขารักทำไม!!!…
--โครม!!!-- แจกันบนโต๊ะริมประตูถูกกวาดทิ้งลงบนพื้น โดยคนที่กำลังร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่จำความได้ จินเงยหน้ามองแล้วถึงกับอึ้งเมื่อเห็นน้ำตาใสๆกำลังไหลเปื้อนใบหน้าหวาน
“อยากให้หย่านัก!!!จะหย่าก็ได้!!!…ไอ้คนเฮงซวย!!!…รู้งี้ไม่รักก็ดีหรอก!!!” ร่างบางตะคอกใส่ ก่อนจะหุนหันออกจากห้อง ขณะที่จินยังนั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
…อยากหย่างั้นหรือ??…ใครกันแน่ที่อยากหย่า??…
…คนเฮงซวย??…แล้วใครกันที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นคนเฮงซวยทำคนที่รักที่สุดในชีวิตถึงกับร้องไห้……
…ใช่…คาซึยะร้องไห้…นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคาซึยะร้องไห้…เพราะคิดแต่ว่าเจ้าตัวเล็กดีแต่กวน
ประสาทไปวันๆ คงร้องไห้ไม่เป็น…ก็เลยพูดจาทำร้ายจิตใจลงไป…
…เดี๋ยวสิ!!!…คาซึยะพูดว่า …‘รู้งี้ไม่รักก็ดีหรอก’…คาซึยะยังรักเขาอยู่งั้นหรือ??…คาซึยะยังรักเขาอยู่ ถึงแม้จะจีบสาวคนอื่น แต่ก็ยังรักเขาอย่างนั้นสิ…คาซึยะยังรักเขาอยู่ ถึงจะบอกกับยูว่า ‘ยอมหย่า’ แต่ก็ยังรักเขาอย่างนั้นใช่มั้ย…
…แล้วเขาจะมานั่งคิดเองให้เสียเวลาทำไม!!!…ไปถามคาซึยะเลยสิ!!! ว่ายังรักเขาอยู่รึเปล่า …หกเดือนที่อยู่ด้วยกันมา ความรักที่คาซึยะมีมันลดลงบ้างมั้ย…หรือมันเพิ่มขึ้นทุกๆวันเหมือนที่เขาเป็น…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-
จินวิ่งหารอบสวนสาธารณะใกล้ๆ เพราะมีคนบอกว่าเห็นคาเมะแถวนี้ แต่ทว่ามองไปทางไหนก็ไม่เห็นร่างบอบบางของภรรยาเลยแม้สักนิด จนชายหนุ่มชักใจไม่ดี แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดสายตาที่ไล่หาไปเรื่อย
…แล้วในที่สุด…ร่างสูงก็พบคนรักของเขา…คาเมะกำลังคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว ไม่ต้องได้ยินว่าคุยกันเรื่องอะไร จินก็พอจะเดาออก…
…คาซึยะจะคุยอะไรกับผู้หญิง…ถ้าไม่ใช่กำลังตามจีบอยู่…นี่หรือคนที่บอกว่ารักเขา…ถ้ารักกันจริงๆ ทำไมต้องสนใจผู้หญิงคนอื่นด้วย หรือว่าความรักที่เขาให้มันไม่พอ
…บอกสิ…บอกมาว่าต้องการอีกเท่าไหร่…อีกเท่าไหร่กันถึงจะยอมหยุดสายตาไว้ที่เขาคนเดียว หยุดหัวใจไว้ที่เขาแค่คนเดียว… ขอแค่บอกมา…ไม่ว่ามันจะมากสักแค่ไหนเขาก็จะให้…
จินหันหลัง กำลังจะเดินกลับแมนชั่น…สุดท้ายแล้วก็เหมือนเดิม…คาเมะบอกว่ารักเขา แต่ก็ยังชอบผู้หญิงอื่น…สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในใจของเด็กคนนั้น…หรือบางที อาจจะไม่เคยอยู่เลยก็ได้…
“มาตามหาฉันไม่ใช่เหรอ…แล้วจะไปไหน” ไม่ทันที่จินจะได้ก้าวเดิน เสียงใสๆก็ดังขึ้นด้านหลัง
“เมื่อกี้นี้…ผู้หญิงคนนั้นเขามาถามทาง…ฉันไม่ได้จีบ” คาเมะพูดต่อ เมื่อเห็นร่างสูงยังไม่ยอมหันมาคุยกันดีๆ อธิบายก็แล้ว จินก็ยังเงียบ คาเมะเลยต้องใช้แผนสุดท้ายที่จะทำให้คนรักยอมหันมาฟัง
“จิน…ฉันรักจินจริงๆนะ” ร่างเล็กเดินเข้ามาจับแขนเสื้อชายหนุ่มไว้
“ผู้หญิงคนอื่นน่ะ…ฉันก็แค่มองเฉยๆ…ผู้ชายก็ต้องมองผู้หญิงสวยๆใช่มั้ยล่ะ…หรือว่าจินจะให้ฉันมองผู้ชายหล่อๆ…งั้นคราวหน้า ฉันเอาโปสเตอร์ แบรด พิทท์มาติดในห้องนอนได้มั้ยล่ะ” คาเมะพยายามพูดตลกๆ หวังให้จินยิ้มใจดีให้เขาเหมือนเคย แต่พอร่างสูงหันมา ใบหน้าหล่อเหลากลับมีแต่ความหงุดหงิดและไม่พอใจ
“เรื่องหย่าก็ด้วย…จินก็รู้ว่าฉันปากไว…ฉันแค่จะล้อยูเฉยๆนี่นา…ก็เห็นขี้หวงโทโมะจังอย่างกับอะไรดี…”
“แล้วรู้มั้ย...ว่าฉันก็หวงเธอ…” เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ คาเมะถึงกับหน้าร้อนวูบ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
“ขอได้มั้ย…ฉันไม่ว่าถ้าจะมองผู้หญิงคนอื่น…แต่อย่าทำเหมือนว่าสนใจผู้หญิงพวกนั้นมากกว่าฉันได้รึเปล่า” ขอกันตรงๆ คาเมะจะส่ายหน้าก็กลัวจินจะหย่าขึ้นมาจริงๆ …ขืนจินขอหย่า เขาก็แย่อ่ะดิ…เดี๋ยวนี้ไม่มีหมอนข้างชื่อจินแล้วนอนไม่ค่อยหลับซะด้วย…
“จินเนี่ย…ขออะไรอย่างกับผู้หญิง” คาเมะล้อขำๆ แต่จินกลับไม่ขำด้วย ซ้ำยังหน้านิ่งจ้องคาเมะราวกับจะเอาคำตอบให้ได้ แผนเลี่ยงของเจ้าตัวดีเลยล้มไม่เป็นท่า
“ก็ได้…ต่อแต่นี้ฉันจะพยายามไม่จีบผู้หญิงคนอื่น ยกเว้นแค่มองอย่างเดียว…”
“แต่จินห้ามพูดว่าจะยอมหย่าอีกนะ…ฉันไม่ยอมด้วย…ไม่ยอมให้จินหย่ากับฉันหรอก…จินต้องอยู่กับฉันไปตลอดนะ” จินขอได้ คาเมะเลยขอมั่ง ร่างสูงยิ้มบางๆ ลูบแก้มใสเบาๆ
สายตาที่เคยว่างเปล่าที่เคยทำให้คาเมะหวาดหวั่น มาบัดนี้มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักเหมือนเดิม สายตาที่ทำให้คาเมะเขินอายทุกครั้งที่สบตากัน แต่ก็ทำให้เจ้าตัวป่วนรู้สึกดีและชื่นชอบมัน
…อืม…ตอนนี้ชอบสายตาจินมากกว่าหน้าอกคัพอีของโยโกะจัง (ดาราหนังโป๊ที่เขาตามเป็นแฟนคลับมาเดือนกว่าๆ) แล้วล่ะนะ ^____^…
“กลับกันเถอะ…” จินเอ่ยชวน รวบร่างบางเข้ามาโอบประคองไว้
“อืม..จินยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่นะ…หิวรึเปล่า ที่บ้านมีปู กุ้งกับหอย…ยูซื้อมาฝาก”
“คาซึยะล่ะ…หิวรึยัง”
“หิวแล้ว…รอจินไปแกะปูให้กินเนี่ยล่ะ…ไปเร็วรีบกลับ!!” ร่างบางฉุดคนรักให้ออกวิ่งไปด้วยกัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะสดใส จินยิ้มกว้าง…เอาเถอะ…อยากให้เขาแกะปูให้ ก็จะแกะให้ แต่แลกกับการที่คาเมะขึ้นมานั่งป้อนบนตักเขานะ…
…เอ??…แล้วจินรู้รึเปล่า…ว่าเมื่อกี้นี้น่ะ…ทำไมคนที่บ้าผู้หญิงขั้นโคม่าถึงปล่อยให้ คุณผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มหลุดมือไปแบบไม่มีอะไรตอบแทน (ของตอบแทนได้แก่ ชื่อ โรงเรียน เบอร์โทร. อีเมลแอดเดรส ฯลฯ )…
…ก็เพราะไม่มีหน้าอกคัพดีขึ้นไปน่ะเซ่!!!~~~ วู้!!!!…^____________^…
FIN
2008.09.13
SP : สามี…ขอระอา –“--…
SP : สามี…ขอระอา –“--…
JIN X KAME
By : Dezair
“โฮย…ไข้ตั้งสามสิบแปด” คาเมะบ่นพึมพำ มองร่างสูงใหญ่ที่นอนแผ่ หมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนเตียงกว้าง แล้วก้มลงมองปรอทวัดไข้ในมือ
“ปวดหัวมั้ย” มือเล็กทาบลงบนหน้าผากที่ร้อนระอุ ทำให้คนป่วยถึงกับยิ้มออก แม้มันจะฝืนแค่ไหนก็ตาม
“คาซึยะออกไปนั่งเล่นข้างนอกเถอะ…เดี๋ยวติดไข้” เสียงทุ้มอบอุ่น ที่คอยตักเตือน และบอกรักคาเมะอยู่เสมอมาวันนี้แหบแห้งบ่งบอกอาการอันไม่ค่อยจะดีของชายหนุ่ม
“ไม่ได้!…จินไม่สบายนะ…จะให้ฉันทิ้งจินได้ไง…นอนนิ่งๆไปเลย…เดี๋ยวฉันไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้” เจ้าตัวดีพูดด้วยเสียงสดใส ก่อนจะลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ
…อยู่ด้วยกันมาสามเดือนแล้ว…สามเดือนแล้วที่คาเมะเข้ามาอยู่ในแมนชั่นขนาดไม่ใหญ่ ไม่เล็กของสามี พร้อมกับเปลี่ยนนามสกุลเรียบร้อย…
…แต่ไอ้ที่เปลี่ยน ก็คงเปลี่ยนได้อย่างเดียวคือนามสกุล...ส่วนนิสัย...เฮ้อ....จินล่ะอยากจะถอนหายใจดังๆ...แต่เดิมเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง...
และเพราะยังฝักใฝ่ถึงแต่ผู้หญิง ตอนนี้คาเมะเลยรู้สึกเศร้าตรมเหลือเกิน ที่ไม่ได้ไปอยู่ในบ้านอาคานิชิโดยตรง…อดได้ใกล้ชิดมิกะจัง น้องสาวของจินเลยน่ะเซะ!!!! T___T..
…แน่นอนว่าสามเดือนที่ผ่านมานี้... อาคานิชิ คาซึยะ ... หันกลับมาทำพฤติกรรมเดิมๆ เนื่องด้วยนิสัยเดิมๆที่ติดตัวมาเป็นของแถม ให้คุณสามีปวดหัว ปวดใจเล่นสามเวลาหลังอาหาร…
…ทั้งเปิดเวปโป๊…ดูหนังลามก อัดรายการมินิมามิเอะจังใส่เทปวิดีโอเอาไว้ดูยามว่าง ซื้อหนังสือเพนท์เฮ้าส์ รวมทั้งจีบสาวทุกๆครั้งที่มีโอกาส…อาคานิชิ คาซึยะทำทู้ก~~…อย่างเลยคร้าบ~~^__________^…
…เว้นก็แต่…T___________T
…จินไม่อนุญาตให้เอาโปสเตอร์สาวๆอกอึ๋มๆ และผ้าปูที่นอนสุดโปรดของคาเมะเข้ามาใช้ในแมนชั่นแห่งนี้…ไม่งั้นคงตาลายกันน่าดู --.—
ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งพร้อมกับกะละมังเล็กๆและผ้าขนหนูชุบน้ำ มาวางบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะสั่งให้สามีลุกขึ้นนั่ง
“จินเนี่ยน้า…ไม่แข็งแรงเลย…ตัวก็โตอย่างกับตึก…ดันแพ้เชื้อโรคตัวเล็กๆได้ไง” เด็กหนุ่มพูดไปเรื่อย ขณะที่ช่วยจินถอดเสื้อ แล้วเจ้าตัวดีก็ถึงกับต้องปิดปากเงียบ เมื่อเห็นร่องรอยบนแผ่นหลังและหน้าอกของคนรัก
…ก็ทั้งรอยข่วน รอยจูบ รอยกัด…เต็มไปหมดเลยน่ะสิ!!!…แล้วบนตัวจิน จะมีใครมาทำแบบนี้ได้…นอกเสียจากเขา !!!! >____<….
…สัมผัสเย็นๆจากผ้าขนหนูชุบน้ำ ทำเอาจินถึงกับนิ่งเงียบ…ไหนจะสัมผัสบางเบาของมือเล็กๆนั่นอีกล่ะ แล้วอุณหภูมิตอนนี้ของเขาที่ไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่ สติสัมปชัญญะและสามัญสำนึกในตัวเองก็ยิ่งไม่ค่อยจะมี เพราะไอ้ไข้บ้าๆนี่แหล่ะ…
…อดทนสิจิน…อดทน…ถ้าจูบคาเมะตอนนี้ คาเมะต้องติดไข้ไปด้วยแน่ๆ…ยอมได้เหรอ…ถ้าเห็นคาเมะต้องมาทรมาน เพราะตัวร้อน ปวดหัว เจ็บคอ หายใจไม่ออกน่ะ…
“จิน…เจ็บมั้ย” รอยข่วนค่อนข้างลึกกลางหลัง ทำให้คาเมะอดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้ ด้วยว่ารู้สึกผิด
“ไม่หรอก…คาซึยะจับ ก็หายแล้ว” ร่างสูงตอบ ยิ้มบางๆกับความขี้เป็นห่วงของคาเมะ ที่มันบ่งบอกถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวดีมีต่อเขามากมาย
“ขอโทษนะ…” สัมผัสเบาๆจากกลีบปากบางที่แนบลงบนแผล ทำเอาจินถึงกับอึ้ง ชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ เมื่อร่างกายเหมือนกับจะร้อนวูบขึ้นมา
“คาซึยะ…ออกไปข้างนอกเถอะ…เดี๋ยวฉันจะเช็ดตัวเอง” จินกำมือแน่น แล้วเอ่ยปากบอกคนรักที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“จินเช็ดเองไหวเหรอ…” ร่างบางยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ ไม่ได้รู้ตัวเอาเสียเลย ว่าทำให้อีกฝ่ายร้อนรนแทบบ้า
“ไหว…ไปเถอะนะ” สายตาช่ำเพราะพิษไข้เต็มไปด้วยแววเว้าวอน ทำให้คาเมะไม่อยากขัดใจ ยอมส่งผ้าชุบน้ำในมือตัวเองให้จินแต่โดยดี
“งั้นฉันไปรอข้างนอกแล้วกัน” ร่างบางลุกจากเตียงเดินออกจากห้อง แม้จะเป็นห่วงก็เถอะ
…ก็ดูสิ…จินน่ะ จะนั่งยังโงนเงนเลย แล้วจะเช็ดตัวเองได้ไง…แต่จินคงจะอายล่ะมั้ง เลยไม่อยากให้เขาเช็ดตัวให้…แต่ว่า…
…เขาในฐานะที่เป็นภรรยา…ก็น่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจินบ้างนี่นา ทีตอนเขาป่วย จินยังดูแลอย่างดีเลย…เขาน่าจะทำอะไรเพื่อจินบ้างน้า~~…
... จริงสิ!!! งั้นทำข้าวต้มให้จินกินดีกว่า!!!…อุตส่าห์ไปเรียนกับยูอิจิมาทั้งที ต้องแสดงฝีมือให้จินเห็นซะหน่อยแล้ว!!!… ^_________^
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
“ตึง!!!”…เสียงอะไรน่ะ…จินที่กำลังจะล้มตัวลงนอนหลังจากเช็ดตัวเรียบร้อยแล้ว ถึงกับคิ้วขมวดมุ่น กับเสียงแปลกๆที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยแสดงถึงสวัสดิภาพเท่าไหร่
“โครม!!!”…เอาอีกแล้ว…เสียงแบบนี้มันคุ้นๆอยู่นะ…เหมือนเสียงที่คาซึยะเคยทำครัวพังคราวก่อน…
O.o…ห๊ะ!!!…คาซึยะ??…ทำครัวพัง???…อ๊ะ!!!…หรือว่า!!!!….
จินไม่ยอมรอให้ได้ยินเสียงอะไรอีกเป็นครั้งที่สาม รีบถลาลงจากเตียงวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดไปยังห้องครัวที่ชั้นล่าง แล้วเสียงโวยวายก็ดังมาให้เขาได้ยินทันทีที่เหยียบเท้าลงบนพื้นที่ของชั้นหนึ่ง
“ยู!!! น้ำเดือดแล้ว!!!…ว้าก!!!!” เจ้าตัวดีโวยวายลงไปบนโทรศัพท์มือถือที่แนบกับหู ขณะที่มือนึงก็ถือช้อน บนเตามีหม้อใส่น้ำต้มอยู่ ควันสีขุ่นลอยเหนือหม้อระเหยกลายเป็นไอ บอกให้รู้ว่า…น้ำกำลังเดือดได้ที่…
“เอาปลาลงไปเลยเหรอ!!!” คาเมะดูจะทั้งตื่นเต้น ทั้งตื่นกลัว หันรีหันขวางไปหยิบจานปลาสดที่เตรียมไว้แล้ว ถือเหมาะเหม่งในมือได้ เจ้าจอมวุ่นก็โยนโครมลงในหม้อน้ำเดือด
“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!น้ำกระเด็น!!!!!!!”….--.—“…มันจะไม่กระเด็นได้ไงเล่า…ก็เล่นโยนลงไปแบบนั้นน่ะ…
ร่างเล็กดิ้นพล่าน โวยวายแหกปากร้องไม่หยุด จินต้องรีบวิ่งเข้ามาดู จัดการปิดแก๊สให้เรียบร้อย ก่อนจะลากคาเมะมานั่งพักหายใจหายคอ
…คลาดสายตาเป็นไม่ได้!!!!!….มีเมียหรือมีลูกกันแน่เนี่ย!!!!…จินล่ะอยากจะจับคาเมะมาตีก้นสักที โทษฐานก่อความวุ่นวายให้เขาไม่หยุดหย่อน ไม่ได้พักทั้งใจ ไม่ได้พักทั้งกาย…
“คาซึยะไม่เป็นไรแล้ว…แค่นี้นะไอ้ยู” จินเอาโทรศัพท์คาเมะมาคุย บอกลาเพื่อนรักเรียบร้อย ก็หันมาจ้องคาเมะที่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ทำตัวเรียบร้อยได้น่ารัก แต่น่าตีในเวลาเดียวกัน
“ฉัน…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…คือ…ก็…ก็เห็นจินป่วย…ก็เลยจะทำข้าวต้มให้กิน…” อธิบายเสียงแผ่ว รู้ตัวดีว่าผิดเต็มๆ...ที่สร้างความวุ่นวายให้คนป่วยต้องลากสังขารมายืนจ้องเขม็งอยู่แบบนี้...
“ลองโทร.ไปถามยู…แล้วทำตามดู…แต่…เอ่อ…สงสัย…” คาเมะเล่าต่อ เพราะจินยังเงียบ เหลียวหลังมองสภาพห้องครัวที่เละชนิดที่คงต้องหาคนรับใช้สักสิบคนมาจัดการ
“สงสัย…สงสัยยูจะบอกผิด…” โบ้ยให้ยูอิจิมันอีก --“--…คาเมะเอ้ย…
จินถอนหายใจยาว…เห็นตาแป๋วแหววของภรรยาแล้วจะให้เขาลงโทษแบบไหน เขาก็นึกไม่ออก ก้มลงมองมือเล็กๆที่ตัวเองกุมเอาไว้ แล้วแตะเบาๆบนรอยแดง
“เจ็บรึเปล่า” เขาถาม ก่อนจะเงยหน้ามอง ร่างบางส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่เลย…จินล่ะ…โกรธรึเปล่า…ที่ฉัน…” เด็กหนุ่มพยักเพยิดไปทางด้านหลังของตัวเอง
“คาซึยะหวังดีกับฉันไม่ใช่เหรอ…ไม่โกรธหรอก…แต่คราวหลัง…ไม่ต้องทำก็ได้” จินพูดปลงๆ
…ไอ้ที่อยากจะมีครอบครัวแบบว่ากลับถึงบ้านแล้วมีภรรยาใส่ผ้ากันเปื้อนออกมารับที่หน้าประตูพร้อมกับพูดว่า ‘จะอาบน้ำหรือว่ากินข้าวก่อนดี’…ก็คงต้องพับเก็บเข้ากรุไปตามระเบียบ ก็ดันมีภรรยาสุดแสบ แถมทำกับข้าวไม่ได้เรื่องแบบนี้ไปแล้วนี่นะ…
…แต่ถ้าให้เปลี่ยนภรรยาใหม่…จินก็ไม่เอาอยู่ดี…ถึงคาเมะจะไม่ตรงกับภรรยาในอุดมคติของเขา แต่คาเมะก็ตรงใจเขาที่สุดแล้วล่ะ…เฮ้อ…Y-Y
แต่แล้ว ดูเหมือนความซวยของจินจะไม่หยุดหย่อน เพราะอยู่ดีๆ คนที่ทำตัวสงบเสงี่ยมเมื่อกี้ก็ดันเหมือนจะนึกเฮิมอะไรขึ้นมาไม่รู้ ถึงได้แหกปากลั่นอย่างมุ่งมั่น
“ฉันต้องทำให้ได้!!!..”…O.O ห๊ะ…ว่าไงนะ!!!…
“ฉันจะทำข้าวต้มให้จินกินให้ได้…ออกไปรอข้างนอกเลย…จิน…ฉันต้องการสมาธิ” คาเมะประกาศความตั้งใจของตัวเองออกมาให้จินสะดุ้งวาบ นึกห่วงห้องครัวขึ้นมากระทันหัน
ร่างบางดันหลังคนรักออกให้พ้นบริเวณครัว พร้อมกำชับว่าห้ามเข้ามาจนกว่าเจ้าตัวจะเรียก แถมขู่อีกว่า ถ้าไม่ทำตามล่ะก็…’มีเรื่อง!!!’….
……………………………
………………….
………..
…..
..
ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง แต่จินรู้สึกว่านานราวกับชาติกว่า ชายหนุ่มเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าห้องครัวด้วยความเป็นห่วง…ห่วงทั้งคนรัก ห่วงทั้งห้องครัวนั่นล่ะ !!!…
“จิน…” แทบจะในทันทีที่คาเมะเรียกชื่อ เจ้าของชื่อก็รีบโผเข้าไปหา
เข้าไปถึงก็ไปถามไถ่คาเมะทันทีว่าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ตรวจสอบทั้งมือ ทั้งแขน ทั้งหน้า ทุกส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้า พลิกหน้าพลิกหลังจนแน่ใจว่าคาเมะไม่บาดเจ็บ ก็ค่อยพาเอาโล่งอก
จากนั้นจึงหันมามองสภาพห้องครัว แล้วเห็นว่าไม่ต่างจากเดิม (เดิมที่คาเมะทำพังไว้) เท่าไหร่ ก็พอจะเบาใจได้
สุดท้าย ร่างสูงจึงหันมาทางชามสวยๆใบเดียวที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะกลางห้อง
…ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้กับข้าวต้มฝีมือภรรยาที่แสนดีคนนี้หรอกนะ แต่จินก็ไม่นึกว่ามันจะ…
...เอ่อ....จะ....
…พระเจ้า!!!…นี่เหรอ ที่คาซึยะเรียกมันว่าข้าวต้ม!!!!!…เขามองยังไงมันก็ข้าวผัดชัดๆ!!!!…
“คือ…ฉันคิดว่า ยูน่าจะบอกสัดส่วนน้ำผิดน่ะนะ” ร่างบางก็พอจะรู้ว่าคนรักอึ้งเรื่องอะไร …ตัวเขาเองก็อึ้งไม่ต่างกันหรอก…แต่แหม…ทำครั้งแรกได้เท่านี้ มันก็ดีแล้วใช่มั้ยล่ะ ^^”…
คาเมะเห็นจินเงียบไปนาน ร่างบางก็ชักน้อยใจ…ก็รู้อยู่หรอกว่าหน้าตามันไม่น่ากิน แต่ก็น่าจะลองชิมดูสักหน่อย ก่อนจะอึ้งนานนี่นา ไม่แน่มันอาจจะอร่อยก็ได้…
“ช่างเหอะ…จินไม่ต้องกินหรอก…เดี๋ยวฉันโทร.บอกแม่บ้านที่บ้านให้มาทำใหม่ให้นะ” เด็กหนุ่มเดินไปที่โต๊ะ หวังจะเก็บชามข้าวต้มที่ตั้งใจทำสุดชีวิต ด้วยอารมณ์เศร้าๆ
…ก็คนที่อยากให้กิน เค้าไม่อยากกินนี่นา…
“ไม่ต้อง…” จินรู้ว่าคาเมะตั้งใจแค่ไหน…คนที่ทำกับข้าวไม่เป็น แต่ตั้งใจทำเพื่อเขา หวังจะให้เขากินจะได้มีหายป่วย เขาปฏิเสธมันไม่ลงหรอก ยิ่งเป็นฝีมือคาเมะด้วยแล้ว…ถึงไม่อร่อยแค่ไหน เขาก็จะกินมันให้หมด…
“ฉันจะกินอันนี้แหล่ะ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ใช้ช้อนคนข้าวต้มที่แห้งเหือด …เห็นสภาพข้าวต้มแล้ว จินก็อยากจะถามคาเมะนัก ว่าทำวิธีไหน ข้าวต้มมันถึงออกมาเป็นข้าวผัดแบบนี้!!!…
“จินจะกินจริงๆเหรอ” ร่างบางร้องถามอย่างดีใจ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าสวย
“ก็คาซึยะทำเพื่อฉันนี่นา…” จินเงยหน้าตอบ
“งั้น…งั้น…งั้นฉันจะเติมน้ำให้นะ…มันจะได้ไม่แห้ง” คาเมะดีใจสุดๆ ที่เห็นคนรักอยากกินอาหารที่เขาทำ ว่าแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำดื่มมาเทโจ้กลงในชามอย่างรวดเร็ว แบบที่จินยังไม่ทันได้เปิดปากห้าม หรือขอร้องให้หยุด
…แล้วก็เรียบร้อย ^________^…จากข้าวต้มเหือดๆ ก็มีน้ำเกือบเต็ม คล้ายข้าวต้มที่จินเคยเห็นบ่อยๆขึ้นมาแล้วล่ะ…แต่ว่านะ…
…ไอ้ที่เทลงไปเมื่อกี้น่ะ…
…มัน??…
…มัน??…มันน้ำเย็นไม่ใช่เร๊อะ!!!!…คาซึยะ!!!!!!!!!!…ใครสั่งใครสอนให้เธอทำข้าวต้มแบบนี้!!!!!!!!!…
“เป็นอะไรไปอ่ะจิน…ดูสิ!!!…น่ากินขึ้นมาแล้วนะ” คาเมะมีทีท่าตื่นเต้นสุดขีด มองข้าวต้มสูตรเด็ดของตัวเองอย่างเป็นปลื้ม
จินอยากจะร้องไห้นัก…เห็นไอน้ำจากน้ำเย็นที่จับอยู่นอกชามแล้วสาบานกับตัวเอง…ชีวิตนี้จะไม่ขอเป็นไข้ ไม่สบาย หรือเป็นโรคใดๆให้ลำบากคาเมะอีกแล้ว T^T…
ร่างสูงตักน้ำเย็นๆและข้าวร้อนๆจากชามเดียวกันขึ้นชิม…น้ำตาแทบร่วงกับรสชาติ…จะไม่ให้คาซึยะเข้าใกล้ห้องครัวอีกเลยตลอดชีวิต คอยดูสิ…Y.Y
…แต่งงานกันมาสามเดือน…อาคานิชิ จิน เปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นสามีของเจ้าเด็กแสบจอมป่วน แต่ถึงจะเป็นสามี ก็คงต้อง…ขอระอา…ต่อไป
…และดูท่า…คงไม่มีวันที่ เขาจะได้หายระอาแน่ๆ…
…โชคดีเถอะ…อาคานิชิ… T__________T….
FIN
JIN X KAME
By : Dezair
“โฮย…ไข้ตั้งสามสิบแปด” คาเมะบ่นพึมพำ มองร่างสูงใหญ่ที่นอนแผ่ หมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนเตียงกว้าง แล้วก้มลงมองปรอทวัดไข้ในมือ
“ปวดหัวมั้ย” มือเล็กทาบลงบนหน้าผากที่ร้อนระอุ ทำให้คนป่วยถึงกับยิ้มออก แม้มันจะฝืนแค่ไหนก็ตาม
“คาซึยะออกไปนั่งเล่นข้างนอกเถอะ…เดี๋ยวติดไข้” เสียงทุ้มอบอุ่น ที่คอยตักเตือน และบอกรักคาเมะอยู่เสมอมาวันนี้แหบแห้งบ่งบอกอาการอันไม่ค่อยจะดีของชายหนุ่ม
“ไม่ได้!…จินไม่สบายนะ…จะให้ฉันทิ้งจินได้ไง…นอนนิ่งๆไปเลย…เดี๋ยวฉันไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้” เจ้าตัวดีพูดด้วยเสียงสดใส ก่อนจะลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ
…อยู่ด้วยกันมาสามเดือนแล้ว…สามเดือนแล้วที่คาเมะเข้ามาอยู่ในแมนชั่นขนาดไม่ใหญ่ ไม่เล็กของสามี พร้อมกับเปลี่ยนนามสกุลเรียบร้อย…
…แต่ไอ้ที่เปลี่ยน ก็คงเปลี่ยนได้อย่างเดียวคือนามสกุล...ส่วนนิสัย...เฮ้อ....จินล่ะอยากจะถอนหายใจดังๆ...แต่เดิมเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง...
และเพราะยังฝักใฝ่ถึงแต่ผู้หญิง ตอนนี้คาเมะเลยรู้สึกเศร้าตรมเหลือเกิน ที่ไม่ได้ไปอยู่ในบ้านอาคานิชิโดยตรง…อดได้ใกล้ชิดมิกะจัง น้องสาวของจินเลยน่ะเซะ!!!! T___T..
…แน่นอนว่าสามเดือนที่ผ่านมานี้... อาคานิชิ คาซึยะ ... หันกลับมาทำพฤติกรรมเดิมๆ เนื่องด้วยนิสัยเดิมๆที่ติดตัวมาเป็นของแถม ให้คุณสามีปวดหัว ปวดใจเล่นสามเวลาหลังอาหาร…
…ทั้งเปิดเวปโป๊…ดูหนังลามก อัดรายการมินิมามิเอะจังใส่เทปวิดีโอเอาไว้ดูยามว่าง ซื้อหนังสือเพนท์เฮ้าส์ รวมทั้งจีบสาวทุกๆครั้งที่มีโอกาส…อาคานิชิ คาซึยะทำทู้ก~~…อย่างเลยคร้าบ~~^__________^…
…เว้นก็แต่…T___________T
…จินไม่อนุญาตให้เอาโปสเตอร์สาวๆอกอึ๋มๆ และผ้าปูที่นอนสุดโปรดของคาเมะเข้ามาใช้ในแมนชั่นแห่งนี้…ไม่งั้นคงตาลายกันน่าดู --.—
ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งพร้อมกับกะละมังเล็กๆและผ้าขนหนูชุบน้ำ มาวางบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะสั่งให้สามีลุกขึ้นนั่ง
“จินเนี่ยน้า…ไม่แข็งแรงเลย…ตัวก็โตอย่างกับตึก…ดันแพ้เชื้อโรคตัวเล็กๆได้ไง” เด็กหนุ่มพูดไปเรื่อย ขณะที่ช่วยจินถอดเสื้อ แล้วเจ้าตัวดีก็ถึงกับต้องปิดปากเงียบ เมื่อเห็นร่องรอยบนแผ่นหลังและหน้าอกของคนรัก
…ก็ทั้งรอยข่วน รอยจูบ รอยกัด…เต็มไปหมดเลยน่ะสิ!!!…แล้วบนตัวจิน จะมีใครมาทำแบบนี้ได้…นอกเสียจากเขา !!!! >____<….
…สัมผัสเย็นๆจากผ้าขนหนูชุบน้ำ ทำเอาจินถึงกับนิ่งเงียบ…ไหนจะสัมผัสบางเบาของมือเล็กๆนั่นอีกล่ะ แล้วอุณหภูมิตอนนี้ของเขาที่ไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่ สติสัมปชัญญะและสามัญสำนึกในตัวเองก็ยิ่งไม่ค่อยจะมี เพราะไอ้ไข้บ้าๆนี่แหล่ะ…
…อดทนสิจิน…อดทน…ถ้าจูบคาเมะตอนนี้ คาเมะต้องติดไข้ไปด้วยแน่ๆ…ยอมได้เหรอ…ถ้าเห็นคาเมะต้องมาทรมาน เพราะตัวร้อน ปวดหัว เจ็บคอ หายใจไม่ออกน่ะ…
“จิน…เจ็บมั้ย” รอยข่วนค่อนข้างลึกกลางหลัง ทำให้คาเมะอดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้ ด้วยว่ารู้สึกผิด
“ไม่หรอก…คาซึยะจับ ก็หายแล้ว” ร่างสูงตอบ ยิ้มบางๆกับความขี้เป็นห่วงของคาเมะ ที่มันบ่งบอกถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวดีมีต่อเขามากมาย
“ขอโทษนะ…” สัมผัสเบาๆจากกลีบปากบางที่แนบลงบนแผล ทำเอาจินถึงกับอึ้ง ชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ เมื่อร่างกายเหมือนกับจะร้อนวูบขึ้นมา
“คาซึยะ…ออกไปข้างนอกเถอะ…เดี๋ยวฉันจะเช็ดตัวเอง” จินกำมือแน่น แล้วเอ่ยปากบอกคนรักที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“จินเช็ดเองไหวเหรอ…” ร่างบางยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ ไม่ได้รู้ตัวเอาเสียเลย ว่าทำให้อีกฝ่ายร้อนรนแทบบ้า
“ไหว…ไปเถอะนะ” สายตาช่ำเพราะพิษไข้เต็มไปด้วยแววเว้าวอน ทำให้คาเมะไม่อยากขัดใจ ยอมส่งผ้าชุบน้ำในมือตัวเองให้จินแต่โดยดี
“งั้นฉันไปรอข้างนอกแล้วกัน” ร่างบางลุกจากเตียงเดินออกจากห้อง แม้จะเป็นห่วงก็เถอะ
…ก็ดูสิ…จินน่ะ จะนั่งยังโงนเงนเลย แล้วจะเช็ดตัวเองได้ไง…แต่จินคงจะอายล่ะมั้ง เลยไม่อยากให้เขาเช็ดตัวให้…แต่ว่า…
…เขาในฐานะที่เป็นภรรยา…ก็น่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจินบ้างนี่นา ทีตอนเขาป่วย จินยังดูแลอย่างดีเลย…เขาน่าจะทำอะไรเพื่อจินบ้างน้า~~…
... จริงสิ!!! งั้นทำข้าวต้มให้จินกินดีกว่า!!!…อุตส่าห์ไปเรียนกับยูอิจิมาทั้งที ต้องแสดงฝีมือให้จินเห็นซะหน่อยแล้ว!!!… ^_________^
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
“ตึง!!!”…เสียงอะไรน่ะ…จินที่กำลังจะล้มตัวลงนอนหลังจากเช็ดตัวเรียบร้อยแล้ว ถึงกับคิ้วขมวดมุ่น กับเสียงแปลกๆที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยแสดงถึงสวัสดิภาพเท่าไหร่
“โครม!!!”…เอาอีกแล้ว…เสียงแบบนี้มันคุ้นๆอยู่นะ…เหมือนเสียงที่คาซึยะเคยทำครัวพังคราวก่อน…
O.o…ห๊ะ!!!…คาซึยะ??…ทำครัวพัง???…อ๊ะ!!!…หรือว่า!!!!….
จินไม่ยอมรอให้ได้ยินเสียงอะไรอีกเป็นครั้งที่สาม รีบถลาลงจากเตียงวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดไปยังห้องครัวที่ชั้นล่าง แล้วเสียงโวยวายก็ดังมาให้เขาได้ยินทันทีที่เหยียบเท้าลงบนพื้นที่ของชั้นหนึ่ง
“ยู!!! น้ำเดือดแล้ว!!!…ว้าก!!!!” เจ้าตัวดีโวยวายลงไปบนโทรศัพท์มือถือที่แนบกับหู ขณะที่มือนึงก็ถือช้อน บนเตามีหม้อใส่น้ำต้มอยู่ ควันสีขุ่นลอยเหนือหม้อระเหยกลายเป็นไอ บอกให้รู้ว่า…น้ำกำลังเดือดได้ที่…
“เอาปลาลงไปเลยเหรอ!!!” คาเมะดูจะทั้งตื่นเต้น ทั้งตื่นกลัว หันรีหันขวางไปหยิบจานปลาสดที่เตรียมไว้แล้ว ถือเหมาะเหม่งในมือได้ เจ้าจอมวุ่นก็โยนโครมลงในหม้อน้ำเดือด
“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!น้ำกระเด็น!!!!!!!”….--.—“…มันจะไม่กระเด็นได้ไงเล่า…ก็เล่นโยนลงไปแบบนั้นน่ะ…
ร่างเล็กดิ้นพล่าน โวยวายแหกปากร้องไม่หยุด จินต้องรีบวิ่งเข้ามาดู จัดการปิดแก๊สให้เรียบร้อย ก่อนจะลากคาเมะมานั่งพักหายใจหายคอ
…คลาดสายตาเป็นไม่ได้!!!!!….มีเมียหรือมีลูกกันแน่เนี่ย!!!!…จินล่ะอยากจะจับคาเมะมาตีก้นสักที โทษฐานก่อความวุ่นวายให้เขาไม่หยุดหย่อน ไม่ได้พักทั้งใจ ไม่ได้พักทั้งกาย…
“คาซึยะไม่เป็นไรแล้ว…แค่นี้นะไอ้ยู” จินเอาโทรศัพท์คาเมะมาคุย บอกลาเพื่อนรักเรียบร้อย ก็หันมาจ้องคาเมะที่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ทำตัวเรียบร้อยได้น่ารัก แต่น่าตีในเวลาเดียวกัน
“ฉัน…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…คือ…ก็…ก็เห็นจินป่วย…ก็เลยจะทำข้าวต้มให้กิน…” อธิบายเสียงแผ่ว รู้ตัวดีว่าผิดเต็มๆ...ที่สร้างความวุ่นวายให้คนป่วยต้องลากสังขารมายืนจ้องเขม็งอยู่แบบนี้...
“ลองโทร.ไปถามยู…แล้วทำตามดู…แต่…เอ่อ…สงสัย…” คาเมะเล่าต่อ เพราะจินยังเงียบ เหลียวหลังมองสภาพห้องครัวที่เละชนิดที่คงต้องหาคนรับใช้สักสิบคนมาจัดการ
“สงสัย…สงสัยยูจะบอกผิด…” โบ้ยให้ยูอิจิมันอีก --“--…คาเมะเอ้ย…
จินถอนหายใจยาว…เห็นตาแป๋วแหววของภรรยาแล้วจะให้เขาลงโทษแบบไหน เขาก็นึกไม่ออก ก้มลงมองมือเล็กๆที่ตัวเองกุมเอาไว้ แล้วแตะเบาๆบนรอยแดง
“เจ็บรึเปล่า” เขาถาม ก่อนจะเงยหน้ามอง ร่างบางส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่เลย…จินล่ะ…โกรธรึเปล่า…ที่ฉัน…” เด็กหนุ่มพยักเพยิดไปทางด้านหลังของตัวเอง
“คาซึยะหวังดีกับฉันไม่ใช่เหรอ…ไม่โกรธหรอก…แต่คราวหลัง…ไม่ต้องทำก็ได้” จินพูดปลงๆ
…ไอ้ที่อยากจะมีครอบครัวแบบว่ากลับถึงบ้านแล้วมีภรรยาใส่ผ้ากันเปื้อนออกมารับที่หน้าประตูพร้อมกับพูดว่า ‘จะอาบน้ำหรือว่ากินข้าวก่อนดี’…ก็คงต้องพับเก็บเข้ากรุไปตามระเบียบ ก็ดันมีภรรยาสุดแสบ แถมทำกับข้าวไม่ได้เรื่องแบบนี้ไปแล้วนี่นะ…
…แต่ถ้าให้เปลี่ยนภรรยาใหม่…จินก็ไม่เอาอยู่ดี…ถึงคาเมะจะไม่ตรงกับภรรยาในอุดมคติของเขา แต่คาเมะก็ตรงใจเขาที่สุดแล้วล่ะ…เฮ้อ…Y-Y
แต่แล้ว ดูเหมือนความซวยของจินจะไม่หยุดหย่อน เพราะอยู่ดีๆ คนที่ทำตัวสงบเสงี่ยมเมื่อกี้ก็ดันเหมือนจะนึกเฮิมอะไรขึ้นมาไม่รู้ ถึงได้แหกปากลั่นอย่างมุ่งมั่น
“ฉันต้องทำให้ได้!!!..”…O.O ห๊ะ…ว่าไงนะ!!!…
“ฉันจะทำข้าวต้มให้จินกินให้ได้…ออกไปรอข้างนอกเลย…จิน…ฉันต้องการสมาธิ” คาเมะประกาศความตั้งใจของตัวเองออกมาให้จินสะดุ้งวาบ นึกห่วงห้องครัวขึ้นมากระทันหัน
ร่างบางดันหลังคนรักออกให้พ้นบริเวณครัว พร้อมกำชับว่าห้ามเข้ามาจนกว่าเจ้าตัวจะเรียก แถมขู่อีกว่า ถ้าไม่ทำตามล่ะก็…’มีเรื่อง!!!’….
……………………………
………………….
………..
…..
..
ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง แต่จินรู้สึกว่านานราวกับชาติกว่า ชายหนุ่มเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าห้องครัวด้วยความเป็นห่วง…ห่วงทั้งคนรัก ห่วงทั้งห้องครัวนั่นล่ะ !!!…
“จิน…” แทบจะในทันทีที่คาเมะเรียกชื่อ เจ้าของชื่อก็รีบโผเข้าไปหา
เข้าไปถึงก็ไปถามไถ่คาเมะทันทีว่าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า ตรวจสอบทั้งมือ ทั้งแขน ทั้งหน้า ทุกส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้า พลิกหน้าพลิกหลังจนแน่ใจว่าคาเมะไม่บาดเจ็บ ก็ค่อยพาเอาโล่งอก
จากนั้นจึงหันมามองสภาพห้องครัว แล้วเห็นว่าไม่ต่างจากเดิม (เดิมที่คาเมะทำพังไว้) เท่าไหร่ ก็พอจะเบาใจได้
สุดท้าย ร่างสูงจึงหันมาทางชามสวยๆใบเดียวที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะกลางห้อง
…ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้กับข้าวต้มฝีมือภรรยาที่แสนดีคนนี้หรอกนะ แต่จินก็ไม่นึกว่ามันจะ…
...เอ่อ....จะ....
…พระเจ้า!!!…นี่เหรอ ที่คาซึยะเรียกมันว่าข้าวต้ม!!!!!…เขามองยังไงมันก็ข้าวผัดชัดๆ!!!!…
“คือ…ฉันคิดว่า ยูน่าจะบอกสัดส่วนน้ำผิดน่ะนะ” ร่างบางก็พอจะรู้ว่าคนรักอึ้งเรื่องอะไร …ตัวเขาเองก็อึ้งไม่ต่างกันหรอก…แต่แหม…ทำครั้งแรกได้เท่านี้ มันก็ดีแล้วใช่มั้ยล่ะ ^^”…
คาเมะเห็นจินเงียบไปนาน ร่างบางก็ชักน้อยใจ…ก็รู้อยู่หรอกว่าหน้าตามันไม่น่ากิน แต่ก็น่าจะลองชิมดูสักหน่อย ก่อนจะอึ้งนานนี่นา ไม่แน่มันอาจจะอร่อยก็ได้…
“ช่างเหอะ…จินไม่ต้องกินหรอก…เดี๋ยวฉันโทร.บอกแม่บ้านที่บ้านให้มาทำใหม่ให้นะ” เด็กหนุ่มเดินไปที่โต๊ะ หวังจะเก็บชามข้าวต้มที่ตั้งใจทำสุดชีวิต ด้วยอารมณ์เศร้าๆ
…ก็คนที่อยากให้กิน เค้าไม่อยากกินนี่นา…
“ไม่ต้อง…” จินรู้ว่าคาเมะตั้งใจแค่ไหน…คนที่ทำกับข้าวไม่เป็น แต่ตั้งใจทำเพื่อเขา หวังจะให้เขากินจะได้มีหายป่วย เขาปฏิเสธมันไม่ลงหรอก ยิ่งเป็นฝีมือคาเมะด้วยแล้ว…ถึงไม่อร่อยแค่ไหน เขาก็จะกินมันให้หมด…
“ฉันจะกินอันนี้แหล่ะ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ใช้ช้อนคนข้าวต้มที่แห้งเหือด …เห็นสภาพข้าวต้มแล้ว จินก็อยากจะถามคาเมะนัก ว่าทำวิธีไหน ข้าวต้มมันถึงออกมาเป็นข้าวผัดแบบนี้!!!…
“จินจะกินจริงๆเหรอ” ร่างบางร้องถามอย่างดีใจ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าสวย
“ก็คาซึยะทำเพื่อฉันนี่นา…” จินเงยหน้าตอบ
“งั้น…งั้น…งั้นฉันจะเติมน้ำให้นะ…มันจะได้ไม่แห้ง” คาเมะดีใจสุดๆ ที่เห็นคนรักอยากกินอาหารที่เขาทำ ว่าแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำดื่มมาเทโจ้กลงในชามอย่างรวดเร็ว แบบที่จินยังไม่ทันได้เปิดปากห้าม หรือขอร้องให้หยุด
…แล้วก็เรียบร้อย ^________^…จากข้าวต้มเหือดๆ ก็มีน้ำเกือบเต็ม คล้ายข้าวต้มที่จินเคยเห็นบ่อยๆขึ้นมาแล้วล่ะ…แต่ว่านะ…
…ไอ้ที่เทลงไปเมื่อกี้น่ะ…
…มัน??…
…มัน??…มันน้ำเย็นไม่ใช่เร๊อะ!!!!…คาซึยะ!!!!!!!!!!…ใครสั่งใครสอนให้เธอทำข้าวต้มแบบนี้!!!!!!!!!…
“เป็นอะไรไปอ่ะจิน…ดูสิ!!!…น่ากินขึ้นมาแล้วนะ” คาเมะมีทีท่าตื่นเต้นสุดขีด มองข้าวต้มสูตรเด็ดของตัวเองอย่างเป็นปลื้ม
จินอยากจะร้องไห้นัก…เห็นไอน้ำจากน้ำเย็นที่จับอยู่นอกชามแล้วสาบานกับตัวเอง…ชีวิตนี้จะไม่ขอเป็นไข้ ไม่สบาย หรือเป็นโรคใดๆให้ลำบากคาเมะอีกแล้ว T^T…
ร่างสูงตักน้ำเย็นๆและข้าวร้อนๆจากชามเดียวกันขึ้นชิม…น้ำตาแทบร่วงกับรสชาติ…จะไม่ให้คาซึยะเข้าใกล้ห้องครัวอีกเลยตลอดชีวิต คอยดูสิ…Y.Y
…แต่งงานกันมาสามเดือน…อาคานิชิ จิน เปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นสามีของเจ้าเด็กแสบจอมป่วน แต่ถึงจะเป็นสามี ก็คงต้อง…ขอระอา…ต่อไป
…และดูท่า…คงไม่มีวันที่ เขาจะได้หายระอาแน่ๆ…
…โชคดีเถอะ…อาคานิชิ… T__________T….
FIN
2008.09.13
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา PART 11
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา
JIN X KAME
By : Dezair
PART 11
ยูอิจิพาคาเมะมายังบริษัทอาคานิชิ ชายหนุ่มใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อนซี้ย่ำปึ้กของจิน พาคาเมะผ่านขึ้นมายังชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงจนได้
“นู่น…ห้องทำงานมัน…” เขาโบ้ยไปทางประตูไม้บานใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า
“ขอบใจมากนะยู” คาเมะหันมายิ้มกว้างให้ยูอิจิ ร่างสูงเลยโยกศีรษะอีกฝ่ายเล่นอย่างเอ็นดู
“ฉันทำเพื่อตัวฉันเองเฟ้ย…แกตกร่องปล่องชิ้นกับไอ้จิน จะได้ไม่มายุ่มย่ามยามะพีสุดที่รักของฉันอีกไง”
“หูย…นึกว่าจะเป็นคนดี” คาเมะซู้ดปากอย่างล้อเลียน หน้าตาแช่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนยูอิจิก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“ไปได้แล้ว…ไอ้จินมันจะได้หายบ้าซะที…” ยูอิจิดันหลังคนที่เขารักและเอ็นดูเหมือนน้องแท้ๆไปยังประตูบานใหญ่ คาเมะยิ้ม สูดหายใจเรียกความกล้า ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“ทาคาฮาระซัง มีเอกสารอะไรอีกรึเปล่า” จินที่นั่งก้มหน้าตรวจเอกสารเอ่ยปากถาม เมื่อรู้สึกถึงคนที่เดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มนึกว่าเป็นเลขานุการคนสนิท จึงเอ่ยปากถามทั้งๆที่ไม่เงยหน้ามอง
…เพราะมัวแต่เอาเวลาไปดูรูปคาเมะ พร่ำเพ้อถึงแต่คาเมะนั่นล่ะ....งานการเลยสุมหัว...
“ไม่มีเอกสาร....มีแต่ข้อเสนอบางอย่าง…” เสียงที่ตอบกลับมา ทำเอาเจ้าของห้องทำงานถึงกับชะงัก
….เสียง....เสียงนี้มัน....
“ฉันมาตามหาว่าที่สามี…ไม่รู้ว่านายสนใจรึเปล่า” จินเงยหน้ามองคนพูดแทบจะในทันที แล้วได้แต่ครางชื่อของร่างเล็กบอบบางตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง
“...คา…เมะ...” นี่เขาฝันรึเปล่า...ทำไมคาเมะถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ...ทำไม...
“ฉันถามว่านายสนใจจะมาเป็นสามีฉันมั้ย…ฉันทำกับข้าวห่วยแตกมากๆ แถมยังชอบผู้หญิงนมโตอีก…แต่ว่า…ฉันกำลังพยายามเรียนรู้การเป็นภรรยาที่ดีอยู่…”
ไม่มีเสียงตอบจากจิน ยกเว้นเสียแต่การลุกจากที่นั่งของตัวเองวิ่งเข้ามากอดคนที่กำลังประกาศข้อเสียตัวเองออกมาอย่างโจ่งแจ้งเท่านั้น จินกอดคาเมะแน่น กอดอย่างที่อยากกอด กอดอย่างที่คิดว่าจะทำให้หายคิดถึงได้…
“กอดแน่นจัง” คาเมะร้องประท้วงเบาๆ
“ฉันคิดถึงเธอ…” ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างสบายใจ ขณะที่รับเอากลิ่นหอมจากเส้นผมนิ่ม คาเมะตัวอุ่นๆ ตัวเล็กๆ...ใช่แน่ๆ....นี่แหล่ะคาเมะตัวจริง....ไม่ใช่เย็นเฉือดเหมือนในฝัน....
...คาเมะตัวจริง....กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขา...
“คิดถึงอย่างเดียว…ไม่ได้รักเหรอ” ร่างบางผละออกจากอ้อมกอดแข็งแรง แล้วเงยหน้าถาม ทำหน้าซื่อตาแป๋ว ให้คนที่เริ่มยิ้มออก
....จินไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้...ยิ้มอย่างมีความสุขอย่างนี้...
“รักสิ…รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว…รักมากๆ” คาเมะอมยิ้มจนแก้มตุ่ย เขินกับคำบอกรักทื่อๆที่ไม่เคยได้ยิน
...ทำไมก็ไม่รู้ …‘รัก’... ถึงจะเป็นคำที่คาเมะพูดบ่อยมากที่สุด (ในกรณีกับสาวๆคัพดีขึ้นไป) แต่กลับเป็นคำที่พอฟังจากผู้ชายที่กำลังกอดเขาอยู่ กลับมีความสุขที่สุด...
จินที่กำลังอยู่ในอารมณ์แห่งความดีใจ เริ่มนึกถึงความจริงบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้มลงมองคนที่รัก แล้วเอ่ยปากถามเสียงแผ่วด้วยความกังวล
“คาเมะ…แต่เธอ…เธอชอบผู้หญิง…” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเป็นมั่นเป็นเหมาะ ประมาณว่า...’ ถูกแล้ว~! ฉันชอบผู้หญิง ’…
“ช่ายยยย~~…ชอบผู้หญิง…เพราะงั้น…”
“....จิน...แปลงเพศนะ...” ขอกันง่ายๆ ซื่อๆ แต่คนถูกขอถึงกับเหวอไปหลายวินาที คาเมะหัวเราะลั่นกับหน้าตาเหรอหราของร่างสูง
“ล้อเล่นหน่า…ฉันยังชอบผู้หญิงอยู่…โดยเฉพาะผู้หญิงหน้าอกโตๆแล้วโนบรางี้ชอบเป็นพิเศษ…แต่ว่า...” ร่างบางเอียงคอมองด้วยสายตาหวานช่ำ แต่ไม่หวานเยิ้มแบบที่ใช้มองสาวๆ
...แต่...สายตาอย่างนี้ล่ะ ที่จินคิดว่ามันน่ารักที่สุด...
“...ฉันรักจิน…” จินบอกรักได้ คาเมะก็พูดเป็นเหมือนกันล่ะ… ^____^
“เธอ…รักฉัน?” ชายหนุ่มทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
“อื้อ…” ร่างบางพยักหน้ารับ
“ทั้งๆที่....ฉันเป็นผู้ชาย?”
“ก็…อื้อ…” มาถึงตรงนี้คาเมะชักคิดหนัก…เอ่อ...ถ้ารักกับผู้ชาย....ก็จะไม่มีนมใหญ่ๆให้คาเมะขย้ำเล่นทุกคืนแบบที่เคยหวัง....อ่า...คาเมะ....เอาจริงเหรอ....’นม’ เชียวนะเฟ้ย...’นม’~!!...
“แล้วฉันก็...เอ่อ....ก็....ม....ไม่มีวันแปลงเพศ?”
“เอ่อ…ก็…ก็…อื้อ” เริ่มหวั่นไหวแล้ว ...อ่า....เอ...หรือว่าจะเอาไงดี....กับผู้ชายมันก็ไม่อยากแต่งด้วยหรอก....แต่จะให้ไปแต่งกับคนอื่น...คาเมะก็ชักนึกไม่ออก ว่าจะแต่งกับใครดี...
....ชิรากิจัง มาโกโตะจัง หรือจะเป็นไอจัง....ที่พูดๆมาเนี่ย เป็นสาวสามอันดับต้นๆในใจเชียวนะ แต่ทำไม คาเมะถึงรู้สึกตะหงิดๆ....
....เหมือน....เหมือนมันไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้....ถ้าคนที่ ‘ใช่’...เอ่อ...ก็....ไอ้คนที่ยืนกอดเขาอยู่นี่แหล่ะ....แต่....แหม....ติดอยู่สองข้อ คือข้อแรกเป็นผู้ชายตัวโตมาก กับข้อสองคือไม่มีหน้าอกเนี่ยล่ะ ....
...แต่...อ่า...
...เอาวะ!!! มีข้อแม้สักข้อสองข้อก็ช่าง!...คนเรามันก็ต้องมีข้อเสียกันมั่งสิ... มันจะมีสักกี่คนเชียว ที่เกิดมาหล่อเพอร์เฟ็คอย่างเขาน่ะ!!!!.... =.=
“แล้วฉัน.....” จินกำลังจะถามต่อ แต่คาเมะรีบชิงพูดขึ้นมาซะก่อน หลังจาก ‘ตัด’ ใจได้...
“ถ้าจินยังถามอีก…ฉันจะไม่ยอมแต่งกับจินแล้วนะ!!!” ขู่ซะเลย ร่างสูงเลยต้องเงียบไปตามระเบียบ เด็กหนุ่มมองท่าทางไม่มั่นใจและเป็นกังวลของว่าที่สามีคนใหม่ แล้วยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกดีๆที่ล้นปรี่ ก่อนจะยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มขาวหนึ่งฟอด
“ยอมเป็นสามีฉันอีกรอบนะ?” ไงล่า….ทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างดี ด้วยการขอแต่งงานกับสามีซะเลย!!!…รู้ถึงบ้านไหน ก็อายถึงนั่น!!! คาเมะ!!!!…
ชายหนุ่มดึงร่างคนรักเข้าไปกอดแน่นๆอีกครั้ง แล้วพร่ำบอกข้างหู
“ขอบคุณมากคาเมะ…ขอบคุณจริงๆที่รักฉัน…ขอบคุณ” จินไม่รู้ว่าความดีใจมากมายก่ายกองมันพอกพูนมาจากไหน ทั้งๆที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่คาเมะจะมา เขายังรู้สึกว่าชีวิตมันหงอยเหงา และน่าเบื่อที่สุด
แต่แค่ได้เจอคาเมะ ได้พูด ได้คุย ได้กอดร่างเล็กๆนี้ไว้ มันก็ทำให้หัวใจเขาพองโตจนแทบระเบิด
…ถึงจะต้องระอาใจ ต้องเหนื่อยใจอีกวันละกี่ร้อยรอบ…จินก็ยอม…เขารู้แล้ว อย่างน้อยมีคาเมะอยู่ข้างๆ ถึงจะเสียพลังงานในการควบคุมเจ้าตัวดีให้อยู่กับร่องกับรอยไปบ้าง แต่มันก็ทำให้เขาสุขใจได้ไม่น้อยล่ะ…
“เออ....จิน....ฉัน....” คนในอ้อมกอดพูดเสียงอู้อี้ ทำให้อีกฝ่ายต้องคลายออกมาก้มลงมอง ร่างบางมีท่าทีเขินๆ ปนประหม่านิดๆ
“อ่า...คือ...ฉัน...เอ่อ...จิน....จินจะได้เจอนากาตะซังอีกรึเปล่า...” …นากาตะ อันริซัง ที่เขาเลยขอให้ช่วยสร้างสถานการณ์ตอนนั้นน่ะเหรอ...
“ทำไมเหรอ...” ชายหนุ่มถามต่อ แต่ไอ้เจ้าตัวดีก็ดันทำหน้าเอียงอาย แล้วพูดเสียงอ้อมแอ้ม
“ฝากขอลายเซ็นหน่อยสิ...”
“ห๊ะ~!!!” จินถึงกับร้อง ...ก็....ก็....ก็ไหนคาเมะรักเขาแล้วไม่ใช่เหรอ....แล้ว...แล้วจะเอาลายเซ็นอันริซังไปอีกทำไมล่ะ...
“ตอนจะไปสวนสนุก จินบอกเองนะว่าจะขอให้...” เห็นหน้าตาจินยังอึ้ง คาเมะเลยไซโคต่อ
“ไม่รู้ล่ะ....ถ้าฉันไม่ได้ลายเซ็นนากาตะซัง ฉันก็ไม่แต่ง....” ว่าแล้วไอ้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็ลอยหน้าลอยตาบอกแบบไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น
ส่วนจินน่ะเหรอ....ก็อ้าปากค้างไปแล้วน่ะสิ....
...นี่งานแต่งของเขาขึ้นอยู่กับลายเซ็นอันริซังอย่างนั้นเหรอเนี่ย~!!!!...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
และเพราะงานแต่งงานที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก ยังไม่ได้ถูกผู้ใหญ่ยกเลิกไป เพราะโยชิโร่เอาเรื่องความรู้สึกของคาเมะไปเล่าให้บิดามารดาฟังตั้งแต่วันที่เขาได้พูดคุยกับน้องชาย ดังนั้น งานแต่งงานทั้งหมดจึงเป็นไปตามกำหนดการเดิม
…รวมทั้งประเด็นสำคัญ.... ลายเซ็นของนากาตะ อันริซังมาถึงมือของคาเมะในเวลาอันรวดเร็ว เจ้าตัวดีไม่ได้ให้ความสนใจใดๆกับงานแต่งเลยแม้แต่น้อย ใครจะทำการ์ดก็ทำกันไป ใครจะหาสถานที่ก็จัดการกันไป....
...ส่วนคาเมะน่ะเหรอ...
...ถ้าพามันเข้าร้านตัดชุด...มันก็จะฟาดเบอร์พนักงานสาวๆในร้านไปสักสามสี่คน ถือเป็นที่ระลึก... =.=
...ถ้าพามันมาดูสถานที่จัดงาน...มันก็จะหม้อพนักงานต้อนรับแทบหมดแผนก... =.=
...ถ้าพามันไปดูรายการอาหารที่จะใช้ในวันงาน....มันก็จะไปเบียดกระแซะกับแม่ครัว... =.=
...จนสุดท้าย จินก็ไม่พาคาเมะไปไหนอีก...นัยว่า ไปคนเดียวคงจะสบาย ‘ใจ’ กว่า...เฮ้อ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
งานแต่งงานถูกจัดในโรงแรมใหญ่โตกลางใจเมือง สมฐานะทั้งฝั่งคาเมนาชิ และอาคานิชิ
...แต่...พอเริ่มงานไปได้หน่อย ตระกูลของฝ่าย...’เจ้าสาว’...ก็แทบอยากจะเอาถุงกระดาษขึ้นมาคลุมหัว เมื่อสาวๆจากไหนไม่รู้เฮโลกันมาพร้อมกับเสื้อผ้าน้อยชิ้นชนิดช่วยกันประหยัดทรัพยากรกันสุดฤทธิ์
...คาเมะรู้จักกับสาวๆทุกคน เพราะล้วนเป็นคนที่เคยนัดเดทกันมาก่อน แต่ละคนที่มาก็แบบถูกใจเจ้าของงาน (คาเมะคนเดียว) กันทั้งนั้น ทั้งงัดหน้าอกมโหฬารออกมาโชว์เป็นบุญตา ทั้งใส่กระโปรงสั้นจู๋ เวลาจะนั่งจะลุกทีงี้ คาเมะล่ะใจสั่นวาบๆ...
และเพราะห้อมล้อมไปด้วยผู้หญิงถูกสเป็ค คาเมะเลยขอสถาปนา ‘วันแต่งงาน’ วันนี้ ให้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบสิบปี~!!!!...
...ก็แหม...หันซ้ายก็นม หันขวาก็นม...อ้า~!!!!!!!!!!! ของโปรดทั้งน้านนนนนนนนนน~!!!!....
....แน่นอน...งานนี้คงไม่มีใครสุขเกินคาเมะอีกแล้ว...ถ้าถือว่าเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในโลกก็คงไม่ผิดนัก...
...ส่วนเจ้าบ่าวที่ทุกข์ที่สุด...ก็คงไม่มีใครเกิน...
...ผู้ชายคนที่กำลังเดินไปลาก... ว่าที่ภรรยาของตัวเองซึ่งกำลังให้สาวๆนั่งตักอยู่ตรงมุมเครื่องดื่มนั่นล่ะ....เฮ้อ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ผ่านพ้นงานแต่งมาอย่างน่าปวดหัว ก็มาถึงช่วงเวลาที่จินรอคอยอย่างหมายมาดนับตั้งแต่ที่เห็น ‘แขก’ ของคาเมะแล้ว
…คอยดู…ช่วงที่อยู่กันสองคนในห้องหอ...เขาจะทำให้คาเมะเลิกชอบผู้หญิงให้ได้!....
ผู้ใหญ่ที่เข้ามาอวยพรเดินออกจากห้องไปแล้ว เหลือเพียงสามีภรรยาตามนิตินัยที่ถูกปล่อยเอาไว้ตามลำพัง...
“คาเมะ…” จินเดินเข้ามากอดร่างเล็กไว้…ถึงจะรู้ว่าคาเมะยังไม่ยี่สิบก็เถอะ แต่ว่า…เจ้าตัวดีก็โตพอแล้วนี่นะ… เผลอๆอาจรู้มากกว่าเขาอีกล่ะมั้ง...
“คาซึยะสิ…นายเรียกหาพ่อฉันเหรอ”…--__--“…เยี่ยมมาก อาคานิชิ คาซึยะ…ลบความโรแมนติก
ออกจากใจสามีได้สิ้นคราบ!!!…
“เอ่อ…คาซึยะ…คืนนี้…” อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะกำราบคนรักให้อยู่หมัด แต่ทำไมจินรู้สึกเขินๆยังไงไม่รู้...
“คืนนี้ได้…ฉันไม่มีเมนส์…”…เอาอีก…ความตั้งใจของสามีติดลบหมดแล้ว!!!…
“คาซึยะ!!”…จินถึงกับต้องดุ ไม่งั้นก็คงพูดจาพร่ำเพรื่อมากกว่านี้นั่นล่ะ…
“อะไรเล่า…อยากทำก็ทำสิ…ฉันเป็นเมียนายนะ” คาเมะแค่หมั่นไส้คุณสามี ที่มาทำทีท่าว่าจะขอเขาก่อน…โธ่เอ้ย!!! เรื่องอย่างงี้มันเป็นธรรมชาติ มัวแต่มาขอก็หมดมู้ดอ่ะดิ๊!!!!…
….ไม่ได้รู้เล้ยยยย~!!...ใครกันแน่ที่ทำหมดมู้ดเนี่ย.... =.=
หลังจากนั้น ทุกๆอย่างก็ค่อยๆเริ่มขึ้น จินก้มลงจูบแผ่วเบาบนหน้าผากมน ไล่เรื่อยมายังพวงแก้ม ปลายจมูกและจบลงที่ริมฝีปากบางนุ่ม สองมือร้อนเค้นคลึงแผ่นหลังเล็ก ก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อเชิ้ตของว่าที่ภรรยาทางพฤตินัยออก
สองร่างล้มลงนอนบนเตียงกว้าง ขณะที่ริมฝีปากยังคลอเคลียกันไม่ห่าง ถ่ายทอดความต้องการให้แก่กัน เพียงไม่นานก็เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่โอบประคองกันไว้
“จิน…” ร่างสูงที่เริ่มจูบไซร้ซอกคอขาวเนียนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกชื่อเขา
“นาย…จะไม่ให้ฉัน…’รุก’…จริงๆเหรอ”
…คาเม๊~~!!!!...ถามอะไรของม๊านนนนน…TOT…
“คาซึยะ…ฉันเป็นสามี” ชายหนุ่มผู้คล้ายจะถูกขอว่า ‘นายเป็นเมียเถอะ’ เอ่ยปากเสียงเข้ม
...เรื่องเดียวที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้คาเมะก็เรื่องนี้เนี่ยล่ะ!!!!...
“แต่ฉันก็อยากเป็นสามีนี่นา…นายรู้อะไรรึเปล่า…ฉันน่ะใฝ่ฝันจะเป็นคนคร่อมมากกว่าคนถูกคร่อมนะ”…ศึกชิงความเป็นสามีกำลังเริ่มขึ้น ในสภาพเปลือยกายกันทั้งคู่ และฝ่ายเรียกร้องขอเป็นสามีกำลังถูกคร่อม!!
...ไม่เจียมบอดี้เล้ย~!!!....
“แต่ตอนนั้น…เธอบอกเองว่าตามหาว่าที่สามี…ไม่ได้ตามหาว่าที่ภรรยานี่” ร่างสูงย้อน ทำเอาคาเมะถึงกับหน้าเบ้
“แต่ฉัน…” ร่างบางพยายามหาข้ออ้าง แต่ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้
“ไม่มีวัน…คาซึยะ…คนเป็นภรรยาก็ต้องเป็นภรรยาต่อไป…” แล้วหลังจากนั้น ก็ลำบากจินต้องมาเริ่มปลุกอารมณ์ใหม่ เพราะคำพูดว่าที่ภรรยาเมื่อกี้ พาเอาอารมณ์ที่เริ่มโหมกระพือถึงกับมอดลงอย่างกับเอาน้ำราดลงบนกองไฟ…
ชายหนุ่มก้มลงจูบบดเบียดริมฝีปากกับกลีบปากนุ่ม ขณะที่มือร้อนลูบไล้หนักหน่วงที่ช่วงสะโพกมน เรียกเสียงครางแผ่วหวานจากคนเบื้องล่าง ยิ่งลงน้ำหนักกับมือที่กำลังกอบกำแก่นกายเล็ก คาเมะก็ยิ่งสั่น
…ถูกแตะนิดแตะหน่อยก็สะท้านขนาดนี้ แล้วยังจะมีหน้ามาขอเป็นฝ่ายรุกอีก~!!...น่าตีนักเชียว คาเมะ!!!...
“อ่า....อ๊ะ....จ....จิน” มือร้อนๆลูบไล้ผ่านเลยไปยังร่องสะโพกด้านหลัง ให้ร่างบอบบางสะดุ้งวาบ จิกมือลงกับไหล่หนา
“ไม่เป็นไร ที่รัก...” จินกระซิบบอกปลอบประโลม ขณะแตะนิ้วเพียงเบาๆลงบนปากร่องร้อนที่เริ่มหดเกร็ง
“อ๊ะ!....” คาเมะหลับตา สั่นเกร็งไปทั้งร่างด้วยความไม่คุ้นเคย แต่สัมผัสจูบอ่อนโยนบนแก้มทั้งสองข้างเป็นการปลอบที่แสนอ่อนหวาน ให้เด็กหนุ่มค่อยๆผ่อนคลาย
“รักเธอนะคาซึยะ...” พร้อมๆกับประโยคบอกรัก นิ้วยาวก็ค่อยๆแทรกสอดเข้ามาภายในร่าง มันขยับหมุนวนจนเสียววาบ ปากร่องเริ่มตอดรัดตามธรรมชาติ
“อื้อ~...จ....จิน...” เมื่อนิ้วแรกเข้ามาได้ นิ้วที่สองและสามก็ตามเข้ามาสร้างความอึดอัดคับแน่นมากยิ่งขึ้น คาเมะอ้าขาออกจากกันเพื่อให้ช่องทางขยายกว้างรองรับทั้งสามนิ้วได้ ชายหนุ่มขยับมือค่อยๆสอดลึกแล้วดึงออก จนเริ่มชุ่มน้ำ มืออีกข้างบีบกำแก่นกายเล็กด้านหน้าที่เริ่มแข็งตึง ริมฝีปากหนาดูดเม้มยอดอก จนแผ่นอกบางแอ่นโค้งรับสัมผัสวาบหวาม
“อ๊า....อ๊ะ...” เมื่อร่างกายของคนรักดูเหมือนจะพร้อมแล้วสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น จินจึงถอดถอนนิ้วทั้งสามออกจากร่องแคบร้อนรุ่ม
“...จ....จิน…” ท่ามกลางเสียงหอบครางของคนสองคน อยู่ดีๆ คาเมะก็เรียกชื่อคนที่กำลังจะแทรกแก่นกายเข้าสู่โพรงอุ่นชุ่ม
“ครับ…” ร่างสูงมอบจูบหวานดูดดื่มให้กับว่าที่ภรรยา ที่จะกลายเป็นภรรยาอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วินาทีนี้ สายตาที่ทอดมองใบหน้าสวยแดงก่ำนั้นเต็มไปด้วยความรักเอ่อล้น
“…จิน.....เอ่อ....นาย…จะ....ไม่ให้ฉัน…’รุก’…จริงๆเหรอ” เจ้าตัวดีช้อนสายตาถามอ้อนๆ
...ทั้งๆที่ยังนอนอ้าขาเตรียมตัวเป็นฝ่ายรับอย่างสมบูรณ์แบบอยู่ใต้ร่างจินเนี่ยล่ะ!!!....
“คาซึยะ!!!…ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่องล่ะก็!!…ถึงพระอาทิตย์จะขึ้น ฉันก็จะไม่ให้เธอนอน!!!…” จินตวาดเสียงลั่น แล้วจับร่างเล็กขึงผืดกับเตียงยืนยันคำขู่ของตัวเอง จนคาเมะต้องเงียบไปเองโดยปริยาย แล้วยอมทำตัวเป็น…’ฝ่ายรับ’… แต่โดยดี
…ชายหนุ่มถึงกับส่ายหัวด้วยความระอาใจ…อารมณ์กำลังลุกหือ เจ้าตัวดีก็พาเอาซะหมดความตั้งใจ…นี่กะจะให้…’ว่าที่สามี’…ระอาจนวินาทีสุดท้ายเลยใช่มั้ยเนี่ย…
…เออ ก็ได้!!!….‘ว่าที่สามี…ขอระอา’…--_--“….ระอาจนแทบบ้าแล้วเนี่ย!!!…
FIN
JIN X KAME
By : Dezair
PART 11
ยูอิจิพาคาเมะมายังบริษัทอาคานิชิ ชายหนุ่มใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อนซี้ย่ำปึ้กของจิน พาคาเมะผ่านขึ้นมายังชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงจนได้
“นู่น…ห้องทำงานมัน…” เขาโบ้ยไปทางประตูไม้บานใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า
“ขอบใจมากนะยู” คาเมะหันมายิ้มกว้างให้ยูอิจิ ร่างสูงเลยโยกศีรษะอีกฝ่ายเล่นอย่างเอ็นดู
“ฉันทำเพื่อตัวฉันเองเฟ้ย…แกตกร่องปล่องชิ้นกับไอ้จิน จะได้ไม่มายุ่มย่ามยามะพีสุดที่รักของฉันอีกไง”
“หูย…นึกว่าจะเป็นคนดี” คาเมะซู้ดปากอย่างล้อเลียน หน้าตาแช่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนยูอิจิก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“ไปได้แล้ว…ไอ้จินมันจะได้หายบ้าซะที…” ยูอิจิดันหลังคนที่เขารักและเอ็นดูเหมือนน้องแท้ๆไปยังประตูบานใหญ่ คาเมะยิ้ม สูดหายใจเรียกความกล้า ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“ทาคาฮาระซัง มีเอกสารอะไรอีกรึเปล่า” จินที่นั่งก้มหน้าตรวจเอกสารเอ่ยปากถาม เมื่อรู้สึกถึงคนที่เดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มนึกว่าเป็นเลขานุการคนสนิท จึงเอ่ยปากถามทั้งๆที่ไม่เงยหน้ามอง
…เพราะมัวแต่เอาเวลาไปดูรูปคาเมะ พร่ำเพ้อถึงแต่คาเมะนั่นล่ะ....งานการเลยสุมหัว...
“ไม่มีเอกสาร....มีแต่ข้อเสนอบางอย่าง…” เสียงที่ตอบกลับมา ทำเอาเจ้าของห้องทำงานถึงกับชะงัก
….เสียง....เสียงนี้มัน....
“ฉันมาตามหาว่าที่สามี…ไม่รู้ว่านายสนใจรึเปล่า” จินเงยหน้ามองคนพูดแทบจะในทันที แล้วได้แต่ครางชื่อของร่างเล็กบอบบางตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง
“...คา…เมะ...” นี่เขาฝันรึเปล่า...ทำไมคาเมะถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ...ทำไม...
“ฉันถามว่านายสนใจจะมาเป็นสามีฉันมั้ย…ฉันทำกับข้าวห่วยแตกมากๆ แถมยังชอบผู้หญิงนมโตอีก…แต่ว่า…ฉันกำลังพยายามเรียนรู้การเป็นภรรยาที่ดีอยู่…”
ไม่มีเสียงตอบจากจิน ยกเว้นเสียแต่การลุกจากที่นั่งของตัวเองวิ่งเข้ามากอดคนที่กำลังประกาศข้อเสียตัวเองออกมาอย่างโจ่งแจ้งเท่านั้น จินกอดคาเมะแน่น กอดอย่างที่อยากกอด กอดอย่างที่คิดว่าจะทำให้หายคิดถึงได้…
“กอดแน่นจัง” คาเมะร้องประท้วงเบาๆ
“ฉันคิดถึงเธอ…” ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างสบายใจ ขณะที่รับเอากลิ่นหอมจากเส้นผมนิ่ม คาเมะตัวอุ่นๆ ตัวเล็กๆ...ใช่แน่ๆ....นี่แหล่ะคาเมะตัวจริง....ไม่ใช่เย็นเฉือดเหมือนในฝัน....
...คาเมะตัวจริง....กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขา...
“คิดถึงอย่างเดียว…ไม่ได้รักเหรอ” ร่างบางผละออกจากอ้อมกอดแข็งแรง แล้วเงยหน้าถาม ทำหน้าซื่อตาแป๋ว ให้คนที่เริ่มยิ้มออก
....จินไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่เขาไม่ได้ยิ้มแบบนี้...ยิ้มอย่างมีความสุขอย่างนี้...
“รักสิ…รักมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว…รักมากๆ” คาเมะอมยิ้มจนแก้มตุ่ย เขินกับคำบอกรักทื่อๆที่ไม่เคยได้ยิน
...ทำไมก็ไม่รู้ …‘รัก’... ถึงจะเป็นคำที่คาเมะพูดบ่อยมากที่สุด (ในกรณีกับสาวๆคัพดีขึ้นไป) แต่กลับเป็นคำที่พอฟังจากผู้ชายที่กำลังกอดเขาอยู่ กลับมีความสุขที่สุด...
จินที่กำลังอยู่ในอารมณ์แห่งความดีใจ เริ่มนึกถึงความจริงบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้มลงมองคนที่รัก แล้วเอ่ยปากถามเสียงแผ่วด้วยความกังวล
“คาเมะ…แต่เธอ…เธอชอบผู้หญิง…” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับเป็นมั่นเป็นเหมาะ ประมาณว่า...’ ถูกแล้ว~! ฉันชอบผู้หญิง ’…
“ช่ายยยย~~…ชอบผู้หญิง…เพราะงั้น…”
“....จิน...แปลงเพศนะ...” ขอกันง่ายๆ ซื่อๆ แต่คนถูกขอถึงกับเหวอไปหลายวินาที คาเมะหัวเราะลั่นกับหน้าตาเหรอหราของร่างสูง
“ล้อเล่นหน่า…ฉันยังชอบผู้หญิงอยู่…โดยเฉพาะผู้หญิงหน้าอกโตๆแล้วโนบรางี้ชอบเป็นพิเศษ…แต่ว่า...” ร่างบางเอียงคอมองด้วยสายตาหวานช่ำ แต่ไม่หวานเยิ้มแบบที่ใช้มองสาวๆ
...แต่...สายตาอย่างนี้ล่ะ ที่จินคิดว่ามันน่ารักที่สุด...
“...ฉันรักจิน…” จินบอกรักได้ คาเมะก็พูดเป็นเหมือนกันล่ะ… ^____^
“เธอ…รักฉัน?” ชายหนุ่มทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
“อื้อ…” ร่างบางพยักหน้ารับ
“ทั้งๆที่....ฉันเป็นผู้ชาย?”
“ก็…อื้อ…” มาถึงตรงนี้คาเมะชักคิดหนัก…เอ่อ...ถ้ารักกับผู้ชาย....ก็จะไม่มีนมใหญ่ๆให้คาเมะขย้ำเล่นทุกคืนแบบที่เคยหวัง....อ่า...คาเมะ....เอาจริงเหรอ....’นม’ เชียวนะเฟ้ย...’นม’~!!...
“แล้วฉันก็...เอ่อ....ก็....ม....ไม่มีวันแปลงเพศ?”
“เอ่อ…ก็…ก็…อื้อ” เริ่มหวั่นไหวแล้ว ...อ่า....เอ...หรือว่าจะเอาไงดี....กับผู้ชายมันก็ไม่อยากแต่งด้วยหรอก....แต่จะให้ไปแต่งกับคนอื่น...คาเมะก็ชักนึกไม่ออก ว่าจะแต่งกับใครดี...
....ชิรากิจัง มาโกโตะจัง หรือจะเป็นไอจัง....ที่พูดๆมาเนี่ย เป็นสาวสามอันดับต้นๆในใจเชียวนะ แต่ทำไม คาเมะถึงรู้สึกตะหงิดๆ....
....เหมือน....เหมือนมันไม่ใช่ยังไงก็ไม่รู้....ถ้าคนที่ ‘ใช่’...เอ่อ...ก็....ไอ้คนที่ยืนกอดเขาอยู่นี่แหล่ะ....แต่....แหม....ติดอยู่สองข้อ คือข้อแรกเป็นผู้ชายตัวโตมาก กับข้อสองคือไม่มีหน้าอกเนี่ยล่ะ ....
...แต่...อ่า...
...เอาวะ!!! มีข้อแม้สักข้อสองข้อก็ช่าง!...คนเรามันก็ต้องมีข้อเสียกันมั่งสิ... มันจะมีสักกี่คนเชียว ที่เกิดมาหล่อเพอร์เฟ็คอย่างเขาน่ะ!!!!.... =.=
“แล้วฉัน.....” จินกำลังจะถามต่อ แต่คาเมะรีบชิงพูดขึ้นมาซะก่อน หลังจาก ‘ตัด’ ใจได้...
“ถ้าจินยังถามอีก…ฉันจะไม่ยอมแต่งกับจินแล้วนะ!!!” ขู่ซะเลย ร่างสูงเลยต้องเงียบไปตามระเบียบ เด็กหนุ่มมองท่าทางไม่มั่นใจและเป็นกังวลของว่าที่สามีคนใหม่ แล้วยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกดีๆที่ล้นปรี่ ก่อนจะยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มขาวหนึ่งฟอด
“ยอมเป็นสามีฉันอีกรอบนะ?” ไงล่า….ทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างดี ด้วยการขอแต่งงานกับสามีซะเลย!!!…รู้ถึงบ้านไหน ก็อายถึงนั่น!!! คาเมะ!!!!…
ชายหนุ่มดึงร่างคนรักเข้าไปกอดแน่นๆอีกครั้ง แล้วพร่ำบอกข้างหู
“ขอบคุณมากคาเมะ…ขอบคุณจริงๆที่รักฉัน…ขอบคุณ” จินไม่รู้ว่าความดีใจมากมายก่ายกองมันพอกพูนมาจากไหน ทั้งๆที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่คาเมะจะมา เขายังรู้สึกว่าชีวิตมันหงอยเหงา และน่าเบื่อที่สุด
แต่แค่ได้เจอคาเมะ ได้พูด ได้คุย ได้กอดร่างเล็กๆนี้ไว้ มันก็ทำให้หัวใจเขาพองโตจนแทบระเบิด
…ถึงจะต้องระอาใจ ต้องเหนื่อยใจอีกวันละกี่ร้อยรอบ…จินก็ยอม…เขารู้แล้ว อย่างน้อยมีคาเมะอยู่ข้างๆ ถึงจะเสียพลังงานในการควบคุมเจ้าตัวดีให้อยู่กับร่องกับรอยไปบ้าง แต่มันก็ทำให้เขาสุขใจได้ไม่น้อยล่ะ…
“เออ....จิน....ฉัน....” คนในอ้อมกอดพูดเสียงอู้อี้ ทำให้อีกฝ่ายต้องคลายออกมาก้มลงมอง ร่างบางมีท่าทีเขินๆ ปนประหม่านิดๆ
“อ่า...คือ...ฉัน...เอ่อ...จิน....จินจะได้เจอนากาตะซังอีกรึเปล่า...” …นากาตะ อันริซัง ที่เขาเลยขอให้ช่วยสร้างสถานการณ์ตอนนั้นน่ะเหรอ...
“ทำไมเหรอ...” ชายหนุ่มถามต่อ แต่ไอ้เจ้าตัวดีก็ดันทำหน้าเอียงอาย แล้วพูดเสียงอ้อมแอ้ม
“ฝากขอลายเซ็นหน่อยสิ...”
“ห๊ะ~!!!” จินถึงกับร้อง ...ก็....ก็....ก็ไหนคาเมะรักเขาแล้วไม่ใช่เหรอ....แล้ว...แล้วจะเอาลายเซ็นอันริซังไปอีกทำไมล่ะ...
“ตอนจะไปสวนสนุก จินบอกเองนะว่าจะขอให้...” เห็นหน้าตาจินยังอึ้ง คาเมะเลยไซโคต่อ
“ไม่รู้ล่ะ....ถ้าฉันไม่ได้ลายเซ็นนากาตะซัง ฉันก็ไม่แต่ง....” ว่าแล้วไอ้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็ลอยหน้าลอยตาบอกแบบไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น
ส่วนจินน่ะเหรอ....ก็อ้าปากค้างไปแล้วน่ะสิ....
...นี่งานแต่งของเขาขึ้นอยู่กับลายเซ็นอันริซังอย่างนั้นเหรอเนี่ย~!!!!...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
และเพราะงานแต่งงานที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก ยังไม่ได้ถูกผู้ใหญ่ยกเลิกไป เพราะโยชิโร่เอาเรื่องความรู้สึกของคาเมะไปเล่าให้บิดามารดาฟังตั้งแต่วันที่เขาได้พูดคุยกับน้องชาย ดังนั้น งานแต่งงานทั้งหมดจึงเป็นไปตามกำหนดการเดิม
…รวมทั้งประเด็นสำคัญ.... ลายเซ็นของนากาตะ อันริซังมาถึงมือของคาเมะในเวลาอันรวดเร็ว เจ้าตัวดีไม่ได้ให้ความสนใจใดๆกับงานแต่งเลยแม้แต่น้อย ใครจะทำการ์ดก็ทำกันไป ใครจะหาสถานที่ก็จัดการกันไป....
...ส่วนคาเมะน่ะเหรอ...
...ถ้าพามันเข้าร้านตัดชุด...มันก็จะฟาดเบอร์พนักงานสาวๆในร้านไปสักสามสี่คน ถือเป็นที่ระลึก... =.=
...ถ้าพามันมาดูสถานที่จัดงาน...มันก็จะหม้อพนักงานต้อนรับแทบหมดแผนก... =.=
...ถ้าพามันไปดูรายการอาหารที่จะใช้ในวันงาน....มันก็จะไปเบียดกระแซะกับแม่ครัว... =.=
...จนสุดท้าย จินก็ไม่พาคาเมะไปไหนอีก...นัยว่า ไปคนเดียวคงจะสบาย ‘ใจ’ กว่า...เฮ้อ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
งานแต่งงานถูกจัดในโรงแรมใหญ่โตกลางใจเมือง สมฐานะทั้งฝั่งคาเมนาชิ และอาคานิชิ
...แต่...พอเริ่มงานไปได้หน่อย ตระกูลของฝ่าย...’เจ้าสาว’...ก็แทบอยากจะเอาถุงกระดาษขึ้นมาคลุมหัว เมื่อสาวๆจากไหนไม่รู้เฮโลกันมาพร้อมกับเสื้อผ้าน้อยชิ้นชนิดช่วยกันประหยัดทรัพยากรกันสุดฤทธิ์
...คาเมะรู้จักกับสาวๆทุกคน เพราะล้วนเป็นคนที่เคยนัดเดทกันมาก่อน แต่ละคนที่มาก็แบบถูกใจเจ้าของงาน (คาเมะคนเดียว) กันทั้งนั้น ทั้งงัดหน้าอกมโหฬารออกมาโชว์เป็นบุญตา ทั้งใส่กระโปรงสั้นจู๋ เวลาจะนั่งจะลุกทีงี้ คาเมะล่ะใจสั่นวาบๆ...
และเพราะห้อมล้อมไปด้วยผู้หญิงถูกสเป็ค คาเมะเลยขอสถาปนา ‘วันแต่งงาน’ วันนี้ ให้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบสิบปี~!!!!...
...ก็แหม...หันซ้ายก็นม หันขวาก็นม...อ้า~!!!!!!!!!!! ของโปรดทั้งน้านนนนนนนนนน~!!!!....
....แน่นอน...งานนี้คงไม่มีใครสุขเกินคาเมะอีกแล้ว...ถ้าถือว่าเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในโลกก็คงไม่ผิดนัก...
...ส่วนเจ้าบ่าวที่ทุกข์ที่สุด...ก็คงไม่มีใครเกิน...
...ผู้ชายคนที่กำลังเดินไปลาก... ว่าที่ภรรยาของตัวเองซึ่งกำลังให้สาวๆนั่งตักอยู่ตรงมุมเครื่องดื่มนั่นล่ะ....เฮ้อ....
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ผ่านพ้นงานแต่งมาอย่างน่าปวดหัว ก็มาถึงช่วงเวลาที่จินรอคอยอย่างหมายมาดนับตั้งแต่ที่เห็น ‘แขก’ ของคาเมะแล้ว
…คอยดู…ช่วงที่อยู่กันสองคนในห้องหอ...เขาจะทำให้คาเมะเลิกชอบผู้หญิงให้ได้!....
ผู้ใหญ่ที่เข้ามาอวยพรเดินออกจากห้องไปแล้ว เหลือเพียงสามีภรรยาตามนิตินัยที่ถูกปล่อยเอาไว้ตามลำพัง...
“คาเมะ…” จินเดินเข้ามากอดร่างเล็กไว้…ถึงจะรู้ว่าคาเมะยังไม่ยี่สิบก็เถอะ แต่ว่า…เจ้าตัวดีก็โตพอแล้วนี่นะ… เผลอๆอาจรู้มากกว่าเขาอีกล่ะมั้ง...
“คาซึยะสิ…นายเรียกหาพ่อฉันเหรอ”…--__--“…เยี่ยมมาก อาคานิชิ คาซึยะ…ลบความโรแมนติก
ออกจากใจสามีได้สิ้นคราบ!!!…
“เอ่อ…คาซึยะ…คืนนี้…” อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะกำราบคนรักให้อยู่หมัด แต่ทำไมจินรู้สึกเขินๆยังไงไม่รู้...
“คืนนี้ได้…ฉันไม่มีเมนส์…”…เอาอีก…ความตั้งใจของสามีติดลบหมดแล้ว!!!…
“คาซึยะ!!”…จินถึงกับต้องดุ ไม่งั้นก็คงพูดจาพร่ำเพรื่อมากกว่านี้นั่นล่ะ…
“อะไรเล่า…อยากทำก็ทำสิ…ฉันเป็นเมียนายนะ” คาเมะแค่หมั่นไส้คุณสามี ที่มาทำทีท่าว่าจะขอเขาก่อน…โธ่เอ้ย!!! เรื่องอย่างงี้มันเป็นธรรมชาติ มัวแต่มาขอก็หมดมู้ดอ่ะดิ๊!!!!…
….ไม่ได้รู้เล้ยยยย~!!...ใครกันแน่ที่ทำหมดมู้ดเนี่ย.... =.=
หลังจากนั้น ทุกๆอย่างก็ค่อยๆเริ่มขึ้น จินก้มลงจูบแผ่วเบาบนหน้าผากมน ไล่เรื่อยมายังพวงแก้ม ปลายจมูกและจบลงที่ริมฝีปากบางนุ่ม สองมือร้อนเค้นคลึงแผ่นหลังเล็ก ก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อเชิ้ตของว่าที่ภรรยาทางพฤตินัยออก
สองร่างล้มลงนอนบนเตียงกว้าง ขณะที่ริมฝีปากยังคลอเคลียกันไม่ห่าง ถ่ายทอดความต้องการให้แก่กัน เพียงไม่นานก็เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่โอบประคองกันไว้
“จิน…” ร่างสูงที่เริ่มจูบไซร้ซอกคอขาวเนียนชะงัก เงยหน้าขึ้นมองคนที่เรียกชื่อเขา
“นาย…จะไม่ให้ฉัน…’รุก’…จริงๆเหรอ”
…คาเม๊~~!!!!...ถามอะไรของม๊านนนนน…TOT…
“คาซึยะ…ฉันเป็นสามี” ชายหนุ่มผู้คล้ายจะถูกขอว่า ‘นายเป็นเมียเถอะ’ เอ่ยปากเสียงเข้ม
...เรื่องเดียวที่จะไม่ยอมอ่อนข้อให้คาเมะก็เรื่องนี้เนี่ยล่ะ!!!!...
“แต่ฉันก็อยากเป็นสามีนี่นา…นายรู้อะไรรึเปล่า…ฉันน่ะใฝ่ฝันจะเป็นคนคร่อมมากกว่าคนถูกคร่อมนะ”…ศึกชิงความเป็นสามีกำลังเริ่มขึ้น ในสภาพเปลือยกายกันทั้งคู่ และฝ่ายเรียกร้องขอเป็นสามีกำลังถูกคร่อม!!
...ไม่เจียมบอดี้เล้ย~!!!....
“แต่ตอนนั้น…เธอบอกเองว่าตามหาว่าที่สามี…ไม่ได้ตามหาว่าที่ภรรยานี่” ร่างสูงย้อน ทำเอาคาเมะถึงกับหน้าเบ้
“แต่ฉัน…” ร่างบางพยายามหาข้ออ้าง แต่ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้
“ไม่มีวัน…คาซึยะ…คนเป็นภรรยาก็ต้องเป็นภรรยาต่อไป…” แล้วหลังจากนั้น ก็ลำบากจินต้องมาเริ่มปลุกอารมณ์ใหม่ เพราะคำพูดว่าที่ภรรยาเมื่อกี้ พาเอาอารมณ์ที่เริ่มโหมกระพือถึงกับมอดลงอย่างกับเอาน้ำราดลงบนกองไฟ…
ชายหนุ่มก้มลงจูบบดเบียดริมฝีปากกับกลีบปากนุ่ม ขณะที่มือร้อนลูบไล้หนักหน่วงที่ช่วงสะโพกมน เรียกเสียงครางแผ่วหวานจากคนเบื้องล่าง ยิ่งลงน้ำหนักกับมือที่กำลังกอบกำแก่นกายเล็ก คาเมะก็ยิ่งสั่น
…ถูกแตะนิดแตะหน่อยก็สะท้านขนาดนี้ แล้วยังจะมีหน้ามาขอเป็นฝ่ายรุกอีก~!!...น่าตีนักเชียว คาเมะ!!!...
“อ่า....อ๊ะ....จ....จิน” มือร้อนๆลูบไล้ผ่านเลยไปยังร่องสะโพกด้านหลัง ให้ร่างบอบบางสะดุ้งวาบ จิกมือลงกับไหล่หนา
“ไม่เป็นไร ที่รัก...” จินกระซิบบอกปลอบประโลม ขณะแตะนิ้วเพียงเบาๆลงบนปากร่องร้อนที่เริ่มหดเกร็ง
“อ๊ะ!....” คาเมะหลับตา สั่นเกร็งไปทั้งร่างด้วยความไม่คุ้นเคย แต่สัมผัสจูบอ่อนโยนบนแก้มทั้งสองข้างเป็นการปลอบที่แสนอ่อนหวาน ให้เด็กหนุ่มค่อยๆผ่อนคลาย
“รักเธอนะคาซึยะ...” พร้อมๆกับประโยคบอกรัก นิ้วยาวก็ค่อยๆแทรกสอดเข้ามาภายในร่าง มันขยับหมุนวนจนเสียววาบ ปากร่องเริ่มตอดรัดตามธรรมชาติ
“อื้อ~...จ....จิน...” เมื่อนิ้วแรกเข้ามาได้ นิ้วที่สองและสามก็ตามเข้ามาสร้างความอึดอัดคับแน่นมากยิ่งขึ้น คาเมะอ้าขาออกจากกันเพื่อให้ช่องทางขยายกว้างรองรับทั้งสามนิ้วได้ ชายหนุ่มขยับมือค่อยๆสอดลึกแล้วดึงออก จนเริ่มชุ่มน้ำ มืออีกข้างบีบกำแก่นกายเล็กด้านหน้าที่เริ่มแข็งตึง ริมฝีปากหนาดูดเม้มยอดอก จนแผ่นอกบางแอ่นโค้งรับสัมผัสวาบหวาม
“อ๊า....อ๊ะ...” เมื่อร่างกายของคนรักดูเหมือนจะพร้อมแล้วสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น จินจึงถอดถอนนิ้วทั้งสามออกจากร่องแคบร้อนรุ่ม
“...จ....จิน…” ท่ามกลางเสียงหอบครางของคนสองคน อยู่ดีๆ คาเมะก็เรียกชื่อคนที่กำลังจะแทรกแก่นกายเข้าสู่โพรงอุ่นชุ่ม
“ครับ…” ร่างสูงมอบจูบหวานดูดดื่มให้กับว่าที่ภรรยา ที่จะกลายเป็นภรรยาอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วินาทีนี้ สายตาที่ทอดมองใบหน้าสวยแดงก่ำนั้นเต็มไปด้วยความรักเอ่อล้น
“…จิน.....เอ่อ....นาย…จะ....ไม่ให้ฉัน…’รุก’…จริงๆเหรอ” เจ้าตัวดีช้อนสายตาถามอ้อนๆ
...ทั้งๆที่ยังนอนอ้าขาเตรียมตัวเป็นฝ่ายรับอย่างสมบูรณ์แบบอยู่ใต้ร่างจินเนี่ยล่ะ!!!....
“คาซึยะ!!!…ถ้ายังพูดไม่รู้เรื่องล่ะก็!!…ถึงพระอาทิตย์จะขึ้น ฉันก็จะไม่ให้เธอนอน!!!…” จินตวาดเสียงลั่น แล้วจับร่างเล็กขึงผืดกับเตียงยืนยันคำขู่ของตัวเอง จนคาเมะต้องเงียบไปเองโดยปริยาย แล้วยอมทำตัวเป็น…’ฝ่ายรับ’… แต่โดยดี
…ชายหนุ่มถึงกับส่ายหัวด้วยความระอาใจ…อารมณ์กำลังลุกหือ เจ้าตัวดีก็พาเอาซะหมดความตั้งใจ…นี่กะจะให้…’ว่าที่สามี’…ระอาจนวินาทีสุดท้ายเลยใช่มั้ยเนี่ย…
…เออ ก็ได้!!!….‘ว่าที่สามี…ขอระอา’…--_--“….ระอาจนแทบบ้าแล้วเนี่ย!!!…
FIN
2008.09.13
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา PART 10
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา
JIN X KAME
By : Dezair
PART 10
งานเลี้ยงวันเกิดวันนี้ ดูเหมือนจะมีแต่ยูอิจิคนเดียวที่เอนจอยสุดฤทธิ์ ขณะที่คาเมะเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจินนั้นแทบไม่พูดไม่จาเลย ขณะที่ยามะพีไม่ต้องพูดถึง ในเมื่อยูอิจิเริงร่าออกจะขนาดนั้น ในฐานะแฟนที่ดี ก็ต้องร่วมหัวจมท้ายเริงร่าไปด้วยกันอยู่แล้ว
“พีจัง…ไปซื้อขนมมาเพิ่มกันเถอะ” กินกันไปได้หน่อย ยูอิจิก็เริ่มแผนการขั้นต่อไป ร่างสูงหันมาชวนคนรักให้ออกจากบ้านไปด้วยกัน
“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ก็ได้” คาเมะเสนอตัวขึ้นมา
“ไม่ต้องๆ นายเป็นแขกนะคาเมะ อยู่เฝ้าบ้านกับไอ้จินไปนั่นล่ะ…เดี๋ยวฉันจะออกไปกับพีจัง…สองคน…” ยูอิจิเน้นคำว่า…สองคน…ให้คาเมะรู้ ทำเอาร่างบางถึงกับเถียงไม่ขึ้น ได้แต่ยอมปล่อยให้เจ้าบ้านออกไปซื้อของพร้อมคนรัก แล้วเหลือเขากับจินไว้สองคน
“จิน…ช่วงนี้งานเยอะมั้ย” ร่างบางหันมาชวนอดีตว่าที่สามีคุยเรื่องจิปาถะ เพราะไม่อยากให้บรรยากาศอึดอัดเข้าครอบงำจนเกินไป
“อือ…” ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าหวาน ที่เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เห็นมานานเหลือเกิน
“ถึงว่า…ดูผอมๆลงนะ…แก้มตอบเชียว” คาเมะพูดเสียงใส พร้อมหัวเราะขำๆ
“คาเมะก็ดูผอมลง…เรียนหนักมั้ย” จินยื่นมือมาสัมผัสแก้มนุ่มแผ่วเบา
…อยากคว้าร่างเล็กๆนี้เข้ามากอดให้หายคิดถึงด้วยซ้ำ…แต่ที่ทำได้ก็แค่ยื่นมือออกไปแตะแก้มเย็นๆนั่น…แตะเพื่อให้รู้ว่า วันนี้เขาได้มาเจอคาเมะตัวจริง ที่ไม่ใช่แค่ภาพในโทรศัพท์มือถือเหมือนที่เอามาหลอกตัวเองทุกวัน ไม่ใช่ภาพลวงตาในฝันเหมือนทุกคืนที่เขาเห็น…
คาเมะแนบแก้มตัวเองลงกับมือร้อน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ากลางใจ…ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป…อยากนั่งข้างๆกันแบบนี้ไปตลอด อยากอยู่ข้างๆจิน…ไม่อยากเหงาคนเดียวอีกแล้ว ไม่อยากควงผู้หญิงคนนั้นคนนี้ทีเหมือนที่ผ่านๆมาอีกแล้ว…
“อ๊ะ!!!…บาร์บีคิวจะไหม้!!!…” นั่งกันอยู่นาน จนคาเมะสังเกตเห็นควันดำๆลอยออกมาจากเตาปิ้งบาร์บีคิว ทั้งจินทั้งคาเมะรีบลุกพรวดไปคว้าสายยางมาฉีดน้ำดับไฟ ก่อนจะพากันสำลักควันไปคนละทีสองที
“ยูกลับมาบ่นแน่เลย…” คาเมะทำหน้าแหย เห็นสภาพเนื้อบาร์บีคิวที่ไหม้ดำสนิทพร้อมเตาใหม่เอี่ยมอยู่ในสภาพเปียกโชก แล้วชักหวั่นๆ
“หนีกันเหอะ!!!” ว่าแล้วก็หันมาลากแขนจิน ตรงดิ่งไปยังรถของชายหนุ่มที่จอดอยู่เสียเลย ร่างสูงได้แต่เอ๋อ แต่ก็ยังยอมขึ้นนั่งในรถแล้วสตาร์ท พาคาเมะออกจากแมนชั่นนากามารุ
…ส่วนเตาบาร์บีคิวที่เปียกน้ำ และเนื้อไหม้ดำปี๋ ก็ให้เจ้าของวันเกิดจอมแผนการกลับมาเคลียร์เองแล้วกัน --.--“…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“เธอต้องกลับก่อนสี่ทุ่มใช่มั้ย” จินหันมาถาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีรายการโปรดของคาเมะ ที่เจ้าตัวดีเคยบอกเขาไว้ …รายการมินิมามิเอะจัง…นั่นล่ะ
“ทำไมต้องรีบ?” คาเมะย้อนถาม
“ก็…วันนี้วันพฤหัส…มีรายการที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ” ร่างบางพึ่งนึกขึ้นได้
…จริงด้วยสินะ…เขาไม่ได้ดูรายการโปรด ไม่ได้เข้าเวปไซต์ขาประจำ ไม่ได้ซื้อนิตยสารฉบับสำคัญอีกเลย…นับตั้งแต่วันที่กลับจากสวนสนุก…
“ไม่ได้ดูแล้วล่ะ…” ร่างบางตอบเสียงแผ่ว
“ถ้างั้น…ไปเรนโบว์ บริดจ์กันนะ” จินหันมาถาม ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าเส้นทางที่จะไปยังสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก…เรนโบว์ บริดจ์
“สวยแหะ…นายรู้จักมุมดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ” จินจอดรถตรงจุดที่สามารถมองเห็นสะพานได้ชัดที่สุด สะพานแขวนถูกประดับตกแต่งด้วยไฟสีสวย สะท้อนลงกับพื้นน้ำข้างล่าง
“ต้องถ่ายๆ” ร่างบางล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป แล้วหันมาแอบถ่ายจินในจังหวะที่ร่างสูงยืนเหม่อ ท่าทางเหงาๆของชายหนุ่มทำให้คาเมะนิ่งไป
…จินกำลังคิด…คิดไปถึงเรื่องราวของเขาและคาเมะ…วันนี้ที่พาร่างบางมาที่นี่ก่อนพากลับไปส่งบ้าน ก็เพราะอยากยืดเวลาอยู่กับเจ้าตัวเล็กนี่ให้นานขึ้นอีกสักหน่อย แม้แต่วินาทีเดียวก็ยังดี…ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่า คาเมะไม่ได้ต้องการอย่างที่เขาต้องการสักนิดก็เถอะ…แต่มัน…
…ผู้ชายอย่างเขามันก็เห็นแก่ตัวแบบนี้แหล่ะ…
“เหนื่อยเหรอ…ถ้างั้นกลับก็ได้นะ” คาเมะชักชวน แล้วเดินกลับไปที่รถ แต่ถูกจินดึงเข้ามากอดเอาไว้
“ขออยู่แบบนี้แปบนึง” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู กอดร่างเล็กฝังแน่นเข้าไปในอก
…คาเมะซบหน้าลงกับอกกว้างของอีกฝ่าย หลับตาจดจำไออุ่นที่ตัวเองคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันอีก สูดลมหายใจลึกๆรับรู้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย
…จิน…ทำยังไงอ้อมกอดนี้ถึงจะเป็นของฉันคนเดียว…ทำยังไง ถึงจะทำให้มันอยู่กับฉันคนนี้ตลอดไป…
…หยาดน้ำตาเม็ดเล็กกลิ้งลงมาจากดวงตาเรียว ก่อนมันจะถูกซับด้วยเนื้อผ้าของสูทเนื้อดี แล้วเลือนหายไป เมื่อเจ้าของดวงตาบังคับให้มันเก็บกลั้นไว้แต่ภายใน…คาเมะซุกหน้าแนบชิดกับอกหนา ชิดให้มากขึ้น ให้น้ำตามันซับไปกับสูท เพื่อจะได้ไม่หลงเหลือให้ร่างสูงได้เห็น
…จินกัดกรามจนขึ้นเป็นสันนูน ไออุ่นจากร่างของคาเมะ จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่มีวันลบเลือน …จะจดจำเอาไว้ จะไม่ให้มันหายไปจากใจ ไม่ให้หายไปจากอ้อมแขนนี้ … มันจะอยู่ติดตัวเขาไปนานแสนนาน จนกว่าชีวิตเขาจะจากไปพร้อมกับความทรงจำที่มีกับร่างบอบบาง
… ทำไมนะ…ทำไมพระเจ้าถึงเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ ทำไมต้องให้เขามาพบคาเมะ ทำไมต้องให้เขาหลงรักเด็กเจ้าชู้คนนี้ตั้งแต่แรกเห็น…แล้วทำไม…ทำไมถึงมาพาคาเมะไปจากเขาอีก...
...ทั้งๆที่…
…ทั้งๆที่…เขารักไปแล้ว…รักเด็กคนนี้ไปแล้ว…รักอย่างที่ผู้ชายคนนึงจะรักใครสักคนได้ และไม่มีทางที่จะรู้สึกแบบนี้กับใครได้อีก…หลายวันที่ไม่ได้เจอคาเมะ มันทำให้เขารู้ว่า…ตัวเขา…ถลำลึกเข้ามามากเกินไปแล้ว จมดิ่งลงไปในวังวนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น…
…เขารักคาเมะ…รักเหลือเกิน…
…แต่คาเมะไม่ได้รักเขา…คาเมะไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับเขา…
…อ้อมกอดแกร่งค่อยๆคลายออก เมื่อจินยอมปล่อยคาเมะออกแต่โดยดี ร่างสูงยังคงยิ้มบางๆเช่นเคย ความมืดช่วยปกปิดร่องรอยของความอ่อนล้า และเจ็บปวดจากใบหน้าคมได้อย่างดี พอๆกับที่ปิดบังคราบน้ำตาบนใบหน้าเรียวสวยนั่นให้พ้นจากสายตาของจิน
“เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้านนะ” แล้วค่ำคืนนี้ ทุกอย่างก็ดำเนินกลับมาจบที่เดิม จินพาคาเมะมาส่งที่บ้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเก็บงำความรู้สึกเพราะคิดไปว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการมัน
…เมื่อไหร่ล่ะ…เมื่อไหร่ที่จะได้เอ่ยปากบอก เมื่อไหร่จะกล้าพูดในสิ่งที่คิด…เมื่อไหร่จะกล้ายอมรับความจริงในใจ แล้วเลิกปกปิดมันต่อไปเสียที…
-*-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-**
หลายวันต่อมา คาเมะยังคงใช้ชีวิตเดิมๆ แต่ที่แปลกไปคือร่างบางไม่มีกะจิตกะใจจะมองผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว และก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเดินข้างกายอย่างที่ผ่านๆมา พอถูกเพื่อนถามร่างบางก็พูดแค่ว่า
…เบื่อ… นั่นทำให้ไม่มีใครเอ่ยปากถามถึงความเปลี่ยนแปลงแบบแปลกๆเช่นนี้ของคาเมะอีก
“เฮ้…คาเมะ” เด็กหนุ่มเดินลงมาจากตึก กำลังจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลับบ้าน แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกไว้
“อ้าว…ยู…มาไงอ่ะ” ร่างบางหันไปเห็นยูอิจิยืนพิงรถยนต์คันเล็กสีขาวอยู่ ก็เลยวิ่งเข้าไปถาม
“ขับรถมา…อยากเจอแกก็เลยว่าจะมาชวนไปกินข้าวด้วยกัน”
“โทโมะจังล่ะ…ยูมาคนเดียวอ่ะ…” คาเมะชะเง้อคอมองเข้าไปในรถ นึกว่าจะได้เจอแฟนสุดที่รักของยูอิจิ
“พีจังกลับบ้านต่างจังหวัดไปเยี่ยมแม่”
“อ้อ…ยูก็เลยฉายเดี่ยว กะเรียกคะแนนนิยมคืนใช่มะ” พูดจาไม่เข้าหู เลยถูกยูอิจิประเคนมะเหงกลงกลางกบาลไปทีนึง…โป้ก!!!…
“โอ้ย!!!…โหดเหมือนเดิมเลยนะ…”
“เรื่องเตาปิ้งโชกน้ำเมื่อคราวก่อนฉันก็ยังไม่ได้ชำระความกับแก…ไปๆ…ขึ้นรถ…” ว่าแล้วก็ลากเจ้าคนปากดีขึ้นรถทันที กะไม่ให้คาเมะได้ปฏิเสธใดๆทั้งสิ้น
…เอาล่ะวะ!!!…วันนี้ต้องทำให้ได้!!!...
...คาเมะจะได้เลิกทำตัวงี่เง่า ส่วนไอ้จินจะได้เลิกทำตัวเป็นวัยรุ่นอกหักสักที!!!!...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“คาเมะ…แกคิดว่าจินมันรักแกมั้ย” นั่งกินข้าวในร้านราเมงข้างทาง ที่ยูอิจิคอนเฟิร์มว่าอร่อยมากกันได้สักพัก ร่างสูงก็เอ่ยปากถาม ทำเอาเด็กหนุ่มแทบสำลัก
“พูดไรอ่ะ!! โทโมะจังไม่อยู่แล้วนึกเพี้ยนรึไง” คาเมะหันมาโวยลั่น
“ฉันถามแก…ว่าแกคิดว่าจินมันรักแกมั้ย” คาเมะเงียบไปครู่ก่อนจะส่ายหน้าเศร้าๆ …จินจะรักเขาได้ยังไง เล่นกวนประสาทไปตั้งเยอะอย่างงั้น...
“จินจะรักผมได้ไง…ผมเป็นผู้ชาย จินก็ผู้ชาย”
“แล้วแกล่ะ รักจินมั้ย” ยูอิจิถามอีกเรื่อง และเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ คนที่ไม่เคยคิดจะอายก็ดันอายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้าที่เคยกะล่อนทะเล้นไม่เว้นแต่ละวัน ขึ้นสีแดงเปล่งปลั่ง จนยูอิจิแทบลืมหายใจ
…เออ เว้ย!!…ไอ้คาเมะทำหน้าดีๆกับชาวบ้านชาวเมืองเค้าก็เป็นนี่หว่า!!!!…
สายตาคาดเค้นของคนถาม ทำเอาเด็กหนุ่มต้องยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี
“อ้าว…แกก็ผู้ชาย ไอ้จินก็ผู้ชาย แกก็ยังรักมันงั้นเหรอ” ยูอิจิถามไล่ต้อนเหมือนพี่ชายคนโตอย่างโยชิโร่ไม่มีผิด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน…แต่ว่า…พอไม่มีจินแล้วมัน…”
“เหงา…รู้สึกไม่มีความสุข ชีวิตไร้แก่นสาร ไม่อยากทำอะไร วันๆเอาแต่เหม่อ” คาเมะถึงกับตาโตหันมามองยูอิจิที่พูดถูกทุกอย่าง
“ยูรู้ได้ไงอ่ะ!!!” ร่างสูงกว่ายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“แกเป็นแบบนี้เหรอ…ที่ฉันพูดเนี่ย…คือลักษณะของไอ้จินมันช่วงนี้นะ…เห็นคนที่บ้านมันบอกว่า มันก็ทำตัวแบบนี้แหล่ะ วันๆไม่กินข้าวกินปลา งานการก็เสร็จมั่งไม่เสร็จมั่ง…ดีว่าเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท ไม่งั้นถูกเด้งไปนานแล้ว…”
…จินก็เป็นแบบเขา…จินก็เป็นแบบที่เขาเป็น…ถ้าอย่างนั้น…จินจะรู้สึกแบบเดียวกับเขามั้ยนะ…จะรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่า…ถ้าไปถามดู จินจะยอมตอบมั้ย…
“คาเมะ…” ยูอิจิกำลังจะพูดต่อ แต่ร่างบางกลับลุกพรวด
“ขอโทษนะยู…ผมต้องคุยกับจิน!!!…”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง…แกรู้รึไงว่าเวลาแบบนี้ไอ้จินมันอยู่ที่ไหน…”
…แหม…ให้ความร่วมมือเต็มที่เลยนะ นากามารุ ยูอิจิซัง…--_--“
TO BE CON
JIN X KAME
By : Dezair
PART 10
งานเลี้ยงวันเกิดวันนี้ ดูเหมือนจะมีแต่ยูอิจิคนเดียวที่เอนจอยสุดฤทธิ์ ขณะที่คาเมะเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจินนั้นแทบไม่พูดไม่จาเลย ขณะที่ยามะพีไม่ต้องพูดถึง ในเมื่อยูอิจิเริงร่าออกจะขนาดนั้น ในฐานะแฟนที่ดี ก็ต้องร่วมหัวจมท้ายเริงร่าไปด้วยกันอยู่แล้ว
“พีจัง…ไปซื้อขนมมาเพิ่มกันเถอะ” กินกันไปได้หน่อย ยูอิจิก็เริ่มแผนการขั้นต่อไป ร่างสูงหันมาชวนคนรักให้ออกจากบ้านไปด้วยกัน
“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ก็ได้” คาเมะเสนอตัวขึ้นมา
“ไม่ต้องๆ นายเป็นแขกนะคาเมะ อยู่เฝ้าบ้านกับไอ้จินไปนั่นล่ะ…เดี๋ยวฉันจะออกไปกับพีจัง…สองคน…” ยูอิจิเน้นคำว่า…สองคน…ให้คาเมะรู้ ทำเอาร่างบางถึงกับเถียงไม่ขึ้น ได้แต่ยอมปล่อยให้เจ้าบ้านออกไปซื้อของพร้อมคนรัก แล้วเหลือเขากับจินไว้สองคน
“จิน…ช่วงนี้งานเยอะมั้ย” ร่างบางหันมาชวนอดีตว่าที่สามีคุยเรื่องจิปาถะ เพราะไม่อยากให้บรรยากาศอึดอัดเข้าครอบงำจนเกินไป
“อือ…” ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าหวาน ที่เขารู้สึกว่าตัวเองไม่เห็นมานานเหลือเกิน
“ถึงว่า…ดูผอมๆลงนะ…แก้มตอบเชียว” คาเมะพูดเสียงใส พร้อมหัวเราะขำๆ
“คาเมะก็ดูผอมลง…เรียนหนักมั้ย” จินยื่นมือมาสัมผัสแก้มนุ่มแผ่วเบา
…อยากคว้าร่างเล็กๆนี้เข้ามากอดให้หายคิดถึงด้วยซ้ำ…แต่ที่ทำได้ก็แค่ยื่นมือออกไปแตะแก้มเย็นๆนั่น…แตะเพื่อให้รู้ว่า วันนี้เขาได้มาเจอคาเมะตัวจริง ที่ไม่ใช่แค่ภาพในโทรศัพท์มือถือเหมือนที่เอามาหลอกตัวเองทุกวัน ไม่ใช่ภาพลวงตาในฝันเหมือนทุกคืนที่เขาเห็น…
คาเมะแนบแก้มตัวเองลงกับมือร้อน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ากลางใจ…ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป…อยากนั่งข้างๆกันแบบนี้ไปตลอด อยากอยู่ข้างๆจิน…ไม่อยากเหงาคนเดียวอีกแล้ว ไม่อยากควงผู้หญิงคนนั้นคนนี้ทีเหมือนที่ผ่านๆมาอีกแล้ว…
“อ๊ะ!!!…บาร์บีคิวจะไหม้!!!…” นั่งกันอยู่นาน จนคาเมะสังเกตเห็นควันดำๆลอยออกมาจากเตาปิ้งบาร์บีคิว ทั้งจินทั้งคาเมะรีบลุกพรวดไปคว้าสายยางมาฉีดน้ำดับไฟ ก่อนจะพากันสำลักควันไปคนละทีสองที
“ยูกลับมาบ่นแน่เลย…” คาเมะทำหน้าแหย เห็นสภาพเนื้อบาร์บีคิวที่ไหม้ดำสนิทพร้อมเตาใหม่เอี่ยมอยู่ในสภาพเปียกโชก แล้วชักหวั่นๆ
“หนีกันเหอะ!!!” ว่าแล้วก็หันมาลากแขนจิน ตรงดิ่งไปยังรถของชายหนุ่มที่จอดอยู่เสียเลย ร่างสูงได้แต่เอ๋อ แต่ก็ยังยอมขึ้นนั่งในรถแล้วสตาร์ท พาคาเมะออกจากแมนชั่นนากามารุ
…ส่วนเตาบาร์บีคิวที่เปียกน้ำ และเนื้อไหม้ดำปี๋ ก็ให้เจ้าของวันเกิดจอมแผนการกลับมาเคลียร์เองแล้วกัน --.--“…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“เธอต้องกลับก่อนสี่ทุ่มใช่มั้ย” จินหันมาถาม เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีรายการโปรดของคาเมะ ที่เจ้าตัวดีเคยบอกเขาไว้ …รายการมินิมามิเอะจัง…นั่นล่ะ
“ทำไมต้องรีบ?” คาเมะย้อนถาม
“ก็…วันนี้วันพฤหัส…มีรายการที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ” ร่างบางพึ่งนึกขึ้นได้
…จริงด้วยสินะ…เขาไม่ได้ดูรายการโปรด ไม่ได้เข้าเวปไซต์ขาประจำ ไม่ได้ซื้อนิตยสารฉบับสำคัญอีกเลย…นับตั้งแต่วันที่กลับจากสวนสนุก…
“ไม่ได้ดูแล้วล่ะ…” ร่างบางตอบเสียงแผ่ว
“ถ้างั้น…ไปเรนโบว์ บริดจ์กันนะ” จินหันมาถาม ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าเส้นทางที่จะไปยังสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก…เรนโบว์ บริดจ์
“สวยแหะ…นายรู้จักมุมดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ” จินจอดรถตรงจุดที่สามารถมองเห็นสะพานได้ชัดที่สุด สะพานแขวนถูกประดับตกแต่งด้วยไฟสีสวย สะท้อนลงกับพื้นน้ำข้างล่าง
“ต้องถ่ายๆ” ร่างบางล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป แล้วหันมาแอบถ่ายจินในจังหวะที่ร่างสูงยืนเหม่อ ท่าทางเหงาๆของชายหนุ่มทำให้คาเมะนิ่งไป
…จินกำลังคิด…คิดไปถึงเรื่องราวของเขาและคาเมะ…วันนี้ที่พาร่างบางมาที่นี่ก่อนพากลับไปส่งบ้าน ก็เพราะอยากยืดเวลาอยู่กับเจ้าตัวเล็กนี่ให้นานขึ้นอีกสักหน่อย แม้แต่วินาทีเดียวก็ยังดี…ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่า คาเมะไม่ได้ต้องการอย่างที่เขาต้องการสักนิดก็เถอะ…แต่มัน…
…ผู้ชายอย่างเขามันก็เห็นแก่ตัวแบบนี้แหล่ะ…
“เหนื่อยเหรอ…ถ้างั้นกลับก็ได้นะ” คาเมะชักชวน แล้วเดินกลับไปที่รถ แต่ถูกจินดึงเข้ามากอดเอาไว้
“ขออยู่แบบนี้แปบนึง” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู กอดร่างเล็กฝังแน่นเข้าไปในอก
…คาเมะซบหน้าลงกับอกกว้างของอีกฝ่าย หลับตาจดจำไออุ่นที่ตัวเองคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสมันอีก สูดลมหายใจลึกๆรับรู้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย
…จิน…ทำยังไงอ้อมกอดนี้ถึงจะเป็นของฉันคนเดียว…ทำยังไง ถึงจะทำให้มันอยู่กับฉันคนนี้ตลอดไป…
…หยาดน้ำตาเม็ดเล็กกลิ้งลงมาจากดวงตาเรียว ก่อนมันจะถูกซับด้วยเนื้อผ้าของสูทเนื้อดี แล้วเลือนหายไป เมื่อเจ้าของดวงตาบังคับให้มันเก็บกลั้นไว้แต่ภายใน…คาเมะซุกหน้าแนบชิดกับอกหนา ชิดให้มากขึ้น ให้น้ำตามันซับไปกับสูท เพื่อจะได้ไม่หลงเหลือให้ร่างสูงได้เห็น
…จินกัดกรามจนขึ้นเป็นสันนูน ไออุ่นจากร่างของคาเมะ จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่มีวันลบเลือน …จะจดจำเอาไว้ จะไม่ให้มันหายไปจากใจ ไม่ให้หายไปจากอ้อมแขนนี้ … มันจะอยู่ติดตัวเขาไปนานแสนนาน จนกว่าชีวิตเขาจะจากไปพร้อมกับความทรงจำที่มีกับร่างบอบบาง
… ทำไมนะ…ทำไมพระเจ้าถึงเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ ทำไมต้องให้เขามาพบคาเมะ ทำไมต้องให้เขาหลงรักเด็กเจ้าชู้คนนี้ตั้งแต่แรกเห็น…แล้วทำไม…ทำไมถึงมาพาคาเมะไปจากเขาอีก...
...ทั้งๆที่…
…ทั้งๆที่…เขารักไปแล้ว…รักเด็กคนนี้ไปแล้ว…รักอย่างที่ผู้ชายคนนึงจะรักใครสักคนได้ และไม่มีทางที่จะรู้สึกแบบนี้กับใครได้อีก…หลายวันที่ไม่ได้เจอคาเมะ มันทำให้เขารู้ว่า…ตัวเขา…ถลำลึกเข้ามามากเกินไปแล้ว จมดิ่งลงไปในวังวนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น…
…เขารักคาเมะ…รักเหลือเกิน…
…แต่คาเมะไม่ได้รักเขา…คาเมะไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับเขา…
…อ้อมกอดแกร่งค่อยๆคลายออก เมื่อจินยอมปล่อยคาเมะออกแต่โดยดี ร่างสูงยังคงยิ้มบางๆเช่นเคย ความมืดช่วยปกปิดร่องรอยของความอ่อนล้า และเจ็บปวดจากใบหน้าคมได้อย่างดี พอๆกับที่ปิดบังคราบน้ำตาบนใบหน้าเรียวสวยนั่นให้พ้นจากสายตาของจิน
“เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้านนะ” แล้วค่ำคืนนี้ ทุกอย่างก็ดำเนินกลับมาจบที่เดิม จินพาคาเมะมาส่งที่บ้านราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างเก็บงำความรู้สึกเพราะคิดไปว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการมัน
…เมื่อไหร่ล่ะ…เมื่อไหร่ที่จะได้เอ่ยปากบอก เมื่อไหร่จะกล้าพูดในสิ่งที่คิด…เมื่อไหร่จะกล้ายอมรับความจริงในใจ แล้วเลิกปกปิดมันต่อไปเสียที…
-*-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-**
หลายวันต่อมา คาเมะยังคงใช้ชีวิตเดิมๆ แต่ที่แปลกไปคือร่างบางไม่มีกะจิตกะใจจะมองผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว และก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเดินข้างกายอย่างที่ผ่านๆมา พอถูกเพื่อนถามร่างบางก็พูดแค่ว่า
…เบื่อ… นั่นทำให้ไม่มีใครเอ่ยปากถามถึงความเปลี่ยนแปลงแบบแปลกๆเช่นนี้ของคาเมะอีก
“เฮ้…คาเมะ” เด็กหนุ่มเดินลงมาจากตึก กำลังจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลับบ้าน แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกไว้
“อ้าว…ยู…มาไงอ่ะ” ร่างบางหันไปเห็นยูอิจิยืนพิงรถยนต์คันเล็กสีขาวอยู่ ก็เลยวิ่งเข้าไปถาม
“ขับรถมา…อยากเจอแกก็เลยว่าจะมาชวนไปกินข้าวด้วยกัน”
“โทโมะจังล่ะ…ยูมาคนเดียวอ่ะ…” คาเมะชะเง้อคอมองเข้าไปในรถ นึกว่าจะได้เจอแฟนสุดที่รักของยูอิจิ
“พีจังกลับบ้านต่างจังหวัดไปเยี่ยมแม่”
“อ้อ…ยูก็เลยฉายเดี่ยว กะเรียกคะแนนนิยมคืนใช่มะ” พูดจาไม่เข้าหู เลยถูกยูอิจิประเคนมะเหงกลงกลางกบาลไปทีนึง…โป้ก!!!…
“โอ้ย!!!…โหดเหมือนเดิมเลยนะ…”
“เรื่องเตาปิ้งโชกน้ำเมื่อคราวก่อนฉันก็ยังไม่ได้ชำระความกับแก…ไปๆ…ขึ้นรถ…” ว่าแล้วก็ลากเจ้าคนปากดีขึ้นรถทันที กะไม่ให้คาเมะได้ปฏิเสธใดๆทั้งสิ้น
…เอาล่ะวะ!!!…วันนี้ต้องทำให้ได้!!!...
...คาเมะจะได้เลิกทำตัวงี่เง่า ส่วนไอ้จินจะได้เลิกทำตัวเป็นวัยรุ่นอกหักสักที!!!!...
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“คาเมะ…แกคิดว่าจินมันรักแกมั้ย” นั่งกินข้าวในร้านราเมงข้างทาง ที่ยูอิจิคอนเฟิร์มว่าอร่อยมากกันได้สักพัก ร่างสูงก็เอ่ยปากถาม ทำเอาเด็กหนุ่มแทบสำลัก
“พูดไรอ่ะ!! โทโมะจังไม่อยู่แล้วนึกเพี้ยนรึไง” คาเมะหันมาโวยลั่น
“ฉันถามแก…ว่าแกคิดว่าจินมันรักแกมั้ย” คาเมะเงียบไปครู่ก่อนจะส่ายหน้าเศร้าๆ …จินจะรักเขาได้ยังไง เล่นกวนประสาทไปตั้งเยอะอย่างงั้น...
“จินจะรักผมได้ไง…ผมเป็นผู้ชาย จินก็ผู้ชาย”
“แล้วแกล่ะ รักจินมั้ย” ยูอิจิถามอีกเรื่อง และเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ คนที่ไม่เคยคิดจะอายก็ดันอายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้าที่เคยกะล่อนทะเล้นไม่เว้นแต่ละวัน ขึ้นสีแดงเปล่งปลั่ง จนยูอิจิแทบลืมหายใจ
…เออ เว้ย!!…ไอ้คาเมะทำหน้าดีๆกับชาวบ้านชาวเมืองเค้าก็เป็นนี่หว่า!!!!…
สายตาคาดเค้นของคนถาม ทำเอาเด็กหนุ่มต้องยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี
“อ้าว…แกก็ผู้ชาย ไอ้จินก็ผู้ชาย แกก็ยังรักมันงั้นเหรอ” ยูอิจิถามไล่ต้อนเหมือนพี่ชายคนโตอย่างโยชิโร่ไม่มีผิด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน…แต่ว่า…พอไม่มีจินแล้วมัน…”
“เหงา…รู้สึกไม่มีความสุข ชีวิตไร้แก่นสาร ไม่อยากทำอะไร วันๆเอาแต่เหม่อ” คาเมะถึงกับตาโตหันมามองยูอิจิที่พูดถูกทุกอย่าง
“ยูรู้ได้ไงอ่ะ!!!” ร่างสูงกว่ายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“แกเป็นแบบนี้เหรอ…ที่ฉันพูดเนี่ย…คือลักษณะของไอ้จินมันช่วงนี้นะ…เห็นคนที่บ้านมันบอกว่า มันก็ทำตัวแบบนี้แหล่ะ วันๆไม่กินข้าวกินปลา งานการก็เสร็จมั่งไม่เสร็จมั่ง…ดีว่าเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท ไม่งั้นถูกเด้งไปนานแล้ว…”
…จินก็เป็นแบบเขา…จินก็เป็นแบบที่เขาเป็น…ถ้าอย่างนั้น…จินจะรู้สึกแบบเดียวกับเขามั้ยนะ…จะรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่า…ถ้าไปถามดู จินจะยอมตอบมั้ย…
“คาเมะ…” ยูอิจิกำลังจะพูดต่อ แต่ร่างบางกลับลุกพรวด
“ขอโทษนะยู…ผมต้องคุยกับจิน!!!…”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่ง…แกรู้รึไงว่าเวลาแบบนี้ไอ้จินมันอยู่ที่ไหน…”
…แหม…ให้ความร่วมมือเต็มที่เลยนะ นากามารุ ยูอิจิซัง…--_--“
TO BE CON
2008.09.13
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา PART 9
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา
JIN X KAME
By : Dezair
PART 9
“คาซึยะ…ช่วงนี้ลูกไม่ค่อยกินข้าวเลยนะ…ไม่สบายรึเปล่า” สัปดาห์นึงแล้ว สัปดาห์นึงที่แสนยาวนานในความรู้สึกของคาเมะ นับตั้งแต่วันนั้น …วันที่เขาและจินไปสวนสนุกด้วยกัน…
…จินหายไปจากชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครในบ้านคาเมนาชิพูดถึงจินเลย ยกเว้นเรื่องที่แม่พูดถึงการ ยกเลิกงานแต่งไปแล้วเท่านั้น…แถมตอนพูดยังไม่เอ่ยชื่อจินให้ได้ยินอีก
‘แม่คุยกับทางนั้นแล้วนะ...เขาก็โอเคที่จะยกเลิก’…
“ไม่ค่อยหิวน่ะแม่…ผมไปมหา’ลัยก่อนดีกว่า” ร่างบางลุกจากโต๊ะ แต่ไม่ทันจะได้ก้าวพ้นออกจากห้องครัว ปกเสื้อด้านหลังก็ถูกดึงไว้
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” โยชิโร่ พี่ชายคนโตเป็นคนดึงเอาไว้นั่นเอง
“ไม่ต้อง…ผมไปเองได้” คาเมะปฏิเสธเหมือนที่เคยทุกครั้ง....เรื่องอาร้ายยยยย~!! จะให้โยชิโร่ไปส่งที่มหา’ลัยเล่า!!~...เดี๋ยวสาวๆที่ไปตกเบ็ดไว้ ก็เฮโลมาชอบพี่เขาหมดน่ะสิ!!!
....คาเมะคิดว่าตัวเองหล่อกว่าอยู่แล้ว!!!....แต่ไอ้พี่บ้าก็ดันสูงสมาร์ทขนาดนี้ ถึงหน้าตาจะขี้เหร่กว่าเขา แต่สาวๆสมัยนี้ก็ดันเปลี่ยนสเป็คกันแทบทั้งประเทศ หันมาเทใจให้ผู้ชายตัวสูงกันซะหมด!!....
....คาเมะล่ะชี้ช้ำซะจริง T_______________T.... กับความสูงที่ …‘แถ’…ได้มากสุดก็แค่ร้อยเจ็ดสิบเนี่ย!!!....
“ก็ฉันบอกว่าจะไปส่ง” ถูกพี่ชายย้ำคำเดิม คาเมะเลยได้แต่เงียบ ...เอ?....ทำไมมันเหมือนเขากำลังถูกไล่ต้อนอยู่เลยแหะ....
สองพี่น้องบอกลาพ่อแม่ ก่อนจะขับรถออกจากบ้าน โยชิโร่ไม่ได้พาน้องชายไปมหาวิทยาลัยด้วยเส้นทางปกติ แต่พาขับอ้อมเมืองแบบที่ว่าคาเมะคงไม่มีทางไปถึงภายในครึ่งชั่วโมงนี้แน่
“พี่บ้ารึเปล่าเนี่ย!!! แล้วอย่างงี้ผมจะทันเข้าเรียนเร๊อะ!!!” ร่างบางหันมาโวยลั่น เมื่อเห็นถนนเบื้องหน้าที่รถติดยาวเหยียด....
....โธ่เอ้ย!!! คาบนี้มีเช็คชื่อนะเฟ้ย!!! คราวที่แล้วก็โดดไปจีบหญิงนิติฯ ขาดมาแล้วรอบนึง!! (ไม่นับคราวก่อนๆนู้น อีกหลายสิบครั้ง คาเมะโดดกระจายชนิดที่ว่าจำหน้าอาจารย์คนสอนวิชานี้ไม่ได้แล้วด้วย)....
“ก็ดี…ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกพอดี” โยชิโร่พูดเสียงเรียบ นั่นทำเอาคาเมะถึงกับชะงัก เริ่มใจคอไม่ค่อยดี
“คุยอะไร…ผมไม่ได้ไปทำใครท้องก่อนแต่งหรอกหน่า…สบายใจได้” คนเป็นน้องพาออกนอกเรื่อง พร้อมเสียงหัวเราะที่เจ้าตัวคิดว่าสดใสที่สุด เท่าที่อารมณ์ตอนนี้จะทำได้
...แต่....ทำไมมันถึงหวั่นๆไงก็ไม่รู้ ว่าพี่จะพาคุยเรื่อง ‘นั้น’…
“แกอย่ามาเล่นละครตบตาฉัน” จบประโยคของพี่คนโต เสียงหัวเราะที่คาเมะคิดว่ามันใช้ได้ผลเสมอมา ก็ถึงกับจางหายลงคอไป
…ทำไมตอนที่ทายเบอร์โทร.ของสาวอึ๋มๆสักคน มันถึงไม่ถูกแบบนี้ว้า~~!!!.....
“เล่นละครอะไร…ผมเล่นละครตอนไหน” ถามเสียงเบา ทั้งที่รู้ตัวดี ว่าทุกวันนี้ที่ทำตัวร่าเริง มันก็ได้แค่ร่าเริงแต่หน้า…
“แกถามฉันแบบนี้ แสดงว่าจะให้ฉันสาธยายใช่มั้ย” รถที่ติดยาวบนท้องถนน กลายเป็นสถานที่ปิดผนึกคาเมะให้จำเป็นต้องอยู่ตอบคำถามพี่ชายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“โอเคๆ…ช่วงนี้ผมหงุดหงิด…สงสัยเมนส์มาเหมือนแม่ล่ะมั้ง” ร่างบางตอบพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิ้วเรียวขมวดกันมุ่น หวังให้พี่เลิกซักไซ้เสียที
“แกไม่ได้หงุดหงิด...แล้วถ้าแกมีเมนส์ได้นะ ฉันจะใส่พานถวายให้อาคานิชิไปเลย” คาเมะกลืนน้ำลายลงคอ ใจหายวาบกับคำพูดของโยชิโร่ โดยเฉพาะคำนั้น ‘อาคานิชิ’
…ร่างบางไม่ปฏิเสธ ที่ทุกวันนี้ใช้เวลาว่างหมดไปกับการอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ เพราะแค่หวังเล็กๆ ว่าอย่างน้อยก็อาจจะเห็นคำว่า ‘อาคานิชิ จิน’ อยู่ในหัวข้อข่าวไหนสักข่าว จะข่าวเล็กๆก็ได้ หรือจะมีเนื้อหาเข้าใจยาก ประเภท ตลาดหุ้น ภาษีอัตราก้าวหน้าหรือถอยหลัง NPL หรืออะไรก็ช่างที่เด็กบัญชีอย่างเขาเกลียดที่สุดก็ได้
....ขอแค่ให้มีชื่อ ‘อาคานิชิ จิน’ คาเมะก็พร้อมจะซื้อเจ้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นกลับมาอ่าน แทนที่จะเอาเงินไว้หยอดกระปุกระดมทุนซื้อเพนท์เฮ้าส์เล่มสำคัญ...
“พี่จะพูดอะไร พูดมาเลยดีกว่า!!!” ร่างบางหันมาถามอย่างไม่พอใจ ที่ถูกไล่ต้อนเป็นเด็กๆ สองพี่น้องสบตากัน ก่อนที่คำพูดของพี่ชายจะทำให้คนเป็นน้องอึ้งสนิท
“แกคิดยังไงกับอาคานิชิ”
“คิด....คิดอะไร....พี่บ้าไปแล้วเหรอ จะให้ผมคิดอะไรกับหมอนั่นล่ะ!!!” คาเมะทำเป็นโวยวาย เพราะไม่อยากให้หัวใจตัวเองสั่นไหวไปมากกว่านี้ แค่ไอ้ที่เป็นอยู่ทุกวัน มันก็เหนื่อยจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“งั้น....แกรักอาคานิชิ” พี่ชายเปลี่ยนคำถามใหม่ และเป็นคำถามที่ทำให้คนเป็นน้องพูดอะไรไม่ออกอยู่หลายนาที
…’รัก’…ความรู้สึกที่อัดกันแน่นในใจของเขาตลอดเวลาที่จินหายไป ความรู้สึกที่ทับถมจนปวดหนึบตอนที่เห็นจินเดินกับผู้หญิงอื่น ความรู้สึกเจ็บร้าวตอนที่บอกลา...
…ก็คือ ‘รัก’ งั้น เหรอ…
…เขารักจิน…
“พี่พูดแบบนี้ได้ไง!!!…เกิดสาวๆแถวนี้ได้ยิน ผมก็เสียหายอ่ะดิ” คาเมะพูดทำหน้าตลกๆ หวังจะเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ ให้โยชิโร่คิดว่าตัวเองคิดผิด
“แกกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้รัก” แต่โยชิโร่ ก็ยังเป็นโยชิโร่วันยังค่ำ พี่ชายคนโตยังคงมุ่งมั่นจะหาคำตอบจากน้องชายให้ได้
...ปฏิเสธเหรอ....ถ้าปฏิเสธได้ แล้วจะหายมั้ยล่ะ กับไอ้ความรู้สึกเจ็บไปทั้งใจแบบที่เป็นอยู่อย่างนี้น่ะ...
“เขาไม่ได้รักผมหรอกพี่…” คาเมะพูดเสียงเบาตอบไปอีกเรื่อง ใบหน้าหวานสลดลง เมื่อคิดไปถึงผู้ชายคนนั้น คนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาให้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
…คนที่มาพาเขาไปเรียนทำอาหาร เรียนมารยาท สอนให้เขารู้จักความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนสอนเขา สอนให้เขารู้จักรสจูบอ่อนโยน…สอนให้เขารู้จักความอบอุ่น ที่อยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกสบายใจ…
…ยูอิจิพูดถูก…พอลองที่จะได้รู้จักการรักและถูกรักจากใครสักคน มันจะทำให้ติดใจโดยไม่คิดจะหันกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก…
โยชิโร่ยื่นมือไปวางบนศีรษะของน้อง ลูบเบาๆปลอบใจ คาเมะหันมายิ้มบางๆให้ คล้ายจะบอกว่าตนไม่เป็นอะไร
“แล้วนี่ ผมจะไปมหา’ลัยทันเหรอเนี่ย” ร่างบางหันมามองรถที่ติดกันยาว ทำเสียงร่าเริงกลบความรู้สึกปวดร้าว
“ในเมื่อไปไม่ทันแล้ว…ไปดูหนังกันมั้ย...มีเรื่องใหม่เข้านี่ ท่าทางน่าสนุก” ร่างบางหันมามอง ก่อนจะเอ่ยปากย้อนถามพร้อมอาการเหลือบมองด้วยสายตาบ่องแบ๊วสุดฤทธิ์
“พี่เลี้ยงใช่มั้ย”
…ตัวเองกะจะไม่ออกตังส์เลยล่ะสิเนี่ย!!! คาเมะ!!!!…--_--“
-*-**-**-*-*-*-*-*-*-*-*
“ไง…พี่ๆน้องๆแกบอกฉันว่า…แกทำตัวย้อนอายุ” เสียงทักทายกวนๆ ดังมาจากแขกในยามสายของวันทำงานที่แสนวุ่นวาย ...นากามารุ ยูอิจินั่นเอง….
คนมาใหม่เข้ามาตั้งนานแล้ว แล้วก็เห็นมาตั้งแต่ต้นว่าคุณประธานเจ้าของห้องเอาเวลางานไปนั่งจดๆจ้องๆดูแต่อะไรสักอย่างในโทรศัพท์มือถืออย่างเอาเป็นเอาตาย ดูไปถอนหายใจไป บางครั้งก็เอานิ้วไปลูบๆบนหน้าจอ
...แหม....มันน่าลดเงินเดือนซะให้เข็ด... เอาเวลางานมาใช้สุรุ่ยสุร่ายอย่างนี้ พนักงานอื่นคงเคืองแย่....
“ย้อนอายุอะไร?” จินสะดุ้งเฮือก รีบพับมือถือวางไว้ข้างตัว แล้วทำเป็นมีงานยุ่งเสียเต็มประดาเมื่อเห็นยูอิจิเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ
“ก็…ชอบเหม่อ ข้าวปลาไม่กิน กลับบ้านก็อยู่แต่ในห้อง…เหมือนกับ…”
“เหมือนกับอะไร???” เจ้าของห้องทำงานหรูมีระดับเอ่ยเสียงเข้ม คล้ายจะข่มอีกฝ่าย แต่ยูอิจิกลับยักไหล่ แล้วท้าวมือลงกับโต๊ะทำงานกว้าง
“เหมือนเด็กวัยรุ่นแรกรัก ที่อกหักครั้งแรกในชีวิต…ไหน?!!!...เอามาดูซิ ว่าท่านประธานสุดหล่อดูอะไรอยู่... คลิปโป๊รึเปล่า” เจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารอดีตเพลย์บอย พูดปุ๊บก็คว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมาเปิดดูปั๊บ
“ไอ้ยู!!!” ชายหนุ่มร้องลั่น ใบหน้าหล่อคมคายแดงจัด ยูอิจิมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนรักแล้วหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะพูดไปอีกเรื่อง ขณะที่พับโทรศัพท์เก็บวางไว้ที่เดิม จินรีบคว้ามันมาใส่ลิ้นชักโต๊ะทันทีด้วยสายตาขุ่นมัว
“คุณน้าบอกว่าแกยกเลิกงานแต่งไปแล้ว”
“ทางนั้นยกเลิกมา…” คนถูกถามก้มหน้าหมายจะทำงาน คว้าปากกามาตั้งท่า แต่ก็ยอมตอบคำถามเพื่อนแต่โดยดี
“แกก็เลยเออออตามงั้นสิ” …ทำตัวเป็นผู้ชายน่าสงสารได้น่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว จินเอ้ย!!...ยอมรับเรื่องการยกเลิกงานแต่ง แต่ดันเอาเวลางานมานั่งดูรูปคู่ของตัวเองกับอดีตว่าที่ภรรยาเนี่ยนะ!!....
ยูอิจิล่ะอยากจะสรรเสริญจริงๆ....ไอ้ผู้ชายน้ำเน่า!!!!!....
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง…ดื้อด้านแต่งกับคนที่ไม่รักฉันงั้นเหรอ”
“แกคิดว่า…คาเมะไม่ได้รักแก…” จินกัดกรามจนขึ้นเป็นสัน กับประโยคที่ว่า ….‘คาเมะไม่ได้รัก’...
“เขาชอบผู้หญิง…” ยูอิจิพยักหน้าหงึกหงักเมือ่ได้ยินข้ออ้างจากปากเพื่อน …ครับ!!~ ข้อนี้กระผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์!!!!...
“งั้นฉันกลับดีกว่า…” จินไม่ได้เงยหน้าบอกลา รับรู้แค่เสียงฝีเท้าที่ตรงดิ่งไปที่ประตูก่อนจะหยุดลง เมื่อยูอิจิหมุนตัวหันกลับมาอีกครั้ง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“เออ…ฉันมีเรื่องจะบอกแก…” จินเงยหน้ามอง สบตากับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
“ก่อนหน้าที่คาเมะจะเลิกเรียน…หมอนั่นเคยถามฉันว่าแกชอบกินอะไรที่สุด…แล้วพอถามว่าทำไมถึงอยากรู้ เด็กนั่นก็ตอบง่ายๆว่า…อยากจะเอาไปทำให้แกกิน…”
“ฉันคงไม่ต้องบอกอะไรแกมากกว่านี้แล้วล่ะนะ…ถึงแกจะทำตัวย้อนวัย แต่โตมาตั้งขนาดนี้ ก็น่าจะรู้อะไรบางอย่างมากขึ้นได้แล้ว…ไปละ”
ยูอิจิเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่จินยังคงนั่งทบทวนเงียบๆ เขายิ้มบางๆกับความรู้ใหม่ที่ได้จากเพื่อนรัก
…คาเมะจะอยากรู้อาหารโปรดของเขาไปทำไมนะ…เจ้าตัวดีมีจุดประสงค์อื่นนอกจาก อยากทำให้เขากินด้วยรึเปล่า…ก็น่าจะมีสินะ....เด็กอย่างนั้น คงคิดหาเรื่องแกล้งเขาไว้สารพัด…
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนๆ เมื่อนึกไปถึงความร่าเริงของคาเมะ เจ้านิสัยโหวกเหวกโวยวาย หรือแม้แต่อาการร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นเด็กตอนที่ถูกบังคับเรียนมารยาท ...เด็กอะไร...หลายอารมณ์ชะมัด...
ทว่าความเป็นจริงในปัจจุบัน ก็ทำให้รอยยิ้มของจินแห้งเหือด ร่างสูงถอนหายใจยาว แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง
…แต่น่าเสียดาย…ที่มันสายเกินไป…ตอนนี้จะให้เขาไปกินอาหารฝีมือคาเมะในฐานะของอะไรกันล่ะ…อดีตว่าที่สามีอย่างนั่นเหรอ…สำหรับพวกเขาสองคน มันก้าวออกมามากเกินไปแล้ว…ย้อนกลับไปไม่ได้...มันคงไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปหาจุดเดิมได้อีกแล้ว…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ยูอิจิฮึดฮัดอย่างหัวเสีย หลังจากกลับจากการไปเยี่ยมเยียนเพื่อนที่บริษัทมาได้สองวัน ก็ปรากฏว่า อาคานิชิ มิกะ น้องสาวคนสวยของจิน โทรศัพท์มาหาเขาพร้อมกับโวยแหลกว่า …‘เขาไม่ได้เรื่อง!!!!’…
…เขาไม่ได้เรื่อง…ที่ไปกระตุ้นจินไม่สำเร็จ…มิกะบอกว่า พี่ชายของหล่อนยังคงเซื่องซึมผิดมนุษย์มนา และดูไม่เป็นผู้เป็นคนเอาเสียเลย!!!…
…ไอ้จิน!!! แกนี่ทำไมถึงดื้อด้านนักล่ะว่ะ!!!…
…และเพราะแผนแรกไม่สำเร็จ นากามารุ ยูอิจิ เลยต้องใช้แผนสอง ยอมเอาวันเกิดตัวเองที่อุตส่าห์คิดไว้ว่าจะเอาไว้ไปเดทกับยามะพีสองคน มาเปลี่ยนเป็นปาร์ตี้ที่มีเพื่อนมาร่วมแจม…เพียงเพราะว่าอยากให้จินกับคาเมะปรับความเข้าใจกัน…
…ตำแหน่งเพื่อนดีเด่น คงไม่พ้นมือยูอิจิแน่ล่ะ…--3--
“ฮัลโล…คาเมะจังเหรอ” นับเป็นโชคดีของยูอิจิ ที่ยามะพีคนรักของเขามีเบอร์โทรศัพท์เจ้าตัวดี ซึ่งเคยมาทิ้งเอาไว้ ตอนตามจีบครั้งแรก
“คือว่า…มะรืนนี้วันเกิดคุณยูแหน่ะ…ก็เลยจะชวนคาเมะมาปาร์ตี้น่ะ” ยามะพีกรอกเสียง ขณะที่มียูอิจินั่งลุ้นอยู่ข้างๆ
“คาเมะจังมาเถอะนะ…เราไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคุณยูแหน่ะ…” และก็เป็นไปตามคาดของเจ้าของวันเกิด ที่คิดไว้ว่าเจ้าคนขี้หม้อที่ความเจ้าชู้ในสายเลือดเข้มข้นยิ่งกว่าฮีโมโกลบิน จะต้องตกปากรับคำอย่างง่ายดาย เพียงแค่ให้ยามะพีบีบเสียงเล็กเสียงหวานออดอ้อน
(ถึงแม้ยูอิจิอาจจะเกือบต้องกัดลิ้นตัวเองตาย เพราะไม่อยากให้ยามะพีไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานให้ใครนอกจากเขา แต่....ถือซะว่านี่เป็นกรณียกเว้น!...ฮึ๋ย!!!)
“ขอบใจมากนะคาเมะจัง…งั้นเดี๋ยวฉันบอกแผนที่มาบ้านคุณยูให้ละกัน…”
-*-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-
สองวันต่อมา ห้องนั่งเล่นของแมนชั่นนากามารุถูกเปลี่ยนให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีคนมาร่วมงานแค่สามคน ไม่นับเจ้าของวันเกิด…
“ทำไว้แค่นี้จะพอเหรอ” คาเมะมาช่วยงานตั้งแต่หัววัน นั่งเตรียมของสดไว้สำหรับปิ้งบาร์บีคิวกินกันยามค่ำคืน เห็นของสดที่ยูอิจิซื้อมา มันไม่น่ากินกันได้เกินห้าคนเลยนะ…ไหนยามะพีว่าเพื่อนยูจะมาเยอะมาก~
......แต่...เอ...ในฐานะที่เขาก็เจ้าชู้…วันเกิดเนี่ยเป็นข้ออ้างอันดับแรกในการสวีทหวานกับคนรักเลยไม่ใช่เหรอ...แต่ก่อนเนี่ย ไม่อยากจะอวดหรอกนะ ว่าคาเมะมีวันเกิดมันสัก 360 วันในหนึ่งปี...
“…ก็…ไม่พอก็ค่อยออกไปซื้อก็ได้นี่นา…คอนวิเนียนก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง”ยามะพีตอบเลี่ยงๆ แล้วใช้รอยยิ้มหวานๆตบท้ายให้คาเมะเลิกถาม
“แล้ว…คาเมะจะไม่มาเรียนแล้วเหรอ” ร่างบางผิวน้ำผึ้งเอ่ยปากถามอีก ทำเอาคาเมะเงียบ
“ก็…มันไม่จำเป็นแล้วนี่นา…ไม่ต้องแต่งงานแล้ว…แล้ว…ที่มหา’ลัยก็งานเยอะมากๆด้วยล่ะ…เวลาจะนอนยังไม่ค่อยจะมีเลย”
“จีบอะไรแฟนฉัน..ห๊ะ…ไอ้คาเมะ” ยูอิจิที่ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินเข้ามาแทรกระหว่างคาเมะและยามะพีก่อนที่ไอ้ตัวดีจะทำเนียน จับมือนุ่มมาประคองหันสับประรด
“ขี้หวงจริงๆเลย…โทโมะจังเลิกกับยูไปเหอะ…มารักกับฉันดีกว่า” คาเมะยุแยงด้วยความหมั่นไส้ คว้ามือคนตาโตมากอบกุมได้หน่อยเดียว ยูอิจิก็รีบกระชากแขนคนรักออกจากไอ้มือลามกนั่นทันที
“อย่าบังอาจมายุ่งกับเมียฉัน…ถึงแกจะเลิกเรียนไปแล้ว แต่ฉันก็สามารถเอาตะหลิวตามเคาะหัวแกได้ทุกเมื่อ จำไว้ซะ…” ยูอิจิชี้หน้าอย่างคาดโทษ ถึงแม้คาเมะจะเขยิดขยาดกับการลงโทษโดยเอาตะหลิวเคาะหัว แต่ก็ยังทำหน้าอวดดีใส่ตามประสาคนชอบยั่ว
…ปิ๊งป่อง…ปิ๊งป่อง…เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น แต่เจ้าของบ้านดูจะไม่ใส่ใจมันเลย ยืนกอร้อกอติกคนรักอย่างออกนอกหน้า
“แกไปเปิดให้หน่อยสิคาเมะ” ไม่วายหันมาใช้คาเมะไปเปิดประตูอีก
“อ้าว…ผมไม่ใช่เจ้าบ้านนะ…เพื่อนยูมานั่นแหล่ะ…ไปเปิดเองสิ”
“แกไม่เห็นรึไง ว่าฉันกำลังยุ่งอยู่” ยูอิจิก้มลงมองมือตัวเองที่เกาะหนึบอยู่บนเอวยามะพี คล้ายจะบอกให้คาเมะมองตามว่าตัวเองกำลัง…ยุ่ง...อยู่กับ ‘ การกอดแฟน’…
“ก็ได้ๆ…” ร่างบางยอมแต่โดยดี ละมือจากการหั่นผัก เดินออกจากห้องครัวไปเปิดประตูบ้านให้กับแขก ตลอดทางเดินก็บ่นเจ้าของบ้านไปเรื่อยด้วยความหมั่นไส้ และทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็ทำเอาร่างบางถึงกับอึ้ง
…จิน…
ต่างฝ่ายต่างอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี้ จินขยับปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ตัดสินใจเงียบลง ในขณะที่คาเมะเองก็เก้อเขิน ไปกับสถานการณ์ชวนอึดอัด ชวนดีใจ จนมือไม้มันเก้งก้างไปหมด
ร่างบางยกมือขึ้นทัดปอยผมกับหูอย่างเก้ๆกังๆ สายตามองนั่นมองนี่ไปเรื่อย เดี๋ยวก็เพดาน เดี๋ยวกับฝาผนัง ไม่ยอมสบตาจินเลยแม้แต่น้อย กว่าจะหาลิ้นตัวเองพอจะพูดออกมาเป็นประโยคได้ คนทั้งคู่ก็ได้แต่ยืนตรงหน้ากัน แต่ไม่ยอมสบตาอยู่ร่วมห้านาที
“อ่ะ…จ...จิน...จินนี่เอง…เอ่อ....ม....มางานวันเกิดยูใช่ม๊า…เข้ามาๆ ...เอ่อ...ยู...อ่า... เจ้าของวันเกิดกำลังยุ่งอยู่กับการลวนลามโทโมะจังน่ะ…ก...ก็....ก็เลยให้ฉันมาเปิด” คาเมะพูดทำเสียงให้ร่าเริงมากที่สุด ทั้งๆที่หัวใจเต้นเร้า จนกลัวว่าเสียงจะดังออกมาให้ร่างสูงได้ยิน ร่างบางหมุนตัวหันหลังเดินนำเข้ามาในบ้าน จินได้แต่เดินตามต้อยๆ เริ่มรู้ถึงแผนการของเพื่อนแล้ว ว่าทำไมอยู่ดีๆมันถึงอยากฉลองวันเกิดโดยการเชิญเขามาเป็นสักขีพยานในวันที่อายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
TO BE CON
JIN X KAME
By : Dezair
PART 9
“คาซึยะ…ช่วงนี้ลูกไม่ค่อยกินข้าวเลยนะ…ไม่สบายรึเปล่า” สัปดาห์นึงแล้ว สัปดาห์นึงที่แสนยาวนานในความรู้สึกของคาเมะ นับตั้งแต่วันนั้น …วันที่เขาและจินไปสวนสนุกด้วยกัน…
…จินหายไปจากชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครในบ้านคาเมนาชิพูดถึงจินเลย ยกเว้นเรื่องที่แม่พูดถึงการ ยกเลิกงานแต่งไปแล้วเท่านั้น…แถมตอนพูดยังไม่เอ่ยชื่อจินให้ได้ยินอีก
‘แม่คุยกับทางนั้นแล้วนะ...เขาก็โอเคที่จะยกเลิก’…
“ไม่ค่อยหิวน่ะแม่…ผมไปมหา’ลัยก่อนดีกว่า” ร่างบางลุกจากโต๊ะ แต่ไม่ทันจะได้ก้าวพ้นออกจากห้องครัว ปกเสื้อด้านหลังก็ถูกดึงไว้
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” โยชิโร่ พี่ชายคนโตเป็นคนดึงเอาไว้นั่นเอง
“ไม่ต้อง…ผมไปเองได้” คาเมะปฏิเสธเหมือนที่เคยทุกครั้ง....เรื่องอาร้ายยยยย~!! จะให้โยชิโร่ไปส่งที่มหา’ลัยเล่า!!~...เดี๋ยวสาวๆที่ไปตกเบ็ดไว้ ก็เฮโลมาชอบพี่เขาหมดน่ะสิ!!!
....คาเมะคิดว่าตัวเองหล่อกว่าอยู่แล้ว!!!....แต่ไอ้พี่บ้าก็ดันสูงสมาร์ทขนาดนี้ ถึงหน้าตาจะขี้เหร่กว่าเขา แต่สาวๆสมัยนี้ก็ดันเปลี่ยนสเป็คกันแทบทั้งประเทศ หันมาเทใจให้ผู้ชายตัวสูงกันซะหมด!!....
....คาเมะล่ะชี้ช้ำซะจริง T_______________T.... กับความสูงที่ …‘แถ’…ได้มากสุดก็แค่ร้อยเจ็ดสิบเนี่ย!!!....
“ก็ฉันบอกว่าจะไปส่ง” ถูกพี่ชายย้ำคำเดิม คาเมะเลยได้แต่เงียบ ...เอ?....ทำไมมันเหมือนเขากำลังถูกไล่ต้อนอยู่เลยแหะ....
สองพี่น้องบอกลาพ่อแม่ ก่อนจะขับรถออกจากบ้าน โยชิโร่ไม่ได้พาน้องชายไปมหาวิทยาลัยด้วยเส้นทางปกติ แต่พาขับอ้อมเมืองแบบที่ว่าคาเมะคงไม่มีทางไปถึงภายในครึ่งชั่วโมงนี้แน่
“พี่บ้ารึเปล่าเนี่ย!!! แล้วอย่างงี้ผมจะทันเข้าเรียนเร๊อะ!!!” ร่างบางหันมาโวยลั่น เมื่อเห็นถนนเบื้องหน้าที่รถติดยาวเหยียด....
....โธ่เอ้ย!!! คาบนี้มีเช็คชื่อนะเฟ้ย!!! คราวที่แล้วก็โดดไปจีบหญิงนิติฯ ขาดมาแล้วรอบนึง!! (ไม่นับคราวก่อนๆนู้น อีกหลายสิบครั้ง คาเมะโดดกระจายชนิดที่ว่าจำหน้าอาจารย์คนสอนวิชานี้ไม่ได้แล้วด้วย)....
“ก็ดี…ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกพอดี” โยชิโร่พูดเสียงเรียบ นั่นทำเอาคาเมะถึงกับชะงัก เริ่มใจคอไม่ค่อยดี
“คุยอะไร…ผมไม่ได้ไปทำใครท้องก่อนแต่งหรอกหน่า…สบายใจได้” คนเป็นน้องพาออกนอกเรื่อง พร้อมเสียงหัวเราะที่เจ้าตัวคิดว่าสดใสที่สุด เท่าที่อารมณ์ตอนนี้จะทำได้
...แต่....ทำไมมันถึงหวั่นๆไงก็ไม่รู้ ว่าพี่จะพาคุยเรื่อง ‘นั้น’…
“แกอย่ามาเล่นละครตบตาฉัน” จบประโยคของพี่คนโต เสียงหัวเราะที่คาเมะคิดว่ามันใช้ได้ผลเสมอมา ก็ถึงกับจางหายลงคอไป
…ทำไมตอนที่ทายเบอร์โทร.ของสาวอึ๋มๆสักคน มันถึงไม่ถูกแบบนี้ว้า~~!!!.....
“เล่นละครอะไร…ผมเล่นละครตอนไหน” ถามเสียงเบา ทั้งที่รู้ตัวดี ว่าทุกวันนี้ที่ทำตัวร่าเริง มันก็ได้แค่ร่าเริงแต่หน้า…
“แกถามฉันแบบนี้ แสดงว่าจะให้ฉันสาธยายใช่มั้ย” รถที่ติดยาวบนท้องถนน กลายเป็นสถานที่ปิดผนึกคาเมะให้จำเป็นต้องอยู่ตอบคำถามพี่ชายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“โอเคๆ…ช่วงนี้ผมหงุดหงิด…สงสัยเมนส์มาเหมือนแม่ล่ะมั้ง” ร่างบางตอบพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิ้วเรียวขมวดกันมุ่น หวังให้พี่เลิกซักไซ้เสียที
“แกไม่ได้หงุดหงิด...แล้วถ้าแกมีเมนส์ได้นะ ฉันจะใส่พานถวายให้อาคานิชิไปเลย” คาเมะกลืนน้ำลายลงคอ ใจหายวาบกับคำพูดของโยชิโร่ โดยเฉพาะคำนั้น ‘อาคานิชิ’
…ร่างบางไม่ปฏิเสธ ที่ทุกวันนี้ใช้เวลาว่างหมดไปกับการอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ เพราะแค่หวังเล็กๆ ว่าอย่างน้อยก็อาจจะเห็นคำว่า ‘อาคานิชิ จิน’ อยู่ในหัวข้อข่าวไหนสักข่าว จะข่าวเล็กๆก็ได้ หรือจะมีเนื้อหาเข้าใจยาก ประเภท ตลาดหุ้น ภาษีอัตราก้าวหน้าหรือถอยหลัง NPL หรืออะไรก็ช่างที่เด็กบัญชีอย่างเขาเกลียดที่สุดก็ได้
....ขอแค่ให้มีชื่อ ‘อาคานิชิ จิน’ คาเมะก็พร้อมจะซื้อเจ้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นกลับมาอ่าน แทนที่จะเอาเงินไว้หยอดกระปุกระดมทุนซื้อเพนท์เฮ้าส์เล่มสำคัญ...
“พี่จะพูดอะไร พูดมาเลยดีกว่า!!!” ร่างบางหันมาถามอย่างไม่พอใจ ที่ถูกไล่ต้อนเป็นเด็กๆ สองพี่น้องสบตากัน ก่อนที่คำพูดของพี่ชายจะทำให้คนเป็นน้องอึ้งสนิท
“แกคิดยังไงกับอาคานิชิ”
“คิด....คิดอะไร....พี่บ้าไปแล้วเหรอ จะให้ผมคิดอะไรกับหมอนั่นล่ะ!!!” คาเมะทำเป็นโวยวาย เพราะไม่อยากให้หัวใจตัวเองสั่นไหวไปมากกว่านี้ แค่ไอ้ที่เป็นอยู่ทุกวัน มันก็เหนื่อยจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“งั้น....แกรักอาคานิชิ” พี่ชายเปลี่ยนคำถามใหม่ และเป็นคำถามที่ทำให้คนเป็นน้องพูดอะไรไม่ออกอยู่หลายนาที
…’รัก’…ความรู้สึกที่อัดกันแน่นในใจของเขาตลอดเวลาที่จินหายไป ความรู้สึกที่ทับถมจนปวดหนึบตอนที่เห็นจินเดินกับผู้หญิงอื่น ความรู้สึกเจ็บร้าวตอนที่บอกลา...
…ก็คือ ‘รัก’ งั้น เหรอ…
…เขารักจิน…
“พี่พูดแบบนี้ได้ไง!!!…เกิดสาวๆแถวนี้ได้ยิน ผมก็เสียหายอ่ะดิ” คาเมะพูดทำหน้าตลกๆ หวังจะเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ ให้โยชิโร่คิดว่าตัวเองคิดผิด
“แกกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้รัก” แต่โยชิโร่ ก็ยังเป็นโยชิโร่วันยังค่ำ พี่ชายคนโตยังคงมุ่งมั่นจะหาคำตอบจากน้องชายให้ได้
...ปฏิเสธเหรอ....ถ้าปฏิเสธได้ แล้วจะหายมั้ยล่ะ กับไอ้ความรู้สึกเจ็บไปทั้งใจแบบที่เป็นอยู่อย่างนี้น่ะ...
“เขาไม่ได้รักผมหรอกพี่…” คาเมะพูดเสียงเบาตอบไปอีกเรื่อง ใบหน้าหวานสลดลง เมื่อคิดไปถึงผู้ชายคนนั้น คนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาให้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
…คนที่มาพาเขาไปเรียนทำอาหาร เรียนมารยาท สอนให้เขารู้จักความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนสอนเขา สอนให้เขารู้จักรสจูบอ่อนโยน…สอนให้เขารู้จักความอบอุ่น ที่อยู่ใกล้ๆแล้วรู้สึกสบายใจ…
…ยูอิจิพูดถูก…พอลองที่จะได้รู้จักการรักและถูกรักจากใครสักคน มันจะทำให้ติดใจโดยไม่คิดจะหันกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก…
โยชิโร่ยื่นมือไปวางบนศีรษะของน้อง ลูบเบาๆปลอบใจ คาเมะหันมายิ้มบางๆให้ คล้ายจะบอกว่าตนไม่เป็นอะไร
“แล้วนี่ ผมจะไปมหา’ลัยทันเหรอเนี่ย” ร่างบางหันมามองรถที่ติดกันยาว ทำเสียงร่าเริงกลบความรู้สึกปวดร้าว
“ในเมื่อไปไม่ทันแล้ว…ไปดูหนังกันมั้ย...มีเรื่องใหม่เข้านี่ ท่าทางน่าสนุก” ร่างบางหันมามอง ก่อนจะเอ่ยปากย้อนถามพร้อมอาการเหลือบมองด้วยสายตาบ่องแบ๊วสุดฤทธิ์
“พี่เลี้ยงใช่มั้ย”
…ตัวเองกะจะไม่ออกตังส์เลยล่ะสิเนี่ย!!! คาเมะ!!!!…--_--“
-*-**-**-*-*-*-*-*-*-*-*
“ไง…พี่ๆน้องๆแกบอกฉันว่า…แกทำตัวย้อนอายุ” เสียงทักทายกวนๆ ดังมาจากแขกในยามสายของวันทำงานที่แสนวุ่นวาย ...นากามารุ ยูอิจินั่นเอง….
คนมาใหม่เข้ามาตั้งนานแล้ว แล้วก็เห็นมาตั้งแต่ต้นว่าคุณประธานเจ้าของห้องเอาเวลางานไปนั่งจดๆจ้องๆดูแต่อะไรสักอย่างในโทรศัพท์มือถืออย่างเอาเป็นเอาตาย ดูไปถอนหายใจไป บางครั้งก็เอานิ้วไปลูบๆบนหน้าจอ
...แหม....มันน่าลดเงินเดือนซะให้เข็ด... เอาเวลางานมาใช้สุรุ่ยสุร่ายอย่างนี้ พนักงานอื่นคงเคืองแย่....
“ย้อนอายุอะไร?” จินสะดุ้งเฮือก รีบพับมือถือวางไว้ข้างตัว แล้วทำเป็นมีงานยุ่งเสียเต็มประดาเมื่อเห็นยูอิจิเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ
“ก็…ชอบเหม่อ ข้าวปลาไม่กิน กลับบ้านก็อยู่แต่ในห้อง…เหมือนกับ…”
“เหมือนกับอะไร???” เจ้าของห้องทำงานหรูมีระดับเอ่ยเสียงเข้ม คล้ายจะข่มอีกฝ่าย แต่ยูอิจิกลับยักไหล่ แล้วท้าวมือลงกับโต๊ะทำงานกว้าง
“เหมือนเด็กวัยรุ่นแรกรัก ที่อกหักครั้งแรกในชีวิต…ไหน?!!!...เอามาดูซิ ว่าท่านประธานสุดหล่อดูอะไรอยู่... คลิปโป๊รึเปล่า” เจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารอดีตเพลย์บอย พูดปุ๊บก็คว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมาเปิดดูปั๊บ
“ไอ้ยู!!!” ชายหนุ่มร้องลั่น ใบหน้าหล่อคมคายแดงจัด ยูอิจิมองภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนรักแล้วหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะพูดไปอีกเรื่อง ขณะที่พับโทรศัพท์เก็บวางไว้ที่เดิม จินรีบคว้ามันมาใส่ลิ้นชักโต๊ะทันทีด้วยสายตาขุ่นมัว
“คุณน้าบอกว่าแกยกเลิกงานแต่งไปแล้ว”
“ทางนั้นยกเลิกมา…” คนถูกถามก้มหน้าหมายจะทำงาน คว้าปากกามาตั้งท่า แต่ก็ยอมตอบคำถามเพื่อนแต่โดยดี
“แกก็เลยเออออตามงั้นสิ” …ทำตัวเป็นผู้ชายน่าสงสารได้น่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว จินเอ้ย!!...ยอมรับเรื่องการยกเลิกงานแต่ง แต่ดันเอาเวลางานมานั่งดูรูปคู่ของตัวเองกับอดีตว่าที่ภรรยาเนี่ยนะ!!....
ยูอิจิล่ะอยากจะสรรเสริญจริงๆ....ไอ้ผู้ชายน้ำเน่า!!!!!....
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง…ดื้อด้านแต่งกับคนที่ไม่รักฉันงั้นเหรอ”
“แกคิดว่า…คาเมะไม่ได้รักแก…” จินกัดกรามจนขึ้นเป็นสัน กับประโยคที่ว่า ….‘คาเมะไม่ได้รัก’...
“เขาชอบผู้หญิง…” ยูอิจิพยักหน้าหงึกหงักเมือ่ได้ยินข้ออ้างจากปากเพื่อน …ครับ!!~ ข้อนี้กระผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์!!!!...
“งั้นฉันกลับดีกว่า…” จินไม่ได้เงยหน้าบอกลา รับรู้แค่เสียงฝีเท้าที่ตรงดิ่งไปที่ประตูก่อนจะหยุดลง เมื่อยูอิจิหมุนตัวหันกลับมาอีกครั้ง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“เออ…ฉันมีเรื่องจะบอกแก…” จินเงยหน้ามอง สบตากับคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
“ก่อนหน้าที่คาเมะจะเลิกเรียน…หมอนั่นเคยถามฉันว่าแกชอบกินอะไรที่สุด…แล้วพอถามว่าทำไมถึงอยากรู้ เด็กนั่นก็ตอบง่ายๆว่า…อยากจะเอาไปทำให้แกกิน…”
“ฉันคงไม่ต้องบอกอะไรแกมากกว่านี้แล้วล่ะนะ…ถึงแกจะทำตัวย้อนวัย แต่โตมาตั้งขนาดนี้ ก็น่าจะรู้อะไรบางอย่างมากขึ้นได้แล้ว…ไปละ”
ยูอิจิเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่จินยังคงนั่งทบทวนเงียบๆ เขายิ้มบางๆกับความรู้ใหม่ที่ได้จากเพื่อนรัก
…คาเมะจะอยากรู้อาหารโปรดของเขาไปทำไมนะ…เจ้าตัวดีมีจุดประสงค์อื่นนอกจาก อยากทำให้เขากินด้วยรึเปล่า…ก็น่าจะมีสินะ....เด็กอย่างนั้น คงคิดหาเรื่องแกล้งเขาไว้สารพัด…
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนๆ เมื่อนึกไปถึงความร่าเริงของคาเมะ เจ้านิสัยโหวกเหวกโวยวาย หรือแม้แต่อาการร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นเด็กตอนที่ถูกบังคับเรียนมารยาท ...เด็กอะไร...หลายอารมณ์ชะมัด...
ทว่าความเป็นจริงในปัจจุบัน ก็ทำให้รอยยิ้มของจินแห้งเหือด ร่างสูงถอนหายใจยาว แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง
…แต่น่าเสียดาย…ที่มันสายเกินไป…ตอนนี้จะให้เขาไปกินอาหารฝีมือคาเมะในฐานะของอะไรกันล่ะ…อดีตว่าที่สามีอย่างนั่นเหรอ…สำหรับพวกเขาสองคน มันก้าวออกมามากเกินไปแล้ว…ย้อนกลับไปไม่ได้...มันคงไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปหาจุดเดิมได้อีกแล้ว…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ยูอิจิฮึดฮัดอย่างหัวเสีย หลังจากกลับจากการไปเยี่ยมเยียนเพื่อนที่บริษัทมาได้สองวัน ก็ปรากฏว่า อาคานิชิ มิกะ น้องสาวคนสวยของจิน โทรศัพท์มาหาเขาพร้อมกับโวยแหลกว่า …‘เขาไม่ได้เรื่อง!!!!’…
…เขาไม่ได้เรื่อง…ที่ไปกระตุ้นจินไม่สำเร็จ…มิกะบอกว่า พี่ชายของหล่อนยังคงเซื่องซึมผิดมนุษย์มนา และดูไม่เป็นผู้เป็นคนเอาเสียเลย!!!…
…ไอ้จิน!!! แกนี่ทำไมถึงดื้อด้านนักล่ะว่ะ!!!…
…และเพราะแผนแรกไม่สำเร็จ นากามารุ ยูอิจิ เลยต้องใช้แผนสอง ยอมเอาวันเกิดตัวเองที่อุตส่าห์คิดไว้ว่าจะเอาไว้ไปเดทกับยามะพีสองคน มาเปลี่ยนเป็นปาร์ตี้ที่มีเพื่อนมาร่วมแจม…เพียงเพราะว่าอยากให้จินกับคาเมะปรับความเข้าใจกัน…
…ตำแหน่งเพื่อนดีเด่น คงไม่พ้นมือยูอิจิแน่ล่ะ…--3--
“ฮัลโล…คาเมะจังเหรอ” นับเป็นโชคดีของยูอิจิ ที่ยามะพีคนรักของเขามีเบอร์โทรศัพท์เจ้าตัวดี ซึ่งเคยมาทิ้งเอาไว้ ตอนตามจีบครั้งแรก
“คือว่า…มะรืนนี้วันเกิดคุณยูแหน่ะ…ก็เลยจะชวนคาเมะมาปาร์ตี้น่ะ” ยามะพีกรอกเสียง ขณะที่มียูอิจินั่งลุ้นอยู่ข้างๆ
“คาเมะจังมาเถอะนะ…เราไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนคุณยูแหน่ะ…” และก็เป็นไปตามคาดของเจ้าของวันเกิด ที่คิดไว้ว่าเจ้าคนขี้หม้อที่ความเจ้าชู้ในสายเลือดเข้มข้นยิ่งกว่าฮีโมโกลบิน จะต้องตกปากรับคำอย่างง่ายดาย เพียงแค่ให้ยามะพีบีบเสียงเล็กเสียงหวานออดอ้อน
(ถึงแม้ยูอิจิอาจจะเกือบต้องกัดลิ้นตัวเองตาย เพราะไม่อยากให้ยามะพีไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานให้ใครนอกจากเขา แต่....ถือซะว่านี่เป็นกรณียกเว้น!...ฮึ๋ย!!!)
“ขอบใจมากนะคาเมะจัง…งั้นเดี๋ยวฉันบอกแผนที่มาบ้านคุณยูให้ละกัน…”
-*-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-
สองวันต่อมา ห้องนั่งเล่นของแมนชั่นนากามารุถูกเปลี่ยนให้เป็นปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีคนมาร่วมงานแค่สามคน ไม่นับเจ้าของวันเกิด…
“ทำไว้แค่นี้จะพอเหรอ” คาเมะมาช่วยงานตั้งแต่หัววัน นั่งเตรียมของสดไว้สำหรับปิ้งบาร์บีคิวกินกันยามค่ำคืน เห็นของสดที่ยูอิจิซื้อมา มันไม่น่ากินกันได้เกินห้าคนเลยนะ…ไหนยามะพีว่าเพื่อนยูจะมาเยอะมาก~
......แต่...เอ...ในฐานะที่เขาก็เจ้าชู้…วันเกิดเนี่ยเป็นข้ออ้างอันดับแรกในการสวีทหวานกับคนรักเลยไม่ใช่เหรอ...แต่ก่อนเนี่ย ไม่อยากจะอวดหรอกนะ ว่าคาเมะมีวันเกิดมันสัก 360 วันในหนึ่งปี...
“…ก็…ไม่พอก็ค่อยออกไปซื้อก็ได้นี่นา…คอนวิเนียนก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง”ยามะพีตอบเลี่ยงๆ แล้วใช้รอยยิ้มหวานๆตบท้ายให้คาเมะเลิกถาม
“แล้ว…คาเมะจะไม่มาเรียนแล้วเหรอ” ร่างบางผิวน้ำผึ้งเอ่ยปากถามอีก ทำเอาคาเมะเงียบ
“ก็…มันไม่จำเป็นแล้วนี่นา…ไม่ต้องแต่งงานแล้ว…แล้ว…ที่มหา’ลัยก็งานเยอะมากๆด้วยล่ะ…เวลาจะนอนยังไม่ค่อยจะมีเลย”
“จีบอะไรแฟนฉัน..ห๊ะ…ไอ้คาเมะ” ยูอิจิที่ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินเข้ามาแทรกระหว่างคาเมะและยามะพีก่อนที่ไอ้ตัวดีจะทำเนียน จับมือนุ่มมาประคองหันสับประรด
“ขี้หวงจริงๆเลย…โทโมะจังเลิกกับยูไปเหอะ…มารักกับฉันดีกว่า” คาเมะยุแยงด้วยความหมั่นไส้ คว้ามือคนตาโตมากอบกุมได้หน่อยเดียว ยูอิจิก็รีบกระชากแขนคนรักออกจากไอ้มือลามกนั่นทันที
“อย่าบังอาจมายุ่งกับเมียฉัน…ถึงแกจะเลิกเรียนไปแล้ว แต่ฉันก็สามารถเอาตะหลิวตามเคาะหัวแกได้ทุกเมื่อ จำไว้ซะ…” ยูอิจิชี้หน้าอย่างคาดโทษ ถึงแม้คาเมะจะเขยิดขยาดกับการลงโทษโดยเอาตะหลิวเคาะหัว แต่ก็ยังทำหน้าอวดดีใส่ตามประสาคนชอบยั่ว
…ปิ๊งป่อง…ปิ๊งป่อง…เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น แต่เจ้าของบ้านดูจะไม่ใส่ใจมันเลย ยืนกอร้อกอติกคนรักอย่างออกนอกหน้า
“แกไปเปิดให้หน่อยสิคาเมะ” ไม่วายหันมาใช้คาเมะไปเปิดประตูอีก
“อ้าว…ผมไม่ใช่เจ้าบ้านนะ…เพื่อนยูมานั่นแหล่ะ…ไปเปิดเองสิ”
“แกไม่เห็นรึไง ว่าฉันกำลังยุ่งอยู่” ยูอิจิก้มลงมองมือตัวเองที่เกาะหนึบอยู่บนเอวยามะพี คล้ายจะบอกให้คาเมะมองตามว่าตัวเองกำลัง…ยุ่ง...อยู่กับ ‘ การกอดแฟน’…
“ก็ได้ๆ…” ร่างบางยอมแต่โดยดี ละมือจากการหั่นผัก เดินออกจากห้องครัวไปเปิดประตูบ้านให้กับแขก ตลอดทางเดินก็บ่นเจ้าของบ้านไปเรื่อยด้วยความหมั่นไส้ และทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็ทำเอาร่างบางถึงกับอึ้ง
…จิน…
ต่างฝ่ายต่างอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี้ จินขยับปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ตัดสินใจเงียบลง ในขณะที่คาเมะเองก็เก้อเขิน ไปกับสถานการณ์ชวนอึดอัด ชวนดีใจ จนมือไม้มันเก้งก้างไปหมด
ร่างบางยกมือขึ้นทัดปอยผมกับหูอย่างเก้ๆกังๆ สายตามองนั่นมองนี่ไปเรื่อย เดี๋ยวก็เพดาน เดี๋ยวกับฝาผนัง ไม่ยอมสบตาจินเลยแม้แต่น้อย กว่าจะหาลิ้นตัวเองพอจะพูดออกมาเป็นประโยคได้ คนทั้งคู่ก็ได้แต่ยืนตรงหน้ากัน แต่ไม่ยอมสบตาอยู่ร่วมห้านาที
“อ่ะ…จ...จิน...จินนี่เอง…เอ่อ....ม....มางานวันเกิดยูใช่ม๊า…เข้ามาๆ ...เอ่อ...ยู...อ่า... เจ้าของวันเกิดกำลังยุ่งอยู่กับการลวนลามโทโมะจังน่ะ…ก...ก็....ก็เลยให้ฉันมาเปิด” คาเมะพูดทำเสียงให้ร่าเริงมากที่สุด ทั้งๆที่หัวใจเต้นเร้า จนกลัวว่าเสียงจะดังออกมาให้ร่างสูงได้ยิน ร่างบางหมุนตัวหันหลังเดินนำเข้ามาในบ้าน จินได้แต่เดินตามต้อยๆ เริ่มรู้ถึงแผนการของเพื่อนแล้ว ว่าทำไมอยู่ดีๆมันถึงอยากฉลองวันเกิดโดยการเชิญเขามาเป็นสักขีพยานในวันที่อายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
TO BE CON
2008.09.13
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา PART 8
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา
JIN X KAME
By : Dezair
PART 8
“เฮ้ย! คาเมะ…นี่แฟนแกไม่ใช่เหรอวะ” ยามสายวันต่อมา คาเมะมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อเข้าห้องสมุดค้นหาข้อมูลทำรายงาน เจอเพื่อนร่วมคณะที่พอจะรู้เรื่องของเขา หมอนั่นรีบแจ้นเข้ามาถาม พร้อมกับหนังสือซุบซิบดาราในมือที่ยื่นให้เขาดู
‘…นากาตะ อันริ…อาคานิชิ จิน รักข้ามรุ่น…’ ตัวหนังสือขนาดใหญ่โปรยหัวเหนือภาพแอบถ่ายของคนสองคน ภายในร้านอาหารจีนแถวไหน ไม่ต้องอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คาเมะก็รู้เสียยิ่งกว่ารู้
...น่าแปลก ที่จำได้แม้กระทั่งที่ตั้งของไอ้เจ้าร้านนี้....ทั้งๆที่ปกติน่ะเหรอ ถ้าไม่ใช่ร้านขนมที่เอาไว้ใช้เดทกับสาวๆ คาเมะไม่คิดจะเอามันมายัดใส่สมองเสียให้ยากหรอก....
“ก็แค่ว่าที่…” คาเมะตอบเสียงเรียบข่มอารมณ์ขื่นแปลกๆในใจที่มันล้นขึ้นมาจุกที่คอ ร่างบางพยายามไม่สนใจนิตยสารในมือเพื่อน หันมากุลีกุจอหาเนื้อหาที่ต้องการ
“เฮ้ย…แกอย่าทำเป็นนิ่งนอนใจไป…ถึงจะเป็นว่าที่ แต่อีกหน่อยแกก็เป็นเมียเขาอยู่ดี มายอมให้เขาสวมเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มแต่งอย่างนี้มันไม่ได้นะโว๊ย” ทานากะ โคคิ เพื่อนรักผู้แสนดีและเป็นห่วงเป็นใยไปในแทบทุกเรื่อง รีบร้องบอก
....ทว่าชื่อชื่อเดียวที่วนเวียนอยู่ในสมองก็น่ารำคาญมากพออยู่แล้ว ยิ่งต้องมาได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนเกี่ยวกับไอ้เจ้าของชื่อคนนั้นอีก คาเมะก็ยิ่งฉุนจัด จนระเบิดอารมณ์ออกมา
“โคคิ!…ถึงหมอนั่นจะเที่ยวผู้หญิงทุกคืน จะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า จะรักผู้หญิงอีกกี่ร้อยคน ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี!!!” คาเมะตะคอกใส่อย่างหงุดหงิด ทำเอาเพื่อนรักที่คบกันมานานถึงกับอึ้ง
“เฮ้…นายไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลยนี่” โคคิค่อนข้างตกใจ ที่คนอารมณ์ดีอยู่เสมอและแสนจะยิ้มง่าย มาวันนี้ถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ฉันไม่ได้โกรธ!!!…” ตวาดออกไปแล้ว ถึงได้รู้ตัวว่าเพื่อนสนิทถึงกับชะงัก คาเมะก็ได้สติ ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอ พยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่ ก่อนจะพูดต่อ
“…เอ่อ…นายก็รู้…ฉันเอง...แต่ก่อนก็...ก็....ก็ปลื้มอันริซัง…ฉัน...ฉันก็...ก็อิจฉาเขาน่ะสิ...หมอนั่นมันจะโชคดีเกินไปแล้ว ไอ้ควงกับดาราเชียวนะ....” คาเมะพยายามเบี่ยงเบน พร้อมรอยยิ้มที่พยายามฉีกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ เพื่อให้โคคิเข้าใจไปว่าเขาไม่ได้โกรธเรื่องที่จินจะควงผู้หญิงคนไหน
…..ใช่ ไม่ได้โกรธ!....ทำไมเขาจะต้องไปโกรธไอ้ผู้ชายบ้าๆคนนั้นด้วย!!!...กะอีแค่มันไปควงผู้หญิงคนอื่น แล้วลืมมารับมาส่งเขา!!!....
....แล้วก็ไม่ได้โมโห!!!....ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปโมโหมัน!!! มันก็แค่พาผู้หญิงไปกินข้าวกระจุ๋งกระจิ๋ง....แล้วทำเป็นไม่แยแสเขาก็เท่านั้น!!!....
....ที่สำคัญ เขาไม่รู้สึกอะไรเลย!!!!....ไม่มีอะไรที่จะต้องไปรู้สึกแปลกๆกับมัน!!!...แค่เพราะเห็นมันพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถอย่างอี๋อ๋อ!!!!...
....ไม่ได้โกรธ!!~ ไม่ได้โมโห!!!...ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันทั้งนั้น!!!!....
“นั่นสินะ…ว่าแล้วเชียว ว่านายต้องอิจฉาว่าที่สามี…แต่ว่าอันริซังก็อายุเยอะแล้ว สาวๆเอ๊าะๆถูกสเป็คนายก็มีออกเยอะแยะ” โคคิพูดยิ้มกว้าง คาเมะก็ได้แต่เออออตาม
…จะมีใครรู้ดีกว่าเจ้าตัวกันล่ะ…ไม่ได้อิจฉาจินเสียหน่อยที่ได้ควงผู้หญิงคนนั้น!! แล้วก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้โมโหอะไรทั้งนั้น!!!....เอ่อ....ถ้าจะรู้สึกอะไรสักอย่าง....เอ่อ....ก็อาจจะแค่....เอ่อ....แค่ไม่พอใจเล็กๆ....แค่ ’เล็กๆ ‘ …. เท่านั้นล่ะ!!!...
....แค่ไม่พอใจเล็กๆ!!!! ย้ำว่าแค่ ‘เล็กๆ!!!’ ....ไอ้หมอนั่นน่ะ ไม่ได้มีผลอะไรต่อเขานักหรอก!!!!!....
....ฮึ๋ย!!!! กะอีแค่หันไปควงอันริซัง!!! แทนที่จะพาเขาไปเที่ยว!!!!....ไม่ได้โมโหอะไรเลยสักนิด!!!!!!!!!....
**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
จินยังคงไม่ได้ติดต่อมาหาคาเมะ จวบจนอีกสามวันต่อมา ร่างสูงใหญ่จึงมาปรากฏกายอยู่ที่หน้าโรงเรียนสอนทำอาหารนากามารุ ขณะที่คาเมะกำลังจะเลิกชั้นเรียนพอดี
“มาได้แล้วรึไงคุณสามี…เมียแกหม้อผู้หญิงในโรงเรียนไปยกชั้นแล้วนะ” ยูอิจิทักทายอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นจินนั่งรอเงียบๆอยู่ที่โซฟาหน้าห้อง
“คาเมะเรียนเป็นไงบ้าง” ร่างสูงเงยหน้าถาม ขณะที่เพื่อนรักทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
“ถ้าไม่นับความอยากรู้อยากเห็นจนเกินพอดี หรือไม่…บางทีก็ดูเหม่อๆแปลกๆแล้วล่ะก็…เมียแกมีพัฒนาการค่อนข้างมาก และก็เป็นไปในทางที่ดี อย่างน้อยแต่งกับแกไป ฉันก็รับรองได้อย่างหนึ่ง ว่าแกมีข้าวไข่เจียวกินเป็นอาหาร” จินยิ้มกับคำพูดกวนๆของยูอิจิ
“ว่าแต่แกเหอะ…หายหน้าไปตั้งเกือบสองสัปดาห์…ถอดใจกับเด็กนี่แล้วรึไง” คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ
…หายหน้าไปก็จริง แต่เขาก็ตามคาเมะแทบทุกฝีก้าวเหมือนเดิม สั่งคนให้ออกตามคอยดูแลคาเมะ ตามไปทุกทีที่คาเมะไป อยากรู้ความเป็นไป…อยากรู้ว่าถ้าไม่มีเขาโผล่หน้าไปหา คาเมะจะเป็นยังไง..
…แล้วก็ได้รู้…เจ้าตัวดียังคงเฮฮาเป็นระยะๆ ควงสาวๆไปเรื่อยๆแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว นิตยสารเรียกเรตติ้งของอันริซังก็ออกไปแล้ว และดูท่าว่าความต้องการของอันริซังจะประสบผลสำเร็จ…ทว่า…ความต้องการของเขากลับตรงกันข้าม…
…คาเมะยังคงเป็นเช่นเดิม เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่สนใจเขา ไม่ใส่ใจเขา และไม่มีทีท่าจะคิดถึงเขาเลยแม้เพียงนิดเดียว สุดท้ายแล้วก็มีแค่เขาเท่านั้น ที่รู้สึกไปเองเพียงลำพัง…
“จิน…วันนี้คาเมะถูกมีดบาด” เมื่อเห็นเพื่อนเงียบ ยูอิจิเลยบอกเรื่องบางเรื่องที่เขาสังเกตได้จากลูกศิษย์
“หือ?…มีดบาด”
“เมื่อวันก่อนก็ด้วย…เมื่อวานซืนก็อีก…” จินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ…คาเมะนี่น่ะเหรอจะซุ่มซ่ามถึงขนาดมีดบาดสามวันติดๆกัน…
“ฉันไม่รู้หรอกนะ…ว่าแกมีปัญหาอะไรกับคาเมะมันรึเปล่า…แต่ฉันว่าคาเมะมันมีปัญหาที่คิดไม่ตกอยู่อย่าง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไร มันชอบเหม่อ แล้วพอถูกฉันหรือยามะพีทัก มันก็จะรีบทำตัวร่าเริงเกินเหตุ…”
“อ้าว…อาคานิชิซัง” จินไม่ทันถามอะไรยูอิจิต่อ และยูอิจิก็ยังไม่ทันจะเล่าต่อ ยามะพีกับคาเมะก็พากันเดินออกมาจากห้องเรียนทำอาหาร คนรักของเจ้าของโรงเรียนเป็นคนทักทายร่างสูงใหญ่ ขณะที่คาเมะกลับหันมองไปทางอื่น ราวกับไม่รับรู้ว่า ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ครูสอนทำอาหารของเขา เป็นคนที่เขาเองก็รู้จักดี
จินอึ้ง เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกเมิน ...ชายหนุ่มกำลังจะขยับเข้าไปทักทาย ทว่า เสียงสดใสของคนตาโตก็ดังขึ้นมาก่อน
“นี่ไงคาเมะจัง…อาคานิชิซังมาพอดีเลย…” ยามะพีพูดอย่างดีอกดีใจ ก่อนจะค้นกระเป๋าสพายหยิบตั๋วออกมาสองใบ
“ผมได้ตั๋วสวนสนุกมาฟรีสองใบฮะ…อาคานิชิซังพาคาเมะไปหน่อยสิฮะ เห็นเขาบ่นๆอยากไป…”
“เฮ้ยๆ!!” คาเมะถึงกับร้อง เมื่อยามะพีดึงมือเขาไปให้จินจูงเฉยเลย
…ก็ไอ้ตั๋วสองใบนั่น ที่ยามะพีจะให้ เขาอุตส่าห์วางแผนว่าจะเอาไปนัดเดทกับ เรนะจังน่ะสิ!!!...โฮย~!!~ ไรว้า~!!!~.... จะโผล่มาทำไมวันนี้เล่า ไอ้บ้าจินเอ้ย!!!!....
....ม่ายยยยยยยยยยยยยยย!!!!!....ฉันจะไปกับเรนะจังงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!.....เอาไอ้หมูนี่กลับไปที!!!!!!!!!....
“นะ...คาเมะจัง…เดี๋ยวช่วยทำการบ้านวันนี้ให้…” เท่านั้นล่ะ…การคัดค้านขัดขืนจากคาเมะก็ไม่มีหลุดออกมาให้ยามะพีต้องดุอีก ร่างบางผิวน้ำผึ้งมองส่งว่าที่สามีภรรยาที่เดินคู่กันออกไปเงียบๆ
ก่อนที่คนทั้งคู่จะลับออกไปจากประตู ยามะพีทันเห็นแวบๆ ว่ามือของจินขยับไปดึงมือเล็กที่อยู่ข้างตัวของคาเมะมาเกาะเกี่ยวเอาไว้ด้วยปลายนิ้ว แต่ทำไมไม่รู้....ยามะพีถึงได้รู้สึกว่ามันเป็นการ ... ‘เดินจูงมือกัน’ …ที่ออกจะเศร้าสร้อย
“คุณยูฮะ…ผมรู้สึกไม่ดีเลย” ยูอิจิโอบร่างคนพูดเข้ามาเอนกายซบลงบนอก
….ตัวเขาเอง…ก็รู้สึกไม่ต่างจากยามะพีเท่าไหร่…สองคนนั่น มีบางอย่างที่ขวางกั้นเอาไว้…อะไรบางอย่าง ที่มันลางเลือนแต่มีอำนาจมากเหลือเกิน…
-*-*-**-***-***-*-
“เอ่อ…”
“เอ่อ…”ภายในรถที่เงียบสนิท อยู่ดีๆ คนที่นั่งกันมาเงียบๆ ก็เกิดอยากพูดพร้อมกันกระทันหันขึ้นมา
“เธอก่อนสิ”
“ไม่…นายก่อน”ทั้งสองเงียบกันไปอีก ก่อนที่จินจะเรียกความกล้าเอ่ยปากพูด
“เห็นนิตยสารหรือยัง”
“เห็นแล้ว…”
“มัน…ไม่ใช่อย่างที่นิตยสารนั่นบอกนะ…คือ…อันริซังน่ะเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายฉัน แล้วเขาก็แค่นัดให้ไปเอาของ” จินอธิบายแบบที่ท่องมาจากบ้าน ด้วยความหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างจากคาเมะเมื่อฟังคำพูดของเขาจบ
....คาเมะอาจจะร้องออกมาว่า ‘เฮ้อ! จริงเหรอ ฉันกลุ้มใจอยู่ตั้งนานแหน่ะ’….แล้วก็ยิ้มให้เขา...
…หรือไม่ก็อาจจะโวยวายเล็กๆว่า ‘นาย!...รู้มั้ยฉันคิดมากแค่ไหน!!! นึกว่านายจะชอบผู้หญิงคนนั้นซะแล้ว!!!!!’…เสร็จแล้วก็อัดเขาสักเปรี้ยง....
...บางทีนะ....บางที.... บางทีคาเมะอาจจะเข้าใจผิดเรื่องในนิตยสารนั่นอยู่ก็ได้ แต่ไม่อยากพูด ไม่อยากถาม....
“อือ…ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” คาเมะไม่รู้…ไม่รู้อีกแล้ว…ไม่รู้อีกแล้วว่าทำไมอยู่ดีๆ หัวใจที่เคยเจ็บแปลบๆ กลับรู้สึกเหมือนมันจะพองโตคับอก แค่คิดว่า
…ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของพี่ชายของจิน และคนทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์กันเกินเลย…
“เธอล่ะ…เมื่อกี้มีอะไรจะพูด” จินถามบ้าง ทำเอาร่างบางอึ้ง
…ก็เมื่อกี้ มันกำลังจะถามนั่นล่ะ ว่าไอ้เรื่องที่ลงในนิตยสารว่า ‘รักข้ามรุ่น’ น่ะ จริงรึเปล่า…
“ก็… ก็จะถามว่า…เอ่อ....เอ่อ...ถ้า....ถ้า...ถ้าจะฝากขอลายเซ็นนากาตะซังน่ะ จะได้รึเปล่า” ร่างบางถามแก้เก้อ แล้วลอบถอนหายใจเบาๆ....เฮ้อ....เนี่ยเพราะความกะล่อนที่บ่มเพาะมานานเชียวนะ....ไม่งั้นต้องถูกต้อนจนต้องพูดความจริงออกไปแน่ๆ....ว่าเขาอยากรู้เรื่องบ้าๆเกี่ยวกับหมอนั่น....
....เอ่อ....ก็....ก็แค่อยากรู้ล่ะนะ....คนต้องแต่งงานกัน รู้เรื่องฝ่ายตรงข้ามไว้ก็ไม่เสียหายนี่....
ทว่าคนได้ยินคำถามถึงกับอึ้ง จินอึ้งไปนาน เขาไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
…คาเมะเห็นข่าวนั่นเป็นแค่อะไรบางอย่าง ที่ตัวเองก็อยากมีส่วนร่วมด้วย…อยากได้ลายเซ็นต์ของอันริซัง อยากควงอันริซังบ้าง…อยากรู้จักอันริซังบ้าง…
…ใช่สินะ…เขาก็น่าจะรู้ดี ว่าคาเมะมีนิสัยแบบไหน มองผู้หญิงแต่ละคนแบบไหน…แล้วเขากำลังหวังอะไรอยู่กัน อาคานิชิ จิน…หวังจะได้เห็นคาเมะหวั่นไหว เพราะเขาหันไปคบผู้หญิงอื่นงั้นเหรอ....
....มันน่าจะรู้แต่แรก!! คาเมะไม่มีทางรู้สึกแบบนั้นกับเขาอยู่แล้ว!!!....ไม่มีทางเลย!!!!...
“ได้สิ” ร่างสูงตอบเสียงเบา แล้วบทสนทนาก็เงียบหายไปอีก จนกระทั่งรถมาจอดที่ลานจอดรถของสวนสนุกกลางคืน
“ว้าว…สวยจังเลย…ไปเล่นนั่นกัน” แค่เห็นเครื่องเล่นนานาชนิดที่เปิดบริการยามค่ำคืน มีแสงสีสวยงาม คาเมะก็ลืมเรื่องที่คิดไว้จนหมด อารมณ์ความเป็นเด็กเข้าครอบงำ คว้าแขนจินลากเข้าที่นู่นที่นี่ เล่นเครื่องเล่นจนจุใจ
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“โฮย…เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย…” เกือบห้าทุ่ม ที่ร่างบางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง ด้วยความเหนื่อยอ่อน
“สนุกมั้ย” จินถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ ยื่นขวดน้ำเปล่าให้ ร่างบางพยักหน้ารับแรงๆจนปอยผมกระจาย
“หิวรึเปล่า” ร่างสูงถามอีก
“หิวสิ…เดี๋ยวแวะซื้อเบอร์เกอร์ขึ้นไปกินบนชิงช้ากันนะ” ชายหนุ่มถึงกับเลิ่กคิ้ว
“ชิงช้าเขาไม่ให้เอาอาหารขึ้นไม่ใช่เหรอ”
“โธ่…ก็อย่าบอกให้ใครรู้ซี่~~” สมกับเป็นคาเมนาชิ คาซึยะ จอมกะล่อนและพลิกแพลง ร่างบางลุกจากม้านั่งลากแขนจินตรงไปยังซุ้มขายอาหาร ซื้อเบอร์เกอร์มาสองอัน แล้วยัดใส่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมายิ้มแต้ให้จิน ที่ได้แต่หัวเราะกึกกักในคอ เพราะเห็นกระเป๋ากางเกงคาเมะตุงจนน่าเกลียด
“หัวเราะอะไร เอาของตัวเองไปซ่อนเองเลย…เร็ว…อยากขึ้นชิงช้าแล้วนะ” ร่างบางสั่งคนตัวโตกว่า ก่อนจะยัดเยียดเบอร์เกอร์ให้ จินจำเป็นต้องทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าต้องทำมาก่อนเลยในชีวิต นั่นคือการเอาเบอร์เกอร์เข้าไปซ่อนในเสื้อสูทราคาแพงระยับ --_--“
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“เห็นมั้ยล่ะ…คนตรวจตั๋วยังไม่รู้เลย” แล้วแผนการเอาเบอร์เกอร์ขึ้นมากินบนชิงช้าสวรรค์ของคาเมะก็บรรลุผลเป็นอย่างดี ทั้งสองคนเข้ามานั่งในชิงช้าได้เรียบร้อย มันก็ค่อยๆเริ่มหมุน
“นั่นๆ…ตรงนั้นมหา’ลัยฉันเอง” คาเมะชี้ไปที่ตึกสูงที่อยู่ไกลลิบๆ
“มั่วรึเปล่าคาเมะ…มหา’ลัยเธอมันต้องทางนั้นต่างหาก” จินพูดแล้วชี้ไปอีกด้าน
“นั่นไง…ตึกสูงๆนั่น” ร่างสูงพูดอีก และพอคาเมะเพ่งดู ตึกไกลๆนั่นก็คล้ายกับตึกเรียนของเขาจริงๆ พอรู้ว่าตัวเองหน้าแตก ร่างบางก็เลยถึงกับหน้าบู้
“ไม่คุยด้วยแล้ว…” ว่าแล้วก็เลี่ยงจินด้วยการแกะเบอร์เกอร์ออกมากิน จินมองใบหน้าหวานที่เขาหลงรัก หลงคิดถึง…ถ้าคาเมะรู้ความรู้สึกจริงๆของเขา…คาเมะจะมีทีท่าแบบไหนนะ…แล้วเรา…จะยังได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกรึเปล่า…
“มองอะไร…นายคงไม่คิดจะแย่งฉันกินหรอกใช่มั้ย” เห็นตัวเล็กๆ แต่ก็หวงของกินอย่าบอกใคร จินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบเบอร์เกอร์ของตัวเองออกมากินบ้าง
“เดี๋ยวๆ ...ถ่ายรูปหน่อย…ฉันจะเอาไว้แบล็คเมล์ซีอีโออย่างนาย ว่าแอบเอาขนมขึ้นมากินบนชิงช้า…ฮ่า ฮ่า” จินกำลังจะกัดเบอร์เกอร์ของตัวเอง แต่ถูกคาเมะห้ามเอาไว้ เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะย้ายฝั่งไปนั่งข้างจิน แล้วยืดแขนออกจนสุดเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
“เขยิบเข้ามาอีกสิ…ห่างขนาดนั้น เดี๋ยวก็ตกเฟรมอ่ะดิ” คาเมะเอนกายแนบชิด ไม่ได้คิดเลยว่าการกระทำของตัวเอง จะทำให้ผู้ชายวัยเกือบยี่สิบห้าถึงกับใจเต้นระส่ำ
“เอามือถือนายมาด้วย…ฉันจะถ่ายให้...” จินยอมส่งมือถือตัวเองให้คาเมะแต่โดยดี ร่างบางรับมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งคืน ถ่ายรูปเสร็จแล้ว คาเมะก็ยังไม่มีทีท่าจะกลับไปนั่งฝั่งของตัวเอง เด็กหนุ่มเก็บโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะยกเบอร์เกอร์ขึ้นกัด
จินเห็นบาดแผลบนนิ้วเรียวพอดี เลยคว้ามือเล็กขึ้นมาดูชัดๆ…อย่างที่ไอ้ยูว่าไว้จริงๆ…คาเมะถูกมีดบาดสามวันรวด …
“มีดบาดแหน่ะ” คาเมะชี้แจง
“ทำยังไงให้โดนบาดตั้งสามนิ้ว” ร่างบางถึงกับเงียบ…จะให้บอกได้ไงเล่า ว่ามัวแต่คิดเรื่องของจิน จนไม่ทันระวังมีดน่ะ… ร่างบางดึงมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของมือใหญ่ร้อน ก่อนจะพูดไปเรื่องอื่น
“นี่ๆ…นายเคยได้ยินเรื่องที่คนรักจูบกันตอนที่ชิงช้าขึ้นถึงจุดสูงสุดรึเปล่า ที่ว่าคู่ไหนที่ทำได้ จะรักกันตลอดชาติน่ะ” คาเมะเปลี่ยนเรื่องคุย กลัวว่าถ้ายังยอมให้จินถามเรื่องมีดบาด ก็คงตีขลุมเข้าตัวเอง
…แต่คงไม่ได้คิด ว่าไอ้เรื่องที่ใช้เลี่ยงน่ะ ยิ่งกว่าเป็นกับดักเสียอีก...
“นายว่ามันเป็นเรื่องหลอกเด็กรึ...ป.…” คาเมะหันมาจะถามร่างสูงที่นั่งข้างกาย แต่ประโยคที่ยังพูดไม่จบกลับเลือนหายไป เมื่อหันมาสบกับดวงตาคมที่จ้องมองเขาอยู่
…ภายในชิงช้าเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดกวนใจแม้แต่น้อย ขณะที่คนสองคนเลื่อนเข้าหากันช้าๆ จนริมฝีปากสัมผัสกัน รสจูบอ่อนละมุนดำเนินอย่างเชื่องช้า บางเบา ขณะที่ชิงช้าเคลื่อนตัวสู่จุดสูงสุด ก่อนที่จินจะละออกมาให้คาเมะได้หายใจ…
มือใหญ่ประคองดวงหน้าสวยเอาไว้ กวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าหวาน ราวกับจะจดจำทุกวินาทีนี้ให้อยู่ติดตาไปชั่วนาน
…ร่างสูงยิ้มบางๆ ดวงตาคมดุที่ทอดมองคาเมะนั้น ทั้งสุข ทั้งเจ็บปวดระคนกัน…
“ถ้ามันเป็นจริงก็ดีสิ” เสียงทุ้มดังเบาๆ ปลุกสติคาเมะ ร่างบางก้มหน้าหลบสายตาวูบ และเพราะมัวแต่เขินอาย จึงไม่ทันคิด ไม่ทันสังเกต ทั้งสายตาและคำพูดของอีกฝ่าย
…ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งชิงช้าเวียนลงมาจบยังพื้นดินเบื้องล่าง คาเมะเดินออกมาก่อน มีจินเดินตาม ร่างสูงกลืนก้อนแข็งๆที่จุกคอ เมื่อเวลาสุดท้ายของวันมาถึง
“คาเมะ…” เด็กหนุ่มหันมามองคนเรียก จินเดินเข้ามาหาช้าๆ
“เรา…ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันแล้วนะ” คำพูดของร่างสูงใหญ่ทำให้คาเมะถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ
“คุณแม่ของคาเมะโทร.หาฉันเมื่อตอนเย็น…หมอดูที่ดูดวงให้คาเมะ หาทางสะเดาะเคราะห์ได้แล้ว…คาเมะไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับฉันอีกต่อไปแล้ว” คนฟังก้มหน้า ดวงตาเรียวไหวระริก เมื่อรู้สึกถึงขอบตาของตัวเองที่ร้อนผ่าวขึ้นมา
“อ๋อเหรอ…งั้น…ต่อแต่นี้ฉันก็ไม่ต้องเรียนทำอาหารแล้วใช่มั้ย” ร่างบางกลืนหยดน้ำใสๆให้ไหลกลับเข้าไป ก่อนจะเงยหน้าถามจิน พร้อมกับยิ้มกว้าง
จินมองรอยยิ้มนั้นอย่างเจ็บปวด เขายิ้มบางๆรับมัน…รับความจริงอันแสนทรมาน…
....ความจริงที่ว่า คาเมะไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย…
“อือ…” ชายหนุ่มรับคำอย่างเจ็บปวด
“ดีเลย…ช่วงนี้กำลังยุ่งๆทำรายงานพอดี…แต่อย่างนี้จินก็เสียเงินฟรีน่ะสิ” คาเมะชวนคุยนอกเรื่อง พยายามยิ้มเท่าที่จะทำได้ พยายามทำตัวร่าเริงมากที่สุดเท่าที่หน้าตัวเองจะกะล่อนไปได้ ชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อไม่ให้ในรถมันเงียบเกินไป
…คาเมะกลัว…กลัวว่าจินจะได้ยินเสียงโหยหวนในใจลึกๆ…คาเมะกลัวว่าจินจะพูดว่า ให้ลืมเรื่องราวหลายๆอย่าง…ให้ลืมเรื่องระหว่างเราไปเสีย....ให้ลืมว่าครั้งหนึ่งเคยรู้จักกันเถอะ....
....คาเมะกลัวจริงๆ…กลัวแบบที่ไม่เคยกลัวมาก่อน…
จินขับรถมาจอดที่หน้าบ้านครอบครัวคาเมนาชิ ร่างบางก้มหน้าปลดเข็มขัดนิรภัย พยายามกดความรู้สึกปวดหนึบให้แนบอยู่กับอก
“คาเมะ…” เจ้าของรถเรียกไว้ ทำให้ใบหน้าสวยต้องเงยมอง
“ขอบใจนะ คืนนี้สนุกมาก” จินพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆเช่นเคย คาเมะยิ้มแต้
“ไม่เป็นไร…ฉันก็สนุกเหมือนกัน…ไปนะ” ร่างบางหลุดประโยคสุดท้ายที่แสนแผ่วเบา...ประโยคบอกลาที่คาเมะไม่อยากพูดเลย....
…ไม่ชอบเลย…ไม่ชอบคำนี้เลย…มันเหมือนว่าเขาและจินจะไม่ได้เจอกันอีก…จะไม่ได้พบกันอีก…
ร่างบางกำลังจะลุกออกจากรถ แต่มือเล็กกลับถูกคว้าไว้พร้อมกับดึงลงมานั่งที่เดิม แล้วใบหน้าของจินก็ฉกวูบเข้าสัมผัสหนักๆที่แก้มใส มือหนาลูบแผ่วเบาบนผิวแก้มเนียนมือ
“ลาก่อน…เจอกันข้างนอกก็ทักกันบ้างนะ…คาซึยะ” ….’คาซึยะ’...ชื่อนี้ คงไม่มีสิทธิ์ที่ ‘อดีตว่าที่สามี’ จะมีโอกาสได้เรียกอีก...
“อื้อ!!…จินก็ด้วยนะ…ทักกันบ้าง…” คาเมะยังคงยิ้ม ยิ้มอย่างที่พยายามยิ้มมาตั้งแต่ตอนขึ้นรถ ร่างบางลงจากรถไปแล้ว รถของจินก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านคาเมนาชิไปแล้ว
แต่…น้ำตาของคาเมะพึ่งไหล…มันไหลออกมา อย่างที่ไม่เคยไหลมาก่อน…ร่างบางหอบสะอื้นจนตัวโยน สะอื้นให้กับวันสุดท้าย…วันสุดท้ายกับผู้ชาย คนที่คาเมะไม่คิดว่าจะต้องเสียน้ำตาให้…
-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
จินแวะเข้าจอดรถที่ริมสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านคาเมนาชินัก ชายหนุ่มเอนศีรษะพิงเบาะ หลับตากล้ำกลืนความรู้สึกเจ็บปวดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ก่อนจะก้มลงมองสองมือ ที่ยังหลงเหลือความรู้สึกยามสัมผัสใบหน้าเนียนของคาเมะ
…จะจำทุกรายละเอียด จะจำทุกอย่างที่เขาได้ทำร่วมกับคาเมะ …
…จะจำว่าครั้งนึง เขาเคยบุกเข้าห้องนอนคาเมะ แล้วไปลากเจ้าตัวดีตกเตียง บังคับถอดเสื้อผ้า แล้วตักน้ำราดหัว... เพราะความโมโหที่คาเมะดื้อด้าน....
...จะจำว่าเพราะเศษกระดาษทิชชู่ที่คาเมะโปรยลงบนเบาะในรถเขา เลยทำให้เขาสองคนได้จูบกัน...
...จะจำว่าเพราะ เรียนมารยาท เขาถึงได้เห็นน้ำตาของคนขี้โวยวาย ได้ขอโทษ ที่ก่อนจูบไม่ได้ขออนุญาต ได้โอ๋คนตัวเล็กจอมเจ้าชู้คนนั้น...
…จะจำว่าคาเมะเคยอยากทำอาหารให้เขา ถึงขนาดที่เลอะไปทั้งครัว...
...และที่สำคัญ โดยเฉพาะคืนนี้…ที่เขาจะไม่มีทางลืมมันได้เลยตลอดชีวิต…จะจำรอยจูบที่แสนอ่อนโยน…จะจำสัมผัสที่หลงเหลืออยู่บนมือคู่นี้…จะจำรอยยิ้มสดใสที่มอบให้เขาจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย…
…จะจำทุกอย่าง ที่เป็นคาเมนาชิ คาซึยะ…เด็กผู้ชายจอมกะล่อน ปลิ้นปล้อนที่ทำให้เขาเหนื่อยใจ แต่ก็สุขใจในคราวเดียวกัน…
…ฉันจะจำเธอเอาไว้ ....จะจำว่าครั้งนึง ฉันมีว่าที่ภรรยาที่กวนประสาทแต่น่ารักมากที่สุด....
….ฉันรักเธอ....คาซึยะ....
TO BE CON
JIN X KAME
By : Dezair
PART 8
“เฮ้ย! คาเมะ…นี่แฟนแกไม่ใช่เหรอวะ” ยามสายวันต่อมา คาเมะมาที่มหาวิทยาลัยเพื่อเข้าห้องสมุดค้นหาข้อมูลทำรายงาน เจอเพื่อนร่วมคณะที่พอจะรู้เรื่องของเขา หมอนั่นรีบแจ้นเข้ามาถาม พร้อมกับหนังสือซุบซิบดาราในมือที่ยื่นให้เขาดู
‘…นากาตะ อันริ…อาคานิชิ จิน รักข้ามรุ่น…’ ตัวหนังสือขนาดใหญ่โปรยหัวเหนือภาพแอบถ่ายของคนสองคน ภายในร้านอาหารจีนแถวไหน ไม่ต้องอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คาเมะก็รู้เสียยิ่งกว่ารู้
...น่าแปลก ที่จำได้แม้กระทั่งที่ตั้งของไอ้เจ้าร้านนี้....ทั้งๆที่ปกติน่ะเหรอ ถ้าไม่ใช่ร้านขนมที่เอาไว้ใช้เดทกับสาวๆ คาเมะไม่คิดจะเอามันมายัดใส่สมองเสียให้ยากหรอก....
“ก็แค่ว่าที่…” คาเมะตอบเสียงเรียบข่มอารมณ์ขื่นแปลกๆในใจที่มันล้นขึ้นมาจุกที่คอ ร่างบางพยายามไม่สนใจนิตยสารในมือเพื่อน หันมากุลีกุจอหาเนื้อหาที่ต้องการ
“เฮ้ย…แกอย่าทำเป็นนิ่งนอนใจไป…ถึงจะเป็นว่าที่ แต่อีกหน่อยแกก็เป็นเมียเขาอยู่ดี มายอมให้เขาสวมเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มแต่งอย่างนี้มันไม่ได้นะโว๊ย” ทานากะ โคคิ เพื่อนรักผู้แสนดีและเป็นห่วงเป็นใยไปในแทบทุกเรื่อง รีบร้องบอก
....ทว่าชื่อชื่อเดียวที่วนเวียนอยู่ในสมองก็น่ารำคาญมากพออยู่แล้ว ยิ่งต้องมาได้ยินเรื่องราวจากเพื่อนเกี่ยวกับไอ้เจ้าของชื่อคนนั้นอีก คาเมะก็ยิ่งฉุนจัด จนระเบิดอารมณ์ออกมา
“โคคิ!…ถึงหมอนั่นจะเที่ยวผู้หญิงทุกคืน จะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า จะรักผู้หญิงอีกกี่ร้อยคน ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี!!!” คาเมะตะคอกใส่อย่างหงุดหงิด ทำเอาเพื่อนรักที่คบกันมานานถึงกับอึ้ง
“เฮ้…นายไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลยนี่” โคคิค่อนข้างตกใจ ที่คนอารมณ์ดีอยู่เสมอและแสนจะยิ้มง่าย มาวันนี้ถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ฉันไม่ได้โกรธ!!!…” ตวาดออกไปแล้ว ถึงได้รู้ตัวว่าเพื่อนสนิทถึงกับชะงัก คาเมะก็ได้สติ ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอ พยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่ ก่อนจะพูดต่อ
“…เอ่อ…นายก็รู้…ฉันเอง...แต่ก่อนก็...ก็....ก็ปลื้มอันริซัง…ฉัน...ฉันก็...ก็อิจฉาเขาน่ะสิ...หมอนั่นมันจะโชคดีเกินไปแล้ว ไอ้ควงกับดาราเชียวนะ....” คาเมะพยายามเบี่ยงเบน พร้อมรอยยิ้มที่พยายามฉีกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ เพื่อให้โคคิเข้าใจไปว่าเขาไม่ได้โกรธเรื่องที่จินจะควงผู้หญิงคนไหน
…..ใช่ ไม่ได้โกรธ!....ทำไมเขาจะต้องไปโกรธไอ้ผู้ชายบ้าๆคนนั้นด้วย!!!...กะอีแค่มันไปควงผู้หญิงคนอื่น แล้วลืมมารับมาส่งเขา!!!....
....แล้วก็ไม่ได้โมโห!!!....ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปโมโหมัน!!! มันก็แค่พาผู้หญิงไปกินข้าวกระจุ๋งกระจิ๋ง....แล้วทำเป็นไม่แยแสเขาก็เท่านั้น!!!....
....ที่สำคัญ เขาไม่รู้สึกอะไรเลย!!!!....ไม่มีอะไรที่จะต้องไปรู้สึกแปลกๆกับมัน!!!...แค่เพราะเห็นมันพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถอย่างอี๋อ๋อ!!!!...
....ไม่ได้โกรธ!!~ ไม่ได้โมโห!!!...ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันทั้งนั้น!!!!....
“นั่นสินะ…ว่าแล้วเชียว ว่านายต้องอิจฉาว่าที่สามี…แต่ว่าอันริซังก็อายุเยอะแล้ว สาวๆเอ๊าะๆถูกสเป็คนายก็มีออกเยอะแยะ” โคคิพูดยิ้มกว้าง คาเมะก็ได้แต่เออออตาม
…จะมีใครรู้ดีกว่าเจ้าตัวกันล่ะ…ไม่ได้อิจฉาจินเสียหน่อยที่ได้ควงผู้หญิงคนนั้น!! แล้วก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้โมโหอะไรทั้งนั้น!!!....เอ่อ....ถ้าจะรู้สึกอะไรสักอย่าง....เอ่อ....ก็อาจจะแค่....เอ่อ....แค่ไม่พอใจเล็กๆ....แค่ ’เล็กๆ ‘ …. เท่านั้นล่ะ!!!...
....แค่ไม่พอใจเล็กๆ!!!! ย้ำว่าแค่ ‘เล็กๆ!!!’ ....ไอ้หมอนั่นน่ะ ไม่ได้มีผลอะไรต่อเขานักหรอก!!!!!....
....ฮึ๋ย!!!! กะอีแค่หันไปควงอันริซัง!!! แทนที่จะพาเขาไปเที่ยว!!!!....ไม่ได้โมโหอะไรเลยสักนิด!!!!!!!!!....
**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
จินยังคงไม่ได้ติดต่อมาหาคาเมะ จวบจนอีกสามวันต่อมา ร่างสูงใหญ่จึงมาปรากฏกายอยู่ที่หน้าโรงเรียนสอนทำอาหารนากามารุ ขณะที่คาเมะกำลังจะเลิกชั้นเรียนพอดี
“มาได้แล้วรึไงคุณสามี…เมียแกหม้อผู้หญิงในโรงเรียนไปยกชั้นแล้วนะ” ยูอิจิทักทายอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นจินนั่งรอเงียบๆอยู่ที่โซฟาหน้าห้อง
“คาเมะเรียนเป็นไงบ้าง” ร่างสูงเงยหน้าถาม ขณะที่เพื่อนรักทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
“ถ้าไม่นับความอยากรู้อยากเห็นจนเกินพอดี หรือไม่…บางทีก็ดูเหม่อๆแปลกๆแล้วล่ะก็…เมียแกมีพัฒนาการค่อนข้างมาก และก็เป็นไปในทางที่ดี อย่างน้อยแต่งกับแกไป ฉันก็รับรองได้อย่างหนึ่ง ว่าแกมีข้าวไข่เจียวกินเป็นอาหาร” จินยิ้มกับคำพูดกวนๆของยูอิจิ
“ว่าแต่แกเหอะ…หายหน้าไปตั้งเกือบสองสัปดาห์…ถอดใจกับเด็กนี่แล้วรึไง” คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ
…หายหน้าไปก็จริง แต่เขาก็ตามคาเมะแทบทุกฝีก้าวเหมือนเดิม สั่งคนให้ออกตามคอยดูแลคาเมะ ตามไปทุกทีที่คาเมะไป อยากรู้ความเป็นไป…อยากรู้ว่าถ้าไม่มีเขาโผล่หน้าไปหา คาเมะจะเป็นยังไง..
…แล้วก็ได้รู้…เจ้าตัวดียังคงเฮฮาเป็นระยะๆ ควงสาวๆไปเรื่อยๆแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว นิตยสารเรียกเรตติ้งของอันริซังก็ออกไปแล้ว และดูท่าว่าความต้องการของอันริซังจะประสบผลสำเร็จ…ทว่า…ความต้องการของเขากลับตรงกันข้าม…
…คาเมะยังคงเป็นเช่นเดิม เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ไม่สนใจเขา ไม่ใส่ใจเขา และไม่มีทีท่าจะคิดถึงเขาเลยแม้เพียงนิดเดียว สุดท้ายแล้วก็มีแค่เขาเท่านั้น ที่รู้สึกไปเองเพียงลำพัง…
“จิน…วันนี้คาเมะถูกมีดบาด” เมื่อเห็นเพื่อนเงียบ ยูอิจิเลยบอกเรื่องบางเรื่องที่เขาสังเกตได้จากลูกศิษย์
“หือ?…มีดบาด”
“เมื่อวันก่อนก็ด้วย…เมื่อวานซืนก็อีก…” จินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ…คาเมะนี่น่ะเหรอจะซุ่มซ่ามถึงขนาดมีดบาดสามวันติดๆกัน…
“ฉันไม่รู้หรอกนะ…ว่าแกมีปัญหาอะไรกับคาเมะมันรึเปล่า…แต่ฉันว่าคาเมะมันมีปัญหาที่คิดไม่ตกอยู่อย่าง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอะไร มันชอบเหม่อ แล้วพอถูกฉันหรือยามะพีทัก มันก็จะรีบทำตัวร่าเริงเกินเหตุ…”
“อ้าว…อาคานิชิซัง” จินไม่ทันถามอะไรยูอิจิต่อ และยูอิจิก็ยังไม่ทันจะเล่าต่อ ยามะพีกับคาเมะก็พากันเดินออกมาจากห้องเรียนทำอาหาร คนรักของเจ้าของโรงเรียนเป็นคนทักทายร่างสูงใหญ่ ขณะที่คาเมะกลับหันมองไปทางอื่น ราวกับไม่รับรู้ว่า ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ครูสอนทำอาหารของเขา เป็นคนที่เขาเองก็รู้จักดี
จินอึ้ง เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกเมิน ...ชายหนุ่มกำลังจะขยับเข้าไปทักทาย ทว่า เสียงสดใสของคนตาโตก็ดังขึ้นมาก่อน
“นี่ไงคาเมะจัง…อาคานิชิซังมาพอดีเลย…” ยามะพีพูดอย่างดีอกดีใจ ก่อนจะค้นกระเป๋าสพายหยิบตั๋วออกมาสองใบ
“ผมได้ตั๋วสวนสนุกมาฟรีสองใบฮะ…อาคานิชิซังพาคาเมะไปหน่อยสิฮะ เห็นเขาบ่นๆอยากไป…”
“เฮ้ยๆ!!” คาเมะถึงกับร้อง เมื่อยามะพีดึงมือเขาไปให้จินจูงเฉยเลย
…ก็ไอ้ตั๋วสองใบนั่น ที่ยามะพีจะให้ เขาอุตส่าห์วางแผนว่าจะเอาไปนัดเดทกับ เรนะจังน่ะสิ!!!...โฮย~!!~ ไรว้า~!!!~.... จะโผล่มาทำไมวันนี้เล่า ไอ้บ้าจินเอ้ย!!!!....
....ม่ายยยยยยยยยยยยยยย!!!!!....ฉันจะไปกับเรนะจังงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!.....เอาไอ้หมูนี่กลับไปที!!!!!!!!!....
“นะ...คาเมะจัง…เดี๋ยวช่วยทำการบ้านวันนี้ให้…” เท่านั้นล่ะ…การคัดค้านขัดขืนจากคาเมะก็ไม่มีหลุดออกมาให้ยามะพีต้องดุอีก ร่างบางผิวน้ำผึ้งมองส่งว่าที่สามีภรรยาที่เดินคู่กันออกไปเงียบๆ
ก่อนที่คนทั้งคู่จะลับออกไปจากประตู ยามะพีทันเห็นแวบๆ ว่ามือของจินขยับไปดึงมือเล็กที่อยู่ข้างตัวของคาเมะมาเกาะเกี่ยวเอาไว้ด้วยปลายนิ้ว แต่ทำไมไม่รู้....ยามะพีถึงได้รู้สึกว่ามันเป็นการ ... ‘เดินจูงมือกัน’ …ที่ออกจะเศร้าสร้อย
“คุณยูฮะ…ผมรู้สึกไม่ดีเลย” ยูอิจิโอบร่างคนพูดเข้ามาเอนกายซบลงบนอก
….ตัวเขาเอง…ก็รู้สึกไม่ต่างจากยามะพีเท่าไหร่…สองคนนั่น มีบางอย่างที่ขวางกั้นเอาไว้…อะไรบางอย่าง ที่มันลางเลือนแต่มีอำนาจมากเหลือเกิน…
-*-*-**-***-***-*-
“เอ่อ…”
“เอ่อ…”ภายในรถที่เงียบสนิท อยู่ดีๆ คนที่นั่งกันมาเงียบๆ ก็เกิดอยากพูดพร้อมกันกระทันหันขึ้นมา
“เธอก่อนสิ”
“ไม่…นายก่อน”ทั้งสองเงียบกันไปอีก ก่อนที่จินจะเรียกความกล้าเอ่ยปากพูด
“เห็นนิตยสารหรือยัง”
“เห็นแล้ว…”
“มัน…ไม่ใช่อย่างที่นิตยสารนั่นบอกนะ…คือ…อันริซังน่ะเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายฉัน แล้วเขาก็แค่นัดให้ไปเอาของ” จินอธิบายแบบที่ท่องมาจากบ้าน ด้วยความหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างจากคาเมะเมื่อฟังคำพูดของเขาจบ
....คาเมะอาจจะร้องออกมาว่า ‘เฮ้อ! จริงเหรอ ฉันกลุ้มใจอยู่ตั้งนานแหน่ะ’….แล้วก็ยิ้มให้เขา...
…หรือไม่ก็อาจจะโวยวายเล็กๆว่า ‘นาย!...รู้มั้ยฉันคิดมากแค่ไหน!!! นึกว่านายจะชอบผู้หญิงคนนั้นซะแล้ว!!!!!’…เสร็จแล้วก็อัดเขาสักเปรี้ยง....
...บางทีนะ....บางที.... บางทีคาเมะอาจจะเข้าใจผิดเรื่องในนิตยสารนั่นอยู่ก็ได้ แต่ไม่อยากพูด ไม่อยากถาม....
“อือ…ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” คาเมะไม่รู้…ไม่รู้อีกแล้ว…ไม่รู้อีกแล้วว่าทำไมอยู่ดีๆ หัวใจที่เคยเจ็บแปลบๆ กลับรู้สึกเหมือนมันจะพองโตคับอก แค่คิดว่า
…ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของพี่ชายของจิน และคนทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์กันเกินเลย…
“เธอล่ะ…เมื่อกี้มีอะไรจะพูด” จินถามบ้าง ทำเอาร่างบางอึ้ง
…ก็เมื่อกี้ มันกำลังจะถามนั่นล่ะ ว่าไอ้เรื่องที่ลงในนิตยสารว่า ‘รักข้ามรุ่น’ น่ะ จริงรึเปล่า…
“ก็… ก็จะถามว่า…เอ่อ....เอ่อ...ถ้า....ถ้า...ถ้าจะฝากขอลายเซ็นนากาตะซังน่ะ จะได้รึเปล่า” ร่างบางถามแก้เก้อ แล้วลอบถอนหายใจเบาๆ....เฮ้อ....เนี่ยเพราะความกะล่อนที่บ่มเพาะมานานเชียวนะ....ไม่งั้นต้องถูกต้อนจนต้องพูดความจริงออกไปแน่ๆ....ว่าเขาอยากรู้เรื่องบ้าๆเกี่ยวกับหมอนั่น....
....เอ่อ....ก็....ก็แค่อยากรู้ล่ะนะ....คนต้องแต่งงานกัน รู้เรื่องฝ่ายตรงข้ามไว้ก็ไม่เสียหายนี่....
ทว่าคนได้ยินคำถามถึงกับอึ้ง จินอึ้งไปนาน เขาไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
…คาเมะเห็นข่าวนั่นเป็นแค่อะไรบางอย่าง ที่ตัวเองก็อยากมีส่วนร่วมด้วย…อยากได้ลายเซ็นต์ของอันริซัง อยากควงอันริซังบ้าง…อยากรู้จักอันริซังบ้าง…
…ใช่สินะ…เขาก็น่าจะรู้ดี ว่าคาเมะมีนิสัยแบบไหน มองผู้หญิงแต่ละคนแบบไหน…แล้วเขากำลังหวังอะไรอยู่กัน อาคานิชิ จิน…หวังจะได้เห็นคาเมะหวั่นไหว เพราะเขาหันไปคบผู้หญิงอื่นงั้นเหรอ....
....มันน่าจะรู้แต่แรก!! คาเมะไม่มีทางรู้สึกแบบนั้นกับเขาอยู่แล้ว!!!....ไม่มีทางเลย!!!!...
“ได้สิ” ร่างสูงตอบเสียงเบา แล้วบทสนทนาก็เงียบหายไปอีก จนกระทั่งรถมาจอดที่ลานจอดรถของสวนสนุกกลางคืน
“ว้าว…สวยจังเลย…ไปเล่นนั่นกัน” แค่เห็นเครื่องเล่นนานาชนิดที่เปิดบริการยามค่ำคืน มีแสงสีสวยงาม คาเมะก็ลืมเรื่องที่คิดไว้จนหมด อารมณ์ความเป็นเด็กเข้าครอบงำ คว้าแขนจินลากเข้าที่นู่นที่นี่ เล่นเครื่องเล่นจนจุใจ
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“โฮย…เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย…” เกือบห้าทุ่ม ที่ร่างบางเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง ด้วยความเหนื่อยอ่อน
“สนุกมั้ย” จินถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ ยื่นขวดน้ำเปล่าให้ ร่างบางพยักหน้ารับแรงๆจนปอยผมกระจาย
“หิวรึเปล่า” ร่างสูงถามอีก
“หิวสิ…เดี๋ยวแวะซื้อเบอร์เกอร์ขึ้นไปกินบนชิงช้ากันนะ” ชายหนุ่มถึงกับเลิ่กคิ้ว
“ชิงช้าเขาไม่ให้เอาอาหารขึ้นไม่ใช่เหรอ”
“โธ่…ก็อย่าบอกให้ใครรู้ซี่~~” สมกับเป็นคาเมนาชิ คาซึยะ จอมกะล่อนและพลิกแพลง ร่างบางลุกจากม้านั่งลากแขนจินตรงไปยังซุ้มขายอาหาร ซื้อเบอร์เกอร์มาสองอัน แล้วยัดใส่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมายิ้มแต้ให้จิน ที่ได้แต่หัวเราะกึกกักในคอ เพราะเห็นกระเป๋ากางเกงคาเมะตุงจนน่าเกลียด
“หัวเราะอะไร เอาของตัวเองไปซ่อนเองเลย…เร็ว…อยากขึ้นชิงช้าแล้วนะ” ร่างบางสั่งคนตัวโตกว่า ก่อนจะยัดเยียดเบอร์เกอร์ให้ จินจำเป็นต้องทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าต้องทำมาก่อนเลยในชีวิต นั่นคือการเอาเบอร์เกอร์เข้าไปซ่อนในเสื้อสูทราคาแพงระยับ --_--“
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“เห็นมั้ยล่ะ…คนตรวจตั๋วยังไม่รู้เลย” แล้วแผนการเอาเบอร์เกอร์ขึ้นมากินบนชิงช้าสวรรค์ของคาเมะก็บรรลุผลเป็นอย่างดี ทั้งสองคนเข้ามานั่งในชิงช้าได้เรียบร้อย มันก็ค่อยๆเริ่มหมุน
“นั่นๆ…ตรงนั้นมหา’ลัยฉันเอง” คาเมะชี้ไปที่ตึกสูงที่อยู่ไกลลิบๆ
“มั่วรึเปล่าคาเมะ…มหา’ลัยเธอมันต้องทางนั้นต่างหาก” จินพูดแล้วชี้ไปอีกด้าน
“นั่นไง…ตึกสูงๆนั่น” ร่างสูงพูดอีก และพอคาเมะเพ่งดู ตึกไกลๆนั่นก็คล้ายกับตึกเรียนของเขาจริงๆ พอรู้ว่าตัวเองหน้าแตก ร่างบางก็เลยถึงกับหน้าบู้
“ไม่คุยด้วยแล้ว…” ว่าแล้วก็เลี่ยงจินด้วยการแกะเบอร์เกอร์ออกมากิน จินมองใบหน้าหวานที่เขาหลงรัก หลงคิดถึง…ถ้าคาเมะรู้ความรู้สึกจริงๆของเขา…คาเมะจะมีทีท่าแบบไหนนะ…แล้วเรา…จะยังได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกรึเปล่า…
“มองอะไร…นายคงไม่คิดจะแย่งฉันกินหรอกใช่มั้ย” เห็นตัวเล็กๆ แต่ก็หวงของกินอย่าบอกใคร จินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบเบอร์เกอร์ของตัวเองออกมากินบ้าง
“เดี๋ยวๆ ...ถ่ายรูปหน่อย…ฉันจะเอาไว้แบล็คเมล์ซีอีโออย่างนาย ว่าแอบเอาขนมขึ้นมากินบนชิงช้า…ฮ่า ฮ่า” จินกำลังจะกัดเบอร์เกอร์ของตัวเอง แต่ถูกคาเมะห้ามเอาไว้ เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะย้ายฝั่งไปนั่งข้างจิน แล้วยืดแขนออกจนสุดเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
“เขยิบเข้ามาอีกสิ…ห่างขนาดนั้น เดี๋ยวก็ตกเฟรมอ่ะดิ” คาเมะเอนกายแนบชิด ไม่ได้คิดเลยว่าการกระทำของตัวเอง จะทำให้ผู้ชายวัยเกือบยี่สิบห้าถึงกับใจเต้นระส่ำ
“เอามือถือนายมาด้วย…ฉันจะถ่ายให้...” จินยอมส่งมือถือตัวเองให้คาเมะแต่โดยดี ร่างบางรับมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งคืน ถ่ายรูปเสร็จแล้ว คาเมะก็ยังไม่มีทีท่าจะกลับไปนั่งฝั่งของตัวเอง เด็กหนุ่มเก็บโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะยกเบอร์เกอร์ขึ้นกัด
จินเห็นบาดแผลบนนิ้วเรียวพอดี เลยคว้ามือเล็กขึ้นมาดูชัดๆ…อย่างที่ไอ้ยูว่าไว้จริงๆ…คาเมะถูกมีดบาดสามวันรวด …
“มีดบาดแหน่ะ” คาเมะชี้แจง
“ทำยังไงให้โดนบาดตั้งสามนิ้ว” ร่างบางถึงกับเงียบ…จะให้บอกได้ไงเล่า ว่ามัวแต่คิดเรื่องของจิน จนไม่ทันระวังมีดน่ะ… ร่างบางดึงมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของมือใหญ่ร้อน ก่อนจะพูดไปเรื่องอื่น
“นี่ๆ…นายเคยได้ยินเรื่องที่คนรักจูบกันตอนที่ชิงช้าขึ้นถึงจุดสูงสุดรึเปล่า ที่ว่าคู่ไหนที่ทำได้ จะรักกันตลอดชาติน่ะ” คาเมะเปลี่ยนเรื่องคุย กลัวว่าถ้ายังยอมให้จินถามเรื่องมีดบาด ก็คงตีขลุมเข้าตัวเอง
…แต่คงไม่ได้คิด ว่าไอ้เรื่องที่ใช้เลี่ยงน่ะ ยิ่งกว่าเป็นกับดักเสียอีก...
“นายว่ามันเป็นเรื่องหลอกเด็กรึ...ป.…” คาเมะหันมาจะถามร่างสูงที่นั่งข้างกาย แต่ประโยคที่ยังพูดไม่จบกลับเลือนหายไป เมื่อหันมาสบกับดวงตาคมที่จ้องมองเขาอยู่
…ภายในชิงช้าเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดกวนใจแม้แต่น้อย ขณะที่คนสองคนเลื่อนเข้าหากันช้าๆ จนริมฝีปากสัมผัสกัน รสจูบอ่อนละมุนดำเนินอย่างเชื่องช้า บางเบา ขณะที่ชิงช้าเคลื่อนตัวสู่จุดสูงสุด ก่อนที่จินจะละออกมาให้คาเมะได้หายใจ…
มือใหญ่ประคองดวงหน้าสวยเอาไว้ กวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าหวาน ราวกับจะจดจำทุกวินาทีนี้ให้อยู่ติดตาไปชั่วนาน
…ร่างสูงยิ้มบางๆ ดวงตาคมดุที่ทอดมองคาเมะนั้น ทั้งสุข ทั้งเจ็บปวดระคนกัน…
“ถ้ามันเป็นจริงก็ดีสิ” เสียงทุ้มดังเบาๆ ปลุกสติคาเมะ ร่างบางก้มหน้าหลบสายตาวูบ และเพราะมัวแต่เขินอาย จึงไม่ทันคิด ไม่ทันสังเกต ทั้งสายตาและคำพูดของอีกฝ่าย
…ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งชิงช้าเวียนลงมาจบยังพื้นดินเบื้องล่าง คาเมะเดินออกมาก่อน มีจินเดินตาม ร่างสูงกลืนก้อนแข็งๆที่จุกคอ เมื่อเวลาสุดท้ายของวันมาถึง
“คาเมะ…” เด็กหนุ่มหันมามองคนเรียก จินเดินเข้ามาหาช้าๆ
“เรา…ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันแล้วนะ” คำพูดของร่างสูงใหญ่ทำให้คาเมะถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ
“คุณแม่ของคาเมะโทร.หาฉันเมื่อตอนเย็น…หมอดูที่ดูดวงให้คาเมะ หาทางสะเดาะเคราะห์ได้แล้ว…คาเมะไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับฉันอีกต่อไปแล้ว” คนฟังก้มหน้า ดวงตาเรียวไหวระริก เมื่อรู้สึกถึงขอบตาของตัวเองที่ร้อนผ่าวขึ้นมา
“อ๋อเหรอ…งั้น…ต่อแต่นี้ฉันก็ไม่ต้องเรียนทำอาหารแล้วใช่มั้ย” ร่างบางกลืนหยดน้ำใสๆให้ไหลกลับเข้าไป ก่อนจะเงยหน้าถามจิน พร้อมกับยิ้มกว้าง
จินมองรอยยิ้มนั้นอย่างเจ็บปวด เขายิ้มบางๆรับมัน…รับความจริงอันแสนทรมาน…
....ความจริงที่ว่า คาเมะไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย…
“อือ…” ชายหนุ่มรับคำอย่างเจ็บปวด
“ดีเลย…ช่วงนี้กำลังยุ่งๆทำรายงานพอดี…แต่อย่างนี้จินก็เสียเงินฟรีน่ะสิ” คาเมะชวนคุยนอกเรื่อง พยายามยิ้มเท่าที่จะทำได้ พยายามทำตัวร่าเริงมากที่สุดเท่าที่หน้าตัวเองจะกะล่อนไปได้ ชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อไม่ให้ในรถมันเงียบเกินไป
…คาเมะกลัว…กลัวว่าจินจะได้ยินเสียงโหยหวนในใจลึกๆ…คาเมะกลัวว่าจินจะพูดว่า ให้ลืมเรื่องราวหลายๆอย่าง…ให้ลืมเรื่องระหว่างเราไปเสีย....ให้ลืมว่าครั้งหนึ่งเคยรู้จักกันเถอะ....
....คาเมะกลัวจริงๆ…กลัวแบบที่ไม่เคยกลัวมาก่อน…
จินขับรถมาจอดที่หน้าบ้านครอบครัวคาเมนาชิ ร่างบางก้มหน้าปลดเข็มขัดนิรภัย พยายามกดความรู้สึกปวดหนึบให้แนบอยู่กับอก
“คาเมะ…” เจ้าของรถเรียกไว้ ทำให้ใบหน้าสวยต้องเงยมอง
“ขอบใจนะ คืนนี้สนุกมาก” จินพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆเช่นเคย คาเมะยิ้มแต้
“ไม่เป็นไร…ฉันก็สนุกเหมือนกัน…ไปนะ” ร่างบางหลุดประโยคสุดท้ายที่แสนแผ่วเบา...ประโยคบอกลาที่คาเมะไม่อยากพูดเลย....
…ไม่ชอบเลย…ไม่ชอบคำนี้เลย…มันเหมือนว่าเขาและจินจะไม่ได้เจอกันอีก…จะไม่ได้พบกันอีก…
ร่างบางกำลังจะลุกออกจากรถ แต่มือเล็กกลับถูกคว้าไว้พร้อมกับดึงลงมานั่งที่เดิม แล้วใบหน้าของจินก็ฉกวูบเข้าสัมผัสหนักๆที่แก้มใส มือหนาลูบแผ่วเบาบนผิวแก้มเนียนมือ
“ลาก่อน…เจอกันข้างนอกก็ทักกันบ้างนะ…คาซึยะ” ….’คาซึยะ’...ชื่อนี้ คงไม่มีสิทธิ์ที่ ‘อดีตว่าที่สามี’ จะมีโอกาสได้เรียกอีก...
“อื้อ!!…จินก็ด้วยนะ…ทักกันบ้าง…” คาเมะยังคงยิ้ม ยิ้มอย่างที่พยายามยิ้มมาตั้งแต่ตอนขึ้นรถ ร่างบางลงจากรถไปแล้ว รถของจินก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านคาเมนาชิไปแล้ว
แต่…น้ำตาของคาเมะพึ่งไหล…มันไหลออกมา อย่างที่ไม่เคยไหลมาก่อน…ร่างบางหอบสะอื้นจนตัวโยน สะอื้นให้กับวันสุดท้าย…วันสุดท้ายกับผู้ชาย คนที่คาเมะไม่คิดว่าจะต้องเสียน้ำตาให้…
-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
จินแวะเข้าจอดรถที่ริมสวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านคาเมนาชินัก ชายหนุ่มเอนศีรษะพิงเบาะ หลับตากล้ำกลืนความรู้สึกเจ็บปวดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ก่อนจะก้มลงมองสองมือ ที่ยังหลงเหลือความรู้สึกยามสัมผัสใบหน้าเนียนของคาเมะ
…จะจำทุกรายละเอียด จะจำทุกอย่างที่เขาได้ทำร่วมกับคาเมะ …
…จะจำว่าครั้งนึง เขาเคยบุกเข้าห้องนอนคาเมะ แล้วไปลากเจ้าตัวดีตกเตียง บังคับถอดเสื้อผ้า แล้วตักน้ำราดหัว... เพราะความโมโหที่คาเมะดื้อด้าน....
...จะจำว่าเพราะเศษกระดาษทิชชู่ที่คาเมะโปรยลงบนเบาะในรถเขา เลยทำให้เขาสองคนได้จูบกัน...
...จะจำว่าเพราะ เรียนมารยาท เขาถึงได้เห็นน้ำตาของคนขี้โวยวาย ได้ขอโทษ ที่ก่อนจูบไม่ได้ขออนุญาต ได้โอ๋คนตัวเล็กจอมเจ้าชู้คนนั้น...
…จะจำว่าคาเมะเคยอยากทำอาหารให้เขา ถึงขนาดที่เลอะไปทั้งครัว...
...และที่สำคัญ โดยเฉพาะคืนนี้…ที่เขาจะไม่มีทางลืมมันได้เลยตลอดชีวิต…จะจำรอยจูบที่แสนอ่อนโยน…จะจำสัมผัสที่หลงเหลืออยู่บนมือคู่นี้…จะจำรอยยิ้มสดใสที่มอบให้เขาจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย…
…จะจำทุกอย่าง ที่เป็นคาเมนาชิ คาซึยะ…เด็กผู้ชายจอมกะล่อน ปลิ้นปล้อนที่ทำให้เขาเหนื่อยใจ แต่ก็สุขใจในคราวเดียวกัน…
…ฉันจะจำเธอเอาไว้ ....จะจำว่าครั้งนึง ฉันมีว่าที่ภรรยาที่กวนประสาทแต่น่ารักมากที่สุด....
….ฉันรักเธอ....คาซึยะ....
TO BE CON
2008.09.13
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา PART 7
FIC : ว่าที่สามี...ขอระอา
JIN X KAME
By : Dezair
PART 7
“วันนี้ไอ้จินก็ไม่มารับเหรอ” ยูอิจิเดินออกมา หลังจากเคลียร์ห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว เห็นคาเมะชะเง้อหน้าคอยืดคอยาว เลยเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย
...เอ?....ไอ้จินมันเป็นอะไรไปหว่า...เดี๋ยวนี้ไม่มารับไม่มาส่งเหมือนเคย วันนี้เจ้าคาเมะก็มาสาย เข้าห้องเลทไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง สอบสวนไปมาถึงได้รู้ว่าไอ้คุณหนูขี้หม้อตระกูลคาเมนาชิมัวแต่นั่งรอให้ว่าที่สามีมารับ รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มาสักที เลยต้องออกมาเรียนเอง....
ร่างบางหันมองคนถาม แล้วทำปากเบ้นิดๆคล้ายๆจะบอกให้รู้ว่าเริ่มเซ็ง
“คงงั้นมั้ง…งั้นกลับเองดีกว่า”
“เดี๋ยวฉันไปส่งก็ได้นี่” ยูอิจิเสนอให้ แต่คาเมะกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกจากเก้าอี้ช้าๆด้วยท่าทางที่คิดว่าเท่ห์ที่สุด สองมือปัดกางเกงเล็กน้อย แล้วล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดอย่างสบายอารมณ์
“ฮัลโล...นานาโกะจังเหรอครับ...นี่คาเมะนะ...จำได้มั้ย เราเจอกันวันก่อนที่คอนวิเนียนข้างสถานีชิบุย่าไงครับ....อ๊ะ....จำได้ด้วยเหรอครับ...แหม นานาโกะจังเนี่ยน่ารักจังเลยน้า....” คนอุตส่าห์หวังดีจะไปส่งถึงบ้าน ล่ะอยากจะเรียกคำพูดตัวเองกลับคืนมานัก
....ทำไมหนอ....ทำไมเขาต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใย คิดว่ามันเป็นน้อง เป็นลูกศิษย์ ถึงขนาดต้องอาสานั่นนี่ให้มันด้วย....ทั้งๆที่มันน่ะ มีตัวเลือกร้อยแปดอยู่ในสมอง...
...โดยเฉพาะตัวเลือกเกี่ยวกับผู้หญิงเนี่ย ดูจะใช้กับทุกสถานการณ์สำหรับไอ้เจ้าคาเมะ....=.=
“อืม...แล้ว...วันนี้นานาโกะจังว่างมั้ยฮะ...อ้าว ไม่ว่างเหรอฮะ....แหม น่าเสียดายจัง พอดีผมเจอร้านไอศกรีมน่ารักๆ ก็เลยคิดถึงนานาโกะจังขึ้นมา อยากจะไปรับมาทานด้วยกัน....แต่....แต่ถ้านานาโกะจังไม่ว่าง.......”
น้ำเสียงที่แสนเศร้าสร้อยหมองหม่น ไม่เข้ากับหน้าตาคนพูดที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับยักคิ้วกวนๆส่งให้ยูอิจิไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
“เอ๋?....อะไรนะฮะ....นานาโกะจังจะยกเลิกนัดเพื่อนเหรอฮะ....” มาถึงตรงนี้ คาเมะถึงกับถองศอกไปด้านหลัง ไชโยกับความสำเร็จของฝีปากตัวเอง
“แต่....แต่เพื่อนนานาโกะจังจะว่าเอานะฮะ....ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไว้โอกาสหน้าก็ได้ ผมไม่ได้น้อยใจ....” ยูอิจิถึงกับถอนหายใจพรู
....เฮ้อ....พระเจ้า....ท่านบอกผมที ว่าไอ้ตอนที่ผมยังเป็นเพลย์บอยน่ะ มีครั้งไหนมั้ยที่ดันไปฝากทายาทไว้กับผู้หญิงคนไหน....ไอ้คาเมะมันเล่นรับพรสวรรค์ของการเป็นคาสโนว่าของผมมาทั้งดุ้นอย่างงี้ ถ้าหน้าเหมือนกันอีกหน่อย สงสัยมันต้องเป็นลูกผมแน่!!!!!!!....
“จริงนะครับ....นานาโกะจังมาได้แน่นะฮะ อย่าหลอกผมนะครับ...” ...อ๊ะฮ่า!!!...สุดท้ายก็เสร็จ!!! ^______________^ คาเมะล่ะอยากจะร้อง เย้เย!! ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ.....แต่ไม่ได้....ไม่ได้....เดี๋ยวไก่ตื่น ....
“เอ่อ....ถ้าอย่างนั้น....เดี๋ยวผมไปรับนะครับ นานาโกะจังตอนนี้อยู่ที่ไหนฮะ”
“ฮะ....ถ้างั้นอีกสิบห้านาทีเจอกันนะฮะ....เอ่อ....นานาโกะจังฮะ....” ก่อนจะวางสาย คาเมะก็เรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงหวานหยด แล้วหยอดประโยคสะท้านหัวใจสาวเป็นการปิดท้าย
“...ผม....ผมดีใจนะฮะ....ที่ได้เกิดมาเจอคุณ....คุณคือโชคดีของผมจริงๆฮะ.....” น้ำเสียงหวานซึ้งบวกกับประโยคแสนโรแมนติค ทำเอาแม่สาวน้อยปลายสายถึงกับ เอ่อๆอ่าๆ ออกมาแบบที่เดาได้ง่ายๆว่าคงจะกำลังเขินจัดนั่นเอง!!!....สำเร็จไปอีกขั้นสำหรับการจีบสาว คาเมะ!!!!!! ^O^….
จัดการหม้อสาวสวยไร้เดียงสาไม่ทันเกมส์คนเจ้าชู้เรียบร้อย คาเมะก็เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้ยูอิจิที่ยืนมองเขาแบบปลงๆ
“คงให้ยูไปส่งไม่ได้แล้วล่ะนะ…แล้วอีกอย่าง เดี๋ยวยูไปส่ง เกิดนานาโกะจังมาเห็นยู เขาจะเปลี่ยนมาชอบยูกันอีกล่ะ.....สาวๆสมัยนี้เนี่ย ทำไมชอบผู้ชาย ‘แก่ๆ’ ก็ไม่รู้....”
ผลของการพูดตรงกับความเป็นจริง ก็เลยถูกยูอิจิประเคนมะเหงกให้หนึ่งโป้ก แต่ไอ้ตัวดีก็ยังไม่หยุดปากหาเรื่อง คว้าคอร่างสูงลงมา แล้วกระซิบกระซาบแบบมีลับลมคมใน
“นี่...แล้วไปส่งยามะพีน่ะ…ไปกันสองคนก็หัดทำอะไรโรแมนติกซะบ้าง เสียเชิงอดีตเพลย์บอยหมด เดี๋ยวเขาจะมาว่ากันแบบปากต่อปาก จะเสียหายต่ออนุชนรุ่นหลัง…เข้าใจเปล่า ” เด็กหนุ่มพูด พลางตบลงบนอกตัวเอง ตอนพูดถึง ‘อนุชนรุ่นหลัง’ ...และมะเหงกที่สอง ก็เขกโป้กลงมาที่เป้าเดิมจนทำเอาคาเมะต้องย่นคอด้วยความเจ็บ
“แกนี่มันไม่สะทกสะท้านจริงๆนะ…นี่ขนาดไอ้จินไม่มารับตั้งเกือบสัปดาห์แล้วเนี่ย” ยูอิจิบ่นเป็นตาแก่
ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้ ว่าทำไมคนที่ตอนแรกทำตัวอย่างกับพ่อ ถึงหายเงียบไปดื้อๆ ให้คาเมะมาเรียนเอง ให้กลับเอง มันใช่นิสัยคนขี้หวงอย่าง อาคานิชิ จิน ที่เขารู้จักซะที่ไหนเล่า…
“ก็ยูบอกเอง ว่าจินคงติดประชุม” คาเมะย้อนหน้าซื่อ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจแรง
“แล้วบริษัทบ้าที่ไหนมีประชุมมันทุกวันล่ะห๊า…ไอ้บื้อ!!!”
“ฉันล่ะจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากว่าไอ้จินมันจะหนีแกไปเดินควงหญิงสักคนสองคนเนี่ย” คำพูดประโยคถัดมาทำเอาคาเมะนิ่งเงียบ
…จินเดินกับผู้หญิง…
…จินเดินกับผู้หญิง…
…จินเดินกับผู้หญิง…
…ผู้ชายอย่างจิน ผู้ชายหน้าตาดี...
...เอ่อ...ความจริงก็ไม่ได้เรียกว่าดีมาก....( คาเมะว่าตัวเองหล่อกว่า)
...รูปร่างสูงใหญ่ ...
...เอ่อ...ก็แค่ตัวโตเท่านั้นล่ะ....( คาเมะว่าหุ่นอย่างคาเมะต่างหากล่ะที่ทรมานใจสาว )
...การศึกษาก็เข้าขั้นดีเลิศ...
...อ่า...แหม...ก็แค่เรียนจบเท่านั้น ( อีกหน่อยพอคาเมะจบ คาเมะก็เป็นพวก ‘การศึกษาเข้าขั้นดีเลิศ’ เหมือนกันนั่นล่ะ! )
...แถมบ้านรวย มรดกของเก่ามีกินมีใช้สิบชาติไม่หมด…
...ก็...ก็แค่รวย!! ( โธ่....ผู้หญิงสมัยนี้ มีสมองกันหมดแล้ว ใครจะเลือกพวกรวยอย่างเดียว มันต้องหล่อครบสูตร
เพอร์เฟ็คแบบคาเมะต่างหากเล่า!!!...)
....แต่....แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ ว่าผู้ชายอย่างหมอนั่น ไปไหนมาไหนก็น่าจะมีสาวๆมองบ้างล่ะ!!~ แล้วท่าทางเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น ก็คงจะมีแต่สาวๆออฟฟิสติดอกติดใจสินะ....
…โอ้ววววว!!! O.o ผู้หญิงออฟฟิส!!…พี่สาวพนักงานที่อายุมากกว่า!!!...พวกผู้หญิงหุ่นดินระเบิด ที่ชอบใส่เสื้อโชว์นม ใส่กระโปรงโชว์ขา!!!!!
….ของโปรดเขาเลยนะนั่นน่ะ!!!~ พวกอาเน่จังอ่ะ!!!!!!....
….อ้ากกกกกกกกกกกกกก >______________< น่าอิจฉาเป็นบ้า!!!!….
“หึงรึไง” ยูอิจิเห็นเจ้าลูกศิษย์จอมกวนหุบปากไปครู่นึง ก็เลยส่งเสียงล้อเลียน คาเมะถึงกับหน้าตื่น
“บ้าหน่า!!! คนอย่างผมเนี่ยนะจะหึง…ก็แค่…กำลังคิดว่า…คนอย่างจิน ถ้าจะควงผู้หญิงล่ะก็ ต้องเป็นพี่สาวที่สวยมากๆ แล้วก็หน้าอกสะบึมแบบไดนาไมต์…แล้ว~~…ในฐานะคนรู้จักกัน หมอนั่นก็น่าจะมีน้ำใจแบ่งปันผมบ้างเดะ”
…จะว่าไป…ตอนนี้ก็ชักอยากจะลองจีบพวกผู้หญิงที่อายุมากกว่าดูบ้างเหมือนกันแหะ... สาวๆวัยรุ่นก็ไม่ใช่ว่าจะเบื่อหรอกนะ...แต่แหม.... ชีวิต ‘ลูกผู้ชาย’ มันก็ต้องหาอะไรที่ตื่นเต้น แตกต่างไปจากเดิมบ้างสิ!!!
ยูอิจิฟังคำพูดของคาเมะแล้วถึงกับต้องถอนหายใจ ตบไหล่เล็กบางเบาๆ
“ถ้าเลือกได้ ฉันก็อยากให้ไอ้จินคิดกับแกแค่น้องชายจริงๆว่ะ คาเมะเอ้ย” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ว่าไงนะ” ร่างบางหันมาถามเพราะได้ยินไม่ชัด....อะไรจินๆ น้องชายๆเนี่ยล่ะ....
“ไปเหอะ…นัดสาวไว้ไม่ใช่รึไง” ยูอิจิเลี่ยงที่จะพูดประโยคเดิมซ้ำ คาเมะพยักหน้ารับ บอกลาด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งออกจากโรงเรียนไป ปล่อยให้ยูอิจิมองตาม แล้วหวนนึกถึงเพื่อนรัก
…ถ้าไอ้จินรู้เรื่อง รู้ว่าคาเมะไม่มีทีท่าจะรักจะชอบมันเลยแม้แต่น้อย…มันจะเป็นยังไงนะ…ให้ตายเถอะ…ใครเล่นตลกเรื่องบ้าๆแบบนี้กัน…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“นานาโกะจัง…ชอบกินพาเฟ่ต์สตอเบอร์รี่เหรอฮะ” ไปรับสาวสวยน่ารักจากสถานีรถไฟ ก็รีบพามาร้านไอศครีม สุดกุ๊กกิ๊ก ที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวานแหววสำหรับคู่รักวัยรุ่น!!!
...คาเมะล่ะ...นึกอยากจะขอบคุณใครก็ได้ที่ประดิษฐ์ไอศกรีมขึ้นมาไว้ให้เขาจีบสาวโดยเฉพาะ!!!...แล้วคาเมะจะทำบุญไปให้เยอะๆแล้วกัน แล้วเกิดชาติหน้า ช่วยผลิตอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์แก่การจีบสาวให้อีกด้วยเถิด~~...โอมเพี้ยง!!!!...
เด็กหนุ่มเป็นคนเลือกที่นั่งริมกระจกใสที่มองเห็นผู้คนบนฟุตบาธด้านนอกร้าน หมายจะโชว์ความสามารถในการหม้อของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะชน
....สถานที่เดิม เวลาเดิม แต่คนละวัน และกับสาวคนล่ะคน....เมื่อวาน ฮานะจัง....วันนี้กับนานาโกะจัง....แล้วพรุ่งนี้จะเป็นใครดีน้า... ยูโกะจังก็โอเค...หรือจะเป็น โคมาริจังก็เยี่ยม.....
....อ๊ะ!! แต่เมื่อวันก่อนพึ่งได้เมลของ มาซามิจังมา....เอาเป็น มาซามิจังดีกว่า!!...
ตัดสินใจถึงสาวที่จะนัดเดทพรุ่งนี้ได้แล้ว คาเมะก็เลยหันมาสนใจสาวน้อยตรงหน้าเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท นั่งคุยกันได้ครู่ คาเมะก็เริ่มป้อสาวน้ำไหลไฟดับ ได้วันเกิด ได้ที่อยู่ ได้โรงเรียนของสาวน้อยมาพร้อมสรรพ…แจ๋วไปเล้ย !!! ^^…
“คาเมะคุงชิมหน่อยมั้ย อร่อยน้า”
“ไม่ล่ะฮะ…ผมไม่ถูกกับของหวานเท่าไหร่”…โม้ไปเรื่อย…ไม่ถูกกับของหวานอาร้าย พาเฟ่ต์สตอเบอร์รี่เพิ่มแยมและวิปครีมน่ะ ของโปรดเจ้าตัวดีเลยล่ะ!!!…
…แต่ว่า…มาเดททั้งที ก็ต้องสร้างภาพเสียหน่อย ช่วงนี้เทรนด์ผู้ชายไม่ชอบของหวานกำลังมาแรง เพราะงั้นคาเมะเลยต้องจำใจสั่งคาปูชิโน่รสชาติขมปี๋กระเดือกลงคอแทบไม่ได้มาตั้งตรงหน้า…
…สร้างภาพจีบสาวซะงั้นล่ะ!!!…^_________^
“ตายจริง!!…ไม่ชอบแล้วพานานาโกะเข้าร้านไอศครีมทำไมล่ะคะ”
“ผมคิดว่าเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ก็คงชอบกินไอศครีม ก็เลยอยากพานานาโกะจังมาร้านนี้…ตัวผมน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ไม่ได้เกลียดขนมหวานขนาดที่ว่าเข้าใกล้ไม่ได้ขนาดนั้น…ผมทนได้ ถ้านานาโกะจังมีความสุข”…ว่าแล้ว คาเมนาชิ คาซึยะก็โกยใจของสาวน้อยไปอีกกระบุงนึง….—“---
“คาเมะคุงเนี่ย…เป็นสุภาพบุรุษจังเลยนะคะ”
“สุภาพบุรุษส่วนใหญ่ก็มีไว้เพื่อเทคแคร์สุภาพสตรีที่แสนน่ารักไม่ใช่เหรอครับ”…เอาไปทั้งหัวใจเลย…คาเมะ… -*-…
นั่งคุยกันไป มองตากันหวานหยดเยิ้มไปเรื่อย เด็กสาวตรงหน้าน่ารักน่าใคร่ แบบที่คาเมะเอาไปอวดเพื่อนๆที่คณะได้อย่างไม่อาย ร่างบางกำลังจะชวนหล่อนไปถ่ายรูปที่ระลึกสักใบสองใบ แต่ว่าไม่ทันจะได้เอ่ยปากชวนนานาโกะจัง ภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินอยู่บนฟุตบาธฝั่งตรงข้ามกับร้าน ก็ดันเรียกความสนใจเขาไป
…เฮ้ย…นั่นมัน…O.O…
…ผู้ชายในชุดสูทเนี้ยบนั้น คาเมะคุ้นตาดี แม้จะไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยกันเลยมาเกือบสัปดาห์…
…ก็หมอนั่น…คนที่กำลังพาหญิงสาวเข้าร้านอาหารจีน…หมอนั่นมัน…อาคานิชิ จิน…ว่าที่สามีของเขาเอง…!!!!
…ส่วนผู้หญิง…ผู้หญิงคนนั้น เขาก็คิดว่ามองไม่ผิด…ก็นั่นน่ะ ดาราสาววัยสามสิบ ที่กำลังดังเป็นพลุแตกอยู่ตอนนี้…นากาตะ อันริซัง ผู้หญิงที่เขาเองก็เป็นแฟนคลับเหมือนกัน!!!…
…สองคนนั่นมาด้วยกัน…ควงกันมาด้วย…จินควงผู้หญิงอื่น…ควงผู้หญิงอื่น…
…ที่หายหน้าไป ไม่มาหาเขาเหมือนเคย ก็เพราะไปกับผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นเหรอ…
“คาเมะคุง…คาเมะคุงคะ” ร่างบางเงียบไปนาน จนเด็กสาวที่มาด้วยต้องสะกิดเรียก
“อ๊ะ…ครับ…ขอโทษทีนานาโกะจัง…คือ…” คาเมะไม่รู้จะแก้ตัวแบบไหนดี กับการทำผิดขั้นร้ายแรงในการมาออกเดท
…คิดเรื่องอื่น นอกจากการจีบผู้หญิงระหว่างเดทเนี่ย เสียชื่อเพลย์บอยศตวรรษที่ 21 หมด!!!!…
“ไม่สบายรึเปล่าคะ…หน้าซีดๆ”
“ครับ…คือ ปวดๆหัวนิดหน่อยน่ะครับ…คือ…ขอโทษด้วยนะครับ”…หากเป็นทุกที คาเมะต้องรีบปฏิเสธ พร้อมกับหาทางเดินหน้าจีบสาวมากกว่านี้ แต่เพราะภาพสนิทสนมควงกันไปมาอย่างเปิดเผยของชายหญิงเมื่อครู่นี้ ทำให้ร่างบางเกิดตื้อทางความคิดเจ้าเล่ห์ขึ้นมากระทันหัน…
“ไม่เป็นไรค่ะ…คาเมะคุงกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะนะ…ไว้คราวหน้าค่อยมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้” คาเมะจ่ายเงินค่าอาหาร ก่อนจะบอกลา ส่งสาวน้อยที่ปากทางลงสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วเดินกลับมาที่ร้านอาหารจีนอีกครั้ง ร่างบางยืนช่างใจอยู่หน้าร้าน ไม่รู้ว่าจะควรเข้าไปดีไหม ก่อนจะตัดสินใจ ทรุดตัวนั่งคอยอยู่ด้านหน้า
…ยังไงก็อยากรู้ให้ได้…อยากเห็นเต็มๆสองตา…อยากเห็นชัดๆ…อยากเห็นให้แน่ใจว่ามือใหญ่ที่เคยโอบประคองร่างเขา มาวันนี้กลับไปประคองหญิงสาวคนอื่นเสียแล้ว…
…คาเมะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองวันนี้ ถึงได้รู้สึกแปลกๆ…ทั้งๆที่ตอนที่พูดเรื่องนี้กับยูอิจิ ถึงแม้จะหวั่นไหวลึกๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายถึงขนาดนี้…พอมาเห็นเอง…มารับรู้เอง…มันถึงได้รู้…
…ว่ามันทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัดไปทั้งหัวใจ…ในท้องมันปวดมวน คล้ายมีของเย็นๆไหลวนไปวนมา ปลายนิ้วมันชาเหมือนจะไร้ความรู้สึก…
…ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้เลย ขนาดตอนที่รู้ว่า ซาซาริจัง ดาวยั่วอันดับหนึ่งของประเทศประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบเมื่อสองปีก่อน คาเมะยังไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้…ถึงแม้จะร้องไห้เป็นเผาเต่าพร้อมแช่งชักหักกระดูกไอ้คนที่ได้เป็นสามีของซาซาริจังอยู่สามวันสามคืนก็เหอะ…--“--
…เป็นอะไร และเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ…แค่ผู้ชายคนเดียว…มีอิทธิพลกับตัวเขาขนาดนี้เลยเหรอ…
-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-*-*
จินยิ้มบางๆให้กับหญิงสาวอายุมากกว่า ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ชาย ที่พี่ของเขานัดมาให้ปรึกษาเป็นการส่วนตัว พูดคุยกันได้สักพัก หล่อนก็เอ่ยปากรับคำยินดีช่วยเขาอย่างเต็มที่ ตามที่เขาต้องการ
“จินคุงคิดว่าทำอย่างนี้ดีแล้วจริงๆเหรอ” นากาตะ อันริเอ่ยปากถามตรงจุด หลังจากบริกรที่นำอาหารมาเสิร์ฟเดินจากไปแล้ว
“ยิ่งไปเจอหน้า…ผมก็ยิ่งคุมตัวเองไม่ได้ ... เขา…สำหรับผมแล้ว…เขา…”
“เพราะกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรผิดๆลงไปก็เลยถอยออกมายืนดูอยู่ห่างๆ มองเขาไปกับคนนู้นทีคนนี้ที แล้วก็มาหงุดหงิดกับตัวเองทีหลังงั้นสิ” หญิงสาวที่ผ่านประสบการณ์มามากกว่าถามอีก ทำเอาจินได้แต่เงียบ
“ผมไม่รู้…ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง…แต่เดิม ทั้งผมและเขาก็ไม่ได้จะแต่งกันเพราะรักอยู่แล้ว พอมาถึงตอนนี้ ผมก็ยิ่งแน่ใจ…มีแต่ผมคนเดียว ที่…”
“คนเราน่ะนะ บางทีรู้สึกเหมือนกัน แต่แสดงออกต่างกันก็มีออกเยอะแยะไป…อย่าพึ่งตัดใจทั้งที่ยังไม่ชัวร์สิ…ฉันว่า…บางทีก็อาจจะต้องให้เวลาเขาสักหน่อย เขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ มีผู้ชายที่ไหนบ้างล่ะ ที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันทั้งๆที่ไม่รักไม่ชอบน่ะ”
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่…จินคุง…วันนี้ที่ฉันมาพบนาย เพราะว่าเคียวขอร้องให้ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้…แล้วฉันก็กำลังจะมีละครเรื่องใหม่ เพราะงั้นปล่อยข่าวเรื่องนายกับฉันสักสามสี่วัน เรียกเรตติ้งให้ฉัน แล้วช่วยให้นายได้รู้ใจแฟนนาย…ว่าไง…ตกลงรึเปล่า” อันริเข้าเรื่องทันทีถึงเรื่องที่ อาคานิชิ เคียว พี่ชายคนโตของจินขอร้องหล่อนมา จินนั่งนิ่ง ตรึกตรองดู
…ใจจริงแล้ว…เขาก็ไม่อยากใช้วิธีแบบที่อันริซังพูดมาเลย มันเหมือนว่าเขากำลังเรียกร้องความสนใจเป็นเด็กประถม…แต่…ก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่อาจจะทำให้รู้ความรู้สึกจริงๆของคาเมนาชิได้…
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างจนมุม และคิดไม่ตก ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว
“ก็ได้ครับ…”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
คาเมะนั่งรออยู่หน้าร้านจนรู้สึกหิวน้ำ จึงเดินไปหาตู้กดน้ำอัตโนมัติ หยอดเหรียญ กดน้ำกระป๋องยี่ห้อโปรดมาดื่ม ก่อนจะเดินกลับมาที่ร้านอาหารจีนอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่จินเดินควงแขนกับดาราสาวออกจากร้านพอดี
ร่างบางยืนอึ้งอยู่ท่ามกลางฝูงชน เมื่อเห็นภาพที่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง …จินหันมาก้มลงถามหญิงสาวอย่างสนิทสนม พูดคุยกันดูถูกคอเหลือเกิน หัวเราะใส่กันอย่างชื่นมื่น…
…แล้วทำไมถึงเจ็บไปถึงขั้วหัวใจแบบนี้นะ…คาซึยะ…ทำไมถึงได้รู้สึกร้าวไปทั้งอกแบบนี้…
จินพาดาราสาวขึ้นรถ ขับออกไป รถยนต์คันใหญ่เชื้อสายยุโรปคันเดิม…คันสีดำทะมึนคันเดิม คันเดียวกับที่จินรุกล้ำช่วงชิงจูบแรกไปจากเขา…เบาะเดิมกับที่เคยมีเขานั่งแล้วถูกจินคร่อม…คนขับคนเดิมกับที่เคยขับพาเขาฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วนรก ในวันที่เขาไปกวนประสาทให้อารมณ์เสีย…
…แต่ที่ไม่เหมือนเดิม…คือไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น…กลับมีผู้หญิงอีกคนมาแทนที่เขา…ไม่ใช่ที่ของเขาคนเดียวอีกต่อไป…
ร่างบางโยนกระป๋องน้ำอัดลมลงถังขยะ ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง …ทำไมถึงได้รู้สึกแย่แบบนี้นะ…กับแค่จินพาผู้หญิงคนอื่นขึ้นรถ ทำไมถึงทำให้รู้สึกแปลกๆได้ถึงขนาดนี้…ทำไมกัน???
TO BE CON
JIN X KAME
By : Dezair
PART 7
“วันนี้ไอ้จินก็ไม่มารับเหรอ” ยูอิจิเดินออกมา หลังจากเคลียร์ห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว เห็นคาเมะชะเง้อหน้าคอยืดคอยาว เลยเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย
...เอ?....ไอ้จินมันเป็นอะไรไปหว่า...เดี๋ยวนี้ไม่มารับไม่มาส่งเหมือนเคย วันนี้เจ้าคาเมะก็มาสาย เข้าห้องเลทไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง สอบสวนไปมาถึงได้รู้ว่าไอ้คุณหนูขี้หม้อตระกูลคาเมนาชิมัวแต่นั่งรอให้ว่าที่สามีมารับ รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มาสักที เลยต้องออกมาเรียนเอง....
ร่างบางหันมองคนถาม แล้วทำปากเบ้นิดๆคล้ายๆจะบอกให้รู้ว่าเริ่มเซ็ง
“คงงั้นมั้ง…งั้นกลับเองดีกว่า”
“เดี๋ยวฉันไปส่งก็ได้นี่” ยูอิจิเสนอให้ แต่คาเมะกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกจากเก้าอี้ช้าๆด้วยท่าทางที่คิดว่าเท่ห์ที่สุด สองมือปัดกางเกงเล็กน้อย แล้วล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดอย่างสบายอารมณ์
“ฮัลโล...นานาโกะจังเหรอครับ...นี่คาเมะนะ...จำได้มั้ย เราเจอกันวันก่อนที่คอนวิเนียนข้างสถานีชิบุย่าไงครับ....อ๊ะ....จำได้ด้วยเหรอครับ...แหม นานาโกะจังเนี่ยน่ารักจังเลยน้า....” คนอุตส่าห์หวังดีจะไปส่งถึงบ้าน ล่ะอยากจะเรียกคำพูดตัวเองกลับคืนมานัก
....ทำไมหนอ....ทำไมเขาต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใย คิดว่ามันเป็นน้อง เป็นลูกศิษย์ ถึงขนาดต้องอาสานั่นนี่ให้มันด้วย....ทั้งๆที่มันน่ะ มีตัวเลือกร้อยแปดอยู่ในสมอง...
...โดยเฉพาะตัวเลือกเกี่ยวกับผู้หญิงเนี่ย ดูจะใช้กับทุกสถานการณ์สำหรับไอ้เจ้าคาเมะ....=.=
“อืม...แล้ว...วันนี้นานาโกะจังว่างมั้ยฮะ...อ้าว ไม่ว่างเหรอฮะ....แหม น่าเสียดายจัง พอดีผมเจอร้านไอศกรีมน่ารักๆ ก็เลยคิดถึงนานาโกะจังขึ้นมา อยากจะไปรับมาทานด้วยกัน....แต่....แต่ถ้านานาโกะจังไม่ว่าง.......”
น้ำเสียงที่แสนเศร้าสร้อยหมองหม่น ไม่เข้ากับหน้าตาคนพูดที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับยักคิ้วกวนๆส่งให้ยูอิจิไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
“เอ๋?....อะไรนะฮะ....นานาโกะจังจะยกเลิกนัดเพื่อนเหรอฮะ....” มาถึงตรงนี้ คาเมะถึงกับถองศอกไปด้านหลัง ไชโยกับความสำเร็จของฝีปากตัวเอง
“แต่....แต่เพื่อนนานาโกะจังจะว่าเอานะฮะ....ไม่เป็นไรหรอกฮะ ไว้โอกาสหน้าก็ได้ ผมไม่ได้น้อยใจ....” ยูอิจิถึงกับถอนหายใจพรู
....เฮ้อ....พระเจ้า....ท่านบอกผมที ว่าไอ้ตอนที่ผมยังเป็นเพลย์บอยน่ะ มีครั้งไหนมั้ยที่ดันไปฝากทายาทไว้กับผู้หญิงคนไหน....ไอ้คาเมะมันเล่นรับพรสวรรค์ของการเป็นคาสโนว่าของผมมาทั้งดุ้นอย่างงี้ ถ้าหน้าเหมือนกันอีกหน่อย สงสัยมันต้องเป็นลูกผมแน่!!!!!!!....
“จริงนะครับ....นานาโกะจังมาได้แน่นะฮะ อย่าหลอกผมนะครับ...” ...อ๊ะฮ่า!!!...สุดท้ายก็เสร็จ!!! ^______________^ คาเมะล่ะอยากจะร้อง เย้เย!! ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ.....แต่ไม่ได้....ไม่ได้....เดี๋ยวไก่ตื่น ....
“เอ่อ....ถ้าอย่างนั้น....เดี๋ยวผมไปรับนะครับ นานาโกะจังตอนนี้อยู่ที่ไหนฮะ”
“ฮะ....ถ้างั้นอีกสิบห้านาทีเจอกันนะฮะ....เอ่อ....นานาโกะจังฮะ....” ก่อนจะวางสาย คาเมะก็เรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงหวานหยด แล้วหยอดประโยคสะท้านหัวใจสาวเป็นการปิดท้าย
“...ผม....ผมดีใจนะฮะ....ที่ได้เกิดมาเจอคุณ....คุณคือโชคดีของผมจริงๆฮะ.....” น้ำเสียงหวานซึ้งบวกกับประโยคแสนโรแมนติค ทำเอาแม่สาวน้อยปลายสายถึงกับ เอ่อๆอ่าๆ ออกมาแบบที่เดาได้ง่ายๆว่าคงจะกำลังเขินจัดนั่นเอง!!!....สำเร็จไปอีกขั้นสำหรับการจีบสาว คาเมะ!!!!!! ^O^….
จัดการหม้อสาวสวยไร้เดียงสาไม่ทันเกมส์คนเจ้าชู้เรียบร้อย คาเมะก็เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้ยูอิจิที่ยืนมองเขาแบบปลงๆ
“คงให้ยูไปส่งไม่ได้แล้วล่ะนะ…แล้วอีกอย่าง เดี๋ยวยูไปส่ง เกิดนานาโกะจังมาเห็นยู เขาจะเปลี่ยนมาชอบยูกันอีกล่ะ.....สาวๆสมัยนี้เนี่ย ทำไมชอบผู้ชาย ‘แก่ๆ’ ก็ไม่รู้....”
ผลของการพูดตรงกับความเป็นจริง ก็เลยถูกยูอิจิประเคนมะเหงกให้หนึ่งโป้ก แต่ไอ้ตัวดีก็ยังไม่หยุดปากหาเรื่อง คว้าคอร่างสูงลงมา แล้วกระซิบกระซาบแบบมีลับลมคมใน
“นี่...แล้วไปส่งยามะพีน่ะ…ไปกันสองคนก็หัดทำอะไรโรแมนติกซะบ้าง เสียเชิงอดีตเพลย์บอยหมด เดี๋ยวเขาจะมาว่ากันแบบปากต่อปาก จะเสียหายต่ออนุชนรุ่นหลัง…เข้าใจเปล่า ” เด็กหนุ่มพูด พลางตบลงบนอกตัวเอง ตอนพูดถึง ‘อนุชนรุ่นหลัง’ ...และมะเหงกที่สอง ก็เขกโป้กลงมาที่เป้าเดิมจนทำเอาคาเมะต้องย่นคอด้วยความเจ็บ
“แกนี่มันไม่สะทกสะท้านจริงๆนะ…นี่ขนาดไอ้จินไม่มารับตั้งเกือบสัปดาห์แล้วเนี่ย” ยูอิจิบ่นเป็นตาแก่
ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้ ว่าทำไมคนที่ตอนแรกทำตัวอย่างกับพ่อ ถึงหายเงียบไปดื้อๆ ให้คาเมะมาเรียนเอง ให้กลับเอง มันใช่นิสัยคนขี้หวงอย่าง อาคานิชิ จิน ที่เขารู้จักซะที่ไหนเล่า…
“ก็ยูบอกเอง ว่าจินคงติดประชุม” คาเมะย้อนหน้าซื่อ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจแรง
“แล้วบริษัทบ้าที่ไหนมีประชุมมันทุกวันล่ะห๊า…ไอ้บื้อ!!!”
“ฉันล่ะจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากว่าไอ้จินมันจะหนีแกไปเดินควงหญิงสักคนสองคนเนี่ย” คำพูดประโยคถัดมาทำเอาคาเมะนิ่งเงียบ
…จินเดินกับผู้หญิง…
…จินเดินกับผู้หญิง…
…จินเดินกับผู้หญิง…
…ผู้ชายอย่างจิน ผู้ชายหน้าตาดี...
...เอ่อ...ความจริงก็ไม่ได้เรียกว่าดีมาก....( คาเมะว่าตัวเองหล่อกว่า)
...รูปร่างสูงใหญ่ ...
...เอ่อ...ก็แค่ตัวโตเท่านั้นล่ะ....( คาเมะว่าหุ่นอย่างคาเมะต่างหากล่ะที่ทรมานใจสาว )
...การศึกษาก็เข้าขั้นดีเลิศ...
...อ่า...แหม...ก็แค่เรียนจบเท่านั้น ( อีกหน่อยพอคาเมะจบ คาเมะก็เป็นพวก ‘การศึกษาเข้าขั้นดีเลิศ’ เหมือนกันนั่นล่ะ! )
...แถมบ้านรวย มรดกของเก่ามีกินมีใช้สิบชาติไม่หมด…
...ก็...ก็แค่รวย!! ( โธ่....ผู้หญิงสมัยนี้ มีสมองกันหมดแล้ว ใครจะเลือกพวกรวยอย่างเดียว มันต้องหล่อครบสูตร
เพอร์เฟ็คแบบคาเมะต่างหากเล่า!!!...)
....แต่....แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ ว่าผู้ชายอย่างหมอนั่น ไปไหนมาไหนก็น่าจะมีสาวๆมองบ้างล่ะ!!~ แล้วท่าทางเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น ก็คงจะมีแต่สาวๆออฟฟิสติดอกติดใจสินะ....
…โอ้ววววว!!! O.o ผู้หญิงออฟฟิส!!…พี่สาวพนักงานที่อายุมากกว่า!!!...พวกผู้หญิงหุ่นดินระเบิด ที่ชอบใส่เสื้อโชว์นม ใส่กระโปรงโชว์ขา!!!!!
….ของโปรดเขาเลยนะนั่นน่ะ!!!~ พวกอาเน่จังอ่ะ!!!!!!....
….อ้ากกกกกกกกกกกกกก >______________< น่าอิจฉาเป็นบ้า!!!!….
“หึงรึไง” ยูอิจิเห็นเจ้าลูกศิษย์จอมกวนหุบปากไปครู่นึง ก็เลยส่งเสียงล้อเลียน คาเมะถึงกับหน้าตื่น
“บ้าหน่า!!! คนอย่างผมเนี่ยนะจะหึง…ก็แค่…กำลังคิดว่า…คนอย่างจิน ถ้าจะควงผู้หญิงล่ะก็ ต้องเป็นพี่สาวที่สวยมากๆ แล้วก็หน้าอกสะบึมแบบไดนาไมต์…แล้ว~~…ในฐานะคนรู้จักกัน หมอนั่นก็น่าจะมีน้ำใจแบ่งปันผมบ้างเดะ”
…จะว่าไป…ตอนนี้ก็ชักอยากจะลองจีบพวกผู้หญิงที่อายุมากกว่าดูบ้างเหมือนกันแหะ... สาวๆวัยรุ่นก็ไม่ใช่ว่าจะเบื่อหรอกนะ...แต่แหม.... ชีวิต ‘ลูกผู้ชาย’ มันก็ต้องหาอะไรที่ตื่นเต้น แตกต่างไปจากเดิมบ้างสิ!!!
ยูอิจิฟังคำพูดของคาเมะแล้วถึงกับต้องถอนหายใจ ตบไหล่เล็กบางเบาๆ
“ถ้าเลือกได้ ฉันก็อยากให้ไอ้จินคิดกับแกแค่น้องชายจริงๆว่ะ คาเมะเอ้ย” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ว่าไงนะ” ร่างบางหันมาถามเพราะได้ยินไม่ชัด....อะไรจินๆ น้องชายๆเนี่ยล่ะ....
“ไปเหอะ…นัดสาวไว้ไม่ใช่รึไง” ยูอิจิเลี่ยงที่จะพูดประโยคเดิมซ้ำ คาเมะพยักหน้ารับ บอกลาด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งออกจากโรงเรียนไป ปล่อยให้ยูอิจิมองตาม แล้วหวนนึกถึงเพื่อนรัก
…ถ้าไอ้จินรู้เรื่อง รู้ว่าคาเมะไม่มีทีท่าจะรักจะชอบมันเลยแม้แต่น้อย…มันจะเป็นยังไงนะ…ให้ตายเถอะ…ใครเล่นตลกเรื่องบ้าๆแบบนี้กัน…
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
“นานาโกะจัง…ชอบกินพาเฟ่ต์สตอเบอร์รี่เหรอฮะ” ไปรับสาวสวยน่ารักจากสถานีรถไฟ ก็รีบพามาร้านไอศครีม สุดกุ๊กกิ๊ก ที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวานแหววสำหรับคู่รักวัยรุ่น!!!
...คาเมะล่ะ...นึกอยากจะขอบคุณใครก็ได้ที่ประดิษฐ์ไอศกรีมขึ้นมาไว้ให้เขาจีบสาวโดยเฉพาะ!!!...แล้วคาเมะจะทำบุญไปให้เยอะๆแล้วกัน แล้วเกิดชาติหน้า ช่วยผลิตอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์แก่การจีบสาวให้อีกด้วยเถิด~~...โอมเพี้ยง!!!!...
เด็กหนุ่มเป็นคนเลือกที่นั่งริมกระจกใสที่มองเห็นผู้คนบนฟุตบาธด้านนอกร้าน หมายจะโชว์ความสามารถในการหม้อของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะชน
....สถานที่เดิม เวลาเดิม แต่คนละวัน และกับสาวคนล่ะคน....เมื่อวาน ฮานะจัง....วันนี้กับนานาโกะจัง....แล้วพรุ่งนี้จะเป็นใครดีน้า... ยูโกะจังก็โอเค...หรือจะเป็น โคมาริจังก็เยี่ยม.....
....อ๊ะ!! แต่เมื่อวันก่อนพึ่งได้เมลของ มาซามิจังมา....เอาเป็น มาซามิจังดีกว่า!!...
ตัดสินใจถึงสาวที่จะนัดเดทพรุ่งนี้ได้แล้ว คาเมะก็เลยหันมาสนใจสาวน้อยตรงหน้าเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท นั่งคุยกันได้ครู่ คาเมะก็เริ่มป้อสาวน้ำไหลไฟดับ ได้วันเกิด ได้ที่อยู่ ได้โรงเรียนของสาวน้อยมาพร้อมสรรพ…แจ๋วไปเล้ย !!! ^^…
“คาเมะคุงชิมหน่อยมั้ย อร่อยน้า”
“ไม่ล่ะฮะ…ผมไม่ถูกกับของหวานเท่าไหร่”…โม้ไปเรื่อย…ไม่ถูกกับของหวานอาร้าย พาเฟ่ต์สตอเบอร์รี่เพิ่มแยมและวิปครีมน่ะ ของโปรดเจ้าตัวดีเลยล่ะ!!!…
…แต่ว่า…มาเดททั้งที ก็ต้องสร้างภาพเสียหน่อย ช่วงนี้เทรนด์ผู้ชายไม่ชอบของหวานกำลังมาแรง เพราะงั้นคาเมะเลยต้องจำใจสั่งคาปูชิโน่รสชาติขมปี๋กระเดือกลงคอแทบไม่ได้มาตั้งตรงหน้า…
…สร้างภาพจีบสาวซะงั้นล่ะ!!!…^_________^
“ตายจริง!!…ไม่ชอบแล้วพานานาโกะเข้าร้านไอศครีมทำไมล่ะคะ”
“ผมคิดว่าเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ก็คงชอบกินไอศครีม ก็เลยอยากพานานาโกะจังมาร้านนี้…ตัวผมน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ไม่ได้เกลียดขนมหวานขนาดที่ว่าเข้าใกล้ไม่ได้ขนาดนั้น…ผมทนได้ ถ้านานาโกะจังมีความสุข”…ว่าแล้ว คาเมนาชิ คาซึยะก็โกยใจของสาวน้อยไปอีกกระบุงนึง….—“---
“คาเมะคุงเนี่ย…เป็นสุภาพบุรุษจังเลยนะคะ”
“สุภาพบุรุษส่วนใหญ่ก็มีไว้เพื่อเทคแคร์สุภาพสตรีที่แสนน่ารักไม่ใช่เหรอครับ”…เอาไปทั้งหัวใจเลย…คาเมะ… -*-…
นั่งคุยกันไป มองตากันหวานหยดเยิ้มไปเรื่อย เด็กสาวตรงหน้าน่ารักน่าใคร่ แบบที่คาเมะเอาไปอวดเพื่อนๆที่คณะได้อย่างไม่อาย ร่างบางกำลังจะชวนหล่อนไปถ่ายรูปที่ระลึกสักใบสองใบ แต่ว่าไม่ทันจะได้เอ่ยปากชวนนานาโกะจัง ภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินอยู่บนฟุตบาธฝั่งตรงข้ามกับร้าน ก็ดันเรียกความสนใจเขาไป
…เฮ้ย…นั่นมัน…O.O…
…ผู้ชายในชุดสูทเนี้ยบนั้น คาเมะคุ้นตาดี แม้จะไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้คุยกันเลยมาเกือบสัปดาห์…
…ก็หมอนั่น…คนที่กำลังพาหญิงสาวเข้าร้านอาหารจีน…หมอนั่นมัน…อาคานิชิ จิน…ว่าที่สามีของเขาเอง…!!!!
…ส่วนผู้หญิง…ผู้หญิงคนนั้น เขาก็คิดว่ามองไม่ผิด…ก็นั่นน่ะ ดาราสาววัยสามสิบ ที่กำลังดังเป็นพลุแตกอยู่ตอนนี้…นากาตะ อันริซัง ผู้หญิงที่เขาเองก็เป็นแฟนคลับเหมือนกัน!!!…
…สองคนนั่นมาด้วยกัน…ควงกันมาด้วย…จินควงผู้หญิงอื่น…ควงผู้หญิงอื่น…
…ที่หายหน้าไป ไม่มาหาเขาเหมือนเคย ก็เพราะไปกับผู้หญิงคนอื่นอย่างนั้นเหรอ…
“คาเมะคุง…คาเมะคุงคะ” ร่างบางเงียบไปนาน จนเด็กสาวที่มาด้วยต้องสะกิดเรียก
“อ๊ะ…ครับ…ขอโทษทีนานาโกะจัง…คือ…” คาเมะไม่รู้จะแก้ตัวแบบไหนดี กับการทำผิดขั้นร้ายแรงในการมาออกเดท
…คิดเรื่องอื่น นอกจากการจีบผู้หญิงระหว่างเดทเนี่ย เสียชื่อเพลย์บอยศตวรรษที่ 21 หมด!!!!…
“ไม่สบายรึเปล่าคะ…หน้าซีดๆ”
“ครับ…คือ ปวดๆหัวนิดหน่อยน่ะครับ…คือ…ขอโทษด้วยนะครับ”…หากเป็นทุกที คาเมะต้องรีบปฏิเสธ พร้อมกับหาทางเดินหน้าจีบสาวมากกว่านี้ แต่เพราะภาพสนิทสนมควงกันไปมาอย่างเปิดเผยของชายหญิงเมื่อครู่นี้ ทำให้ร่างบางเกิดตื้อทางความคิดเจ้าเล่ห์ขึ้นมากระทันหัน…
“ไม่เป็นไรค่ะ…คาเมะคุงกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะนะ…ไว้คราวหน้าค่อยมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้” คาเมะจ่ายเงินค่าอาหาร ก่อนจะบอกลา ส่งสาวน้อยที่ปากทางลงสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วเดินกลับมาที่ร้านอาหารจีนอีกครั้ง ร่างบางยืนช่างใจอยู่หน้าร้าน ไม่รู้ว่าจะควรเข้าไปดีไหม ก่อนจะตัดสินใจ ทรุดตัวนั่งคอยอยู่ด้านหน้า
…ยังไงก็อยากรู้ให้ได้…อยากเห็นเต็มๆสองตา…อยากเห็นชัดๆ…อยากเห็นให้แน่ใจว่ามือใหญ่ที่เคยโอบประคองร่างเขา มาวันนี้กลับไปประคองหญิงสาวคนอื่นเสียแล้ว…
…คาเมะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองวันนี้ ถึงได้รู้สึกแปลกๆ…ทั้งๆที่ตอนที่พูดเรื่องนี้กับยูอิจิ ถึงแม้จะหวั่นไหวลึกๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายถึงขนาดนี้…พอมาเห็นเอง…มารับรู้เอง…มันถึงได้รู้…
…ว่ามันทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัดไปทั้งหัวใจ…ในท้องมันปวดมวน คล้ายมีของเย็นๆไหลวนไปวนมา ปลายนิ้วมันชาเหมือนจะไร้ความรู้สึก…
…ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้เลย ขนาดตอนที่รู้ว่า ซาซาริจัง ดาวยั่วอันดับหนึ่งของประเทศประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบเมื่อสองปีก่อน คาเมะยังไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้…ถึงแม้จะร้องไห้เป็นเผาเต่าพร้อมแช่งชักหักกระดูกไอ้คนที่ได้เป็นสามีของซาซาริจังอยู่สามวันสามคืนก็เหอะ…--“--
…เป็นอะไร และเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ…แค่ผู้ชายคนเดียว…มีอิทธิพลกับตัวเขาขนาดนี้เลยเหรอ…
-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-*-*
จินยิ้มบางๆให้กับหญิงสาวอายุมากกว่า ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ชาย ที่พี่ของเขานัดมาให้ปรึกษาเป็นการส่วนตัว พูดคุยกันได้สักพัก หล่อนก็เอ่ยปากรับคำยินดีช่วยเขาอย่างเต็มที่ ตามที่เขาต้องการ
“จินคุงคิดว่าทำอย่างนี้ดีแล้วจริงๆเหรอ” นากาตะ อันริเอ่ยปากถามตรงจุด หลังจากบริกรที่นำอาหารมาเสิร์ฟเดินจากไปแล้ว
“ยิ่งไปเจอหน้า…ผมก็ยิ่งคุมตัวเองไม่ได้ ... เขา…สำหรับผมแล้ว…เขา…”
“เพราะกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรผิดๆลงไปก็เลยถอยออกมายืนดูอยู่ห่างๆ มองเขาไปกับคนนู้นทีคนนี้ที แล้วก็มาหงุดหงิดกับตัวเองทีหลังงั้นสิ” หญิงสาวที่ผ่านประสบการณ์มามากกว่าถามอีก ทำเอาจินได้แต่เงียบ
“ผมไม่รู้…ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง…แต่เดิม ทั้งผมและเขาก็ไม่ได้จะแต่งกันเพราะรักอยู่แล้ว พอมาถึงตอนนี้ ผมก็ยิ่งแน่ใจ…มีแต่ผมคนเดียว ที่…”
“คนเราน่ะนะ บางทีรู้สึกเหมือนกัน แต่แสดงออกต่างกันก็มีออกเยอะแยะไป…อย่าพึ่งตัดใจทั้งที่ยังไม่ชัวร์สิ…ฉันว่า…บางทีก็อาจจะต้องให้เวลาเขาสักหน่อย เขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ มีผู้ชายที่ไหนบ้างล่ะ ที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันทั้งๆที่ไม่รักไม่ชอบน่ะ”
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่…จินคุง…วันนี้ที่ฉันมาพบนาย เพราะว่าเคียวขอร้องให้ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้…แล้วฉันก็กำลังจะมีละครเรื่องใหม่ เพราะงั้นปล่อยข่าวเรื่องนายกับฉันสักสามสี่วัน เรียกเรตติ้งให้ฉัน แล้วช่วยให้นายได้รู้ใจแฟนนาย…ว่าไง…ตกลงรึเปล่า” อันริเข้าเรื่องทันทีถึงเรื่องที่ อาคานิชิ เคียว พี่ชายคนโตของจินขอร้องหล่อนมา จินนั่งนิ่ง ตรึกตรองดู
…ใจจริงแล้ว…เขาก็ไม่อยากใช้วิธีแบบที่อันริซังพูดมาเลย มันเหมือนว่าเขากำลังเรียกร้องความสนใจเป็นเด็กประถม…แต่…ก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น ที่อาจจะทำให้รู้ความรู้สึกจริงๆของคาเมนาชิได้…
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างจนมุม และคิดไม่ตก ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว
“ก็ได้ครับ…”
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
คาเมะนั่งรออยู่หน้าร้านจนรู้สึกหิวน้ำ จึงเดินไปหาตู้กดน้ำอัตโนมัติ หยอดเหรียญ กดน้ำกระป๋องยี่ห้อโปรดมาดื่ม ก่อนจะเดินกลับมาที่ร้านอาหารจีนอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่จินเดินควงแขนกับดาราสาวออกจากร้านพอดี
ร่างบางยืนอึ้งอยู่ท่ามกลางฝูงชน เมื่อเห็นภาพที่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง …จินหันมาก้มลงถามหญิงสาวอย่างสนิทสนม พูดคุยกันดูถูกคอเหลือเกิน หัวเราะใส่กันอย่างชื่นมื่น…
…แล้วทำไมถึงเจ็บไปถึงขั้วหัวใจแบบนี้นะ…คาซึยะ…ทำไมถึงได้รู้สึกร้าวไปทั้งอกแบบนี้…
จินพาดาราสาวขึ้นรถ ขับออกไป รถยนต์คันใหญ่เชื้อสายยุโรปคันเดิม…คันสีดำทะมึนคันเดิม คันเดียวกับที่จินรุกล้ำช่วงชิงจูบแรกไปจากเขา…เบาะเดิมกับที่เคยมีเขานั่งแล้วถูกจินคร่อม…คนขับคนเดิมกับที่เคยขับพาเขาฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วนรก ในวันที่เขาไปกวนประสาทให้อารมณ์เสีย…
…แต่ที่ไม่เหมือนเดิม…คือไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น…กลับมีผู้หญิงอีกคนมาแทนที่เขา…ไม่ใช่ที่ของเขาคนเดียวอีกต่อไป…
ร่างบางโยนกระป๋องน้ำอัดลมลงถังขยะ ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง …ทำไมถึงได้รู้สึกแย่แบบนี้นะ…กับแค่จินพาผู้หญิงคนอื่นขึ้นรถ ทำไมถึงทำให้รู้สึกแปลกๆได้ถึงขนาดนี้…ทำไมกัน???
TO BE CON
| หน้าแรก |



