วันที่ 29 ธันวาคม 2551

ปีนี้ ดีซายร์ผู้ขยันแต่งฟิคแต่ขี้เกียจเรียนขั้นเทพ ทุบสถิติแต่งฟิคของปีที่แล้วลงอย่างราบคาบ ฮ่า ฮ่า

- โลภมาก ลาภหลุดมือ
- คู่รักจืดชืด
- ผีจุ้น อย่ามาวุ่นรักผม
- เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ)
- เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ก็ผมรักลูก)
- คู่รักพริกกะเกลือ
- คำเตือน (บอกแล้วว่าอย่าขี่หลัง)

ทุกเรื่องหาอ่านได้ในบอร์ดฟิคนะจ๊ะ จะพยายามมาอัพเก็บในนี้ แฮ่ๆ แต่ขอไปปลุกความขยันก่อน

สุดท้ายนี้ ขอบคุณกำลังใจจากทุกคนตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาค่ะ ปีหน้าก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

HAPPY NEW YEAR ทุกคนค่ะ

สุขภาพแข็งแรง อย่าขาดดุลทางการเงินอีก แม้จะจับจ่ายเพื่อผู้ชายของพวกเราแล้วก็ตาม ฮา ฮา และที่ขาดไม่ได้ สมหวังในทุกๆเรื่องที่ตั้งใจนะคะ


แล้วเจอกันปีหน้าค่ะ
FIC : คำเตือน (บอกแล้วว่าอย่าขี่หลัง)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


...เคยบอกแล้ว... เคยเตือนแล้ว...บอกจนปากจะฉีก เตือนจนปากเปียกปากแฉะ...



แล้วมันเคยฟังมั้ย เคยทำตามที่บอกมั้ย นอกจากจะไม่เคยแล้ว แม่งยังเป็นประเภทยิ่งดุยิ่งทำ ยิ่งยุยิ่งกวน



ดื้ออะไรอย่างงี้วะ เตือนก็ไม่ฟัง บอกก็ไม่ฟัง เดี๋ยวกูจูบสักทีให้สำนึกดีมั้ยห๊ะ!!!!


.............................


ร่างบอบบางหมายตาแผ่นหลังกว้างของเพื่อนรักที่กำลังนั่งดีดกีต้าร์กับผองเพื่อนในคณะ มันบอกเป็นรอบที่แปดล้านได้แล้วมั้ง ว่าอย่ากระโดดขี่หลัง เหตุผลว่าทำไมนั้น มันไม่ยอมพูด แต่ถึงมันจะบอกเหตุผล แล้วคิดว่าคาเมะจะทำตามรึไง ก็คนอยากขี่...ใครจะทำไม...




ร่างบางสาวเท้าวิ่งมาจากหน้าตึก ตรงดิ่งเข้ามาหาเพื่อน หลังจากล็อคเป้าหมายด้วยสายตา แล้วกระโดดหมับขี่คอ เอาแขนล็อคลำคอแข็งๆนั่น ทำเอาอีกฝ่ายแทบทำกีต้าร์หลุดจากมือ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาดุๆไปให้ไอ้เพื่อนทั้งหลายที่เห็นแต่แรกว่าคาเมะวิ่งมาแต่ไกล แต่ไม่มีใครสักคนจะเอ่ยปากบอก แถมมันยังมานั่งหัวเราะกันอีก




“ไอ้คาเมะ!!!!!”




โดนจนเหนื่อย โดนจนชิน โดนจนไม่ต้องหันมอง โดนจนไม่ร้อง แต่ทั้งๆอย่างนั้น ทุกครั้งที่ใกล้ชิดไอ้เพื่อนตัวเล็กแต่ทั้งห้าว ทั้งห่ามอย่างคาเมะ อาคานิชิ จินก็ไม่เคยหยุดเสียงเต้นของหัวใจที่มันดังลั่นอย่างผิดปกติได้เลยสักครั้ง




“อย่าดุหน่า จินที่รัก...ไปกินข้าวกะกูหน่อย กูหิว” ไอ้คาเมะของจินยังคงมีตาเอาไว้แปะอยู่ใต้คิ้วให้อวัยวะครบสามสิบสองประการเท่านั้น เพราะมันเล่นชวนทั้งๆที่เห็นๆกันอยู่ว่าจินยังถือกีต้าร์ และตรงหน้าจินคือหนังสือเพลงที่คงหยิบหาจากใต้ตึกเรียนแหงนี้ เพราะมันยับย่นและเปียกเลอะจนกระดาษพอง




“ยังไมได้กินอะไรมารึไง” จินถามแต่สายตาจับจ้องโน้ตเพลง และมือเริ่มจับสาย




ส่วนไอ้ลูกลิงที่คล้องอยู่กับคอ และเสียงหัวใจดังจนแทบทะลักนั้น ร่างสูงพยายามทำความคุ้นเคยจนบัดนี้แม้จะยังลดเสียงหัวใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ทรมานเท่าช่วงแรกๆ จะว่าจินปลงชีวิต หรือสมเพชรสนิยมตัวเองก็คงจะเป็นเช่นนั้น เพราะดันตาต่ำถึงขนาดลดสายตาลงมามองว่าไอ้ห่ามคาเมะออกจะมีแววน่ารักอยู่เหมือนกัน




...เฮ้อ~!! หรือกูโดนเล่นของวะ ก่อนหน้านี้สักสามสี่เดือน จินยังคบสาวสวยเด็กบัญชีจนเขาอิจฉากันทั้งมหา’ลัย...เหอะ!!! แล้วแค่ไปเห็นน้ำตาไอ้คาเมะเข้าหน่อย แฟนเฟินเลิกหมด!!! ชีวิต!!!!....




“เออดิ...ไอ้ยูยะไปค้างบ้านเพื่อน” คาเมะเล่าไปถึงน้องชายแล้วชักโมโห





สองพี่น้องคาเมนาชิหอบหิ้วกันลงมาโตเกียวเพื่อเข้ามหา’ลัย ไม่สิ...ต้องบอกว่าบ้านคาเมนาชิเตะโด่งลูกชายอย่างคาเมะลงมาลดดีกรีความแสบ แต่ส่งมาคนเดียวก็กลัวจะเถลไถล เลยส่งน้องอย่างยูยะลงมาคุมพี่อีกแรง และมันก็คุมพี่มันตั้งแต่เรืองเสื้อผ้าไปจนถึงเรื่องกับข้าว




ถ้าวันไหนไอ้คาเมะมามหา’ลัยแบบสภาพหิวโซและยาจกสุดๆด้วยการใส่เสื้อมอซอไม่ได้รีดนั้น ก็ทายได้อย่างเดียวว่าน้องชายสุดรักสุดบูชาไปค้างที่อื่น และไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้พี่ชายดำเนินชีวิตในวันต่อๆไป




“อ้าว...แล้วมึงมีเสื้อใส่ได้ไง” นิชิคิโดะ เรียวที่นั่งฝังซ้ายของจินเป็นคนเอยปากถาม




“ก็เอาเสื้อไอ้ยูยะมาใส่อ่ะเดะ มันดันไม่รีดไว้ให้นี่หว่า เพราะงั้นมันต้องเสียสละเว้ย~!!!” ว่าแล้วคาเมะก็หัวเราะมาดร้าย ให้เพื่อนๆทั้งหลายต้องเหลือบมองหน้ากันด้วยคำถามคาใจว่า ‘แล้วมึงล่ะ เสียสละอะไรให้น้องมึงบ้าง’




“จิน...กูหิวข้าว” ไอ้คาเมะย้ำคำเดิม ริมฝีปากบางแทบแนบชิดกับใบหูของคนที่ยังโดนกอดคออยู่ จินถอนหายใจ ทั้งหนักอก ทั้งพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะส่งกีต้าร์ให้เพื่อนไปดีดแทน แล้วหันมาแกะมือและแขนที่ยังติดแหง็กอยู่กับคอของเขา




“ปล่อยก่อนคาเมะ ลุกไม่ได้” ตัวมันใช่จะเบาๆเสียทีไหน ถึงมันจะตัวเล็ก แต่มันก็มีเนื้อ มีกระดูก เขาไม่ใช่แรมโบ้พอจะลุกได้หรอก หากยังมีมันเกาะอยู่แบบนี้





ร่างบางยอมแต่โดยดี และพอจินลุกขึ้นยืนได้แล้ว ไอ้คาเมะก็กระโดดเข้ากอดคอ เอาขาหนีบเอวจิน เลียนแบบหนังคาวบอยที่ตัวเองดูมาเมื่อคืน แล้วให้จินกลายเป็นม้าเสียแบบนั้น




“ไปเล้ย~!!! เจ้าม้าอาคานิชิ!!” ไอ้คนขี่หลังชี้นิ้วไปข้างหน้า ไม่ได้สำนึกสักนิดว่า ‘เจ้าม้าอาคานิชิ’ เป็นเพื่อนที่คบกันมาสามปี ไม่ใช่ข้าทาสรับใช้ประจำตัว และที่สำคัญ




....จินก็เคยเตือนแล้ว เตือนมาตลอด เตือนจนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าขี่หลัง อย่าขี่หลัง...




...แล้วยังทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่สำนึก ไม่สนใจ...ถ้าความอดทนสิ้นสุดเมื่อไหร่ จินก็คงไม่เตือนอย่างเดียวอีกต่อไป...


.............................


ไม่ใช่แค่ตอนจะไปกินข้าวอย่างเดียวหรอก ที่คาเมะขี่หลังจิน แต่รวมไปถึงตอนเลิกเรียนลงจากตึกด้วยลิฟต์ ไอ้คาเมะก็ยังจะขี่หลังไอ้จิน




“กูถามมึงจริงๆคาเมะ...ถ้าตึกนี้ไม่มีลิฟต์ และมีแต่บันได มึงจะขี่คอไอ้จินมั้ย” จิมมี่ถามด้วยความขำ เพราะหน้าตาของไอ้คนขี่ กับไอ้คนเป็นม้า ช่างไม่บาลานซ์กันอย่างรุนแรง ไอ้คาเมะนั้นหน้าตาชื่นบาน ส่วนไอ้จินบึ้งแล้วบูดอีก แต่มันก็ยังไม่บ่น




“ขี่เดะ กูขี้เกียจเดิน” ตอบตรง ตอบสั้น แถมไม่สำนึกสักนิด จนจินชักหงุดหงิด





แม่ง...ไม่รู้รึไง!! ว่าขี่คอกันแบบนี้แล้วมัน....มัน....ก็ใช่ละ ไอ้คาเมะไม่ใช่ผู้หญิง ไม่มีนม ไม่มีอะไรให้ชนแนบกับหลังเขา แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นผู้ชาย และมันก็ไม่เคยใส่เสื้อทับ แถมเสื้อมันก็บาง พอตัวมันแนบลงมาแล้ว...แล้ว...แล้วอกมันก็นาบลงมาด้วย...





...โว๊ย~!!!!!!...ไหนจะลมหายใจร้อนๆที่เป่าลงมากับกกหูอีกล่ะ!!! ...มึงนะมึง ไอ้คาเมะ!!!...




“มึงจะขี่หลังกูไปถึงไหน” จินถามหน้าเซ็ง ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงชั้นหนึ่ง จะได้พาๆมันไปส่งให้แล้วๆเรื่องเสียที



“ถึงหอกู” คำตอบมันง่ายอีกแล้ว!!! เวรเอ้ย~!!!...




“นี่มึงกะจะให้ไอ้จินกระเตงมึงจนถึงหอเลยเหรอวะ” เพือนผองร่วมกันช่วยเหลือจินจากการตกที่นั่งลำบาก



“ทำไม...ไอ้จินแข็งแรงจะตาย เอามึงขึ้นอีกคนยังได้เลย ชิโรตะ” คาเมะหันไปกระเซ้าเจ้าเพื่อนร่วมกลุ่มตัวล่ำบึ้กอย่างชิโรตะ ยู แต่คนถูกชวนขึ้นไปขี่คอไอ้จินอีกคนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ




ชิโรตะยังไม่อยากถูกเม้าส์เท่าไหร่ ว่าตอนนี้กำลังคั่วอยู่กับจิน ถึงได้อินเลิฟขั้นหนัก ปีนขึ้นหลังขี่คอหวานชื่น




แต่ข้อหานี้ คาเมะไม่เคยหวั่น เจ้าตัวไม่เดือดร้อนแม้สักนิดที่มีผู้ชายหลายคนตั้งตัวเป็นชมรมคนรักคาซึยะ ถ้าเป็นชิโรตะเสียหน่อยเถอะ แม้แต่กะเทยยังไม่อยากเข้าใกล้ บนโลกใบนี้สำหรับพ่อหนุ่มลูกครึ่งชื่อญี่ปุ่นอย่างชิโรตะแล้ว มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่คู่ควรกับเขา




“มึงจะกลับหอจริงอ่ะคาเมะ ไม่สนไปคอนโดกูรึไง...”นากามารุ ยูอิจิรีบถาม แถมสายตาวาวระยับว่ามันคงมีอะไรเจ๋งๆรอที่คอนโดแน่แท้ ถึงได้ชวนคาเมะด้วยท่าทีแบบนี้



“ทำไม คอนโดมึงมีไร”




“เบียร์หกโหล...” ไอ้ยูพูดแค่นั้น คาเมะก็ตาวาวตอบแทนคำชวน



“แล้วพีจังของมึงล่ะ” คาเมะแย๊บ





รู้ๆกันอยู่ว่าแฟนสุดที่รักของยูอิจินั้น เกลียดเหล้าเกลียดเบียร์เข้าไส้ แต่ไอ้ยูก็ดันเป็นพวกแอลกอฮอลอินไซด์ ถ้าเป็นวงในเรื่องเหล้าๆ เบียร์ๆเนี่ย ไอ้ยูถนัดเป็นพิเศษ มันเลยต้องแวบลับหลังพีจังสุดเลิฟมากระดกกับเพื่อนๆให้ได้สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี แต่บางทีคราวซวยก็มีจริง ถ้าพีจังรู้ล่ะก็ วงไหนก็วงนั้น แตกกระเจิดกระเจิง




“ไปเที่ยวกับเพื่อนๆเว้ย”




“แต่กูว่าสงสัยมีกิ๊กแหง...” ทานากะ โคคิหันไปบอกกับจิมมี่ อีกฝ่ายก็รีบเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง เรื่องทำครอบครัวแตกแยกนี่ถนัดเป็นพิเศษ




“เออ กูก็ว่างั้น...เพื่อนที่ว่าเนี่ย สงสัยเพื่อนชายในซอกหัวใจเปล่าวะ” และเมื่อมีถึงสองคนที่เข้าลัทธิช่างยุ ชิโรตะผู้นิยมเป็นอย่างยิ่งก็เข้าสมัครเป็นสมาชิกทันทีด้วยคำพูดชวนให้ยูอิจิหวั่นไหวว่า




“งั้นไอ้ยูก็โดนนอกใจดิวะ”




“เฮ้ย...ก็สมควรอยู่หรอก พีจังเขาไม่ชอบคนกินเหล้ากินเบียร์นี่หว่า” แม้แต่เรียวก็เอาด้วยอีกคน




“แสดงว่าแฟนใหม่ของพีจังก็คงเป็นคนดีมากๆเลยเนอะ” คาเมะก็เอากับเขาด้วย ทั้งที่ยังขี่หลังจินนั่นแหล่ะ



“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ไอ้ยูก็เทียบไม่ได้เลยนะสิ” จินตบท้าย แล้วทั้งหมดก็หัวเราะเหอ เหอ พร้อมกับเหลือบตามองไอ้คนที่ยืนหน้าซีด ไม่ยอมรับคำพูดใครทั้งสิ้น




“....ม....ไม่จริง....ไม่จริง...พวกมึง หุบปากกันเลยนะ!! จะกินมั้ยห๊ะ!!~ เดี๋ยวกูก็ยุบวงวันนี้ซะหรอก!!!”



แล้วเย็นวันนั้น ผองเพื่อนนิสัยดีทั้งหลายก็ขยับขยายไปกินเบียร์ที่คอนโดของนากามารุ ยูอิจิผู้ซึ่งไม่ค่อยจะมีอารมณ์กินสักเท่าไหร่ เพราะคำยุของเพื่อนมันแทงใจจนนั่งแทบไม่ติดที่



.............................




มาถึงคอนโดกันได้ ไอ้พวกมีฝีมือด้านทำกับแกล้มถูกใจปากคอเพื่อนฝูงก็ถูกส่งเข้าครัว ส่วนคนอื่นๆเริ่มจัดวง เทเบียร์รอ แต่ก็มีไอ้พวกไม่ชอบรอ ที่มันกระดกเข้าปากเป็นคนแรก





“ฮ้า~!!!!”




กินเหล้ากินเบียร์แล้วมันสุขใจแบบนี้นี่เอง คาเมะหลับตาปี๋ดื่มด่ำรสชาติถูกปากถูกคอ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เพราะงั้นถึงไม่ห่วงว่าจะเมาจะแฮงค์ หรือต่อให้เป็นวันจันทร์ คาเมะก็ไม่สนใจนักหรอก



...แต่จะว่าไป แฟนไอ้ยูนี่ก็แปลก ถึงจะเป็นเกย์ แต่ก็เป็นผู้ชายนี่หว่า แล้วมีผู้ชายที่ไหนไม่กินเหล้าวะ!!!...



“เป็นไรไอ้คาเมะ ทำตาล่อกแล่ก หรือมองหาผัวมึง...นู่น~! ในครัว กำลังทำกับแกล้มสูตรเด็ด”




เรียวพูด ขำกับท่าทางสอดส่ายสายตาไปมาของไอ้เพื่อนตัวเล็ก แต่ใจห่ามสุดขีด คาเมะหันมาแยกเขี้ยวให้ที ...ทำไมคนอย่างคาเมะต้องมีผัวเป็นไอ้ขี้บ่นจินวะ!...




“กูหาได้ดีกว่าไอ้จินเว้ย!!!~”




“สรุปว่ามึงจะมีผัวจริงอ่ะ” ไอ้จิมมี่สอดรู้สอดเห็นทันทีที่ทำได้ ทำเอาคาเมะต้องหันไปตบกะโหลกเป็นการตอบคำถาม



“จะผัวจะเมีย ของอย่างงี้มันเปลี่ยนกันได้เว้ย!! เคยได้ยินมั้ย คืนแรกเป็นเมีย คืนที่สองเป็นผัวไรเงี้ย~!!” เพื่อนทุกคนพากันเหลือบมองสภาพผอมขี้ก้างของไอ้คนพูด ที่ดูเหมือนจะคาดหวังการเป็นผัวในคืนที่สอง



...ผู้ชายที่ไหนเขาจะให้คนอย่างมึงขึ้นคร่อม~!!!!...




“ดูมึงจะเชี่ยวชาญ” โคคิถามมั่ง คาเมะทำตาเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปเปิดกระเป๋าสะพายของตัวเอง หยิบหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม ให้เพื่อนๆพากันตาโต




“นี่มึงเรียนรู้ทฤษฎีเตรียมพร้อมมีผัวไว้ขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย~!!!” เรียวร้องอีก คาเมะทนความปากดีไม่ไหว เลยซัดหัวไปทีด้วยความหมันไส้



...กูบอกอยู่ปาวๆ ว่าจะเมียผัวมันสลับกันได้...ไอ้นี่ก็ยังจะให้มีแต่ผัวอยู่ได้!!!...มันไม่คุ้มโว๊ย~!! มีแค่ผัวน่ะ!! ชีวิตนี้เกิดหนเดียว ตายหนเดียว มันต้องมีทั้งผัว ทั้งเมียสิ ถึงจะสนุก!!...





“กับแกล้มมาแล้วครับพวกมึง~!! ถอยหน่อยถอย” สามสหายมือฉมัง ประจำห้องครัวประกอบด้วย จุนโนะ โคยามะ และจิน เดินเรียงหน้ากันออกมาจากโซนครัวเล็กๆมุมห้องพร้อมจานในมือที่ส่งกลิ่นหอมฉุย




“ดูอะไรกันวะ” จินถาม เมื่อเห็นหนังสือในมือใครสักคนแวบๆ



“หนังสือเกย์ไอ้คาเมะ” คำตอบจากใครไม่รู้ แต่ทำเอาคนถามถึงกับหันควับไปมองเจ้าของหนังสือ คาเมะไม่สนใจสายตาสงสัยนั่นเท่าไหร่ ทำแค่ยักไหล่ แล้วคว้าตะเกียบขึ้นมาจิ้มนั่นจิ้มนี่เข้าปาก




“พวกมึงคงจะมีเพื่อนเขยสักคนก็คราวนี้ละวะ” ชิโรตะแซวตามประสาให้คาเมะต้องเหลือบมองคนพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์



“มึงสนใจตำแหน่งเพื่อนเขยของไอ้พวกนี้มั้ยล่ะ”



เหมือนขนหัวจนถึงขนเท้าจะลุกหือขึ้นพร้อมกัน ให้เจ้าตัวต้องส่ายหน้าปฏิเสธตำแหน่งเพื่อนเขย หรือก็คือผัวไอ้คาเมะนั่นไง!!!



“กูชอบแค่เนื้อกับนม แบบมึงอ่ะ ประเคนให้ไอ้จินไปเหอะ” ว่าแล้วก็โยนเรื่องเสียเลย คาเมะยักคิ้ว แถมทำหน้ากวนมือ ก่อนพูดเสียงกวนส้น แบบที่ทำให้จินนิ่งเงียบ แล้วรู้สึกว่าเหล้าเบียร์วันนี้มันฝืดคอกว่าทุกครั้ง




“ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง”



.............................



แล้วดึกดื่นคืนนั้น ไอ้มนุษย์ที่เป็นแค่ของตายอย่างจิน ก็ต้องพาคุณชายคาเมะในสภาพเมาแอ๋กลับหอ เพราะมันบอกว่า




‘กูอยากนอนบนฟูกที่มีผ้าปูที่นอนสีฟ้า มีน้องดวงดาวเหลืองอ๋อยกำลังส่งจูบให้พี่พระจันทร์เสี้ยวใส่แว่น ห้องไอ้ยูไม่มีให้กู งั้นมึงพากูกลับหอที จิน’




และไม่ต้องถามว่าไอ้คาเมะยอมกลับมาในสภาพไหน ถ้าไม่ใช่ขี่หลังจินขึ้นมอเตอร์ไซค์ และกอดเอวจินจนกลับมาถึงหอ



ร่างสูงถอนหายใจหนักอก หลังจากจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่งไว้ใต้หอของไอ้คนที่ยังนั่งเบียดชิดอยู่เบาะหลัง



ท่าเดียวกับที่มันมากอดคอเขาทุกครั้งนั่นล่ะ เพียงแต่จะแตกต่างอยู่หน่อยก็ตรงที่ คราวนี้หน้ามันไม่ได้แนบอยู่กับซอกคอ แต่ดันมาแนบอยู่กับหลังเขาแทน ส่วนแขนมันก็ไม่ได้พาดอยู่กับไหล่เช่นทุกที แต่จินจับรวบให้มากอดเอวเขาเอาไว้ มีมือจินข้างหนึ่งคอยจับประคองไว้ตลอดทาง ด้วยกลัวว่าไอ้คาเมะขี้เมาจะกลิ้งตกจากไปตอนไหน





จินไม่คิดจะปลุกไอ้ตัวแสบให้เดินขึ้นหอเองหรอก ลองว่ามันเมาจนหน้าแดงคอแดงแบบนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าไม่จับทุ่มลงกับพื้น ก็ต้องเอาไฟสุมใต้เท้ามันนั่นล่ะ มันถึงจะยอมตื่น เขาดึงกุญแจรถใส่กระเป๋า ก้าวลงจากรถ ก่อนจะหันมาจับแขนคาเมะพาดไหล่ จับสองขามันแนบกับเอว แล้วโน้มตัวพามันแบกขึ้นหลัง พามันขึ้นชั้นสอง





ห้องมัน...ห้องไอ้คาเมะ...จินมาจนจำได้ทุกซอกทุกมุม มาจนคนข้างห้องยังรู้จักเขา มาจนบางครั้งที่ไอ้คาเมะลืมจ่ายค่าเช่า คุณป้าเจ้าของหอก็มาทวงกับเขา เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจินจะมีกุญแจห้องนี้เป็นของตัวเอง เขาไขเข้าไป ในห้องเงียบและมืด แสดงว่ายูยะน้องชายคาเมะยังไม่กลับ และคงเหมือนเมื่อคืนก่อน และทำให้คาเมะไม่มีเสื้อใส่




จินหันไปกดสวิสซ์ แล้วปิดประตูก่อนจะพยุงคาเมะไปที่เตียงสองชั้นมุมห้อง เตียงล่างเป็นของคาเมะ และนั่น...




...มันใช้ผ้าปูที่นอนสีฟ้ารูปพระจันทร์ดวงดาวแบบที่มันพ่นจริงๆด้วย



ร่างสูงได้แต่ยิ้มขำ แม้จะรู้แก่ใจว่าคนหาซื้อผ้าปูที่นอนลายคิกขุแบบนี้คงไม่ใช่ไอ้ห่ามบนหลังเขาแน่ๆ




จินย่อตัวให้เสมอกับเตียง หมายจะปลดแขนคนที่หลับคาหลังเขา ให้มันล้มลงไปนอนบนเตียงต่อ แต่จินลืมไปว่าไม่ใช่แค่แขนเท่านั้น ที่คาเมะคล้องอยู่กับร่างกายจิน ยังมีขาอีกสองข้างที่หนีบอยู่ข้างเอว เพราะฉะนั้น เมื่อแขนถูกปลด และทำให้ร่างกายส่วนบนหงายผึ่งลงกับเตียง ขาสองข้างจึงฉุดรั้งร่างสูงที่ไม่ทันตั้งหลักให้ล้มตามหงายหลังลงไปทับด้วย




“เฮ้ย!!!!”




“โอ้ย~!! เล่นบ้าอะไรวะ!!!!!” คนเมาร้องอ้อแอ้ แล้วผลักแผ่นหลังคนที่ล้มทับให้ลุกออกไป ถึงจะไม่เจ็บนัก แต่มันก็จุกอยูดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้คาเมะไม่มีอารมณ์จะทำอะไรหรอก มันอยากนอนเสียมากกว่า...




จินหันกลับมามองคนนอน หลังจากลุกขึ้นมานั่งได้ ความใกล้ชิดที่พยายามผลักไสมาตลอด เมือกี้นี้มันเข้ามาใกล้มากเสียจน อะไรต่อมิอะไรแทบกระเจิดกระเจิง แผ่นอกบางใต้เสื้อเชิ้ตนั่น จินรับรู้ถึงเลือดเนื้ออุ่นๆ และเสียงหัวใจผ่านทางการสัมผัสแค่เพียงชั่วครู่




ร่างสูงก้มลงไปหา แก้มใสแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล กับริมฝีปากฉ่ำเยิ้มที่อยู่ใกล้มาก เสียจนคำว่าเพื่อนที่ท่องมาตลอดหลายเดือนแทบลบหายออกจากใจ




‘ไอ้จินมันของตาย ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันมึง’ คำพูดเพราะความคะนองปากของคาเมะ ย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดค่ำคืนนี้ของจิน เขาหงุดหงิด เขาโมโห กับท่าทีของมัน กับนิสัยใจคอมัน และที่สำคัญคือเขาเซ็งกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่




...บอกมันแล้ว เตือนมันแล้ว ไม่ใช่ไม่พูด ไม่ใช่ไม่เคยขอร้อง ทำตั้งกี่ครั้งกี่หน ที่บ่นมัน ดุมันว่าอย่ามาเข้าใกล้ แต่ในเมื่อมันไม่เคยเชื่อกัน ถ้าอย่างนั้น จินก็คงมีสิทธิ์จะทำให้ไอ้ตัวดีได้สำนึกสักทีใช่มั้ย...




“เตือนแล้วนะคาเมะ เตือนแล้ว...” นิ้วยาวแตะเบาๆที่กลีบปากบาง แต่มันคงนำความรำคาญมาให้เจ้าของ คาเมะเลยปรือตาขึ้นมองพร้อมคิ้วเรียวขมวดมุ่น





“จิน อย่าเล้นเด้~!...กู...” ไม่จบคำว่า ‘กูง่วง’ กลีบปากสีสดที่กำลังเอ่ย ต้องหยุดชะงักลงเพราะถูกแนบสนิทด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของร่างที่คร่อมทับอยู่ด้านบน




ความร้อนระอุนวดคลึงไปมาราวกับสมใจหนักหนา มันดูดดึง และบีบอัดให้คาเมะมีสติอยู่เพียงแค่ริมฝีปาก เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมันเริ่มทำให้คาเมะเสียอากาศทีละน้อย จนหัวสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้อีกฝายไล้ริมฝีปากหนัก ดูดซับกลีบปาก ก่อนจะลากขึ้นไปยังแก้มแดงก่ำ และไล้ต่ำลงสู่ต้นคอเพื่อฝากรอยขบแดงให้คาเมะสะดุ้ง แล้วลืมความเมาเป็นปลิดทิ้ง





จินขยับหน้าถอยห่างออกมา มองจ้องเข้าไปในลูกแก้วใสแจ๋วที่ไม่เหลือร่องรอยของความเมาอีกต่อไป ดวงตาเรียวที่เขาเคยเห็นแต่ความทะเล้นทะลึ่ง ณ ตอนนี้ มันกลับสับสน งงงวย และตื่นตะลึง




จินรู้...เรื่องเมื่อกี้ คาเมะจะจำไปจนวันตาย...




“กูเตือนมึงแล้ว ว่าอย่าขี่หลัง...”




นั่นคือประโยคสุดท้ายที่จินมีให้คาเมะในค่ำคืนนี้ ก่อนจะลุกออกจากห้องไป แล้วทิ้งคาเมะไว้กับสัมผัสแปลกประหลาดที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไม่ถูกว่าจะจับปาก จับแก้ม หรือจับซอกคอเพื่อวัดอุณหภูมิผิดปกติก่อนดี!!!




.............................



เช้าวันจันทร์...มันผิดปกติ...




ชิโรตะหันมองจิมมี่...ไม่ วันนี้ไอ้จิมมี่ก็ยังสูงเหมือนเดิม ไม่ได้เตี้ยลงสักหน่อย...


จิมมี่เหลือบมองโคยามะ... ไม่ วันนี้ไอ้โคยามะก็ยังตาตี่นี่หว่า ไม่เห็นมันจะตาโตขึ้นเลย...


โคยามะหันมองจุนโนะ... ไม่ วันนี้ไอ้จุนโนะก็ยังสไมล์ ปริ้นท์เหมือนอย่างเคย มันไม่ได้หน้าบูด...


จุนโนะหันมองโคคิ...ไม่ วันนี้ไอ้โคคิก็ยังหัวทอง แถมทรงทรมานใจช่าง มันยังไม่ได้เปลี่ยนแต่อย่างใด...

โคคิหันมองเรียว...ไม่ วันนี้ไอ้เรียวก็ยังตาเหี่ยวเหมือนเคย อย่ามึง...อย่ายิ้ม...


เรียวหันมองยูอิจิ...ไม่ วันนี้ไอ้ยูก็ยังจมูกโตพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เกินหน้าเกินตาชาวบ้านเหมือนปกติ มันไม่ได้มีสำนึกเรื่องโลกร้อนแต่อย่างใด…


ยูอิจิหันมองชิโรตะ...ไม่ วันนี้ไอ้ชิโรตะก็ยังถึก บึก บึนเหมือนทุกวัน ไม่ได้ก้างขึ้นแม้สักนิด...




...ใช่ ชิโรตะ จิมมี่ โคยามะ จุนโนะ โคคิ เรียว และยูอิจิ ไม่มีใครผิดปกติให้รู้สึกแปลกประหลาดแต่อย่างใด ที่พอจะมีเรื่องผิดปกติอยู่บ้างเล็กน้อย คือท่าทางของไอ้ห่ามตัวเล็กทีมันนั่งกระดิกขาแย๊กๆ ดูดกาแฟปั่นแถมทำหน้าไม่สบอารมณ์




...มันเป็นอะไรของมัน ตั้งแต่เช้ามา ไม่เห็นมันจะคุยกับจินสุดที่รักของมันสักคำเดียว....




อ้อ...ส่วนไอ้จินน่ะเหรอ...นู่น อยู่ที่ร้านซีร็อกซ์ ...นั่นไง มันกำลังเดินมาแล้ว…




....อย่าถามเลย ว่าทำไมพวกเขาต้องรอชีทแล้วไม่เข้าเรียนกันสักที เหอ เหอ เหอ ก็เพราะจะเข้าเรียน แต่ขี้เกียจจดเล็คเชอร์ไง มันก็เลยต้องรอซีร็อกซ์ชีทของพวกรุ่นพี่กันให้วุ่นตอนจะเข้าห้องกันแบบนี้




“เฮ้ย! ชีทมาแล้ว” ไอ้จินเอ่ยปากบอก ทุกผู้ก็ลุกกันพรึ่บพรั่บเตรียมพร้อมจะเข้าไปนั่งจับเจ่า เพื่อรอเช็คชื่อและควิซซ์ตอนท้ายคาบด้วยความรู้อันน้อยนิด




ทุกคนรับชีทมาคนละชุด และกำลังจะเดินเข้าห้องเรียน แต่ก็ต้องชะงักแล้วหันมามองคาเมะเป็นตาเดียว



...แปลก...ไอ้คาเมะวันนี้มันแปลกจริงๆ...



“วันนี้มึงไม่ขี่หลังจินเหรอ” จุนโนะถามขึ้นมา ทำเอาคนอืนๆร้อง ฮ้า~! ในใจ




...ใช่แล้ว วันนี้ไอ้คาเมะมันแปลก! เพราะมันไม่ขี่หลังไอ้จิน...




คาเมะชะงักกับคำถาม แล้วเหมือนจะร้อนวูบขึ้นมากะทันหัน เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังฝังจำให้คาเมะนอนไม่หลับมาสามคืนแล้ว




...ไม่ใช่จูบแรกซะหน่อย!! แล้วจูบแรกรสชาติเป็นแบบไหน ผู้ชายอายุยี่สิบอย่างคาเมะยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วทำไม...ทำไมจูบของไอ้จิน...คาเมะถึงจำไม่ลืมขนาดนี้วะ!!!...



...ทั้งตรงปาก...ไอ้จินมันกดจูบลงกับริมฝีปากล่าง มันย้ำหนัก ย้ำจนความร้อนยังติดอยู่ตรงนี้




...ทั้งตรงแก้ม...ไอ้จินมันแนบจูบลงมาตรงนี้ นี่ไง คาเมะยังรู้สึกอยู่เลย ว่ามันจูบตรงนี้...



...แล้วก็ตรงคอ...ไอ้จินมันทำให้เจ็บจี้ด แถมรอยขบสีแดงเล็กๆให้คาเมะต้องออกไปซื้อปลาสเตอร์มาติด เนี่ย ตรงนี้เลยตรงนี้ คาเมะยังจำความรู้สึกได้!!!...




“เฮ้ย! คาเมะ เป็นไรวะ” เห็นสีหน้าแดงก่ำของไอ้เพื่อนห่ามๆอย่างคาเมะ เรียวก็ต้องร้องถามด้วยความตกใจ






“เปล่า” คำตอบสั้นง่าย แต่คนพูด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาใคร




“อ้าว...แล้วทำไมมึงไม่ขี่หลังไอ้จินเหมือนทุกที ของโปรดมึงเลยไม่ใช่เหรอ” จุนโนะถามย้ำ ขณะที่เพื่อนคนอื่นๆเองก็รอคอยคำตอบด้วยการส่งสายตาสอดรู้สอดเห็นเต็มที่ คาเมะเหลือบมอง แต่ไม่กล้ามองเลยไปถึงจิน




...ทำไมวะ!!...ไอ้คาเมะเอ้ย~!! มึงจะมาขี้อายอะไรเอาตอนนี้!!!!....




“ก...ก...ก็...ก็...กู...กูก็มีเวลาอยากจะเดินด้วยสองขาของตัวเองบ้างแหล่ะ! พวกมึงอยากให้กูเป็นง่อยกันรึไงเล่า”




กว่าจะเค้นคำตอบออกมาจากคอได้ ก็กระท่อนกระแท่นเต็มที่ แต่คาเมะก็ยังทำเป็นยิ้ม แล้วใช้สองมือดึงแขนชิโรตะ และโคยามะที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดให้ออกเดิน




...ไม่อยู่นานให้พวกมันถามแล้ว!!~ แค่นี้คาเมะก็อายจะแย่!! แม่งเอ้ย~!! อย่างงี้มันไม่แฟร์นี่หว่า ไอ้จินไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาอะไรเลย แล้วทำไมกูต้องมีด้วยเล่า!!...คนอายมันต้องเป็นคนที่จูบสิ ไม่ใช่คนถูกจูบอย่างกู...



เพื่อนที่เหลือพากันมองร่างเล็กที่เดินลากเพื่อนสองคนออกนำ แล้วนึกสงสัยกับท่าทางผิดวิสัยของไอ้ห่าม แม้คำพูดจะยังคงคอนเซ็ปต์ของมัน แต่อะไรหลายอย่างไม่เหมือนเดิม โดนเฉพาะสีหน้าแดงๆนั่น




...ไอ้คาเมะมีช่วงเวลาที่อายด้วยเหรอวะ...





...อ้าว...แล้วไอ้จินก็อีกคน ยิ้มอะไรของมึงเนี่ย...




“มึงยิ้มทำไมวะ” จิมมี่ถามด้วยความไม่เข้าใจ พอๆกับคนอื่นๆที่ไม่เข้าใจท่าทีของจิน




...เห็นคาเมะหน้าแดงๆแล้วมันขำจนต้องอมยิ้มเลยรึไง....




จินหันมองคนถาม ก่อนจะส่ายหน้า แล้วตอบด้วยคำที่คาดเดาได้ว่า




“เปล่า”



แม้มันจะบอกว่าเปล่า แต่รอยยิ้มบนหน้า ก็ยังเด่นชัดเหมือนมันถูกใจอะไรนักหนา ขณะที่สายตายังตามจ้องไปยังแผ่นหลังเล็กๆของคนที่เดินจ้ำอยู่ข้างหน้า




...จะมาโทษกันไม่ได้นะคาเมะ...




...เตือนแล้วว่าอย่าขี่หลัง...เห็นมั้ย เกิดอะไรขึ้น...




FIN
บล็อคนี้ เป็นบล็อคเฉพาะกลุ่มของสาวก Y ผู้นิยมให้จินและคาเมะรักกันอย่างออกนอกหน้า

(ทั้งๆที่จินและคาเมะเป็นผู้ชายทั้งคู่ และถ้าหากรักกันจริงๆ ประชากรชายที่มีน้อยยิ่งกว่าน้อยอยู่แล้ว จะลดฮวบไปทันทีอีกสองคน )


ดังนั้น หากใครที่ไม่ชอบ ขอความกรุณา เหลือบสายตาขึ้นไปมองที่ปุ่มแดงๆ อาฮะ แล้วกดปุ่มนั้นปิดบล็อคนี้ด้วยนะคะ หนีไปให้เร็วเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า

ส่วนคนที่ชอบ...ขอต้อนรับเข้าสู่ โรงเก็บของของ คนแต่งก๊ง งง แถมลวกฟิคชนิดแม่ค้าขายบะหมี่อาย


ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง และศรัทธาที่มีต่อความรักหลากหลายบนโลกใบนี้
Dezair (ดีซายร์)
SF : รักนะ...อ้วนคุง ตอน เมื่อคาเมะไม่อยู่
JIN X KAME
By : Dezair
*-**-*-*-*-*-*-


“เฮ้อ....”เสียงถอนหายใจดังมาจากร่างจ่ำม่ำอุดมไปด้วยไขมันที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟากลางห้องนั่งเล่น



อาคานิชิ อ้วนคุง...เอ้ย...อาคานิชิ จินคุง พระเอกของเรื่อง ผู้ซึ่งรักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังอยู่ในอาการแห้งเหี่ยวหมองเศร้า รอบกายคือกองจานเปล่าๆ ที่เคยผ่านสภาพการใส่อาหารมาแล้ว และคงไม่ต้องบอกว่าอาหารพวกนั้นไปอยู่ไหน ในเมื่อท้องของจินกำลังแข็งปึ๋งแบบนั้น




“คาเมะ...เมื่อไหร่จะกลับมา...”จินร้องโหยหวนปานจะขาดใจเศร้าระทมกับชีวิตที่ปราศจากคนรัก



...คาเมะไม่ได้ตายหรือหายสาบสูญ...ไม่ได้แม้กระทั่งแยกทางกับจิน...แค่ไปเข้าค่ายชมรมสามวันเท่านั้นล่ะ!!!....



‘อย่างอแงสิ ไปแค่สามวันเองนะ’ ในตอนแรก พี่อ้วนของเราโวยวายจนคอนโดแทบแตก ขัดขวางสุดเลิฟไม่ให้ไปออกค่าย ชักแม่น้ำร้อยเจ็ดสิบหกสายทั่วเกาะญี่ปุ่นมาดึงรั้งร่างบางไว้ แต่ดูจะไม่เป็นผล...



‘คาเมะไม่กลัวฉันผอมเหรอ คาเมะคิดดูนะ เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งสามวัน!! ตั้งสามวันเชียวนะ ที่ฉันจะไม่ได้กินอาหารอร่อยๆฝีมือคาเมะน่ะ พุงฉันต้องยุบแน่ๆ’ทำตาละห้อยได้น่ารักน่าชัง จนคาเมะชักคิดหนัก




...ค่ายชมรมมันจำเป็นต้องไปนี่นา ถ้าไม่ไปก็ไม่ผ่าน แต่พุงของจินล่ะ?...อุตส่าห์สะสมจนนิ่มย้วยได้ขนาดนั้นก็เพราะอาหารของคาเมะ แล้วถ้าเกิดยุบไป...คาเมะก็เสียดายเหมือนกันนะ - . –



‘ฉันจะทำอาหารแช่ตู้เย็นไว้ให้ จะทำบราวนี่แช่ไว้ด้วย ขอโทษนะจิน...ค่ายครั้งนี้ฉันจำเป็นต้องไปจริงๆ’สุดที่รักของจินตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ชนิดที่อ้วนได้แต่น้ำตาตกใน



....คาเมะไม่รักจิน....คาเมะทิ้งจินลงคอ!! T.T...




ย้อนกลับมาปัจจุบัน ณ เวลานี้...คาเมะออกจากบ้านไปครึ่งวันแล้ว ครึ่งวันกับการที่จินต้องอยู่คนเดียว ออกมานั่งทุกข์ตรมหน้ากลมหมองอยู่หน้าโทรทัศน์ มีอาหารตัวแทนแห่งความรักของคาเมะเอามากินต่างหน้าให้คลายความคิดถึง เหลือบตามองนาฬิการูปหมูบนฝาผนัง



....บ่ายสองครึ่ง...




ถ้าเป็นปกติล่ะก็...คาเมะต้องออกมาเรียกจินกินของว่างไปแล้ว....Y.Y




พ่อคนถูกทิ้งที่ไม่มีคนตามเอาใจเหมือนทุกวัน ทำอะไรไม่ได้นอกจากสละพลังงานบางส่วนลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่ ก้าวข้ามกองจานระเกะระกะตรงไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นด้วยใบหน้าซังกะตาย แล้วไอ้หน้าหมองๆนั่นก็ถึงกับผงะค้าง




...เฮ้ย!!...ทำไมมันโล่งงี้ล่ะ!!!...จินปิดตู้เย็นอีกครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ที่แตกกระเจิง เขานับหนึ่งถึงสิบในใจ




....ไม่เอาหน่า....เมื่อเช้าตอนที่คาเมะเปิดให้ดูน่ะ มันแทบจะล้นตู้ไม่ใช่เหรอ...นี่แค่ค่อนวันเองนะ...จะเหลือแค่ยากิโซบะจานเดียวไม่ได้!!!....เดี๋ยวพอเปิดอีกที มันคงจะยกกำลังสองได้แหล่ะ อาจจะกลายเป็น สองจาน...สี่จาน...แปดจาน!!!





...แต่...จินคงไม่ได้คิด ว่าอาหารไม่ใช่เลขคณิตที่จะยกกำลังสองได้ตามใจชอบ...เพราะฉะนั้น...มีเหลืออยู่เท่าไหร่ มันก็มีอยู่แค่นั้น ไม่ว่าพี่อ้วนของเราจะเปิดตู้เย็นอีกสักกี่ที ในตู้เย็นโล่งๆก็มีแค่ ยากิโซบะแค่จานเดียวที่ยังเหลืออยู่....




....คาเม๊!!!!ได้โปรดเถอะ…



...พลีส คัม แบ็ค นาว!!! นาว!!! นาว!!! นาว!!!.....

-*-*-*-*-*-*



และถึงแม้จะเหลือยากิโซบะแค่จานเดียว แต่มันก็หมดลงในยามบ่ายด้วยการกลายเป็นอาหารว่างให้จิน...อ้วนก็ต้องกินต้องใช้นี่นา...เดินไปเดินมาก็หิวแล้ว...อดได้ไงล่ะ...




ร่างท้วมใช้เวลาตลอดช่วงเย็นเปิดตู้นั้นตู้นี้ในห้องครัว หาของสดของแห้งมาบำรุงกระเพาะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นตุ้ยนุ้ยของเราจึงต้องย้ายสัดส่วนคับแน่นลงลิฟต์ไปยังคอนวิเนียนใต้ตึกเพื่อหาซื้อของกินประทังชีวิต




....ใช้เวลาเลือกสิบนาที...ได้ข้าวกล่องหน้าเนื้อมาสาม หน้าปลาไหลมาสอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดอีกหนึ่ง ขนมปังสองแถว นม(เพิ่มมันเนย)สี่กล่อง เบียร์ครึ่งโหล และขนมขบเคี้ยวอีกห้าห่อ...




....ทั้งหมดนี่ อ้วนคุงคาดว่าจะหมดลงภายในคืนนี้ - * -

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-**


“รสชาติห่วยแตกเป็นบ้า!! บอกไว้ก่อน นี่ถ้าคาเมะอยู่ล่ะก็!!...แกไม่ได้เข้าแม้แต่ปากฉันด้วยซ้ำ!!”ไม่รู้เพราะเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว หรือกินมากจนเพี้ยน จินถึงได้ชี้กล่องข้าวที่สะอาดเกลี้ยงไม่เหลือข้าวสักเม็ดพร้อมกับพูดจาอวดดี




...เมื่อกี้ล่ะโซ้ยเอา โซ้ยเอา ไม่พูดสักแอ่ะ...พอเริ่มอิ่มล่ะชักบ่น...




…R R R R… คนที่กำลังพุ้ยข้าวหน้าปลาไหลกล่องที่สองต่อจากกล่องเมื่อกี้ (หลังจากฟาดข้าวหน้าเนื้อหมดไปแล้วเซ็ตนึง) หันมองทันที พอเห็นเป็นชื่อที่รัก ก็รีบคว้ามารับอย่างรวดเร็ว




“คาเมะ!!!คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง!!”อ้าปากพูดคำแรกก็ใส่ไม่ยั้ง แถมเสียงดังชนิดที่ให้เพื่อนๆคาเมะฟังด้วย



“นี่คาเมะ...จินต้องแย่แน่ๆ อาหารที่คาเมะทำไว้ หมดแล้วนะ”พูดเสียงเศร้า แต่ปลายสายกลับตกใจมากกว่าสงสาร




“ก็แหม...พอคาเมะไม่อยู่ ฉันก็คิดถึงนี่นา...ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งกิน...เนี่ย มื้อเย็นจินเลยต้องไปซื้อข้าวกล่องคอนวิเนียนกิน...รสชาติไม่ได้เรื่องเลยล่ะ...กินแทบไม่ลง แถมเนื้อยังเหนียวอย่างกับหนังสะติ๊ก ข้าวก็แข็งโป๊ก ไม่อร่อยเหมือนที่คาเมะทำเลยสักนิด...สงสัยกว่าคาเมะจะกลับ จินต้องผอมแน่ๆ”




โม้เข้าไป...โม้เข้าไปอ้วนเอ้ย....กินแทบไม่ลงแต่ฟาดหมดไปแล้วสี่กล่อง เนื้อเหนียวไม่อร่อยเห็นกินเป็นอย่างแรก ข้าวแข็งโป๊กรึ? เห็นไม่เหลือสักเม็ดเลยนี่...



...แล้วที่สำคัญ...น้ำหนักลดนี่พูดมาได้ยังง้าย~~...




“คาเมะต้องรีบกลับนะ...รีบเลยนะ...แล้วอย่าลืมซื้อปูมาด้วยนะ...”หวังของฝากอีก...เอาเข้าไป...จินยอมวางสายหลังจากได้ยินคาเมะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าปูจากโอซาก้าถึงปากแน่ๆ หนุ่มท้วมจึงหันไปโซ้ยข้าวหน้าปลาไหลต่อ




“โธ่เอ้ย!!...นี่ถ้าคาเมะกลับมานะ!!...จะทิ้งแกให้ดู!!...”บอกจะทิ้งจะทิ้ง แต่พุ้ยข้าวเข้าปากไม่หยุด




....ก็จะทิ้งจริงแหล่ะ....ถ้าคาเมะกลับมานะเฟ้ย!!!...ที่เดียวที่แกจะได้อยู่คือก้นถังขยะ!!!....เจ้าข้าวกล่อง!!!

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


วันที่สองของจินผ่านพ้นไปอย่างทุลักทุเลกับการอยู่โดยไม่มีคาเมะ พึ่งข้าวกล่องมาได้วันกว่าๆก็ทำเอาหน้ากลมๆที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนา ชักจะมีเหลี่ยมมีมุมตามกล่องข้าวเข้าไปทุกที




กินจนหลับ หลับจนตื่นขึ้นมากินอีก คาเมะก็ยังไม่กลับมาสักที เจ้านาฬิการูปหมูบนฝาผนังก็เดินช้าเหลือเกิน เมื่อไหร่จะหมดๆวันไปสักทีนะ...จินผงกศีรษะขึ้นมองนาฬิกาอีกครั้งอย่างสะลึมสะลือ จำได้ว่าเมื่อกี้กินข้าวเสร็จแล้วก็ง่วง พอง่วงก็หลับคาจานข้าวมันซะเลย ตื่นมาอีกทีก็สามทุ่มเข้าให้แล้ว...




...ไปนอนละกัน...จะได้เช้าเร็วๆ...

......................................................
...................................
................
...........
......
รอบตัวมืดมิด มีแต่ร่างของจินที่ยืนเพียงลำพัง อ้วนคุงพยายามร้องเรียกหาคาเมะแต่ไม่มีเสียงตอบ เรียกแล้วเรียกอีกจนท้อแท้ พาลคิดเลยเถิดไปว่าชีวิตนี้อาจไม่ได้กินของอร่อยๆของคาเมะอีก แต่แล้ว เงาลางๆบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมา มันเป็นทรงสามเหลี่ยมคุ้นตา





“อะฮ๊า!!...เค้กชอคโกแลต!!”ร้องออกมาอย่างดีใจ หันมองไปรอบตัว เงาลางๆหลายอย่างก็ปรากฏขึ้นมาให้เนื้อเต้น




“ว้าว!! ชูครีม!!”




“ฮู้!! ทาโกยากิ!!”ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัวได้สักพัก จินก็ชักรู้สึกว่ามันผิดปกติ เมื่อเจ้าอาหารนานาชนิดที่ลอยวนอยู่รอบตัวมีแขนขายืดออกมาราวกับมีชีวิต แล้วมือของพวกมันน่ะ มีมีด มีช้อน มีส้อม เหมือนที่จินเอาไว้ใช้เป็นอุปกรณ์ในการกินเปี๊ยบเลย!!!



-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“อ้าก!!! ไม่นะ!!! อย่ากินฉัน!!! อย่ากิน!!!”คนกำลังหลับละเมอเสียงลั่น ยกไม้ยกมือปัดอากาศไปมาอย่างไร้สติ




“จิน!! จิน!!”มือเล็กเขย่าร่างคนละเมอให้ตื่นด้วยความตกใจ อุตส่าห์ขอกลับจากค่ายก่อนกะว่าจะมาเซอร์ไพรส์จินให้ตกใจเล่น แต่พอเปิดประตูเข้ามาในคอนโดปุ๊บก็ได้ยินเสียงอาละวาดปั๊บพาให้ตกใจต้องวิ่งหน้าตื่นมาหาคนรัก พอมาเจอว่าจินกำลังละเมอเลยเบาใจขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังช่วยปลุกให้ตื่นจากฝันร้าย




....ดูสิ...เหงื่อเต็มตัวเลย...ฝันอะไรนะ....




จินลืมตาโพลง หัวใจเต้นเร็วพาลให้หายใจหอบแรง เหงื่อเย็นๆผุดขึ้นเต็มหน้าและเนื้อตัว พักใหญ่ๆสติสตังถึงกลับคืนมา และรับรู้ว่าสุดที่รักกลับมาแล้ว




“คาเมะ!!...จินฝันร้าย!!”ว่าแล้วก็คว้าร่างบอบบางเข้าไปกอดแน่น




“ฝันอะไรเหรอจิน...”




“ฝันว่าเค้กชอคโกแลต ชูครีม ทาโกยากิ บราวนี่ ไอศกรีมพาเฟ่ต์ แล้วก็อีกเยอะแยะเลยมันมารุมกินจิน มันฉีกเนื้อจินเป็นชิ้นๆเลยนะ”น่ากลัวมากมาย อ้วนคุง - . - คาเมะได้แต่กอดปลอบ และพูดเพื่อให้คนรักสบายใจ




“งั้นเดี๋ยวเราจะทำทุกอย่างที่จินฝันถึง ให้จินกินดีมั้ย”พูดเรื่อกินปุ๊บ คนที่พึ่งหลุดออกมาจากฝันร้ายก็ยิ้มกว้าง พยักหน้าตกลงทันที



“แต่เราต้องเก็บกวาดก่อน”ร่างบางพูดถึงสภาพห้องที่เดินผ่าน ห้องนั่งเล่นนั่นเต็มไปด้วยจานสกปรกที่จินกินแล้วทิ้งเอาไว้เป็นอนุสาวรีย์




“ไม่ต้องจ๊ะ...เรื่องเก็บกวาดเนี่ย หน้าที่จินเองคาเมะไปทำกับข้าวเหอะ...จินหิวจะแย่แล้วนะ เมื่อคืนกินไปนิดเดียวเอง”คาเมะนิ่งไปกับคำพูดของคนรัก....เอ่อ กินไปนิดเดียว แต่ไอ้จานที่กองอยู่ในห้องนั่งเล่นนั่นไม่น้อยเลยนะ...แต่เอาเถอะ...ก็จินกินเก่งออกนี่นา

--*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*



“ตอนที่คาเมะไม่อยู่นะ...จินน้ำหนักลงไปสองขีดด้วย แต่ไม่เป็นไร...เดี๋ยวจะกินให้กลับมาเท่าเดิมให้ได้”อ้วนคุงหมายมั่นปั้นมือ มองชูครีมที่คาเมะกำลังทำ ก่อนจะหันมามองเค้กชอคโกแลต เค้กบราวนี่ และกล่องทาโกยากิที่คาเมะซื้อมาฝากจากโอซาก้า




...ฮ่า ฮ่า...พวกแกรุมกินฉันในฝัน...แต่เดี๋ยวฉันจะกินแกให้เรียบ!!...คอยดู!!!...




“นี่ ปูจากโอซาก้า”ร่างบางวางมือจากขนมที่กำลังทำอยู่ หันไปยกลังปูนึ่งมาเสิร์พคนรัก...วันนี้คาเมะก็เต็มที่สุดฝีมือเหมือนกัน...ก็ดูสิ แก้มจินตอบๆไปด้วยนะ แล้วยิ่งบอกว่าลดไปสองขีดงี้ ใจหายวาบ!!!....




“กินเยอะๆนะจิน”โฮย...ไม่ต้องบอก อ้วนมันก็ทำอยู่แล้วล่ะหน่า!!!....

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


เพราะคาเมะบอกให้กินเยอะๆ พระเอกของเราเลยกินแบบพายุลง หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ นี่ถ้ากระดองปูกินได้ จินก็คงไม่ปล่อยให้มันเหลือล่อตาหร๊อก!!!...



“อ้าว...จิน...ข้าวกล่องยังเหลืออยู่เลยนี่”หลังจากใช้เวลาตั้งแต่เช้าทำอาหารให้จินกิน ช่วงสาย คาเมะจึงเริ่มจัดการเก็บอาหารที่จินซื้อมาตุนไว้ในตู้เย็นให้เข้าที่เข้าทาง



จินลุกจากโต๊ะอาหารทั้งๆที่กำลังสวาปามขนมหวานอย่างเมามัน เดินมารับเจ้ากล่องข้าวที่คนรักหยิบออกมา




“จินเก็บไว้เองจ๊ะ...จินบอกมันไว้น่ะ...”อ้วนชี้กล่องข้าวเจาะจงคำว่า...มัน...




“ว่าจินจะทิ้งมันอย่างไม่ไยดี ถ้าคาเมะกลับมา...และคาเมะก็กลับมาแล้ว เพราะงั้น...นับแต่นี้ ปากและกระเพาะของจินจะกินแต่อาหารที่คาเมะทำเท่านั้น!!!...”พูดปุ๊บก็ทิ้งกล่องข้าวลงถังขยะทันที พร้อมด้วยการทำหน้าเหยียดๆใส่มันเป็นครั้งสุดท้าย




คาเมะยิ้มกว้าง กระโดดกอดคอจินแล้วจุ๊บปากไปทีด้วยว่าทั้งเขิน ทั้งรักผู้ชายอ้วนๆคนนี้




...ปากหวานจังเลยน้า >.< อย่างงี้ไม่ ‘รักนะ...อ้วนคุง ^.^’ ยังไงไหวล่ะเนี่ย…


FIN





FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ ภาคพิเศษ
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-**-*-*-*-*-*-*



...เช้านี้ สดใสมากครับ...



และเพราะเป็นแบบนั้น คนที่นอนดึกเมื่อคืนนี้ เลยทำตัวตื่นยาก แถมน่าตีสุดๆ ดูเอาเถอะ ขนาดผมปลุกก็แล้ว เปิดนาฬิกากรอกหูก็แล้ว เปิดม่านรับแสงแดดก็แล้ว เจ้าคนรักตัวแสบของผมก็ยังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว



รู้หรอกว่าเมื่อคืนเหนื่อยมาก ก็ใครจะไปอดใจไหว เล่นทำตัวน่าฟัด แก้มแดงๆ ตาช่ำๆ มนุษย์ที่ชื่ออาคานิชิ จิน คนนี้เลยได้เลวสมบูรณ์แบบ ไม่สนเสียงถั่ว เสียงลูกที่ไหนทั้งสิ้น



“คาซึยะ ถ้าไม่รีบตื่น ไอ้ยูกับไอ้เรียวจะมาแล้วนะ” ผมก้มลงไปปลุกเขาอีกรอบอย่างเหนื่อยใจ



อ้อ...ลืมบอกไป ตอนนี้พวกผมเรียนจบกันแล้วนะครับ แม้กระทั่งไอ้ยู ที่มีปณิธานกวนใจแม่ว่าจะขอจบแปดปี ก็ตะลุยเรียนจบพร้อมพวกผม เพราะไม่มีใครอยากอยู่หอเป็นรุ่นปู่ รุ่นทวดกับมัน



และตอนนี้ พวกผมก็กระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทางตามสายงานของตัวเอง ผมทำธุรกิจกับรุ่นพี่ พอจะมีเงินซื้อคอนโดอยู่กับคาซึยะที่ไปทำงานกับกองบรรณาธิการหนังสือเด็ก งานนี้ก็ไม่รู้ว่าระหว่างลูกผมกับหนังสือ อะไรจะเด็กกว่ากัน




ส่วนไอ้เรียวกำลังต่อโท เห็นมันว่าจะเอาให้ถึงเอก ซึ่งไอ้ยูก็ให้กำลังใจไปว่า ถ้าไอ้เรียวแก่ตายก่อนจบเอก มันจะเอาใบปริญญาไปวางบนโลงให้เอง ไม่ต้องห่วง (กูว่าที่ต้องห่วง น่าจะเป็นชีวิตมึงนะ ยู)




และปิดท้ายที่ไอ้ยู ทุกท่านคงอยากจะรู้ชะตาชีวิตของมันมากใช่มั้ยครับ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่บุญเก่าของมันมีมากมายมหาศาล ทำให้ทุกวันนี้ มันเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการผู้กำกับในญี่ปุ่น ล่าสุดก็ขึ้นรับรางวัลผู้กำกับหน้าใหม่ดีเด่น และแน่นอนว่ามันรู้บุญคุณคนครับ เพราะมันขอบคุณผมและคาซึยะกลางเวทีกันเลยทีเดียว ที่เป็นแรงผลักดันและเป็นที่ฝึกปรือให้มัน ลูกผมก็งงๆมึนๆ อารมณ์ว่ากูไปผลักไปฝึกให้มึงตอนไหน แต่เขาก็หาคำตอบไม่ได้อยู่ดี เหอ เหอ




เอาล่ะ...และเพราะพวกผมแยกย้ายกันไปแบบนั้น พอมีวันหยุด มีเวลาว่างเข้าหน่อย เราก็ต้องนัดพบกันเป็นธรรมดา วันนี้ ก็เลยนัดกันว่าจะมาเจอที่คอนโดของผมกับคาซึยะ และทั้งๆที่วันนี้พวกผมต้องต้อนรับแขก แต่เพราะความน่ารักของลูกหัวถั่วที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ผมก็เลยอดใจไม่ไหว จัดการเขาไปหนึ่งคืนเต็มๆ เช้านี้...เขาก็เลยงอแงไม่ตื่นสักที...




“อื้อ...จะนอน...”




คาซึยะพลิกตัวหนี เมื่อผมพยายามดึงแขนเขา แต่การพลิกตัวหันหลังให้ผมแบบนี้ กลายเป็นอาหารตาแต่เช้า เพราะเสื้อนอนที่ผมใส่ให้เขาลวกๆเมื่อคืน ดันเลิกเปิดขึ้นไปโชว์แผ่นหลังขาวจั๊วะ




...เอาล่ะโว๊ย!!~ กูโทร.ไปเลื่อนนัดไอ้สองคนนั่นตอนนี้ยังทันมั้ยเนี่ย...




“คาซึยะ...จะลุกเองหรือจะนอนต่อ” ...กับฉัน... แอบต่อคำในใจ กันถั่วน้อยเจริญเติบโตรู้ทันคนชอบกินถั่วที่ตอนนี้ลงทุนปักหลักเตรียมการจู่โจมเขาเต็มรูปแบบ



“นอนต่อดิ...ไม่เห็นต้องถาม... อื้อ~~” เขาตอบแบบไม่หันกลับมามอง แล้วซุกหน้ากับหมอน จนทำให้เขาพลาด...




ครับ คาซึยะพลาดเองที่ไม่หันมามอง อาคานิชิ จิน คนนี้ เขาเลยอดเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ แถมร้ายกาจของผม แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาก็รับรู้เอง



“ไม่ลุกแน่นะ” ผมบอกเขาเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบละตามแผ่นหลังเปล่าเปลือย เพราะถูกเสื้อนอนทรยศเปิดให้ผมเห็น จูบแรกบนกระดูกสันหลังนั้น คาซึยะยังไม่มีปฏิกิริยา แต่ผมไม่หยุดครับ จูบไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ แนบริมฝีปากลงแผ่วเบา แต่เน้นย้ำให้เขารู้สึก จนคนนอน เริ่มอยู่ไม่สุข สะดุ้งเล็กน้อยพร้อมเสียงครางอือเบาๆเป็นการตอบรับการกระทำ




“อื้อ...จิน ไม่เอา...” จะเอาไม่เอา คิดว่าสนรึไง ก็ถามแต่แรกแล้วว่าจะลุกเองหรือนอนต่อ



“ไม่เอาอะไร เมื่อคืนเรียกแต่จินทั้งคืน” ผมโมเมเอาเอง ความจริงเมื่อคืนและหลายต่อหลายคืน เสียงครางของคาซึยะมักออกไปในแนว ‘ไม่’ และ ‘อย่า’ แต่ผมก็รู้หรอก ว่าความจริงแล้ว คาซึยะตั้งใจจะพูดว่า ‘ไม่ใช่ท่านั้น ฉันชอบอีกท่า’ กับ ‘อย่าช้าสิ ทำเร็วๆหน่อย’ แต่ตอนกำลังรักกันอยู่ แค่จะหอบยังเหนื่อย มันจะไปมีแรงพูดเยอะๆได้ยังไงกัน




“อื้อ...อย่า...” นั่นไง ไอ้คำว่า อย่า(ช้า) มาอีกแล้ว



ผมก็สนองความต้องการของคนรักล่ะครับ พลิกร่างคนงัวเงียให้นอนหงาย สะดวกต่อการโจมตีทางพื้นที่ราบ



“จิน...เมื่อคืนก็ทำไปตั้งเยอะแล้วไง” คาซึยะยกมือขึ้นยันไหล่ผม เขายังงัวเงีย คิ้วขมวด ตาหรี่เพราะปรับแสงไม่ได้



“ไม่พอ” ผมก็ตอบสั้นง่าย ปัดสองแขนของสุดที่รักแล้วก้มลงดูดดึงยอดอกสีเข้มที่ชูชันรับความร้อนรุ่มนานแล้ว ร่างกายผู้ชายก็แบบนี้ ตื่นก่อนเจ้าของเป็นเรื่องปกติ และแม้ว่าเมื่อคืนจะผ่านศึกหนักแค่ไหนมา แต่กลไกธรรมชาติก็คือกลไกธรรมชาติ




“อ๊ะ!...จ...จิน...อย่า” คาซึยะสะดุ้งน้อยๆ ปากว่าอย่า แต่แอ่นอกรับสัมผัสตอดรัดของปลายลิ้นผมมากขึ้น สองมือที่เคยยันไหล่กลายเป็นกำจิกหมอนหนุนใบโตเพื่อระบายอารมณ์ สองขาเบียดชิดเข้าหากัน เมื่อผมส่งมือล้วงเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วลูบต้นขาเขาเบาๆ ร่างน้อยๆที่บิดเร้ากำลังร้อนรุ่ม เพราะไหนจะความต้องการตามธรรมชาติยามเช้า ไหนจะถูกผมปลุกปั่นทั้งปลายลิ้นและปลายนิ้ว คนที่ปากว่า ไม่เอาๆ สุดท้ายก็ต้องเอาทุกทีแหละครับ




“อื้อ...ไม่...” ยอดอกข้างซ้ายช่ำน้ำลายจนแดงก่ำ ให้ผมต้องละขึ้นมาดูด้วยความสมใจ ในขณะที่เจ้าตัวอ่อนระทวย ได้แต่มองผมตาปรอย ร่างบางๆสั่นสะท้าน จนผมอยากก้มลงไปกอดให้ความอบอุ่นเขานัก




...แต่....ก่อนให้ความอบอุ่น ขอแกล้งอะไรเล็กๆน้อยๆไอ้เด็กปากแข็งที่มันนอนอยู่ตรงนี้ได้มั้ย แบบว่าหมั่นไส้คำว่า ไม่ กับ อย่า ของมัน




มือที่ลากไล้อยู่ข้างสะโพกนุ่ม ออกแรงกดนิ้วเล็กน้อย คาซึยะก็สะดุ้งเฮือก แต่ก็เพียงเท่านั้น เพราะผมถอยมือออกมาจากใต้ผ้าห่ม แล้วก้มลงไปจูบหน้าผากเขาแผ่วเบา




“คาซึยะไม่อยากทำก็ไม่ทำ”




ตาเรียวที่คลอไปด้วยน้ำตาใสๆเพราะแรงอารมณ์ ถึงกับเบิกโพลงเพราะคำพูดของสุภาพบุรุษจอมปลอมอย่างผม เขาตกใจแน่อยู่แล้ว เพราะอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสองมาสองปี จะเข้าปีที่สามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ผมก็ยังทำตัวเป็นพ่อจอมหื่นกินลูกตัวเองเป็นอาหารเช้าทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ แต่วันนี้ดันมามาดใหม่ (แต่เลวกว่าเดิม) อึ้งไม่อึ้ง ให้มันรู้ไปสิ!!...




“ไปล้างหน้า ล้างตาไป เดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็จะมาแล้ว” ผมบอกอีก แถมรอยยิ้มบางๆที่เขาเคยชมว่าหล่อไปให้ด้วย พูดเสร็จ ผมก็ลุกสิครับ กระตุ้นให้เขาเรียกร้อง




...แต่...มันเงียบเชียบ คาซึยะไม่พูด ไม่อ้อนวอนอะไรเลย แม้ผมจะหมุนตัว (อย่างช้าๆ) ก็แล้ว จนเดินออกจากห้องมาก็แล้ว และถึงขนาดต้องทำเนียนเดินกลับเข้าไปใหม่เพราะลืมของที่แกล้งลืมก็แล้ว คาซึยะก็ยังเอาแต่นอนนิ่ง




...วะ!! งั้นกูเรียกเองก็ได้!!...




“อ้าว คาซึยะ...ไปอาบน้ำสิ” ผมบอก เขาก็ลุกขึ้นนั่งแบะขา สายตาจ้องผมเหมือนโกรธเคืองกันมาชาติกว่า ...ตายล่ะ!! ไหงสายตาปรือๆสุดเซ็กซี่เมื่อกี้ กลายเป็นสายตาแบบนี้ไปได้วะ!!




“จำไว้เลย แม่งจะได้กูแล้วทิ้ง” O.O ห๊ะ!! ลูกกูบ่นอะไรวะ...



“คาซึยะ” เขาเงยหน้ามองตามเสียงเรียก ทำปากยื่น จะร้องไห้อยู่รอมร่อ ...เอาแล้วไง ผิดแผนกูขั้นรุนแรง...




“เมื่อคืนก็ทำซะเยอะ เช้ามาเลยเบื่อกู แล้วถ้าอย่างงั้น มาลวนลามกูทำไม” เขาบ่นกับตัวเอง แต่สายตาจ้องผมเหมือนต้องการจะให้รับรู้คำบ่นของเขาไปด้วย




...เป็นการบ่นที่น่ารักมาก~~ บ่นไป มองหน้าผมไปด้วย แถมทำหน้างออีกต่างหาก...บ่นแบบนี้เรียกระยะเผาขนใช่มั้ย...




ทั้งสายตา ทั้งปากยื่นๆ ที่บอกว่าเจ้าตัวงอน ทำให้ผมต้องทรุดตัวลงนั่งบนเตียง แล้วก้มลงไปหอมแก้มเขาแรงๆสักฟอด




“ไม่ได้เบื่อคาซึยะหรอก....”




“โกหก ไม่เบื่อจะทิ้งทำไม” เขางึมงำบอกกับอกผม ให้ต้องก้มลงไปจูบที่ปากแดงๆนั่นอีกสักทีเป็นการของ้อ





“ก็คาซึยะบอกว่าไม่ ก็เลย...”




“หือ!!! บอกมาตั้งสองปี เพิ่งมาสำนึกเอาวัน...อื้ม~~”




ไม่เอาดีกว่า อย่าปล่อยให้เด็กแบบนี้พูดนานเลย เดี๋ยวจะปวดสมอง ผมจูบเขาแรงๆ ดูดดึงและไล้หนักๆด้วยปลายลิ้นรอบกลีบปากบาง ในขณะที่ส่งมือข้างหนึ่งลูบไล้แผ่นหลังเล็ก ส่วนอีกข้างควานลงต่ำ ยังส่วนกลางลำตัวให้เขาต้องสะท้านน้อยๆแล้วครางเครือในลำคอ




“ฉันช่วยนะ” ละริมฝีปากออกมาบอกเขา ก่อนจะรั้งขอบกางเกงออก ส่งมือเข้าหาส่วนที่ตื่นตัวอยู่ภายใน แค่รูดรั้งมันเบาๆ คนเป็นเจ้าของก็ถึงกับสะดุ้งแล้วซุกหน้าลงกับอกผม




เขาครางกับฝ่ามือเย็นๆที่กำลังปลุกอารมณ์ให้หวามไหว แต่เสียงครางก็ยังอื้ออึง เพราะเอาแต่กัดเสื้อผมไว้ กี่ปีๆคาซึยะก็แบบนี้ ขี้อายไม่เคยเปลี่ยน แม้แต่กับเสียงร้องยามสุขสมของตัวเอง เขายังเขินยามได้ยิน มือน้อยๆสองข้างโอบแผ่นหลังของผมและกำจิกทุกครั้งที่ถูกเร่งเร้าอารมณ์ด้วยการขยับถี่กระชั้น




“อ๊ะ! อื้อ!...” คาซึยะส่ายซบไปมากับอกเสื้อ สองขาเบียดชิดมากขึ้น ก่อนจะเกร็งไปทั้งร่างเมื่อผมปล่อยความเปียกชุ่มนั้นเป็นอิสระ ทั้งๆที่เขายังไปไม่ถึงฝั่ง




“คาซึยะ...ฉันก็อยากเหมือนกัน” ผมบอกเขาเสียงพร่า คนที่ทนไม่ไหวจนแทบขาดใจ อาจจะไม่ใช่คาซึยะ แต่มันคือผมเอง ผมที่เห็นคนรักกำลังสั่นไหวไปกับอารมณ์ที่ผมปลุกเองกับมือ ผมที่เห็นคนรักกำลังจะทะลักทะลายเพราะมือตัวเอง




ร่างเล็กปลดซิบกางเกงผมออก เขารู้ว่าอะไรที่ต้องทำบ้าง เราเคยทำแบบนี้กันมาแล้วครั้งนึง แม้ครั้งนั้นผมจะต้องใช้ทั้งลูกล่อ ลูกชน แต่ครั้งนี้ ผมไม่ต้องใช้สักอย่าง คาซึยะทรุดตัวลงดูดกลืนตัวตนของผมเข้าไปหมดความยาว





ริมฝีปากอุ่นๆ และความชุ่มชื้นช่วยขับไล่ความแห้งผากด้วยปลายลิ้นอ่อนนุ่ม มันตวัดไล้ไปมา เงอะงะงุ่มง่าม แต่ถึงอย่างนั้น ก็ทำให้ผมต้องหอบสะท้านหนักๆเพื่อควบคุมอารมณ์ ผมยังไม่อยากล่มปากอ่าวเอาตอนนี้ ความสุขข้างหน้ายังอีกไกล และถ้าผมอดทนไว้ มันจะกลายเป็นความสุขของเราทั้งสองคน




คาซึยะละริมฝีปากขึ้นมา เมื่อแท่งกายของผมชุ่มโชกไปด้วยน้ำลาย และหยาดหยดบางส่วนจากร่างกาย เขาปลดกางเกงออก เพื่อเริ่มต้นบทรักแบบใหม่ บทรักที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผมที่เริ่ม เรารักกัน และเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง วันนี้ คาซึยะทำให้ผมรู้แล้วว่าเขาเองก็อยากพัฒนาความรักของเราสองคนให้ก้าวไปอีกขั้น ในแบบที่ต่างคนต่างก็เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ




“อื้ม~! อ๊ะ...” ร่างบอบบางคร่อมทับตักผม แล้วเริ่มกดสะโพกลงรับความร้อนรุ่มที่ตั้งชัน สองมือจิกไหล่ผมแน่น ยามสัมผัสตัวตนที่สอดรับเข้าไปภายใน คาซึยะกำลังทรมาน ทั้งอารมณ์ ทั้งความเขินอาย แต่ทั้งอย่างนั้น เขาก็อยากลองที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม




“ที่รัก ใจเย็นๆก็ได้คนดี” ผมปลอบเขา จูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง ฝ่ามือคลึงเค้นยอดอกทั้งสองข้างเพื่อคลายความขึงเกร็ง ช่องทางเริ่มคลายตัว และพร้อมจะรองรับความรักของผมได้มากขึ้น คาซึยะเริ่มกดกายลงช้าๆอีกครั้ง เพื่อครอบครองตัวผม เขาหอบ เขาสะท้าน เขาครางครั้งแล้วครั้งเล่า กับความพยายามที่กินเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ แต่ยิ่งปลุกอารมณ์เราสองคนมากขึ้นทุกที




“ซี้ด~...จิน...อื้อ...” ปลายนิ้วของผมลดลงคลึงที่ปากทางซึ่งกำลังเชื่อมอยู่กับแก่นกาย ให้คาซึยะต้องครางกระเส่า มันเข้าไปได้ครึ่งทางแล้ว ถ้าหากเขาอดทนอีกสักนิด เราจะเชื่อมกันได้สนิท เขาหายใจหนักๆสองสามที ก่อนจะหลับตาปี๋แล้วกดร่างตัวเองลงทีเดียวให้ส่วนแข็งขืนของผมแทรกสอดเข้าไปแนบสนิทอยู่ภายใน จนผมต้องสะดุ้ง




“อ๊ะ!” เราสองคนกอดกัน สะท้านกับความรู้สึกแปลกใหม่ ที่ทั้งเสียวซ่าน ทั้งแสบกระสันกับแรงเสียดสี




“เก่งจัง...หือ” คาซึยะเงยหน้ารับคำชมด้วยสายตาเว้าวอน




“จ...จิน...ไม่ไหวแล้ว...อื้อ...ขยับทีได้มั้ย...” อยากจะแกล้งบอกว่าไม่ได้ แต่คนอ้อนดันกดสะโพกลงมากกว่าเดิม ผมเลยทนแกล้งต่อไปไม่ไหว ได้แต่ทำตามใจเขา ด้วยการแอ่นสะโพกขึ้นบดเบียด พร้อมกับใช้สองมือประคองเอวคอดให้เคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างช้าๆ เพื่อความคุ้นชิน




ทุกครั้งที่ยกสะโพกขึ้นและกดลง คาซึยะจะสะดุ้งเฮือกพร้อมกับเสียงครางหวานๆ ทุกครั้งที่เขากอดรัดด้วยแรงอารมณ์ แท่งกายช่ำเยิ้มจะแนบลงมากับหน้าท้องของผม มันร้อนรุ่ม และล้นปรี่เต็มไปด้วยความรู้สึก เขากำลังจะทนไม่ไหว และผมเองก็เช่นกัน




ความต้องการที่พุ่งสูง และอารมณ์รัก ทำให้การขยับเคลื่อนไหวรวดเร็วรุนแรงขึ้นทุกที ไม่รู้ว่าเพราะฝ่ามือผมที่ยังโอบประคองสะโพกนั่น หรือเพราะแรงขยับจากคาซึยะเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ทำให้เราสองคนได้รับรู้ว่า พวกเรายังต้องการกันและกัน




รสจูบยาวนานกับการขยับถี่กระชั้น พาอารมณ์ไปไกลเกินกว่าจะหยุดยั้ง จังหวะกดรับและสอดกระแทกทำให้พวกเรามัวเมาไปกับความต้องการ และความรักที่อบอวล ก่อนจะถึงขีดสุดของอารมณ์เมื่อคาซึยะกดร่างกายลงรับรู้ทุกอณูเนื้อของผม มันแนบสนิท และลึกสุดใจ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังตอดรับรุนแรง เมื่อคาซึยะฉีดพุ่งความรู้สึกออกมาเต็มหน้าท้อง




“อ๊ะ! อ้า!” เสียงครางหวานหูดังอยู่กับไหล่ของผม พร้อมกับแรงบีบรัดภายใน มันตอดตั้งแต่ปากทางที่ขมิบกลืนผมเข้าไป ไปจนถึงภายในที่ลึกที่สุด แรงบีบบังคับให้ผมต้องออกแรงเบียดแทรกมากขึ้น และดึงรั้งสะโพกกลมมนให้ขยับอีกสองสามที ก่อนจะปลดปล่อยหยาดหยดเข้าไปในร่างกายของคนที่หมดแรงไปก่อนหน้านั้นแล้ว




“อื้อ~!! คาซึยะ...” เราสองคนนั่งกอดกันท่านั้นเกือบสิบนาทีได้ ก่อนที่เจ้าตัวดีในอ้อมกอดของผมจะรู้ตัว เริ่มหาทางผละจาก




“เดี๋ยว คาซึยะ...อย่าเพิ่งขยับ” การขยับแค่เพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้เช้านี้ไม่จบแค่ครั้งเดียว ผมสงสารเขาอยู่พอสมควร เพราะเมื่อคืนเด็กอนามัยรายนี้ กว่าจะได้หลับได้นอนก็เกือบตีสี่เข้าไปแล้ว กอดเขาทีไร ผมไม่เคยหยุดตัวเองได้เลย




คาซึยะยอมอยู่นิ่งๆให้ผมเป็นคนยกร่างเขาออก เขาหน้าแดงก่ำ ไม่รู้คิดเรื่องอะไรสิหน่า แต่เห็นหน้าแดงๆ แถมกัดปากหน่อยๆแบบนี้แล้วนึกอยากจัดการอีกรอบชะมัด แต่เอาเถอะ สงสารก็ได้ เดี๋ยวจะตายคาตักผมซะก่อน




“ไปอาบน้ำนะ เดี๋ยวอุ้มไปส่ง” ผมบอกเขา จัดการกับกางเกงตัวเองเรียบร้อย ก็อุ้มคนที่มีแค่เสื้อนอนตัวเดียวเข้าไปส่งในห้องน้ำ ความจริงก็อยากจะอยู่ช่วยเขาตอนอาบน้ำหรอกครับ แต่เกรงใจ กลัวมีต่อยอด ไม่ช่วยอาบอย่างเดียว จะช่วยอย่างอื่นด้วย เพราะงั้น ขอหลบไปพักสายตาดีกว่า...


*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.


...ไอ้จินมันบ้า ไอ้จินมันหื่นกาม ไอ้จินมันโรคจิต...



...เมื่อคืนก็อุตส่าห์ยอมมันทั้งคืนแล้วนะ ตอนเช้ายังจะมาอะไรกะกูอีกวะ ใจคอจะไม่ให้กูพักผ่อนบ้างเลยรึไงเนี่ย!!...




...เฮ้อ... คาเมนาชิ คาซึยะเองครับ ทุกคนเคยอ่านความซวยของผมมาแล้ว สมัยที่ผมยังเรียนมหา’ลัย แต่ถ้าใครคิดว่าความซวยของผม มันจะมีเข้ามีออกล่ะก็ คิดผิดถนัด!! เพราะนอกจากมันจะเข้าและไม่ยอมออกแล้ว มันยังเข้าเรื่อยๆ เข้าไม่หยุด เรียกได้ว่าเข้ามาทุกวี่ทุกวัน จนผมล่ะเหนื่อย!!




ถูกไอ้จินอุ้มเข้ามาปล่อยในห้องน้ำ แล้วมันก็ออกไปอย่างงี้ เรียกว่าฟันแล้วไม่รับผิดชอบชัดๆ กูทั้งขัด ทั้งยอก ทั้งเหนื่อย ยังมาใจไม้ไส้ระกำปล่อยให้กูอาบน้ำเอง คราวหลังจะไม่ยอมมึงอีกแล้ว!!!



และก็ได้แต่คิดงอนมันไปอย่างนั้นล่ะครับ รู้ทั้งรู้ว่าถึงไม่ยอม ไอ้พ่อหื่นนั่นมันก็มีวิธีจัดการให้ผมยอมมันจนได้ ก็ได้แต่ปลงตกกับชีวิตตัวเอง แล้วถอดเสื้อเดินกระย่องกระแย่งไปเปิดฝักบัว ห้องน้ำนี่ก็ออกแบบมาอย่างพิเศษ มีราวให้จับเหมือนห้องน้ำรองรับคนแก่เดินไม่ไหวยังไงอย่างงั้น แต่ความจริงแล้วมันมีประโยชน์กับผมเอามากๆ กับเวลาหลังผ่านสมรภูมิมาหมาดๆ




น่าดีใจครับ ที่ไอ้จินมันห่วงใยผมถึงขนาดบอกให้เพื่อนมันที่เป็นคนออกแบบตกแต่งภายในให้ เพิ่มเติมราวแสตนเลสไว้รอบห้องน้ำด้วย (ประชดมึงนะโว๊ย~!!!)





อาบน้ำไป ถูสบู่ไป ก็มองพื้นห้องน้ำไปแบบขออภัยฝากระเบื้อง ที่วันนี้ผมต้องของดโปรแกรมสเก็ตห้องน้ำสักวัน อาลัยอาวรณ์มากมาย แต่ก็ห่วงสมรรถนะเบื้องล่างเหมือนกัน ใครไม่เกิดเป็น คาเมะ คนนี้ ไม่มีวันรับรู้หรอกครับ ว่ามันทรมานแค่ไหน เจ็บใจก็เจ็บ ที่โดนผู้ชายด้วยกันคร่อม ปวดใจก็ปวด เพราะตัวเองไร้น้ำยาคร่อมไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สักที เหนื่อยใจก็เหนื่อย เพราะไอ้เพื่อนบางประเภทชอบโทร.มาถามสารทุกข์สุขดิบด้วยความอยากสอดว่า ‘มึงท้องรึยัง~~~’ อย่าถามว่าเพื่อนคนนั้นชื่ออะไร ถ้าใครนึกไม่ออก ผมขอใบ้ว่าอักษรตัวแรกของนามสกุลมันคือ น. ครับ (ใครทาย นิชิคิโดะ ผมจะฟ้องเรียวจัง~!!!!!)




ทั้งล้าง ทั้งล้วง ทั้งถูสบู่ จนตัวหอมฟุ้งถูกใจก็ปิดน้ำ พยุงร่างตัวเองออกมาคว้าผ้าเช็ดตัวบนชั้นติดผนัง เช็ดตัวไปก็เยาะเย้ยไอ้จินไป ...มึงนี่มันรสนิยมห่วยสิ้นดี กูแมนก็แมน หล่อก็หล่อ แถมขนเยอะจนจะกลายเป็นบ่อเกิดของไรฝุ่นสารพัด ยังจะมารักมาชอบกูเข้าไปได้~!!!...มึงไร้ทางเลือกขนาดนั้นเลยรึไงว้า~~...




เช็ดตัวแล้วก็ต้องทาครีม อันนี้หอมมาก ผมขอโฆษณา มาซาชิ พี่ชายสุดที่รักเป็นคนซื้อส่งมาให้จากอเมริกา และแน่นอนว่าผมขี้งกมากพอที่จะไม่แบ่งไอ้จินใช้ ถึงขนาดแปะกระดาษบอกข้างขวดว่า ‘หมดอายุแล้ว’ แต่วงเล็บข้างล่างว่า ‘อย่าทิ้ง เดี๋ยวกูทิ้งเอง’...ฮ่า ฮ่า…




“คาซึยะ” เสียงเรียกดังมาก่อนตัว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิด แล้วไอ้จินก็โผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าของผมในมือมัน




“เอาเสื้อผ้ามาใ...ห้....”




มันพูดไม่ทันจบ ก็ไม่รู้จะตะลึงอะไรกับท่าทาโลชั่นของผม เพราะมันถึงกับอึ้ง




...เอ...กูก็ไม่ได้โป๊ ถึงจะยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่ก็คลุมผ้าเช็ดตัวปิดหมด แถมหันข้างให้มันอีกต่างหาก ถ้ามันจะเห็นล่ะก็ คงเห็นแค่ขากับมือที่กำลังทาโลชั่นเนี่ยแหล่ะ...แล้วมึงอึ้งอะไรกูไม่ทราบครับ!!...




“จิน...เป็นไร...”




ผมหันไปถามมัน แล้วกลับมาสนใจการทาต่อ ไม่ได้อายอะไรมันหรอก แหม...ผมกับมันไปถึงขั้นไหนต่อขั้นไหนกันแล้ว กะอีแค่เห็นตอนทาผิวเนี่ย ไม่สะทกสะท้านหรอกครับ




ไม่มีเสียงตอบจากไอ้จิน ความจริงผมก็ไม่ได้ต้องการคำตอบนัก แบบว่าถามตามมารยาทเมียที่ดี และผมก็เหมือนจะไม่สนใจมันแล้วด้วยซ้ำ แต่เสียงบางอย่างก็ทำให้ผมต้องสนใจหันไปมองจนได้




...มันเป็นเสียง แอ้ด~~... แล้วตามมาด้วยเสียงดัง คลิ๊ก!...



เสียงไม่น่าไว้ใจเลยแหะ และเพราะไม่ไว้ใจทั้งเสียง ทั้งไอ้จิน ผมเลยต้องหันไปมองสักหน่อย แล้วนั่นแหล่ะ ผมถึงได้รับรู้สถานการณ์บางอย่างที่กำลังพาเรื่องซวยเข้าตัว



...ม...ม...มึง...มึงเข้ามาอยู่ในห้องน้ำกับกูทำไม...เอ่อ...อยากอาบน้ำเหรอ เดี๋ยวกูออกไปทาโลชั่นต่อข้างนอกก็ได้...



...เอ่อ...แล้วมึง...มึงล๊อคประตูอย่างนั้น กูจะออกยังไงล่ะ...



“จิน...ค...คือ...เรียวจังกับไอ้ยูจะมาแล้วใช่มั้ย” ผมพยายามเตือนสติมันด้วยกำหนดการของวันนี้ ทั้งๆที่ในใจ กลัวมันโคตรๆ ...อย่านะโว๊ย~!! มึงจะฆ่าลูกๆกูอีกเท่าไหร่ ถึงจะพอใจห๊า~!!! ขอเวลาผลิตหน่อยเด๊~!!!




“พวกมันโทร.มาบอกแล้วว่ารถติด คงอีกนานกว่าจะมาถึง” มันอีกนานกว่าจะถึง งั้นมึงก็ออกไปคอยนอกห้องน้ำเซ่~! จะเดินเข้าหากูทำไม!!




ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์ทาครีม ทาโลชั่นอะไรอีกแล้ว แถมตวัดผ้าเช็ดตัวห่อปิดมิดชิดอีกต่างหาก สภาพตอนนี้คล้ายข้าวห่อสาหร่ายทุกขณะ



“คาซึยะถอยหลังทำไม” ก็แล้วมึงเดินเข้ามาหากูทำไมเล่า!!



“คือ...คือ...เอ่อ...ลืม...ลืมล้างจักแร้ จะไปอาบน้ำใหม่”



ตอบซกมกเข้าไว้ แต่แม่งใช้แผนนี้มาหลายรอบ ไม่เห็นไอ้จินจะล้มเลิกความตั้งใจสักรอบ อ้อ...ยกเว้นตอนไปเรียวกังไอ้ยูล่ะนะ สงสัยครั้งนั้นมันครั้งแรก ไอ้จินเลยยังไม่รู้แกว ตอนนี้มันหลายครั้งเข้าไปแล้ว เลยไม่เคยสำเร็จอีกเลย... แต่สาธุ~!!! ขอให้ครั้งนี้สำเร็จอีกสักครั้งเห๊อะ~!!!!...



ไอ้หื่นมันยิ้มบางหล่อๆให้ผมใจละลาย ก่อนจะพยักหน้ารับรู้กับคำพูดผม



“อย่างนั้นเหรอ” ...ก็อย่างนั้นล่ะครับมึง มึงรู้แล้วก็ออกไปซะทีสิว๊า~...



“งั้น...ฉันช่วยอาบนะ แล้วคราวหน้าจะเข้ามาช่วยทุกครั้ง คาซึยะจะได้ไม่ลืมอีก”



O.O เฮ้ย!!!...มึงจะช่วยกูอาบทำม๊ายยยยยยยยยยยย~!!!!...ปล่อยกูนเว้ยยยยยยยยยย!!!!...




ไอ้จินลากผมเข้าไปในคอกฝักบัว ใช้มือข้างนึงปลดผ้าเช็ดตัวผมแล้วโยนไปกองที่พื้นอย่างชำนาญ มืออีกข้างทั้งล้วงควัก ปากมันก็อยู่ไม่สุข จูบไซ้ทั้งหน้าทั้งคอ แถมเกินเลยจะลงต่ำไปที่หน้าอกอีกต่างหาก แล้วจากนั้นผมก็...............



….….ก็เสร็จมัน........



...ฮือ~!!!!!!!! มึงมันตัวพากูซวยชัดๆ อาคานิชี๊~~~!!!!!!!! YoY….



*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.



“โอ้ย~!! กูกดออดจนนิ้วจะทะลุแล้วนะเว้ย!! ไอ้สองพ่อลูกนั่นป้อนข้าวป้อนน้ำให้นมกันอยู่รึไงวะ!!” นากามารุ ยูอิจิเพื่อนสนิทที่สถาปนาเป็นเจ้าพ่อเขียนบทมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง บ่นหน้าตาหงุดหงิด หลังจากยืนกดออดมาร่วมสิบนาที




...พวกมันทำอะไรกันอยู่วะ!! กูไม่ได้อยากจะเข้าห้องพวกมึงนักหรอกนะ!! แต่กูแค่อยากรู้ว่าทำไมพวกมึงมาเปิดประตูช้า!!!...




“พวกมึงเปลี่ยนผ้าอ้อมกันอยู่รึไงวะ!!~ เปิดประตูให้กูสักทีเซ่~~!!!” ยืนกันอยู่สองคนกับ นิชิคิโดะ เรียว แต่คนบ่นก็ยังมีแต่ยูอิจิคนเดียว ในขณะที่เรียวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครสักคนที่ทำให้ไอ้คนโสดนึกหมั่นไส้ตะหงิดๆ




และอาจจะเป็นเพราะยูอิจิบ่นมาก กดออดมาก สุดท้าย เจ้าของห้องก็ออกมาเปิดประตูจนได้




“โฮย~!!! มึงทำห่าอะไรกันวะ ทีหลังให้กุญแจกูไว้เลยนะ!! กูมาถึงจะได้เปิดเอง ไม่รบกวนมึงคลานออกมาเปิดให้” แม้จะเรียนจบแล้ว แต่ ‘สันดาน’ ความอยากสอดก็คือสันดานที่ยากจะแก้ไขของยูอยู่ดี




“บ่นมาก มึงก็ไม่ต้องเข้า” และเมื่ออยู่กันสามคน ไม่มีเงาหัวคาเมะ อาคานิชิ จินก็ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์นรกดีๆนี่เอง



“แหม พูดเหมือนกูอยากเข้าตายห่า ถ้าไม่ติดว่าจะต้องมาอัพเดตข่าวมึงกับลูกมึงนะ กูไม่ถ่อมาถึงนี่หรอก ถอยดิ...แล้วลูกมึงทำอะไรอยู่” ยูผลักเจ้าของห้องพ้นทาง มันก็คว้าข้าวของที่ซื้อมากินด้วยกันเดินเข้าห้องราวกับไม่ใช่แขก ปล่อยให้จินและเรียวตามหลังมา




“ไอ้คาเมะ~!! มึงไปดำน้ำหาของกินที่ไหน ชายยูสุดที่รักของมึงมีของมาฝากเพียบ~ มีเอวีตัวใหม่ล่าสุดของมินามิจังด้วยนะโว๊ย~!!” มันตะโกนให้ลั่น วางของลงบนโต๊ะหน้าโซฟาได้ก็ทรุดตัวลงนั่งทันที คาเมะเปิดประตูออกมาจากห้องนอน แล้วยิ้มนำทักทายเรียว ก่อนจะเข้าไปช่วยถือของที่เหลือ




“ซื้อขนมมาฝากเยอะเลยคาเมะ...มีของฝากจากฮิโรกิด้วย” เรียวเองก็ยังคงเป็นพี่ชายที่แสนดีเช่นเคย ให้ยูอิจิต้องทำท่าอ้วกด้วยความหมั่นไส้ แล้วถามไปอีกเรื่อง



“เออ...ห้องพวกมึงออดเสียเปล่าวะ”



“เปล่านี่”



“งั้นทำไมมาเปิดประตูช้า” คาเมะพลาดไปเสียแล้วที่ดันตอบความจริงให้ยูซักไซ้ พอโดนยิงคำถามแบบนั้นกลับมา เลยต้องชะงักแล้วเหลือบมองไอ้คนต้นเหตุที่ไม่ยอมปล่อยออกจากห้องน้ำ หมอนั่นเอาแต่ผิวปาก ให้คาเมะต้องช่วยตัวเอง กลบเกลื่อนด้วยการก้มลงแกะถุงขนมกับเรียว แล้วทำเป็นไม่ได้ยินคำถามซะ



“เฮ้ยๆ ทำไมไม่ตอบ พวกมึงทำอะไรกันอยู่วะ เมื่อกี้” ยูย้ำคำถามตามเดิม ตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำตอบ แต่ไม่มีใครยอมพูด



“วู้ฮู~~ พวกมึงตอบกูหน่อยดิ...วู้~~”



ไอ้คนอยากรู้ มันก็ยังร้องถามต่อไป ให้เจ้าของห้องสองคนต้องเหลือบตามองกัน ด้วยความคิดที่ดันเหมือนกันขึ้นมากะทันหันว่า


...ใครจะไปบอกมึง!!!!!!...




“เฮ้ย~!! บอกกูก่อนเด๊~~ พวกมึงทำอะไรกันเมื่อกี้...”



ไม่มีคำตอบออกอากาศบำบัดความอยากรู้ของยูอิจิ มีแต่คำกัดง่ายๆเรียบๆ จากนักศึกษาปริญญาโทที่ดูจะรำคาญเล็กน้อยกับอาการสอดของเพื่อน



“ยู...อย่าถามในสิ่งที่เขาเดาได้กันทั้งประเทศ...เพราะมันบอกให้ทุกคนรู้ ว่าแกโง่”




คำพูดของเรียว ทำเอายูอิจิถึงกับเงียบสนิท เป็นหลักฐานแน่ชัดแล้วว่า นิชิคิโดะ เรียวเกิดมาเพื่อสิ่งนี้




...สุดยอดจริงๆ...



คาเมะและจินได้แต่นึกรักเรียวขึ้นมาจับใจ และอาจถึงขั้นขอรูปเอาไว้แปะฝาบ้านเป็นยันต์กันยูต่อไปในอนาคต หากยังคิดจะคบหายูอิจิเป็นเพื่อนไปจนวันตาย เหอ เหอ เหอ


FIN
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 14



“คาซึยะ...ผมคิดถึงคาซึยะมาก~~” ...ไหนตอนอยู่ที่นิวยอร์คด้วยกัน บอกว่าเหม็นขี้หน้าไง =.=...



“คาซึยะ...ผอมลงไปหน่อยรึเปล่า ผมชอบแบบอวบๆมากกว่านะ กอดแล้วนุ่มนิ่มดี~~” ...ไหนตอนเด็กๆ อ้วนจ้ำม่ำ ดันเรียกว่า ไอ้หมู ไง...



“คาซึยะ...สวยขึ้นอีกแล้วนะ อย่างนี้ผมก็หวงแย่สิ” ...ไหนตอนเรียนม.ต้น ด่าว่าหน้าอย่างนี้คงหาแฟนไม่ได้ทั้งชาติไง...



“คาซึยะ...คาซึยะ...คาซึยะ” แล้วมันก็เข้ามากอด เอาคางมาไซ้คออย่างที่เล่นประจำ



...แต่เดี๋ยว!...ใครก็ได้ อธิบายให้คาเมนาชิ คาซึยะคนนี้เข้าใจซิ...



...ว่าไอ้ ‘คาเมนาชิ ทากะโยชิ’ พี่ชายคนที่สองของครอบครัว ถ่อมาถึงญี่ปุ่นได้ยังไง...



“หยุดก่อนทากะ...” ผมดันหน้าพี่ชายออกห่าง ...แม่ง! จะไซ้อะไรกูนักหนาวะ!! คอแดงเป็นผื่นหมดแล้วเนี่ย!!...



“ให้หยุดได้ไง ผมคิดถึงคาซึยะจะตาย...” เหอะ!!!...แทนตัวเองว่า ‘ผม’ ...ไอ้พี่บ้า!! หน้าด้านโกหก!!!...



“หยุด!!! ไม่หยุดจะโกรธนะ!!” ผมยื่นไม้ตาย เท่านั้นไอ้พี่ชายจอมกวนประสาทก็หยุดทุกการกระทำ ถอยออกไปนั่งข้างๆอย่างสงบเสงี่ยม



...เอาล่ะ ถึงเวลาเคลียร์!!~...



ผมหันไปทางไอ้ยูที่นั่งยิ้มแฉ่ง เหลือบมองเรียวจัง ฝ่ายนั้นยังเงียบ พอมองไอ้จิน ก็เจอกับสายตาพิฆาต เล่นเอาหัวถั่วของผมฟี้บ เน่าตายคากะโหลกกันไปเลย



...นะ....น่า....น่ากลัวเกิ๊นนนนน~~...หลบตาดีกว่ากู! อย่าไปมองมันเล้ย~~...



“ยู... ทากะมาได้ไง...” ผมถามไอ้ยู ไอ้คนที่ท่าทางจะรู้เรื่องกว่าใครทั้งหมด พอเผลอปุ๊บ ไอ้ทากะบ้าก็ขยับเข้ามากอดคอปั๊บ



...อะไรของมันวะ! ทีตอนอยู่ด้วยกัน ไหนบอกว่ารังเกียจกูนักหนาเพราะไม่อาบน้ำสามวันไง!!...



...อ๊ะ! ไม่ต้องตกใจไปครับ ผมน่ะไม่เคยเรียกทากะว่าพี่เลยสักครั้ง ถึงมันจะอายุมากกว่าผมสามปี แต่ดูมันทำตัวสิ สมกับเป็นพี่คนมั้ยล่ะ ย้อมผมทองงี้ เจาะคิ้วงี้...=.=...




“ก็ผมคิดถึงคาซึยะนี่นา” ...บอกให้หยุดพล่ามไง!!!...ผมหันไปมองไอ้พี่ชายตัวดี มันก็เลยเงียบลงไปอีก



“คืองี้... ‘แฟนมึง’ โทร.มาที่เรียวกัง ถามว่ามึงอยู่นี่รึเปล่า กูเป็นคนตรงไปตรงมา และไม่ชอบโกหก ก็เลยตอบตามความจริงว่าอยู่... ‘แฟนมึง’ เลยขอที่อยู่ กูก็เลยให้ไป...”



“แล้วรู้เบอร์ที่นี่ได้ไง” ผมหันไปถามทากะ



“สืบเอาสิ...ง่ายจะตาย...ไม่เอาหน่าคาซึยะ...ผมคิดถึงคาซึยะจริงๆนะ...อย่าโกรธผมเลย...” ...เรื่องแค่นี้จะไปโกรธทำไมวะ...



“แล้วผมก็จะมาพาคาซึยะกลับนิวยอร์คด้วย...กลับไป ‘บ้านของเรา’ กันนะครับ”




“อือ....” ...ดีเลย...จะได้มีคนนั่งเครื่องบินเป็นเพื่อน...



“กลับไม่ได้!” ไอ้จินโพล่งพรวดขึ้นมา ให้ทั้งผมทั้งทากะต้องหันควับไปมอง



“จิน...ใจเย็นๆ” ไอ้จินทำท่าจะพูดอะไรอีก แต่เรียวจังขัดไว้ก่อน มันเลยทำได้แค่มองผม ...อ๊ะ! สายตามึงน่ากลัวฉิบอ่ะ หลบๆมันอีกสักหน่อย...



“เอ...เพื่อนคาซึยะเป็นอะไรเหรอ...” ทากะหันมาถามผม ...แล้วผมจะเอาที่ไหนไปตอบ ก็ไม่รู้เหมือนกันล่ะว้า~~...




“โรคเรื้อรังน่ะครับ รักษาหายขาดไม่ได้ตลอดชีวิต...แล้วนี่ คุณแฟนไอ้คาเมะ อยากไปเที่ยวไหนรึเปล่า...”



...พี่กูเนี่ยนะจะเที่ยวญี่ปุ่น ...



...เหอะ!!...ไม่อยากจะโม้แทน ว่าไอ้พี่คนนี้ ถึงมันจะบอกว่าอยู่นิวยอร์ค แต่ไม่เคยอยู่ติดที่นานเกินสองสัปดาห์ได้เลย ไม่รู้ไม่ถูกกับเจ้าที่หรืออะไร เป็นต้องเผ่นไปเที่ยวที่อื่นตลอด... แล้วญี่ปุ่นเนี่ย มันก็มาชนิดว่า กองตรวจคนเข้าเมืองแทบจะจำหน้าได้อยู่แล้ว...



“โอ้~ เยี่ยมเลยครับ! ผมน่ะไม่เคยมาญี่ปุ่นเลย ถึงจะเป็นคนญี่ปุ่น แต่ที่บ้านทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศตลอด...”



...ห๊ะ!! ไม่เคยมาญี่ปุ่นเลย!!!...แล้วไอ้รูปเป็นร้อยในอัลบั้มที่บ้านล่ะ!! ไปถ่ายที่ไหนมา!!...



“ถ้ายังงั้นต้องให้พวกเราเจ้าบ้านพาเที่ยวนะครับ....นี่ครับ! ไอ้จิน ขับรถดีไม่มีใครเทียบ ส่วนไอ้เรียวก็โคตรจะรอบรู้ครับ ถามได้ทุกอย่าง ส่วนผมเป็นเจ้าถิ่น เดี๋ยวผมบริการเอง!!” ไอ้ยูเสนอตัวแบบไม่สนสายตาใคร ส่วนทากะ....



“ขอบคุณมากครับ!!!” ...ขอบคุณแล้วมาหอมแก้มกูทำไมล่า~~ ไปหอมแก้มไอ้ยูนู่นเซ่~!!...



-*-**-*-*-*-*-*-



เดี๋ยวนั้นเลย ไอ้ยูก็ลากผองเพื่อนออกมาที่รถ ไอ้จินถูกยัดขึ้นไปนั่งตำแหน่งคนขับ ส่วนเรียวจังนั่งขนาบข้างหน้า เบาะหลังทั้งหมดเลยตกเป็นของผม ทากะ และไอ้ยู



“ที่ญี่ปุ่นนี่ธรรมชาติสวยจริงๆนะครับ...” ...ทากะ...ยังสบายดีอยู่รึเปล่า คนที่รักสังคมเมืองสุดๆอย่างหมอนี่เนี่ยนะ!! ชมธรรมชาติ...



“แน่นอนครับ แต่แถวบ้านผมเนี่ย สวยที่สุด!!...” ไอ้ยูก็บ้าเห่อได้อีก...



“แหม...ตอนแรกนึกว่าคาซึยะจะอยู่ที่โตเกียว ผมล่ะอยากจะไปถ่ายรูปหน้าประตูวัดอาซาคุสะสักครั้ง” ...ถ่ายกับประตูวัดอาซาคุสะสักครั้ง!!!...พระเจ้า!!~ ไอ้มนุษย์ที่มันไม่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างพี่ผมอยากจะไปวัด!!!~...



...เฮ้ย!! มันพี่ผมจริงเปล่าเนี่ย!!!!....



“แต่ผมก็อยากจะไปวัดที่เขาให้ขอเรื่องความรักมากกว่า....เนอะ คาซึยะ....” อะไรของมันวะ....มาทำเป็นยิ้มกับผม....



“ดูคุณแฟนคาเมะกับไอ้คาเมะจะรักกันมากเลยนะครับ...รู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้ว” ไอ้ยูก็จอมสอดไม่เลือกหน้า...อยากรู้ไปหมด....



“นานแล้วล่ะครับ!...พวกเราน่ะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ให้ผมช่วยป้อนข้าวคาซึยะประจำเลย เป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลยละนะ...” ...ได้ข่าวว่าตอนนั้น แกเอาช้อนยัดปากฉันค้างเอาไว้ แล้วหนีไปเที่ยวกับเพื่อน กลับมาโดนแม่ด่าไม่ใช่เรอะ!!...



แล้วหลังจากนั้นไอ้พี่บ้าทากะโยชิก็โฟ่ซะแตกฟองกับไอ้ยู ฮูย~~ เรื่องที่มันโฟ่น่ะโกหกทั้งนั้นล่ะครับ หน้าอย่างมันเหรอจะมาหลงใหลได้ปลื้มอะไรกับไอ้น้องชายอย่างผมที่มันจิกหัว ตบหัวเล่นอยู่ทุกวี่ทุกวันตอนอยู่อเมริกา




ไอ้ยูก็เพื่อนประเสริฐครับ ชวนคุยอย่างดีมีมนุษยสัมพันธ์ลืมพลังปากหมาที่สิงสู่ตัวมันไปเสียหมด แถมทากะอยากไปเที่ยวไหน มันก็ไม่ขัด....แต่...คนที่ขัดคือไอ้คนขับที่ชื่อว่า อาคานิชิ จิน ครับ...



“กูบอกให้มึงเลี้ยวซ้าย~!! เลี้ยวซ้ายน่ะมึง!!~ มึงเสือกตรงทำไมวะ!!” ไอ้ยูว้ากลั่น เมื่อคำสั่งไม่เป็นคำสั่ง ไอ้จินขับรถเลยสี่แยกที่ต้องเลี้ยวซ้ายไปอย่างหน้าตาเฉย



“บอกช้าเกิน เปลี่ยนเกียร์ไม่ทัน”



...อ้างไม่เนียน มึง อ้างไม่เนียน...รถที่มึงขับน่ะ ชะโงกลงดูสักนิด เสือกเรียนตั้งวิศวะ แต่ดันตายน้ำตื้นเพราะเรื่องเกียร์รถ!...งั้นเด็กรัฐศาสตร์อย่างกูจะนำความสว่างมาสู่สมองมึงให้นะ รถที่มึงขับอ่ะ เกียร์ออโต้ จะเลี้ยวซ้ายหรือขวา มึงแค่หักพวงมาลัยเท่านั้นคุณพ่อ!!!...




ไอ้จินขับตรงไปเรื่อย คราวนี้ไอ้ยูเลยบอกให้เลี้ยวแต่เนิ่นๆ แต่ก็ยังปรากฏว่าไอ้จินไม่ยอมทำตาม



“เฮ้ย!! คราวนี้กูก็บอกมึงตั้งแต่เมื่อห้านาทีที่แล้วนะโว๊ย~! ว่าให้เลี้ยวขวา!!”



“บอกเร็วเกิน กูลืม...” ...มึง...เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย!!!...



“...ดูเหมือนเพื่อนคาซึยะจะไม่อยากขับรถเลยนะ ถ้ายังไงผมขับให้ก็ได้นะครับ ตอนผมอยู่นิวยอร์ค ผมก็ขับรถพาคาซึยะเที่ยวบ่อยๆ”




...อ้อใช่สิ... แล้วพอเจอสาวที่แกปิ๊ง แกก็ถีบไอ้น้องคนนี้ลงจากรถ เพื่อเรียกสาวขึ้นไปนั่งแทนบ่อยๆด้วยนะ!...




“เออ...จำแม่นเลย”.... ผมหันไปตอบรับ แล้วยิ้มแหยงๆใส่ คราวนี้รถเบรคจึ้ก พาเอาผู้โดยสารทั้งหมดหัวคะมำกันเป็นแถว



“วะ!! มึงเป็นไรของมึงเนี่ยจิน!!!” ไอ้ยูร้องเป็นคนแรก



“กู...เหยียบผิด นึกว่าเบรคเป็นคันเร่ง แล้วไปทางไหนต่อล่ะ...” ไอ้จินหันมาถามที่เบาะหลัง แต่ยังไม่ยอมเผื่อแผ่สายตามายังผม



...เอ? เวลามองก็มองซะน่ากลัว พอจะไม่มองก็ไม่มองเลยเว้ย...



...อย่างงี้มันเหมือนไอ้จินกำลังโกรธเลยแหะ...



...แต่มันจะโกรธเรื่องอะไรของมันวะ! วันนี้ผมยังไม่ได้ทำตัวเป็นลูกเนรคุณสักอย่าง สองอย่างเลยนะ...




“อ้อ! มึงยังคิดจะถามกูอีกเหรอ!! ถนนนี้มึงรู้ทางนี่ กูเห็นมึงขับตรงอย่างเดียวเลย!! บอกให้เลี้ยวซ้ายก็ไม่เลี้ยว บอกให้เลี้ยวขวาก็ไม่เลี้ยว มึงอยากตรงนัก มึงขับไปเลย!! กูจะบอกอะไรให้นะ ถ้ามึงขับตรงไปอีกห้าร้อยเมตรละก็ เจอเลิฟโฮเต็ลแน่ครับคุณพ่อ!!” ไอ้ยูประชดยาว ก่อนจะเงียบปากลงหลังจากโดนพ่อผมจ้อง



“เออๆ!! กูล้อเล่น!! ไม่มีเลิฟโฮเต็ลก็ได้!!...แล้วมึงจะขับต่อได้ยัง! ถ้ามึงสภาพจิตใจพร้อม ก็เชิญยูเทิร์นขอรับ! กูจะได้พา ‘แฟนคาเมะ’ ไปเที่ยว!!”




“โอ้ย~ อย่าเรียกผมว่าเป็นแฟนคาซึยะเลยครับ” ....แล้วไอ้พี่เวรก็คว้ามือผมขึ้นไปกุม....เอ้า! มึงจะเล่นอะไรอีกล่ะ!...



“เราสองคนเป็นมากกว่านั้น...อ้อ~ ถ้ายังไงผมขอเชิญทุกคนล่วงหน้าเลยนะครับ เพราะผมกับคาซึยะตกลงกันว่า คาซึยะเรียนจบเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที...” ...อ้อ...เป็นเกียรตืมากครับที่จะได้แต่งกับพี่!!!!...



“โอ้~ ผมยินดีล่วงหน้าด้วยนะครับ!!!”...ยู....มึงก็เข้าขากับพี่กูดีเหลือเกินนะ... =.=...ไปแต่งกันเองเลยไป๊~!!!...



จบคำไอ้ยู รถที่จอดนิ่งมาได้ครู่นึงก็ออกตัวอย่างรวดเร็ว ผมเหลือบมองหน้าปัดหลังพวงมาลัย...เข็มตีไปที่แปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง...ขึ้นร้อยแล้วครับทุกท่าน...แล้วพอถึงร้อยยี่สิบ....




...เสียงโหยหวนขอส่วนบุญจากไอ้มนุษย์จมูกโตที่นั่งข้างๆผมก็ดังลั่น...



“อ้ากกกกกกกกก!!!!~ ไอ้จิน!!!!! มึงจอด!!~ จอดเดี๋ยวนี้!!!~ กูกลัวนะโว๊ย!!!!! จอด~!!!!!!!!!!!!!!!!!”




...น่าอนาถ...ผู้ชายปากหมา ตายเพราะความเร็ว =.=....



...อ๊ะ!...แต่ว่า...นี่ไอ้จินมันอารมณ์เสียอยู่รึเปล่าวะ...



-*-**-*-*-*-*-*-*-



“ช่วยถ่ายรูปให้ผมกับคาซึยะหน่อยครับ”




หลุดออกมาจากรถมรณะฝีเท้าไอ้จินเหยียบคันเร่งได้ ไอ้ยูก็แทบแย่ นั่งเอ๋อหน้าซีดไร้สติสตัง หมดเสียงกวนประสาทในที่สุด และเมื่อคนเอนเตอร์เทนไร้ซึ่งความสามารถแล้ว ทากะพี่ชายของผมก็หันไปขอความช่วยเหลือจากไอ้จินที่อารมณ์บูดหน้าหงิกเป็นตูดลิง



...ใช้ถูกคนเหลือเกินนะพี่!!!! หน้ามันจะกินหัวพี่อยู่แล้ว!!!!...




ไอ้จินรับกล้องไปจากมือทากะ แต่สายตามันยังจ้องผม....มันจะจ้องไรวะ ผมไม่ได้ทำไรผิดสักหน่อย!...อ๊ะ...แต่สายตามัน....คือ ถึงจะมั่นใจสุดๆว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรไม่ดี แต่....กลัวครับทุกท่าน!!....หลบสายตามันหน่อยดีกว่า....อย่าจ้องนาน เดี๋ยวตายเร็ว...



“มาๆ คาซึยะ...ถ่ายรูปกัน” ...ถ่ายกะต้นไม้ =.=...โอ้....คาเมนาชิ ทากะโยชิ ผู้แสนศิวิไลซ์และรักเมืองหลวงยิ่งชีพจะถ่ายรูปกับธรรมชาติ...กูต้องโทร.ไปบอกความผิดปกติของพี่ กับแม่ที่นิวยอร์คมั้ยเนี่ย!!!...



ทากะคว้าผมเข้าไปกอด แอ็คท่าถ่ายรูป ตามประสาคนบ้ากล้องล่ะครับ ในเมื่อกล้องอยู่ตรงหน้า จะทำหน้าบึ้งให้รูปออกมาเน่าทำไม ผมก็ต้องยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม ทากะทำท่าไหน ผมก็ตามใจไม่มีเกี่ยง ยิงฟันใส่กล้อง ชูสองนิ้วเข้าไปอีกหน่อย รับรอง ออกมาหล่อครับ!!!...




...แต่....



“เรียว มึงมาถ่ายแทนกู...” อยู่ดีๆไอ้ตากล้องที่เอากล้องไปถือไว้ซะนานก็ไม่ยอมถ่ายขึ้นมาซะอย่างงั้น มันส่งกล้องให้เรียวจัง แล้วก็เดินไปหาไอ้ยูที่ยังนั่งเอ๋อหาวิญญาณตัวเองไม่เจอ



“เพื่อนคุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ ท่าทางเหมือนคนอกหัก...” =.=...พี่ชายผม....จะแข่งกันอายุสั้นกับไอ้ยูรึไง~!!!!!...




“ถ่ายรูปเถอะครับ...” เรียวจังให้สัญญาณ ทากะก็ไม่สนใจอะไรอีก ตั้งท่าถ่ายรูปอย่างเดียว เรียวจังกดชัตเตอร์ไปหนึ่งแชะ ก่อนจะเอากล้องลงด้วยสีหน้าแปลกๆ



“มีไรเหรอเรียวจัง” ผมถาม แต่เรียวจังยังเอาแต่มองหน้าทากะ



“คือว่า...ทากะซัง...จริงๆแล้ว....” แล้วเรียวจังก็เงียบไปอีก ดูเหมือนจะไม่มั่นใจกับคำถามที่อยากจะถาม สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วพาเดินนำเข้าไปชมธรรมชาติของสวนสาธารณะขนาดใหญ่และขึ้นชื่อที่สุดของเมือง



ผมหันไปมองทากะ แล้วพยักเพยิดให้เดินตามเรียวจังเข้าไป เห็นสีหน้าเซ็งๆของมันแล้วรู้สึกดีมีความสุขชะมัด นานๆจะได้แกล้งมันสักทีอย่างงี้ เป็นปลื้มครับ!!



“เข้าไปดิ...อยากมาเที่ยวไม่ใช่เหรอ ชอบธรรมชาตินี่นา...ทากะซัง~~” ผมเย้ยเข้าให้ รู้เต็มอกครับ ว่าพี่ผมเกลียดธรรมชาติเข้าไส้ มันไม่ชอบต้นไม้ กับสัตว์นี่ยิ่งแล้วใหญ่



มันหันมาแยกเขี้ยวใส่ แล้วพูดลอดไรฟันออกมาให้ผมได้ยิน




“คาเมนาชิ ทากะโยชิคนนี้ ต้องมาเดินท่ามกลางต้นไม้อย่างงี้เพราะแก...จำเอาไว้นะไอ้น้องโง่”




...เอ่อ...ด่ากูว่าโง่สองคนแล้วนะ...นี่กู...ควรไปเช็คระดับไอคิวดีมั้ยวะ...



*-***-*-*-*-*-



ตอนกลับออกมาจากสวนสาธารณะ ผมแวะซื้อขนมที่มีขายแถวนั้น เอาไปฝากจินกับไอ้ยูที่ไม่ได้ตามเข้าไป...อืม~ ได้กินอะไรสักหน่อย พวกมันก็คงจะดีขึ้นล่ะมั้ง...(แต่ผมแอบภาวนาว่าอย่าให้ไอ้ยูดีขึ้นเลย มันสงบปากสงบคำอย่างงี้ล่ะ มีประโยชน์ต่อรูหูผมที่สุดแล้ว)



“จิน ยู...ซื้อขนมมาฝาก~” ผมเดินนำทากะกับเรียวจังเข้าไปหาไอ้สองคนที่มันยังนั่งรออยู่ใกล้รถ



ไอ้ยูยังไม่มีสติปัญญามากพอกับการรับห่อขนมไป เพราะงั้นไอ้จินเลยรับแทน และมันรับแล้ว ก็เอาไปวางไว้บนตักไอ้ยู ก่อนจะลุกขึ้นยืน หมุนตัวเดินกลับไปที่รถ




...อ้าว~!!! กูอุตส่าห์ซื้อของกินมาให้ แล้วมึงทิ้งขวางของกินของกูงั้นเหรอ!!!...




“ไอ้ยูยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอ” เรียวจังเดินเข้ามาถามผม ก่อนจะมองเลยมาที่ไอ้ยู



“อือ...แล้วก็มีบางคนแถวนี้กำลังทำตัวเลวลงด้วย” ผมว่าประชด แต่สายตาส่งตรงไปถึงคนที่กำลังเปิดประตูรถ ไอ้จินหันมามอง มันคงรู้ว่าถูกผมด่า แต่มันไม่ว่าอะไรสักคำ ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหน้าตาเฉย




...เออ!!!!!! มึงอยากนั่งมึงก็นั่งไปเลย!!! กูไม่สนใจมึงแล้ว!!!!!...



“ฉันอยากกินข้าวร้านนั้น” ผมชี้นิ้วไปที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้าม เป็นร้านเล็กๆธรรมดา และไม่มีส่วนใดน่าสนใจให้ผมอยากจะลิ้มลองอาหาร




“แต่จิน...” เรียวจังค้าน แล้วมองเลยไปที่รถ



“ก็มันไม่หิวไม่ใช่เหรอ ฉันซื้อขนมมาให้ มันก็โยนมาวางแหม่ะบนตักไอ้ยู...ไม่กินไม่ต้องกิน! ไอ้พวกไม่เห็นคุณค่าอาหาร!! ไปทากะ!” ผมหันไปกระชากแขนทากะข้างนึง กระชากไอ้ยูให้ลุกขึ้นยืน แล้วดึงคนสองคนข้ามถนนไปอีกฝั่งที่เป็นที่ตั้งของร้านอาหารทันที



...เหอะ!!!~ มึงนั่งรอในรถนั่นล่ะไอ้จิน!!! นั่งให้หิวตายไปเลย!!~ อย่าออกมาละกัน!!!!...



-**-**-*-*-*-*-*-



ผมเข้าไปนั่งหงุดหงิดอยู่ในร้านกับทากะ และไอ้ยูได้แปบเดียว เรียวจังก็เดินนำไอ้หน้าบูดเข้ามา



“ไม่หิวไม่ใช่รึไง! แล้วเสนอหน้าเข้ามาทำไม” ผมเงยหน้าถามทันที เลยถูกไอ้พี่ทากะหยิกขาเข้าให้ ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ทากะ เลยโดนมันจ้องดุๆกลับมา



...เออ!! มีแต่คนดุกูจัง!! กูทำไรผิดวะ!!...



ไอ้จินมันเดินเข้าไปนั่งข้างยู ส่วนเรียวจังประเดิมที่หัวโต๊ะ เป็นคนสั่งกับข้าว รอจนกับข้าวมาเสิร์พ พวกเราก็เริ่มกินกัน



“กินผักด้วยสิ” ...ตายห่า!! นี่นอกจากจะมีไอ้จินมาคอยกำกับและบงการทุกมื้อของผมแล้ว ยังจะได้ไอ้พี่ที่ทำตัวไม่สมกับพี่มาย้ำคิดย้ำทำให้ผมกินผักเหมือนสมัยเด็กๆด้วยเหรอวะ!!



“ไม่เอาไม่อร่อย” ผมตอบเสียงห้วน ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะเฟ้ย!...อย่ามาบังคับกันได้มั้ย!!!



แต่ทากะไม่เคยยอมใครครับ มันคีบผักมาโปะใส่บนข้าวผมจนได้



“กินผักซะ ไม่งั้นจะโทร.ไปฟ้องแม่ให้ดู”....ฟ้องแม่!!~ ไอ้พี่เวร!!!...



ผมยอมคีบผักเข้าปากอย่างสุดเซ็ง และพอหมดชิ้นที่หนึ่ง ชิ้นที่สอง สาม และสี่ก็ตามมาอย่างกับต่อแถว




...พอได้แล้ว!! ให้พ่อกูทำหน้าที่มั่งเซะ!!!...



“ไม่เอาแล้ว!” ผมคีบผักในจาน กะจะโยนคืนจานทากะ แต่ผักไม่รักดีดันตกลงบนโต๊ะ ก่อนที่จะไปถึงชามข้าวคนข้างๆ



“คาเมะ!!!” คนดุไม่ใช่ทากะ แต่เป็นไอ้จินที่นั่งเงียบมานาน



“ก็ไม่ชอบ!!” ผมหันไปตวาดใส่ไอ้คนดุ...ไม่รู้เรื่องซะแล้วพ่อ!! ลูกคนนี้กำลังเซ็งเพราะนิสัยของมึงอ่ะแหล่ะ!!...



...ทุกทีก็เห็นต้องบ่นไม่ใช่เหรอว่าไม่กินผักอย่างงั้น เลือกกินอย่างงี้...แล้ววันนี้เป็นอะไร ยอมให้ทากะทำอยู่คนเดียว!!!...




...เข้าใจมั้ย!!! ว่าอยากให้พ่อบ่น! อยากให้พ่อดุ!!!!...




ผมจ้องหน้ามัน แต่มันดันลุกขึ้นยืน



“กินกันไปก่อน...มานี่คาเมะ” จินมันบอกทุกคน แล้วลากผมให้เดินตามมันออกไปนอกร้าน



“เฮ้ย! จะทำไรวะ!!~ ปล่อยนะเว้ย!!” ผมร้องบอกมัน หันกลับไปมองที่โต๊ะเพื่อหาตัวช่วย แต่ตัวช่วยทั้งหมดกลับสนใจแต่กับข้าว และการกิน ทำประหนึ่งว่าพวกมันมาด้วยกันแค่สามคน


...ช่วยกูด้วยเด๊~!!!!!...



...และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ไอ้ยูที่เห็นมันนั่งเอ๋อมาตั้งนาน กำลังพุ้ยข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข...



...สรุปว่าที่มึงเอ๋อมาตลอดนี่...มึงเฟค หรือมึงเล่นละคร... นากามารุ ยูอิจิ!!!...



-*-*-*-*-*-*-**



ไอ้จินลากผมออกจากร้าน พาเดินไปตามฟุตบาธ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร หงุดหงิดอะไร อารมณ์เสียอะไร และไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหน มันลากผมเดินไปเรื่อย จนผมต้องร้องบอก



“จิน...เมื่อย...” มันอารมณ์ไม่ดี และผมก็ไม่อยากให้อะไรๆมันแย่ลงไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะงั้น...เอาวะ! กูอ้อนมึงหน่อยก็ได้...



ไอ้จินหันกลับมามอง ก่อนที่มันจะหยุดเท้า แล้วมองซ้ายมองขวาอย่างไม่รู้จะหาที่ไหนให้ผมนั่งดี ผมเลยใช้อีกมือกระตุกชายเสื้อมันเบาๆ แล้วชี้ไปที่ร้านใกล้ๆ



“อยากกินติ่มซำ” มันนิ่งไปหน่อย ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วเดินจูงมือผมเข้าไปในร้านติ่มซำเล็กๆ มันยกหน้าที่ให้ผมเป็นคนสั่งอาหาร จนคนรับออเดอร์ไปแล้ว ไอ้จินก็ยังนั่งเงียบอยู่ข้างๆผม




...ครับ แม้กระทั่งตอนมันหงุดหงิด...มันก็ยังไสตัวมานั่งข้างผมจนได้ ที่นั่งอีกฟากก็ออกจะกว้าง แล้วจะมานั่งเบียดกะกูที่ฝั่งเดียวกันทำไมว้า~~...

“โกรธอะไร” ถามมันดีๆ ไม่หาเรื่อง แต่มันไม่ยอมตอบคำถาม ดึงมือผมไปดู



“เจ็บมั้ย” ผมเพิ่งเห็นว่าข้อมือตัวเองแดงก่ำ คงเพราะมันบีบข้อมือผมไว้ตลอดทางที่เดินออกจากร้าน



“ไม่...กู...เอ่อ...คาเมะช้ำง่ายอยู่แล้ว โดนไรนิดหน่อยก็แดง ก็ช้ำ อย่าคิดมาก...” ไอ้จินมันยังเอาแต่ลูบข้อมือผม แล้วเงียบ



...วะ...เงียบอีกล่ะ!...



“ยังไม่ตอบเลยว่าโกรธอะไร”


“เปล่า...แล้วจะกลับอเมริกาเมื่อไหร่”


“อยากให้กลับเหรอ” ผมย้อนถาม แล้วก้มหน้าลงไปช้อนตามองมัน มันเบนสายตาหนี แล้วก็ยังเงียบ


...เออ!! สรุปมึงพูดไม่ได้ใช่มั้ย!!...



“ถ้าอยากให้กลับ เดี๋ยวกลับพรุ่งนี้เลยก็ได้ จะได้บอกให้ทากะกลับพร้อมกันเลย”


“สนิทกันมากเลยใช่มั้ย จะแต่งงานกันด้วยนี่” ...เสียงมันเหมือนจะประชดอยู่นา....


“หึ! แต่งงาน? ใครกับใคร” ผมย้อนถามงงๆ...ใครจะแต่งกับใครวะ...


“ก็...คาซึยะกับผู้ชายคนนั้น”


“ผู้ชายคนนั้น?” ...หน้าอย่างผมเนี่ยนะ! ทั้งหล่อทั้งแมนอย่างงี้อ่ะเหรอจะไปแต่งกับผู้ชาย!!...



“ทากะโยชิ” มันขยายความ


“ห๊ะ!! ให้แต่งกับทากะ!! ฟ้าผ่าตายพอดี นั่นพี่กู!!!~” ...ไม่ได้ตั้งใจหลุดกูมึงครับ แต่มันหลุดออกไปด้วยความตกใจ แหะ แหะ...



“พี่!!!” ไอ้จินมันร้องตาเหลือก



“ใช่...ทากะเป็นพี่คนที่สองของฉัน”



“แต่เขาบอกว่าเป็นคนรัก” ผมโบกมือว่อน



“ทากะมันติ๊งต๊องจะตาย บอกคนอื่นว่าเป็นรุ่นพี่บ้างล่ะ เพื่อนบ้างล่ะ บางทีถึงขนาดติดหนวดแล้วบอกว่าเป็นพ่อก็มี เป็นคนรับใช้ก็เคย ไม่เต็มพอๆกับไอ้ยูนั่นล่ะ...” ผมอธิบายให้มันฟัง มันถึงกับถอนหายใจยาว พิงหลังกับพนักอย่างโล่งอก ให้ผมต้องหันมอง



“แล้วไม่บอกตั้งแต่แรก” มันวางแขนพาดมายังพนักเก้าอี้ของผม



“ก็ไม่ถามเองนี่หว่า” ไอ้จินยิ้มบาง



“ใครจะคิด ก็ยอมให้เขากอดเขาหอมถึงขนาดนั้น แล้วพี่น้องถึงกับต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ”



“ทำไมล่ะ บ้านฉันก็เล่นแบบนี้บ่อย กับทากะ หรือมาซะก็อย่างงี้...จูบกันยังเคยเลย”...O.o ตายห่า! หลุดปาก!!...



“ไม่...คือ...ฉันหมายถึง จูบทักทาย” ผมรีบแก้ตัว...


“ใครคือมาซะ...” ...โฮ โล่ง~~ ไอ้จินไม่ติดใจกับจูบทักทาย…



“มาซาชิ...พี่ชายคนโตน่ะ...เป็นพี่ชายที่ฉันภูมิใจมากเลยล่ะ ทำงานเก่ง ตัวสูงด้วย แล้วก็เรียนเก่งมาก ได้เกียรตินิยมด้วยนะ!” แฮ่ม! พี่ชายคนนี้ผมภูมิใจนำเสนอครับ ส่วนไอ้พี่ทากะ...นั่น...ไม่ขอพูดถึง...



“แล้ว...เคยจูบทักทายไปกี่คนแล้ว” ...เอ่อ....อุตส่าห์คิดว่ามันจะลืมไปแล้วซะอีก...เอาไงดีกู.... =.=



“อ๊ะ! ติ่มซำมาแล้ว ท่าทางน่ากินเนอะ...กิน~กิน~” สวรรค์ยังมีตา ส่งให้เด็กเสิร์พยกติ่มซำมาพอดี ผมคว้าตะเกียบขึ้นมากระทบกันแก็กๆ แล้วทำเป็นหันไปสนใจติ่มซำตรงหน้า



...อย่างงี้ต้องทำเนียนครับ...คำถามบางคำถามก็ไม่ควรมีการตอบให้ล่มจม...แหะ แหะ...



“คาเมะ” ไอ้จินมันเรียก แล้วถึงกับเท้าคางมองกันเลยทีเดียว...อ่า...เอาแล้วไง....องค์ตำรวจสอบสวนลงครับ!!!...



“อ่ะ~” ...ในเมื่อว่าชวนกินก็แล้ว มันก็ยังไม่ยอมเนียนเลิกถามอย่างที่ผมต้องการ ก็ต้องใช้วิธีนี้ครับ...



...ผมคีบขนมจีบมาจ่อที่ปากมัน …



“กินดิ...” นี่ผมลงทุนป้อนมันเลยนะเนี่ย และแน่นอนครับ ว่าระดับไอ้อ้วน (แต่หล่อ) อย่างหมอนี่ มีขนมหอมๆมาจ่อปาก มีหรือมันจะไม่อ้ารับ สุดท้ายมันก็ยิ้ม แล้วยอมอ้าปากให้ผมส่งขนมจีบเข้าไป พอกินเข้าไปแล้ว แทนที่มันจะก้มหน้าก้มตาเคี้ยว ดันมองผมไปด้วย เคี้ยวไปด้วย



...เน้ๆ! กูให้มึงกินขนมจีบด้วยปากนะ ไม่ใช่กินกูด้วยสายตา! จะจ้องทำไมห๊ะ!!...




“อร่อยป่ะ”



“อร่อย แต่ชอบแบบจิ้มมากกว่า” ผมก็ตามใจคุณชายครับ คีบอีกลูกมาจิ้มจิ๊กโฉ่ให้ แต่ก็กลัวจะหยดเลอะเสื้อผ้ากางเกงของคุณท่านให้หมองราคาซะเปล่าๆ เลยต้องเอามือตามไปรองด้วยอีกแรง ป้อนจนถึงปากอีกครั้งครับ ถือเป็นการติดสินบน ห้ามถามเรื่องจูบทักทายอีกละกัน




...ผมกลัวอะไรน่ะเหรอ ถ้ามันรู้เรื่องจูบทักทาย....ก็จริงครับ จูบทักทายมันก็แค่เอาปากแตะปาก ไม่มีอะไรมากกว่านั้นสักหน่อย แต่พวกคุณดูเอาเหอะ ขนาดแค่ทากะมาแสดงตัวเป็นคนรัก (อย่างไม่เนียนโคตรๆ) ไอ้จินยังอารมณ์เสีย ฟาดหัวฟาดหางขนาดนี้เลย ขืนมันรู้ว่าผมชอบทักทายคนอื่นแบบ ‘จูบ’ ล่ะก็...มีหวัง ระเบิดลงแน่ๆครับ



“ตอนอยู่นิวยอร์คเคยทำด้วยล่ะ แต่กินแล้วท้องเสียกันทั้งบ้านเลย...” ผมเล่าความทรงจำเก่าๆให้มันฟัง ตอนป้อนขนมจีบเข้าปาก ไอ้จินเคี้ยวไปยิ้มไป



...ไม่รู้มันอร่อยสะท้านใจ หรือมันจะหัวเราะเยาะที่ผมทำคนทั้งบ้านท้องเสียกันแน่...



ผมหันไปคีบฮะเก๋าจากอีกเข่งเข้าปากตัวเองบ้าง...ร้านนี้อร่อยดีแหะ...ผมก็คีบเข้าปากเรื่อยล่ะ มารู้ตัวอีกทีก็ถึงได้รู้ว่า ไอ้จินไม่ได้คีบเลยสักอัน ผมหันไปมองมัน ถึงได้รู้ว่ามันยังเท้าคางมองผมกิน



“แก...อ่า....จินไม่กินเหรอ”


“รอคนป้อน” O.o...รอคนป้อน!!...



“งั้นก็รอให้ผอมไปเลย!”...ใครจะป้อนมึง...ตั้งสองชิ้นเมื่อกี้ก็เกินไปแหล่ะ!!...



ไอ้จินหัวเราะน้อยๆ แล้วขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ...ไม่น่าไว้ใจครับ ขยับออกห่างอีกหน่อย ดีว่าเก้าอี้ที่นั่งเป็นแบบม้านั่งยาว ผมก็เลยเขยิบไปจนสุด จนตัวติดกับหน้าต่างกระจก แต่...ไอ้จินก็ยังไม่ลดละครับ ขยับตามเข้าไปติดหนึบกับผมด้วย




“ถอยออกไปหน่อยดิ กินไม่ได้...” ผมเงยหน้าบอกมัน...แล้วก็...เสร็จโจรครับ....




ไอ้จินมันก้มหน้าลงมาจูบผม เป็นจูบที่ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เพราะคราวนี้เป็นจูบแบบเล็มไล้ มันไล้ริมฝีปากไปทั่วริมฝีปากของผม เล็มเบาๆบนริมฝีปากล่าง ในขณะที่มือมันที่วางพาดบนพนักเก้าอี้ เลื่อนขึ้นมานวดเบาๆที่ท้ายทอยของผม แล้วม้วนปลายเส้นผมเล่น



“อื้อ~” ผมได้ยินเสียงตัวเองครางสั่นๆ ก็นิ้วมันที่ไล้อยู่ตรงท้ายทอยนั่นน่ะสิ...มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ปลายนิ้วมัน ไล้เบาๆ ไต่อยู่ตรงท้ายทอยให้ผมสะท้านวาบๆ เผลออ้าปากจะส่งเสียง ก็โดนมันผลักปลายลิ้นเข้ามาในปากผม




“อื้ม~~” มือไอ้จินอีกข้าง รวบสองขาของผมขึ้นก่ายตักมัน แล้วเริ่มลูบเบาบนต้นขา ถึงผมจะใส่กางเกงยีนส์ แต่ฝ่ามือหนาๆของมันก็ลงแรงหนักๆผ่านเนื้อผ้ามาถึงผิวผมจนได้



…ผมรู้ว่าผมสั่น... ร่างกายมันสั่น สั่นมากซะจนต้องเบียดตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดมัน ปล่อยมือตัวเองให้ว่าง แล้วเปลี่ยนตำแหน่งมือมาวางที่หน้าอกจิน ผมชอบลาดไหล่ของมัน จินไหล่กว้าง น่าลูบ มันทำให้ผมรู้สึกดี เวลาที่ลูบไปแล้วรับรู้ถึงเนื้ออุ่นๆ แต่แข็งแรงอยู่ใต้ฝ่ามือ



“คาซึยะ....” มันถอนจูบออกมา แล้วจูบละไปตามแก้มสองข้าง ให้ผมต้องเอียงคอเปิดหน้าให้มันลงรอยจูบแรงๆบนแก้ม



“จ...จิน.....” มือสองข้างของมันยังทำหน้าที่ปลุกปั่นความรู้สึกของผมไม่ห่าง โดยเฉพาะมือที่ไล้ท้ายทอยนั่นทำเอาผมเตลิดจนลืมตัวลืมใจไปชั่วขณะ ไอ้จินมันชะงักไปนิด ก่อนจะเปลี่ยนที่จากแก้มสองข้างของผมเป็นซอกคอ ความรู้แปลบเบาๆแล่นวาบขึ้นมาให้ผมสะดุ้ง




ก่อนที่จินจะละออกมามองหน้าผม มันยิ้มบาง



“ในเมื่อยัง ‘หกขวบ’ ถ้าอย่างนั้นจะรอจนกว่าจะยี่สิบ แต่ระหว่างที่รอ ขอจองไว้ก่อนแล้วกัน...” มันเลื่อนปลายนิ้วจากท้ายทอยมาลูบเบาๆที่ซอกคอของผม ตรงตำแหน่งที่ผมรู้สึกแปลบๆเมื่อกี้




“กลับอเมริกาไปแล้ว คิดถึงฉันด้วยนะคาซึยะ…”



“ไม่คิดถึงหรอก...” ผมรีบบอก ก้มหน้าลงมองมือตัวเอง...ตายห่า นี่ผมปล่อยตะกง ตะเกียบตกไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย...




“ลองดูสิ...ไม่คิดถึงกันจะเป็นยังไง” ...แหน่ะ! มาขู่ปนหัวเราะอย่างงี้!...คิดว่าจะกลัวรึไง ไม่กลัวเว้ย~!!...




“ทำไม ...จะทำอะไรฉัน....” ผมเงยหน้าถามมัน แต่ไอ้จินยังยิ้ม



“ก็แค่ไม่รออย่างที่ขอ...” ...ทะลึ่งแล้วทะลึ่ง!!!...



“ไม่ยอมอ่ะ!!”



“บังคับก็ได้...” แหน่ะ!! นี่มึงคิดจะบังคับกูได้ง่ายๆเลยเหรอ...เข้าข่ายข่มขื่นเชียวนะเว้ย~~...



“แต่ก่อนบังคับทำแบบนั้น...สงสัยคงต้องบังคับไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นก่อน....” ไอ้จินมันพูดเสียงเอือม แล้วโบ้ยไปที่หน้าต่างกระจกด้านหลังผม




...และพอผมหันไปมอง....




…=.=.... นากามารุ ยูอิจิ กำลังเอาหน้าแนบกับกระจก เพื่อมองเข้ามาที่โต๊ะผมเอาแบบให้เห็นกันทุกรูขุมขน มีนิชิกิโดะ เรียว ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆ ส่วน...ไอ้พี่เวร คาเมนาชิ ทากะโยชิกำลังกดกล้องถ่ายรูปอย่างเมามัน





...ทำไม....ทำไมชีวิตกูถึงวนเวียนแต่กับคนประเภทเรื่องของท่านคืองานของข้าวะ!!!!!!!!!!!...




“ดีแหะ...คราวนี้มีหลักฐานซะด้วย ว่าเราจูบกันท่าไหน” ไอ้คุณชายจินมันก้มลงมาบอกผมเสียงทุ้มๆ



...เอ่อ....มึง....หน้าก็ดี หัวก็ดี เสียงก็เพราะ....แต่....




....มึงหื่นไปม้ายยยยยยยยยยยยยยยย~!!!!! จะเอาท่าจูบกูไปทำไม!!!!!... อาคานิชิ จิน!!!!!....




-*-*-*-**--**-*-



...ครับ...จากวันนั้น อีกสองวันต่อมา ผมกับทากะโยชิก็เหินฟ้าสู่อเมริกา เพื่อกลับไปอยู่กับครอบครัว จินขออยู่ที่เรียวกังนากามารุต่ออีกสักพัก ก่อนจะกลับไปอิตาลี มันว่า ‘มีเรื่องต้องสะสาง’




ผมไม่รู้ว่าเรื่องอะไรที่มันจะสะสาง แต่เห็นสีหน้าไอ้ยูตอนไอ้จินพูดประโยคนี้แล้ว ผมก็รู้ได้ในทันทีว่าอาจจะต้องกลับมาญี่ปุ่นอีกรอบ เพื่อร่วมงานศพของไอ้ยู




นอกนั้น ชีวิตผมในอเมริกาก็ไม่มีอะไรครับ นอกจาก เที่ยว กิน และเที่ยว ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่า มีผู้ชายบางคนถ่อไปถึงที่นู่น เพื่อจะบอกว่า ‘ไปดูงานแทนพ่อ’ แต่มาขลุกกับผมอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ




...ปากหนักจริง จริ๊ง~~... =.= ...ใครเชื่อมึงก็หัวสมอง ตัวอ่อนเม็ดถั่วเขียวแล้ว!!!..



ผมอยู่ที่อเมริกาจนกระทั่งเปิดเทอม ถึงได้บินกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อขนของเข้าหอต้อนรับเทอมใหม่ ครับ...แน่นอนว่าต้องได้ห้องเดิม รูมเมทเดิม...




“ไอ้คาเมะ~~~” เปิดประตูห้องเข้าไปได้ เสียงไอ้ยูก็ดังมาก่อนใครเพื่อน ก่อนที่มันจะโผเข้ามาลากผมไปกอด แล้วขยี้หัวเล่น




...เอาเข้าไปมึง เอาเข้าไป...มึงคงเหงามากสินะ...




“คิดถึงมึงจังว่ะ!! อยู่ที่บ้านไม่มีใครให้กูด่าเลย เซ็งสุดๆ...กลับมาอยู่หออย่างงี้ กูคงไม่เหงาปากอีกล่ะเนอะ...เป็นไงมึง ทั้งอาหาร ทั้งสภาพอากาศที่นิวยอร์ค ทำให้หัวถั่วเขียวของมึงโตขึ้นบ้างมั้ย แต่หน้ามึงก็ยังปลาจวดอย่างเดิมนี่หว่า...หน้าอย่างงี้ แสดงว่ายังไม่เสร็จพ่อมึงสิท่า...ว้า~ ไอ้จินไร้น้ำยาฉิบ...”




“นั่น พ่อกู...พูดอะไรระวังปากหน่อย....” ผมปกป้องพ่อผมเต็มที่ ทำเอาไอ้ยูยิ้มแต้




“แหม...พ่อมึงคงปลื้มเป็นบ้า~ ลูกทั้งรักทั้งหลงอย่างงี้...จริงมั้ยครับ ท่านพ่อ” แล้วไอ้ยูก็หันไปพูดกับใครบางคนด้านหลังผม




...เฮ้ย~ อย่าบอกนะว่าไอ้จินมาแล้วน่ะ...




ผมหันกลับไปมอง แต่เจอกับความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงหัวเราะลั่นของไอ้จมูกโต




“ฮูย~~ กูรู้แล้วว่ามึงยังหัวถั่วเขียวจริงๆ...นี่พ่อมึงไม่สอนความเป็นคนฉลาดให้มึงบ้างเลยรึไงวะ...ไม่ไหว ไม่ไหว...”




...ไม่คุยกับมันแล้ว...เสียเส้นฉิบๆ...



ผมเมินใส่มัน แล้วเดินเข้าไปหาเรียวจังที่กำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้



“เรียวจัง~~...กลับมาแล้ว” เข้าไปกอดเรียยวจังทีนึงด้วยความคิดถึงสุดๆ



“ขอบคุณสำหรับขนมที่ส่งมาให้นะคาเมะ” เรียวจังบอกผม แล้วยิ้มหล่อๆให้ทีนึง



“แหม...กูก็เพื่อนมึงนะ ไม่เห็นกอดกูเลย....มึงระวังเหอะเรียว....กอดไอ้โง่มากๆ ระวังเชื้อโง่จะกระเด็นมาติดตัว... แล้วไปกอดของรักของหวงไอ้จินอย่างงั้น เดี๋ยวไม่มีชีวิตถึงตอนเป็นอัยการล่ะก็ กูไม่ช่วยนะครับ~!!”




ผมหันไปมองไอ้ยู ยิ้มหวานให้มัน แล้วเดินเข้าไปกอดไอ้ยูทีนึง...แต่....กับมันเนี่ย ต้องกอดแน่น และไม่ยอมปล่อยครับ...



“เฮ้ย~! พอแล้วมึง กอดนานกูหายใจไม่ออก...นมมึงแห้งด้วย ไม่เร้าใจเหมือนกอดผู้หญิงอ่ะ...” ...ปากดีเหอะมึง...ปากดี....เดี๋ยวก็รู้....จะมีอะไรเร้าใจเกิดขึ้น....




แปบเดียว ประตูก็เปิดเข้ามาพร้อมกับรูมเมทคนสุดท้ายของห้อง



...อาคานิชิ จิน...ชะงักไปนิดนึงครับ....แต่....ผมไม่ชะงัก



“จิน!!! ไอ้ยูมันกอดคาเมะไม่ปล่อยเลยอ่ะ!!!!~” ผมแหกปากลั่น ทำเอาไอ้คนที่ ‘กอดผมไม่ปล่อย’ ถึงกับดิ้นพล่าน ตาเหลือกมองไอ้จิน



“เฮ้ย! ไม่จริงนะเว้ย!!! มึงดูดิ! ไอ้คาเมะมันมากอดกูเอง!!!” ผมปล่อยมันทันที แล้วทำทีวิ่งเข้าไปอ้อนไอ้จินเสียเลย



“จิน...ยูมันจับก้นด้วยล่ะ...” ผมใส่ไฟอีกหน่อย เริ่มเห็นเส้นเลือดปูดแล้วครับพี่น้อง~~...ฮ่า ฮ่า...




...มึงตายรับวันเข้าหอเลยยูอิจิ!!...ฤกษ์ดีสุดๆ.... ^______^...




“กูเปล่า!!!~ นั่นลูกมึง!!~ กูจะจับก้นลูกมึงทำไม!!!!!....ลูกมึงอ่ะแหล่ะ จับก้นกู!!!~” ไอ้ยูร้องลั่น เดินถอยหลัง สั่นหัวไปมาเหมือนจะปฏิเสธข้อกล่าวหาของผม



“ใครจะจับก้นมึง!!!...กูจับก้นพ่อกูดีกว่าเยอะ!!!” ผมเถียงกลับขาดใจ...แม่ง!! มาโยนความอย่างงี้ใส่กูได้ไงห๊ะ!! กูภาพพจน์เสียหายหมด....




“จริงๆนะจิน...เรียวจังก็เห็นใช่มั้ย....” ผมหันไปขอแรงสนับสนุนจากคนที่ยืนมองพวกผมยิ้มๆ ไอ้ยูหันกลับไปมองด้วยอีกคน เรียวจังเลยพยักหน้ารับเรื่องโม้ของผมเสียเลย



“อ้าก~!!! ไอ้เพื่อนเนรคุณ!!!!....มึงจะให้กูตายคาตีนไอ้จินเหรอห๊ะ!!!” คราวนี้ไอ้ยูเปลี่ยนแผน หันไปโล้งเล้งใส่เรียวจังแทน



“ก็เห็นแกกอดคาเมะจริงๆ...” เพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยคำพูดของผู้ชายศักดิ์สิทธิ์อย่างเรียวจังเข้าไป ไอ้จินก็ไม่สนใครแล้วล่ะครับ มันเดินยิ้มเหี้ยมเข้าไปหาไอ้ยูที่ตัวสั่นเลิ่กลั่ก




“เคยบอกแล้วใช่มั้ยยู...ว่าของของกู กูไม่แบ่งใคร....” …ของของมึง...อ่า...บ้าแล้ว....กูเป็นของของมึงที่ไหนเล่า~…กูอายนะ!...




“กูไม่ได้กอดลูกมึงจริง จริ๊ง~!!~ เชื่อกูเหอะ....”



“เคยพูดแล้วใช่มั้ยยู...ว่าของของกู กูรักกูหวง....” ...บ้าจิน! ถ้ามึงจะยำไอ้ยู มึงยำเลย อย่าเพ้อเยอะ กูเขิน...



“กูไม่ได้จับก้นลูกมึงด้วย! ตูดแฟ่บอย่างงั้นกูไม่นิยม....”



“แต่มึงไม่ฟังกู...มึงทำอะไรลูกกู...มึง!!!!!!”



แล้วหลังจากนั้น ก็เกิดสงครามกลางเมืองในห้องผมเอง ไอ้จินไล่ทุบไอ้ยู ในขณะที่ไอ้ยูวิ่งหนีเตลิด แถมปาหมอนใส่เรียวจังด้วย โทษฐานที่เรียวจังไม่เข้าข้าง





ฮ่า ฮ่า...เห็นคนตีกันแล้วสนุกอย่างงี้นี่เอง!!!~....




“โอ้ย~” ผมร้อง เมื่อร่างตัวเองปลิวตามแรงกระชาก




“จิน!!...มึงกล้า!! มึงมาเลย!!~ ลูกมึงคือตัวประกัน!!”



“จิน~!! ไอ้ยูแต๊ะอั๋ง! จับมือคาเมะ!!” ผมร้องบอกพ่อผม เท่านั้นไอ้ยูก็กรีดร้อง แล้วทิ้งผมไว้ที่เดิม ก่อนจะวิ่งหนีไอ้จินไปอีก ให้ผมหลบมุมมายืนดูความวุ่นวายของห้องข้างเรียวจังที่ยืนยิ้ม




...ชีวิตปีหนึ่งที่ผ่านมาสองเทอม มันทำให้อะไรหลายอย่างในชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะ ...



...ผมได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น เรียนรู้ถึงการถูกรัก ถูกดูแล เรียนรู้ที่จะรับ ‘เพื่อนผู้ชาย’ คนนึงเข้ามาอยู่ในหัวใจ ให้ไอ้หมอนั่นเดินไป วิ่งมา บางทีหมอนั่นก็กระทืบซะจนหัวใจผมแทบขย่ม...




...ไอ้เพื่อนสนิท ที่มันทำตัวคิดไม่ซื่อ หวังอะไรจากผมมั่งก็ไม่รู้...แต่จะว่าไป...ถึงมันจะคิดไม่ซื่ออยู่สักหน่อย แต่มันก็ไม่ทำให้ผม ซวยนักหรอกมั้ง...



...ใช่มั้ยนะ....



“มองเข้าไปมึง มองเข้าไป!!~ จะเอาให้พ่อมึงท้องเลยรึไง!!~ ขอโทษเหอะ!! มีพ่อเป็นหมูอย่างงี้ มึงคงต้องผสมเทียมอย่างเดียว!! ถึงจะท้องได้ว่ะ!!” ไอ้ยูแหล่มเสียงมาแต่ไกลตามประสาคนไม่เจียมตัว หัวมันจะโดนถีบอยู่แล้ว ยังจะปากมากเพิ่มหลายกระทง




“จิน~...อย่าเอามันไว้นะ!! มันลวนลามคาเมะอีกแล้ว!! มันมองคาเมะ...” ผมตะโกนบอกอยู่ข้างสนาม พอพ่อผมได้ยินเสียงเชียร์เข้าหน่อยก็หน้ามืดตามัวครับ วิ่งไล่ขวิด เอ้ย~! วิ่งไล่เตะไอ้ยูอย่างเดียว





“...อ้ากกกกกกกกก~!!!! กูแค่มองลูกมึงเว้ย!!! กูไม่ได้ลวนลามลูกมึง!!!!!!!!!!!!”




...ครึกครื้น...โหวกเหวก...และออกจะวุ่นวายไปสักหน่อย...



...แต่ก็เป็นชีวิตวัยรุ่นที่สนุกสุดๆไปเลยใช่มั้ย...ผมเลยต้องเอามาเขียนเป็นความทรงจำดีๆในสมุดอย่างงี้ไงล่ะ!...เอาเถอะ...ผมคงต้องขอจบความทรงจำของปีหนึ่งแต่แค่นี้แหล่ะนะ...ถ้าปีสองของผมไม่งานยุ่งจนเกินไป ผมจะเขียนมาให้อ่านกันอีก...



...บ๊าย บายครับ.... ^____________________^....




ป.ล. ...ขอบคุณทุกคนที่แอบมาอ่านไดอารี่ของผมนะ...แล้วผมจะแอบเอาไดอารี่ของไอ้จินมาให้อ่าน ผมแอบบังคับให้มันเขียนเอาไว้ล่ะ...แล้วพวกคุณจะได้รู้...




...เพื่อนสนิท มันคิดไม่ซื่อจริงๆครับ...อ๊ะ! แต่ผมไม่ซวยเท่าไหร่นะ... แค่โชคดีนิดๆ... นิดๆ...จริงๆ... ฮุฮุ... >.<



FIN
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 13




‘…บอกให้ไปขอโทษเรนะซังด้วย…’



ก็ยังดีที่พ่อผมไม่ได้เรียกร้องอะไรจากผมมากนัก มันพูดวันนั้นแค่ครั้งเดียว แล้วไม่พูดอีกเลย ส่วนผม ก็เป็นที่รู้กันแหล่ะครับ ก็ขนาดพ่อบอกให้ไปขอโทษผมยังไม่คิดจะไป แล้วยิ่งมันไม่เร่ง ไม่กระตุ้น ผมก็ไม่มีทางไปแน่อยู่แล้ว ผมถือว่าขอโทษแม่ไอ้ยูแล้ว ผมก็สบายใจ แถมแม่ไอ้ยูยังให้ท้ายอีกต่างหาก



‘ถ้าพูดในฐานะของแฟนล่ะก็ แม่สนับสนุนคาเมะจังเต็มที่เลยล่ะจ๊ะ~’ เป็นว่ามีแต่คนเข้าข้างผมครับ งานนี้



“คาเมะ ไปอาบน้ำกันมึง~~” ผ่านมาได้สัปดาห์กว่า ผมก็ยังลอยหน้าไปลอยหน้ามาให้ยัยคุณเรนะสะท้อนใจเล่นวันละสามเวลา บางทีก็เข้าไปเกาะแกะไอ้จินบ้างให้เจ้าหล่อนเห็น สร้างความครึกครื้นให้กับผมครับ



“ไป~ไป~” ผมรีบหันไปรับคำไอ้ยู อยู่บ้านมันเนี่ยไม่เคยเหงาครับ ขนาดเพิ่งกลับเข้ามาในห้องหลังจากไปเที่ยวข้างนอกมา ไอ้ยูก็ยังถ่อมาชวนไปอาบน้ำอีก



“เดี๋ยว” มือไอ้จินคว้าหมับเข้าที่มือผม ก่อนที่มันจะหันไปทางไอ้ยูที่ยืนอยู่หน้าประตู



“มีใครไปบ้าง”



“ก็มีกูกับไอ้เรียว...แต่คนที่อยู่ในออนเซ็นก่อนแล้ว ก็มีทั้งพี่ชายกู แล้วก็ลูกค้าผู้ชายอีกสามสี่คน ที่กูเห็นมันจ้องไอ้คาเมะตั้งแต่มาพักวันแรก” ไอ้ยูตอบหน้ายิ้มแย้ม



“งั้นไม่ต้องไป”...อ้าว...คุณพ่อ อย่างงี้มันรุกล้ำสิทธิเสรีภาพกูนี่หว่า!!...



“จิน” เรียวจังเรียกชื่อไปที ไอ้จินก็เลยเงียบ ก่อนจะพูดเสียงเบาขึ้นมาใหม่



“จะไปก็ไป” ...ห๊ะ~!...นี่พ่อกูเป็นอะไรไปวะเนี่ย!!เดี๋ยวให้ไปเดี๋ยวไม่ให้ไป



“ว้า~~...ไอ้คาเมะ พอพ่อมึงมีแม่ใหม่ มึงก็กลายเป็นหมาหัวเน่าซะแล้ว~...นี่ถ้าจินมีลูกอีกคนนะ กูทายได้เลย มึงต้องกระเด็นออกจากอ้อมอกพ่อมึง ไปนอนข้างถนนแหงๆ...เฮ้อ~ กลายเป็นไอ้ลูกขาดพ่อไปซะแล้ว~ ไอ้เด็กหัวถั่วเน่า ไอ้หน้าปลาจวดเอ้ย~~”



“ยู” เรียวจังหันไปเรียกชื่ออีกคน



“กูเงียบก็ได้...”



ไอ้ยูพูดแล้วเบ้ปาก แต่ผมยังคาใจกับคำพูดมัน เลยบอกให้เรียวจังและไอ้ยูไปรอที่ออนเซ็นก่อน เดี๋ยวผมขอเก็บของแล้วจะตามไป



พอประตูปิดลง ผมก็หันไปมองไอ้จินที่นั่งเงียบอยู่บนเตียง มันคิดอะไรไม่รู้ แต่ที่ผมอยากรู้คือเรื่องที่ยูพูด…



“กู...เอ้อ...คา...คาเมะหัวถั่วเน่าจริงป่ะ” ผมเดินไปยืนหน้ามัน แล้วก้มลงถามคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียง



...อืม...แทนตัวเองว่า ‘คาเมะ’ แล้ว มันก็ฟังน่ารักไปอีกแบบเนอะ...



...O.O อ๊ะ!!!...นี่ผมกลายเป็นผู้ชายที่อยากจะ ‘น่ารัก’ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!!...



“จริง” ... T.T...มึงตอบรักษาน้ำใจกูหน่อยก็ได้นี่~!!!!...



“แล้วหน้าปลาจวดจริงเหรอ” ผมถามมันอีก แล้วชี้เข้าหน้าตัวเอง ...ผมก็ไม่รู้จักหรอกครับ ว่าปลาจวดหน้าตาเป็นยังไง แต่ก็คงคล้ายๆผมล่ะมั้ง...



คราวนี้ไอ้จินหัวเราะเบาๆ แต่ยิ่งทำให้หน้ามันหล่อโคตรๆ...



“จริง” …Y.Y...ขอบใจนะมึง ตอบไป หัวเราะไป นี่แสดงว่าปลาจวดคงหน้าตาแย่มากแน่ๆ...



“แล้วจะกำพร้าพ่อจริงมั้ย” คราวนี้ไอ้จินมันเลิกหัวเราะ แล้วดึงผมลงมานั่งตัก เอามือโอบรอบเอวผม (นั่งตักอีกแล้ว =.= ไอ้จินมันคิดว่าผมอายุเท่าไหร่กันวะ!! เอาผมนั่งตักยันเลย!!)



“จริง” หมายความว่ามึงจะไม่เป็นพ่อกูแล้วจริงอ่ะ



“จะหาแม่ให้เหรอ” ผมเงยหน้าถามมัน ไอ้จินหัวเราะอีก แล้วก้มลงจูบที่ปลายจมูกผมเบาๆ



“ไม่ แต่จะเอาลูกนี่แหล่ะเป็นเมีย” ...บ้า!! เมียอะไร!!...


“กูยังอยากเป็นล...อื้ม”



ยังพูดไม่ทันจบ ไอ้จินก็เปลี่ยนจากปลายจมูกมาเป็นที่ริมฝีปากของผมแทน แต่ก็เพียงไม่กี่วินาที มันก็ถอนออกมา


“ตีปากก็แล้ว หอมแก้มก็แล้วยังเลิกพูดไม่ได้ ถ้ายังงั้นต่อไปจะจูบล่ะ”


“บ้าดิ...ปล่อยเลย”


“ไม่ปล่อย...สัญญาก่อน ต่อไปจะแทนตัวเองว่าคาเมะ แล้วเรียกฉันว่าจิน”


“ไม่เอาหรอก อื้อ~~”


“สัญญาสิ”


“มะ...อื้ม~”


“สัญญาก่อน”


“มะ...เดี๋ยว!!” ผมกำลังจะตอบว่าไม่ ไอ้จินเลยจะจูบลงมาอีก ผมเลยต้องรีบยกมือปิดปากมันเอาไว้


“ตกลงๆ ยอมแล้ว” พอได้คำตอบถูกใจ ไอ้จินก็เริ่มยิ้ม...เออ!!~ เพราะมึงยิ้มแล้วหล่อหรอกนะ!! กูเลยอยากให้มึงยิ้มบ่อยๆ...



“หน้างอทำไม ทีกับเรียวยังพูดดีๆได้ แล้วทำไมกับฉันต้องขึ้นมึงกู”



“ก็มึง...เอ้อ...จินไม่ใช่เรียวจัง”



“ใช่ แล้วก็ไม่ใช่ไอ้ยู ที่จะมาพูดมึงกูด้วย เข้าใจมั้ย”



“ครับๆ!! รับทราบ... แต่ห้ามให้กู...อ่า....ห้ามให้คาเมะกำพร้าพ่อด้วย แม่ใหม่ น้องใหม่ก็ไม่ต้องหามา”



“แล้วจะให้เป็นพ่อไปตลอดเลยเหรอ”



ไอ้จินถาม วางหน้าผากมันลงมาแตะหน้าผากผม ในขณะที่มือมันก็อยู่ไม่สุข ลูบหลังผมไปเรื่อย



“ก็...อยากมีพ่อไปจนกว่าจะอายุยี่สิบ...”...อ้อมแอ้มไปได้อีกกู... =.=



“แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่” เสียงไอ้จินถามขำๆ ผมก็แถตอบไปล่ะครับ



“หกขวบ” พ่อผมหัวเราะนิดๆ



“งั้นก็ยังใส่แพมเพิร์สอยู่น่ะสิ” ... แหน่ะ!...ยังมาทะลึ่งกับลูก...มือน่ะพ่อ มือ!! ลูบหลังต่อไปสิ ลงมาวางบนขอบกางเกงลูกทำไม!...



“เด็กหกขวบที่ไหนใส่แพมเพิร์สวะ!!”



“พูดวะเหรอคาเมะ” มันพูดเสียงเหี้ยม หรี่ตามองผม...มะ...ไม่...ไม่นะมึง...อย่านะ...



“อ้า~~~”




ไอ้เวรจินจู่โจมลงมาทั้งหน้า ไม่รู้มันจะไซ้หรือจะจูบ แต่ผมหลบไว้ก่อนจะดีกว่า...มันก้มลงมาทางขวา ผมก็เบี่ยงหลบไปทางซ้าย มันไซ้ลงมาทางซ้าย ผมก็เบี่ยงหลบไปทางขวา



...มึงไม่ได้แอ้มกูหรอก~~ อาคานิชิ จิน!!...



“อะแฮ่ม~!!! ออนเซ็นกู น้ำหายร้อนแล้วนะครับพวกมึง ได้ฤกษ์กันรึยัง หรือกะจะจีบกันให้ท้อง แล้วไปคลอดในออนเซ็นทีเดียว กูจะได้โทร.เรียกหมอสูฯมาให้พร้อม...”



=.= ไม่เคยเลย ไม่เคยพลาด...ถ้าที่ไหนมีกูและไอ้จิน มึงจะต้องแฝงตัวอยู่แถวนั้นเสมอ...นากามารุ ยูอิจิ!!!...



ผมหันไปมองตามเสียงด้วยความเซ็งสุดๆ ไอ้ยูยืนยิ้มแต้อยู่หน้าปะตู มีเรียวจังยืนยิ้มบางๆอยู่ข้างหลัง



“เมื่อไหร่มึงจะเลิกยุ่งกับพวกกูซะที...”



“จะให้เลิกก็ได้..แต่มึงต้องถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมให้กูดูทุกช้อต แล้วไม่ต้องมาอ้างสิทธิเสรีภาพอะไรของมึง เพราะพวกมึงเป็นพ่อลูกคู่สาธารณชน... ไอ้จินเป็นเดือนมหา’ลัยในทางลับ ส่วนมึง...ไอ้คาเมะ...กูขอแสดงความยินดี โพลล์ล่าสุดบอกว่ามึงครองใจชายทั่วมหา’ลัยว่ะ!!”



“แล้วยังไง...ถึงกูกะจินจะเป็นสาธารณชน แล้วทำไมมึงต้องมาแส่ทุกเรื่องของพวกกูห๊า~”



“อ้าว...ก็กูเรียนนิเทศ...”



“เรียนนิเทศแล้วไง...”



“ก็กูทำหน้าที่สื่อมวลชนไงวะ!!” ...มึงคงใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กสินะ =.=...ไอ้หน้าที่สื่อมวลชนอะไรเนี่ย...



-*-*-*-**-**-*-



พวกผมพากันมาอาบน้ำ ปรากฏว่าห้องน้ำว่างโล่งไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอย่างที่ไอ้ยูว่า ...มันก็เลยได้สายตาอาฆาตจากพ่อผมไปหนึ่งดอก โทษฐานโกหก...



อาบน้ำกันเสร็จ พวกเราก็ออกมานั่งคุยกันหน้าห้องอาบน้ำ ที่มีโต๊ะญี่ปุ่นวางเรียงราย และร้านขายเครื่องดื่มเย็นๆ ผมซื้อชาเขียวมากิน ตอนแรกจะกินไอศกรีม แต่พ่อดุบอกว่าอากาศยังเย็น กินของเย็นจะไม่สบาย



..คุมผมทุกเรื่องล่ะไอ้นี่...



“อ๊ะ! จินซัง เรียวซัง...” เสียงแปร๋นมาแต่ไกลจากด้านหลัง ผมไม่ต้องหันไปดู ก็รู้แน่ชัดกระจ่างใจครับ ว่าหล่อนเป็นใคร



...แหม....ยัยคนนี้ ไม่รู้ซะแล้ว ว่าพ่อกูยังไม่คิดจะเอาใครมาเป็นแม่กูเฟ้ย~!!!...



“เหอะ!! สรุปว่ากูเป็นลูกเจ้าของหรือไอ้จินกับไอ้เรียววะที่เป็น...ไม่เห็นหัวกูมั่งเล้ย~!!” ไอ้ยูมันบ่นหน้าเซ็ง



...ยัยนั่นไม่ได้ไม่เห็นหัวมึง แต่หล่อนไม่เห็นว่าหน้ามึงหล่อต่างหากล่ะ!!~...



“จินซัง เรียวซังมาอาบน้ำเหรอคะ” ...มาซักผ้าล่ะมั้ง... ผมเงยหน้ามอง แอบขยับตัวเองไปนั่งเบียดไอ้จินอีกนิด แล้วเอนหัวลงแพะบ่า ให้ไอ้จินต้องหันมามอง



“เป็นอะไร” มันถาม ผมก็ตอบเสียงเบา แบบที่ต้องให้มันเอียงหน้าเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม



“เมาชาเขียว...” แล้วก็ดันจมูกตัวเองไปชนแก้มไอ้จินต่อหน้าต่อตายัยเรนะ ยักคิ้วหลิ่วตาเล็กน้อยให้หล่อนอิจฉาเล่น



“ผมก็มาอาบน้ำครับ!! เรนะซัง!!”



ไอ้ยูแหล่มเสียงตอบออกไป ทั้งๆที่ เรียวจังและไอ้จินไม่มีใครสนใจหล่อนสักคนเดียว



“แหม...จินซังน่าจะมาอาบน้ำพร้อมเรนะ...เรนะจะช่วยนวดคลายเส้นให้...เรนะนวดเก่งนะคะ”



...เสนอตัวจังนะเจ๊~!! นี่พ่อใคร ให้มันรู้ซะมั่ง!! ถ้าไอ้จินเมื่อย เดี๋ยวคาเมะคนนี้นวดให้ก็ได้เว้ย!!!



“ไม่ล่ะครับ” ไอ้จินมันเงยหน้าขึ้นไปตอบ



“ให้เรนะนวดเถอะค่ะ...แล้วจินซังจะติดใจ...”



...ยัยคนนี้!!...พ่อกูบอกว่าไม่เอาไม่เอา!! ฟังไม่รู้เรื่องรึไงห๊ะ!!...




ผมสอดมือคล้องคอจิน แล้วโบ้ยไปที่ยัยคุณผู้หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล



“หนวกหูจังเลยจิน...พาคาเมะกลับห้องหน่อยสิ...”



ผมยืดหน้าขึ้นไปพูดกับแก้มไอ้จิน แต่เสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว เหลือบมองยัยเรนะเล็กน้อย เห็นยัยนั่นกำมือแน่นไม่พอใจ



“นากามารุซัง!! เรื่องวันนั้นยังไม่จัดการให้เรนะเลยนะคะ!! เรนะจะต้องโดนน้ำมันราดหัวฟรีๆงั้นเหรอ!!”




“ก็คงจะเป็นอย่างนั้นแหล่ะครับ!! เพราะมันเป็นอุบัติเหตุ” ไอ้ยูพาตอบหน้าซื่อ ให้คนถามเกือบปรี๊ดแตกล่ะ ก็ดูหน้าหล่อนสิ...



“หมายความว่านังเด็กนี่จะไม่ต้องรับผิดชอบฉันใช่มั้ยคะ!!”



“คาเมะไม่ใช่ ‘นังเด็กนี่’ ครับ... ผมได้ยินคุณเรียกแบบนี้มาสองครั้งแล้ว” ...ไอ้ยู *.*....มึงรับบทพระเอกไปเลยมั้ย...



“ก็มัน!!!...เอ่อ... เขาไม่รับผิดชอบ...” หล่อนพูดแล้วสะบัดหน้าซะกลัวคอจะเคล็ด



“แล้วคุณจะให้คาเมะรับผิดชอบยังไงล่ะครับ” คราวนี้เป็นไอ้จินถาม ยัยนั่นเงียบไปนิด ก่อนจะพูดเสียงอ่อน



“ก็...เขาไม่ขอโทษเรนะเลยนี่คะ...”



คราวนี้จินหันมามองผม ผมก็ส่ายหน้าล่ะ เรื่องอะไรจะต้องไปเสียน้ำลายขอโทษวะ!!



“เรนะซังครับ...” จินยังไม่ทันได้ทำอะไร เรียวจังก็พูดขึ้นมา




“ถ้าคุณเรียกร้องจะให้คาเมะขอโทษ ที่เขาพลาดทำน้ำมันหกใส่หัวคุณ ผมคิดว่าคุณเองก็ควรจะขอโทษทั้งจิน ทั้งคาเมะเหมือนกัน

...คุณโกหกเรื่องขาพลิก แล้วให้จินต้องตามไปนวดถึงห้อง จนคาเมะกับจินทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่องเพราะคุณ

ผมไม่ทราบ ว่าคุณรู้รึเปล่าว่าเขาสองคนเป็นคนรักกัน พวกเขารักกันมาก และรักกันมานานแล้ว รักมากและนาน เกินกว่าคุณจะกลายเป็นมือที่สาม หรืออะไรก็ตามแต่ เข้าใจนะครับ...ว่าทำไมผมถึงไม่เห็นด้วย ที่คาเมะจะต้องมาขอโทษคุณ ทั้งๆที่คุณเกือบจะทำลายความรู้สึกของคนสองคน”



…O.O...ระ...ระ...เรียวจัง...อดพูดมาตั้งแต่ชาติไหนเนี่ย...



“ผมไม่อยากพูดตรงๆ เพราะคิดว่าคุณเป็นผู้หญิง ใครได้ยิน คุณจะเสียหายว่ายั่วผู้ชาย แต่ผมก็คงไม่ทน ถ้าหากจินกับคาเมะจะต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องของคุณอีก”



“เข้าใจแล้วนะครับ แล้วผมหวังว่าคุณคงไม่คอยเสนอตัวให้จินอีก ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างที่ผมเคยทำมาแล้ว ตอนที่มีคนมายุ่งกับจิน”



....เรียวจัง...จะ....ใจเย็นๆนะ....




“ไปเถอะ” เรียวจังหันมาชวนผมกับไอ้จิน ผมก็ได้แต่พยักหน้าไปตามเรื่อง เพราะยังงง ยังอึ้ง กับสิ่งที่เรียวจังพูดนี่นา



...จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นยากุซ่าไปซะแล้ว...



“เอ่อ...มึงชวนกูด้วยรึเปล่า เรียว”



=.=...ยู เรื่องบางเรื่อง มึงก็ควรรู้เองโดยไม่ต้องมีใครบอก เข้าใจรึเปล่า …



เรียวจังตวัดสายตาหันไปมอง คราวนี้ไอ้ยูลุกพรึ่บ


“ตกลงๆ...กูไปด้วย...แม้ว่ามึงจะไม่ได้ชวนกู” เจอสายตาเรียวจังเข้าไป ไอ้ยูก็ทำตัวดีไม่มีปัญหา



พวกผมกำลังจะเดินจากไป แต่เรียวจังก็ยังหันไปย้ำ



“แล้วก็ไม่ต้องเบนเข็มจากจินมาที่ผมนะครับ ผมมีคนรักแล้ว และเขาก็ดีกว่าคุณมาก ผมรักเขามาก และไม่คิดจะหาคนรักสำรอง ขอบคุณล่วงหน้าที่จะให้ความร่วมมือครับ”



...เรียวจัง...รอบนี้แรงได้ใจ ^__________________^!!!!...



-*-**-*-*-*-*-*-



สายวันต่อมา ผมก็ได้รับรู้ความจริงบางอย่าง นั้นคือห้องพักของเรนะซัง และผองเพื่อนว่างเปล่า เพราะเจ้าตัวขอเช็คเอาท์ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ที่ผมยังไม่ตื่น แสดงว่าคำพูดเรียวจังนี่ศักดิ์สิทธิ์ของแท้



หลังจากยัยนั่นไป ก็ไม่มีแขกคนไหนมีปัญหาอีก พวกผมก็ไม่มีงานอะไรทำ วันวันทำตัวว่าง จนวันนี้ผมต้องมาตีปิงปองกับพวกมัน



“มาแข่งกันดีกว่ามึง!” ไอ้ยูเอ่ยท้า



“เอาดิ แต่มึงตีเป็นเหรอ” ผมถามเย้ย



“โฮย~!! งั้นมาลองกันสักตั้งมั้ย ไอ้ขี้เหร่!! ถ้ากูชนะ มึงต้องเล่นหนังสดกับพ่อมึงให้กูดู!!”



“เอาดิ!! ถ้ากูชนะบ้าง มึงต้องเล่นหนังสดกับพ่อกู ให้กูดูเหมือนกัน”


ผมย้อนกลับด้วยความคะนองปาก และก็ได้รับรางวัลพระราชทานจากพระบิดาที่นั่งใกล้ๆ เป็นเสียงดุๆทันที



“คาเมะ!!” นอกจากเสียงจินแล้ว ผมยังได้มะเหงกจากไอ้ยูอีกต่างหาก



--โป้ก!!!—



“เจ็บนะเว้ย!!” ผมย่นคอร้องทันที


“มึงเก็บพ่อมึงไว้ทำพันธุ์หัวเม็ดถั่วเขียวต่อไปเหอะ...กูไม่อยากได้!! เดี๋ยวกูก็จะมีคู่แล้ว แม่กูจะหามาให้ในเร็ววัน”



...ดูมึงจะมั่นใจเหลือเกินนะ!! ว่าจะยังมีคนเอา =.=...



“ไร้น้ำยาอ่ะดิ หาเองไม่ได้”



“แหม~!! แล้วมึงล่ะครับ!! ตอนถูกไอ้จินรักน่ะ มี ‘น้ำยา’ ตรัสรู้เองมั้ย!! ใครห๊ะ!! ใคร!!... ใครพ่นให้มึงฟังจนน้ำลายแตกฟอง สาธยายอย่างนั้นอย่างนี้ แก้ความคิดห่วยแตกของมึงเรื่องไอ้เรียวเป็นซัมวันของไอ้จิน

...ห๊ะ!! มึงตอบมาซิคาเมะ...ว่าใครช่วยให้มึงฉลาดทันตาเห็น ใครที่ทำให้มึงรู้เช่นเห็นชาติ หลังจากตาบอดมาตลอดชีวิต ใคร~ ไอ้ผู้ชายหน้าตาดี ที่ย้ำคิดย้ำบอกกับหัวสมองระดับพยาธิของมึงน่ะ!! บอกกูมา ผู้ชายหล่อๆ ที่มีบุญคุณกับมึงน่ะใคร!!”



“ก็...มึง...” ...กูล่ะไม่อยากจะพูด =.= ตอนนั้นได้ข่าวว่ากูไม่ได้อยากรู้ แต่มึงแส่อยากจะบอกเอง…



“อาฮะ!! แล้วมันใช้ได้มั้ย ที่มึงจะมากล่าวหาผู้ชายหน้าตาดี แถมมีบุญคุณว่าไร้น้ำยา”



...ช่วยเอาคำว่าหน้าตาดีออกจากสรรพนามที่ใช้แทนตัวมึงได้มั้ย กูไม่เห็นด้วยโคตร~~…



“ใช้...ไม่ได้”



“ดีมาก!!! เพราะงั้นกติกาในการเล่นปิงปองแข่งกับกู มึงมีสิทธิ์แย้งผู้มีพระคุณคนนี้มั้ย”



“มี!!”



--โป้ก!!—มะเหงกโขกลงมาอีก จนผมต้องหลบไปยืนหลังไอ้จิน



“มึงต้องตอบว่าไม่มีโว้ย!! เขกหัวมึงนี่เจ็บมือฉิบหาย ไม่รู้กะโหลกหรือปูนซิเมนต์อัดแท่ง!! ทั้งแข็งทั้งทึบ ไม่แปลกใจเลยถ้าผ่าหัวมึงออกมา แล้วจะเจอสมองปริมาณน้อย แถมรอยหยักต่ำ”



...ด่ากูว่าโง่อีกล่ะ!!!...



“ยู...มึงจะเล่นปิงปองมั้ย ถ้าไม่เล่นก็หลบไป” ... ไงเล่า!!! พ่อผู้น่ารัก กูล่ะรักพ่อจริง จริ๊ง~!!!...



“แหม...มึงจะเล่นแทนล่ะสิ ไอ้คุณพ่อ!!..แต่ถ้ามึงแข่งกับลูกมึง กูต้องขอเปลี่ยนกติกาว่ะ เอาเป็นว่า ถ้ามึงชนะ ไอ้คุณลูกต้องยอมมึงจนกว่าจะเที่ยงวันต่อมา แต่ถ้าลูกมึงชนะ มึงต้องให้ลูกมึงออนท็อป”




“ยู...เลิกเสื่อมสักที” เรียวจังที่เงียบมานาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องปรามมัน



“ทำมาเป็นบ่นกู ไอ้เรียว...เดี๋ยวพอมันทำกันจริงๆ มึงล่ะจะวิ่งหน้าเริ่ดไปแอบดูเป็นคนแรก!! ...แล้วนี่มึงโทร.หาแฟนมึงบ้างเปล่าเนี่ย!! ป่านนี้เขาคงนึกว่ามึงตายไปแล้วล่ะมั้ง... ระวังเห๊อะ~!! ไปเจอกันอีกที เขาจะควงผัวพาลูกมายกมือไหว้มึง แล้วมึงต้องแทนตัวเป็นลุง!!”



..เอ่อ...ยู....แต่กูว่า มึงคงไม่มีวันอยู่ถึงตอนที่จะกลายเป็นลุงของเด็กที่ไหนได้หรอกว่ะ...




“ถ้าแฟนฉันมีผัวมีลูกได้จริง ฉันก็จะบอกลูกเขาด้วยความหวังดี ว่าตอนเลือกคบเพื่อน อย่าสักแต่ว่าจะคบ เพราะบางที อาจจะเจอพวกคนโสดขี้อิจฉา ที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าตาร้อนมองคนอื่นมีความสุข”



...เหอะ เหอะ เหอะ...มีเรียวจังเอาไว้ขนาบข้างไอ้ยูนี่ปลอดภัยและหายห่วงครับ!!



“หึ!! กูไม่ได้อิจฉาสักหน่อย!! เดี๋ยวกูก็มีคู่แล้วล่ะวะ!! รับรอง สวย เอ็กซ์ เซ็กซ์ นมโต เอาให้พวกมึงน้ำลายหก เช็ดปากกันแทบไม่ทัน!! มา!! ไอ้คาเมะ...อย่าเสียเวลา!! มึงมาแข่งปิงปองกับกูสักตา ไม่อยากจะอวด!! กูน่ะที่หนึ่งโรงเรียนตอนป.หกเชียวนะเว้ย!!”



...ไหนมึงไม่อยากอวด แล้วมึงบอกทำไม...



“อ๋อเหรอ...” ไอ้ยูถือไม้ปิงปองพร้อมลูก ลงมารอเสิร์พที่โต๊ะ ให้ผมต้องเดินไปประจำอีกฝั่ง



“แล้วก็...กติกาเหมือนเดิมนะมึง! ถ้ากูชนะ มึงต้องเล่นหนังสดกับพ่อมึงให้กูดู ถ้ากูแพ้ กูยอมให้มึงไปเล่นกับพ่อมึงแล้วอัดใส่วิดีโอมา เดี๋ยวกูมาเปิดดูทีหลัง...ส่วนคุณพ่อครับ ถ้าอยากฟัดลูกมากกว่าจูบกับล้วงก้นล่ะก็ มึงก็ ‘ช่วย’ กูละกัน เอ้า!!! เสิร์พ!!!...”



มันพูดจบปุ๊บ ก็เสิร์พลูกปั้บ ขณะที่ผมยังไม่ทันตั้งท่ารอรับเลยด้วยซ้ำ



ลูกปิงปองกระทบโต๊ะ แล้วกระดอนออกไปแบบที่ผมยังอึ้ง...



“เย้!! หนึ่งลูกแล้วกู!!!”



...เฮ้ย!! กูยังไม่พร้อมเลยนะ!! ผมหันไปมองจินกับเรียวจัง ที่ยืนคุมแผงคะแนน ก็ปรากฏเลข 1-0 ให้เห็น



“โกงนี่หว่า!! กูยังไม่ทันตั้งตัวเลยนะไอ้ยู!! มึงต้องนับ หนึ่ง สอง สาม ให้สัญญาณก่อนดิวะ!!”



“ปัญญาอ่อนแล้วมึง!! นับหนึ่ง สอง สามนั่นเด็กอนุบาลเขาเล่นกัน มึงกับกูปีหนึ่งจะขึ้นปีสองกันแล้วนะเว้ย... ไอ้จินส่งลูกมา” พ่อผมก็ทำตามคำสั่งไอ้ยูอย่างดิบดี ส่งลูกปิงปองให้ไอ้เวรนั่นหน้าตาเฉย...เฮ้ย!!~ กูเป็นลูกมึงนะเว้ย!!...




“เดี๋ยว!! ให้กูเสิร์พบ้างดิ!” ...คอยดู...คราวนี้กูจะนับหนึ่งถึงร้อยให้มึงรอจนเง็ก!!...



“ได้ไง! เมื่อกี้กูได้แต้ม กูก็ต้องเสิร์พต่อดิ!! มึงไม่ต้องมาโยกโย้ กูเคยบอกแล้วไง ว่าที่นี่กูใหญ่สุด”



“แล้วแม่มึงล่ะ...” ผมถาม รู้แก่ใจว่าไอ้ยูกลัวแม่มันคนเดียวในโลก...



“แม่กูนั่นเขาเรียกว่ามโหฬารเว้ย! ไม่ได้เรียกใหญ่...นั่นล่ะ! นี่มันเรื่องบ้านกู มึงไม่ต้องมายุ่ง!!...กูบอกไว้ก่อนว่าวันนี้ไม่มีใครเข้าข้างมึงหรอก ไอ้เรียวอยากเห็นมึงสมรสสมรักกับไอ้จินเต็มแก่ ส่วนไอ้จินก็อยากฟัดมึงมาตั้งแต่เทอมหนึ่ง...ใช่มั้ยจิน...”



...ผมหันไปมองจิน …อะไรนะ นี่มันรักผมตั้งแต่เทอมหนึ่งเลยเหรอเนี่ย...




“เสร็จกู!! เสิร์พ!!” ช่วงที่ผมมองจิน ไอ้ยูก็ใช้วิชามารเสิร์พลูกตอนผมยังไม่ทันเตรียมตัว ...ครับ รับไม่ทันอีกตามเคย...



“เย้!! สองลูก!!”



...มึงโกงกูชัดๆ!!!... ผมหันควับไปมองแผงคะแนน เห็นเรียวจังกำลังเปิดป้ายจากเลขหนึ่งเป็นสอง เลข 2-0 ตำตาผมจริงๆ



“ทำงี้ได้ไง!! โกงนี่หว่า!!”



“กูไม่ได้โกง! ก็มึงมัวแต่ส่งสายตาหวานซึ้งกับพ่อมึงเอง ความผิดกูรึไง!!”...ก็ความผิดมึงอ่ะแหล่ะ!!...



ไอ้ยูรับลูกปิงปองลูกใหม่มาจากจิน มันเดาะกับโต๊ะไปมาอย่างอารมณ์ดี แล้วเงยหน้ายิ้มหวานให้ผม



“เออ...กูลืมบอกมึง กติกาของกูอ่ะ เกมจบที่สามลูกนะ” ...ห๊ะ!! O.O มึงว่าไงนะ!!...



“ลูกต่อไปจะเป็นลูกสุดท้ายของเกมนี้ กูขอทวนบทลงโทษให้มึงแจ่มนะ ถ้ากูชนะ มึงต้องเล่นหนังสดกับไอ้จินต่อหน้ากู แต่ถ้ากูแพ้ มึงก็อัดใส่วิดีโอมา กูยอมดูแบบแห้งๆก็ได้...”



...นี่ขนาดมึงยอมแล้ว =.=...



“แล้วกูจะบอกอะไรอีกอย่าง...ถือเป็นการทำบุญก่อนกูจะชนะ... ที่กูชวนมึงเล่นปิงปองเนี่ย เพราะเป็นแผนไอ้เรียวจะประเคนมึงให้ไอ้จินล่ะ ... แล้วกติกา กูก็ไม่ได้คิด..แต่เรียวจังของมึงอ่ะ...เสิร์พ!!!!!~” มันพูดไม่ทันจบ ก็ฟาดลูกมาอีก



...เฮ้ย!! O.O...



“เย้!! กูชนะ!!!”... มึงเล่นไม่แฟร์!!!....



“สามศูนย์ จบเกมแล้วคาเมะ” กรรมการเรียวจังยังจะประกาศคะแนนให้ผมช้ำใจอีก T.T...



“วู้~ หนังสด หนังสด หนังสด~!!!!!!!”...อยากดูเหลือเกินนะมึง!!...



“เสียงดังไปถึงข้างนอก มีอะไรรึเปล่ายู...” คุณแม่ไอ้ยูโผล่หน้าเข้ามาในห้อง ให้ไอ้ยูเลิกบ้าชั่วขณะ... แหม พอแม่มาล่ะเรียบร้อยเชียวนะมึง!!!...



“เปล่าแม่ ผมดีใจนิดหน่อย แล้วมีอะไรล่ะเนี่ย”



“มีคนมาหาเราแหน่ะ” แค่นั้นไอ้ยูก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะหันมาทางพวกผม



“พวกมึงรอแปบ กูมีแขกพิเศษจะมาแนะนำให้รู้จัก ไอ้จินเก็บงวงช้างก่อนนะครับพี่ อย่าเพิ่งเอาออกมาสูดอากาศตอนนี้” แล้วมันก็หายออกจากห้องไปพร้อมแม่มันให้พวกผมยืนงงกันได้แปบเดียว มันก็กลับเข้ามา



“จิน...กูรู้ว่ามึงอยากฟัดลูกมึงตามกติกาของกูเต็มแก่...แต่เดี๋ยว!”...กูล่ะชอบคำว่าเดี๋ยวของมึงจริงๆไอ้ยู... มึงเดี๋ยวทีไร กูไม่เสียตัวทุกที ฮ่า ฮ่า ^^...



“แขกคนนี้พิเศษมาก~~...ไอ้คาเมะชอบแน่ แต่กูว่าจิน...มึงคงไม่...และบางทีมึงอาจจะประสาทเสียด้วย...แฮ่ม~!!!”



“แต่น แต่น แต๊น~~” ...=.=...มึงอายุเท่าไหร่ ไอ้ยู....



“ขอเชิญ....คุณพี่ ‘ทากะโยชิ’ ครับ!!” มันพูดเสียงดัง แล้วผายมือเชิญแขกพิเศษที่มันออกไปรับมาด้วยตัวเอง



...ใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง…



...เขาคนนั้นเป็นผู้ชายตัวสูง ร่างใหญ่ ท่าทางนักเลง หน้าตากวนๆ และย้อมผมทองทั้งหัว…



“ทากะโยชิ... ‘คนรัก’ ของคาซึยะครับ...คาซึยะ...ผมคิดถึงคุณจัง~~...”



แล้วผู้ชายที่ชื่อ ‘ทากาะโยชิ’ ก็ถลาพรวดเข้ามาคว้าผมไปกอด จูบแก้มซ้ายที แก้มขวาที ท่ามกลางความเงียบกริบของห้อง และรอยยิ้มกว้างขวางอย่างภาคภูมิใจของไอ้ยู



...เฮ้ย!!!!!....



...มาได้ไงวะ!!!!! O.O….



TO BE CON
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 12


อยู่ในห้องสองต่อสอง ผมคงไม่บ้าและโง่พอจะยืนมองหน้ามันไปตลอดทั้งคืนหรอกครับ ผมทำไงน่ะเหรอ ก็คว้าข้าวของได้ก็เผ่นเข้าไปอาบน้ำสระผมน่ะสิ เรื่องอะไรจะอยู่มองหน้าดูใจมันเล่า!!



ออกจากห้องน้ำแบบหัวเปียกโชกเพราะสระผม ก็เดินตัวหอมฟุ้งมานั่งเปิดโทรทัศน์ดู ในขณะที่ไอ้คุณจินผลุบหายเข้าห้องน้ำไปแล้วเรียบร้อย ตอนแรกผมก็กะว่าจะนอนเลย แต่หัวยังเปียก ขืนนอนไปมีหวังหวัดกิน จะไม่สระมันก็ยังไงอยู่ หัวเหม็นจะตายอยู่แล้ว =.=...



แปบเดียว ไอ้จินก็ออกจากห้องน้ำ หมอนั่นอาบน้ำไว ไวซะอย่างที่เรียกว่าวิ่งผ่านน้ำก็ได้ ส่วนผมน่ะอาบน้ำช้าครับ ไม่ใช่จะขัดสีฉวีวรรณอะไรนะ แต่ผมชอบเล่นสบู่ครับ ถ้าพวกคุณไม่เคยเล่นล่ะก็ ผมขอแนะนำวิธีการเล่นสบู่ที่สนุกโคตรๆ นั่นคือการถูสบู่ให้ลื่นมือ แล้วเอามาทาที่ฝ่าเท้าครับ จากนั้นพื้นห้องน้ำก็ไม่ต่างจากลานเสก็ตล่ะ~!!



...อ๊ะ! นี่ผมมัวเล่าอะไรเนี่ย!! ... O.o




“คาเมะ...ทำไมไม่เป่าผมล่ะ นั่งอย่างนั้นผมจะแห้งได้ยังไง” มันเดินเข้ามาทัก ยกมือขึ้นจับหัวของผม แต่คุณคิดเหรอว่าผมจะยอมให้มันจับดีๆ แน่นอนว่าต้องสะบัดหัวหนีอยู่แล้ว ไอ้จินเงียบ มันนิ่งไปพักก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะกระจก แล้วหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมา



..โหลๆ ได้ข่าวว่ามึงกะกูโกรธกันอยู่ จะมาเป่าผมให้กูงั้นเรอะ!!!!....



…ฝันไปเหอะมึง!!!!...




ผมรีบปิดโทรทัศน์ ยอมนอนทั้งๆที่หัวแฉะแบบนี้ดีกว่าจะยอมให้มันมานั่งเซ็ต นั่งไดร์ให้



...แต่...ผมคิดว่าชาติที่แล้วไอ้จินคงเกิดเป็นอะไรสักอย่างที่ทำอะไรก็ว่องไวไปหมด เพราะผมยังไม่ทันจะคลานไปนอนที่เตียง ไอ้จินก็คว้าแขนผมไว้ทันที



“ปล่อย!!~ กูจะนอน” ผมยกมือดันมันออกห่าง กะว่าถ้ามันยังไม่สะเทือน ผมจะเอานิ้วจิ้มตามันให้รู้แล้วรู้รอด เอาให้มองผู้หญิงที่ไหนอีกไม่ได้เลยคอยดู!!




...แต่มือข้างที่ไม่ถือไดร์ของมันคว้ามือผมรวบเอาไว้ หมดสิทธิ์จิ้มตามันสนิท… โฮย!! เซ็งเลย!!...



“จะนอนได้ยังไง ผมยังเปียกอยู่เลย”



“กูนอนได้!!”



“ดื้อ...เป็นหวัดขึ้นมาเดี๋ยวก็แย่อีก ยิ่งหายยากๆอยู่” เออเดะ!!~ กูมันบอบบาง อ่อนแอ ขี้โรค ใครจะถึกหนาสมบูรณ์แบบเหมือนมึงเล่า!!!



“กูหาหมอได้” มันถอนหายใจ แต่ยังเป่าผมให้ต่อไปเรื่อยๆ ผมเห็นมันไม่พูดอะไรอีก ก็เลยเงียบบ้าง



...ก็รู้ล่ะว่ามันพยายามง้อ ผมรู้ว่ามันง้อใครไม่เป็น แถมง้อทีก็ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา มีอย่างที่ไหน มาง้อด้วยการเป่าผมให้เนี่ยนะ ขนาดจุนโนะ เพื่อนมันสมัยมัธยมปลาย และกลายมาเป็นเพื่อนร่วมคณะผมตอนมหา’ลัย ยังเคยบอกว่า ถ้าใครคิดจะงอนไอ้จิน ต้องทำใจว่าจะงอนไปตลอดทั้งชาติ เพราะคนอย่างหมอนี่ไม่คิดจะง้อใคร



..แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มาง้อผม...



“คาเมะ...ทีหลังอย่าวิ่งลงจากรถแบบนั้นอีกได้มั้ย”



“หมายความว่าระหว่างกูกับมึงจะมีเรื่องทะเลาะให้กูสติแตก แล้วทำตัวเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าวิ่งหนีพระเอกอย่างมึงอีกใช่มั้ย”



ไอ้จินเงียบ ผมเลยพาลคิดว่ามันคงกำลังหาเรื่องดุเพราะคำว่ากูและมึงจากปากผมอีก แต่พอผมเงยหน้ามอง กลับเห็นว่ามันกำลังยิ้ม



“ยอมเป็นนางเอกแล้วรึไง” ...อ๊ะ!!~ นี่กูหลุดอะไรออกไปเนี่ย...




“กูแค่สมมติ” คราวนี้มันถอนหายใจเฮือก



“บรรยากาศกำลังดีๆ จะพูดกูมึงทำไมหึ...”



“ก็กูชอบ”



“เถียงอีก” ผมจิ๊ใส่มัน จิกตาใส่อีกที มันก็เลยเงียบ แล้วขยี้เส้นผมชื้นๆที่เริ่มแห้งไปมา



ห้องเริ่มเงียบ ผมก็เลยตัดสินใจถามคำถามคาใจ



“จิน...ที่มึง....อ่า....แกบอกว่าฉันทำให้แกอารมณ์เป็นหมาบ้าน่ะ แกพูดจริงเหรอ”



ถามไปแล้วผมก็ต้องเสียววาบในอก ใจนึงก็อยากรู้ อีกใจก็ไม่ ก็เกิดถ้ามันตอบว่า ‘พูดจริง’ ผมจะยังกล้าเสนอหน้าอยู่ข้างมันอีกมั้ย ในเมื่อผมทำให้มันกลายเป็นคนนิสัยแย่ๆ ทำตัวไม่เป็นผู้ เป็นคนแบบนั้น




“จริง” ...อ่า....มึงไม่เห็นต้องรีบตอบขนาดนั้นเลยนี่หว่า... T.T...




“ฉันเป็นคนมีเหตุผลเสมอนะคาเมะ ฉันรู้ตัวดีว่าตอนไหนควรทำอะไร ตอนไหนไม่ควรทำอะไร แต่ตั้งแต่มารักแก...”



“ใช่คำว่าชอบก่อนได้มั้ย รักมันยิ่งใหญ่ไปเปล่าวะ”



ผมรีบค้าน เงยหน้ามองมันตาแป๋ว แต่โดนมันดุด้วยสายตา เลยรีบก้มหน้าให้มันเป่าผมตามเดิม



“ตั้งแต่ฉันรักแก....” ...แน่ะ! มึงยังมาย้ำ...กูเขินนะเนี่ย....



“.....อะไรๆมันก็ควบคุมไม่ได้ไปซะหมด แค่เห็นไอ้ยูมายุ่งกับแกหน่อย ช่วงแรกๆยังทำใจไม่ได้ด้วยซ้ำ...ตอนที่แกรู้ว่าฉันรักแก แล้วแกทำตัวแปลกๆ ฉันก็เริ่มรู้ ว่าผิดเองที่ทำให้แกรู้ความรู้สึกฉัน...ฉันทำได้นะคาเมะ ฉันรักแกมาก ฉันตัดใจจากแกก็ได้...ฉัน...จะพยายาม...”



ไอ้จินนี่ แม่งจะพูดมากก็พูดไม่ให้ขัดแม้แต่คำเดียว แล้วผมกล้ามองหน้ามันเหรอ...ก็ไม่กล้าน่ะสิ ได้แต่หันมองโคมไฟข้างเตียงเนี่ย....



“แต่...แกจูบฉันไปแล้ว” ผมอ้อมแอ้มบอก คราวนี้มันเงียบ คงคิดไม่ออกว่าจะ ‘คืน’ จูบนั่นมาให้ผมได้ยังไง



“จูบต่อหน้าไอ้ยูกับเรียวจังก็เคย จูบต่อหน้าออนเซ็นก็เคย...แล้วแกก็ไซ้คอฉันต่อหน้าตำรวจด้วย...”



ผมพูดไปด้วย ยกนิ้วขึ้นนับให้มันดูกันจะจะ เห็นคาตากันไปเลยว่าผมโดนมันจูบไปกี่ครั้งแล้ว คราวนี้มันยิ่งเงียบหนัก ผมก็ได้ใจล่ะ เริ่มพูดต่อ



“ที่สำคัญ...”



....ที่สำคัญคือมึงทำให้กูซึ่งเป็นผู้ชายที่ได้รับเกียรติบัตรเรื่องความมาดแมนต้องมาหวั่นไหวเพราะผู้ชายอย่างมึง....



“แล้วจะให้ทำยังไง” มันถามตัดบทผม ให้ผมต้องเงยหน้ามองมัน สีหน้าไอ้จินเครียด มันคงไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ คิ้วมันขมวดเข้าหากัน หน้ามันอารมณ์เสีย หน้ามันหงุดหงิด



....แต่ขอบอก มันก็ยังหล่อเหมือนเดิมล่ะ... อ๊ะ!!~ นี่ผมเป็นผู้ชายที่ชื่นชมความหล่อของผู้ชายด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย....



“ไม่เห็นต้องทำยังไง แกก็เลิกคิดจะกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนแต่ก่อนดิ แกจูบฉันแล้ว แกจะไม่รับผิดชอบรึไง ทำงี้ได้ไง ฉันก็มีพ่อมีแม่นะเว้ย แกคิดว่าพ่อกับแม่ฉันจะว่ายังไง ถ้าหากรู้ว่าลูกชายตัวเองถูกจูบไปแล้ว ถูกกอดไปแล้ว แถมถูกไซ้ค...อื้อ~~”



...ปากมันกดลงมาทั้งๆที่ผมยังพูดไม่ทันจบ อย่างงี้เรียกไม่มีมารยาทรึเปล่าวะ มาขัดจังหวะคนกำลังพูดเนี่ย...แต่....



“อื้ม~~” ผมพยายามผลักมันออก แต่ไอ้บ้านั่น ทรุดตัวลงนั่ง ทิ้งไดร์ แล้วเอามือสองข้างของมันมารวบตัวผมเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ให้ผมนั่งอ้าขาคร่อมตักมัน ในขณะที่อกผมกับอกมันเบียดกันจนไม่มีที่ว่าง



...ไวจริงนะมึง!!... เมื่อกี้กูยังนั่งบนเตียงดีๆ ตอนนี้มานั่งบนตัวมึงแล้วเนี่ย!!!...



“คาซึยะ....” มันถอนจูบออกมาเรียกเสียงแผ่วๆอยู่กับริมฝีปากผม ก่อนจะจูบลงมาอีก มือมันไล้ไปตามแผ่นหลัง ทุกที่ที่มันลูบผ่านทิ้งไอร้อนๆไว้ให้ผมสะดุ้งวาบ จนเผลอเบียดตัวเองเข้าหา ยิ่งจินจูบผมมากเท่าไหร่ บดปากมันลงมามากเท่าไหร่ ผมกลับยิ่งรู้สึกว่ามันไม่พอ



...ไม่พอ...จนกระทั่งต้องเผยอปากตัวเองออกจากกัน แล้วปล่อยให้มันส่งลิ้นนุ่มๆเข้ามาภายใน...



“อ๊ะ....” ผมรู้ รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดกับผมเอง และเกิดกับร่างกายมัน จินกำลังร้อน บางสิ่งบางอย่างที่ผมนั่งทับอยู่มันบอกผมแบบนั้น



“คาซึยะ...” มันเรียกผมอีก เสียงมันทรมาน ผมเองก็ทรมาน รู้ว่าเราทั้งคู่ยังเด็ก แต่อารมณ์อยากรู้อยากลองของเด็กก็ทำให้อะไรหลายอย่างเกินเลยได้ไม่ยาก มือไอ้จินลูบไล้อยู่ที่ขอบกางเกงนอนของผม ในขณะที่มือผมวางทาบอยู่บนหน้าอกมัน แผงอกแข็งๆทำให้รู้สึกอยากจะลูบไปเรื่อย หัวใจมันเต้นแรงจนสะท้อนอยู่ใต้ฝ่ามือ



ผมมองมัน มันก็มองผม เรามองกันอยู่ชั่วครู่ ไอ้จินก็เหมือนจะทนไม่ไหวก้มลงมาจูบผมอีก คราวนี้ไม่หนักหน่วงเหมือนเมื่อครู่ ทว่ามันรุนแรง เร่าร้อน และเรียกร้อง จูบของมัน ลิ้นของมันกำลังทำให้ผมเตลิด ฝ่ามือมันที่ลากไล้ผ่านขอบกางเกงนอนลงมาคลึงที่สะโพก ทำเอาหัวสมองมึนตึ้บ ผมหลับตาลง เพ่งประสาททั้งหมดไปกับการสัมผัสของมัน



ลิ้นมันเกี่ยวลิ้นผมไว้ เราสองคนรุกไล่กันด้วยปลายลิ้น มันหวาบวาม จนต้องบิดริมฝีปากเข้าหากันไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ผมกดสะโพกลงกับหน้าตักมันมากขึ้นจนได้ยินเสียงครางเครือบางเบา



“คาซึยะ....” มันเรียกผมอีก เมื่อถอนริมฝีปากออกมาจูบละไปตามซอกคอ มือมันลากวนไปมากับก้นผม



ผมได้ยินเสียงหอบหายใจของมันดังอยู่ใกล้หู เมื่อจินเปลี่ยนที่จากซอกคอมาติ่งหู มันขบหูผมเบาๆ แล้วกระซิบ



“ฉันรักคาซึยะ...”



...อ่า....ไอ้บ้า พูดมาได้...



มือมันหลุดออกมาจากกางเกงนอนผม เลื่อนขึ้นมาลูบหลังแทน มันลูบหลังผมไปเรื่อย ในขณะที่เราสองคนนั่งกอดกันจนลมหายใจเริ่มกลายเป็นปกติ



...รู้กันโดยไม่ต้องพูด เราสองคนต่างพร้อมใจกันหยุดทุกอย่าง...หยุด ก่อนที่จะหยุดไม่ได้ หยุด ก่อนที่จะหยุดไม่ไหว...



“นอนเถอะ...” ไอ้จินมันผละออกมาพูด ผมก็พยักหน้ารับไปตามเรื่อง ใครจะกล้าพูดว่า



…ไม่เอา...ไม่นอน....เรามาทำแบบเมื่อกี้กันต่อเถอะ....


...บ้าดิ!!...ยางอายผมมีนะครับ!!!...




“ยังนอนไม่ได้...” เสียงหนึ่งดังขึ้นให้ผมและไอ้จินต้องหันควับไปมองตามเสียง



…O.O ไอ้ยูกับเรียวจัง!!!!!~....เฮ้ย!!~ มาได้ไงวะเนี่ย!!!!!!....




“พวกมึงดีกันเสร็จปุ๊บ จะกระโดดขึ้นเตียงปั๊บ แล้วให้กูกับไอ้เรียวยืนตาค้าง ทำหน้างงอย่างงี้ทั้งคืนรึไง”



“งงไร...แล้วมึงเข้ามาได้ไงเนี่ย!!...”



“อ้าว....ก็งงว่า...มึงกะพ่อมึงอยู่ดีๆทำไมถึงจูบกัน...แล้วที่กูเข้ามาได้เนี่ยนะ เพราะว่ากูเป็นลูกชายเจ้าของเรียวกัง....ห้องที่มึงอยู่ก็เป็นห้องของกู เพราะงั้นกูมีสิทธิ์”



“แล้วความเป็นส่วนตัวของกูล่ะวะ!!!” ... เลือดเสรีภาพประชาธิปไตยมันพุ่งครับ ....




“เอ้า!! มึงเรียนรัฐศาสตร์มา กูถามคำนึงว่าหลักของเผด็จการคอมมิวนิสต์ ทุกอย่างเป็นของรัฐถูกมั้ยมึง....แล้วในเมื่อว่าเรียวกังนี้ ใช้หลักการปกครองของเผด็จการคอมมิวนิสต์ เพราะฉะนั้น ความเป็นส่วนตัวในห้องส่วนตัวของมึงถึงไม่มีไง....”



..ไอ้จอมแถ!!!!!!!...




“งั้นเวลามึงเข้าห้องน้ำ กูจะเข้าไปนั่งดูมึง!!!” ไอ้ยูยักไหล่ไม่ใส่ใจแล้วย้อน



“ตามสบาย....หน้ามึง ก็ไม่ต่างจากยาถ่ายเท่าไหร่ ...ดี...กูจะได้ท้องไม่ผูก...”



“พอพอ....เลิกพูดเรื่องอื่น มาพูดเรื่องมึงและพ่อมึง...สรุปว่าคืนดีกันแล้วใช่มั้ย...” ไอ้ยูมันพูดต่อ แล้วกระโดดขึ้นมานั่งบนเตียงด้วย สีหน้ามันงี้ยิ้มแย้มปิดไม่มิดเชียวล่ะ



“เออ! ยุ่งกับเรื่องพวกกูจริง” ผมตอบมัน พยายามจะขยับลงจากตักไอ้จิน แบบไม่ให้เจ้าของตักรู้ แต่ดูเหมือนมันจะรู้หัวรู้หางผมไปหมด มือมันเลยเกาะหนึบอยู่กับเอวผมไม่ปล่อย



“แล้ว...ขั้นต่อไปเนี่ย จะใช้ถุงก๊อบแก๊บป่ะ...นี่ๆ กูไปขอถุงขยะมาให้พวกมึงด้วยนะ” แล้วมันก็ชูถุงขยะสีดำในมือขั้นมาอวด



...เวรกรรม กรรมเวร...ไอ้ยูมันลงทุนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย.... =.=



“มึงเก็บไว้ใช้เองเหอะ...ไปไป กูจะนอนแล้ว กูง่วง” ผมรีบไล่ จะว่าไงล่ะ ก็อายอ่ะดิ ไอ้ยูไม่เท่าไหร่ แต่เรียวจังที่ยืนพิงกำแพงมองผมยิ้มๆนี่หมายความว่ายังไง... อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก~~~!!!!....




“ ...วันวันไม่ทำอะไรเลยนะ มึงเนี่ย! ไม่กินก็นอน ไม่ง่วงก็หิว ชีวิตมึงทำแค่นี้อ่ะดิ ถึงได้โง่ตลอดศก...นี่ๆ...กูมีเรื่องผีจะเล่าให้มึงฟัง สนใจป่ะ”



O.O เรื่องผีเหรอ...เฮ้ย!! น่าสนอ่ะ....



“ไม่เอาคาเมะ...ฟังแล้วเดี๋ยวก็มานอนไม่หลับ” ทุกที =.= ...อาคานิชิ จิน... ขัดกูไม่มีใครเกิน...



“นอนไม่หลับ คุณพ่อก็กล่อมสิครับ...อ๊ะ! ถ้าจะกล่อมด้วยนิทาน ไม่ต้องมาแจ้งกู แต่ถ้าจะกล่อมด้วย ‘กิจกรรมออกกำลังกายใต้ผ้าห่ม’ อันนี้ต้องแจ้งกู...เพราะกูต้องไปแสตนด์บายกับช่างซ่อมเตียงเอาไว้ก่อน...”



…ไอ้นี่ก็ตลอด....เรื่อง สิบแง่ สามสิบแปดง่าม นี่มึงคงจะบรรลุหลักสูตรรอรับปริญญาแล้วสินะ....




“มึงสนป่ะไอ้คาเมะ...แถวนี้นะมึง เรื่องผีๆเนี่ย อย่าให้พูด....สุดขีดอ่ะ!!”



...แหม....มาโฆษณาอย่างงี้กูยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่...



“เฮ้ย! ไอ้เรียว ปิดไฟดิมึง...ไม่ต้องมองกู!!~...กูไม่ได้จะปล้ำใคร!! กูจะเล่าเรื่องผีเว้ย!!”



“เฮ้ย! กูยังไม่ตกลงเลยนะ...” ผมรีบบอกไอ้ยู คราวนี้มันหันมามองหน้า แล้วถอนหายใจยาว



“มึงนี่....กระทั่งจะฟังเรื่องผี มึงยังต้องใช้สมองประมวลความอยากไม่อยาก ออกมาเป็นการตอบตกลงกูด้วยเหรอวะ!! กูจะบอกอะไรให้นะ สมองมึงอ่ะ....ช่วยใช้กับอะไรที่มันมีประโยชน์กว่านี้หน่อยได้มั้ย!!...เรื่องที่มันควรใช้สมองล่ะมึงทำเนียนโง่ตลอดกาล!! มึงจะเก็บไว้ทำไมห๊ะ สมองมึงอ่ะ!!~ เก็บไว้บูชารึไง!! อย่าให้กูต้องมานั่งสอนมึงตอนนี้ อารมณ์กูกำลังอยากเล่าเรื่องผี ไม่ใช่มานั่งสวดมึงให้ระลึกถึงการใช้สมอง!!!”



...สุดท้ายมึงก็ยังด่าว่ากูโง่อยู่ดีใช่มะ!!!...



“ไอ้เรียว...กูบอกให้มึงปิดไฟไง!!...วะ!!!...นี่สรุปแล้วในห้องนี้มีกูคนเดียวที่เป็นคนเต็มคนใช่มั้ย ... ไอ้คาเมะก็โง่สมควรแก่การประกวด ‘โง๊ โง่ อวอร์ด’ ส่วนมึงก็หูตึง...แล้วนี่...ไอ้จิน...มึงเป็นอะไรห๊ะ!! หัดดูตัวลูกมึงซะมั่ง มันไม่ได้อายุสามขวบนะเว้ยจะมานั่งตักพ่ออ่ะ! ระวังเหอะมึง ให้ไอ้โง่มานั่งทับตัก งวงช้างมึงจะเหี่ยว...บอกไว้ก่อน!! กูช่วยอะไรไม่ได้นะเว้ย!!!”



...ยู...กว่ามึงจะได้ฤกษ์เล่าเรื่องผีเนี่ย มันจะเช้าก่อนมั้ยวะ!....มึงบ่นเยอะเหลือเกิ๊น~!!!!.... =.=



-*-*-*-**-***-*-*-*-



....แล้วทีนี้ทำไง.... ก็ซวยดิ!!!....




“กอดหน่อยดิจิน....” ผมขยับตัวเข้าหาไอ้เจ้าของเตียง ไอ้จินคงกำลังจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ผมก็เกรงใจมันอยู่ ที่มาขยับยุกยิกแบบนี้ แถมนี่ก็เตียงมันอีกต่างหาก เกิดมันไล่ให้กลับไปนอนเตียงตัวเองล่ะก็ ผมกลัวจนขาดใจตายแน่ แต่จะไม่ขยับเข้าไปหามันก็ไม่ได้ ข้างหลังมันโล่งๆ ว่างๆ





...กลัวอ่ะ... ToT…




“หื้อ~! ยังไม่นอนอีกเหรอคาเมะ...” ไอ้จินมันพูดงัวเงีย มือมันขยับมาวางพาดบนเอวผม




...อ่า...กูบอกให้มึงกอดกู...ไม่ได้ให้มึงก่ายแขน... Y.Y



“นอนไม่หลับอ่ะ...ทำไงดี...” ผมถามมันเสียงสั่น อุตส่าห์เปิดไฟหัวเตียง แต่ปรากฏว่ามันสว่างสลัวได้น่ากลัวจับจิต ผมจะขอเปิดไฟทั้งห้อง ก็กลัวไอ้จินลุกขึ้นมาเตะ สุดท้ายเลยยอมปิดไฟมืดตึ้ดตือ แล้วมานอนข่มตา หลับไม่ลงอย่างนี้แหล่ะ



“นี่มันคืนที่สามแล้วนะ”



ใช่ครับ นับตั้งแต่ไอ้ยูเล่าเรื่องผีเฮี้ยนในโรงแรมร้างนั่นก็ปาเข้าไปสามวันสามคืนแล้ว แต่ผมก็ยังข่มตาหลับไม่ค่อยจะได้ กว่าจะหลับได้ก็เกือบเช้าทุกที ตาผมจะกลายเป็นหมีแพนด้าอยู่แล้วเนี่ย




“บอกแล้วว่าอย่าฟัง อย่าฟัง ก็ไม่เชื่อ” ....ยังมาบ่นกูอีก T.T....



“ก็ตอนนั้นมันอยากฟัง...” ผมเถียงเสียงอ่อย แต่ไอ้จินเงียบไปแล้ว... ฮือ~!!~ นี่มึงหลับ แล้วทิ้งกูไว้คนเดียวจริงอ่ะ!!!...



“จิน...อย่าเพิ่งหลับดิ” ผมหันกลับไปซุกอกมัน ...ฮือ~!!! กูร้องไห้จริงๆนะเนี่ย...



“รู้แล้วๆ...นั่งดูโทรทัศน์มั้ยล่ะ...” ไอ้จินมันผงกหัวขึ้นมาถามตาแทบปิด



“มะ...ไม่เอาก็ได้...แต่แกกอดฉันดิ...” ผมเกรงใจมัน...เอ่อ...นิดหน่อย....คือ ก็สงสารมันอยู่ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก ไม่ใช่ว่าพวกผมจะลุกมาช่วยทำงานอะไรหรอกนะครับ ถึงยูจะบอกว่าจะใช้งานเยี่ยงทาส แต่เอาเข้าจริง มันก็ให้พวกผมเดินร่อนไปร่อนมาซะงั้นล่ะ แต่ยังไงก็ต้องตื่นแต่เช้า มาอาศัยบ้านเขาอยู่ จะนอนสายโด่งได้ไงล่ะ



“เอ้า! ถ้างั้นก็นอนได้แล้ว” มันว่าอย่างนั้น แล้วโอบผมเข้าไปกอด เฮ้อ...นอนกอดกันอย่างงี้ล่ะค่อยยังชั่ว อย่างน้อยก็อุ่นใจล่ะว่าไม่ได้นอนคนเดียว



‘แต่มึง....ผีตัวนี้นะ มันโคตรเฮี้ยนล่ะ ถึงมึงจะอยู่กันหลายคน แต่เวลานอน มันจะเข้าไปในฝัน แล้วจัดการทีละคน ทีละคน ทีนี้นะมึง ...หลับไปแล้วจะไม่ตื่นอีกเลย...’




...อ๊ะ!!! นี่กูคิดถึงเรื่องที่ไอ้ยูเล่าทำไมเนี่ย!!!!...



“จิน...” ถ้าผมหลับแล้วฝันเห็นผีจะทำยังไงอ่ะ Y.Y....



“หื้อ ว่าไง...” มึงอย่าเพิ่งหลับเด๊~!!! จะตัดช่องน้อยแต่พอตัวแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย~!!!...



“ถ้าผีมาเข้าฝันอ่ะ...”



“คิดถึงฉันเข้าไว้ ถ้าแกฝันเห็นผี ฉันจะเข้าไปช่วยแกในฝันเอง...” ไอ้บ้า~!!!~ มึงอย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้ได้มั้ย!!!!



“จิน....จิน....จิน....มึงอย่าเพิ่งทิ้งกูดิ~~~” แล้วไอ้จินก็หลับไปแล้วเรียบร้อย...อ้ากกกกกกกกก~!!!!!...


-*-*-*-*-**--**-*-*-



“อรุณสวัสดิ์พวกมึง~~...เฮ้ย!! ทำไมมึงตาคล้ำทั้งพ่อทั้งลูกเลยวะ...เมื่อคืนเล่นเป่าถุงก๊อบแก๊บกันรึไง” ตื่นเช้าขึ้นมา ไอ้ยูก็ปากมอมต้อนรับแสงอาทิตย์แรกของวันอย่างที่ทุกท่านได้ยินนั่นล่ะครับ



“ก็เรื่องผีมึงอ่ะแหล่ะ!!~ ทำกูนอนไม่หลับมาสามคืนแล้วเนี่ย!!” ผมบ่นใส่ ความง่วงทำให้เริ่มหงุดหงิด หันไปมองบิดาบังเกิดเกล้าที่ยืนคล้อยหลังไปหน่อย ก็เห็นว่ามันตาคล้ำจริงอย่างที่ไอ้ยูว่า



...เอ?...เมื่อคืนพ่อหลับก่อนกูไม่ใช่เรอะ...



“อันนั้นกูรู้ หน้าอย่างมึงจะนอนไม่หลับเพราะเรื่องอะไร้~~...ถ้าไม่ใช่เรื่องผี...แล้วมึงล่ะครับ คุณพ่อ...ตาคล้ำเพราะนอนไม่หลับรึเปล่า...”




“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู....” เยี่ยมมากพ่อ!!!...เอาให้ไอ้ยูเลิกแส่ไปเลย~!!!...




“เออๆ...กูไม่ยุ่งก็ได้...ไป ไป ไปกินข้าวเช้า...กว่าจะรอพวกมึงเสด็จออกจากห้องกันได้เนี่ย กระเพาะกูเอาลำไส้ขึ้นมาย่อยแทนไปแล้ว...”



...บ่นฉิบ...



“วันนี้มีไรกินวะ...” ผมหันไปถามมัน นึกไม่ค่อยอยากอาหารยังไงไม่รู้ มันนอนไม่พอแล้วชักอยากอ้วกอ่ะ



ไอ้ยูหันมาจิกตาใส่ ...นี่มึงจะด่าอะไรกูอีกล่ะเนี่ย...



“คาเมะ... ตามึงอ่ะ มีไว้แปะอยู่ใต้คิ้วอย่างเดียวใช่มั้ย...มึงจะถามทำไมห๊ะ ว่าวันนี้กินอะไร มันจะง่ายกว่ามั้ยถ้ามึงจะย้ายเท้ามึงไปตามทาง เดินไปจนถึงโต๊ะกินข้าว แล้วมึงก็ชะโงกหน้าไปดูที่โต๊ะว่ามันมีอะไรให้มึงกิน...”



ผมจิ๊ใส่ไอ้คนพูดมาก หันไปดึงชายเสื้อไอ้จินเป็นการฟ้องกลายๆ



“ยู...มึงจะว่าลูกกูอีกนานมั้ย” ...ได้ผล~!! มีพ่อเอาไว้ปกป้องมันดีอย่างงี้นี่เอง... ^^



ไอ้ยูมันทำหน้าตกใจ ยกมือขึ้นทาบอก แล้วหันไปมองหน้าเรียวจัง



“โอ้!! คุณพระ!!!...เรียว มึงพอจะจำได้มั้ยว่าเมื่อวานนู้น~ไอ้หมาตัวไหนที่มันขับรถกลับบ้านแบบลืมวิญญาณ แล้วมึงพอจะจำได้เปล่า ว่ามีไอ้หน้าปลาจวดบางตัวมันทะเล่อทะล่าวิ่งลงจากรถไปยืนเอ๋ออยู่กลางเมืองเพราะหลงทาง...เอ๊ะๆ! เรียว มึงบอกกูหน่อยสิ...ว่าทั้งหมากับปลาจวดสองตัวนั่น คือไอ้พ่อลูกคู่นี้ที่มันกำลังเลิฟๆกันอยู่เปล่าวะ....”




“ใช่....” ไม่ใช่เรียวจังตอบ แต่ผมเองแหล่ะ...



“เฮ้ย~...คาเมะ...มึงเป็น ‘สตรี’ ภาษาอะไรวะ!! มายืนยืดอกรับคำว่าตัวเองกำลัง เลิฟๆ กับผู้ชายเนี่ยนะ!!”



ผมรู้ว่าไม่ใช่แค่ไอ้ยูหรอกที่อึ้ง แม้กระทั่งเรียวจังก็ยังมองผมด้วยตาที่โตกว่าเดิมเล็กน้อย ส่วนไอ้จิน เอ่อ...ผมไม่กล้าหันไปมองหรอก...เขินอ่ะ...



“ผู้ชายที่ไหน...นี่พ่อกู....” ผมเบี่ยงประเด็น ทำเอาไอ้ยูพ่นลมหายใจ แล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวผม



“...เขาเริ่มงอกแล้วมึง...ไอ้คาเมะ....มึงใจเย็นๆนะ...มึงใกล้จะได้เลิกเป็นคนแล้วล่ะ...นะ!...ฉลาดเหลือเกินนะมึง!!...พ่อกับลูกอะไรของมึง ห๊ะ!! จูบกันเป็นว่าเล่นเลย~! แล้วเมื่อคืนนั้นก็เกือบจะเกิดหนังสดแล้วด้วย!! กูเห็นนะเว้ย!~ ไอ้จินล้วงมือเข้าไปในกางเกงมึง!!”



O.O เฮ้ย!!! นี่มึงเห็นมากขนาดนั้นเลยเหรอวะ!!!!...



“ยู...ถ้ามึงไม่หยุดพูด กูกล้าพูดได้ว่า ผีเฮี้ยนในโรงแรมร้าง จะกลายเป็นวิญญาณมึงในโถงทางเดิน...”



แหม...มีพ่อมาคุ้มกะลาหัวมันก็ดีอย่างงี้นี่เอง... >.<



“เออๆ...ใช่สิ...ตอนนี้มึงพ่อลูกดีกันนี่นะ...กูมันก็กลายเป็นส่วนเกินไปแล้ว...ไปเหอะวะ เรียว... พวกเรามันหนุ่มโสด...” ไอ้ยูมันหันไปกอดคอเรียวจัง แต่...เหอะ! เรียวจังปัดแขนมันออกอย่างไม่ใยดี



“มีแต่แกคนเดียวเท่านั้นแหล่ะยู...ที่ยังโสดน่ะ…ไม่รู้ตัวเลยรึไง ในโลกนี้ถ้าจะมีใครสักคนที่โสด ก็มีแต่แกนั่นล่ะ...” โฮะ โฮะ โฮะ....ไอ้ยูถูกทิ้งครับท่านผู้ชม!!!...



เรียวจังเดินนำจากไป ตามมาด้วยผมและพ่อ ผมเลยควงแขนไอ้จินเย้ยซะเลย~



...เชิญมึงเสวยสุขกับการอยู่คนเดียวต่อไปละกัน....นากามารุ ยูอิจิ...!!!!!!!!



-*-*-*-**-*-*-*-*-



อาหารเช้าวันนั้นเป็นวันที่ไอ้ยูเงียบปากที่สุด เท่าที่ผมเคยเกิดมาร่วมโต๊ะกินข้าวกับมัน แถมมันกินไป ทำหน้าเศร้าไปจนแม่มันต้องถาม



“เป็นอะไรรึเปล่ายู...” ไอ้ยูมองหน้าพวกผม แล้วหันไปมองแม่มัน ก่อนจะพูดปัดๆว่า



“เดี๋ยวคุยกันนอกรอบแม่ แม่คัดลูกสาวเพื่อนแม่ ... เอาสวยๆเลยนะ... ผมจะแต่งงาน...”



...น่าอนาถจริงมึง =.= ไม่มีใครเอาถึงขนาดต้องพึ่งแม่หาคู่ให้...ไอ้จมูกโตเอ้ย!!!



“กูจะโสดให้มันรู้ไปสิ”...เอ้า! มึงยังกล้ามีหน้ามาเย้ยหยันโชคชะตา…เชิญครับ เชิญ... ^^



พวกผมกินข้าวกันเสร็จ ก็อาสาออกมาเฝ้าเคาท์เตอร์ด้านหน้าให้ จะให้พวกเราเอาแต่ กิน นอน เที่ยว อย่างงี้ก็ไม่ไหวหรอกครับ มาอาศัยบ้านเขาเราก็ต้องช่วยกันทำงาน แล้ว...มันก็เลยเกิดเรื่องขึ้นจนได้สินะ....



“ยูอิจิซังครับ โยชิคาวะซังขอยานวดขาครับ”



เด็กลูกจ้างวิ่งมาแจ้งไอ้ยู ไอ้เวรนี่ก็ทำหน้าบาน จมูกบาน ปากบาน หันมาอวดพวกผมใหญ่ ที่มีคนเรียกมันอย่างยกย่องต่อท้ายชื่อว่า ‘ซัง’



แต่ผมน่ะเหรอ...เหอะ...ไม่มีแรงบานไปกับมันหรอกครับ ก็ชื่อ ‘โยชิคาวะซัง’ มันคุ้นหูโคตรเลยนี่นา...




“อ้อ...ถ้ารายนี้ขอยานวด ต้องนี่เลย...แถมคนนวดหน้าตาดี กีฬาเลิศ หัวสมองระดับเทพ แต่เสียดายเป็นเกย์ควีน....เชิญครับไอ้คุณจิน...หน้าที่มึง เอาเลย...”



ไอ้ยูมันว่าอย่างนั้น ทำเอาผมต้องรีบดึงเสื้อไอ้จินไว้ทันที ก่อนจะหันไปทำตาดุใส่ไอ้ยู



...อ้อ...โยชิคาวะซังอะไรนี่ก็คงเป็นยัยคุณเรนะ ที่อยากจะมาเป็นแม่ผมใจจะขาดใช่มะ!!!....



...แต่แหม...ยู...มึงนี่ ‘ว้อนท์’ จะหาแม่ให้กูเหลือเกินนะ...ปล่อยไอ้จินไป พ่อกูก็ถูกงาบอ่ะดิ!!...



“เดี๋ยวกู....เอ้ย....ฉันไปเอง...” ผมบอกไอ้จิน แล้วเดินไปเปิดตู้ด้านหลังหยิบขวดยาออกมา



ครับ ^^...ระดับ ท่านคาเมะแล้ว ระดับเด็กเรียนรัฐศาสตร์แล้ว ผมออกจะชื่นชอบหลักการปกครองของฮัมบูราบีอยู่ไม่น้อย เพราะนั่นคือการปกครองแบบหลัก ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’...




...ในเมื่อคุณท่านเรนะอยากได้พ่อผมไป ก็ต้องแถมลูกชายจอมซ่าฤทธิ์มากอย่างผมไปด้วย...



...ปวดขาใช่มั้ย ขาพลิกใช่มั้ย...ได้เจ๊....เดี๋ยวคาเมะจัดให้ แต่ก่อนจะถึงห้องเจ๊ ขอคาเมะแวะห้องครัวก่อนนะ จะเอาน้ำมันติดไปนวดขาให้เจ๊ด้วย....



...แน่นอนครับ ถ้าขอน้ำมันพืชใหม่ๆ มันจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้น ต้องขอน้ำมันที่ผ่านการใช้มาแล้ว และกำลังจะถูกกำจัดออกจากห้องครัว...



ผมเดินฮัมเพลงมีความสุข มาเคาะประตูห้อง เรนะซังด้วยรอยยิ้มเบิกบาน รายนั้นก็ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มหวานเจี๊ยบเหมือนกัน แต่พอเห็นว่าเป็นผมก็รีบชักสีหน้าทันที



“จินซังล่ะ!!!” ...โฮย...เรียก ‘จิน’ เลยนะ!! นั่นพ่อกูนะเว้ย!!~ ให้เกียรติกันมั่ง!!!....



“บอกว่าเดี๋ยวตามมา ให้ผมมาดูแลคุณก่อน...แต่ อ๊ะๆ อย่าไล่ให้ผมยืนรอนอกห้องจนกว่าจินจะมานะครับ ผมกับจินน่ะรู้จักกันมานาน ถ้าจินเห็นผมยืนรอตรงนี้ เขาต้องคิดแน่ๆว่านวดเท้าให้คุณเสร็จแล้ว...เพราะฉะนั้น....” ผมรีบดักทางไว้ก่อน แม่สาวนั่นก็รีบโวยทันที


“รู้แล้วๆ!! เข้ามาสิ พูดมากจริง...แล้วนั่นถ้วยอะไร”




“ลูกค้าห้องอื่นขอน่ะครับ” ผมตอบเบี่ยงไปอีกแบบ ไม่ยอมบอกว่าเป็นน้ำอะไร แม่หล่อนก็ไม่ได้คิดจะสนใจนักหรอกครับ เดินเชิดนำเข้าห้องไปทรุดตัวลงนั่งบนเบาะนุ่มรองพื้น



...ดูจากท่าเดินหล่อนแล้ว ก็ไม่เห็นจะปวด จะเคล็ดตรงไหนเลยนี่หว่า....



ผมมองแล้วถอนหายใจด้วยความปลงสังเวชกับผู้หญิงประเภทนี้ ก้าวขาตามเข้าไป กะว่าตอนนวดจะแอบเอาน้ำมันทอดหมูราดผสมลงไปด้วยให้หล่อนเหนียวๆ หนืดๆ ลื่นๆเล่น หล่อนจะได้ชุ่มช่ำไปทั้งขา...แต่ว่า....



“เฮ้ย!!!!!....” ปลายเท้าผมไปเกี่ยวอะไรสักอย่างให้สะดุดพรืด หลอดยายังอยู่ในมือไม่กระเด็นกระดอน แต่น้ำมันในถ้วยนี่สิครับ กระฉอกรดหัวคนที่นั่งอยู่บนเบาะตรงหน้าแล้วเรียบร้อย



...ซะ....ซะ....ซวยล่ะสิกู.... O.O




“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด~!!!!!!!!!!!!!!!!” ....อ่า....หูแตกกันเลยทีเดียว =.=...




-*-**-*-*-*-*-*-



“นังเด็กนั่นมันจงใจ!!!” สภาพ โยชิคาวะ เรนะซังตอนนี้เป็นอย่างไร อย่าให้พูดเลยจะดีกว่าครับ เพราะมันเป็นภาพที่...เอ่อ....หาดูได้ยากภาพนึง....อ่า.....ผมควรถ่ายรูปหัวเยิ้มๆ เลอะๆ หนืดๆไปด้วยน้ำมันของหล่อน แล้วส่งเข้าประกวดของแปลกดีมั้ยนะ....




“ใจเย็นๆก่อนนะคะ ถ้ายังไงโยชิคาวะซังไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีกว่า” คุณแม่ไอ้ยูเป็นคนไกล่เกลี่ย ส่วนผมน่ะ ถูกดึงไปยืนข้างหลังเรียวจังแล้วเรียบร้อย




ครับ....เพราะเสียงกรี๊ดแปดล้านหลอดของเรนะซัง ก็เลยเรียกทุกสิ่งมีชีวิตและมีสติให้วิ่งหน้าเริ่ดกันเข้ามาดูความเป็นไป...ไม่เว้นแม้แต่พ่อผมที่ยืนจ้องผมตาดุอยู่มุมห้องด้วยครับ...



...แฮ่ม....ขอกระดึ้บไปหลบหลังเรียวจังอีกนิดดีกว่า...เรียวจัง บังให้มิดเลยนะ!!!!....



“นากามารุซังต้องจัดการให้ดิฉันนะคะ!!! เรนะไม่ยอมนะ!!~ ลูกจ้างคนนี้!!! มารยาทแบบนี้!!!ต้องไล่ออกสถานเดียวค่ะ!!”



.....โว โว....ยัยนี่เข้าใจผิดเป็นตุเป็นตะเลยแหะ... แถมหันไปฟ้องพ่อกูอีกต่างหาก...พอแล้วเจ๊...แค่นี้พ่อก็จะดุผมแล้ว...ไม่ต้องช่วยเพิ่มอีกหลายกระทงหรอก เดี๋ยวชีวิตไอ้คาเมะคนนี้จะไม่รอดซะเปล่าๆ....




“โยชิคาวะซังไปล้างตัวนะคะ”



แม่ไอ้ยูยังย้ำคำเดิม ผมรู้ครับว่าแม่ไอ้ยูไม่ได้มองพวกผมเป็นลูกจ้าง ไม่ได้มองว่าเป็นผู้อาศัยด้วยซ้ำ แม่ไอ้ยูเป็นคนน่ารักแถมใจดี ...ซึ่งไอ้ยูไม่ได้รับนิสัยแบบนี้มาเลยแม้แต่นิดเดียวครับ... =.=…




“จินซังช่วยเรนะล้างหน่อยได้มั้ยคะ น้ำอะไรก็ไม่รู้ เหนี้ยว~ เหนียว”



...อ้าว....พูดงี้หมายความว่าไง!!! พ่อกูยังไม่เคยล้างตัวให้กูเลยนะ!!!...




“น้ำมันที่ใช้ทอดหมูแล้วน่ะครับ” ผมเสนอตัวตอบคำถามเจ้าหล่อนให้ด้วยความหวังดี...หวังดีจริงๆนะ ดูตาผมสิ ใสซื่อไร้เดียงสาขนาดนี้ ไม่โกหกหรอกครับ...ฮ่า ฮ่า....



“อี๋~!! สกปรกที่สุดเลยค่ะ จินซัง!!!...เรนะคงเหม็นไปทั้งตัวแล้วแน่ๆเลย ดมสิคะ!!”



“ท่าทางจะเหม็นมากทีเดียวล่ะครับ” ผมก็ยังหวังดีช่วยตอบ (ซ้ำเติม) เข้าไปอีก...



“คาเมะ!” ไอ้คุณพ่อมันหันมาดุผมทันที ไอ้ยูก็เลยเอาด้วย หันมาจุ๊ปากใส่ผม แถมทำคิ้วขมวดเลียนแบบไอ้จิน



...แหม...ยู...ทีตอนกูพูดไม่เห็นมึงจะค้าน พอไอ้จินดุมาหน่อยล่ะทำเป็นเห็นดีเห็นงามด้วย...



“ยู...พาคาเมะกลับห้องไปก่อน คุณน้าครับ เดี๋ยวผมดูแลโยชิคาวะซังเอง” ไอ้จินทำตัวเป็นสุภาพบุรุษได้น่าเตะโดนใจลูกอย่างผมเหลือเกิน



....ดีจริง!!! ยัยผู้หญิงก็เสนอตัวจะมาเป็นแม่กู ส่วนไอ้พ่อกูก็โง่จะสนองอีก!!...



...อย่างนี้นี่เอง...ดีเอ็นเอสมองเม็ดถั่วเขียวนี่สงสัยถ่ายทอดมาจากพ่อผมแหงแซะ!!!...



“ดีเหมือนกันว่ะยู....ในห้องนี้มันเหม็นน้ำมันทอดหมูอ่ะ..เลี่ยนๆเนอะ....” ผมหันไปบอกไอ้ยูหน้ายิ้มแป้น แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องทันที ได้ยินเสียงเรียกชื่อดุๆดังตามหลังแว่วๆ



...แต่...




...ไม่สนหรอก!!! หน้าที่มึงคือหาแม่ให้กูไม่ใช่รึไง!!~ แล้วจะมาดุนั่นดุนี่กูทำไมเล่า!!!....



-*-*-*-*-**-



“เล่ามาซิคาเมะ!!~ ทำไมต้องถือถ้วยน้ำมันเข้าไปในห้องเรนะซัง!!” ไอ้จินกำลังองค์คุณพ่อลงเต็มสูตร หลังจากมันไปอาบน้ำ เช็ดตัว ปะแป้งให้ยัยเรนะซังแล้วเรียบร้อย



“ไม่เล่า...ถ้าถามดุๆก็ไม่เล่า...” ผมไม่กลัวมันหรอก!!...วันนี้กูมี ‘ไม้กันหมา’ เพียบเลย~ ทั้งไอ้ยู ทั้งเรียวจัง...ลัลล้า~~...



“ใจเย็นหน่าไอ้จิน...แล้วมึงอ่ะ...คาเมะ มึงก็เล่าดีๆ อย่ากวนส้น...มึงเอาน้ำมันเข้าไปในห้องยัย....เอ้ย...ห้องเรนะซังทำไม...” ไอ้ยูทำตัวเป็นกาวใจ ในขณะที่ผมนั่งบนเตียง หลบอยู่หลังเรียวจัง



“ก็...”



“เดี๋ยว! ก่อนมึงตอบ มึงช่วยเลิกเกาผ้าห่มเรียวกังกูด้วย...มึงจะเกาหาอะไรห๊ะ!! เลขหวยงวดนี้รึไง!!!...หรือมึงว่างมาก ถ้าว่างมากมึงก็ช่วยตอบให้พวกกูกระจ่าง ว่าเอาน้ำมันเข้าไปในห้องเรนะซังทำไม กูจะได้ไปทำอย่างอื่น ไม่ใช่มายืนเป็นไม้กันหมา...เอ้ย....ไม้กันพ่อมึงอยู่แบบนี้!!!”



ผมคว้าหมอนใกล้ตัวโยนปาหน้าไอ้ยูด้วยความเซ็งปนหงุดหงิด เพราะนอนไม่หลับมาหลายคืน แถมยังมาถูกมันบ่นอีก



“คาเมะ!!~ อย่าเล่น ตอบมา!!” ...ไอ้นี่ก็เผลอไม่ได้...ดุกูทุกเรื่องเลยนะพ่อ!!!!...



“ก็กูไม่อยากได้แม่” ปากตัวเองยื่นจนเหลือบตามองลงเห็นเลยล่ะ....อ่า นี่รึเปล่าที่ถูกพี่ๆล้อว่าไอ้ปากเป็ดน่ะ...



“ไม่เกี่ยวเลยว่ะ” ยู...มึงจะขัดกูหาพระแสงอะไรห๊ะ!! ฟังกูให้จบก่อนได้มั้ย...



“ก็ยัยนั่นอยากเสนอตัวให้มึง...เอ่อ...ให้ ‘จิน’...กูก็เลย...เอ้ย... ‘คาเมะ’ ไม่อยากได้แม่นี่นา...” ไม่พูดมึงกู ให้เรียกชื่อแทนตัวเองและแทนพ่อ นี่เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่เรียวจังสั่งเอาไว้ตอนเดินกลับมาที่ห้อง เรียวจังว่า เป็นการลดโทษหนักให้กลายเป็นเบาได้ในพริบตา



“แต่เรนะซังบอกว่าคาเมะตั้งใจ...” เรียวจังหันมาถาม ผมก็ส่ายหน้าทันที



“อันนั้นสะดุดล้มจริงๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะแค่เอาน้ำมันไปลูบขาเขาเฉยๆ ใครจะไปรู้ว่ามันจะสะดุดล่ะ ก็....เพราะเรียวกังไอ้ยูนั่นแหล่ะ!!! ทำฉันล้มอ่ะ”




“อ้าว!! โทษเรียวกังกูอีก!!! คนผิดมันใครห๊ะ!!~ ห้องนั้นน่ะมีคนเดินเข้าเดินออกมากี่ปีแล้วไม่เห็นจะมีใครสะดุดสักคน มีมึงนั่นแหล่ะสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรก...กูว่า ที่มึงสะดุดไม่ใช่เพราะพื้นห้องหรอก มึงสะดุดความโง่ของมึงรึเปล่า ในหัวมีเยอะนี่หว่า มันคงล้นออกมาให้มึงโง่ เดินสะดุดเล่น...”



...ช่วยกูนับหน่อยไอ้ยู มีกี่ ‘โง่’ แล้วที่หลุดออกมาจากประโยคมึง.... =.=




ห้องเงียบลงทันทีที่ไอ้ยูพูดจบ เงียบ จนได้ยินเสียงถอนหายใจของไอ้จิน



“...มันใช่เรื่องเหรอ...คาเมะ ถึงจะแค่คิดเอาน้ำมันไปทาขาเขา แต่ยังไงๆเขาก็ลูกค้า ถ้าหากเขาเอาไปพูดต่อว่าเรียวกังที่นี่ทำแบบนี้กับเขา...ชื่อเสียงของที่นี่จะเป็นยังไง “ พ่อผมพูดเสียงเรียบ แต่เครียด ให้ผมต้องอึ้ง





...อึ้งเพราะไม่ทันคิด อึ้งเพราะคิดไม่ถึง...นี่ผมกำลังทำให้บ้านไอ้ยูลำบากใช่มั้ย....ผมกำลังทำให้แม่มัน พี่มัน และตัวมันเดือดร้อน...





....นี่ผม....ทำไมผมถึงกลายเป็นคนที่มองไม่เห็นความลำบากของคนอื่นนะ...ทำไมถึงคิดแต่จะเล่นสนุก คิดแต่จะแก้แค้นที่เขามาแย่งไอ้จินไปอย่างเดียว...




ผมหันไปมองหน้าไอ้ยู มันยิ้มบางอย่างใจดี แล้วเดินเข้ามาลูบหัวผม



“ไม่ต้องคิดมากหรอกมึง...เดี๋ยวแม่กูจัดการได้...เชื่อดิ...แม่กูเก่งออก...”




“แต่ยังไงกูก็ผิด...” ผมได้แต่พูดเสียงแผ่ว...นี่ผมจะทำยังไงดี ถ้าหากยัยนั่นเอาเรื่องนี้ไปพูดเสียๆหายๆว่าเรียวกังนากามารุไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชื่อเสียงของที่นี่คง.....



“เออหน่า~....มึงจะคิดมากทำไมวะ...กูยังไม่คิดมากเลย....กูบอกว่าจัดการได้ก็จัดการได้ดิ”



“กูจะไปขอโทษแม่มึง...” ผมเงยหน้าบอกมัน ไอ้ยูมันนิ่ง แล้วถึงยอมพยักหน้าตกลง ผมก็รีบลุกขึ้นล่ะ ยังไงก็ต้องขอโทษเดี๋ยวนี้




“ดีแล้วคาเมะ...” เรียวจังสนับสนุนเต็มที่ ผมก็ได้แต่ยิ้มให้ แล้วพอหันไปมองไอ้จิน ก็ถึงได้เห็นว่ามันกำลังยิ้มบางๆ แล้วมองมาทางผม



...เอ่อ...สายตามัน....อย่างนี้สินะ ที่เขาเรียกว่าสายตาภาคภูมิใจ สายตาชื่นชม สายตาเอ็นดู...



…กูเป็นลูกที่มึงภูมิใจใช่มั้ย กูทำตัวเป็นลูกที่ดีรึเปล่า...



...มึงสบายใจใช่มั้ยจิน ที่มีลูกอย่างกู บอกหน่อยสิว่ามึงดีใจที่ได้ลูกแบบนี้ ลูกที่รู้ความ ลูกที่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร...



“ขอโทษแม่ไอ้ยูแล้ว...ก็ไปขอโทษเรนะซังด้วยนะ...” …ห๊ะ!!! พ่อกูว่าไงนะ!!!! O.O



“ทำหน้าแบบนั้นทำไม...บอกให้ไปขอโทษเรนะซังด้วย” ไอ้จินย้ำคำเดิม ผมที่กำลังตัวลอยเพราะสายตาภาคภูมิใจของมันเมื่อกี้ เลยเกิดเป็นอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาแทนที่




…หมายความว่าจะให้กูไปขอโทษยัยนั่น...ขอโทษผู้หญิงคนนั้น...





“ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”




...มึงกำลังทำตัวเป็นพ่อแบบที่กูไม่ภูมิใจซะแล้ว อาคานิชิ จิน!!!!!!!!!!...


TO BE CON
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 11




“ไหนบอกว่าไปกับไอ้ยูสองคน” ไอ้จินลากผมกลับเข้าห้องได้ ก็ปิดประตูลงกลอนทันที



....เอ?...อย่างงี้คล้ายๆสุภาษิตที่ว่า ปิดประตูตีแมวรึเปล่าว้า~~... =.=



“ก็ไปกันสองคนจริงๆ” ไม่เชื่อกู มึงจะไปถามจากบ่อน้ำ ถามสบู่ ถามฝักบัว...เอ้า!!~ กูให้มึงถามผ้าเช็ดตัวกูเลยก็ได้~!!...




“แล้วทำไมพี่ไอ้ยูถึงเห็น” ...ไม่คาเมะ...ก็แค่ไอ้จินทำเสียงดุ หน้าดุ ท่องไว้ๆ มันก็อายุเท่ากับกู...อย่าใจเสาะไป...




“มึงก็ไปถามคนเห็นดิ”



“คาเมะ!!~ ฉันถามแก ฉันต้องการคำตอบ!!~ บอกมา!!~ ทำไมพี่ไอ้ยูถึงเห็น!!”



มึงนี่ท่าทางพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง !!...พอกูบอกว่ากูไม่รู้ มึงก็ยังคาดคั้นให้ได้ พอกูบอกให้มึงไปถามคนเห็นเอง มึงก็ไม่เอา!!... สรุปแล้วมึงอยากได้แบบไหนห๊ะ!!...




“กูไม่รู้โว๊ย~!!~ มึงอย่ามาถามคำถามปัญญาอ่อนกับกูได้มั้ย!! กับแค่พี่ริวเห็นกูเปลือย มันจะสักเท่าไหร่ เขาเห็นกูเปลือย แล้วนมกูหายไปข้างรึไง!! ก็เปล่า!... เขาเห็นกูเปลือย แล้วสะดือกูหายไปจากพุงมั้ย!! ก็ไม่!! ... มึงจะมาชวนกูทะเลาะอะไรกับไอ้เรื่องแค่ว่าเขาเห็นกูโป๊วะ!!~ ห๊ะ!!~ มันใช่เรื่องของมึงรึไง!!”



“หมายความว่าจะไม่ให้เป็นห่วงใช่มั้ย!!” วะ!!~ เข้าใจยากอะไรอย่างงี้!!...นี่ถ้ากูได้รางวัลควายทองคำจากไอ้ยูละก็ กูจะบอกให้มันปั้นเผื่อมึงตัวนึง!!!...



“กูพูดสักคำรึยัง ว่ามึงไม่ต้องห่วง! กูบอกว่ามันจะมีอะไรนักหนา!! กับแค่กูถูกเขาเห็นก้น!! ห๊า!!!”



...เข้มแข็งไว้คาเมะ...อย่ากลัวมัน กูไม่ผิด! ใช่! อย่างนั้น! ข่มมัน เถียงมัน อย่าปล่อยให้มันดุฝ่ายเดียว...



“เห็นก้น!!! นี่สรุปว่าพี่ไอ้ยูเห็นก้นแกใช่มั้ย!!” ...โอ้ย!!~ ปวดกะโหลก!!~ อันนั้นกูสมมติ!!!~....ยูโว๊ย~!! ยู!!~ มึงปั้นควายทองคำเผื่อไอ้จินสองตัวเลยเอ้า!!~ ฉลองความโง่พ่อกูหน่อย!!!...



“มึงนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ...ถอยไป กูจะนอนแล้ว!! ง่วง!!” ...ใช่คาเมะ....ทำอย่างงั้น! ผลักมันออกไปเลย! มันก็เป็นแค่ พ่ออุปโลกน์ อย่าไปกลัวมัน...



...แต่....ผมว่าไอ้จินมันต้องเป็นแฟนคลับละครน้ำเน่าสักสิบเรื่อง ยี่สิบเรื่องแน่เลย... =.=



..เพราะพอผมผลักมัน มันก็ดันจับมือผมไว้ แล้วเหวี่ยงไปลงบนเตียงดัง ปุ้ก!


“โอ้ย!!~ เจ็บนะเว้ย!!” ถึงเตียงจะนุ่ม แต่โดนเหวี่ยงลงมาแรงๆมันก็จุกได้เหมือนกัน แถมนี่มันยังไม่เหวี่ยงอย่างเดียว เสือกตามขึ้นมานอนทับกูอีก!!



....ดี!!~ มึงนี่ไม่สำนึกเลยนะว่าน้ำหนักเท่าไหร่!!~ เกิดกระดูกกูหักไปมึงจะเอาที่ไหนมาชดใช้ห๊ะ!!!....




“ปล่อยกูเด๊~!!!” ผมชักรู้สึกว่ามันไม่เวิร์ค นอนทับกันอย่างงี้ ตรงนู้นตรงนี้ก็โดนกันไปหมด....ไม่เว้นแม้แต่งวงช้างของมัน และหนอนน้อยของผม....



...อ่า~!! ผมลามกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!~ ต้องเป็นเพราะไอ้เวรยูมันบ่มเพาะผมด้วยหนังโป๊ของมันแน่ๆเลย!!!!




“รู้มั้ยทำไมถึงเป็นห่วง” เสียงมันแข็งโป้ก ผมน่ะอยากหลบตามันใจจะขาด แต่หลบไม่ได้ ไม่รู้ทำไม สุดท้ายก็ได้แต่นอนถูกมันทับ จ้องตากับมันไปเรื่อยๆ ส่วนร่างกายผมน่ะเหรอ



...ถูกช้างทับทั้งตัวอย่างงี้ คุณคิดว่าถ้ามันลุกออกไปผมจะมีสภาพแบบไหนล่ะ....




...ถ้าให้ผมทายตัวเอง...อืม~~ ไม่เป็น ขนมปังแผ่นก็ กระดาษชัวร์ป้าบ~!!!...



“หนัก...” ผมบอกมันเสียงอ่อย ใช้สองมือผลักอกมันออกห่าง แต่ไอ้จินยังใช้ความเป็นพระเอกละครน้ำเน่าด้วยการจับมือผมสองข้าง รวบเอาไว้เหนือหัว



“เฮ้ย!! มึงจะทำอะไรวะ!!” ผมเป็นเด็กแก่แดดครับ บทรักในเอวีที่ไอ้ยูคะยั้นคะยอให้ดูตอนอยู่หอ ผมจำได้ว่ามีฉากอย่างงี้



...ไอ้ฉากจับมือรวบไว้เหนือหัว แล้วก็ก้มลงมาจูบ จากนั้นก็...อ้ากกกกกกกกกกก~!!!!...ขมขื่น!!!!!!!!!! O.O….



“รู้ตัวมั้ยคาเมะ...ว่าตัวแกนิ่มแค่ไหน” มือมันข้างนึงรวบข้อมือผมไว้ ส่วนอีกข้างส่งเข้ามาลูบต้นขาผม ผ่านทางชายกางเกงขาสั้น



...เฮ้ย!!!~ ...ไอ้จิน!!! มึงใจเย็นนะเว้ย~!!!!! มึงจะมาหื่นแตกตอนนี้ไม่ได้เข้าใจมั้ย!!!!!!!...



“กูขนเยอะจะตาย แถมแข็งด้วย ไม่นิ่มหรอก...มึงลูบไป ไม่คิดเหรอว่าเหมือนลิง” ผมบอกมัน พยายามปลอบมันให้อารมณ์หื่นลดต่ำลง แต่ฝ่ามือมันยังลูบขาผมอยู่ ลูบแล้วบีบ ลูบแล้วเค้น



...T.T กูกลัวนะโว๊ย~~!!! ...โอย~~~ ขนกูลุกวาบๆหมดแล้วเนี่ย!!!....




...อ๊ะ!! แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ... เฮ้ย!! รังเกียจ!!! กูรังเกียจ!!!~ กูขยะแขยงด้วย!!!~ มาก ๆๆ เลยล่ะ!!!!....



“แล้วตัวแกก็หอม” คราวนี้นอกจากมือ มันยังกดหน้ามันลงมาหอมแก้มผม ไล่ไปถึงติ่งหู แล้ววกลงมาที่ซอกคอกับไหล่



...จะอึ้ย~!! จิน!!!!~ กูขอ...มึงระงับความหื่นมึงหน่อยเด๊~!!!!...



“ไม่หอมหรอก! เมื่อกี้ตอนอาบน้ำ ลืมฟอกสบู่ด้วย ตอนเช็ดตัวเลยเอาแป้งโรยสะดืออย่างเดียว...ดูที่พุงดิ ยังขาวอยู่เลย แล้วหูก็ไม่ได้เช็ดมาตั้งหลายสัปดาห์แล้วด้วย สงสัยคงมันแผล่บ...”



...อนาถจิตตัวเอง =.=...ต้องมาพูดให้มันดูซกมกเข้าไว้....ไอ้จินมันได้หมดอารมณ์....



แล้วไอ้บ้านี่ก็ไม่รู้จะซุกจะไซ้อะไรนักหนา!!! เมื่อไหร่มึงจะเลิกสักทีห๊ะ!!!!...



....อื้อ~~ พอยังวะ จิน!! กูให้มึงไซ้ ไม่ใช่กูใจดี แต่กูไม่มีทางเลือกนะเว้ย~!!~ เดี๋ยวมึงก็ทำรอยอีกอ่ะ คราวที่แล้วก็รอยนึง ถ้านี่ทำอีก เดี๋ยวคนอื่นก็สังเกตเห็นพอดี



...แค่...กลัวคนอื่นเห็น...เฮ้ย!! ไม่ใช่ ไม่ใช่!!!...กลัวไอ้จินต่างหาก!! กลัวมัน กลัวมันมากๆ!!!!!....



“หึ หึ” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู ให้ผมต้องชะงักทุกความรู้สึก แล้วหันไปมองไอ้คนที่ยังซุกหน้าอยู่กับไหล่



“มึง...หัวเราะ” ผมถามมันเสียงเบา คราวนี้เสียง ‘หึ หึ’ ยิ่งดังขึ้นหนักกว่าเก่า ไหล่มันไหวไปตามเสียง ทำเอาผมชักรู้อะไรบางอย่าง



“นี่มึงหลอกกูเหรอ!!! โฮย!!!~ ก็นึกว่าโกรธ!!~ เสือกมาหัวเราะ!!!” ไอ้จินมันเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ไม่ใช่ยิ้มแค่ปาก แต่ตามันยังเป็นประกายวิบวับอีกต่างหาก



...วะ!! ไอ้บ้านี่มันหล่อโคตรเลยเฮ้ย~!! นี่ถ้ากูเป็นผู้หญิง กูคงจะสลัดผ้าให้มึงฟัดได้เลยล่ะ!!...แต่เผอิญกูเป็นผู้ชาย! เพราะงั้น...มึงปล่อยกู~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!...



“ขนเยอะ?...สงสัยจะมีแค่ตรงขารึเปล่า ที่ต้นขาเนียนออกนะ” O.O เนียนอะไรของมึง!!!!!...



“ไม่ได้ฟอกสบู่เหรอ...แต่ตัวยังหอม ไม่ใช่กลิ่นแป้งแน่ จำได้...แต่ที่หูเนี่ย มันจริงๆ ไม่เคยเช็ดมาเป็นปีรึเปล่า มันอย่างงี้คงไม่ใช่แค่สองสามอาทิตย์หรอก”



“บ้า!!! ปล่อยกูเลย!! โกรธแล้ว!! ชอบแกล้งกู!!!!” ไอ้จินปล่อยมือที่จับข้อมือผมเอาไว้ แล้วมันก็เอามาใช้ตีปากผมแทน



“โอ้ย!!~ ตีอีกแล้ว!!!”



“พูดอยู่ได้ มึงกู...ไม่เห็นเพราะเลย” ผมหันหน้าหนี ...ไม่!! ถ้ามึงจะมาดุกูเรื่องคำหยาบล่ะก็ กูไม่ฟัง....




“ดุหน่อยก็งอน ไม่ดุก็ทำตัวมีปัญหา เป็นห่วงหรอก ถึงได้ดุ...”



“ห่วงอะไร แค่ถูกคนอื่นเห็นตอนเปลือย แกก็เคยเห็นของคนอื่นไม่ใช่รึไง...” ผมหันไปถามมัน ไม่เข้าใจมันเลยแหะ ทำไมไม่เห็นโกรธที่ผมไปอาบน้ำกับไอ้ยู แต่ดันมาของขึ้นเพราะพี่ริวเห็นผมเปลือย



“งั้นเปลี่ยนคำใหม่...ฉัน ‘หวง’...ได้มั้ยคาเมะ...” ...เอ่อ... เราสองคนมองตากัน ผมรู้ได้เลยว่าสายตามันไม่ได้เต็มไปด้วยรอยยิ้มแบบเก่า แต่มันเป็นสายตาที่ผมบอกได้คำเดียวว่ามัน...เอ่อ...มัน....




“เราสองคนน่ะ...ไม่ใช่แค่เพื่....” O.O ไม่นะมึง!!~ อย่านะ!!!



“คาเมะ...รู้ใช่มั้ยฉันคิดยังไง!!!”.... กูบอกว่าไม่!!!!!!...



“คาเมะ...ขอ....” มือมึง!!!~ มาแกะอะไรขอบกางเกงกู!!!!!!!!!!!!!!!!...




“ม่ายยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!” ผมดิ้นสุดแรงเกิด สองมือที่ไม่ถูกมันจับ ฮึดแรงเฮือกสุดท้ายผลักมันกระเด็นพ้นตัว เหวี่ยงเท้าลงมายืนเหยียบพื้นได้ก็วิ่งหายออกจากห้องทันที




...อ้ากกกกกกกกกกกก~!!!!~ ใครก็ได้ช่วยกูด้วย!!!!~ กูยังไม่อยากเสียตัว!!!!!!!!!!!!!!!....



-*-*-*-*-*


“ห๊ะ!! ให้กูไปนอนห้องพ่อมึง!!...เรื่องดิ!!” ผมโกยแน่บมาห้องไอ้ยูกับเรียวจัง แล้วออกคำสั่งปนวิงวอน ขอให้ไอ้ยูยอมแลกห้องกับผม



“นะ... ถ้ากูนอนห้องนั้นต่อ กูเสร็จไอ้จินคืนนี้แน่เลยอ่ะ....นะยู...ช่วยกูสักครั้งเหอะ...” เอ้า!!~ ยกมือไหว้มึงเลย!!




“แล้วมึงไม่กลัวกูจะเสียตัวให้ไอ้จินรึไง” O.o ...ยู....นี่มึงพูดแบบนี้ แสดงว่าไอ้จินมันฟัดไม่เลือกหน้าใช่มั้ย...



“ยู ไปนอนห้องจินก่อนไป...คืนนี้ให้คาเมะนอนห้องนี้” อ้า~~ เรียวจังน่ารัก อย่างงี้สิ ถึงเรียกว่ารักกันจริง!!...



พอเจอคำสั่งประกาศิต ไอ้ยูก็ยอมจากไปแต่โดยดี แม้จะหน้าบูดเป็นตูดลิงก็ตาม



“อะไรวะ! กูอุตส่าห์จะรอเลี้ยงลูกพวกมึงซะหน่อย เสือกนอนแยกห้องแล้วเมื่อไหร่จะท้อง แล้วมึงนะเรียว...ทำงานบ้างนะเว้ย~! ปล่อยกูพูดอยู่ได้คนเดียว หัดช่วยกันทำให้ไอ้คาเมะฉลาดขึ้นบ้างดิ...ป่านนี้รางวัลควายทองคำคงเต็มตู้โชว์บ้านมันไปหมดแล้ว” แหน่ะ!! จะไปเสียจัวให้จิน แล้วมึงยังทิ้งความปากเสียเอาไว้อีกนะ....





“แกก็อย่าก่อเรื่อง” เรียวจังสั่ง แต่ไอ้ยูทำเสียง ‘เหอะ!!’



“ไม่มีทาง!!! กูจะพ่นให้ไอ้จินตาลุกเป็นไฟเลยคอยดู!!~ แล้วพรุ่งนี้ไอ้คาเมะเสร็จ~!!!”



...มึงสิเสร็จ!!! ไป ไป๊~!!~ ไอ้มนุษย์พูดเป็นต่อยหอย!!!...



-*-*-*-*-*-*-



“ปิดไฟนะ” เรียวจังไม่มีคำถามอะไรอีกเลย เข้ามาในห้องกันได้ ผมก็มุดขึ้นเตียง คลานเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วโผล่ออกมาแค่ลูกตา



“อืม....เรียวจังมานอนเตียงเดียวกับฉันได้มั้ย” ผมพูดไปแล้ว ก็เพิ่งรู้ตัวว่าไม่น่าพูดให้เรียวจังลำบากใจเลย ก็เตียงมันแคบจะตาย ถ้าเรียวจังมานอนด้วยจะพากันนอนไม่สบายน่ะสิ



“ต้องสัญญาว่าจะไม่ละเมอถีบ” เฮ้ย!!! อย่างท่านคาเมะเนี่ยนะ มีนอนละเมอ!! ไม่มี๊~~ ไม่มี!!!...



ปิดไฟเรียบร้อย เรียวจังก็เอาหมอนมาวางบนเตียงผม พอเรียวจังทรุดตัวลงนอน ผมก็เริ่มก่าย ได้ยินเสียงหัวเราะของคนถูกผมก่ายเบาๆในความมืด



“กลัวจินเหรอ...คาเมะ” คำถามของคนที่ผมกอดอยู่ ทำเอาต้องเงยหน้ามองท่ามกลางความมืด



“ก็มันน่ากลัว”



“น่ากลัวตรงไหน”


“ตรงที่มันจะปล้ำฉันน่ะสิ”


“แล้วยังไง คนรักกัน ก็ทำกันทั้งนั้นแหล่ะ” ผมพลิกตัวนอนคว่ำ เท้าสองแขนลงกับเตียง แล้วชะโงกหน้าเข้าไปถามคนพูด



“เรียวจังกับแฟนก็เคยเหรอ” เพียงเท่านั้น เรียวจังก็รีบหันหนีผมทันที แต่คิดเหรอว่าผมจะยอม ผมก็เริ่มล่ะ เอาหัวลงไปไถกับหัวไหล่คนนอนตะแครงหันหลังให้


“บอกหน่อยดิ~ เรียวจังกับแฟนคนนั้นอ่ะ เคยแล้วใช่ม๊า~~”


“บอกหน่อย บอกหน่อย”


“นอนได้แล้วคาเมะ...”


“ไม่นอน~ อยากรู้ อยากรู้ อยากรู้!!” ไถหัวไปเรื่อยๆ เรียวจังคงเริ่มจักจี้ล่ะ ผมได้ยินเสียงหัวเราะอยู่นะ


“พอแล้วคาเมะ จะนอนดีๆ หรือจะให้ไปตามไอ้ยูกลับมา แล้วคาเมะกลับไปนอนห้องจิน”



“งะ!” คำขู่ประโยคเดียว ทำให้ผมเรียบร้อยได้อย่างเหลือเชื่อ เรียวจังก็ใจร้าย คิดจะส่งเพื่อนผู้บริสุทธิ์คนนี้ไปให้ไอ้จินกินโดยเฉพาะ!!



“กลัวจินจริงๆด้วย มันทำอะไรให้กลัวหึ” เรียวจังหันกลับมาถาม แต่ผมเอาหน้าซุกหมอนไปแล้วเรียบร้อย



“จินมันเป็นคนดีออก มันก็แค่ดุไปบ้าง ถ้าคาเมะไม่ไปกวนมัน มันก็ไม่ว่าอะไรสักหน่อย”



“ไม่ว่าแต่จะปล้ำฉันเลยอ่ะดิ!!!” ผมเงยหน้าขึ้นมาบอก



“อ้าว ไหนยูว่า รับได้แล้วไม่ใช่เหรอ”



“รับได้ก็ส่วนรับได้สิ แต่...แต่...แต่จะให้ไปเป็นเมียมัน...” เรียวจังหัวเราะเบาๆ ตอนนี้สายตาผมเริ่มชินกับความมืดแล้ว เลยได้เห็นสีหน้าขำๆของท่านว่าที่อัยการ


“คุยกับจินรึยัง ว่ายังไม่พร้อมเรื่องนี้”



ผมส่ายหน้าทันที จะมีเวลาไหนไปนั่งคุย ในเมื่อผมเพิ่งจะรับได้เมื่อเย็นนี้เอง ไม่ใช่สิ ผมเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในสถานะ ‘เมีย’ ไอ้จินเมื่อเย็นนี้นี่เอง ตอนคุยกับไอ้ยูในออนเซ็น แล้วดู๊~~ ยังไม่ทันข้ามวัน ไอ้จินมันก็จะจับผมปล้ำซะแล้วเนี่ย!!!...




“คาเมะต้องลองคุยกับจินนะ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นแบบนี้ หนีกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็มองหน้ากันไม่ติด คาเมะอยากได้แบบนั้นเหรอ…ลองคุยกับจินดู ว่ารับได้มาแค่ไหน ไม่ได้อีกเท่าไหร่ แต่คาเมะก็ต้องทำใจด้วย ถ้าหากจินจะอดทนไม่ไหว...” ผมหันมองทันที



“ถ้าไม่ไหวจะเป็นยังไง”



“ผู้ชายน่ะนะคาเมะ รักใครก็อยากจะกอด อยากจะสัมผัส จนบางครั้งมันก็ค่อนข้างเกินเลยใช่มั้ย...ถ้าคาเมะให้ไม่ได้ จินก็อาจจำเป็นต้องไประบายออกทางอื่น”



...ระบายออกทางอื่น!!!...



“หมายความว่ามันจะมีคนอื่นงั้นเหรอ!!” ผมถามเสียงลั่น ...ผมตกใจ ไม่สิ มันใจหายด้วยแน่ๆล่ะ...มันใจหายถ้าหากว่า ‘จินจะมีคนอื่น’ คนอื่นที่ไม่ใช่ผม...




“อย่าเพิ่งคิดมาก...ไปคุยกับจินก่อนดีกว่ามั้ย” เรียวจังใจร้าย มาบอกว่าอย่าคิดมาก แต่ตัวเองเป็นคนเปิดประเด็นชัดๆ



....แล้วจะไม่ให้ผมคิดมากได้ไงล่ะ!!~ ถ้าหากว่าไอ้จินมันทนไม่ไหว แล้วมันไปหาคนอื่น คนอื่น....คนอื่นอย่างเช่นยัยลูกค้า ‘โนตม’ คนนั้น แม่เรนะนั่นออกจะอ่อยเหยื่อตลอดเวลา...




...ไม่เอานะ!!...ไม่ยอมหรอก!!!!....



...พ่อของผม จะไปแบ่งให้ใครได้ไง!!....


-*-*-*-*-*-*-*


เช้าวันต่อมา ผมออกจากห้องมาพร้อมเรียวจัง เมื่อคืนนอนน้อยมาก จนปวดหัวตุ้บๆ เพราะมัวแต่คิดเรื่องไอ้บ้าจิน กลัวมันจะเปลี่ยนใจไปจากผมจริงๆ ไม่รู้ล่ะ!!~ เดี๋ยววันนี้หาเวลาเหมาะๆคุยกับมันเลยดีกว่า




“อ้าว...ยู...หัวมึงเป็นไร ทำไมต้องกุมวะ” ไอ้ยูเดินลูบหัวตัวเองออกมาจากห้อง ตอนที่ผมกับเรียวจังเดินผ่านห้องมันเพื่อไปดูแลความเรียบร้อยในห้องครัว



“ก็พ่อมึงอ่ะแหล่ะ....เมื่อคืนมันมานั่งคาดคั้นกู ว่าที่กูบอกว่าพี่ริวชมว่ามึงผิวสวยน่ะเรื่องจริงรึเปล่า...แล้วพอกูบอกว่า กูล้อเล่นเท่านั้นล่ะ! มันก็ปาหมอนใส่กูทันทีเลย” มันเล่าไป หน้าบูดไป



“ห๊ะ! หมอนไอ้จินทำมึงเจ็บได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ!!” ผมย้อนถามมันทันที และพอไอ้ยูได้คำถามของผมปุ๊บ มันก็พ่นลมหายใจให้รูจมูกบานอีกสามเท่า




“คาเมะ นี่มึงจะโง่เป็นปฐมฤกษ์ของวันนี้เลยใช่มั้ย...หมอนโรงงานไหนผลิตห๊ะ!! ปาหัวจนโนได้ขนาดนี้น่ะ!!!! เฮ้อ~ นี่กูต้องแวะไปบอกป้าแม่ครัวที่โรงอาหารด้วยรึเปล่า ว่าข้าวเช้าของมึงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคือหญ้าเคี้ยวง่าย ที่มีสารอาหารจำพวกบำรุงสมอง และซ่อมแซมเซลล์ประสาทด้านกระบวนการคิด...


...มึงฟังดีๆนะคาเมะ...มึงฟังให้แจ่มไปถึงลำไส้ใหญ่...ที่หัวกูโนเนี่ย เพราะว่าไอ้จินมันปาหมอน แต่กูพยายามหลบ หัวกูเลยไปฟาดกับกำแพง…โอเคนะ...มึงเก็ทแล้วใช่มั้ย ว่าหมอนไม่ได้ทำให้หัวกูโน แต่เป็นเพราะกำแพง...วิเคราะห์หน่อยมึง ใช้สมองนิดเหอะ...กูขอร้อง...”



....เอ่อ...กูว่าคนที่โง่เนี่ย น่าจะเป็นมึง หลบหมอนอีท่าไหน หัวไปโขกกับกำแพงวะ!!....=.=




“อ้าว แล้วจินไปไหนแล้วล่ะ” เรียวจังถาม เมื่อมองเข้าไปในห้องแล้วไม่เห็นใคร ไอ้ยูมันหันมามองหน้าผม ก่อนจะหันไปขยิบตาใส่เรียวจัง



..วะ...มึงมาทำท่ามีลับลมคมใน มีอะไรก็ว่ามา อย่าให้กูสงสัย...



“ว่าไงยู พ่อกูไปไหน” ผมถามกระตุ้นมันอีก คราวนี้ไอ้ยูถอนหายใจเฮือก แล้วตีหน้าเศร้าทันควัน



“กูไม่ได้อยากบอกมึงหรอกนะคาเมะ กูกลัวมึงไม่สบายใจ....แต่ในเมื่อมึงอยากรู้ กูก็ไม่อยากจะปิดมึง...แต่มึงรู้แล้ว มึงต้องใจเย็นๆนะ มึงต้องท่องเอาไว้ ไม่ว่ายังไงจินก็ยังรักมึงเหมือนเดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไอ้จินก็ยังเป็นพ่อของไอ้ลูกหัวสมองเม็ดถั่วเขียวที่ฟี้บตายจนกลายเป็นถั่วเน่าอย่างมึง”



...=.= เมื่อไหร่มึงจะเล่า รู้สึกจะเกริ่นยาวเหลือเกิน....




“เฮ้อ~~...กูไม่อยากบอกมึงจริงๆนะเนี่ย....กูกลัวมึงคิดมากว่ะ...แต่กูก็ยืนคิดมาตั้งแต่เมื่อกี้ ว่ากูจะบอกมึงยังไงดี...แต่คาเมะ มึงต้องทำใจนะเว้ย พ่อมึงมันหล่อ พ่อมึงมันหน้าตาดี ไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่ที่มหา’ลัย ไอ้จินมันก็โคตรจะป๊อป มึงรู้ใช่มั้ยล่ะ...กูไม่อยากบอกมึงเลย....ไม่อยากจริงๆ...เรียว มึงเข้าใจกูใช่มั้ย ว่ากูไม่อยากพูด”



...นี่มึงมั่นใจ ว่ามึงไม่อยากพูดแล้ว...


“สรุปมึงจะไม่พูดใช่มั้ย กูได้ไปทำอย่างอื่น มายืนฟังมึงพล่ามนี่โคตรเสียเวลา”



ผมถามอย่างนึกรำคาญ ....อะไรมันจะพูดมาก พูดไม่หยุด พูดไม่รู้จักเบื่ออย่างงี้ว้า~~ สงสัยก่อนออกจากที่นี่ ผมคงต้องไปแย๊บถามจากคุณแม่ไอ้ยูสักหน่อย ว่าเอาข้าวยี่ห้อไหนเลี้ยงไอ้ยู มันถึงพูดมากเกินมนุษย์มนา




“บอก!~ บอก!~ มึงฟังกูนะ!! มึงอย่าทำเป็นไม่สนใจเด๊ กูรู้ว่ามึงอยากรู้ และความจริงแล้วกูเองก็อยากเล่าเต็มแก่...คืองี้....พ่อมึงอ่ะ ไปดูแล ลูกค้านมโตของกู”



O.O ‘ลูกค้านมโต’!!!!!!




“หมายความว่าไง!!” ผมหันไปถามมันทันควัน



“ก็ โยชิคาวะ เรนะซังให้คนมาตามมันไปนวดข้อเท้า เพราะแค่เมื่อวานที่มันไปนวดให้ ยังไม่หายดี”



“แล้วมันไปนวดที่ไหน”



...นี่คงจะไม่ได้หมายความว่า ไอ้จินอดทนรอผมไม่ไหวจริงๆอย่างทีเรียวจังบอกผมเมื่อคืนหรอกนะ....



“ห้องโยชิคาวะ เรนะซังอ่ะดิ...” ผมได้ยินแค่นั้น ก็รีบสาวเท้าออกจากห้องไอ้ยู ตรงดิ่งไปยังห้องยัยลูกค้าเจ้าแผนการคนนั้นทันที



...ทำไมถึงเสนอตัวอยากจะมาเป็น ‘แม่กู’ นักวะ!! กูอยากมีแต่พ่อ เข้าใจมั้ยห๊ะ!! แม่ไม่เอา!!!...

-*-**-*-*-*-*-*-



“อ้าว คาเมะ....มาทำอะไรตรงนี้” ไอ้จินออกจากห้องมาพอดี ผมได้ยินเสียงขอบคุณหวานแหววลอยตามลมออกมาส่งถึงหน้าประตู ให้อารมณ์ ‘หวง’ ยิ่งลุกโชน



“แกล่ะมาทำอะไรตรงนี้” ผมถามกลับ มันยกกระเป๋ายาให้ดู ก่อนตอบ


“มานวดขาให้เรนะซัง” ...เรนะซัง!!! มึงเรียกยัยนั่นว่าเรนะซัง แต่กับกู มึงเรียกคาเมะเนี่ยนะ!!!...



...กูก็มีชื่อจริงเหมือนยัยนั่นนะเว้ย!!~ ทำไมมึงไม่เห็นจะเรียกกูว่า คาซึยะ บ้างเลยห๊ะ!!!...



“รอไม่ไหวแล้วใช่มั้ย!!” ผมร้องถามมัน แต่ไอ้จินเอาแต่เลิกคิ้ว



...แม่ง!!~ มึงอย่ามาโง่กะกูตอนนี้นะ!!~ กูกำลังโมโหนะเว้ย!!!....



“รออะไรไม่ไหว?”



“ไม่ตอบมึงก็ไม่ต้องตอบ!!!...กูก็จะไม่รอมึงเหมือนกัน!!...ไอ้ยู~!!!” ผมหมุนตัวเดินหนีมัน แล้วเรียกหาไอ้ยูไปตลอดทาง



“ยู!!~ กูจะกลับหอ!!~ กูไม่อยู่ที่นี่แล้ว!!~ มึงหารถพากูไปส่งที่สถานีหน่อย!!” ผมตะโกนลั่นเรือน ให้ไอ้จินที่เดินตามมา ต้องคว้าแขนผมไว้ ผมหันไปมองหน้ามันกะจะด่าให้เช็ด แต่ก็ต้องเงียบ



…ไม่เงียบได้ไง ดูตามันซะก่อน...ดูตามัน...



...ผมไม่ได้กลัวนะ!! แค่เกรงใจมัน...นิดหน่อย....เอ้า!!...ให้มึงพูดก่อนกูจะด่าก็ได้...



“ใครให้กลับหอ” ฟังคำถามมันเอาดิ!! ...แค่เสียงแม่งก็น่ากลัวแล้วเหอะ...โอเค มึงพูดจบแล้ว งั้นกูเริ่ม!!!...



“กูนี่ล่ะ!! ทำไม มึงมีปัญหาอะไร กูจะกลับแล้วมึงจะทำไม กูไม่อยู่กวนใจมึงที่นี่หรอก!!”


“กวนใจ?...ใครกันแน่ที่ทำให้กวนใจ ฉันต่างหากไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นเมื่อคืนแกคงไม่หนีไปหรอก”



...อะไร นั่นมันเพราะว่ากูกลัวมึงโว๊ย!!!...



“ใช่มั้ยคาเมะ....ฉันต่างหากใช่มั้ยที่กวนใจแก ฉันต่างหากที่ทำให้แกหงุดหงิด...ความรู้สึกที่ฉันมีต่อแกมันทำให้แกอึดอัดใช่รึเปล่า...บอกกันสักคำสิคาเมะ แกก็รู้ ว่าฉันรักแกแค่ไหน ทำไมเรื่องแค่นี้ฉันจะทำให้แกไม่ได้”



“ทำอะไร” ผมถามมันงงๆ ไอ้จินพูดจาแปลกๆ... เกิดอะไรขึ้น เมื่อคืนมันยังหื่นจะปล้ำผม แล้วทำไมเช้านี้มันถึงพูดแบบนี้



ไอ้จินมันยิ้มเครียด แต่มันก็ยังยิ้ม เป็นยิ้มที่ผมไม่ชอบที่สุด ผมยอมให้มันตีหน้านิ่ว คิ้วขมวดเพราะผมพูดคำหยาบยังจะดีกว่าให้มันมายิ้มกับผมแบบนี้



“กลับไปเป็นเหมือนเดิมดีมั้ยคาเมะ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม...นะ...ฉันจะพยายาม ต่อไปนอกจากดุแกแล้ว จะไม่ทำอย่างอื่นอีก จะไม่จับมือ ไม่กอด ไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว เพราะงั้น...อย่ากลับไปอยู่หอคนเดียวเลยนะ อดทนรอที่นี่อีกหน่อยเถอะ พอถึงกำหนดกลับนิวยอร์คได้ ฉันก็พ้นหน้าแกแล้ว”



“ขอโทษนะ ที่ทำให้รู้สึกแย่มาตลอด สัญญาจริงๆ ต่อไปนี้จะไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว” มันว่าอย่างนั้น แล้วปล่อยแขนผม ก่อนที่มันจะเดินผ่านผมไป



...เอ่อ....อะไรของมันวะ...


...ตอนที่ผมกำลังอึ้ง มันก็เดินหายไปแล้ว...



....แล้วคุณคิดว่าผมจะทำยังไง... รั้งมันไว้งั้นเหรอ? ไม่มีวัน!!~ ผมจะกระดกลิ้นไก่ยังทำไม่ทันเลยเหอะ!! ไอ้บ้านั่นมันตัดสินใจเอง เอ่ยปากเอง พูดเอง ทุกอย่างมันทำคนเดียวหมด!!...



...เหอะ!!~ ไอ้พวกเอาตัวเองเป็นรัฐธรรมนูญของโลกแบบนี้!!~ มึงอยากทำอะไรมึงทำเลย!!! กูไม่ยุ่งกับมึงแล้ว!!


...เข้าใจมั้ย!!!...



...มึงจัดการเองให้หมดไปเลย!!~ มึงจะไปตายที่ไหน มึงจะไปหกล้มหน้าฟาดพื้นหมดหล่อที่ไหน มึงก็ไป!!!...



...กูจะไม่สนใจมึง กูจะไม่แยแสมึง เพราะมึงไม่เคยฟังกู ไม่เคยแยแสกู!!...



...เหอะ!!~ กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมงั้นเหรอ!!...เอาเด๊~!!~ เอาเลย!! มึงอยากได้แบบไหน มึงทำ!!!...



...เออ!!~ ตามใจมึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!~~~....



-*-*-*-*-*-*



‘กลับไปเป็นเหมือนเดิมดีมั้ยคาเมะ เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม’



...ทั้งๆที่มันพูดแบบนั้น แล้วทำไมมันทำแบบนี้!!!...



ไอ้สีหน้าเรียบเฉยเหมือนผมข่มขื่นมัน ตัดคอหอยมัน แทงพุงทะลุกระบังลมอะไรอย่างงั้น!!! ..ไหนมันว่ามันจะเป็นเพื่อนผมเหมือนเดิม แล้วเสือกปล่อยรังสีต่อต้านผมออกมาเนี่ยนะ!!



โอเค!! ถึงกูจะโง่ ถึงกูจะได้รางวัลควายทองคำ ถึงกูจะเป็นน้องหนูหัวเม็ดถั่วเขียว แต่กูก็รู้นะโว๊ย!!~ ว่าตอนนี้มึงไม่กล้านั่งข้างกูอ่ะ!!




แล้วดูท่ามันนั่งกินข้าวซะก่อน ไอ้คีบทีละคำนี่หมายความวว่ายังไง!! แถมกินช้ายิ่งกว่ามดแทะ เขี่ยข้าวไป คุ้ยข้าวมา ...เด็กอนุบาลยังดูออกเลยนะเว้ย!! ว่ามึงอกหัก!!!...



...อะไรนะ!!~ นี่มันความผิดผมงั้นเหรอ ที่ทำมันอกหักน่ะ!!~ งั้นถามหน่อยซิ!!~ ไอ้หมาตัวไหนที่มันตัดสินใจบอกรักบอกเลิกผมเองน่ะ!!




...ขอโทษที ผมโมโหไปหน่อย จะไม่ให้โมโหได้ไง ก็ดูมันทำท่าเข้าดิ!!!... แล้วมาทำตอนไหนไม่ทำ เสือกมาทำต่อหน้าพี่ริว กับคุณแม่ไอ้ยูตอนพวกเรากินข้าวเย็นด้วยกัน ทีตอนกลางวันยังไม่เห็นเป็นมากขนาดนี้เลยนี่หว่า!! แล้วตกเย็นมันเป็นอะไรห๊า!!! ตกมันรึไงวะ!!!!




อย่างงี้ผมก็ยิ่งกลุ้ม กับคุณแม่ไอ้ยูและพี่ริวไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ยูกับเรียวจังยังไม่ได้คุยกับผมเลยสักคำ ต้องมีการเข้าใจผิดกันแหงๆ พวกมันคงคิดว่าผมปฏิเสธไอ้จินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



เหอะ!!~ แต่ความจริงน่ะ ขนาดน้ำลายผมยังไม่ทันแตกฟองเลยด้วยซ้ำ!!! ไอ้จินเล่นพูดคนเดียวหมด!!!



“อาคานิชิคุง ไม่สบายรึเปล่าจ๊ะ” คุณแม่ไอ้ยูถามไถ่อย่างเป็นห่วง



“เปล่าครับ” มันเงยหน้าขึ้นมาตอบแบบ...แบบ...แบบที่พวกคุณเห็นได้บ่อยๆตอนพระเอกถูกนางเอกโกรธอะไรแบบนั้นล่ะครับ..อ๊ะ!! นี่หมายความว่าผมต้องรับบทเป็นนางเอกงั้นเหรอเนี่ย!!...



“คาเมนาชิคุงก็ด้วย ดูไม่ค่อยพูดเลยนะจ๊ะ เหนื่อยเหรอ”



“เปล่าครับ ผมสบายดีมาก~~” ผมรีบเงยหน้าตอบ เน้นคำว่า ‘มาก’ เป็นพิเศษ



“ถ้าอย่างงั้นก็ดูแลอาคานิชิคุงด้วยนะจ๊ะ หรือว่าอาคานิชิคุงจะแปลกที่แปลกทางรึเปล่า ก็เลยรู้สึกไม่ชิน ยูอิจิ...คืนนี้ลูกไม่พาเพื่อนๆเที่ยวแถวนี้ล่ะ”



“มีอะไรให้เที่ยวล่ะแม่...ไม่เอาอ่ะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” ลูกที่ดีจริงนะมึง! แม่มึงอุตส่าห์หวังดี ไอ้นี่ก็ปัดซะหาย!!!



“ยูอิจิ!!!!” คุณแม่ขึ้นเสียงเข้มนิดหน่อย ไอ้ยูก็ถึงกับชะงัก



“เอ้อ...เริ่มรู้สึกหายเหนื่อยพอดีเลย...ถ้างั้นเดี๋ยวพาไปเที่ยวในเมืองละกันเนอะ...ไปนะไอ้คาเมะ...ไอ้จิน...เรียวด้วยนะมึง...”



…แหม...ทีอย่างงี้ล่ะหายเหนื่อย =.=...



“แต่ฉันว่าคาเมะคงไม่อยากไป” อ้าว~~ ไอ้เวรจิน!!...มึงนั่งเงียบๆไปอ่ะดีแล้ว ไหนมึงทำหน้าอกหักแบบเมื่อกี้ต่อไปเด๊~~ เสือกพูดขึ้นมาทำไมวะ!!!



“ใครให้ตัดสินใจแทน!!...เอ่อ...ขอโทษฮะ...”



หลุดปากออกไปแล้ว ก็ถึงนึกขึ้นได้ว่ามีผู้ใหญ่อย่างแม่ไอ้ยู และพี่ริวอยู่ด้วย ก็เลยต้องสงบเสงี่ยมลงอย่างจำใจ



“สรุปว่าไปใช่มั้ยไอ้คาเมะ” ไอ้ยูหันมาถามย้ำ ผมจ้องตาไอ้จินทีนึง ให้มันรู้ว่าผมไม่ยอมอยู่บ้านเฉยๆ แล้วปล่อยให้มันไปเสวยสุขอยู่กับการเที่ยวคนเดียวหรอก



“เออ!! จะไป!!!”


-*-*-**-*-*-*-*


“ไอ้จินไปขับรถ ...ส่วนมึง นั่งหน้าคู่พ่อมึง” ไอ้ยูสั่งการทันทีที่เรามายืนกันอยู่ข้างรถ ผมหันควับไปมองมัน แล้วโต้ทันควัน



“ไม่!! กูจะนั่งหลังกับเรียวจัง มึงไปนั่งหน้าเองดิ” ว่าแล้วผมก็หันไปกอดแขนเรียวจัง เป็นว่าถ้ามันจะให้ผมนั่งหน้า ผมก็จะกระเตงเรียวจังขึ้นไปด้วย คอยดูดิ!!



“วะ!! สรุปนี่รถมึงหรือรถกู กูสั่งอะไรมึงก็ทำดิ!!” ไอ้ยูเริ่มต้นทำตัวเป็นเผด็จการอีกรอบ ให้ผมยิ่งหน้าบึ้งมากกว่าเดิม



“ถ้าให้กูนั่งหน้า ที่เดียวที่กูจะนั่งคือที่นั่งคนขับ”



“ประสาทแล้วไอ้หัวเม็ดถั่วเขียว!! มึงขับรถไม่เป็นไม่ใช่รึไง เกิดขับพาพวกกูตกเหวดับอนาถ โลกใบนี้จะขาดผู้ชายหน้าตาดีอย่างกูนะเว้ย!! ถ้ามึงอยากตาย มึงไปตายคนเดียว หรือถ้าไม่มีเพื่อนไปนรกด้วยก็ชวนพ่อมึงโน้น~!! ไม่ต้องมาชวนกู!!! จิน...มึงไปขับรถ...คาเมะ...ถ้ามึงไม่นั่งหน้า มึงก็ไม่ต้องไป!!” แล้วไอ้ยูก็ทำตัวว่องไว กระชากเรียวจังเข้าไปนั่งหลังรถ ให้ผมได้แต่มองค้างตาปริบๆ



นี่ขนาดกูกอดแขนเรียวจังไว้ ไอ้เวรยูก็ยังดึงไปจนได้!!!...



...แล้วสุดท้ายทำยังไง ผมไม่โง่ขนาดงอนตุ๊บป่องกลับเข้าห้อง แล้วพลาดโอกาสเที่ยวหรอกนะ!! เอาวะ!! นั่งหน้าคู่ไอ้จินก็ได้!!



...ยังไงก็จะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแล้วนี่หว่า!!...เหอะ!!!



-*-**-*-*-*-*-*-*



“เฮ้อ~~” จะถอนหายใจเพื่อ!!! ผมหันพรึ่บไปมองไอ้คนขับรถที่มันใช้อากาศเปลืองสิ้นดี เพราะถอนหายใจเป็นว่าเล่น



“ถ้าไม่อยากพาไปก็ลงไปเลย ให้ไอ้ยูมันมาขับแทน” ผมบอกไอ้คนขับ มันหันมามองหน้า แล้วส่ายหัวไปมา



“ใครกันแน่ที่ไม่อยากไป”



“อีกแล้วนะ!! เลิกมาตัดสินใจแทนกูสักทีได้มั้ย!!~ มึงเป็นใครห๊ะ!! ไอ้จิน!! มีสิทธิ์อะไรมาพูดนั่นพูดนี่แทนกูหมดทุกอย่าง!! มึงตัดสินใจของมึง แล้วมึงก็มาโบ้ยว่าเป็นของกู อย่างงี้มันหมายความว่าไง!!!!”



ผมไม่ได้สนใจว่าที่เบาะหลังจะมีเรียวจังกับไอ้ยูนั่งอยู่ เพราะชักเริ่มหมดความอดทนกับไอ้คนพรรค์นี้ไปทุกขณะ



“ใจเย็นๆ คาเมะ...” เรียวจังส่งมือมาจากเบาะหลัง เพื่อจะตบไหล่ผม ผมก็พยายามเย็นนะครับ ไม่ใช่ไม่พยายาม แต่ดูไอ้จินทำตัวซะก่อนเหอะ มันน่าเตะเปล่าล่ะ!!



“ช่างเถอะ เรียว...เด็กแบบนี้น่ะ ปล่อยให้อาละวาดไปเถอะ” ...มึงว่าไงนะ!! เด็กแบบนี้ มันเด็กแบบไหนวะ!!!...



“อาละวาด!! แล้วใครทำตัวให้กูต้องอาละวาด!! เพราะมึงใช่มั้ยไอ้จิน!!! มึงนั่นล่ะ ที่ทำตัวไม่เหมือนเดิม เมื่อคืนมึงยังดีๆ แล้ววันนี้มึงเสือกเป็นอะไรขึ้นมา!! หรือรำคาญกูแล้ว อดทนรอกูไม่ไหว พอมียัยสาวนมโตนั่นมายั่วเข้าหน่อยก็เลยตาสว่างงั้นสิ!!”



“มึงนั่นล่ะที่ไม่อยากมากับกูตั้งแต่แรก มึงไม่อยากอยู่กับกูด้วยซ้ำ!! ทีหลังมึงบอกกูดีๆก็ได้!! กูจะกลับไปอยู่หอเอง!! จะไม่อยู่ให้มึงอึดอัด ต้องมานั่งถอนหายใจวันละร้อยรอบ หรือกินข้าวไม่อร่อยเพราะเหม็นขี้หน้ากู... เหอะ!! เดี๋ยวสาวๆที่มหา’ลัย จะมาไล่ด่ากู เพราะทำให้ คุณชายอาคานิชิ หมดหล่อ!!!”



ไอ้จินมันหักรถเข้าจอดข้างทางทันที แต่แถวนี้ไม่ใช่แดนกันดารอย่างแถวเรียวกังไอ้ยูที่มีแต่ต้นไม้อะไรนั่นหรอกครับ ตอนนี้พวกผมอยู่ในเขตเมือง เพราะงั้นการขับรถแบบนึกจะเลี้ยวยังไงก็เลี้ยวของมัน จึงทำให้เสียงแตรดังลั่นไปทั่วถนน เป็นตัวแทนเสียงด่าจากคนขับรถคนอื่นๆ



...เหอะ!!~ ป่านนี้โคตรเง้าของมันคงสะดุ้งกันเฮือกๆล่ะ!!!...




“จอดทำไม!! จะไล่กูลงงั้นสิ!!”




“ทำไมถึงเป็นเด็กช่างประชดแบบนี้หึ คาเมะ...”



“อ้อ!! ที่แท้ก็เรื่องนี้!! แล้วไง กูมันช่างประชดแล้วมันหนักหัวมึงเหรอ!! ก็ได้ ต่อไปจะไม่ประชดให้คุณชายอาคานิชิขวางหูขวางตาอีกแล้วครับ!!”



“คาเมะ!!!!” ผมหันหน้าหนีออกไปมองนอกกระจกรถ ...เซ็งขึ้นมาในอารมณ์ แม่ง!! ถ้ารู้ว่ามาแล้วจะทำให้อารมณ์เสียหนักกว่าเดิม ผมยอมโง่เป็นน้องหัวเม็ดถั่วเขียวนอนเกาพุงอยู่ที่เรียวกังไอ้ยูยังจะดีซะกว่า!!!



“…เอ่อ...พวกมึงเพิ่มแอร์อีกสักเบอร์มั้ย จะได้ใจเย็นๆกัน...อ่า...หรือมึงจะเอาน้ำแข็งกันคนละก้อน เลยไปอีกสักสี่แยกนึงมีร้านสะดวกซื้อ เดี๋ยวกูลงไปซื้อให้ก็ได้....”



เสียงไอ้ยูแหล่มออกมาจากเบาะหลัง ผมไม่ได้หันไปด่าที่มันเสือกไม่รู้เวล่ำเวลาขอแอร์เพิ่ม เพราะมีคนทำแทน



“ถ้านั่งเงียบๆไม่ได้ มึงก็ลงจากรถหาแท็กซี่กลับบ้านไปก่อน!!!” คงไม่ต้องบอกว่าใครพูด ถ้าไม่ใช่ไอ้คนขับที่กำลังจะฟาดอารมณ์กับผมตอนนี้ เรียบร้อยครับ ไร้สัญญาณใดๆจากไอ้ยูอีก




“คาเมะ หันหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่อง” แล้วไอ้จินก็เริ่มหันมาหาเรื่องผมต่อ



“ไม่!!~ กูเบื่อหน้ามึง!! ถ้ามึงอยากพูดอะไรมึงก็พูดมา!! ถ้าไม่อยากพูดมึงก็ขับรถไปส่งกูทีเรียวกัง กูหมดอารมณ์จะไปกับมึงแล้ว!! อารมณ์เป็นหมาบ้าแบบนี้ กูไม่ไปไหนด้วยหรอก!!!”



“แล้วรู้มั้ยว่ามันเป็นแบบนี้เพราะใคร!!!”




ผมนิ่ง ผมอึ้ง ทั้งๆที่ปากบอกว่าเบื่อหน้ามัน แต่ผมก็ยังหันกลับไปมองเพื่อให้แน่ใจว่าคำพูดที่ผมได้ยินเมื่อกี้ หลุดออกมาจากปากของไอ้คนที่มันเคยจูบผม คนที่มันเคยกอดผม



...มันบอกว่าผมเป็นต้นเหตุให้มันอารมณ์เสีย!! เป็นต้นเหตุให้มันเป็นหมาบ้า!! ทุกอย่างคือความผิดผม!! ความผิดที่ผมเสนอหน้าอยู่ข้างมัน ทำตัวกวนประสาทมัน หน้าด้านหน้าทน กวนใจมัน รังควาญมัน!!~ ทั้งหมดคือความผิดของผม!!!




“เออ!! ก็ได้!! กูขอโทษ!!!!”



ผมไม่รู้ว่าเสียงตัวเองสั่นแค่ไหน รู้แต่ว่าพอบอกมันแบบนั้นแล้ว ก็รีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถอย่างที่ไม่ต้องรอให้มันไล่ซ้ำสอง ได้ยินเสียงเรียกแว่วๆ แต่ผมไม่กล้าหันกลับไปมอง ได้แต่บังคับให้ขาของผมวิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น เพื่อหนีไปจากมัน หนีไปจากไอ้คนที่มันบอกว่าผมเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด




-*-*--*-*******-*-*--***-*




....เอ่อ....พวกคุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป...



...คือ....ผมก็เข้าใจอารมณ์ดราม่าที่มันลุกฮือตอนวิ่งออกมาจากรถอ่ะนะ...แต่....แม่งเหอะ!!!~ ผมดันลืมสนิทว่าที่นี่ไม่ใช่โตเกียว พื้นที่ที่ผมวิ่งเข้าซอยนั้น ออกซอกนี้จนชินทาง



ง่ายๆก็คือ....ตอนนี้ผมกำลังหลงทางครับ =.=...เศร้านรกจริงๆ!!...



...ผมควรทำยังไงดีล่ะเนี่ย!!! ...



....อะไรนะ ให้เดินกลับไปตรงที่ที่วิ่งออกมาจากรถ เผื่อไอ้จินจะคอยงั้นเหรอ...เหอะ!!~ มันเพิ่งด่าผมมาหยกๆว่าผมเป็นต้นเหตุทำให้มันเป็นหมาบ้า คุณคิดว่าป่านนี้มันจะยังนั่งรอผมให้กลับไปงั้นเหรอ!! ไม่มีวันหรอก!! คนอย่างไอ้จิน!! ถ้าไม่สนก็คือไม่สน ต่อจะให้เป็นตายร้ายดี กรีดข้อมือ เลือดทะลัก หรือผูกคอตายลิ้นจุกปากต่อหน้ามัน มันก็ไม่ช่วยหรอกครับ!! แล้วอีกอย่าง…



....ที่คุณแนะมาน่ะ น้ำเน่าไปหน่อยรึเปล่า ...=.=…ดูละครมาเยอะสิท่า!! ผมไม่ใช่นางเอกในละครที่ทำตัวเองแล้วไม่มีปัญญาแก้ไขหรอกนะ!!...



...เอ่อ...แต่ตอนนี้ผมก็ไม่มีปัญญาแก้ไขจริงๆนั่นแหล่ะ...เฮ้อ~~...



“คาเมะ!!!!!”



โอ้~!!!~ สวรรค์มีตา!! เขาว่านางเอกของเรื่องมักจะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้นี่ท่าจะเป็นเรื่องจริง!!~ เฮ้ย!! ผมไม่ใช่นางเอก!!...ก็แค่...แค่...เอ่อ...




“คาเมะ!!!!! วิ่งมาไกลถึงนี่เลยเหรอเนี่ย....” ผมหันไปมอง เห็นเรียวจังวิ่งตรงเข้ามา สีหน้าท่าทางเหนื่อยหอบ ผมเหลือบมองข้างหลัง แต่ไม่เห็นใครสักคน ไม่เห็นแม้แต่รถของไอ้ยูที่ไอ้จินขับด้วยซ้ำ



...อ่า....นั่นสิ มันจะมาตามหาผมทำไมวะ...มันจะเป็นเพื่อนผมแล้วนี่นา ไม่หวง ไม่ห่วงอะไรเป็นพิเศษหรอก!!...



“ตามหาแทบแย่แหน่ะ” ผมยิ้มบางให้ แต่เรียวจังดันเขกหัวผมซะเจ็บฉิบ!!



“โอ้ย! เจ็บนะเรียวจัง”



“ก็ยังจะมายิ้มอีก คนอื่นเขาเป็นห่วงนะ วิ่งลงมาแบบนี้ได้ยังไงหึ”



“จะมีใครเป็นห่วง ฉันออกจะกวนประสาท” ผมพูดออกไปแล้วก็เจ็บในใจตัวเอง ...ใช่ จะมีใครรัก...ก็ขนาดไอ้คนที่มันบอกว่ารัก มันยังบอกเลยว่าผมทำให้มันเป็นหมาบ้า...


เรียวจังกดหัวผมลงซบกับไหล่เขา กับเรียวจังเนี่ยล่ะ ที่ผมไม่ต้องเหนื่อยทั้งใจ ทั้งปาก ทำไมไอ้คนที่ผมรู้สึกดีๆ ถึงนิสัยไม่เหมือนเรียวจังให้ได้สักครึ่งวะ...



“ทุกคนนั่นแหล่ะ...ทุกคนรักคาเมะ”



“ไม่รัก! โดยเฉพาะไอ้บ้านั่นไม่รักฉันหรอก ไอ้ยูก็ด้วย ชอบแกล้ง”



“คาเมะเชื่อฉันมั้ย...ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่มีใครแกล้งคาเมะได้อีก” ผมเงยหน้ามองเรียวจัง แต่อีกฝ่ายยังเอาแต่ยิ้ม



“ไปนะ...กลับบ้านเถอะ...” เรียวจังหมายความว่าไง จะไม่มีใครแกล้งผมได้อีก….



…หมายความว่าถ้ามีคนแกล้งผม เรียวจังจะชกมันเลยใช่ป่ะ ^^...งี้ก็ดีเดะ!!!...ถ้าเรียวจังจะชกใครสักคน คนแรกขอเป็นไอ้ยู ส่วนคนที่สองก็ไอ้จิน!! จัดการโล้ด~!!!!...


-*-*-*-*-**--*-*-*-*-*


เรียวจังจ้างแท็กซี่พากลับไปเรียวกัง พอเห็นหลังคาแล้วผมล่ะอยากจะนอนอยู่นอกเรือนยังจะดีซะกว่ากลับเข้าไปในนั้น



“อ่า เรียวจัง คืนนี้นอนห้องเรียวจังนะ” ผมรีบหันไปบอกตอนที่ลงจากรถ เรียวจังหันมายิ้ม แต่ไม่ยอมตอบ ซึ่งผมขอถือว่ารอยยิ้มเป็นคำตอบรับไปก็แล้วกัน



“อ๊ะ!! คาเมนาชิคุง~~ กลับมาแล้วเหรอลูก แม่เป็นห่วงแทบแย่เลย”



ที่หน้าบ้าน มีทั้งแม่ไอ้ยู พี่ริว และไอ้ยู รวมถึง...เอ่อ... ‘ไอ้เพื่อน’ ผมอีกหนึ่งคนมายืนรอ



คุณแม่ไอ้ยูนั่นถึงกับถลาเข้ามาหา จับตามเนื้อตัวด้วยความเป็นห่วง จนผมชักรู้สึกผิดที่ทำให้ผู้ใหญ่กังวล



“ขอโทษฮะ...คือ...” จะบอกว่าไงดี....



“ยูอิจิบอกแม่แล้วล่ะจ๊ะ...เป็นแฟนกันน่ะ ทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดานะลูก...ที่สำคัญคือต้องปรับความเข้าใจกันให้ได้นะจ๊ะ”



…O.O เป็นแฟนกัน!! หมายความว่าไง!!!...



ผมหันไปมองไอ้ยูที่มันยิ้มหวานเจี๊ยบใส่ กำลังจะใช้สายตาถาม ไอ้มนุษย์ปากดีเอาโล่ก็เอ่ยขึ้นมา



“เนี่ยแม่!...ถ้ายังไง แม่ก็กล่อมไอ้คาเมะให้หน่อยดิ ให้คืนนี้มันยอมนอนห้องเดียวกับจิน มันจะได้คืนดีกันไง...”



..เฮ้ย!! หมายความว่าไงวะ!! นอนห้องเดียวกับจิน จะได้คืนดีกัน!! อะไรของมึงเนี่ย!!...



“ใช่จ๊ะ คืนนี้คาเมนาชิคุงต้องนอนห้องเดียวกับอาคานิชิคุงนะจ๊ะ ไม่งั้นแม่ไม่ยอมจริงๆด้วย ทะเลาะกันข้ามวันแบบนี้ แม่ไม่ชอบเลย คนเรารักกันต้องให้อภัยกัน ต้องพูดคุยกันสิจ๊ะ”



“เอ่อ....คือ...คุณน้า....” ผมยังไม่ทันจะพูด แต่แม่ไอ้ยูส่ายหน้าเอาไว้ก่อน



“ไม่เอาจ๊ะ....อย่าเถียง...แล้วห้ามเอานิสัยเถียงๆแบบนี้มาใช้กับอาคานิชิคุงด้วยนะจ๊ะ...เราเป็นแฟนอาคานิชิคุง แม่ไม่ชอบให้เราไปเถียงเขาเลย...ไปจ๊ะ ไปพักผ่อนเถอะ...เดี๋ยวแม่เดินไปส่ง”



...เดินไปส่ง!!!!...



“คือ....ผม...ผม...” ผมไม่รู้จะอธิบายแบบไหน เพราะตอนนี้ดูเหมือนแม่ไอ้ยูจะเข้าใจผิดออกอ่าว ออกทะเล อาจไปไกลถึงขั้วโลกเหนือแล้วก็ได้มั้งเนี่ย!!!



“เฮ้ย! คาเมะ แม่กูหวังดีนะเว้ย...มึงก็นอนห้องเดียวกับไอ้จินไปนั่นล่ะ เป็นแฟนกันจะมานอนแยกห้องได้ยังไง ไม่ดีเนอะแม่เนอะ... นี่ รู้เปล่า ก่อนพ่อกูตายนะ ถึงพ่อกับแม่กูจะทะเลาะกันแค่ไหน แต่ไม่เคยนอนแยกห้องเลยนะมึง แต่มึงมันจะไปรู้อะไรใช่มั้ยล่ะ ก็มึงออกจะโง๊ โง่~...อินโนเซนต์ ใสซื่อ แอ๊บแบ๊วก็เท่านั้นล่ะ ไอ้หน้าปลาจวด...ไป ไป...กูก็ชักง่วงแล้วนะเนี่ย ฮ้าว~~...ง่วงอ่ะ”



...หน้าปลาจวด!!!...สัตว์น้ำจืดประเภทไหนวะ!!...



...สรุปแล้วมึงเรียน สัตววิทยา หรือ นิเทศกันแน่เนี่ย...ทำไมดูมึงจะรู้เรื่องชีวิตสัตว์โลกดี๊~ ดี เอางี้...เดี๋ยวเรียนจบไป กูจะเรี่ยไรเงินสร้างสวนสัตว์ให้มึงดูแล!!...




“มาจ๊ะ...คาเมนาชิคุง...อ้า~ แม่ว่ามันยาวนะ แม่เรียกคาเมะจังแล้วกัน...มากับแม่นะ ไม่ต้องกลัวนะลูก คนรักกัน ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญคือต้องหันหน้าคุยกันให้ได้” แล้วคุณแม่ก็ไม่ฟังอะไรอีก จับมือผมจูงจะไปส่งอย่างเดียว



....โอ้ย~!!!~ ปวดหัวโว๊ย!!!! ยู!!~ มึงนะมึง!!!!! ปล่อยให้ปากว่างไม่ได้!!! ก่อปัญหาตลอด!!!!!!....




มาถึงห้องได้ พร้อมกับขบวนส่งตัวบ่าวสาวเป็นพรวน แม้กระทั่งพี่ริวยังมายืนยิ้มแต้เงียบๆอยู่หลังสุด



“พรุ่งนี้ ถ้าแม่ไม่เห็นคาเมะจังกับอาคานิชิคุงดีกันล่ะก็...แม่จะใช้งานอย่างหนักเชียวล่ะ” แหน่ะๆ...คุณแม่ไอ้ยูยังไม่หยุด...



ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่รู้จะตอบยังไงดี ดูเหมือนแม่ไอ้ยูจะเชื่อคำพูดลูกชายสนิทใจ ว่าผมเป็นแฟนไอ้จิน และอยู่ในช่วงงอนกัน



“แฮ่ม...ในที่สุดกูก็ได้โอกาสส่งตัวมึงเข้าหอจริงๆ....” ไอ้ยูทำเป็นเดินเข้ามาพูดเบาๆ แต่สีหน้ามันงี้ ยิ้มบานเป็นกระด้ง



“กูไม่ได้ตั้งใจน้า~ ที่โกหกเรื่องมึงกับจินเป็นแฟนกันให้แม่ฟังอ่ะ ก็กูไม่รู้จะพูดยังไงนี่หว่า...แล้วอีกอย่างนึง วันนี้กูพูดน้อยมากอ่ะ~ พอแม่ถามเรื่องมึงหายตัวไป แบบว่ากูอึดอัดที่ไม่ค่อยได้พูด เลยเผลอแต่งนิทานเรื่อง น้องหนูหัวเม็ดถั่วเขียวกับป๊ะป๋า ให้แม่ฟัง...แม่กูก็ดันช๊อบ ชอบเรื่องมึงกะพ่อโคตรๆ มึงได้แฟนคลับคนนึงแล้วแหล่ะ”



...เงียบปากไปเลย!!! กูโมโหมึงนะเนี่ย!!!~...




“เอาหน่า...แค่นอนห้องเดียวกับพ่อมึงสักคืนจะเป็นไรไป...มันไม่มีอารมณ์มาปล้ำมึงหรอกหน่า คืนนี้คงไม่เสียตัว...”



“แล้วถ้ากูเสีย...”



“โฮย~!!! มึงนี่จะอวดความโง่ให้พระจันทร์เป็นพยานด้วยว่างั้น! ใจมึงนี่จะไม่ให้เวลาตัวเองฉลาดเลยรึไง!! กูจะสอนให้นะ ถ้ามึงเสียตัว มึงก็ให้มันรับผิดชอบเลย คราวนี้นะมึง ไม่ว่าจะนมโต นมแห้ง นมบูด นมอะไรต่ออะไรก็สู้มึงไม่ได้หรอกหน่า แล้วพ่อมึงจะได้เป็นของมึงคนเดียวไง ....เขาว่า...ผู้ชายถ้าได้กับผู้ชายด้วยกันจะติดใจนะเว้ย...ใช่มั้ยวะเรียว~!!!” ประโยคหลังมันพูดดังเป็นที่ประจักษ์ไปทั่ว



....เขารู้กันหมดว่าเรียวจังมีแฟนเป็นผู้ชายก็เพราะปากไอ้เวรนี่นั่นล่ะ... =.=



“อยากลองบ้างมั้ยล่ะ แกน่ะ... จะบอกไอ้พวกเด็กนิติหุ่นล่ำๆมาสนองแกสักคน” เรียบร้อย....ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเรียวจังมาปราบไอ้ยู...



“ยิ้มนะมึง ยิ้ม...เดี๋ยวมึงก็ได้รู้...คืนนี้ถุงก๊อบแก๊บจะเป็นหมันรึเปล่า” มาทำยิ้มเจ้าเล่ห์!!~ ไอ้ยู!!!



“ถุงก๊อบแก๊บทำไมเหรอยู” คุณแม่มันก็ดันหูดีเหลือเชื่อ ได้ยินคำพูดไอ้ยูอีก คราวนี้ไอ้เด็กนิเทศผู้มีพรสวรรค์ด้านฝีปากเป็นเลิศก็หันไปตอบ



“อ้อ...ไอ้จินกับคาเมะมันชอบเล่นเป่าลมใส่ถุงก๊อบแก๊บอวดกันน่ะแม่ ว่าใครจะเป่าได้พองกว่ากัน...ผมก็เตรียมไว้ให้พวกมัน เผื่อมันดีกันแล้วเดี๋ยวไม่มีอะไรเล่น...เนอะมึง...ใช่มั้ยไอ้จิน กูจำได้ว่ามึงชอบเล่นมาก~ โดยเฉพาะเล่นกับลูกมึง ฝึกลมปอดเนอะ~~”



...โฮ....มึงนี่หัวสมองทำด้วยอะไรวะ....คิดได้นะมึง...




“ไปๆ ไปเล่นเป่าลมใส่ถุงก๊อบแก๊บกันได้แล้ว...ราตรีสวัสดิ์นะมึง ขอให้คืนนี้ได้นอน~~”



...ประตูปิดลงพร้อมกับที่ผมกับไอ้จินเหลือกันแค่สองคน....



...ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบครอบงำ...



…ขอบคุณนะยู...ขอบคุณสำหรับแผนการของมึง...ขอบคุณ....


...แต่...


...มึงอย่าดีใจไป!! กูประชดนะโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!....


TO BE CON
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*
PART 10



ไม่ต้องสงสัยกันเล้ย~~ ว่าในรถจะมีสภาพแบบไหน... =.=



ในเมื่อตอนไอ้ยูอยู่ ผมกับไอ้จินยังไม่คุยกัน แล้วมาอยู่สองต่อสอง เอ้ย ใช้คำว่า อยู่กันสองคน จะดีกว่าเนอะ คำว่าสองต่อสองมันดู อ่า~ ไม่ค่อยเหมาะล่ะมั้ง นั่นล่ะครับ เมื่อผมกับไอ้จินอยู่กันสองคน บนท้องถนนที่ไม่ควรสร้างให้เสียงบประมาณชาติ เนื่องจากไม่มีรถคันไหนวิ่ง เราก็ยิ่งไม่มีเรื่องคุย



ผมไม่กล้าชวนคุยหรอก ไม่รู้ว่าที่ผลักมันออกไปวันนั้น มันจะโกรธรึเปล่า ไอ้เวรนี่ยิ่งโกรธกับเรื่องบ้าๆบอๆอยู่



“ว่าไงไอ้ยู” ช่วงที่กำลังปวดหัวกับบรรยากาศเงียบกริบ เหมือนอยู่กับศพ ไอ้ยูก็โทรศัพท์เข้ามาในมือถือให้ผมต้องกดรับสาย



‘แหม~!! กูกำลังลุ้นอยู่เชียว ว่ามึงจะรับโทรศัพท์เป็นรึเปล่า’

“อย่ากวน บอกกูมา ไปทางไหน”



‘มึงออกจากเรียวกังนากามารุที่งดงามอลังการ แถมบริการดี ลูกชายเจ้าของก็หน้าตาเป็นเลิศ แล้วมึงจงเลี้ยวซ้าย’


กะอีกแค่มึงจะบอกให้เลี้ยวซ้ายนี่ก็ต้องพล่ามซะ


“ยูบอกให้เลี้ยวซ้าย” ผมหันไปบอกคนขับ ไอ้จินก็ทำตามอย่างดี



‘ทีนี้มึงบอกให้ไอ้จินขับตรงไปเรื่อยๆ เจอสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที แล้วมึงมองไปทางซ้ายมือของมึง มันจะเจอภูมิประเทศสวยงามโคตรๆนะมึง ที่เป็นป่าสนเขาแห้งๆอ่ะ’


ป่าแห้งๆนี่สวยตรงไหนของมึง…=.=



“มึงอย่าเวิ่นได้มั้ยไอ้ยู รีบๆบอกมาให้หมด”



‘แหม มึงจะให้กูรีบไปไหน อยู่กันสองต่อสองบนรถกะพ่อมึงแล้วอึดอัดหายใจไม่ออกเหรอ ถ้างั้นมึงก็ให้พ่อมึงผายปอดให้ซิ เอาแบบในออนเซ็นไงมึง~~~’



ตายห่า!!! ไอ้ยูมันเห็นจริงๆด้วย!!! O.O



“ไหนมึงว่ามึงไปหาแม่ แล้วมึงรู้ได้ไง”



‘อ้าว~! ก็แม่กูแค่เรียกไปบอกว่า ‘ยูอิจิ วันนี้ลูกหล่อมากจ๊ะ’ แค่นั้นเอง กูก็เลยไปเร็วกลับเร็วไง ต่อๆมึง พอมึงเลี้ยวขวานะ…’



“ไหนเมื่อกี้มึงบอกว่าเลี้ยวซ้าย” ไอ้เวรนี่ มึงจะมั่วอะไรกับกูรึเปล่าเนี่ย!!!



‘อ้าวเหรอ เออๆ งั้นเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยวซ้าย มึงเลี้ยวซ้ายแล้ว มึงก็ขับไปเรื่อยๆเลย’



“แล้วมึงจะให้ขับไปถึงไหน” ผมถามมันอย่างไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ บอกทางประเภทไหนวะ ‘ขับไปเรื่อยๆเลย’ เนี่ยนะ...



‘ก็…..ก็…. นั่นล่ะ ขับตรงไปเรื่อยๆ เจอลูกค้าเมื่อไหร่ ก็นั่นแหล่ะ ถูกแล้ว แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวกูโทร.เอนเตอร์เทนลูกค้าก่อน เขากลัวจะแย่แล้วเนี่ย มาหลงกลางป่ากลางเขา’



ผมวางสายจากไอ้ยูเรียบร้อย ก็หันไปบอกทางกับไอ้คนขับ จินมันก็ขับไปเรื่อย ผมก็หันดูทางมั่ง นั่งแกะขี้เล็บมั่ง ไม่รู้จะชวนมันคุยอะไร



...คุยเรื่องเคโรโระดีมั้ย ก็คงไม่ดี มันคงไม่รู้จักหรอกว่า เจ้าตัวสีแดงๆ ที่ถือปืนอาก้าในเรื่องและผมก็ชอบโคตรๆชื่อว่าอะไร...



หรือจะชวนมันคุยเรื่องหนังโป๊ อ่า อันนี้ก็คงไม่เข้าท่า จะให้ถามว่า ‘แกชอบหน้าอกนางเอกคัพอี หรือ เอฟมากกว่ากันอย่างงี้เหรอ’ คงได้มีการหักพวงมาลัยตกเหวกันมั่งล่ะ ก็ไอ้จินมันเป็นเกย์นี่นา นมผู้หญิงมันจะไปชอบได้ไง (เผลอๆมันจะมองพระเอกด้วยซ้ำไป แต่มันมองแล้วมันจะคิดยังไงวะ อ๊า~! อยากให้ผู้ชายคนนี้มากอดฉันมั่งจัง อย่างงี้เหรอ ฮึ้ย~!! ขนลุก!!!)



งั้นคุยเรื่องมีสาระอย่างการเมือง เอ? แต่มันเรียนวิศวะ มันจะรู้เรื่องอยู่เหรอ อ๊ะ!!!... แต่จะให้ผมไปคุยเรื่องสูตรแคลคูลัสอะไรกับมันก็ไม่ไหวหรอกนะครับ!!!



“คาเมะ เลี้ยวซ้ายสองรอบแล้วยังไงต่อ” อยู่ดีๆไอ้คนขับที่มันนั่งเงียบมาตลอดก็ถามให้ผมสะดุ้ง



“เอ้อ~ ยูบอกให้ขับตรงไปเรื่อยๆ อ่า...เดี๋ยวโทร.ถามมันอีกทีดีกว่า” ผมกดเลขเบอร์ที่มันโทร.เข้ามา ท่าทางจะเป็นเบอร์บ้านมันล่ะมั้งเนี่ย …ดีๆ พอกลับไปอยู่หอแล้วมึงแกล้งไอ้ยูแกล้งเมื่อไหร่ จะต่อสายตรงมาฟ้องแม่มันถึงนี่เลย!!!!...



“ฮัลโล ยู...ให้กูตรงอย่างเดียวเลยเหรอมึง”



‘เออๆ มึงตรงไปสักหน่อย แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที’ คำตอบของไอ้ยู ถูกผมถ่ายทอดให้ไอ้จินอีกครั้ง พวกเราขับตรงไปไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เลี้ยวซ้าย



...แล้วมันก็…..



“เฮ้ย! ยู ทำไมทางมันตันวะ!!” ข้างหน้าคือหน้าผาขนาดใหญ่ มองขึ้นไปข้างบนคือป่าทึบ ที่มีรั้วกั้น คงกลัวสัตว์ตกลงมา



...แต่...นี่มึงอย่าบอกนะว่า ลูกค้ามึงทนรอไม่ไหว จนต้องปีนขึ้นไปเล่นข้างบนแล้วน่ะ~!!!!!...



‘อ้อ สงสัยลูกค้าบอกผิดว่ะ เอางี้นะ มึงถอยรถออกมาก่อน เดี๋ยวกูโทร.ถามอีกรอบให้’



“นี่มึง!! รถมึงอ่ะ ใช้น้ำมันนะโว๊ย!! ไม่ใช่พลังงานแสงอาทิตย์ มึงจะบ้ารึไง ให้พวกกูขับวนไป วนมาอยู่ได้เนี่ย หัดคิดถึงค่าน้ำมันบ้างสิโว๊ย!!!”



‘ไม่เป็นไร แม่กูจ่าย เออหน่า มึงรอกับพ่อมึงในรถอีกแปบนึง เดี๋ยวกูโทร.กลับไป ถ้ามึงว่าง มึงเซ็ง มึงก็นั่งงับปากพ่อมึงไปก่อนก็ได้ เห็นช่วงนี้งับกันบ่อยไม่ใช่เหรอ คงหวานฉิบหายวายป่วง’



“เงียบไปเลย!! ไม่งั้นกูจะกลับไปงับหัวมึง!!~ แม่งเอ้ย!!!!” ผมด่ามันไปแค่นั้น แล้วกดตัดสาย ก่อนจะโยนโทรศัพท์เซ็งกะบ๊วยของไอ้ยูข้ามไหล่ไปเบาะหลัง



แน่นอน มารยาทอัทธพาลอย่างงี้ ไม่รอดสายตาพ่อผม มันหันมามองทันที แต่มันจะมองก็มองดิ ผมไม่มีอารมณ์ยอมถูกมันดุหรอก



... มึงดุกูมา กูจะด่ากลับให้มึงลืมแม้กระทั่งชายในดวงใจของมึงเลย คอยดู!!!!...



…อ๊ะ...ชายในดวงใจมันก็ผมนี่หว่า…



“เป็นอะไร” มันถามเรียบๆ ...ก็ยังดีวะ...กูได้ไม่ต้องด่ามึง เดี๋ยวมึงลืมกูล่ะแย่เลย....



“ไอ้ยูแม่งงี่เง่า!!!!”



“พูดดีๆสิ หงุดหงิดอะไร เมื่อกี้กินข้าวไม่อิ่มเหรอ” น้ำเสียงจินยังเรียบ เรียบแบบที่ไม่มีความดุแม้แต่น้อย จนผมต้องหันมองมัน



ผมไม่กล้าบอกมัน ว่าผมหงุดหงิดทุกอย่าง



... กูหงุดหงิดตั้งแต่ไอ้ยูมันสั่งให้กูมากับมึง กูหงุดหงิดที่ขึ้นมาบนรถ แล้วมึงก็ไม่ชวนกูคุย กูหงุดหงิดที่กูไม่รู้ว่ามึงโกรธกูรึเปล่า แล้วก็... นั่นก็ใช่ กูหงุดหงิดเพราะยังกินข้าวไม่อิ่ม…



“งั้นแวะกินข้าวก่อนแล้วกันนะ” มันว่าอย่างนั้น ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ ไอ้จินเลยพาผมกลับออกมายังเส้นทางเดิม ที่พอจะมีร้านค้าบ้างประปราย



เราสองคน เอ่อ ใช้คำว่ามันกับผมจะดีกว่า ผมกับมันแวะกินข้าวร้านเล็กๆริมทาง ไอ้จินไม่ได้สั่งอะไรให้ตัวเอง นอกจากน้ำเปล่าแก้วนึง ส่วนของผมสั่งข้าวหมูทอดมาจาน



…บางทีผมก็เคยคิดนะ ว่าไอ้จินมันเอาใจใส่แบบนี้กับทุกคนรึเปล่า หรือมันเป็นแบบนี้แค่เฉพาะกับผม ถึงมันจะชอบดุ แต่การดุของมันก็มักจะมีแต่ตอนที่ผมไม่งอแงหรืองี่เง่า แต่ในกรณีที่ผมกำลังอารมณ์ไม่ปกติ จินมันจะเงียบ ถึงผมจะทำตัวน่าตีแค่ไหน มันก็จะไม่ว่า (แต่พอผมหาย มันก็จะเริ่มร่ายถึงการกระทำของผมตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาที่เท่าไหร่ไม่รู้มาดุ)



จะว่าไปแล้ว ผมไม่เคยสังเกตมันเลยสินะ ไอ้จินน่ะ เอาใจผมเสมอแหล่ะ ผมอยากได้อะไรมันก็ให้ แต่ต้องเป็นของที่ได้แล้วมีประโยชน์นะ ผมเคยขอให้มันซื้อหนังสือคัดคันจิให้ เห็นผลครับ เช้าวันต่อมานี่ได้มาสามเล่มโตๆ แต่พอลองขอให้มันซื้อบุหรี่เท่านั้นล่ะ เป็นเรื่องกันเลยทีเดียว หอแตกอ่ะ วันนั้น



ผมกับมันกินข้าวกันเสร็จ ความหงุดหงิดก็เริ่มจางลง ท้องอิ่มแล้วโลกทั้งใบมันก็สวยงามล่ะครับ



นั่น...ไอ้ยูโทร.เข้ามาอย่างเหมาะเจาะ ...รู้จังหวะนักนะมึง!!... ทีตอนกูกำลังอยากจะด่าใครสักคนล่ะ มึงหายต๋อมเชียว!!!...



ตอนนี้มือถือไปอยู่กับไอ้จินแล้วครับ มันคงไปตามเก็บมาจากเบาะหลังที่ผมโยนไปนั่นล่ะ



“อยู่ร้านอาหาร อือ พาคาเมะมาทานข้าว”



“เออๆ” แล้วมันก็ส่งโทรศัพท์มาให้ผม ก่อนจะพูดสั้นๆว่า



“ไอ้ยูจะบอกทาง”… เอ้า!! ก็มึงเป็นคนขับ ส่วนกูเป็นคนนั่งข้างๆ มึงสิ!! ควรจะฟังการบอกทางของไอ้ยู ...



แต่นู่นครับ ไม่ทันไอ้คุณชายมันหรอก มันเดินลิ่วๆแล้วขึ้นไปนั่งบนรถ สตาร์ทเครื่องรอแล้วเรียบร้อย



“ไงมึง~! ลูกค้ามึงเหี่ยวตายคาป่ารึยังล่ะ” ผมเอาโทรศัพท์มาแนบหูได้ ก็ทักปลายสายอย่างมีมารยาท


‘ปากอย่างงี้ มึงอยากกลับไปนอนหอคนเดียวมั้ยห๊า~!! เดี๋ยวมึงออกจากร้านแล้วเลี้ยวซ้าย’



เลี้ยวซ้ายอีกแล้ว!!! มึงเข้าใจอะไรถูกรึเปล่า ถนนมันก็มีเลี้ยวขวาได้นะโว๊ย~!!!



“เออ ให้มันชัวร์นะมึง ไม่ใช่เลี้ยวซ้ายคราวนี้ของมึง พากูกะไอ้จินตกเหว” ผมว่ามัน แล้วก้าวขาขึ้นนั่งบนรถ



‘ก็ดี พวกมึงได้ไปรักกันต่อชาติหน้า เดี๋ยวกูจะเผาชุดแต่งงานตามไปให้ด้วย พวกมึงได้มีใช้ ต่อๆ มึงเลี้ยวซ้ายคราวนี้ ขับตรงไปจนเจอสี่แยกเลยนะ แล้วมึงเลี้ยวขวา พอเลี้ยวขวาแล้ว มึงตรงไป ตรงไปเรื่อยๆ เจอสี่แยกอีกทีแล้วเลี้ยวซ้าย จะเจอซอยแรก มึงไม่ต้องเข้า มึงขับตรงไปอีกสามซอย นับเลขถูกใช่มั้ย มึงยิ่งฉลาดซะจนกูหวั่นๆว่าจะนับเลขผิดอยู่’ ไอ้ยูบอกทางแบบรวดเดียว จนผมเริ่มตึ้บ แต่ก็ถ่ายทอดให้ไอ้จินฟังเป็นระยะๆ



‘แล้วเป็นไง กินข้าวกับพ่อ อร่อยจนกระเพาะร้องไห้เลยมั้ย’


“กระเพาะบ้านมึงร้องไห้ได้รึไง มึงอย่านอกเรื่อง ถ้ากูเข้าซอยที่สามแล้วไงต่อ”


‘มึงเข้าซอยที่สามแล้วเหรอ’



“เออ” ผมตอบตอนที่ไอ้จินเลี้ยวเข้าซอยที่สามพอดี แถวนี้เริ่มเป็นบ้านคนแล้วล่ะนะ คงเข้าใกล้เมืองทุกขณะ



‘มึงวิ่งไปจนทะลุซอยเลย แล้วเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปอีก จะเจอสี่แยก เสร็จแล้วมึงเลี้ยวขวา’ พอเลี้ยวขวา ก็ปรากฏว่าพวกผมเจอความเป็นบ้านนอกไม่มีบ้าน ไม่มีคน ไม่มีสิ่งมีชีวิตจำพวกไหนอีก


...เอ้า!!!~ อะไรของมันวะ!!~ ไอ้จังหวัดนี้แม่งผิดปกติอะไรรึเปล่าเนี่ย!!!...



‘ถึงยัง’



“เออ ถึงแล้ว ไม่เห็นมีใครเลยนี่หว่า” ผมบอกมันงงๆ มองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นจะเจอ



‘เหรอ... เฮ้ย!! แบตกูหมดว่ะ!! มึง~!! ไอ้คาเมะ โหลๆ มึงได้ยินกูเปล่าเนี่ย !! โทรศัพท์กูแบตหมด อ้าว~! เฮ้ย!! ลูกค้าที่หลงทางมาถึงเรียวกังแล้วว่ะ!! เฮ้ย!! แบตไม่เหลือแล้วมึง~! คาเมะ!! มึงช่วยตัวเองนะ!! บอกไอ้จินหาทางกลับมาเองนะ! โอ้ย~! แบตหมด~ หมด~ หมดแล้วววววว...’



...เฮ้ย!!! มึงเล่นอะไรของมึงเนี่ยไอ้ยู!!~ ทำไมอยู่ดีๆมึงมาร้องว่าแบตหมดวะ!!!... O.O



“ไอ้ยู!!~ มึงอย่าเล่นงี้ดิ!! มึง!!! มึงอย่าเพิ่งมาแบทหมดตอนนี้ได้มั้ย!! แล้วกูจะกลับยังไงเนี่ย!! ไอ้ยู!!!” ไม่มีการตอบรับ ไอ้เวรยูมันแบตหมดไปแล้วเรียบร้อย โทรศัพท์บ้านมึงยี่ห้ออะไรวะ ใช้แบต!! แม่งเซ็ง!!



“ไอ้ยูว่าไง” จินมันหันมาถาม แต่ผมหงุดหงิดซ้ำซ้อนหลายรอบ เสียงที่ตอบเลยออกแนวกระชาก



“มันบอกให้หาทางกลับเอง!! แม่ง ทิ้งเพื่อนหน้าตาเฉย!! กลับไปจะไล่เตะให้ดินถล่มเลยคอยดู!!!!”



“ใจเย็นๆ”



“จะให้ใจเย็น!!! กูกับมึงกำลังอยู่ตรงไหนของญี่ปุ่นก็ยังไม้รู้เลยนะเว้ย!!! แล้วทีนี้จะกลับกันยังไง!! ป้ายอะไรก็ไม่มีบอกทาง แล้วมาไกลแค่ไหนก็ไม่รู้ แม่ง!! รู้งี้นอนหอคนเดียวยังดีซะกว่า”



“ไม่ให้นอน” ผมหันพรึ่บไปมองไอ้คนพูดจาไม่เข้าหูตอนอารมณ์กำลังดิ่งเหวอย่างงี้



“เอาเถอะ ฉันสัญญาว่าจะพาแกกลับให้ได้” มันว่าอย่างนั้น แล้วเลี้ยวรถกลับเส้นทางเดิม มันดูสบายอารมณ์เหลือเกิน ในขณะที่ผมโคตรจะหงุดหงิด


“หิวอะไรมั้ย”


“อิ่มจะตายห่า”


“งั้นนอนไปก่อนก็ได้”



“ประสาทรึเปล่า!!~ กำลังหลงทางอย่างงี้ กูไม่มีอารมณ์จะนอนหรอก” ไอ้จินเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง ให้ผมต้องหันมองอีกครั้ง กูยิ่งหงุดหงิดอยู่นะเว้ย เดี๋ยวก็กัดหัวมึงหรอก!!!



“ทำไมไม่เชื่อใจ บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะพากลับให้ได้”



“มึงอย่ามาดีแต่พูดหน่อยเลย พ่อมึงทำงานกรมแผนที่ญี่ปุ่นรึไง!! หลงทางยังงี้ยังจะเสือกกล้าพูดอีกว่าจะพากูกลับให้ได้!! มึงไม่ต้องมาปลอบใจกูหรอกแม่ง!! กูมันซวยเองที่ตามไอ้ยูมาถึงนี่เพื่อให้มันแกล้ง” ไอ้คนขับมันส่ายหน้าไปมา แล้วดึงผมเข้าไปกอด



“ไม่เอาคาเมะ ไม่ร้องไห้ บอกว่าจะพากลับก็พากลับสิ” อะไร!! กูไม่ได้ร้องไห้!!~ น้ำมันไหลของมันเองโว๊ย!!!



“ไม่ได้ร้อง!” เสียงกูแค่สั่นนิดหน่อย แค่สั่นนิดหน่อยเท่านั้นล่ะ!!



ไอ้จินหัวเราะอยู่ข้างหู ทำไมไม่รู้ ตอนแรกผมหงุดหงิดมาก ผมเซ็งมาก และก็อยากอาละวาดมากด้วย แต่แค่ได้ยินเสียงหัวเราะของมัน เสียงหัวเราะที่บอกว่ามันอารมณ์ดี บอกว่ามันยังอยู่ข้างๆ มันไม่ได้ทิ้งผมไปไหน


...แค่นั้น ผมก็รู้สึกสบายใจ….



…สบายใจเพราะรู้ว่าไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ทิ้งผมไป สบายใจเพราะรู้ว่ามันอารมณ์ดี และมันพร้อมจะตามใจผมทุกเมื่อ...



...ที่สำคัญที่สุด คือสบายใจ ที่ได้รู้ว่าเวลาอย่างนี้คนที่อยู่ข้างผมคือมัน...



“จะกลัวทำไม ฉันอยู่ตรงนี้ ถึงพากลับไม่ได้ เดี๋ยวจะหาที่ให้นอน ไม่ปล่อยทิ้งไว้ข้างทางให้ใครแกล้งหรอกหน่า”



“มึงไง แกล้งกู” ผมบอกมัน อารมณ์ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากให้มันเลิกกอด การกอดกันมันดีอย่างงี้นี่เอง มันทำให้สบายใจ มันทำให้รู้สึกดี มันทำให้อบอุ่น



แล้วไอ้จินจะรู้สึกอย่างผมมั้ยนะ มันจะรู้สึกดีกับการกอดผมมั้ย มันจะรู้สึกสบายใจมั้ย



“จริงเหรอ ฉันชอบแกล้งเหรอ” ผมพยักหน้ากับไหล่มัน ให้มันยิ่งหัวเราะมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่เสียงหัวเราะเบาๆข้างหูผมเท่านั้น



“ช่วยไม่ได้ แกมันน่าแกล้ง ทำตาโตๆ อ้าปากค้างแล้วน่ารักดี ยิ่งตอนอึ้งเพราะถูก…เอ่อ…” แล้วไอ้จินก็เงียบ แม้มันจะไม่ได้พูด แต่ผมก็เข้าใจท้ายประโยคของมันดี



มึงจะบอกว่ากูยิ่งน่ารักเพราะอึ้งที่ถูกจูบอย่างนั้นใช่มั้ย…บ้า!! พูดอะไรของมึงวะ…



“แล้ว เมื่อวานโกรธมั้ย… ไอ้ยูมันจะเข้ามา…เลย…”



“ไม่โกรธหรอก” คำตอบของมัน พาเราสองคนเงียบลง ก่อนที่ผมจะสะดุ้งนิดๆ เพราะรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ขบลงมากับซอกคอ


“อ๊ะ!”



“เจ็บเหรอ” ผมส่ายหน้า คราวนี้ไอ้คนทำ มันยิ่งซุกหน้าลงกับซอกคอผมมากขึ้น ผมรู้ว่าทั้งจมูก ทั้งปากมัน กำลังไล้ไปทั่วคอ มันจักจี้ แต่มันก็ทำเอาหวิวไปทั้งตัว



ผมไม่รู้ว่าตัวเองเอียงคอทำไม เพราะต้องการให้มันสัมผัสมากขึ้นงั้นเหรอ นี่ผมเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมผมถึงอยากให้มันทำแบบนี้กับผมนะ



--ก๊อก ก๊อก ก๊อก-- เสียงเคาะกระจก ทำให้ผมที่กำลังหวั่นไหวไปกับสัมผัสตรงซอกคอ ต้องสะดุ้งเฮือก เพียงเพื่อจะพบว่า มีตำรวจคนนึง กำลังยืนส่องกระจกอยู่



....เฮ้ย!! ตำรวจมาไงวะ!! ถึงผมจะเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย แตะไพ่บ้าง หนังโป๊เล็กน้อย แต่ผมก็ไม่เคยกินเหล้า สูบบุหรี่นะครับ คุณตำรวจ!!!...



ผมรีบผลักไอ้จินออกห่าง แล้วตะแครงตัวหันหน้าเข้าหากระจกข้างตัวเองทันที มันอายครับ ไม่มีอะไร~~ คุณตำรวจจะคิดยังไงล่ะเนี่ย ผู้ชายแมนๆอย่างผมมานั่งให้ผู้ชายเกย์ควีนไซ้คออย่างงี้อ่ะ T.T



“ไม่ทราบมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ” ผมได้ยินเสียงคุณตำรวจถามลอยมากับลม ให้ผมต้องเอาปอยผมมาปิดแก้ม ปิดหน้า แต่ทำไมผมกูมันสั้นจังวะ ปิดก็ปิดไม่มิด แม่งเอ้ย~!! อายโว๊ย!!!



“กำลังหลงทางน่ะครับ” เออ ดีมึง~!! มึงเสวนากะคุณลุงไปก่อนโอเค๊~! กูยังไม่พร้อมจะหันไปเสนอหน้าว่ะ!!



“จะไปไหนหรือครับ”


“เรียวกังนากามารุ” ผมได้ยินเสียงตำรวจหัวเราะ



“อ้อ ขับตรงไปอีกสิบนาทีก็ถึงแล้วล่ะครับ ใกล้ๆนี่เอง” อะไรนะ!!~ ใกล้ๆนี่เอง!!!! ผมรีบหันพรึ่บไปมอง นายตำรวจนั่นกำลังยิ้มรับคำขอบคุณของไอ้จิน และส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร จากนั้นพ่อผมก็ปิดกระจก



“เห็นมั้ย บอกแล้วว่าจะพากลับ”



“ไม่ต้องมาอวดเลย! ถ้าไม่เจอลุงตำรวจ ก็ยังงกันอยู่แถวนี้แหล่ะ”


“ใช่ แล้วบางคนก็คงร้องไห้ต่อไป” เอ๊ะ! มึง!!! กล้าดียังไงมาขุดคุ้ยเรื่องของกูห๊ะ!!!



“กูไม่ได้ร้องไห้!!!!” ไอ้จินส่ายหน้า



“กูมึงอีกแล้ว กลับไปโดนอีกแน่” โดนอะไรอีก!!~ มึงอย่ามาพูดมั่วๆนะเว้ย~!!!


“ที่คอไง ทำรอยไปข้างเดียวเอง เหลืออีกข้าง” เท่านั้นล่ะ ผมรีบยกสองมือปิดคอตัวเองทันที



...ไม่!!!! ใครจะปล่อยให้มึงทำห๊ะ!!!!!....



-*-*-*-*-*-*



แค่ไม่นาน ผมกับไอ้จินก็ได้กลับมาเหยียบเรียวกังนากามารุอีกครั้ง ผมรีบกระโดดลงจากรถทันที แล้วก้าวขาซวบๆเข้าบ้าน



....อย่างแรกที่ทำ! ครับ~!!! ไม่ต้องเดาว่านั่นคือการเตะไอ้ยู!!!!...



นั่นครับ!!~ เจอแล้ว!! มันกำลังยืนหัวเราะเอิ้กอ้ากอยู่กับเรียวจังที่เคาท์เตอร์ต้อนรับลูกค้า ...สนุกสนานนะมึง สนุกสนาน~!!!~ มึงทำกูกับไอ้จินหลงทาง!!! มึง~!!!!!!!....



“ไอ้ยู!!!!” ไอ้จมูกโตหันกลับมามอง ทีนี้มันตาโตแถมมาให้ด้วยอีกอย่าง


“เฮ้ย!!~ ทำไมมึงกลับมาเร็ววะ!!”


“กูเก่ง!!~ มีไรป่ะ!! มึงนะ!! มึง!!~ เรื่องนี้มึงจัดฉากใช่มั้ย!!~ ไหนล่ะลูกค้าของมึง ห๊ะ!!”



“มีอะไรกับดิฉัน” ผมกำลังจะเข้าไปไล่กระทืบไอ้ยู แต่เสียงที่ดังมาจากด้านหลังก็ทำให้ผมต้องหันมอง



...ตายห่า!!~ เรื่องลูกค้านี่เรื่องจริงเหรอวะ!!... O.O



“ที่นี่กลายเป็นเรียวกังไร้สกุล โหวกเหวกโวยวายอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ อ๊ะ! ว่าแต่ เรียวซังคะ เห็นพี่สาวของเรนะมั้ยคะ” แม่สาวสวย อกโต กับหน้าตาเชิดหยิ่งพูดจบแล้วก็เดินเข้าไปหาเรียวจังที่ยืนอยู่หลังเคาท์เตอร์



...เดี๋ยว! ไอ้ยูมันเป็นลูกเจ้าของ แล้วทำไมไม่ถามไอ้ยูล่ะ...




“โยชิคาวะซังอยู่ที่สวนด้านหลังครับ”


“เอ? สวนด้านหลังไปทางไหน เรนะก็จำไม่ค่อยจะได้ซะด้วยสิคะ” อ้อ....หรือยัยเรนะนี่จะจีบเรียวจัง...ทำเป็นโง่ถามทางไปสวนด้านหลัง ก็มันจะยากอะไรล่ะห๊ะ!!~ แค่หล่อนเดินออกจากเรือน แล้วตรงดิ่งไปข้างหลังน่ะ!!



“งั้นตามผมมาสิครับ!!~ เดี๋ยวผมจะพาไป!!” ผมเสนอหน้าขึ้นมาก่อนเรียวจัง ด้วยความหมั่นไส้หน้าเชิดๆของแม่คนนี้ซะเหลือเกิน



“ไม่เป็นไร เรียวซังพาเรนะไปได้มั้....”



“คาเมะ...” ไอ้จินเดินตรงดิ่งมาหาผม พร้อมส่งเสียงเรียก แม่เรนะอะไรนั่นก็ได้ยินเสียงผู้ชายไม่ได้เล้ย~ สนใจตลอด…



...นั่นไง เห็นไอ้จินแล้วมาทำตาโต!!~ อยากง้าบล่ะสิเจ๊!!~ เหอะ เหอะ ไว้อาลัยให้ตัวเองได้เลย ไอ้จินมันเป็นเกย์ ไม่สนใจสาวโนตมอย่างเจ๊หรอก!!!...



“มากวนอะไรแถวนี้ ไปไป เรามีงานข้างหลัง” ไอ้จินมันว่าอย่างนั้น แล้วมันก็ลากผมออกไป ความจริงผมก็เป็นห่วงเรียวจัง กลัวยัยนั่นจะฟาดซะก่อน แต่เห็นสายตาแม่เรนะมองตามหลังผมกับจินแล้ว ชักเริ่มรู้



...คนที่แม่คนนั้นจะงาบ ท่าทางจะเบนเข็มจากเรียวจังมาเป็นไอ้จินแล้วแน่ๆ...




...แต่!...อย่าคิดว่าไอ้คาเมะคนนี้จะยอมง่ายๆ ไม่มีทางเว้ย!!!!....



...ให้มันรู้ซะมั่ง!!!~ คนนี้พ่อกู!!!!!...


-*-*-*-*-*-*-


และทั้งๆที่ผมไม่คิดจะยอมง่ายๆ แต่เย็นนั้นเอง ไอ้จินก็ถูก ‘เรียกตัวไปพบ’ เพราะเจ้าหล่อนต้องการยานวดขา และไอ้จินเป็นคนคุมตู้ยา



...แม่ง!!~ เดินยังไงให้ขาแพลงวะ!~ เดินไป มองผู้ชายไปอ่ะดิ!!!...



“คาเมะ! ไปอาบน้ำกันมึง” ไอ้ยูโผล่หน้าเข้ามาเรียก ผมที่นั่งเซ็งอยู่ในห้อง พอมีคนมาชวนอย่างงี้ ก็เลยตกลงไปกับมันอย่างง่ายดาย ก็ไอ้จินมันเสือกโง่ไปกับแม่คนนั้นเองนี่หว่า!! งั้นพอมึงกลับมา มึงก็ไปอาบน้ำคนเดียวทีหลังแล้วกัน!!! กูไม่รอมึงหรอก!!!


ในห้องอาบน้ำ ผมกับไอ้ยู ฟอกสบู่ ทำความสะอาดแล้ว ก็กระโจนลงบ่อน้ำร้อนทันทีครับ พอลงมาได้ ไอ้ยูก็เริ่มล่ะ...


“แล้วพ่อมึงไปไหนล่ะเนี่ย ทำไมปล่อยมึงไว้คนเดียว”



“ไปหาแม่ใหม่ให้กู...คาดว่าขึ้นปีสอง กูคงมีน้องอีกคน” ผมตอบเซ็งๆ เอาฝ่ามือตีน้ำเบาๆ ให้มันกระเด็นเล่น


“มึงไม่อยากได้รึไง แม่กะน้องอ่ะ”


“ไม่! พ่อกูเป็นของกูคนเดียว” ผมตอบทันควัน รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองหน้ามุ่ยสุดๆ



“อ้อเหรอ...แล้วไหนล่ะท่าทีของมึงอ่ะ ไหนวะที่มึงบอกว่า พ่อมึงเป็นของมึงคนเดียว ทำไมมึงไม่รั้งมันไว้ ทำไมมึงไม่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมันล่ะ...คาเมะ กูจะบอกอะไรให้นะ ถ้ามึงยังบอกว่ามึงเป็นเพื่อนกับมันอยู่แบบนี้ มึงไม่สิทธิ์ไปบอกใครต่อใครว่ามันเป็นของมึงคนเดียว มึงต้องพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างมึงกับพ่อมึงสิวะ…”



“กูยังไม่พร้อม”



“ยังไม่พร้อม!! เหตุผลงี่เง่าสมเป็นมึงจริงๆ ไอ้เตี้ยเอ้ย~!!!...มึงไม่พร้อมอะไรวะ ต้องรอไข่สุก พัฒนากับไอ้จินปุ๊บก็ท้องปั๊บ เอางั้นรึไง” ผมหันไปมองมัน ปากมึงนี่นะ....ทักษะสุดยอดจริงๆ



“ก็กูกลัว...กูยัง...”



“เฮ้ยๆ ที่คอมึงมันรอยอะไรวะ” คำถามไอ้ยูที่ดังขัดคำพูดผม ทำเอาผมต้องรีบยกมือตะปบคอตัวเองทันที แต่ จะไวไปกว่ามันเหรอครับ Y.Y ไอ้เวรยูคว้ามือผมปุ๊บ มันก็ใช้มืออีกข้างผลักหัวผมออก เปิดซอกคอให้มันยลโฉมเต็มๆตา



“นี่มึง!!!~ แค่นั่งรถออกไปด้วยกันสองคนนี่กลับมามีของแถมเลยเหรอวะ!!!~ เอาละโว๊ย~!!~ สงสัยกูต้องบอกให้คนครัวเข้าเมืองไปซื้อถุงก๊อบแก๊บมาเพิ่มด่วนซะแล้ว ท่าทางที่มีจะไม่พอยาไส้มึงกับพ่อมึงแน่ๆ”



“เงียบไปเลย!!~ มึงจะฟังกูพูดมั้ยห๊ะ!!~” ผมหันมาแง่งใส่มัน ไอ้ยูหัวเราะเอิ้กอ้าก แล้วยอมปล่อยให้ผมพูดต่อ




“กูยังไม่มั่นใจหลายๆเรื่องเลยว่ะ แล้วเรื่อง....เรื่องอย่างงี้ของผู้ชายกับผู้ชาย กูก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์”



“ไม่เห็นยาก~!!~ มึงก็ถอดเสื้อผ้า กระโดดไปนอนรอบนเตียง เดี๋ยวไอ้จินกลับมาเห็น มึงก็มีประสบการณ์เองแหล่ะ!!”



“บ้า! เกย์ควีนบ้านมึงรึไง มารุกผู้ชายอย่างกู” ไอ้ยูมันถอนหายใจพรืด



“นี่มึงยังคิดว่าไอ้จินเป็นเกย์ควีนอีกเหรอเนี่ย”



“ทำไมอ่ะ ถ้าไอ้จินไม่เป็นควีน แล้วใครจะเป็น...” ไอ้ยูมันหันมาจิกตาใส่ผม ...ไม่....สายตาอย่างงี้ของมึงคงไม่หวังจะให้กู......เป็น.........หรอกใช่มั้ย




“มึงอยากได้รางวัลควายทองคำมั้ยวะ เดี๋ยวกูปั้นแล้วมอบให้มึงกลางออนเซ็นแบบนี้เลย....โง่จนควายยกให้เป็นบรรพบุรุษเลยมึงอ่ะ!!!....วันเกิดมึงปีหน้ากูจะซื้อกระจกให้ แล้วจะบังคับมึงส่องวันล่ะห้ารอบ~!!!!...จากนั้นมึงต้องมายืนตะโกนหน้ากูว่า... หนูสวยค่ะ หนูสวยค่ะ หนูสวยค่ะ!!!!...”



“กูไม่โง่นะเว้ย~!!~ แต่จะให้กูเป็นเกย์ควีนเนี่ยนะ!!!”




“อ้าว~! แล้วมึงนึกสภาพไอ้จินมาทำตัวแอ๊บแบ๊ว กอดแขนนัวเนียมึง ออเซาะมึงออกมั้ยล่ะ!!!” ผมพยายามนึกตาม แล้วก็ต้องรีบส่ายหน้าทันควันกับความรู้สึกวาบๆเพราะขนลุก ขนพอง



“แล้วกูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้จินไม่ได้รักมึงเพราะมันคิดจะให้มึงมาคอยเทคแคร์มัน มันรักมึงเพราะมันอยากเทคแคร์มึง มันรักมึงเพราะมันอยากเอาใจใส่มึง ไหนมึงบอกกูซิ ว่าความคิดของ ‘ผู้ชายแมนๆอย่างมึง’ อ่ะ เคยคิดอยากจะเทคแคร์ไอ้จิน เหมือนที่มึงเทคแคร์ผู้หญิงมั้ย ห๊ะ~!!!~ มึงตอบด้วยความฉลาดของสมองเท่าเม็ดถั่วเขียวของมึงให้กูฟังแล้วชื่นใจหน่อยสิ~!!!”



ผมเงียบ....ความจริงก็คือไม่ ผมไม่เคยคิดจะลุกขึ้นแล้ววิ่งไปถามจินว่า


‘จินจ๊ะ อยากกินน้ำอะไร เดี๋ยวคาเมะไปซื้อมาให้’


ในทางตรงกันข้าม ผมกลับอยากให้มันวิ่งเข้ามาถามผมแบบนั้นมากกว่า ผมอยากให้มันดูแลผม อยากให้มันเอาแต่คอยมองผม



และแน่นอน ถึงผมจะไม่อยากเทคแคร์มันแบบที่ผมทำให้ผู้หญิง แต่ผมก็อยากเทคแคร์มันอีกแบบนึง อยากทำอย่างอื่น เช่นว่าถ้าวันไหนมันกลับมาหน้าเหนื่อยๆ ผมก็จะนวดหลังให้มันบ้าง หาผ้าเย็นๆมาให้มันบ้าง



“เริ่มฉลาดยังมึง แสดงว่าในน้ำร้อนบ้านกูนี่นอกจากจะสวยเริ่ดๆแล้ว ยังมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อวิวัฒนาการของสมองมึงด้วยนะ เป็นไง....สมองถั่วเขียวของมึง เริ่มเป็นถั่วงอกยัง...”



....ปากมึงนี่เคยเงียบเกินห้านาทีมั้ยห๊ะ!!!....



“คาเมะ...กูพูดจริงๆนะ มึงจะปล่อยให้จินมันรอไปถึงเมื่อไหร่ ไอ้จินมันเป็นคนดีนะเว้ย ถึงมันจะขี้บ่น แต่กูก็ไม่เคยเห็นมันว้อกแว้กไปหาใครเลย...”



“ใครจะรู้ ลูกค้านมโตของมึงคนนั้น อาจจะทำไอ้จินคนดี้~~ คนดีใจแตกก็ได้”



“นั่นแน่~~ มึงหึงเหรอวะ”



“หึงไร กูเปล่า! มันจะใจแตกกะใครก็เรื่องของมันดิ!”


“แหม~~ มึงมันปากดี! มันใจแตกไปจริง มึงอ่ะจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า กูบอกไว้ก่อน ว่ากูไม่ยอมให้เสื้อกูเลอะน้ำมูกมึงอีกแล้วนะเว้ย! แค่ตัวเดียวกูก็เซ็งจะแย่!”


“ไอ้ขี้งก!”



“ขี้งกแล้วเป็นคนดีเปล่าล่ะ~! กูพูดจริงๆนะคาเมะ ถ้ามึงกับไอ้จินรักกันได้ กูจะเอาเรื่องของมึงลงรีพอร์ตของกูเลยอ่ะ ไปสมัครงานที่ไหนก็จะบอกเขาว่า ผมเคยทำงานยากโคตรๆงานนึงครับ และมันสำเร็จมาแล้ว!!”



“ประสาท!!!”



“ประสาทแต่หล่อโว๊ย~!! กูขึ้นแล้ว มึงก็อย่าแช่นาน เกิดหน้ามืด จมน้ำ ตายคาบ่อ ไอ้จินจะไร้คู่ไปซะก่อน กูสงสารมัน ไม่ได้สงสารมึง โอเค๊~!!” ผมย่นจมูกใส่ไอ้คนพูดมาก แต่ก่อนมันจะลุกจากมัน มันก็ยังหันมาย้ำคำเดิมด้วยควาหวังดีอันล้นปรี่




“อย่าลืม....ไอ้จินไม่ใช่เกย์ควีน และมึงก็ไม่ใช่ผู้ชายแมนๆ...อย่าให้กูย้ำบ่อย กูเสียดายน้ำลาย...จำไว้!...มึงคือเกย์ควีน และไอ้จินคือแกย์คิงส์!!~ เพราะงั้น...งวงช้างน้อยๆนั่น มึงก็ทำความคุ้นเคยเอาไว้~~”




...ตายห่า!! ลืมไปเลยว่าไอ้จินมันมีงวงช้าง!!! แล้วถ้ากูเป็นควีนให้มัน..... O.O....




...กูต้อง ‘ฉีก’ จริงๆเหรอเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!...


-*-*-*-*-*-*-*-*-


ด้วยความที่ผมกลัวไอ้ยูจะสมเพช ถ้าตายคาบ่ออาบน้ำบ้านมัน และกลัวไอ้ยูจะลำบากต้องมานั่งสงสารไอ้จิน ผมก็เลยออกจากออนเซ็นหลังมันเล็กน้อย เดินตัวหอมฉุยกลิ่นโลชั่นกลับมาที่ห้อง ก็เจอไอ้จินเดินไปเดินมานั่งไม่ติดที่



“คาเมะ!! ไปอาบน้ำมาเหรอ…” ผมพยักหน้าไปตามเรื่อง ไม่อยากกวนมันหรอกตอนนี้ …แม่ง!! คอกูเป็นรอย ถูกไอ้ยูล้อก็เพราะมึง!!!...



“ไปอาบกับใคร”



“กับไอ้ยู” คราวนี้ไอ้จินมันเงียบ แล้วมันก็หันไปค้นกระเป๋าหยิบของจะไปอาบน้ำ ...เป็นไรของมันวะ เมื่อกี้ล่ะถามเสียงเครียด ทีงี้ล่ะมาเงียบ....กูล่ะงงกะมึงจริงๆ!!!...



“ใครจะเหมือนแก อยู่ดีๆก็มีสาวมาตามให้ไปออเซาะกันถึงห้อง” ...อ๊ะ! นี่ผมพูดอะไรออกไปวะ!!...



ไอ้จินมันหันมามองผม แต่ผมทำเป็นมองข้างฝา ...เออ...มึงไม่ต้องมามองหน้ากูด้วยความงง กูก็งงกะตัวเองเหมือนกัน ทำไมพูดอย่างกับว่าหึงไอ้จินเลยวะ...



...หึง!...ไม่!! ไม่ได้หึงสักหน่อย!! ก็แค่รู้สึกพิเศษกับมัน ไม่จำเป็นต้องหึงนี่หว่า!!~ มันจะไปไหนกับผู้หญิงกี่คนก็ช่างมันดิ~!! ไม่คาเมะ!!~ ไม่ได้หึง!!...



...ก็ยัยคนนั้นมันน่ากลัวน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ!!~ กลัวไอ้จินจะถูกฟันเท่านั้นเอง~!! ใช่!!~ ก็แค่เป็นห่วงมัน!! กลัวเสียความบริสุทธิ์ไปล่ะแย่เลย...




“แค่เอายาไปให้เรนะซังเท่านั้น ไอ้เรียวก็ไปด้วย” พอรู้ว่าคนที่ไปห้องยัยนั่นไม่ได้มีแค่จินคนเดียวผมก็ค่อยโล่ง



...ไม่ได้หายหึงนะ!!~ แค่หายเป็นห่วงเท่านั้นล่ะ!!!...



“เป็นอะไรน่ะคาเมะ” มาถามกูเสียงขำๆ ไม่ขำนะโว๊ย~!! ก็กูหวงความบริสุทธิ์ของมึง มีไรมะ!!...



“ช่างมันเหอะ...แกก็ไปอาบน้ำดิ” ผมไล่มัน เดินเอาผ้าขนหนูไปผึ่ง แต่ไอ้จินยังไม่ยอมออกจากห้องสักที ผมหันมามองหน้ามัน แต่มันยื่นกำปั้นออกมาแทน



“อะไร” ผมรู้ว่าในมือมันมีอะไรสักอย่าง แต่มันกำมืออยู่ ผมก็เลยไม่รู้ว่าคืออะไร


“แหวนไง อยากได้ไม่ใช่เหรอ” อ้อ...แล้วมึงก็ไม่บอกล่ะ...


“ใส่นิ้วไหน” ผมถามมันอีก


“นิ้วนาง ฉันเอาแหวนที่แกใส่นิ้วนางไปเทียบขนาดนิ้ว” มันว่าอย่างงั้น ผมก็เลยยื่นมือซ้ายออกไป คราวนี้ไอ้จินมันอึ้ง



“ใส่มือซ้ายแหล่ะ มือขวาใส่แล้วเขียนหนังสือไม่ถนัด” ไอ้จินมันอมยิ้ม



... มึงยิ้มอะไรของมึงห๊ะ!!! กูเขียนหนังสือไม่ถนัดเลยต้องใส่แหวนมือซ้ายมันไปกระตุ้นต่อมขำตรงไหนรึไง...



“มือซ้ายก็มือซ้าย” ไอ้จินพึมพำ แต่ผมก็ยังได้ยิน มันคว้ามือผมไป แล้วสวมแหวนให้



“โฮย~! เหมือนของมึงเป๊ะเลยอ่ะ” ผมร้องออกมา ตอนชะโงกมองแหวนที่ไอ้จินกำลังสวมให้



“ไอ้ควายเรียกพ่อ!!!~ เวลาอย่างงั้นมึงต้องบอกว่า ‘ดิฉัน คาเมนาชิ คาซึยะ จะรักและดูแล ยกย่อง เทิดทูน อาคานิชิ จิน เป็นสามีไปตลอดชีวิตค่ะ’...ต่างหากสิโว๊ย~!!!!”



เสียงอย่างงี้.... ผมรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมองที่ประตู ว่าไอ้เจ้าบ้านมารยาทแย่อย่างนากามารุ ยูอิจิ มันบุกห้องคนอื่นแบบไม่ขออนุญาตอีกแล้ว



ผมหันไปมองตามเสียง เจอไอ้ยูและเรียวจังยืนขวางประตูอยู่ …นี่เรียวจังถูกไอ้ยูลากติดมือมาอีกแล้วล่ะสิเนี่ย สงสารเรียวจังชะมัด...



...แต่ที่มันพูดนี่หมายความว่าไงวะ...ทำไมผมต้องพูดแบบนั้นล่ะ...



“อ้าว~ มึง....โง่อีก โง่อีก...กูรู้แล้วล่ะ ตอนนี้หัวสมองเม็ดถั่วเขียวของมึง นอกจากจะไม่กลายเป็นถั่วงอกแล้ว มันยังฟี้บตายไปด้วย!!...นิ้วนางข้างซ้ายนั่นเขาเอาไว้ใส่แหวนแต่งงานโว๊ย~!!!!”



..ห๊ะ!!! ตายห่า!!! แล้วไอ้จินก็ไม่บอก!!!!~... ผมเงยหน้ามองไอ้จิน ไอ้หมอนี่ยิ้มบาง แต่ตาเจ้าเล่ห์ปิดไม่มิด



...หนอย~!!~ นี่มึงก็รู้!!!~ แต่มึงไม่เตือนกู!!!... ผมดึงมือคืนมา แล้วกำลังจะกระชากแหวนออก แต่ไอ้จินคว้ามือซ้ายผมไว้



“ห้ามดึงออกนะคาเมะ...ถ้าดึงออกล่ะก็ รอยที่คอไม่มีข้างเดียวแน่” O.O ประโยคหลังไอ้จินมันก้มลงกระซิบข้างหู แต่แบททีเรียใต้เท้าของผมตะโกนบอกว่าได้ยินชัดแจ้ง~!!!



“เรียว...มึงว่าพรุ่งนี้กูควรจ้างช่างมาติดกล้องวงจรปิดดี หรือว่าติดเครื่องดักฟังดีวะ” มึง~!... นากามารุ ยูอิจิ มึงยังไม่หยุด...



“มึงกลับห้องไปเลยไปไอ้ยู” ดีมาก~!! จิน!! อย่างงี้สิ มึงถึงสมควรจะมาเป็นพ่อกู มึงไล่มันออกจากห้องไปเล้ย~!!



“อ้าว~~ กูยังไม่ได้ส่งตัวไอ้คาเมะเลยนะเว้ย~!! ที่สำคัญคือหลังสวมแหวนเนี่ย มันต้องมีจูบสาบานนะมึง...มึงจูบกันยัง...” ไอ้เวรยู!!!! มึงจะชี้ทางอะไรของมึงห๊ะ!!! ผมหันมองไอ้จินทันควัน



...ไม่นะโว๊ย~!!~ ไม่นะ!!! มึงอย่านะ!!! กูไม่อยากโชว์ใคร!!!...



“แต่เดี๋ยวก่อน....” ดีมากไอ้ยู!!!~ มึงมี ‘เดี๋ยวก่อน’ อย่างงิ้เยอะๆล่ะดีแล้ว...



“ก่อนที่ท่านจินจะจูบน้องคาเมะจัง และสาบานว่าจะรักลูกของท่านไปชั่วชีวิตนั้น...พวกมึงสองตัวมีหน้าที่ขัดบ่ออาบน้ำ จำกันได้มั้ย...เพราะฉะนั้นช่วยอัปเปหิร่างของพวกมึงทั้งคู่ ไปหวานเชื่อมกันต่อในห้องอาบน้ำ โอเค๊~!!!!”



...อ้อ!! ที่มึงลงทุนตะกายมาถึงห้องกู ก็เพื่อจะมาเตือนกูกับไอ้จินให้ไปทำความสะอาดห้องอาบน้ำ!!! ขอบใจนะมึง ขอบใจมาก!!!...


*-*-*-*-*-*-*-*-*



แล้วคืนนั้น ผมก็ต้องไปอาบน้ำรอบสองกับไอ้จิน เพราะขัดบ่อกันเสร็จก็เหงื่อแตกไปตามๆกัน ไอ้ยูก็เพื่อนที่แสนดี มายืนเชียร์ให้กำลังใจ แถมสั่งห้ามไม่ให้เรียวจังลงมาช่วยอีกต่างหาก มึงนะมึง!!~ จำไว้เลย!! เจ้าแผนการไม่พอ!!~ มึงยังจอมบงการอีกต่างหาก!!!



“เอาล่ะ คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ ไอ้จิน ล็อคประตูห้องดีๆ กูจะเตือนเอาบุญ ว่าพี่ริวเป็นคนถือกุญแจห้องทุกห้องในเรียวกังนี้ ... ส่วนมึง ไอ้คาเมะ...พี่ริวฝากมาบอกว่า ตอนมึงมาอาบน้ำรอบแรก ผิวมึงสวยมากกกกกกกกก~~”



ห๊ะ!...พูดอะไรของมึงวะ ไอ้ยู...อาบน้ำรอบแรก มีแค่มึงกับกูไม่ใช่รึไง แล้วพี่ริวมาเกี่ยวอะไรด้วย....




ผมหันมองเรียวจัง กับไอ้จินอย่างงงๆ แต่เห็นสายตาไอ้จินแล้ว ชักรู้ตัวว่าคงไม่จำเป็นต้องงงอีกต่อไป ...เพราะถ้ายังงงไม่เลิก ตอนพ่อถาม จะไม่มีคำตอบให้พ่อ... =.=



“กลับห้องแล้วคุยกันหน่อยนะคาเมะ...” โอย....หัวใจจะวาย....ทำไมเสียงไอ้จินมันโหดอย่างงี้วะ!!~ กูไม่ได้ทำอะไรผิดนะโว้ย!!!... ตอนมาอาบน้ำอ่ะ กูมากับไอ้ยูสองคนจริงๆ...



“คุณพ่อเอาคุณลูกกลับห้องไปได้แล้วครับ แล้วอย่าเคลียร์กันดึก พรุ่งนี้ตื่นเช้ามา มึงสองตัวมีหน้าที่ทำสวน...มาทั้งที่ ขอให้กูใช้คุ้มๆหน่อยนะ...”



“เข้าใจแล้ว” เสียงไอ้จิน....ผมขอเลือกฟังแค่เสียง เพราะถ้าหันไปมองหน้าด้วยนี่สงสัยจะเจอสายตาพิฆาตแหง...



ไอ้จินมันว่าอย่างนั้นเสร็จ มันก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือผม แล้วจับลากออกจากหน้าห้องน้ำ



...ไอ้เวรยู!!!~ มึงนะมึง!!! มาหย่อนระเบิดไว้อย่างงี้ได้ไงวะ!!!...



ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้คนพูดมาก ในขณะที่เท้าต้องเดินตามไอ้คนที่มันจับมือลากผมไปเรื่อยๆ....



...คืนนี้กูแย่แน่ T.T...แย่อย่างไม่ต้องสงสัย....



…กรุณายืนไว้อาลัยให้คาเมะคนละหนึ่งวินาทีด้วยนะครับ ... และจะดีใจมาก ถ้าพรุ่งนี้ทุกท่านจะแจ้งทางราชการ และขอให้เขาลดธงครึ่งเสาเป็นเกียรติประวัติในชีวิตผม...



...คาเมนาชิ คาซึยะ...

...ชาตะ 23 กุมภา...

...มรณะ วันนี้...

...สาเหตุการตาย เพราะปากไอ้ยู...



...เพราะมึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!....



TO BE CON
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair


PART 9


-*-*-*-*-


“เพื่อนๆ~~!!!! เฮ้ย~!!!!!~”



ช่วงที่ผมกำลังถูกไอ้จินฆ่าทีละน้อยด้วยการช่วงชิงอากาศไปนั้น ไม่ต้องเดาก็คงจะรู้แจ้งแก่ใจใช่มั้ยครับ ว่าไอ้จอมแส่ที่ชื่อ ยูอิจิ มันจะต้องโผล่พรวดเข้ามาเป็นสักขีพยานใน...เอ่อ......ใน...อะไรสักอย่างที่ผมนึกไม่ออก ตอนถูกไอ้จินทำ แต่ไอ้ยูก็มากระซิบบอกทีหลังว่า



‘มึงอ่ะ ถูกมันจูบ~~’ ...ผมไม่ได้โง่!!! แต่ตอนนั้นมันคิดไม่ทันเท่านั้นล่ะ!!!!...



...กลับมาๆ...กลับมาตรงที่ผมถูกไอ้จินจ๊วบ แล้วไอ้ยูก็พรวดเข้ามาร่วมวงด้วย



“อื้อ!!~” ผมเหลือบเห็นมันปุ๊บ สติ สัมปชัญญะทั้งมวลก็กลับคืนมาให้ผมต้องผลักไสไอ้จินออกห่าง แต่ไม่เป็นผล ไอ้เกย์ควีนมันยังดูดปากผมอยู่นั่นแหล่ะ



….มึงก็มาช่วยกูด้วยเซ่!!! ไอ้ยู!!!!! มึงจะยืนนิ่งเป็นเสาเอกอยู่ทำไมวะ!!!!!...



ไอ้เวรจินแม่งบ้าไปแล้ว~!! มึงไม่เห็นรึไงว่าไอ้ยูยืนตะลึงอยู่หน้าประตูนั่นน่ะ!!!! มึงปล่อยกูซะทีเซ่!!~ จูบกูอยู่ได้!!! อ้าก!!! มึงจะบดปากลงมาทำไมอีก!!! หนวดมึงถูหน้ากูจนแสบไปหมดแล้วนะโว๊ย~!!!



“คา….เมะ” ผมเหลือบเห็นเรียวจังเดินตามหลังไอ้ยูเข้ามา เรียวจังเองก็อึ้งกับสิ่งที่เกิดในห้อง แต่ก็ยังทำตัวเป็นประโยชน์กว่าไอ้ยู เพราะรีบหันไปปิดประตูทันที



“อื้อ!!!!!!!!!” ผมส่งเสียงในคอ กระตุ้นทั้งไอ้คนบ้าจูบ ทั้งไอ้รูมเมทอีกสองคนของผม



….พวกมึงรู้สึกตัวกันสักที!!!! จะปล่อยให้กูถูกจูบอย่างงี้อีกกี่ชั่วโมงห๊ะ!!!!...



“จิน พอเถอะ” แล้วก็เป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่ชื่อว่าเรียวจัง ที่เดินเข้ามาดึงผมลงจากตักไอ้จิน พอลงมายืนบนพื้นได้ ขาแข้งก็อ่อนเปลี้ยจนแทบทรุด ต้องคว้าเสื้อเรียวจังไว้เป็นหลักยึด



ไอ้จินมันเงยหน้ามองผม ปากมันยังแดง และผมคาดว่าปากผมเองก็คงแดงไม่ต่างจากมัน เราสองคนมองหน้ากันนานมาก ก่อนที่ไอ้จินจะลุกออกจากห้องไปเงียบๆ ชนิดที่แม้แต่ไอ้ยูก็ยังไม่สามารถจะเปิดปากพูดอะไรได้



.*.*.*.*.*.*.*.*.**..*



….แล้วจะให้ผมทำยังไง ตั้งแต่วันนั้น ผมกับไอ้จินไม่พูดกันอีกเลย...




...ผมเอง นอกจากจะไม่พูดแล้ว ของขวัญวันเกิดที่มันให้ ผมยังไม่คิดจะหยิบขึ้นมาใส่ด้วยซ้ำ แถมเก็บไว้ลึกสุดลิ้นชัก อยู่เป็นเพื่อนกับขี้ฝุ่นซะเหอะ!!! เจ้าของมึงแม่งเลว!! มาจูบกูเอา จูบกูเอา!!!



… เป็นเกย์ควีนอะไรของมึงห๊ะ!!! มันต้องเป็นกูสิโว๊ย ที่เป็นฝ่ายนำจูบอ่ะ!!!~ มึงนี่มันไม่เจียมจริงๆ ไอ้จิน!!!!!



...แต่ถึงช่วงนี้จะไม่คุยกัน ก็ไม่มีอะไรผิดปกติครับ เพราะต่างคนต่างก็คร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือสอบ ขนาดไอ้ยูมันยังไม่พูดอะไรสักคำกับเรื่องที่มันเห็นผมจูบกับจิน เอ้ย~! ที่เห็นไอ้จินจูบผม



“ไอ้คาเมะ!!! มึงรับมือถือมึงสิโว๊ย~!!! มันดังมาสิบวิแล้วนะมึง!!~ จะให้มันดังถึงชาติหน้ามั้ย!!”



ไอ้ยูผุดหัวขึ้นมาจากกองหนังสือ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทุกสองเทอมต่อครั้ง มันจะอ่านหนังสือประหนึ่งว่าต้มกิน ก็ตอนที่พรุ่งนี้มันจะมีสอบ และแน่นอนล่ะ เพราะพรุ่งนี้มันมีสอบไง เครื่องเล่นซีดีของเรียวจังก็เลยได้พักผ่อน ไม่ต้องบริการหนังโป๊ให้มันอย่างเช่นทุกวัน




“เออๆ กะอีแค่กูรับช้า มันจะทำให้มึงอ่านหนังสือเร็วขึ้นสักเท่าไหร่เชียว กูจะบอกอะไรให้ ต่อให้มึงเอาหนังสือทั้งตั้งใส่เครื่องปั่น แล้วกดสวิสซ์ เสร็จแล้วก็เอามากรอกปาก มึงยังกินไม่ทันเลยเหอะ~!! มึงซวยแน่ไอ้ยู ตกทุกวิชาแหง!!” ผมหันไปโวยใส่มันอย่างเหนือกว่า



“หุบปากเลยนะมึงงงงงงงงงงงงง~!!!!!!” ไอ้ยูโหยหวนอย่างรับความจริงไม่ได้ และก่อนที่มันจะคว้ามีดขึ้นมาฆ่าผมตาย ผมก็รีบคว้ามือถือเดินออกมาคุยนอกห้องเสียก่อน




…ถึงจะเห็น โก๊ะๆ งงๆ เบลอๆ อย่างงี้ แต่ผมก็มีมารยาทนะครับ~~ ในช่วงสงครามสนามสอบเนี่ย จะให้นั่งคุยแจ้วๆในห้องได้ไง ถึงเรียวจัง และ เอ่อ… เอ่อ… ไอ้เกย์ควีนนั่นมันจะดูชิลด์ๆ และผมเองก็จะสอบวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย แต่ไอ้ยูเพื่อน (ที่หาได้) ยาก ก็กำลังหัวปั่นยิ่งกว่าใคร



“ฮัลโล~ แม่ คาซึยะยังไม่ได้จองตั๋วเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้สอบเสร็จ ถึงจะจองนะ แล้วจะโทร.ไปบอก ว่ากลับถึงนู่นกี่โมง”



กดรับสายได้ ผมก็กรอกเสียงบอกแม่ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์คด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติของคนคิดถึงบ้านเป็นอย่างยิ่ง



แน่ล่ะครับ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้าน กินข้าวมื้อไหนก็ไม่อร่อยเท่ากินข้าวฝีมือแม่ ผมก็เลยอยากกลับไปบ้านเร็วๆไงล่ะ



“หือ~ ให้รอไปอีกสักเดือนเหรอ อืม ได้…เฮ้ย!!! ว่าไงนะแม่!!! รออีกเดือน!!!!”



*.*.*.*.***..*.*.*.*.*



“คาเมะ มึงเป็นไรไป เสียงดังมาถึงในห้อง” ขณะที่ผมยังยืนค้างอยู่ที่เดิม ไอ้ยูก็เปิดประตูออกมาถาม ด้วยระดับความแส่เต็มพิกัด แต่เวลานี้ผมไม่มีอารมณ์ไปกัดมันหรอก



“ยู แม่กูบอกว่าให้อยู่โตเกียวต่ออีกเดือนนึง ตอนนี้ที่นิวยอร์คไม่มีใครอยู่เลย พ่อกับแม่ไปดูงานที่ลอนดอน ส่วนพี่ชายสองคนอยู่ฮาวาย กูต้องนอนหอต่ออีกเดือนนึงเลยอ่ะ”



ผมรีบฟ้องมัน ในขณะที่มันดึงมือผมเข้าไปคุยในห้อง ตอนนี้ทั้งเรียวจัง และไอ้จินเลิกอ่านหนังสือแล้วหันมาจ้องผมเป็นตาเดียว



“เรียวจัง ฉันต้องอยู่หอต่ออ่ะ แม่ไม่อยากให้กลับ ตอนนี้ที่นิวยอร์คไม่มีใครอยู่บ้านเลยสักคน” ผมเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างเก้าอี้ของเรียวจัง แล้วเริ่มต้นงอแง เรียวจังก็ลูบหัวผมใหญ่ ตอนนี้ไม่มีใครสามารถช่วยแก้ปัญหาผมได้



ผมต้องอยู่หอคนเดียว เพราะทุกคนมันก็ต้องกลับบ้านกลับช่องกันทั้งนั้น ใครจะมาอยู่หอตอนปิดเทอมแบบนี้ แต่หอของมหา’ลัยผมก็เปิดให้พักตลอดปี ตอนปิดเทอมก็เปิดให้เด็กนอกมหา’ลัย ยื่นใบสมัครขอพักได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าผมอยู่หอต่อ นั่นหมายถึงว่า ผมอาจได้รูมเมทคนใหม่มาอยู่แทนไอ้สามคนที่มันกลับบ้านนี่




...ไม่เอานะเว้ย~!!! ไม่สนิทอ่ะ นอนไม่หลับ!!!!...



“งั้นก็ต้องอยู่หอคนเดียวน่ะสิคาเมะ” เรียวจังถามแบบนั้น ผมก็ได้แต่พยักหน้า ไม่กล้าชวนพวกมันอยู่ด้วยหรอก ผมเกรงใจนี่นา ผมรู้ว่าถ้าผมชวน พวกมันต้องอยู่หอต่อแน่เลย



“คาเมะ ถ้ามึงไปบ้านกูล่ะ” ไอ้ยูมันเอ่ยปากถามขึ้นมา ให้ผมต้องหันไปมอง



“บ้านกูเป็นเรียวกัง ห้องพักเยอะแยะ สนป่ะ”



“กูไปได้แน่เหรอ” ผมถามมันอย่างมีความหวัง ไม่ต้องอยู่หอคนเดียวก็ดีจะแย่แล้ว นี่ยังได้ไปเรียวกังที่ไม่เคยไปมาก่อนในชีวิตอีก อะไรจะเพอร์เฟ็คอย่างงี้~!!! ปิดเทอมของกู~~~



“แน่ดิ มีแรงควายๆอย่างมึงไปช่วย กูจะได้สบายขึ้นมาหน่อย” ยอมๆ จะใช้กูทำอะไร กูทำทุกอย่างเลยเอ้า!!!



“ไปๆ กูยังไม่เคยไปเรียวกังเลย”



“เออ งั้นเดี๋ยวกูโทร.จองตั๋วรถไฟพรุ่งนี้ จะจองเผื่อมึงด้วย แล้วท่านจินล่ะขอรับ…” ว่าแล้วมันก็หันไปถามไอ้คนที่นั่งเงียบๆอยู่บนเก้าอี้



“สนใจจะเปลี่ยนสถานีปลายทาง จาก สนามบินประเทศอิตาลี เป็นเรียวกังตระกูลนากามารุมั้ยขอรับ”



ห๊ะ!!! นี่มึงจะชวนพ่อกูไปทำไม~!!! ปิดเทอมกูนะโว๊ย เดี๋ยวไอ้เวรนั่นมันก็ไปบ่นกู เช้า สาย บ่าย เย็น ที่นู่นหรอก!!!


ไอ้จินมันหันมามองผม แต่ผมทำเป็นนั่งเรียบร้อยให้เรียวจังลูบหัว



…ไม่ต้องเลย~! ไอ้ปีศาจจูบดะ!!~ ไม่ต้องมามองกูอย่างงั้น!! กูไม่ชวนมึงแน่นอน!! มึงไม่ต้องมาหวัง!!



“ไม่ล่ะ จะกลับบ้าน” แล้วคำตอบของมันก็ทำให้ผมต้องเงยหน้ามอง



ก็ไม่คิดหรอก ว่าคำตอบของคนที่ทำตัวเป็นพ่อของผมมาตลอด จะกลายเป็น คำว่า ‘ไม่’ ปกติเห็นมันออกจะตามติดผมแจนี่นา แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาตัดหางปล่อยวัดผมซะล่ะ



…ตัดหางผม ผมไม่ว่า แต่แล้วทำไม ผมต้องรู้สึกแปลกๆในใจด้วยนะ กะแค่ไอ้จินไม่ไป ทำไมผมต้องรู้สึกแย่ด้วย แค่มันไม่ไป ก็แค่ขาดมันไปสักคน



…นี่ผมเสียใจทำไม…


**..*.*.**.*..*.****.


ยะฮู้~~~ ตอนนี้ผมอยู่บนขบวนรถไฟครับ กำลังจะมุ่งหน้าไปจังหวัดบ้านเกิดของไอ้ยู พวกผมสอบเสร็จเมื่อวาน วันนี้ทุกคนก็ตีตั๋วกันมาเลย



ย้ำครับ มากันทุกคน แม้จะมีมนุษย์หนึ่งผู้เอ่ยปากไว้ว่า ‘ไม่ล่ะ จะกลับบ้าน’ แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันก็มาด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ก็เพราะ….



“ฉันจองตั๋วเกินมาใบนึงน่ะ แกก็ไปด้วยกันสิ”



เรียวจังเป็นคนบอก ก่อนที่จินจะจองตั๋วเครื่องบินทางอินเตอร์เน็ต ตอนที่เรียวจังพูดแบบนั้น ผมแอบเห็นไอ้ยูมันยืนหัวเราะกึกๆอยู่มุมห้อง ท่าทางว่านี่คงเป็น งานอำนวยการสร้างของมันเป็นแน่ แต่มันคงกลัวนิ้วกลางของไอ้จินอยู่พอสมควร ถึงส่งเรียวจังมาเจรจาแทน



ครับ… แม้นิ้วกลางที่ไอ้ยูได้ จะไม่มีอะไรมากไปกว่าอิทธิพลแห่งความหวาดกลัว แต่ผมเห็นไอ้ยูนอนไม่หลับอยู่สามคืนเต็มๆ…



“แม่ง~!!! นี่มึงจะย้ายมาเป็นเจ้าที่บ้านกูรึไง!!~ ขนอะไรมาซะเยอะแยะวะ!! กูบอกให้ฝากห้องเพื่อนกูก็ไม่เชื่อ” ไอ้ยูบ่น ตอนที่พวกเราลงจากรถไฟกันที่สถานีของเมืองแห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว



“ไม่เอา เดี๋ยวของหาย” ไม่ใช่ไม่ไว้ใจนะครับ แต่ดีวีดีเคโรโระสุดที่รักของผมน่ะ ใครๆก็หมายตาทั้งนั้นล่ะ!!



“อะไรจะหาย~!!! ถ้าเป็นกางเกงในมึงล่ะก็ กูบอกเอาบุญว่าต่อให้ตากอยู่นอกระเบียง ยังไม่มีใครกล้าสอยเลยเหอะ!!! ไม่เหมือนของมึงเนอะจิน กางเกงในหายไปตัวนี่หว่า”




ไอ้ยู!!!! มึงจะบอกไอ้จินทำไมห๊ะ!!!~ ที่กางเกงในมันหาย ก็เพราะมึงกะกูตัดเป้าแล้วเอาไปแขวนไว้นอกหน้าต่าง แล้วกลัวมันรู้ เลยต้องรีบเอาไปทิ้งก่อนมันจะกลับมาไงเล่า!!! มึงความจำเสื่อมรึไงไม่ทราบ!!!




“ยู ไหนล่ะ คนที่จะมารับ”




ไอ้จินคงไม่กล้าพูดเรื่อง กางเกงนง กางเกงในกลางที่สาธารณะ เลยหาทางเปลี่ยนเรื่องเสียเลย (เห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามารยาทของผู้ดี และมารยาทของมนุษย์บางสถานะ มันแตกต่างกันยังไง)



ไอ้ยูมันมองซ้ายที มองขวาที ก่อนจะบอก


“สงสัยยังไม่มา ไปรอข้างนอกก่อนก็ได้วะ”


มันเดินนำออกมา แล้วพวกเราก็ยืนรอแถวนั้นอีกแปบนึง รถกระบะสีขาวถึงได้เลี้ยวโค้งเข้ามาจอดแทบเท้า




“นี่ไงๆ มาแล้วๆ” รถจอดเข้าที่เรียบร้อย ผู้ชายคนนึงก็เดินลงมาจากฟากคนขับ พร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง เขาหน้าตาเหมือนไอ้ยูเด๊ะ แต่ดูสุขุมกว่าเยอะ ในขณะที่เพื่อนผมมันทั้งต๊อง ทั้งบ้า



“ขอแนะนำให้พวกมึงรู้จัก นี่พี่กูเอง~”



กูรู้แล้วว่าพี่!! ยังหนุ่มอย่างงี้ กูคงไม่มองว่าเป็นปู่มึงหรอก!!! บอกชื่อมาสิโว๊ย~!! ไอ้ยู!!!



“นากามารุ ริวอิจิครับ เรียกพี่ริวก็ได้นะ” เขาเอ่ยปากแนะนำตัวเอง แล้วค่อมศีรษะน้อยๆ เพราะเห็นพวกผมเด็กกว่า ...โอ้~!! เขาช่างมีมารยาทชนิดที่ไอ้ยูเทียบไม่ติดจริงๆ…




“พี่ริว... นี่จิน คาเมะ แล้วก็เรียว มันจะมาเป็นลูกจ้างไม่เอาเงินเดือนให้เรียวกังบ้านเรา”



อ้าว เดี๋ยวกูก็ฟ้องกระทรวงแรงงานซะหรอก เป็นลูกจ้างแต่ไม่ได้ค่าแรงนี่หมายความว่าไง!! มึงรู้มั้ย กูเป็นใคร กูเป็นเด็กรัฐศาสตร์ผู้เรียกร้องสิทธิ์นะโว๊ย~!!



“ยู พูดเกินไป” มึงดูพี่มึงนะไอ้ยู!!! มึงเห็นมั้ยว่าพี่มึงรู้จักผิดชอบชั่วดี แล้วมึงรู้อะไรมั่ง นอกจากว่าหนังโป๊เรื่องล่าสุดจะวางแผงเมื่อไหร่น่ะห๊ะ!!!



แต่ไอ้คนถูกปรามจากพี่ ก็ใช่จะใส่ใจ และเอาคำพูดของพี่ชายมาไว้ในความทรงจำ มันโบกไม้โบกมือไม่รับรู้ ก่อนจะหันมาพูดเสียงเบา



“หล่อเปล่าพี่กู มึงระวังไว้หน่อยนะ ไอ้คาเมะ พี่กูอ่ะ เป็นไบฯ” ไบฯอะไรของมึง ไบลิงกั้วเหรอ งั้นก็ดีเดะ!! พูดได้สองภาษาแล้วมึงจะให้กูระวังอะไร



“คุณพ่อก็ดูแลคุณลูกดีๆนะครับ ถ้ามาหลุดมือที่เรียวกังบ้านกู กูไม่มีสวัสดิการชดเชยความเสียใจของมึงหรอกนะครับ ท่านจิน~~”



“ยู พี่แกรออยู่” เรียวจังเป็นคนเตือน ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาทั้งเทอม ด้วยการตีกรอบจำกัดความบ้าของไอ้ยู ไม่ให้ล้นทะลักออกมามากเกินไป



“เออๆ ไป พวกมึงขึ้นรถ บอกไว้ก่อน มาถิ่นกูอย่างงี้ มึงอย่าหวังจะรอดกันเลย~!!”




มึงต้องบอกว่า ... ‘มาถิ่นกู กูจะดูแลอย่างดีสิโว๊ย~!!~’ ...ไอ้นี่แม่ง!! กระทั่งมารยาทเจ้าบ้านยังไม่มี แล้วมึงจะทำอะไรกินห๊ะ!!!



**.*..*.*.*.*.*.*.*.**


พวกเราเดินทางจากสนามบินท้องถิ่น ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีป้ายไม้ปักไว้ด้านหน้าว่า ‘เรียวกัง นากามารุ’




…แต่....




...ป้ายนี่เนี่ย....ฝีมือมึงใช่มั้ย ไอ้คุณยู =.= ครีเอทอะไรของมึง!!! ทำไมมันน่ากลัวยิ่งกว่าบ้านผีสิงอีกวะ!!!...




“ตอนกูทำป้ายนี้เสร็จนะ แม่กูเอาไอ้ป้ายเนี่ยตีหัวกูใหญ่เลย...แม่ง~!! แม่กูไม่มีหัวศิลป์อ่ะมึง กูว่าออกจะเท่ห์”



...มึงยังมีหน้ามาอวด...มึงอ่ะแหล่ะ หัวไม่ศิลป์~!!!! เรียวกังอะไรของมึง ทำป้ายอย่างกับปราสาทท่านเคาท์แดรกคิวล่าวะ!!!...



ถ้าหากไม่นับป้ายน่ากลัวสุดๆที่ทำตัวอักษรเยิ้มๆเหมือนเลือดไหลแล้ว เรียวกังบ้านไอ้ยูสวยเอาเรื่องครับ



เป็นเรียวกังขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ ดอกไม้สวยงาม ผมที่ไม่เคยมา เลยโคตรตื่นเต้น คุณแม่ไอ้ยูเองก็ดูแลพวกผมดีมาก ส่วนคุณพ่อไอ้ยูเสียไปได้สองปีแล้วล่ะครับ ที่นี่เลยอยู่กันสี่คนแม่ลูก มีแม่มัน มีพี่ริว มีมัน และน้องสาวมันอีกคน



“เรียว เดี๋ยวมึงนอนห้องกูนะ... ไม่โว๊ย~!! ไม่ใช่!! มึงไม่ต้องมามองกูอย่างงั้น กูไม่ได้จะปล้ำมึง ไอ้เวรนี่!! ถึงกูจะปากห้อย แต่ตากูมี เข้าใจมั้ย กูจะให้ไอ้พ่อลูกนี่มันนอนห้องเดียวกัน”



“แล้วทำไมไม่ให้กูนอนห้องเดียวกับมึงอ่ะ ให้เรียวจังนอนกะมันไปดิ” ผมโพล่งขึ้นมา ให้ไอ้ยูต้องถลึงตาใส่



“มึงหุบปาก กูเป็นเจ้าบ้าน มึงเป็นคนอาศัย การตัดสินใจทุกอย่างอยู่กะกู มึงอ่ะ นอนกะพ่อมึง ไม่ต้องมาเรียกร้องสิทธิ์ห่าเหวบ้าบอคอแตกอะไรที่มึงเรียนมาจากคณะมึง!! ญี่ปุ่นคือประชาธิปไตย กูไม่เถียง แต่ในบ้าน กู
คือเผด็จการโว๊ย~!!”



…ชิ!! ทำมาเป็นรู้ดี มึงเรียนนิเทศฯไม่ใช่รึไงวะ...คำศัพท์เรื่องการเมือง มันต้องมาจากปากกูโว๊ย~!!!...



“ตามมา กูจะพาไปดูห้อง แล้วพวกมึงเก็บของกันให้เรียบ~~ เสร็จแล้วล่อนจ้อนซะ เดี๋ยวกูจะพาไปลงออนเซ็น บอกไว้ก่อน ออนเซ็นบ้านกูติดท็อปเท็นของญี่ปุ่นเชียวนะมึง”



ผมไม่คิดจะต่อความอะไรกับมัน ตอนนี้ในหัวมีแต่เรื่องอยากจะลงออนเซ็นอย่างเดียว ถึงผมจะเป็นญี่ปุ่นแท้ แต่ก็เรียนที่นิวยอร์คจนกระทั่งมาต่อม.ปลายที่ญี่ปุ่นแค่สามปี เลยไม่เคยลงออนเซ็นสักครั้ง ยิ่งออนเซ็นกลางธรรมชาติสวยๆอย่างงี้ ผมก็ยิ่งตื่นเต้นใหญ่



“กูไม่ไปนะ” ...มันจะต้องมี....มันต้องมีไอ้พวกแปลกแยกจนได้ !!!... ไม่ต้องทายใช่มั้ยครับ ว่ามันผู้นั้นคือใคร




“ได้ไง~! มาด้วยกันก็อาบด้วยกันดิ พวกเรายังไม่เคยลงออนเซ็นพร้อมกันเลยนะ”



ผมรีบร้องประท้วง แต่ไอ้จินยังส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว




… หรือไอ้จินมันมีความลับอะไรกะหุ่นมันเปล่าวะ… ฮั่นแน่~ ไม่อยากให้พวกกูเห็นอะไรใช่มั้ยล่ะ ไอ้เกย์ควีน~~



“หรือว่ามึง~~” ผมกระแซะไหล่มัน แล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์


“ที่จริงแล้วน้องชายมึงสั้นใช่ป่ะ~ อันเท่านิ้วก้อยอ่ะดิ เลยไม่อยากให้กูเห็น~~”



“ไปเหอะเรียว กูจะพามึงไปห้อง ทางนี้ปล่อยให้พ่อลูกเขาคุยกันให้พอใจ แล้วก็มึงนะคาเมะ.. กูจะบอกให้ โทษฐานของความปากดี และสมองอันเท่าเม็ดถั่วเขียวของมึงอ่ะ ระวังอันเท่านิ้วก้อยจะทำมึง ‘ฉีก’…” แล้วไอ้ยูมันก็เดินหัวเราะลั่นจากไป ให้ผมต้องยืนงง



แม่ง~!! อันเท่านิ้วก้อยของไอ้จินจะมาทำอะไรกูฉีกวะ!! พูดไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกวันแล้วไอ้ยูเนี่ย!!!




“ไป ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน อยากลงออนเซ็นแล้ว” ผมทำเนียน ดึงมือไอ้จินให้ออกเดินตามหลังไอ้ยูไป แต่ไอ้บ้านั่นดันขืนมือเอาไว้ให้ผมต้องหันมอง



...วะ!!! มึงนี่มันจะดื้อด้านอะไรนักหนาห๊ะ!!!...เดี๋ยวคืนนี้กูก็ล็อคประตู ให้มึงนอนข้างนอกซะหรอก!!!...บอกไว้ก่อนว่ากูเคยเห็นแม่กูใช้วิธีนี้กับพ่อกูได้ผลมาแล้ว~!!!...




ไอ้จินไม่พูดอะไร แต่ใช้มืออีกข้างดึงมือผมให้ต้องเดินเข้าไปหามัน แล้วมันก็....




...ก้มลงมาหอมแก้มซ้ายผมหนึ่งฟอด และแก้มขวาของผมอีกหนึ่งฟอด…



“เมื่อกี้พูดมึงกูไปห้าหกคำ แต่หอมแก้มแค่สองก็พอ ที่เหลือใจดี ไม่หอมก็ได้” O.O มึงยังกล้าบอกว่ามึงใจดีงั้นเหรอ!!!!



“อะไร ทำหน้างง ที่ตกลงกันไว้ไง แต่แกเบี้ยวเรื่อย เพราะงั้นก็เปลี่ยนกฎแล้วกัน ฉันจะหอมแก้มแกตามจำนวนคำหยาบที่แกพูด”



“นั่นมันสัญญาเมื่อเดือนที่แล้วโว๊ย~~!!!!!!” ไอ้จินทำเป็นพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะถามหน้าซื่อต่อว่า



“แต่มีผลบังคับใช้ตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ” ไปใช้กับแม่มึงเซ่~!!!!!! ไม่ต้องมาใช้กับกู!!!!!!


*.*.**.*.*.*.**.


ผมล่ะเกลียดมัน~!!!~ เกลียดมัน!!!~ เกลียดโว๊ย~!!!!....




“อ้าวจิน....ไหนมึงบอกจะไม่ลงออนเซ็น” ไอ้ยูมันทักทันทีที่เห็นไอ้จินเดินมายังห้องอาบน้ำด้วยสภาพที่มีแค่ยูกาตะของทางเรียวกังคลุมกาย เตรียมตัวลงแช่เต็มที่นั่นล่ะ!!!!



...มันโกหก!!! มันแหกตา!!!~ มันหน้าด้าน~!!!! มันบอกว่าจะไม่ลง จะไม่ลง แล้วดูที่มึงทำสิไอ้จิน!!!~ มึงเดินนำกูเลยทีเดียว~!!! ไหนมึงบอกว่าไม่ลงห๊ะ!!! การเดินนำกูมาห้องอาบน้ำนี่คือการแสดงให้รู้ว่ามึงจะไม่ลงอย่างที่ปากมึงพูดใช่มั้ย~!!!!!...



“เปลี่ยนใจแล้ว” มึงมันโลเล กลับกลอก หลอกลวง....




“แล้วมือมึงเป็นอะไร ทำไมต้องซ่อนไว้ข้างหลัง” ไอ้ยู มึงจะไวไปทุกส่วนของร่างกายเลยใช่มั้ย ห๊ะ~!!!...



...กูนี่แหล่ะ!! ทำให้มือมันต้องแอบไว้ข้างหลังอ่ะ!! ก็มันเล่นจูงมือกูเดินเนี่ย!! แม่ง~!! ใครเห็นก็อายเขา ผู้ชายอย่างกูต้องมาเดินจูงมือกะเกย์ควีนเนี่ยนะ!!!!...



“กูจูงมือคาเมะอยู่ แต่คาเมะอายคน เลยเอามือไปแอบไว้ข้างหลัง” ...ไอ้~!!!!~ มึงเป็นญาติกับไอ้ยูใช่มั้ย!!!~ ผีเจาะปากมึงมาพูดรึไงห๊ะ~!!!! จินนนนนนนนนนน!!!!!!...



เรียบร้อยครับ ไอ้ยูไม่ปล่อยให้เรื่องที่มันรู้ลอยผ่านหูไป เพราะมันเดินเข้ามาดูให้เห็นจะจะ คาตากันเลยทีเดียว ผมพยายามบิดมือตัวเองออกจากมือไอ้จิน แต่ไอ้ยักษ์นั่นแรงเยอะอย่างกับอะไร …ปล่อยมือกูเซ่~!!~ เดี๋ยวไอ้ยูเห็น!!!!....




แล้ว....สุดท้าย ผมก็ดึงมือตัวเองออกมาไม่ได้ ต้องค้างอยู่ในไอ้มือโตๆของไอ้อ้วนนี่ แล้วสะท้อนเข้าเรตินาของไอ้ยู ให้มันต้องเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมรอยยิ้มหวาน




“พวกมึงเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า เรียวกังบ้านกูเปิดเป็นโรงแรมนะมึง ไม่ใช่เขาวงกต จะเดินจับมือกันเพื่ออะไรครับ~!! กลัวหายกันรึไงเอ่ย~~”



ผมแยกเขี้ยวใส่มัน แต่ทำอะไรได้ไม่ถนัด เพราะมือยังถูกไอ้จินยึดไว้ จะยกขาไล่เตะก็ไม่ได้ เพราะใต้ยูกาตะนี่ไม่มีอะไรเลยครับ ก็ผมเตรียมตัวมาลงออนเซ็นโดยเฉพาะเลยนี่นา จะใส่อะไรมาเยอะใช่มั้ยล่ะ~



“อ้าว เด็กๆ มาอาบน้ำกันเหรอ” เสียงทุ้มอ่อนโยนดังมาจากอีกมุมหนึ่ง พวกผมหันไปมอง แล้วก็ต้องยิ้มให้กับคนที่ยิ้มกว้างมาแต่ไกล



...มารยาทดี ยิ้มง่าย เป็นกันเอง พูดจามีสกุลรุนชาติ... นากามารุ ริวอิจิ นั่นเองครับ...



“เด็กไหนพี่...พวกผมจะยี่สิบกันแล้ว นี่~!! โดยเฉพาะไอ้เรียว ปีหน้ามึงเบญจเพสใช่มั้ยวะ”



ยู...ชีวิตมึงเนี่ย กูว่าอยู่ได้ถึงอายุสามสิบก็นับว่าโชคช่วยจนไม่รู้จะเรียกว่ายังไงแล้วว่ะ =.=



“ใช่...แต่ไม่ต้องห่วงนะ พอเบญจเพสแล้วจะหาวัดบวช จากนั้นจะอุทิศส่วนกุศลให้แก จะได้ไม่ต้องล่องลอยเป็นสัมภเวสีแบบนี้ไง” เรียวจัง~~ มาดนิ่ง นุ่ม แต่เฉียบ....ปรบมือหน่อย~~~~~




“เอาเถอะๆ พี่ว่าเราเข้าไปแช่น้ำกันเลยดีมั้ย” พี่ริวอิจิเป็นคนเปลี่ยนเรื่อง จากนั้นก็ทำตัวสมกับเป็นผู้มีหัวใจของการบริการโดยแท้จริง เพราะเขาให้พวกผมเดินเข้าไปก่อน ไม่เหมือนไอ้น้องของเขาหรอก



ไอ้ยูน่ะวิ่งถลาเข้าไปคนแรก ผลักคนนั้นคนนี้กันหน้าคะมำ สาธุ~!!! ขอให้มึงจงลื่นไถลเซถลา หกล้ม หน้ากระแทก ฟันเจาะพื้น และปากเจ่อบวมเป่งยิ่งกว่าเดิม~~ เพี้ยง~!!!!!...



แล้วเรียวจังก็ตามเข้าไปเป็นคนที่สอง จากนั้นจึงเป็นไอ้จิน ตามด้วยผม ก่อนจะปิดท้ายที่พี่ริวอิจิ



“เรานี่ตัวเล็กจังนะ เอวแค่นี้เอง” พี่ริวทักออกมา พร้อมกับแตะมือเข้าที่เอวผม เท่านั้นล่ะครับ ตัวผมก็ปลิวหวือทันที



“คาเมะมันบ้าจี้ครับ ไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว” ไอ้คนฉุดผมมันหันมาบอกเจ้าบ้านเสียงเรียบ พี่ริวอิจิเลยหันมายิ้มขอโทษผมอย่างสุภาพ ผมก็ยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปทางไอ้คุณพ่อ แล้วตะโกนลั่น เอาให้ได้ยินไปถึงก้นกบมันเลย




“หนังกูหนาเป็นเมตร!!! บ้าจี้บ้านมึงดิ!!!!!!”




...เหอะ!!!! ผมงอนมัน!!!! เรื่องอะไรไอ้จินมันมาโกหกเรื่องของผมกับคนอื่นวะ!!! ไหนจะที่มันพูดกลับไปกลับมาวันละล้านรอบอีก!!!~ สรุปแล้วมีเรื่องไหนที่เชื่อได้อีกห๊ะ!!!


-*-*-*-*-*-*-*


ตลอดการแช่ออนเซ็น ผมไม่สนใจไอ้จินเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะชักรู้สึกว่ามันเลยเถิดเข้าไปทุกขณะ ตอนอยู่หอแรกๆทำตัวอย่างกับพ่อนั่นไม่ว่า แต่พักหลังๆมา ทำไมมันถึงเริ่มทำตัวแปลกๆ



...มากอดเอย จูบเอย เดินจับมือเอย กดผมนั่งตักด้วย...มันใช่เรื่องที่ผู้ชายเขาทำกันเหรอวะ!!! หรือมันก็ใช้วิธีแบบนี้จัดการไอ้ยูเวลาปากหมาเหมือนกัน...



“อย่าแช่กันนานนักนะ เดี๋ยวหน้ามืด” พี่ริวอิจิขึ้นจากบ่อเป็นคนแรก แต่ก็ยังมีน้ำใจหันมาเตือน ก่อนทีเรียวจังจะตามไปเป็นคนที่สอง



...คราวนี้ก็เหลือกันแค่สามคน คือผม ไอ้ยู และไอ้จอมโกหก...




...เพราะงั้น ผมรีบชิ่งหนีดีกว่า ก่อนจะเกิดปรากฏการณ์สองต่อสองอีก...



“อ้าว~ มึงจะขึ้นแล้วเหรอ” ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วรีบเดินออกมายังห้องแต่งตัว แต่ไอ้ยูและไอ้จินก็ตามออกมาอย่างว่องไวสมเป็นลิง



“เฮ้ย~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” เสียงไอ้ยูแหกปากลั่น ให้ผมกับไอ้จินต้องหันมอง ก่อนที่ไอ้ปากเสียมันจะพล่ามต่อ




“ตายห่า~~!!! แม่บอกให้กูไปหานี่หว่า~!!! เฮ้ย!! คาเมะ มึงเฝ้าของให้กูก่อนนะ!! อย่าไปไหนนะมึง!! ผ้าขนหนูกูอ่ะ อิมพอร์ตจากเมืองนอกนะโว๊ย~!!!! บอกไว้ก่อนว่าต่อให้มึงขายตัวให้พ่อมึง ก็ซื้อมาคืนกูไม่ได้หรอก!! เข้าใจ๊~ เพราะงั้นมึงเฝ้าซะ รอจนกว่ากูจะกลับมา”



แล้วไอ้ยูมันก็คว้ายูกาตะขึ้นสวมลวกๆ แล้วมุดหายออกจากประตูไปซะงั้น




...เฮ้ย!!! นี่มึงถามความสมัครใจกูยังห๊ะ!!!!!....กูยังไม่ตกลงสักคำว่าจะเฝ้าผ้าขนหนูราคาล้านแปดให้มึงนะเว้ย~!!!!...



...แล้ว....แล้วมึงจะไปหาแม่มึง ทำไมมึงไม่เอาไอ้จินไปด้วยห๊ะ!! จะให้มันอยู่กับกูสองคนในนี้ทำไม!!!...




…เซ็งโว๊ย~!!! สุดท้าย ก็ต้องมาอยู่กับไอ้จินสองคนจนได้...



ผมหันหลังให้ไอ้คนที่มันใช้อากาศร่วมห้อง หยิบโลชั่นขึ้นมาทา ไม่ใช่ผมจะแอ๊บหญิงนะครับ!! แต่ขึ้นจากออนเซ็นมา ขืนไม่ทาอะไรเลย มีหวังผิวแตกแน่ๆล่ะ



“คาเมะ” ไอ้จินมันเรียก แต่ผมยังเอาแต่ลูบโลชั่นกับขา ...ขนเยอะฉิบ~! ไอ้จินชอบกูตรงไหนวะ ขนขา ขนแขนกูดกขนาดนี้ กูยังไม่ค่อยจะชอบเลย แม่ง อย่างกะป่า...



“คาเมะ” ผมก็ยังไม่มอง สุดท้าย มันคงทนไม่ไหว ต้องเดินเข้ามาหาเสียเอง ผมเงยหน้ามองเล็กน้อย ก่อนจะถอยหลังก้าวนึง



ไม่ใช่ว่ากลัวอะไรหรอกนะ....แต่....วิธีการเลี่ยง เป็นการรุกที่ปลอดภัยที่สุดครับ แหะ แหะ...ขอถอยหลังหน่อยละกันนะ...



...แต่...อ๊ะ!!! ฉิบหาย!!! ทำไมหลังกูไปชนกับชั้นวางของวะ!!! ...ไม่....มึงอย่านะจิน....กูบอกว่าไม่!!! มึงอย่าเอาแขนมึงขึ้นมาค้ำกับชั้นสิโว๊ย~!!!~




อย่างงี้มันละครเกินไปแล้วมึง!!!! กูไม่ใช่นางเอกที่ต้องตกอยู่ในอ้อมแขนของพระเอกอย่างมึงนะโว๊ย~!!!!!




...เกย์ควีนแบบไหนของมึงห๊ะ!!! มารุกกูเอา รุกกูเอา ไหนจะจูบ ไหนจะจับมือ ไหนจะมาทำให้กูอยู่ในวงล้อมของมึงอย่างเงี้ย~!!....




“วันนี้ว่าจะไม่ทำโทษเรื่องพูดกูมึงแล้ว แต่แกก็ยังพูดเมื่อกี้ตอนคุยกับยูในออนเซ็นใช่มั้ย”



กูว่าแล้ว~!! ไอ้เวรนี่!! มึงเคยคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องกูพูดคำหยาบมั้ยห๊ะ!!!



“ไม่...ไม่ได้พูด…อย่าเอาหน้าลงมาใกล้เดะ!! ” ผมยกสองมือดันหน้ามันออกห่าง



...มึงเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ย!! จะก้มลงมาใกล้ทำไมวะ!! ลมหายใจมึงรดแก้มกูอยู่นะเว้ย~!!!...



ผมรีบก้มหน้าหนี แต่เพราะก้ม ก็ยิ่งทำให้ผมนิ่งอึ้ง



...ผมเพิ่งขึ้นจากออนเซ็น ไอ้จินก็เพิ่งขึ้นจากออนเซ็น แล้วเวลาคนลงออนเซ็นก็ต้องแก้ผ้าทุกชิ้น ไอ้ตอนลง ผมก็ไม่ได้ดูอะไรของใคร แต่...




...แต่เพราะตอนนี้ผมก้ม....ผมที่ ‘ไม่ได้ดู’ เลย ‘ได้เห็น’ อะไรบางอย่าง....



O.O นี่ใช่มั้ยที่ไอ้ยูบอกใบ้ ‘...ระวังอันเท่านิ้วก้อยจะทำมึง ฉีก...’



....กูเข้าใจแล้วยู กูเข้าใจแล้วว่าทำไมกูจะ ‘ฉีก’ เฮ้ย~!! ไม่ใช่เซะ!! กูไม่ใช่ผู้หญิงนะเว้ย!!~ แล้วกูก็ไม่เป็นฝ่ายรับแน่นอน!! กูไม่มีวัน ‘ฉีก’ ไม่โว๊ย~!! ไม่!! ไม่!!!!!!!....



“คาเมะ...อย่ามองสิ” ผมรีบเงยหน้าทันที ไม่ใช่ว่าง่ายกับคำสั่งพ่อนะครับ



...ไม่ใช่มึงเท่านั้นหรอกที่เขิน กูก็อายจะตายห่า!!! อันเท่างวงช้างอย่างงี้ มึงเป็นเกย์ควีนต่อไปอ่ะดีแล้วล่ะจิน...กูขอ...


“ก็...ก็...ขยับออกไปดิ...”



“สัญญาว่าจะไม่หนี”



“เออๆ!” ผมรับคำส่งๆ ยังไงก็ตาม ทั้งผมทั้งมันควรอยู่ห่างกันเอาไว้สักหน่อย ล่อนจ้อน ชีเปลือยกันทั้งคู่อย่างงี้ มันแอบหวิวๆไงไม่รู้



...แล้วต่างคนต่างก็เงียบ...ผมก็เงียบ มันก็เงียบ มองกันไปคนล่ะทาง แบบที่ไม่รู้จะพูดอะไรกัน...



...มีบ้างที่เหลือบตามองกัน แล้วก็ดันแอบสบกันโดยบังเอิญ จนต้องรีบหันหน้าหนี พร้อมๆกับในอกมันเต้นตึกตักจนเสียงดังน่าหนวกหู...



“แหวน...ได้แล้วนะ...อยู่ที่ห้อง” แหวน?...แหวนอะไร...อ๊ะ...แหวนที่ผมขอมันเป็นของขวัญวันเกิดน่ะเหรอ...



“แล้ว สายหนังที่ให้ล่ะ ไม่ชอบเหรอ ไม่เห็นใส่”



...ผมควรจะตอบยังไง...ถ้าเป็นปกติคงจะปากดีบอกไปแล้วว่า ‘ก็กูไม่ชอบแล้ว กูเบื่อ... กูเบื่อทั้งมัน ทั้งคนให้ด้วยแหล่ะ!!’…



…แต่นี่ไม่ใช่เวลาปกติ เพราะถึงไอ้จินจะขยับออกห่าง แต่ก็ยังยืนอยู่ตรงหน้าผม ที่สำคัญเลยคือหัวใจผมเอง...



...หัวใจที่บอกว่า ‘คิดถึงใจจินบ้าง’ … ‘คิดถึงความรู้สึกจินบ้าง’… ‘คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมและจินบ้าง’…



“ชอบ...เอ่อ...ที่ไม่ใส่เพราะกลัวมันจะเหม็นเหงื่อ” ผมพูดแล้วต้องลอบถอนหายใจกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองไอ้คนที่มันเลิกหันมองข้างฝาแล้ว



ไอ้จินมันหันมามองผม พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ แบบที่ทำให้ผมต้องร้อนวูบไปทั้งหน้า



...สายตาแบบนี้อีกแล้ว สายตาผิดปกติของมัน สายตาที่ทำให้ผมมือไม้แข็ง แล้วทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนตัวเองถูกบีบอัดอยู่ในโลกแคบๆ โลกแคบๆที่มีแค่ผมกับมันสองคน เป็นโลกที่เปล่าเปลี่ยว แต่ไม่ว้าเหว่ ไม่เหงาหงอย ทว่า ถึงเป็นโลกที่มีแค่คนสองคน แต่ก็เป็นโลกที่ดึงดูดให้ผมอยากจะเข้าไปอยู่บ่อยๆ...



...ถึงมันจะทำให้รู้สึกหวานๆในอกไปบ้าง ถึงมันจะทำให้ผมเขินไปบ้าง แต่ใจกลับเรียกร้อง..




“.........” ไม่มีคำพูดอะไรอีก นอกจากการที่ไอ้จินขยับเข้ามาหาเรื่อยๆ แบบที่ผมไม่รู้ตัว และไม่สามารถอ้าปากร้องสั่งให้มันหลีกไปไกลๆ




ผมรู้แค่ว่าไอ้จินก้มลงมาหา มันก้มลงมา และในวินาทีที่ปากมันแนบแตะลงกับปากผม ร่างทั้งร่างก็เบาหวิว...




...ผมไม่ได้ตกใจเหมือนคราวนั้น...ใช่...เหมือนว่าผมเต็มใจด้วยซ้ำ... เต็มใจที่จะยืดหน้าตัวเองขึ้นไปรองรับรอยจูบมากกว่านี้ รับสัมผัสที่เต็มตื้นมากกว่านี้ ยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในวงแขนอบอุ่นนั่น ยอมให้มือหนาๆลากผ่านแผ่นหลัง ไล้นิ้วไปตามกระดูกไขสันหลัง ยอมแม้กระทั่งให้อกเปล่าๆของตัวเอง กำลังถูไถไปกับหน้าอกของไอ้จิน...



...ผมยอมทุกอย่าง...ยอมแนบชิดมากขึ้น เพื่อให้ทั้งตัวเองและจินได้ถ่ายทอดไออุ่นทางผิวหนังให้กันและกันมากขึ้น ยอมให้จินกอดผมแน่นขึ้น เพื่อให้หัวใจเราสองคนสะท้อนเสียงเต้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ผมยอม...



...ยอมแม้กระทั่งเปิดริมฝีปากให้ไอ้จินล่วงล้ำ แบบที่มันยังไม่ร้องขอด้วยซ้ำ...




“อีกหนึ่งนาที~!!! นากามารุ ยูอิจิจะเดินถึงห้องอาบน้ำนะขอรับ~!!!!!~” เสียงตะโกนดังมาจากที่ไหนแว่วๆ ให้ผมต้องคิ้วขมวด แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว เพราะเมื่อจินบดปากมันลงมามากขึ้น ผมก็ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบกาย



“ห้าสิบเก้าวิ...ห้าสิบแปดวิ...ห้าสิบเจ็ดวิ...” เสียงเหมือนอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลนี่




“สี่สิบเจ็ด...สี่สิบหกวิ...สี่สิบห้าวิ...” มันเป็นเสียงของไอ้ยู...เสียงของไอ้ยูใช่มั้ยนั่น...



“สามสิบห้าวิ...สามสิบสี่วิ...สามสิบสามวิ...” ยูมันจะเข้ามาในนี้รึเปล่า...ยูมันจะเห็นมั้ย ว่าผมกับจินกำลังทำอะไรกัน...



“ยี่สิบสามวิ...ยี่สิบสองวิ...ยี่สิบเอ็ดวิ...” ...แล้วมันจะว่าอะไรรึเปล่า มันจะเก็บไปล้อมั้ย…



“สิบเอ็ดวิ...สิบวิ...เก้าวิ...” ...มันจะเข้ามาแล้วเหรอ...มันจะเข้ามา...



“สี่วิ...สามวิ...สองวิ...” เฮ้ย!!!~ ไม่!!!!!



ผมผลักไอ้จินพรวดเดียว เราสองคนก็กระเด็นกันไปคนละทาง



“หนึ่งวิ!!! ปิ้ด ปิ้ด ปี้ดดดดดดดดด~~~~...กู~ นากามารุ ยูอิจิ กลับมาแล้วครับ!!” แล้วไอ้ยูก็โผล่พรวดเข้ามาทางประตู พร้อมรอยยิ้มกว้างขวาง



“แม่กูคุยเสร็จเร็วว่ะ...พวกมึงทำไรกันอยู่อ่ะ” ผมไม่รู้ว่าไอ้ยูไปหาแม่มันจริงรึเปล่า เพราะถึงมันจะไม่ได้เอ่ยปากล้อ แต่สายตามันวิบวับเกินเหตุ โดยเฉพาะไอ้คำถามที่เหมือนจะเน้นว่า ‘ทำไรกันอยู่อ่ะ’ นั่นด้วย



“เปล่า...” ผมรีบบอก แล้วคว้ายูกาตะขึ้นมาสวม ก้มหน้าก้มตามองแต่พื้น



“กูหิวอ่ะ ไปรอที่ห้องอาหารเลยได้มั้ย” ผมถาม แต่ไม่ยอมหันไปมองไอ้เจ้าของสถานที่



“เออ...มึงไปรอเลย แล้วมึงก็ขอถุงก๊อบแก๊บแม่ครัวมาสักสองสามถุง เอาแบบที่มึงพอใช้” ผมหันไปมองไอ้ยู ด้วยความงงว่าจะให้ขอถุงพลาสติกมาทำไม มันยิ้มหวานเจี๊ยบ~~ทีนึง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเขินอายสุดฤทธิ์



“อ้าว ก็กูไม่ได้ติดถุงยางมา แล้วพวกมึงก็มาในฐานะลูกจ้าง มึงคิดว่าเรียวกังบ้านกูจะเลี้ยงดูดีขนาดแจกถุงยางกันเลยเหรอวะ เพราะงั้น เฉพาะหน้าไปก่อนมึง...ถุงก๊อบแก๊บมันก็คือๆกัน...แถมมีเสียง แก๊บ แก๊บ แก๊บ แก๊บ ด้วย~ ทีนี้พวกมึงใช้กันตอนไหน กูได้รู้ด้วยไง~~~”



...มึงเก็บไว้ใช้กับเมียมึงไป๊~!!!!!!!...



“เอ้อ~...แล้วเตียงพวกมึงคืนนี้เอาไง ให้กูหากลีบกุหลาบมาโปรยบนผ้าคลุมเตียงด้วยมั้ย แล้วเดี๋ยวกูเป็นญาติฝ่ายเจ้าสาวเอง มึงไม่ต้องห่วงคาเมะ กูจะไปหาผ้าเช็ดหน้าขอบลูกไม้ของแม่มาเช็ดหัวตา แล้วกูจะพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า...”




“...คาซึยะอย่าดื้อกับพี่เขานะลูก เป็นผัวเป็นเมียกัน มันต้องทนกันให้ได้ จินก็ด้วย ดุ ด่า ว่า ตี น้องได้ทุกอย่างเลยนะจ๊ะ น้องยังเด็ก อย่าถือสาโกรธเคืองน้องเลย อยู่กันเข้าใจกัน เอาให้ฝันร่วงหมดปาก หัวหงอกชนิดยาย้อมเอาไม่อยู่ หรือจะอยู่กันจนหม้อทะลุ ไหแตก กระทะพัง เลยก็ได้นะลูก...จิน แม่ฝากลูกสาวแม่ด้วยนะ~ โฮ~~~ แม่ดีใจเหลือเกิน ที่ได้เห็น ‘ยัยหนูคาซึยะ’ เป็นฝั่งเป็นฝา... เป็นความภูมิใจของแม่แล้ว...”



...ยู~!!!!!!!!...มึงส่งกูเข้าหอ แต่เดี๋ยวกูจะส่งมึงลงโลง!!!!! พูดอะไรของมึงห๊ะ!!!~ ส่อไปแต่ทางนั้นอย่างเดียวเลยนะมึง!!!!!...



ผมหันไปถลึงตาใส่มัน แล้วทำเหมือนที่ไอ้จินเคยทำมาแล้ว นั่นคือการยกนิ้วกลางขู่ไปที!!!



แต่...ไอ้ยูหัวเราะก๊าก...



...มึง!!!~ แหกตาดูรึยัง!!! นี่นิ้วกลางนะมึง นิ้วกลาง!!! นิ้วเดียวกับที่ไอ้จินยกให้มึงวันนั้นอ่ะ!! ทำไมมึงไม่กลัวห๊ะ!!!...



“มึงอย่ามาแจกพร่ำเพรื่อคาเมะ...ขอมึงยิ่งมี ‘น้อยๆ’ อยู่...ฮ่า ฮ่า ฮ่า~~~”



...มึงก็ใหญ่โคตร!!!!! สั้นอย่างกะหลักกิโล!!!!!...ไอ้ห้อย!!!!!!!!!!!!!....




-*-*-*-*-*--*


แล้วทีนี้เป็นไง ผมกับไอ้จินก็ไม่กล้ามองหน้ากันเลยดิ ผมอ่ะ อายทั้งมัน แล้วก็อายทั้งตัวเอง ผมอายตัวเองเพราะวันนั้น ผมรู้ว่าผมยอมมันมากแค่ไหน ยอมชนิดที่ว่าถ้าไอ้ยูไม่เข้ามาขัด อะไรๆคงไปไกลกว่านั้น



O.O เฮ้ย~! ไม่!! ไม่มีอะไรไกลไปกว่าจูบอีกแล้ว!!! ไม่!!!...




...ผมยอมรับนะ ยอมรับว่าผมเองก็รู้สึกพิเศษๆกับไอ้จิน แต่จะให้ผมมาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง ผมก็ไม่อยากทำ ผมไม่กล้าพัฒนาความสัมพันธ์ไปข้างหน้า ผมกลัวอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามันทั้งกลัว มันทั้งหวั่น...



“คาเมะ...มึงตอบคำถามกูหน่อยซิ! มึงมาเรียวกังกูคราวนี้ มึงมากับใคร” วันนี้ผมและเพื่อนๆยกกับข้าวออกมานั่งกินท้าความหนาวที่สวนหลังเรียวกังเป็นการส่วนตัวครับ



...แต่บรรยากาศอึดอัดประเภทเงียบเป็นเป่าสาก ได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ปลิว เพราะต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินข้าว นั่นก็เลยทำให้ไอ้คนพูดมากอย่างไอ้ยูทนไม่ได้



“ก็มากับมึงไง” ผมเงยหน้าตอบ ยูมันก็เพี้ยนๆงี้ล่ะ ถามอะไรสิ้นคิดเป็นประจำ



“แล้วมีใครมาด้วยอีก”



“เรียวจัง...” ไอ้ยูมันวางตะเกียบลงกับชามข้าวทันที แล้วลากเสียงยาว


“อ้อ~! เหรอ!! ที่นั่งกินข้าวกันอยู่นี่ มึงนับได้แค่สามหัวใช่มั้ย แล้วที่นั่งหัวโด่ข้างกูนี่ไม่ได้มากับมึงเหรอ”



ผมมองหน้ายู เข้าใจแล้วว่ามันต้องการอะไร นั่งข้างมันจะมีใครถ้าไม่ใช่ไอ้คนที่นั่งเงียบ ไม่พูดไม่จามาตั้งแต่แรก



“ยู...มึงรีบๆกินเหอะ วันนี้มีลูกค้ามาตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ” จินมันเงยหน้าขึ้นบอก แล้วก้มหน้าลงคีบข้าวเข้าปากอีก



ไอ้ยูยอมคว้าตะเกียบขึ้นคีบข้าว แต่ตายังจ้องผมไม่หยุด มันจ้องจนผมไม่กล้าคีบอะไรเข้าปากอีก สายตาของมันเหมือนจะสั่งให้ผมต้องทำอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่นั่งกินข้าวเงียบๆแบบเมื่อกี้...



...มึงจะให้กูทำอะไรก็บอกมาเลยดิ! แม่ง!! ใช้สายตาอย่างงี้ กูมันโง่นะเว้ย~!!...



ถูกไอ้ยูจ้องอยู่สักพัก มันคงเห็นว่าถ้าจ้องนานกว่านี้ อาจต้องเลิกกินข้าวกันไปเลย มันก็เลยใช้สายตาจิ้มจึ้กไปที่จานเทมปุระ จากนั้นก็ย้ายสายตามาที่ชามข้าวไอ้จิน



...หมายความว่าจะให้กูคีบเทมปุระให้ไอ้จินงั้นใช่มั้ย...ก็ได้ ก็ได้ ญี่ปุ่นคือประชาธิปไตย แต่บ้านมึงคือเผด็จการ อันนี้กูแจ่มแล้ว~!!!...



“ชอบเทมปุระแล้วทำไมไม่กินวะ...เห็นกินแต่เนื้อ” ผมพูดลอยๆ แล้วคีบกุ้งทอดสีเหลืองกรอบน่ากินวางโปะลงบนข้าวบนถ้วยในมือไอ้จิน



หมอนั่นเงยหน้ามองผม จากสีหน้าอึ้งๆ ค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ ...เอ่อ...เคยบอกรึยัง ว่าไอ้จินเป็นผู้ชายที่ยิ้มบางๆแล้วเท่ห์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา...



“เอ้า! จิน...มึงรู้จักให้บ้างสิวะ คิดแต่จะรับอย่างเดียวรึไง คีบอะไรให้ลูกมึงกินหน่อยสิ” ...สั่งได้ สั่งดีนะมึง...สั่งตลอด~!!!



ผมอยากจะปฏิเสธไอ้จิน เพราะรู้ดีว่าหน้าอย่างพ่อผมจะคีบอะไรให้ แต่สายตาของไอ้ยูที่จ้องอย่างกับจะฆ่าผมให้ตาย ก็ทำให้ผมต้องปิดปากตัวเองสนิท แล้วรอรับชะตากรรมที่รู้ล่วงหน้า



...อย่างไอ้จินน่ะเหรอ อย่างเดียวที่มันจะคีบให้ผมกินก็คือ....



...นั่นไง!!! สลัดผัก!!! กูว่าแล้ว~!!!!!.... T.T



ตะเกียบไอ้จินตรงดิ่งไปที่สลัดเขียวอื๋อหน้าเรียวจังทันที....ไม่!!! มึงจงเอาตะเกียบมึงกลับไป!! กูไม่กินนะ!!! ถ้ามึงคีบมา กูเขี่ยทิ้งจริงด้วยเอ้า!!!



…แต่...สลัดผักที่ไอ้จินหมายตาถูกยกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วให้ตะเกียบที่กำลังส่งมาต้องชะงักค้าง



ไอ้คนยกจานสลัดขึ้นจากโต๊ะหันมายิ้มแต้กับไอ้จิน แล้วเปิดปากเสียงดัง




“เฮ้ย! ไม่ได้ๆ สลัดจานนี้กูสั่งทำเพื่อไอ้เรียวโดยเฉพาะ .... ช่วงนี้มึงบ่นว่าท้องผูกนี่หว่า เรียว... มึงกินผักไปเยอะๆเลยนะ ส่วนมึงอ่ะจิน ไปคีบอย่างอื่นให้ลูกมึงไป คีบเนื้อจานนั้นก็ได้”



ผมมองปากย้อยๆของมันสั่งเป็นว่าเล่นแล้วนึกอยากกระโดดกอดมันขึ้นมาจับใจ


...ยู~!!!!!~ กูรักมึงงงงงงงงงงง~!!!....ทำไมมึงถึงเป็นเพื่อนที่ดีอย่างงี้~!!!! มาให้กูจุ๊บมึงทีมา!!!...



ไอ้จินจำเป็นต้องหันไปคีบเนื้ออีกจานมาส่งให้ผมแทนสลัดที่ไอ้ยูยกให้เรียวจังไปอย่างหน้าตาเฉย แต่พอหมดการแลกกับข้าวกันแล้ว โต๊ะอาหารก็เงียบลงอีกครั้ง



มันเงียบอย่างนั้นอยู่ไม่กี่นาที ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ พร้อมๆกับร่างไอ้ยูลุกพรวดเดินหนีกลับเข้าข้างในอย่างรวดเร็ว



....ไอ้ยูมันคงเบื่อมั้ง ผมคบกับมันมาตั้งเกือบปี ผมรู้ว่ามันไม่ชอบความเงียบ มันเป็นคนขี้เหงาหน่อยๆ ก็เลยชอบความโหวกเหวกให้ตัวเองรู้สึกอบอุ่นเข้าไว้...มันคงเซ็ง หรือไม่มันก็คงโกรธผมแน่ๆเลย...



…ก็แล้วจะให้กูทำยังไงเล่า!! กูอายนี่หว่า!! ใครจะกล้าชวนคุยวะ!!...



“ยู” เรียวจังร้องเรียก แล้วลุกขึ้นเดินตามไปอีกคน พอเหลือผมกับไอ้จิน ทีนี้ก็ยิ่งเงียบ เงียบ และ เงียบ....




จนกระทั่ง...เสียงวิ่งตึงตังดังขึ้น พร้อมกับเสียงร้องลั่นของไอ้เจ้าของบ้าน




“เฮ้ย!! จิน!!~ มึงเอารถออกไปรับลูกค้าหน่อย!! ลูกค้าหลงทางอ่ะมึง!! ส่วนมึงคาเมะ เอาโทรศัพท์กูไป พวกมึงสองคนรีบไปเดี๋ยวนี้เลย” อะไรของไอ้ยูวะเนี่ย! เมื่อกี้มันยังถอนหายใจเฮือกๆ แล้วทำไมอยู่ดีๆมันถึงวิ่งหน้าตาตื่นออกมาอย่างงี้




“คาเมะ!!~ กูบอกให้มึงลุก!! จะนั่งกินอะไรอีกวะ!! แขกหลงทางนะโว๊ย~!! เกิดถูกเรียวกังอื่นซิวไปจะทำไงห๊ะ!! มึงลุกเลย!! ไอ้จิน! มึงจูงมือลูกมึงไปเอารถออก!!~ เดี๋ยวกูโทร.เช็คทางลูกค้าให้ แล้วจะโทร.บอกพวกมึงเป็นระยะๆ มึงกดรับโทรศัพท์เป็นใช่มั้ย” ประโยคสุดท้าย ไอ้ยูยังเผื่อแผ่ความมีน้ำใจปนสมเพชมายังผม



“เป็นโว๊ย~~!!!~” แม่ง!!~ เห็นกูโง่เรื่อยเลยนะมึง!!!...


“ไป ไป เดี๋ยวกูกับไอ้เรียวจะคอยทางนี้”



“เดี๋ยว มึงเป็นเจ้าถิ่น ทำไมมึงไม่เป็นคนออกไปหาวะ ให้ไอ้จินไปแล้วมันจะรู้ทางเหรอ” ผมถาม แต่ไอ้ยูทำหน้าเมื่อยก่อนจะตอบ



“คาเมะ...ญี่ปุ่นที่มึงเหยียบอยู่ขณะนี้คือปี 2008 นะ ไม่ใช่ ก่อนคริสตศักราช!!! ถนนหนทางมันมีป้ายบอกโว๊ย~!!!...เมื่อไหร่ความฉลาดจะมาสิงสู่มึงห๊ะ ให้กูจุดธูปเรียกให้มั้ย มึงนี่มันโง่ไม่เป็นสองรองใครจริงๆ ถ้ามีรายการแข่งกันโง่นะ กูจะส่งมึงไปคนแรก!!”




“ที่สำคัญคือ มึงเป็นใคร และกูเป็นใคร...กู นากามารุ ยูอิจิ ลูกชายเจ้าของเรียวกัง แล้วมึงเป็นใคร ลูกจ้างใช่มั้ย...แล้วระหว่างลูกจ้างกับลูกเจ้าของ ไอ้คนผู้ไหนมันควรจะต้องขับรถฝ่าอากาศหนาวออกไปรับแขกวะ!! ไป ไป ทางนี้ต้องเตรียมของอีก!!”




...แค่กูถามหน่อยเดียว ล่ะตอบซะยาว กว่ามึงจะตอบจบนะ ป่านนี้ลูกค้ามึงคงแข็งตายอยู่ข้างถนนแล้วแน่ๆ...



“งั้นเอาเรียวจังมา จะได้ช่วยกันดูอีกแรง” เรื่องอะไรจะไปกับไอ้จินสองคน ไม่เอาหรอก ผมยื่นมือจะไปคว้าแขนเรียวจัง แต่ไอ้ยูตีมือดังเพี๊ยะ!



“ไม่ได้!!” มันว่าอย่างนั้น แล้วชี้ไปที่โต๊ะกินข้าวที่พวกผมนั่งกินเมื่อกี้



“ถ้ามึงเอาไอ้เรียวไป แล้วใครจะเก็บโต๊ะกินข้าวห๊ะ!! มึงเล่นกินอย่างกับหว่านที่นา หกเลอะเทอะไปหมด....มึงน่ะ ไปกับพ่อมึงเลย ไม่ต้องมาโยกโย้ เร็วเด๊~!!~ ลูกค้ารออยู่นะเว้ย!!!”




...ช่างมีข้ออ้างจริงนะมึง!!! อย่าให้กูรู้เชียว ว่าไอ้ลูกค้าที่หลงทางนี่มึงจัดฉาก...อย่าคิดว่ากูโง่ เพราะหลังจากนอนคิดหลายคืน กูคาดว่าไอ้ฝักบัวเจ๊งคราวที่แล้วน่ะ เป็นแผนมึงที่จะไม่ให้กูไปเดทกับผู้หญิงแน่ๆ...



“ไปสิวะ!!! ยืนรอความฉลาดอยู่รึไง มันคงไม่วิ่งเข้าสมองมึงภายในสองสามปีนี้หรอก!!!...” ไอ้ยูว้ากอีกรอบ ผมก็เลยแยกเขี้ยวใส่มันไปที ก่อนจะลุกขึ้นเดินนำไอ้จิน



...ไปก็ได้วะ!!!...


“คาเมะ!!!! นั่นมันทางกลับห้องนอน!!!! กูบอกให้มึงไปเอารถโว๊ย~!!!! รถบ้านพ่อมึงรึไง อยู่ในห้องนอนน่ะ ห๊า~!!!!”



…ก็กูไม่รู้ทางนี่หว่า!!!~ แม่ง!!~ บ่นมากนัก เดี๋ยวกูก็ไม่ไปซะเลยนี่!!!!...


TO BE CON
FIC : *~~ เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=) ~~*
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-
PART 8



...ยัง...ยังครับทุกท่าน...


...นากามารุ ยูอิจิ ยังมีชีวิต ยังมีลมหายใจ...และมันยังนั่งอยู่ในห้อง...



สภาพห้องตอนนี้ สงบ เงียบ วิเวก และวังเวงอย่างที่ไม่สมควรจะเป็นห้องหมายเลข B308 แต่อย่างใด ไอ้ยูนั้นซุกตัวอยู่มุมห้อง แล้วเอาหนังสือการ์ตูนขึ้นมาปิดหน้า ส่วนไอ้จินนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือของมัน ไม่รู้ว่ามันทำอะไร เพราะผมไม่กล้าสอด ส่วนพื้นที่ว่างระหว่างไอ้จินและไอ้ยู มีเรียวจังนั่งคุมเชิงครับ



...สรุปได้ง่ายๆว่า ที่ไอ้ยูยังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ เป็นเพราะบารมีของเรียวจังโดยแท้...



...แล้วผมทำอะไรเหรอครับ...



...ผมกำลังคิดครับ...กำลังคิดในสิ่งที่ไอ้ยูหลุดปาก ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจของมันก็ตามแต่...



‘ซัมวันของไอ้จินอยู่หอนี้’ ...



...แม่ง....เป็นใครวะ... ไอ้จินมันเป็นพวกมนุษยสัมพันธ์ติดลบขนาดหนัก อารมณ์ว่าถ้าไม่ทักมันก่อน มันก็ไม่ทักตอบ วันๆมันก็เอาแต่เรียน กลับหอมาก็อยู่แต่ในห้อง ไม่สุงสิงคบค้าสมาคมกับใคร...



...แล้วซัมวันของไอ้จินจะเป็นใครไปได้วะ...



...หน้าอย่างมัน คงไม่ใช่พวกเจอปุ๊บ ปิ๊งปั๊บอะไรอย่างงั้น...ถ้างั้น...มันก็คงรักเพื่อนมันเอง...



....เดี๋ยว!!!...ขอย้อนนิดนึง!!...ไอ้ยูบอกว่าซัมวันของไอ้จินอยู่หอนี้ แล้วหอนี้ก็เป็นหอชาย ถ้างั้นไอ้จินก็....



“จิน มึงเป็นเกย์เหรอ” โอยยยยยยย....ปากกู!....ทำไมถึงพูดก่อนคิดทุกทีเลยห๊ะ!!!...



ผมตะครุบคำพูดคืนมาไม่ทัน เพราะงั้น คำถามที่ว่า ‘จิน มึงเป็นเกย์เหรอ’ เลยปลิวว่อนไปทั่วห้องให้รูมเมทสามคนของผมต้องหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ คว้าหมอนบนเตียงขึ้นมากอดแล้วซุกหน้าลงไป


...โอ้~~ หมอนใบน้อย...ทำให้กูขาดอากาศหายใจตายไปเถอะ~….



“ทำไม รังเกียจเหรอ” เสียงไอ้จินเข้าโหมดโหดคือเย็นเจี๊ยบสะท้านทรวง อย่างที่ควรจะจับมันไปทำตู้เย็นให้รู้แล้วรู้รอดไป



“ป...ปะ...เปล่า...ถามเฉยๆ” แล้วผมก็เงียบ พูดไรต่อไม่ออกอีก ทำไมถึงได้รู้สึกว่ารังสีความโมโหของไอ้จินเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกวะ กู~ T.T



...เอาเหอะ...มานั่งคิดเรื่องซัมวันของไอ้จินต่อดีกว่า...



...ใครที่พอจะเข้าเค้าวะ...ใครที่มันดูแล ใครที่มันแคร์...ใครว้า~...เพื่อนมันก็มีไม่กี่คน แล้วเพื่อนมันคนไหนบ้างที่อยู่หอนี้....ใครวะ....ใคร...ใครที่เป็นซัมวันของไอ้จิน...



...ยิ่งโดยเฉพาะกับเพื่อนที่มัน ‘พิเศษ’ เหรอ...ผมไม่เคยเห็นมันยกใครพิเศษสักที จินเป็นคนที่สนิทกับคนอื่นยากมาก...แล้วเพื่อนที่มันสนิทด้วย ผมก็รู้จักหมดแหล่ะ เพราะมีน้อยชนิดยกมือเดียวขึ้นนับก็ยังใช้นิ้วไม่หมด...



...เพื่อนคนไหนที่มันเอาใจใส่เป็นพิเศษ ก็ไม่เห็นเงาหัวอีกล่ะ จินไม่ใช่พวกตามใจใคร หรือเอาใจใคร...แล้วเพื่อนมันส่วนใหญ่ก็พวกชายตัวเท่าหมีกันทั้งนั้น ไม่มีใครมานั่งใจน้อยให้เอาใจกันหรอก...



...เอางี้...เปิดประเด็นที่เพื่อนไอ้จินมีใครบ้างก่อนดีกว่า...




....ไอ้จุนโนะหนึ่งล่ะ...แต่ดูท่าจะไม่ใช่ แล้วก็เพื่อนที่คณะของมันอีกสองสามคน อ่า...ชื่อไรกันบ้างวะ... จิมมี่ แม็คกี้ ใช่มั้ยนะ คนนึง แต่ไม่น่าใช่หรอก ตัวอย่างกะเสาไฟฟ้าแบบนั้น...อีกคนก็ ชิโรตะ ยู...โฮย...คนนี้ก็น่าจะหลุดวงโคจรเหมือนกัน ไม่งั้นมีหวังกล้ามปะทะกล้าม...



...แล้วใครอีก...ก็หมดแล้วอ่ะดิ เหลือแค่พวกผมสามคนเนี่ยล่ะ เพื่อนไอ้จินมัน...



...เดี๋ยวนะ....แล้ว...แล้วถ้า...ถ้าซัมวันของไอ้จินไม่ใช่แค่อยู่ ‘หอนี้’ แต่อยู่ ‘ห้องนี้’ ล่ะ...



...หมายความว่าซัมวันของไอ้จินน่ะ....คือ...O.O



--แกร็ก~~-- เสียงลากเก้าอี้ดังมาจากไอ้จิน ทำเอาไอ้ยูสะดุ้งเฮือกแล้วซุกหน้ากับหนังสือการ์ตูนมากกว่าเดิม


...ยูเอ้ย~ ถ้าไอ้จินจะฆ่ามึง หนังสือการ์ตูนเล่มแค่นั้นก็ปกป้องมึงไม่ได้หรอกโว๊ย~!!...



“จะไปไหนน่ะจิน” เรียวจังส่งเสียงถาม เมื่อเห็นไอ้ถึกหนาคว้ากระเป๋าสตางค์และมือถือ ส่วนผมกับไอ้ยูยังเงียบ ผมน่ะไม่รู้จะถามอะไร ส่วนไอ้ยูหลังจากได้นิ้วกลางเป็นของขวัญ มันก็ปิดปากเงียบสนิท



“ลงไปซื้อของแถวนี้” ...อ่า...ตามสบายนะมึง...



...ไม่เลย ไม่ต้องมามองกู กูไม่ลงไปกับมึงหรอก...ประสาทเปล่า อิ่มจะตายห่า จะลงไปซื้ออะไรอีก...



“ฉันไปด้วย” เรียวจังว่าอย่างนั้น ก่อนที่มันสองคนจะเดินหายออกไปจากห้อง เสียงปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงถอนหายใจของไอ้คนปากมาก



“เฮ้อ~!! นึกว่าชีวิตกูจะจบวันนี้ซะอีก” ...ก็ไม่แน่...ถ้ามึงยังปากสุนัขแบบนี้...



“ยู....กูถามมึงอย่างได้มั้ย” ผมหันไปถามไอ้คนที่มันโยนหนังสือการ์ตูนลงกับเตียงอย่างไม่เห็นค่า ..แหม...ทีเมื่อกี้ล่ะ กูเห็นซุกเอา ซุกเอาเลยนะมึง...



“ถามไร” …เอาวะ...ไอ้ยูแม่งต้องรู้แน่ๆล่ะ...



“เรื่องซัมวันของไอ้จิน” ผมมองหน้ามัน มันก็หันมามองหน้าผม



“มึงรู้แล้วเหรอคาเมะ” ทำไมมึงต้องทำหน้าดีใจอย่างงั้นวะ



“กูแค่ไม่มั่นใจ...” มันพยักหน้าอย่างลุ้นๆ เหมือนจะให้ผมพูดออกมา



...อ่า...จะดีเหรอ ให้ผมพูดออกไป...มันจะไม่เสียหายเหรอ...แต่....ทำไมแค่ผมคิด มันก็....



“ซัมวันของไอ้จิน...ก็คือเรียวจังใช่ป่ะ” จากรอยยิ้มของไอ้ยู กลายเป็นอ้าปากค้าง



...เอ่อ...ทำไมมึงต้องทำหน้าอย่างงั้นอ่ะ... กูเดาผิดเหรอ...แต่กูว่าก็ไม่น่าผิด ก็กูไม่เคยเห็นไอ้จินขัดใจเรียวจังเลยนี่หว่า มันมีอะไรก็ปรึกษาแต่เรียวจัง ฟังแต่เรียวจังคนเดียว ไม่มีค้าน ไม่มีแย้ง...



...ไม่เหมือนกู ที่มันด่าเช้า ด่าเย็น....



...แล้วที่สำคัญนะ เรียวจังก็อยู่หอนี้ตามที่ไอ้ยูบอกมาเป๊ะๆเลยด้วย...



“เซ็งเป็ด!!!!” ไอ้ยูสบถ แถมตบหน้าผากตัวเองอีกที



“กูว่ากูลงไปเดินเล่นกับไอ้สองตัวนั่นดีกว่า” มันว่าอย่างนั้น แล้วหมุนตัวจะออกจากห้องให้ผมต้องรีบคว้าแขนมันไว้



“เดี๋ยวดิ! มึงจะปล่อยให้กูอยู่ห้องคนเดียวตอนจะห้าทุ่มเนี่ยนะ! กูกลัวผีนะโว๊ย” คราวนี้ไอ้ยูมันถอนหายใจเฮือก แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างผม



“คาเมะ...ถ้ามึงตาย กูขอสมองมึงไปผ่าพิสูจน์ดูรอยหยักหน่อยได้มั้ยวะ” ผมแยกเขี้ยวใส่มัน แต่ไอ้ยูไม่สนใจ มันยังคงเดินหน้าถอนหายใจเฮือกๆ ...คาร์บอนไดออกไซด์ล้นโลกก็เพราะการถอนหายใจของมึงเนี่ยล่ะ!!...



“กูถามมึงจริงๆเหอะ...ที่กูพูดจนปากจะฉีกถึงรูหูนี่มึงไม่เคยเอากลับไปคิดเลยเหรอวะ...มึงรู้มั้ยว่ากูล้อมึงทุกวันนี่ กูต้องเสี่ยงกับการถูกไอ้เรียวด่าว่ายุ่งเรื่องของพวกมึงมากเกินไป”



...พวกมึง อะไร...พวกมึงนี่หมายถึงใคร...




“คราวนี้กูจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามึงยังโง่อยู่อีกล่ะก็ กูว่ามึงควรลาออกจากมหา’ลัยไปขายของหน้าปากซอยไป...” เอ่อ...วันนี้ไอ้ยูมาโหมดเครียดว่ะ...



“มึงเคยสังเกตรอบๆตัวมึงมั้ย ว่าใครที่อยู่กับมึงตลอดเวลา ใครที่ดูแลมึงอย่างกับไข่ในหิน ใครที่ห่วง ใครที่หวงมึงจะเป็นจะตาย”



...เดี๋ยวๆ ไอ้ยู กูถามเรื่องซัมวันของไอ้จินไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมมึงมาพูดเรื่องกูอ่ะ...



“มึงอย่าเพิ่งถาม กูไม่ชอบให้คนขัดตอนพูด เพราะเดี๋ยวกูจะลืม” เออๆ....ไม่ขัดก็ได้โว๊ย มีไรก็รีบๆพูดมาดิ



“แล้วมึงเคยสังเกตตัวมึงเองมั้ย ว่ามึงรู้สึกอะไรกับใครมากเกินไปรึเปล่า...คาเมะ ถ้าเป็นกูนะ แล้วมีเพื่อนโทร.มาเบี้ยวนัดล่ะก็ กูจะด่าแม่งให้ลืมบ้านเลขที่เลย”




“แล้วมึงด่ามั้ย มึงไม่ด่า มึงทำอะไรคาเมะ...ตอนที่มีคนบางคนโทร.มาบอกเลื่อนนัดด้วยเหตุผลกวนส้นว่า ‘ต้องไปกินข้าวกับเพื่อนเก่า’ น่ะ...มึงทำยังไง มึงน้อยใจใช่มั้ย มึงร้องไห้ใช่มั้ย กูถามมึงคำนึงว่าถ้าคนที่โทร.มาไม่ใช่ไอ้คนนั้น แล้วเป็นกู มึงจะน้อยใจ มึงจะร้องไห้มั้ย”



...เอ่อ...มึงใจเย็นนะยู...คือ...มึงค่อยๆพูดดีกว่ามั้ย ... มึงอย่าพูดไป จ้องกูไปอย่างงั้น...



“มึงถามตัวมึงเองเหอะ ว่าปกติมึงเป็นคนขี้แยรึเปล่า กูเห็นมึงนั่งดูละครเศร้าโคตร คนเค้าร้องไห้กันทั้งประเทศ มึงยังน้ำตาไม่ไหลสักหยด แต่พอเป็นเรื่องคนสักคน มึงดันมาต่อมน้ำตาแตกง่ายๆ รู้รึเปล่าว่าเสื้อกูตัวนึงเลอะน้ำมูกมึงเลย เสียดายฉิบ!”



...สรุปที่มึงพูดมาทั้งหมด เพื่อจะบอกกูว่า เสื้อมึงเลอะน้ำมูกกู และต้องการให้กูซื้อเสื้อคืนมึงใช่มั้ยเนี่ย!!



“อ้อ...แล้วมึงอ่ะ เป็นพวกความอดทนสูงนักเหรอ กูเห็นมึงยืนรอซื้อข้าวแค่ห้านาที แม่งก็ยังบ่น แต่ทีไปยืนรอที่วิศวะฯเป็นชั่วโมง กูไม่เห็นมึงจะบ่น...อย่าถามว่ากูรู้ได้ไง กูเส้นสายเยอะแค่ไหนมึงก็รู้”



...เอ่อ...เดี๋ยวนะ...มึงกำลังจะพยายามทะลวงโพรงอะไรให้กู...



“แค่นี้แล้วมึงยังไม่รู้อีกรึไง ว่ามึงรู้สึกอะไรกับใคร...”



“ส่วน...เรื่องไอ้คนคนนั้น...” มึงบอกชื่อมาเลยดิ จะมาใส่เป็นสรรพนามให้กูงงเพื่อ!!



“เออ...ไอ้จินนั่นล่ะ...มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอคาเมะ...ว่ามันทำอะไรให้มึงมากแค่ไหน...มึงรู้ใช่มั้ย ที่ทุกวันนี้มึงอยู่หออย่างสงบสุข ไม่มีผู้ชายหน้าไหนมากวนใจมึง เป็นเพราะมันไปจัดการไว้...มึงอย่ามาเถียงโง่ๆว่า เพราะมึงแมน ไอ้พวกนั้นถึงได้หายหน้าไปเอง มึงก็รู้ว่า ‘หน้า’ มึงไม่แมน...แม่ง! สวยกว่าน้องสาวกูอีกเหอะ”



...มีบ่นนะมึง มีบ่น...



“ตอนมึงไม่สบาย มันอุตส่าห์โดดเรียนอยู่เฝ้าไข้มึง มึงรู้มั้ยว่ามันเช็ดตัวให้มึงไป มือมันก็สั่นไป มันจะเอามึงไปโรง’บาลด้วยซ้ำ ถ้ากูไม่ห้ามมันไว้ ไอ้บ้านี่แม่งเวอร์ มึงเป็นอะไรขึ้นมาหน่อย หน้าแม่งก็ซีดแล้ว”



“มึงอยากบอกอะไรกูไอ้ยู” ผมเงยหน้าถามมัน ผมไม่โง่นะครับ! ที่ไอ้ยูพูดมา ผมแปลออกหมดว่ามันต้องการจะบอกอะไร แต่ผมไม่มั่นใจเลยนี่นา



...คนที่เขาดุ เขาด่ากันทุกวัน จะมา...เอ่อ...มาอย่างงั้นๆกันได้ไง...



“คิดเองสิวะ!! แล้วก็ขอร้อง มึงอย่าทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่า ประเภทว่ารู้ว่าถูกรักแล้วหาเรื่องหนี...มึงจะทำไอ้จินเสียใจอีกเท่าไหร่ มึงถึงจะพอใจ กูบอกไว้ก่อน ว่าตอนแรกกูกะจะเข้าข้างมึง เพราะไอ้จินแม่งหล่อเกิน น่าหมั่นไส้ แต่ถ้ามึงยังทำตัวโง่มากๆล่ะก็ กูจะไปเข้าข้างไอ้จิน แล้วยุให้ปล้ำมึงซะเลย! ถ้าผ้าปูที่นอนเลอะ เดี๋ยวกูซักให้เอง มึงไม่ต้องห่วง”




“ไอ้นกสองหัว” ผมด่ามัน แต่ไอ้ยูยิ้มร่า


...แม่ง!! ได้ทีเลือกข้างเลยนะมึง!! มึงเป็นเพื่อนใครห๊ะ! ใครที่ร่วมมือกับมึงตัดเป้ากางเกงในไอ้จิน ใครที่ร่วมมือกับมึงเอาถุงขนมที่กินหมดแล้วไปซ่อนไว้ใต้เตียงไอ้จิน ใครห๊ะ!!! ใคร!!!



“...เหอะ!! ปากดีไปเหอะมึงอ่ะ...เดี๋ยวไอ้จินกลับขึ้นมา ก็เงียบเป็นเป่าสากอีก แล้วทีนี้ไอ้จินก็ไม่พูด มึงก็ไม่พูด คู่รักอมพะนำกันจริงโว๊ย~”



“แต่...ถ้าไอ้จินมันรู้สึกอย่างงั้นกับกู ทำไมมันไม่บอกกูตรงๆ” ผมย้อนถามมันอย่างคิดไม่ตก


...ถ้าคิดตกได้ก็ไม่ใช่คนแล้วครับ การที่รู้ว่าถูกใครบางคน...เอ้อ...บางคนแบบว่า....มารู้สึก....อ่า....



...เขินอ่ะ ไม่พูดแหล่ะ...



“คาเมะ...นี่มึงเคยมองจินมันดีๆมั้ยวะ มึงเห็นปากมันมั้ย ปากมันเป็นโทระโข่งเหมือนปากกูรึเปล่า...ไอ้จินน่ะ ถ้าอะไรที่มันคิดว่าจะทำให้มึงอึดอัด มันไม่ทำหรอก แค่คิดมันยังไม่คิดเล้ย กูเคยถามมันว่า ทำไมไม่บอกรักมึงไปให้มันจบๆ มันบอกกูว่าไงรู้มั้ย”



ผมส่ายหน้า...อย่าถามอะไรกูเลย ขนาดกูถูกรัก กูยังไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย... =.=




“มันบอกกูว่า มันยอมอึดอัดแทบบ้าตาย อยู่ข้างๆมึง ให้มึงแกล้ง ให้มึงทะเลาะกับมัน ยังดีซะกว่าบอกรักมึงแล้วมึงเดินหนี...”



“จินมัน...เอ่อ...กะกูจริงเหรอ” ไม่รู้ว่าทำไมตอนผมถามคำถามนี้ ในอกมันถึงได้ทั้งคับ ทั้งอึดอัด ในท้องมันทั้งโหวง ทั้งหวิว



“จริง...แต่คาดว่าจะรักมึงน้อยกว่าความรักที่กูมีให้หนังโป๊ของกูหน่อยนึง” ...กูไม่เคยอยากรู้ปริมาณความรักของมึงโว๊ย~!!!!...


ไอ้ยูมันมองหน้าผม แล้วโหมดเครียดของมันก็เริ่มกลายเป็นโหมดบ้า มันยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วกระแซะไหล่มันกับไหล่ผม


“แล้วสรุปคืนนี้เอาไง มึงอยากนอกนกอดพ่อมึงมั้ย กูจะดันเตียงมึงไปติดเตียงพ่อมึงให้”



...มึงอ่ะแหล่ะ!! ดันเตียงมึงออกจากห้องไปเลยไป๊~!!!...



...แม่ง กูกำลังคิดมาก มึงดันมาพากูหลุดเฉยเลย~!!...


-*-*-*-*-*-*-*-*


เช้าวันต่อมา ผมตื่นตอนเกือบจะแปดโมงแล้ว ในห้องอึกกะทึกครึกโครมเพราะเสียงโทรทัศน์ที่ไอ้ยูเปิดเหมือนจะทำกุศลเผื่อแผ่ให้คนทั้งหอได้ดูด้วยกัน



ไอ้จินกำลังแต่งตัว มันคงจะออกไปหาคุณพ่อ และคุณหญิงแม่ของมัน ส่วนเรียวจังยังนั่งอ่านหนังสือตามประสาว่าที่อัยการ



...เมื่อคืน ผมนอนคิดทั้งคืน นอนคิดกับคำพูดไอ้ยู...ลองเปรียบเทียบว่าถ้าคนที่ทำกับผมแบบนั้นไม่ใช่ไอ้จิน แต่เป็นคนอื่น ผมจะเสียใจมั้ย ผมจะน้อยใจมั้ย ผมจะร้องไห้รึเปล่า...



...คำตอบคือไม่...ผมไม่ใช่พวกเอาแต่ใจตัวเองนักหรอก ไม่ใช่พวกงอแงด้วย...แต่กับคนบางคน ผมก็อยากให้เขามาเอาใจใส่ อยากให้เขาดูแล อยากให้เขาพูดจาดีๆด้วย...



...แค่กับคนบางคนเท่านั้น...คนบางคนที่ชื่อ อาคานิชิ จิน...



“เป็นไรมึง ตื่นเช้ามาก็หน้าแดง ฝันเปียกเหรอ” ...โฮย....ตื่นขึ้นมา มึงก็ถามถึงพื้นที่ภาคใต้ของร่างกายกูทันทีเลยนะ!...



“ยุ่ง! เดี่ยวพ่อกูก็เตะมึงเข้าให้หรอก จิน มึงดูดิ ไอ้ยูแม่งหาว่ากูฝันเปียก” ผมหันไปฟ้องคนที่กำลังใส่นาฬิกา ไอ้จินกันมามองผมแวบนึง แล้วมันก็หันกลับไปใส่นาฬิกาต่อ



...อ้าวมึง~! ไหงทำหน้าเหมือนไม่อยากเสวนากะกูงี้ล่ะ...



ผมหันไปมองเรียวจังเหมือนจะขอคำแนะนำ แต่เรียวจังก็ได้แต่ยิ้มบางๆ พอผมหันไปมองไอ้ยู ไอ้บ้านั่นก็รีบแสดงท่าทาง



มันลูบหัวตัวเอง แล้วลงมาลูบท้อง ก่อนจะทำมือเป็นรูปหัวใจ ปากของมันก็ขมุบขมิบไปว่า


“ตาแก่หัวล้าน พุงโล ขี้น้อยใจ”


...เดี๋ยวเหอะมึง มีชีวิตรอดจากเมื่อวานมาได้นี่มึงยังไม่สำนึก....



ในเมื่อว่ารูมเมทไม่อาจช่วยผมได้ ไอ้ผมผู้ซึ่งหัวเดียวกระเทียมลีบ แถมทำท่าว่าคงถูกไอ้จินโกรธอีกแหงก็ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้นล่ะครับ



...แม่ง! ขี้น้อยใจยิ่งกว่าคนแก่อีกโว๊ย~! ...มึงอายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย!!...



ผมตัดสินใจลุกจากเตียง แล้วเดินเข้าไปหาไอ้คนที่กำลังแต่งตัว ก่อนจะยืดตัวขึ้นไป แล้วกดจมูกลงกับแก้มสองข้างของมันเร็วๆ



“คาเมะ!”



“จำไม่ได้ว่าเมื่อวานพูดกูมึงไปกี่คำ แต่เอาไปสองก่อนแล้วกัน ถ้านึกได้อีก จะมาเพิ่ม” ผมเนียนหน้าซื่อ



...โฮะ โฮะ โฮะ กูกำไรเห็นๆอยู่แล้ว เมื่อวานนี้พูดเป็นน้ำ~...แต่กูจะให้มึงแค่สอง มีไรเปล่า~~...



“อย่าทำแบบนี้อีก” อ้าว~ จูบกูมีค่านะครับ! ไมมึงพูดเหมือนไม่อยากได้อย่างงี้ห๊ะ~!!



“ทำไม” ผมกระชากแขนมันให้หันกลับมามองหน้าผม ไอ้จินสบตากับผมแวบเดียว ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง



“แกก็รู้ว่าฉันเป็นเกย์” ...เอ่อ...มึงยอมรับตรงๆเลยจะดีเหรอ....



...ถึงผมจะไม่เถียงก็เถอะ ว่ากะอีกแค่รูมเมทสักคนเป็นเกย์ มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรือเลวร้ายลง



...ไอ้จินเป็นเกย์ก็ใช่ว่าไอ้ยูจะหุบปาก และพูดจาด้วยภาษาของผู้ดี หรือไอ้จินเป็นเกย์ มันจะทำให้ผมมีเงินพอใช้จากต้นเดือนถึงปลายเดือน โดยไม่ต้องไปนั่งทำหน้าน่าสงสาร แล้วให้มันเลี้ยงข้าวบ่อยๆ...



...ใช่...กะแค่มีไอ้จินเป็นเกย์ไปคน มันไม่เท่าไหร่หรอก...



...ยกเว้นเสียแต่ว่า มึงจะเป็นเกย์ที่ไม่เจียมเนื้อเจียมตัว และหวังฟันพวกกูทั้งห้องนี่~~!!!...



“แล้วไง เป็นเกย์แล้วหัวสูง แตะเนื้อต้องตัวไม่ได้เลยรึไง” ผมถามมันเซ็งๆ คนอุตส่าห์ยอมง้อก่อน


...เมื่อกี้น่ะ!! กูลงทุนหอมแก้มมึงเลยนะโว๊ย~!! คิดดูซิว่าไอ้ยูมันจะเอาไปล้ออีกกี่ชาติจบ!!...


ไอ้จินมันถอนหายใจ แล้วหันกลับไปใส่นาฬิกาตามเดิม


...ก็ได้~!! นี่กูถือว่ากูง้อมึงแล้วนะ!!!...



“เดี๋ยวจะไปหาพ่อกะแม่ใช่มั้ย...กู...เอ่อ...ฉันไปด้วย” ...กูง้อมึงต่ออีกหน่อยก็ได้!!!...



“ไม่ต้อ...” ฮั่นแน่~! จะปฏิเสธกูล่ะซี่!! ไม่มีทาง



“ถ้ากูออกจากห้องน้ำมาแล้วไม่เจอมึง! กูจะไปนั่งรอที่โรงแรม คอยดูซิ~! ถ้ามีคนลากกูขึ้นห้อง มึงจะทำตัวเป็นฮีโร่ของสังคมมาช่วยกูทันรึเปล่า~!!” ผมขู่มัน ตัดความที่มันจะพูด เห็นผลทันทีเพราะไอ้จินมันเงียบ



...ก็บอกแล้ว...ว่ามึงไม่มีทางขัดใจกู~!!...


ผมถกเสื้อขึ้น เตรียมถอดแล้วเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ แหม ไม่ต้องอาบน้ำหรอกครับ ผมตัวหอมอยู่แล้ว~



แต่...ยังไม่ทันจะได้ถอด ไอ้จินก็หันมามอง แล้วพิงหลังกับตู้เสื้อผ้า ตามันก็จ้องผมเอา จ้องผมเอา



…มึงจะจ้องเอาอะไร ตับไตลำไส้หัวใจของกูอยู่ตำแหน่งเดียวกะมึงหมดล่ะ!!!...



“มองไร หันไปดิ จ้องกูเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ได้” ผมว่าใส่ แต่มันยังยืนนิ่ง กลายเป็นว่าผมที่กำลังจะถอดเสื้อต้องลดมือลง



...เออ!!!~ วันนี้แม่งเป็นวัน ‘เบ๊ประจำชาติ’ ของกูรึไงเนี่ย!!! กูต้องมาคอยตามใจมึงตั้งแต่เช้าอย่างเงี้ย!!!...



...ไปถอดในห้องน้ำก็ได้โว๊ย~!!!...



“ออกมาแล้ว ทำตามที่ตกลงด้วยนะคาเมะ...แต่เมื่อกี้นับไม่ทัน รวบยอดเป็นสิบทีเลยแล้วกัน” ผมหันมามองไอ้จินตาขวาง เบ้ปากใส่มันทีนึง แล้วตวาดให้หอสะเทือน



“มึงไปขอไอ้ยูไป๊~!!!!”



“อะไร มึงอยากได้อะไรจากกู จิน” แหม...ไอ้นี่นี่มันแหลมให้ได้ตลอดสิหน่า~



“หอมแก้ม...มึงจับคาเมะมาหอมแก้มกูที” ...ไอ้~!!!!~ มึงบ้าไปแล้วเหรอจิน!!!!~ มึงไปบอกไอ้ยูทำไมห๊ะ!!!!!



แล้วทีนี้เป็นไง ทั้งไอ้ยูทั้งเรียวจังเลย หันมามองผมกันหมด เรียวจังนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ยูเล่นลุกขึ้นมาเลยทีเดียว



...นี่มึงกำลังขายเพื่อนนะ นากามารุ ยูอิจิ มึงจำไม่ได้รึไง ว่าเมื่อคืนมึงยืมหนังสือการ์ตูนใครคลุมหน้า...



“เรียว มึงจะอยู่ข้างกู หรือมึงจะอยู่ข้างมัน” ไอ้ยู!!~ มึงอย่าหาพวกเด๊~~



ผมหันไปทำตาวิ๊งค์ๆใส่เรียวจัง ...ได้โปรดเรียวจัง สู้แรงไอ้ยูคนเดียวยังพอว่า แต่สู้แรงเรียวจังอีกคนนี่ไอ้คาเมะตายอย่างเขียดแหงเลย



“คาเมะ...” ไม่...อย่ายิ้มรอยยิ้มเจ้าชายอย่างงั้น เรียวจัง


“ปกติฉันใจดีมั้ย” ผมรีบพยักหน้า...เรียวจังใจดี เรียวจังหล่อที่สุด เรียวจังเพอร์เฟ็ค~!!!!...


“แล้วถ้าใจร้ายสักวัน คาเมะจะว่าอะไรมั้ย”


“ว่า~! ว่ามากด้วย...” ผมเริ่มถอยหลังทีละก้าว กะไว้ว่ายังไงก็เข้าไปขังตัวในห้องน้ำก็ยังดีกว่าต้องมาเล่นไล่จับกับรูมเมทตั้งแต่เช้า



“อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นถือว่าหายกันดีมั้ย ก็เมื่อคืนคาเมะคิดว่าฉันเป็นซัมวันของจินไม่ใช่เหรอ” ผมหันควับไปมองไอ้ยู มีคนเดียวล่ะที่รู้เรื่องที่ผมคิดว่าเรียวจังเป็นคนที่ไอ้จินแอบชอบ


...หนอยมึง~!!!!!!!~ คติประจำใจคือ ความลับไม่มีในโลกใช่มั้ยห๊ะ!!!!!!...



“เรียว~!!~ มึงลุย!!!”




“อ้ากกกกกกกกกกก~!! ม่ายยยยยยยยยย!!!!” ผมร้องลั่นไปทั่วห้อง พยายามวิ่งหนีไอ้สองรูมเมทที่มันแปลงร่างเป็นเด็กอนุบาลหนึ่งมาเล่นไล่จับ



...เรียวจังนะเรียวจัง หมดลุคว่าที่อัยการหมดเลย =.=…



“จิน!!~ มึงบอกให้พวกมันหยุดเดี๋ยวนี้ มึงบอกเซ่!!!~” ผมปีนขึ้นไปยืนบนเตียง ตะโกนลั่น แต่ไอ้คนที่ยืนพิงตู้เสิ้อผ้ายังเอาแต่ยิ้มบาง


...เออ!!!~ หล่อตายล่ะมึง!!! ยิ้มให้แม่งโลกแตกเลยเดะ!!!



“ยู...ถ้าแกจับได้ภายในห้านาทีนี้ จะทำเรียงความภาษาอังกฤษให้” โฮย!!!~ นี่มึงเล่นสินบน!!!!


“เรียวจัง!!!~ ไอ้จินติดสินบนอ่ะ!!~ จับมันเลย จับมัน” ครับ ตัวคนเดียวอย่างผมต้องใช้แผนยุแยงตะแครงรั่วเท่านั้น แต่เรียวจังกลับส่ายหน้า



“ฉันมีหน้าที่ฟ้องร้องคดีคาเมะ ไม่ใช่หน้าที่จับผู้ร้าย”



...แล้วสุดท้าย T.T ผมก็ไม่รอดในห้านาทีนั้นเอง เพราะไอ้ยูทำได้แม้กระทั่งจับเพื่อนแท้ๆของมันเพื่อแลกกับการที่ตัวเองไม่ต้องทำงาน



...ชั่ว~!! ชั่วที่สุด!!!...ไอ้ยู~!!!!!!!!!!


“มึงทำปากจู๋ๆเข้าไว้คาเมะ ทำปากจู๋ๆ...มึงจะงับหัวไอ้จินรึไง หุบปากสิวะ”


“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~!!!!!!!~”


...ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากว่าวันพรุ่งนี้จะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามีเสียงสัมภเวสีล่องลอยออกมาจากห้อง B308…



…ก็เสียงผมเองล่ะครับ Y.Y...


...ย้ายห้องโว๊ย~!!!~ ย้ายห้อง!!!~ กูไม่อยู่ห้องนี้แล้ว!!!!!!!!!!!...


-*-*-*-*-*-*-*-*-*


หลังจากเสียปากของตัวเองให้แก้มไอ้จินไปหลายรอบ ผมก็ได้ฤกษ์ออกไปต้อนรับพ่อแม่ไอ้จินมัน จนเย็นโน้นแหล่ะครับ ถึงได้ส่งคุณหญิงแม่และสามีขึ้นเครื่องกลับอิตาลี (ซึ่งผมแอบงงเล็กน้อย ว่ามาวันเดียวจะมาทำไม =.= แต่คนรวยครับ ทำอะไรก็ไม่ผิด แถมก่อนกลับยังจะมาทำใจดี ยกกระเป๋าปักมุกให้ผมอีกต่างหาก ...พระเจ้าช่วย~! นี่คุณหญิงแม่มองผมเป็นเพศอะไรกันแน่วะ)



กลับมาที่เดิมครับ พวกผมส่งเสร็จ ก็กะจะไปแวะกินข้าว แต่โทรศัพท์จากเรียวจังก็โทร.มาบอกให้พวกผมรีบกลับด่วน เพราะ...



“ยู~!!!!~ มึงเป็นไร!!!~ เรียวจังบอกว่ามึงต้องซ่อมทุกวิชาเลยเหรอ~!!!” อาจจะเพราะอยู่ห้องเดียวกับไอ้ยูมาเทอมกว่า เพราะฉะนั้นมารยาทในการเข้าห้องแต่ล่ะครั้งของผมถึงค่อยๆลดต่ำลง ต่ำลง คล้ายมันเข้าไปทุกขณะ



ผมกับไอ้จินเข้ามาในห้องได้ปุ๊บ ก็เห็นไอ้ยูนั่งหน้าเครียดปั๊บ เรียวจังยืนอยู่อีกมุมนึง แล้วส่ายหน้าไปมา

…ไอ้ยูนี่มันล้านอารมณ์รึเปล่าวะ เมื่อเช้ายังวิ่งไล่จับกับกูอยู่เลย ตกเย็นนั่งเป็นหมาตกยากไปแล้ว...



“ว่าไงเรียวจัง...ไอ้ยูมันตัดสินใจจะกระโดดหอฆ่าตัวตายคืนนี้ เพื่อชดใช้กับความผิดที่ไม่อ่านหนังสือสอบแล้วคะแนนเลยเน่าใช่ป่ะ” ผมหันไปถามเรียวจังเสียงระรื่น



...ขอเอาคืนมึงเมื่อเช้าหน่อยแล้วกันนะไอ้ยู~!!! เมื่อเช้ามึงเล่นกูซะ!! ไอ้เวรจินก็อีกคน!!! ถ้าคิดว่าจะแกล้งแล้วทำไมมึงไม่โกนหนวด~!!!!~ ปากกูเจ่อเพราะหนวดมึงรู้มั้ย!! แม่ง!!~ แสบฉิบเลย~!!!...



“คาเมะ...เรื่องคอขาดบาดตาย กูขอร้องอย่าเอามาเล่น” โฮย....เวลานี้ไอ้ยูมันเครียดของแท้ว่ะ


ผมเลยต้องยุติปาก แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างมัน



“เฮ้ย...มึงใจเย็น...แค่คะแนนสอบเองนะเว้ย แล้วมันก็มิดเทอม มึงจะเครียดทำไม เดี๋ยวค่อยแก้ตัวก็ได้...อ๊ะ...” ผมพูดไม่ทันจบ ไอ้ยูก็ดึงไหล่ผมไปหามัน แล้วมันก็ซุกหน้าลงมา



“มึงร้องเลยไอ้ยู...เอาให้เสื้อกูเลอะน้ำมูกมึงก็ได้ จะได้เจ๊ากัน~” ผมไม่ใช่คนพูดจาดีนักหรอกครับ เพราะงั้นก็เลยปลอบใจใครไม่เป็น แต่ก็พอจะรู้ว่าเวลาแบบนี้น่ะ การร้องไห้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด



...อย่างน้อย ร้องมันออกมา ก็ดีกว่าเก็บมันเอาไว้ตกผลึกสะสมอยู่ในใจใช่มั้ยล่ะ...



“ฮึก...เรียว...จิน...มึงออกไปก่อนได้มั้ย กูอาย...ฮึก” ไอ้ยูมันพูดเสียงสั่นกับไหล่ผม



...ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนร่าเริงอย่างมันจะมาตกม้าตาย เสียใจสุดๆเพราะเรื่องคะแนน มันก็คงคาดหวังไว้สูงนั่นล่ะ...



เรียวกับจินยอมเดินออกจากห้องแต่โดยดี ประตูปิดลงไปแล้ว แต่ไอ้ยูยังซุกกับไหล่ผมอีกแปบนึง



“มันไปกันยัง...ฮึก...” นี่มึงอายขนาดนี้เลยเหรอวะไอ้ยู...



“เออ...ไปกันแล้ว...แล้วมึงไม่อายกูรึไง...” ผมแหย่มันเล่นไปงั้นแหล่ะ แต่ถึงมันไล่ผมจริง ผมก็ไม่ไปหรอก เวลาอย่างงี้ บางคนอาจจะต้องการอยู่คนเดียว แต่ผมบอกตรงๆว่าผมไม่กล้าปล่อยไอ้ยูไว้คนเดียวเลย



“กูจะอายมึงทำไม” เอ๊ะ~! ทำไมเสียงมึงไม่สั่น ไม่ไหวแล้วล่ะวะ...


“ยู?....มึง...” ผมยังไม่ทันจะถาม ไอ้ยูก็ผงกหัวขึ้นจากไหล่ผมทันที หน้าตามันไม่มีน้ำสักหยด แถมขี้มูกมันก็ไม่ไหลด้วย


...นี่มึงร้องไห้ยังไงของมึงวะเนี่ย...



“โอเค...ไอ้คาเมะ....มึงตอบกูมาด่วน เมื่อคืนมึงตัดสินใจแล้วใช่มั้ย” ...อะไรของมึง...นี่กำลังพูดเรื่องอะไร...แล้วไหนมึงกำลังเสียใจกับเรื่องคะแนนไม่ใช่เหรอ...



“เดี๋ยว...มึงใจเย็นนะไอ้ยู....สรุปว่าไงเนี่ย กูงง...มึงต้องซ่อมทุกวิชารึเปล่า”



ไอ้ยูถอนหายใจเฮือก~! แล้วมันก็เอานิ้วมาจิ้มที่หน้าผากผม



“หัวมึงเนี่ยนะ~! ตอนคลอดนี่มึงลืมเอาสมองออกมาด้วยใช่มั้ยวะ!!...มึงคิดว่าคนอย่างกู นากามารุ ยูอิจิคนนี้น่ะเหรอจะร้องไห้!!...มึงรอให้ไอ้จินท้องก่อนเหอะ!!”



“อ้าว~! แล้วมึงตามกูกลับมาทำไมวะ!! นี่ถ้าเรียวจังไม่โทร.มาบอกว่ามึงกำลังจะตายนะ กูได้กินข้าวไปแล้ว!! ไอ้จินจะเลี้ยงข้าวเนี่ย”



“ห่วงกินนะมึง!!~ มึงอยากกินไร มึงบอกกูเลย เดี๋ยวกูจัดให้ แต่ก่อนอื่นมึงต้องบอกกูก่อน มึงตัดสินใจแล้วใช่มั้ย”


...ไอ้บ้านี่พูดจาไม่รู้เรื่อง...มึงพูดให้จบประโยคสิวะ!!! จะเว้นคำให้กูงงทำไม!!!



“ตัดสินใจเรื่องจินน่ะ...แม่ง!! คุยกับมึงนี่ตัดคำไม่ได้เลย~ งงตลอด~...”



“ตัดสินใจทำไมวะ” ไอ้ยูทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาอีกที



“ก็เรื่องที่มึงรักมันหรือว่าไม่รักมันไงเล่า สรุปว่าไง มึงจะยอมเป็นแฟนไอ้จินมั้ย หรือมึงจะเป็นเพื่อนเหมือนเดิม”



“แล้วทำไมกูต้องบอกมึง” ...ไอ้ยูนี่รู้เรื่องคนอื่นจนเคยตัว พอไม่รู้สักเรื่องล่ะกระสันขึ้นมาเชียว...



“อ้าว~! ไอ้นี่เนรคุณ!...มึงรู้เรื่องนี้เพราะใครห๊ะ เพราะกูใช่มั้ย...เพราะงั้นมึงต้องบอกกูเป็นการตอบแทน...ว่ามา มึงตัดสินใจยังไง”


“ไม่! กูไม่บอก” เรื่องไรต้องบอกวะ...มึงมีส่วนได้เสียตรงไหนกับเรื่องนี้ไม่ทราบ



“นี่คาเมะ มึงคิดดีๆนะ มึงว่ามึงคนเดียวรับมือไอ้จินไหวมั้ย ถ้าไม่มีกูช่วย มึงมั่นใจรึเปล่า ถ้าวันนึงมีอะไรเกิดขึ้น มึงจะแก้ไหว ถ้ากูรู้ ด้วย เผื่อมีอะไรเฉพาะหน้า กูได้ช่วยมึงไง” ผมเหลือบมองมันอย่างไม่ค่อยเชื่อถือ



...แต่ก็ต้องยอมรับว่าไอ้ยูมันเป็นคนคล่องแคล่วจนเรียกได้ว่าไหลลื่น...ถ้ามีมันไว้ช่วยสักคน อะไรๆก็คงง่ายขึ้น...


“กูก็...อืม...มันก็พิเศษสำหรับกู...”


“อาฮะ~” หือ~!! หน้ามึงงี้ยิ้มแป้นซะล่ะ!!!...


“แต่ทีนี้...” ผมว่าต่อ


“ทีนี้อะไร” ไอ้ยูก็ยังตามติดสถานการณ์ แต่จะให้ผมพูดออกไป...คือ...มันจะเสียหายรึเปล่า...แบบว่า...



“อะไร...พูดต่อดิไอ้คาเมะ” ...มึงอย่าเพิ่งเร่งเซ่~!!~ กูก็ต้องเรียกความกล้านะเว้ย~!!!



“คือ...กูไม่เคยรุก ‘สาว’ ตัวใหญ่กว่าอ่ะ...แล้วอีกอย่าง ก็เห็นๆกันอยู่ว่ามันแข็งแรงกว่ากู แล้วเกิดคบกันไป จะมีอะไรให้กูเทคแคร์มันวะ”



ไอ้ยูมันเงียบ...ไม่สิ...ต้องเรียกว่าอึ้งสินะ...ไอ้ยูมันอึ้ง...จนผมต้องเอียงคอมองมันด้วยความสงสัย



“ยู...มึงเป็นไร...”



“มึงว่าไงนะคาเมะ เมื่อกี้นี้มึงพูดว่าไงนะ” วะ! ไอ้นี่!!...



“กูบอกว่ากูไม่เคยรุกคนตัวใหญ่กว่า กูไม่รู้จะเทคแคร์มันยังไง คบกัน มันก็ต้องให้ฝ่ายชายเทคแคร์ดิ ถึงจะถูก มึงจะให้มันมาคอยบริการกูรึไง”



“เดี๋ยวนะไอ้คาเมะ... ‘ฝ่ายชาย’ ที่มึงพูดถึงนี่คือใคร”


“กูดิ”


“อ้าว แล้วไอ้จิน....”



“มันก็เป็นผู้หญิงไปดิ! มึงจะให้กูเป็นผู้หญิงรึไง~ กูแมนจะตายห่า” ไอ้ยูลุกพรวดทันที ผมต้องรีบคว้าแขนมันไว้ แต่ไอ้บ้านั่นทำหน้าเซ็งกะตายเป็นที่สุด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยปนสังเวช



“ขอให้มึงเจริญวัน เจริญคืนนะคาเมะ...ความคิดมึงแต่ล่ะอย่างนี่ ถามจริงๆ พ่อแม่เลี้ยงด้วยข้าวยี่ห้อไหน...สมองมึงถึงได้แบ่งเซลล์น้อยจนใกล้เป็นปัญญาอ่อนไปทุกขณะอย่างงี้!!!”



...อะไรวะ!!!...กูคิดผิดอีกแล้วเหรอ!!!!!!!



-*-*-*-*-*-*-*-*



ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ยังใช้วันว่างช่วงปิดกีฬามหา’ลัยอย่างเปล่าประโยชน์ ตื่นสาย นอนดึกแบบไม่มีใครว่าด้วยล่ะ



...ก็จะให้มีใครมาว่า ในเมื่อรูมเมทสามคนของผมมันมองหน้าผม แล้วพวกมันก็พากันถอนหายใจเฮือกๆ...ส่วนไอ้จินนี่หนักสุด ไม่คุยกับผมเลย แถมไม่ดุอีกต่างหาก



...อืม...คราวนี้มันมาแปลก~~...



ผ่านพ้นช่วงนั้นไปได้ ผมก็ไปเรียนตามปกติ ไอ้พวกนั้นมันคงเลิกเซ็งผมแล้ว เลยหันมาคุยกะผมอย่างเก่า แต่ไอ้จินก็ยังเอาแต่เงียบ ซึ่งผมก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น



...เรื่องของคนบ้า ผมไม่สอดครับ!...



ส่วนเรื่องแม่สาวน้อยที่เจอผม ตอนกำลังออเซาะไอ้จินกลางห้างคราวนู้น ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ผมกลัว ไม่มีเรื่องผมในทำนองแบบนั้นในมหา’ลัยเลย แต่มันมีข่าวลือแบบแปลกๆว่า


...ยัยสาวนั่นถูกปิดปาก...


...ช่างเถอะ ผมก็ไม่อยากรู้นักหรอกว่าถูกปิดด้วยวิธีไหนและโดยใคร ในเมื่อมันไม่มีอะไรให้ไม่สบายใจก็ดีแล้ว



และ...เพียงไม่นานจากนั้น ก็เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ที่อากาศหนาวทรหดควรค่าแก่การหยุดเรียน แต่อาจารย์ก็ยังบ้าสอน T.T



...อ๊ะ...แต่เดือนกุมภาฯก็มีข้อดีนะครับ ~~ นั่นคือ มันมีวันเกิดผมล่ะ!!!!....



“อยากได้อะไรไอ้คาเมะ~ เอาเป็นจูบจากกู หรือจากพ่อมึง” ไอ้ยูเอง หลังจากผ่านวันตายทั้งเป็นมาแล้ว ตอนที่หลุดปาก มันก็ยังหันกลับเข้าสู่เส้นทางสายชีวิตเดิมๆ นั่นคือสายแห่งความตาย และลดอายุขัยด้วยคำพูดของตัวเอง



“ไม่ลงทุนเลยนะมึง” ผมย้อน แล้วหันไปดันไอ้ยูออกจากตัว



ผมล่ะอยากจะควักลูกตามันไปแปะที่ปฏิทินซะจริง!! มันจะได้รับรู้สักหน่อย ว่าวันนี้มันวันที่เท่าไหร่กันไปแล้ว~!!! มึงเห็นมั้ยว่าไอ้จินกับเรียวจังทำอะไร!!!~ นั่น!!! เขาอ่านหนังสือกัน แล้วมึงกับกูล่ะ!!! ดูหนังโป๊~!!!...



...ถึงเมื่อเดือนที่แล้วจะเพิ่งสอบไป แต่มันก็ยังมีสอบไฟนอลอีกอย่างนึงนะโว๊ย~!!!!


“...นี่คาเมะ มึงไม่เอาจูบจริงเหรอ...”


“กูบอกว่ามันไม่ลงทุนโว๊ย~!!!”


“ของไม่ลงทุนกับคนไม่เห็นค่าอย่างมึงมันก็ออกจะเหมาะสมกันไม่ใช่รึไง หน้าอย่างมึงมันโง่นรกแตกอ่ะคาเมะ ให้ของแพงเดี๋ยวแม่งก็มองว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง...เนอะ ไอ้จิน”



...น่าน~~~~~ มึงหันไปขอเสียงสนับสนุนจากพ่อกูอีก~!!!...



แต่...ครับ...ไอ้จินยังทำตัวเหมือนที่ผ่านมาเกือบๆเดือน คือมันไม่หันมามองผม ตามันยังเอาแต่จ้องหนังสือ



....ใช่ เดี๋ยวนี้มันไม่สนใจผมเลย ผมจะอาบน้ำช้ามันก็ไม่บ่น (แค่เดินมาทุบประตู) ผมไม่กินผักมันก็ไม่บ่น (แค่นั่งจ้อง) ผมไม่ใส่เสื้อตอนนอนมันก็ไม่บ่น (แค่ส่งสายตาไปที่ตู้เสื้อผ้า)....



...มันเป็นอะไรของมันวะ~! วันๆเอาแต่เงียบอย่างงี้ ไม่กลัวน้ำลายบูดรึไง!!


“โอ้ย~!!!” คิดอะไรเพลินๆ ก็ถูกไอ้คนที่มันนั่งข้างๆผลักให้หงายหลังลงกับเตียง


...เล่นอะไรของมึงห๊า~!!!~ กูกำลังคิดหนักอยู่นะเว้ย!!!!...



“มึงนอนท่าเดียวกับผู้หญิงในเอวีเลยว่ะคาเมะ! มึงนี่ท่าทางอนาคตจะรุ่ง” ...ไว้รุ่งกะมึงเหอะ!!~ ปากมึงนี่มันเกินมนุษย์จริงๆ...



---ปุ๊ก!!!--- ไอ้ยูไม่ทันจะได้หัวเราะให้สะใจ หมอนใบโตๆก็ลอยมากระแทกหน้ามันเต็มๆ



“โอ้ย~!!~ ปามาทำไมวะไอ้จิน!!!” จินหันมามองมันแวบนึง แล้วพูดเรียบๆ อย่างที่ควรส่งมันไปแคสติ้งบทมาเฟียเป็นที่สุด



“โทษที หลุดมือ”...หือ~! ข้ออ้างมึงนี่ไม่คิดเลยนะ...มึงอ่านหนังสืออยู่ แล้วทำไมหมอนถึงหลุดมือมึงได้ห๊ะ...


ไอ้จินลุกจากเก้าอี้มัน เดินตรงมาหาผมที่ยังนอนเล่นอยู่ ก่อนจะดึงผมให้ลุกขึ้นนั่ง




“แหม~~ ทำเป็นไม่พูดไม่คุย...มึงดู๊~ มึงดู เรียว~~ พอกูจะขึ้นคร่อมไอ้คาเมะซะหน่อยล่ะ เลือดพล่านเชียว~...” ไอ้ยูยังคงไม่เจียมปาก เพราะมันยังลอยหน้าลอยตาพูด ไอ้จินเหลือบมองคนพูด ก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ผม แล้วหมุนตัวจะเดินกลับไปที่นั่งมันตามเดิม แต่ผมคว้ามือมันเอาไว้เสียก่อน



“วันเกิดอยากได้แหวน” ผมเงยหน้าบอกมัน...ในเมื่อว่ามันเป็นฝ่ายเงียบ มันก็ต้องเป็นฝ่ายผมนี่ล่ะที่ชวนคุย ไอ้จินมันเงียบ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้



“ถ้าหาได้จะซื้อให้” มันว่าอย่างนั้น แต่ผมยังทำเนียนไม่ยอมปล่อยมือ คิดมานานแล้วว่ามือไอ้จินก็สวย นิ้วมันยาวดี แต่มือไอ้ยูสวยกว่า จะว่าไป ถ้าจะบอกว่าข้อดีของไอ้ยูอยู่ตรงไหน ก็ตรงเป็นที่มือมันสวยนั่นล่ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวมันมีเรื่องดีเรื่องเดียว ผมว่านะ...



“เรียว~~ สรุปว่าวันที่ 23 กุมภา ต้องจัดงานอะไรวะ งานวันเกิด หรืองานวันหมั้น~~”



“งานวันตายมึงไงไอ้ยู” ผมหันไปตอบแทน ...พอมึงตายเสร็จนะ เดี๋ยวกูจะเผา แล้วลอยอังคารมึงวันนั้นเลย~! เอาให้ครบ!!...



“คาเมะ...ปล่อยมือได้แล้ว” ..วะ!!~ จิน!!~ มึงเห็นมั้ย กูกำลังจะเปิดศึกกับไอ้ยู มึงอย่าเพิ่งหาเรื่องกูตอนนี้ได้มั้ยห๊ะ!!



“ขี้งกว่ะ...จับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้” ผมบ่น แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย...ดูซิ~! พ่อกูจะทำยังไง! มาเจอลูกดื้อๆอย่างงี้....



“อ่านหนังสือบ้างหรือยัง...จะสอบแล้วนะ”



“ไม่มีแรงอ่าน ไม่มีคนมาจ้ำชี้จ้ำไช” ผมเงยหน้าบอกมัน ทำหน้าเหงาๆเหมือนหมาหงอย



...จะว่าไปมันก็เหงาจริงๆล่ะ ไม่มีคนมาบ่นซ้ายบ่นขวาเนี่ย ชีวิตมันชักขาดรสชาติ....



“คาเมะ!!!” ...อ๊ะ! กูบอกว่าขาดคนบ่น มึงก็องค์ลงทันทีเลยนะจิน...



“อายุเท่าไหร่แล้วหึ! อุตส่าห์ไม่พูด อุตส่าห์ไม่ว่า นึกว่าจะรับผิดชอบตัวเองได้...แต่แล้วสุดท้ายก็ยังเป็นอย่างเดิม...มันใช่เรื่องเหรอ กับแค่อ่านหนังสือยังต้องให้คนมาคอยสั่ง คอยบอกน่ะ”




ผมปล่อยมือไอ้จินทันควัน เอ่อ...เชิญมึงตามสบาย~ ย้ายพระบาทของมึง แล้วกลับที่ไปได้แล้ว...กูเริ่มไม่อยากฟังมึงร่ายแล้วนะ...



...แต่...ไอ้คนที่เรียกร้องการปล่อยมือตอนแรก มาตอนนี้มันไม่ยอมกลับไปอ่านหนังสือของมัน เพราะพี่ท่านเริ่มปักหลักด้วยการทรุดตัวลงนั่งข้างผม ไอ้ยูก็เพื่อนประเสริฐหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เพราะมันย้ายก้นออกไปทันที



...ขอบใจนะมึง~!!~ เปิดทางให้กูโดนพ่อด่าโดยเฉพาะ!!!...



ผมถลึงตาใส่ไอ้คนที่มันยืนอมยิ้มอยู่ข้างหลังไอ้จิน แต่มันยักไหล่ไม่สนใจ แถมยังเดินไปลากเรียวจังออกจากห้องอีกต่างหาก~!!!



....เฮ้ย!!!!~ มึงอย่าเอาตัวช่วยกูไป!!!!!...



ผมอ้าปากเรียกไม่ทัน เลยได้แต่พะงาบๆ ให้ไอ้จินต้องหันมองตาม เห็นหลังไอ้รูมเมทสองคนไหวๆพ้นประตูออกไป แล้วห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ



...ถ้าผมยังนั่งเอ๋ออยู่นี่ รับรองว่าความซวยมาเยือนแน่นอน...เพราะงั้น...ต้องหาทาง....



“เอ๊ะ~ พวกนั้นไปไหนกัน...เดี๋ยวกู....เอ่อ....ฉันไปดูก่อนนะ” ผมยังคงอาศัยความใสซื่อของหน้าและตา ลุกจากเตียงแบบไม่ให้ไอ้จินรู้ตัวว่าผมกำลังจะหนีมันไปอีกคน



...แต่ ยังไม่ทันได้ก้าวขาพ้นจากพื้นที่ข้างเตียง ผมก็ถูกดึงให้นั่งลงตามเดิม แต่มีสิ่งที่แตกต่างออกไป....



...แตกต่างออกไปตรงที่...ที่....ที่นั่งของผมไม่ใช่เตียง แต่เป็นตักไอ้จิน!!!!...



...สถานการณ์น้ำเน่ากว่านี้มีอีกมั้ย~!!! T.T....



“อยากให้จ้ำจี้จ้ำไชไม่ใช่รึไง...นั่งนี่แหล่ะ จะได้ดุถนัด”


...โฮ...มึงกะเอาให้ถนัดกันเลยทีเดียว เห็นใจหูกูบ้าง~~....



“ก็ปล่อยเดะ...เดี๋ยวลงไปนั่งที่เดิม นั่งอย่างงี้มึง...เอ่อ...แกจะหนัก” ผมดิ้นเล็กน้อย ให้มันรู้ว่าผมจะลงจากตักมัน



“ไม่ต้อง ไม่หนัก...คาเมะ!!~ นั่งนิ่งๆ อย่าดิ้น!” นิ่งๆ กูก็เสร็จมึงอ่ะดิ!!!...มึงบ่นทีกูหูชาไปสามวันเลยนะเว้ย~!!



“คาเมะ!!~ อยากเกิดเรื่องรึไง!!!” ไอ้จินไม่พูดอย่างเดียว แต่มันกดสะโพกผมลงกับตักมันมากขึ้น



O.O อ้ากกกกกกกกกกก~!!!~ นี่กูนั่งทับอะไรอยู่เนี่ย!!!!!!!!!!...



“คือ...แค่จะลงไปนั่งที่เดิม” ผมเริ่มใช้ไม้อ่อน...เพราะกลัวเล่นไม้แข็งไป จะเจอ ‘อะไร’ ที่แข็งกว่ากลับมา


...ถึงไอ้คาเมะจะซ่า แต่ก็กลัวเป็นครับ ขอบอก Y.Y…



“ไม่ต้อง...นั่งอย่างงี้ล่ะ” ไม่เอ๊า~~~!!! ให้กูนั่งทับ ‘หนอนน้อย’ ของมึงเนี่ยนะ!!



ในช่วงที่กำลังอิหลักอิเหลื่อกันอยู่นั้น ประตูห้องก็เปิดเข้ามาด้วยฝีมือของไอ้คนที่อยากแจมใจจะขาด



“คือ...กูแค่จะเข้ามาแนะนำวิธีใช้ถุงยาง...พวกมึงสองคนสนใจรึเปล่า”



“ไอ้ยู~!!!!!~” ปากอย่างงี้ มึงต้องตายสถานเดียว~!!!~ ผมถลาจะลงจากตัก แต่ไอ้จินคว้าเอาไว้ ก่อนที่มันจะใช้สายตาไล่ แต่ไอ้ยูก็ยังหน้าด้านหน้าทน



“ถ้าอย่างงั้น เชิญพวกมึงตามสบายนะ ถุงยางในลิ้นชักกูมี เอาออกมาใช้ตามใจชอบ กูถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดไอ้คาเมะ...แต่กูขออีกนิด...อย่าเอาให้ถึงกับต้องขาถ่างไปมหา’ลัยกันเลยนะพวกมึง อายคนบ้างนะเว้ย”


...เลวมาก~!!!~ ของขวัญวันเกิดของกูคือถุงยาง!!!!~ เอาสมองส่วนไหนคิดห๊ะ!!!...



ไอ้ยูผลุบหายไปแล้ว แต่ผมยังอยากเตะมันอยู่ เลยหาเรื่องจะลงจากตักไอ้จินให้ได้ แต่ผมก็เคยบอกแล้วว่าไอ้จินแข็งแรงกว่า เพราะงั้นแรงผมถึงไม่สะเทือนมัน



“จะไปไหน”


“เตะไอ้ยู!!” ไอ้จินถอนหายใจทีนึง


“ถ้ายังดื้อจะลง ถุงยางไอ้ยูได้ใช้แน่ๆ” O.O!!! มึง!!!!....เป็นฝ่ายรับภาษาอะไรกล้าหาญขนาดจะปล้ำกูวะ!!!...



“ไม่...ไม่ลงก็ได้...” สุดท้าย ผมก็ต้องทำตัวเป็นเด็กดี สงบเงียบอยู่บนตักมันแบบที่จั๊กจี้หัวใจตัวเองสุดๆ



“เงยหน้าขึ้นมา รู้มั้ยจะดุเรื่องอะไร” ไม่รู้~! ได้ข่าวว่าวันนี้กูทำหลายเรื่องมาก~!!~ ไม่อ่านหนังสือสอบ ไม่มีความรับผิดชอบ พูดคำหยาบ จะอาละวาด ...มีไรอีกวะ ไม่แน่หรอก แค่กูหน้าตาดี ไอ้จินเดี๋ยวแม่งก็หาเรื่องดุกูจนได้อ่ะ!!...



“ขมุบขมิบอีกแล้ว มีอะไรก็พูดออกมา”


“ไม่มี พูดไปก็ถูกดุ”


“ไม่เป็นไร ยังไงวันนี้ก็ต้องถูกดุอยู่แล้ว ” ผมเงยหน้ามองมันทันที


“งั้นจะดุอะไรก็ดุมาเลย~!!!” ผมว่าประชดไปทีด้วยความเซ็ง


“เรื่องแรกคือไม่หนังสือสอบ” นี่มึงจะดุกูจริงๆเหรอเนี่ย Y.Y....


“ทั้งสัปดาห์มานี่อ่านหนังสือบ้างรึยัง” จะถามทำไม ทั้งที่มึงรู้คำตอบ


“ตอบมาคาเมะ อ่านหนังสือบ้างรึยัง” โว๊ย~!!~ คาดคั้นกูจริง


“ยัง!”


“ตอบดีๆ” มึงไม่ถือไม้เรียวขู่กูซะเลยล่ะ!! แม่ง ดุฉิบ!!


“ยังฮ้า~...” ไอ้จินมันถอนหายใจเซ็งๆ แต่เมื่อเห็นว่าผมคง ‘ตอบดี’ กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มันก็เลยเริ่มเข้าสู่บทดุต่อไป


“ไม่อ่านหนังสือแล้วมันจะทำข้อสอบได้มั้ย อย่ามาเถียงว่าจะอ่านเสาร์อาทิตย์แล้วไปสอบวันจันทร์ ภาษาอังกฤษต้องสอบเสาร์นี้แล้ว อ่านทบทวนบ้างรึเปล่า ไหนจะวิชาคณะแกอีกล่ะ วิชาเลือกอีก ลงวิชาอารายธรรมใช่มั้ยเทอมนี้ แล้วอ่านหนังสือรึยัง ถึงจะเป็นข้อสอบแบบกากบาท แต่ก็ไม่ใช่มาลอยชายแบบนี้ ไหนจะวิชากฎหมายอีก ไม่เข้าใจตรงไหนก็ให้เรียวสอนสิ....”



...โอ้~!!...สรุปว่าที่มึงพูดมานี่คือตารางเรียนมึง หรือตารางเรียนกู รู้ดีไปทุกอย่างเลยนะมึง~!!!...


“อย่างที่สองคือไม่รับผิดชอบ” มึงไล่ด่าทีละเรื่องเลยนะ แล้ววันนี้จะจบมั้ยเนี่ย...



“ทำไมต้องรอให้คนอื่นมากระตุ้น หึ!...ไม่มีใครมานั่งบอกทุกวันหรอกนะ ว่าวันนี้ต้องทำอะไร วันพรุ่งนี้ต้องทำอะไร อีกหน่อยเรียนจบไปจะทำยังไง ถ้าไม่รู้จักความรับผิดชอบ เสียชื่อตัวเองไม่เท่าไหร่ แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลกับมหา’ลัยจะเป็นยังไง ต้องให้เขาด่าถึงพ่อแม่มั้ยว่าไม่สั่งสอนให้ลูกรู้จักความรับผิดชอบ หรือต้องให้เขาด่าว่าจบมาจากไหน ไร้คุณภาพแบบนี้...”



...เข้าใจล่ะ มึงนี่ดูจะห่วงชื่อเสียงนามสกุลกูจริงๆแหะ ถ้าอยากใช้ มึงจะเอาไปใช้บ้างก็ได้นะ คาเมนาชิ อ่ะ กูไม่หวงหรอก...ตามสบายมึง...



“แล้วเรื่องพูดมึงกูอีก...” ให้ตาย... ตามพล๊อตที่กูวางไว้เป๊ะ!!! กูนี่เดาแม่นใช้ได้...



“อุตส่าห์ไม่ดุมาหลายวัน แต่แกก็ยังไม่ใส่ใจอยู่ดี เกิดพูดแบบนี้แล้วติดไปพูดกับผู้ใหญ่ขึ้นมาจะทำยังไง คำไม่สุภาพแบบนี้ เลิกพูดไปไม่ดีกว่าเหรอ แกมีเสน่ห์นะคาเมะ ใครเห็นใครก็รักแกทั้งนั้น แต่ถ้าแกพูดจาแบบนี้ ใครที่ไหนจะเอ็นดูแก ขึ้นมึงขึ้นกู ถึงคุยกับเพื่อน แต่ผู้ใหญ่ที่ไหนได้ยินก็ไม่ชอบทั้งนั้น”


...รวมทั้งผู้ใหญ่อย่างมึงด้วยใช่มั้ยขอรับ~~...


“เรื่องจะเตะไอ้ยูนี่ก็อีก ตัวแค่นี้ยังจะซ่าไม่เข้าเรื่อง” ...โอเค...แค่กูจะเตะไอ้ยู กูก็ผิด...


“ทำไมไม่รู้จักยับยั้งอารมณ์ตัวเอง คาเมะ...ถ้าเกิดคนที่กวนประสาทไม่ใช่ไอ้ยู แต่เป็นคนอื่นที่อยากจะยั่วแกให้อารมณ์ขึ้น แล้วหวังอะไรไม่ดีจะทำยังไง ไม่มีใครดูแลแกได้ตลอดเวลาหรอกนะ แกต้องหัดดูแลตัวเองบ้าง ควบคุมตัวเองบ้าง จะทำตัวเป็นเด็กๆไปถึงเมื่อไหร่”


...มึงนี่ผูกเรื่องเป็นตุเป็นตะได้อีก...น่าไปเป็นนักเขียนบทว่ะ...



“ที่สำคัญ” ...โฮย~!!~ นอกจากเรื่องที่มึงพูดมา ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าอีกเหรอ...



“ทำไมถึงปล่อยตัวง่ายๆแบบนั้น ยอมให้คนอื่นจับกดได้ยังไง...ถ้าไม่ใช่ไอ้ยู ป่านนี้ถูกปล้ำไปแล้ว ทีหลังห้ามให้ใครมาจับกดเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”



“นั่นแค่เล่นกัน” จินมันบ้าเปล่าวะ...แค่ผู้ชายเล่นกัน ไม่เห็นจะมีอะไรเลย....



“นั่นล่ะ จะเล่นจะจริงก็ชกไปเลย” ผมก็พยักหน้าส่งๆ ...เข้าใจล่ะ มึงเป็นเจ้าของชีวิตกูใช่มั้ย... แต่มึงระวังไว้เหอะ สั่งมากๆอย่างงี้ กูที่เป็นญาติกับไส้เดือน สมองน้อย เมมโมรี่ต่ำ เผลอๆมีลบอัตโนมัติทั้งหมดในความทรงจำล่ะจะซวยกันถ้วนหน้า~!!!...



“ส่วนของขวัญวันเกิด...” อะไรนะ!!!~ กะแค่กูอยากได้แหวน มึงก็จะดุกูงั้นเหรอ!!


“อยากได้แบบไหน” อ้อ...ไม่ดุ ไม่ดุ...มาอย่างงี้กูค่อยโล่ง...


“ก็...แบบของแกก็เท่ห์ดี” ผมคว้ามือมันขึ้นมาจิ้มๆลงกับแหวนบนนิ้วมัน จินมันยิ้มบางๆ แล้วล้วงบางอย่างในกระเป๋าเสื้อขึ้นมา



“บอกช้าไป เมื่อเช้าเพิ่งไปเอามาจากร้าน...เอ้า~! เอาไป วันเกิดแกฉันมีสอบทั้งวัน เอาไปก่อนแล้วกัน” มันยื่นถุงบางอย่างให้ผม ผมก็ผงกหัวขอบคุณทีนึง นึกในใจว่ามึงคงไม่ต้องให้กูก้มลงกราบขอบคุณ เพื่อแสดงมารยาทอันดีงามหรอกนะ



“แหวนแบบนี้มันต้องสั่งทำ รอหน่อยแล้วกัน” ผมเทของในถุงลงกับฝ่ามือ มันเป็นที่รัดข้อมือหนังสีน้ำตาลอันโตๆที่ผมเคยตาวาวตอนเดินผ่านร้านขายของแนวพั้งค์



“โฮย~! เท่ห์ว่ะ!!~ ขอบคุณนะจิน” ผมเงยหน้าบอกมันแล้วยิ้มกว้าง ซื้อของมาถูกใจอย่างงี้ มึงเอายิ้มงามๆจากกูไปเล้ย~~



ผมก้มลงมองสายหนังที่วางทาบลงกับข้อมือผมอย่างชื่นชม สวยอ่ะ~! ถูกใจสุดๆ...ไอ้จินนี่มันก็ซื้อของเก่งเหมือนกันเนอะ...



และเพราะผมเอาแต่ชื่นชมกับของขวัญที่ได้ก่อนวันเกิด ก็เลยไม่รู้อะไรอีกจนกระทั่งไอ้จินก้มหน้าลงมาหาให้ผมต้องเงยหน้ามอง



“จิน...” ผมเรียกชื่อมัน แต่ไม่มีเสียงตอบ ไอ้จินไม่พูด แต่มันมองผมด้วยสายตาแบบที่มันใช้มองเวลาผมอยู่กับมันสองคน



...สายตา...แบบที่ทำให้ผมหนาวเยือกไปทั้งหัวใจ....



ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไร หรือพูดอะไร ไอ้จินก็ก้มลงมาแล้วนาบบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งร้อนทั้งนุ่มลงกับปากผม


...จิน!!!!....



ของร้อนขยับเคลื่อนไปมาบนริมฝีปากของผม ดูดเม้มจนหัวหมุนติ้ว ในขณะที่ฝ่ามือร้อนๆของมันนวดไล้ไปตามแผ่นหลัง แล้วกดให้ผมต้องแอ่นตัวเข้าหามัน อกเสียดสีกันจนเจ็บไปหมด


....มันอึดอัด...แต่ในความอึดอัดกลับบอกว่าทนได้...


...มันตกใจ...แต่ในความตกใจไม่มีบอกว่าขยะแขยง...



“คาซึยะ” เสียงเรียกดังบนปากของผม เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลง และกลับมาเริ่มใหม่ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที



...มันเริ่มอีกครั้ง คราวนี้ทั้งหนักหน่วง และร้อนแรง ทั้งดูดดึง และไล้วนด้วยปลายลิ้นจนผมต้องยอมเผยอปากเพื่อขออากาศหายใจ ทว่าสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับเป็นบางสิ่งบางอย่างจากมัน ที่ทะลุทะลวงเข้ามาเกี่ยวกวัดกับลิ้นผมไว้



“อื้อ...” ผมได้ยินเสียงตัวเอง ได้รับรู้ความอึดอัดคับแน่นในอกตัวเอง แม้ในหัวจะว่างเปล่าและขาวโพลน แต่ประสาทที่ปากทำงานดีเหลือเชื่อ เพราะรู้ทุกการเคลื่อนไหว



ผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว...ไม่รู้ว่าสายรัดข้อมือที่ผมชื่นชมนักหนาตกลงพื้นไปตอนไหน ที่พอจะรู้คือ สิ่งทีไอ้จินทำ กำลังทำให้ผมหยุดหายใจ....



...แต่....



...จิน!!!!!!!!!!!!!!!~ มึงทำอะไรกู!!!!!!!!!!!!!!!!!!....


TO BE CON
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ)
JIN X KAME
By : Dezair
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 7



กูรู้แล้ว....ทำไมมึงถึงลากกูให้มารับพ่อแม่มึงให้ได้...



...มึงเนียนมาก...แผนมึงเจ๋งมาก.... ฮึ๋ย!!!!!!...



“คาเมะ...ถือกระเป๋าดีๆสิ” …ที่แท้ก็จะให้กูมาช่วยถือกระเป๋าให้แม่มึง!!!



มึงช่วยสาดสายตาหน่อยได้มั้ยห๊า!! มึงดูกระเป๋าแม่มึงซะก่อน ปักเลื่อมปักมุก แล้วให้กูถือเนี่ยนะ!!! คนเขาหัวเราะกันทั้งสนามบินแล้วโว๊ย!!!


“ขอบใจนะจ๊ะ...อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนจิน แล้วยังมาถือกระเป๋าให้แม่อีก” เอ่อ...คุณหญิงแม่ของจินครับ ผมไม่ได้อยากถือ แต่ลูกคุณหญิงแม่บังคับผม!!!!



...กูยอมแบกๆลากๆไอ้กระเป๋าเดินทางใบเท่าบ้านนั่นดีกว่า จะให้กูมาถือกระเป๋าคุณหญิงคุณนายแบบนี้!!!....



“น่ารักจริงเชียว...แก้มก็แด๊ง~ แดง นี่ถ้าแม่เจอข้างนอกนะ แม่ต้องคิดว่าเป็นผู้หญิงแน่ๆเลย” ว่าแล้วคุณหญิงแม่ของไอ้จินก็ดึงแก้มผมซะยืด....



“แม่...พอได้แล้วหน่า...” ไอ้จินขยับเข้ามาขวาง มือคุณแม่เลยหลุดจากแก้มผมไปตามระเบียบ แล้วคราวนี้ สองแม่ลูกก็หันมาจ้องตากัน



...เอ่อ...ใจเย็นๆนะ...ใจเย็นๆ....อย่าพึ่งตีกันกลางสนามบิน ไม่อายคน ก็อายเสา อายฝาผนังก็ยังดี...


แล้วก่อนจะมีอะไรเกิดขึ้น คุณหญิงแม่ก็ละสายตาจากลูกชายของเขา หันมายิ้มหวานให้ผม



“งั้นคาเมะจังมานั่งหลังกับแม่นะลูกนะ...ตัวเล็กๆน่ารักน่ากอดจังเลย...” เปลี่ยนเรื่องเร็วเชียวนะคุณหญิง...



แต่ว่า...คือ...คุณหญิงแม่...ผมไม่ได้ขู่นะ...แต่คนล่าสุดที่พูดอย่างงี้กะผมต่อหน้าลูกชายคุณหญิงแม่เนี่ย ได้ข่าวว่าตอนนี้มันดร๊อปเรียนไปแล้ว...



“ไม่ต้อง!!...คาเมะไปนั่งหน้า มันต้องช่วยผมดูทาง แถวนี้ผมไม่คุ้น” ไอ้จินมันตอบโต้แม่มันเสร็จสรรพ ก็จับมือผมลากไปที่รถยนต์คันเล็กที่มันเช่ามาจากทางสนามบิน เพื่อเอาไว้ใช้รับส่งพ่อแม่มันตลอดสองสามวันข้างหน้านี่



“ก็ได้...พ่อจ๊ะ...เรานั่งข้างหลังกันก็ได้เนอะ” คุณพ่อที่ยืนเงียบมานานเพิ่งจะเข้ามามีบทบาท เมื่อคุณหญิงแม่ของไอ้จินจับลากจูงแขนไปที่รถ ปล่อยให้ผมมองตามสภาพครอบครัวอาคานิชิ




...คุณแม่นี่ท่าทางจะเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนคุณพ่อดูเงียบๆแต่ก็คงมีอำนาจนิดหน่อย แล้วไอ้คนลูก...มันช่างเป็นบุตรผู้กตัญญูรู้คุณ เพราะทำเสียงแข็งใส่แม่ มันก็ทำได้....



ขับรถออกมาจากสนามบินได้อย่างปลอดภัยหายห่วง ไอ้จินมันขับใช้ได้เลยล่ะ เดี๋ยวคราวหน้าให้มันสอนขับรถดีกว่า



“พ่อกับแม่อยากไปไหน” โฮย....มึง...ได้ข่าวว่าคนที่มึงเรียกสั้นๆห้วนๆ แถมเสียงโหดๆใส่นั่น เป็นผู้มีพระคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมของมึงนะ



“พ่ออยากไปตีกอล์ฟ จินพาพ่อไปละกัน แล้วคาเมะจังมากินเค้กกับแม่ดีกว่า” *.* กินเค้ก~~ อย่างงี้ดิน่ามาด้วย วู้!!! ลาภปากโว๊ย!!!...



...และ....สงสัยผมจะออกอาการมากไปหน่อย ไอ้คนที่มันนั่งขับรถอยู่ข้างๆ ถึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ



“หัวเราะไร” ผมถามมันด้วยความไม่เข้าใจ ...หน้ากูเหมือนดาราตลกในดวงใจของมึงรึไง...แล้วกูจะบอกอย่างนะ!!....เวลาขับรถน่ะ ตามันต้องอยู่ที่ถนนโว๊ย~!! มองแต่กูอยู่ได้!! เห็นกูเป็นไฟจราจรรึไง!!!...



“หัวเราะคนเห็นแก่กิน” ไอ้จิน!!!! ...แต่...ก็ได้แค่กรีดร้องในใจ ก็พ่อแม่มันนั่งกันหน้าชื่นอยู่เบาะหลัง ผมทำอะไรมัน ผมก็โดนสมาชิกครอบครัวอาคานิชิรุมประณามอ่ะดิ




“ฝากไว้ก่อนเหอะ” ผมคาดโทษมันลอดไรฟัน ...



...ชิ!! กูแค่ดีใจที่จะได้กินของฟรี!! มันเห็นแก่กินตรงไหนไม่ทราบวะห๊ะ!!...งอนโว๊ย~!! มาว่ากูอย่างงี้ได้ไง!!! ไม่คุยด้วยแล้วแม่ง!!!.... เชิญมึงสุขีกะการขับรถไปคนเดียวแล้วกัน!!!...



-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*



“เอา...บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก กับไอซ์ที” ผมสั่งกับบริกร หลังจากให้คุณแม่ไอ้จินสั่งก่อนตามมารยาท



ตอนนี้ผมอยู่กับคุณหญิงอาคานิชิสองต่อสองครับ ไอ้จินมันเอาผมกับแม่มันมาโยนไว้ในห้างหรูกลางใจเมืองใกล้ๆกับมหา’ลัยผมนั่นเอง (นี่มึงคงกะว่าถ้ากูหลงทาง ก็ไปเจอกันที่หอเลยใช่มั้ยวะเนี่ย!!) ส่วนไอ้จินเอง ก็พาพ่อมันไปตีกอล์ฟ



...สนุกตรงไหนวะ ...ระหว่างตีแล้วลุ้นให้มันลงหลุม กับเดินเอาลูกไปหยอดใส่หลุมเองนี่ อย่างหลังจะไม่ง่ายกว่าเหรอ...เฮ้อ...ไม่เข้าใจแหะ...



“คาเมะจังชื่อจริงชื่ออะไรจ๊ะ” พอบริกรจากไป คุณหญิงแม่ก็เริ่มมาซักผม ...อ่า...ขออนุญาตเรียกแม่ไอ้จินว่าคุณหญิงแม่ แบบว่าเขาเหมือนคุณหญิงมากเลยอ่ะ เสื้อผ้างี้ ทรงผมงี้ โดยเฉพาะไอ้กระเป๋าคุณนายที่เขายังให้ผมถือเดินตามเขาต้อยๆเนี่ยล่ะ =.=....




...เดี๋ยวกูก็เชิดกระเป๋าหนีไปซะหรอก~!!!!!...



“คาเมนาชิ คาซึยะ ฮะ” แล้วทีนี้คนถามก็ทำตาโต




“ต๊าย~ ชื่อเพราะจังเลย งั้นแม่เรียกคาซึจังดีกว่า”



...เพราะตรงไหน!! ชื่อโคตรจะเช๊ย~ เชยอ่ะ...แล้วไอ้ชื่อเล่นนั่นก็ด้วย ‘คาซึจัง’ ชิ!! โดนล้อตั้งแต่อนุบาลหนึ่งว่า ‘คาซึจัง เนี่ย ย่อมากจาก คาซึมิ หรือคาซึโกะ’ ไอ้พวกคนถามนี่มันมีตาเอาไว้ให้หน้าสมประกอบอย่างเดียวล่ะ ผมว่า...



...และผมก็ว่า ‘คาซึคุง’ เท่ห์กว่าเยอะนะครับ ....แต่...มารยาทครับ มารยาท ไอ้จะขัดผู้ใหญ่ก็คงไม่เหมาะ ผมไม่อยากให้ไอ้จินมันโดนด่าหรอกนะ ว่าพาเพื่อนประเภทไหนมา ไม่รู้จักกาลเทศะไรงี้...



“แล้ว คาซึจังว่าจินเป็นคนดีมั้ยจ๊ะ” เอ๊ะ!! คุณหญิงแม่ถามอะไรของเขาเนี่ย....ทำไมถามเหมือนจะเสนอขายลูกชายหน้าโหด ตาดุให้ผมเลยวะ...



“ก็....ก็....เป็นคนดีครับ” ถ้าตัดเรื่องที่มันชอบเร่งเวลาอาบน้ำ ชอบบังคับให้กินผัก ชอบดุ ชอบว่า ชอบทำตัวเป็นพ่อ ชอบทำให้ร้องไห้



...ไอ้จินมันก็เป็นคนดีใช้ได้อยู่ ล่ะมั้ง...




“แล้ว....ตอนอยู่หอ จินเคยเล่าเรื่องหัวใจอะไรให้คาซึจังฟังบ้างมั้ยจ๊ะ” จินไม่บอก แต่ผมรู้เอง เพราะมันมีคนบางคนปากโป้งบอกคร้าบบบบบบ~!!!



...แต่...เรื่องอย่างงี้ ให้แม่ลูกเขาไปคุยกันเองดีกว่าเนอะ...ผมไม่บอกไปจะดีกว่า ว่าไอ้จินมันมีซัมวันส่วนตัวของมันแล้ว...



“ไม่เคยได้ยินเลยฮะ จินไม่เคยเล่า” ไม่ได้โกหกน้า~ แต่ไม่เคยได้ยินจากปากไอ้จินจริงๆ เคยได้ยินแต่จากปากยู~...



“แล้ว เวลาจินอยู่ห้อง จินชอบทำอะไรจ๊ะ” ชอบบ่นที่หนึ่งครับ ชอบทำตาดุที่สอง แล้วก็ชอบทำหน้าโหดที่สาม ...แต่...อ่า เกรงใจคุณหญิงแม่นิดหน่อย ไม่พูดไปดีกว่า....



“ก็...อ่านหนังสือ ไม่ก็เล่นคอมฮะ” ผมชักรู้สาเหตุที่คุณหญิงแม่เตะไอ้จินให้ไปตีกอล์ฟกะคุณพ่อมันแล้วสิ



...ท่าทางคุณหญิงแม่คงได้ยินอะไรมาแหงๆ เลยกะมาสืบเอากับผมแบบนี้...



...แต่...คิดจะสืบ มันก็น่าจะสืบให้ดูคนหน่อยนะ ผมน่ะไม่โง่ก็จริง ไม่ซื่อบื้อก็ใช่ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ....



“งั้นเหรอจ๊ะ...แล้วคาซึจังคิดมั้ยว่าจินอาจจะรักใครสักคน” เฮ้ย !!! คุณหญิงแม่ถามแบบนี้ แสดงว่าต้องรู้เรื่องซัมวันแล้วแหงๆเลยอ่ะ...



“มะ...ไม่รู้สิฮะ....” ตอบกึ่งๆละกัน ผมมันคนนอก ให้เขาไปถามกันเองแม่ลูก



“งั้นคาซึจังคิดว่าจินรักคาซึจังมั้ยจ๊ะ”



“ห๊า!!!” O.o ถามอะไรของคุณหญิงแม่เนี่ย!!!



“ก็....เอ่อ...แม่เห็นที่อิตาลีมีเยอะน่ะจ๊ะ....” ที่อิตาลีมีเยอะ ก็ใช่ว่าญี่ปุ่นจะมีตามนี่คุณหญิงแม่!!!



“อ่า...คือ...แม่หมายถึงว่า รักกันแบบเพื่อนก็ได้จ๊ะ” คำอธิบายต่อมาทำเอาผมเริ่มหายใจคล่องขึ้นนิดหน่อย และมีเวลาคิดคำตอบมากขึ้นอีกนิด เมื่อบริกรเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารที่สั่งไป



...ถ้าถามว่าไอ้จินรักผมมั้ย...ไม่รู้ว่ะ...การกระทำของมัน ถ้าไม่รักมากจนหวังดี ด่าผมไปซะทุกเรื่อง มันก็คงรำคาญผมโคตรๆนั่นล่ะ....



...แล้วถ้าถามผมว่า ผมรักมันมั้ย...แน่ล่ะ....ผมอยู่กับมันมาตั้งเทอมนึง ขนาดไอ้ยู เห็นปากมันอย่างงั้น ผมก็ยังอดเป็นห่วงมันไม่ได้เล้ย~!! เกิดไปปากแมวใส่นักเลงที่ไหน แล้วชีวิตมันต้องดับอนาถขึ้นหน้าหนึ่งล่ะก็ ผมร้องไห้แหง....




“ว่าไงจ๊ะ คาซึจังว่า จินรักคาซึจังมั้ย” เอ่อ....ตาคุณหญิงแม่เป็นประกายไปรึเปล่าเนี่ย...




“ก็....รูมเมทกันนี่ครับ...” ตอบกลางๆเอาไว้ก่อนเป็นยอดดี....



“แต่แม่ไม่คิดอย่างงั้นสิหน่า...” หมายความว่าไงน่ะ คุณหญิงแม่



“จินไม่เคยพาเพื่อนคนไหนของเขา มาเจอแม่เลยสักครั้ง กระทั่งกับเพื่อนผู้หญิงที่เขาคบด้วยนานที่สุด แม่ก็ยังไม่เคยเจอหน้า จินน่ะ เป็นพวกประเภทว่าถ้าไม่มั่นใจล่ะก็ จะไม่อวดอะไรให้ใครเห็นเด็ดขาด เพราะงั้น คาซึจังเลยเป็นคนแรก แม่เลยเดาว่า ต้องมีความสำคัญกับจินมากๆ”



...คือ...เข้าใจผิดแล้วล่ะ คุณหญิงแม่ ก็ลูกคุณมันห่วงผมเว่อร์ๆอ่ะ มันกลัวผมอยู่ห้องคนเดียวแล้วจะถูกปล้ำ มันเลยลากผมติดมือมันมาด้วย...




“คาซึจังเคยรู้ตัวมั้ยจ๊ะ ว่าเราน่ะมีความหมายกับจินมาก...ลูกชายแม่คนนี้น่ะ ถ้าเขาจะให้อะไรใครสักอย่าง เขาจะให้ทั้งหมดที่เขามี เพราะฉะนั้นแล้ว แม้กระทั่งเรื่องความรู้สึก จินก็เป็นประเภทนั้น มันเลยทำให้บางครั้ง เมื่อผิดหวัง ลูกชายแม่ก็แย่เอาได้ง่ายๆ”



...โอเคนะ... เดี๋ยวผมจะไปบอกต่อให้ซัมวันของไอ้จินมันเอง จะได้ซาบซึ้งในความรักของไอ้จินดีมั้ย....



“คาซึจังอาจจะคิดว่าทำไมแม่มาพูดแปลกๆ แม่จะบอกความลับให้นะ แม่น่ะส่งสายสืบให้ตามดูพฤติกรรมลูกชายแม่มาระยะนึงแล้ว แม่พอจะรู้ว่าเขามีคนบางคนอยู่ใช่มั้ยจ๊ะ...แล้วคนคนนั้นน่ะ ก็เป็นคนที่ทำให้เขายิ้มง่ายขึ้น หัวเราะง่ายขึ้น”



...ตาย ตาย ตาย...นี่ยิ้มง่ายขึ้นแล้วเหรอคุณหญิงแม่...นี่ขนาดมันยิ้มง่าย ผมยังนับไม่ค่อยจะได้เลยนะ!! มันน้อยเกิ๊นนนน~~....



“คือ...”




“ไม่จ๊ะ...อย่าเถียงแม่เลยนะคาซึจัง...แม่เป็นผู้ใหญ่ อาบน้ำร้อนมาก่อนนะจ๊ะ...ยังไงแม่ก็ขอบคุณมาก ที่คาซึจังทำให้จินยิ้มง่ายแบบนี้ เขาน่ารักขึ้นเยอะเลยล่ะ”




.... เบื่อไอ้คำว่า เป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ซะจริง!! ...



...ผมล่ะอยากจะเถียงนัก!! ว่าแล้วไอ้น้ำร้อนสมัยคุณหญิงแม่ กับน้ำร้อนสมัยผม นี่มันอุณหภูมิเดียวกันเหรอครับ!!! กระผมอยากจะรู้!!!....



...แล้วที่สำคัญก็ไม่ใช่ผม!!~ ผมไม่ใช่คนทำให้จินเปลี่ยนแปลง ซัมวันของมันต่างหากล่ะ!! ผมมันก็แค่คนที่ตกกระไดพลอยโจน ถูกไอ้ยูยัดเยียดให้มาด้วย...



...ผมแค่พลาดเฉยๆ มันไม่ได้ตั้งใจจะพาผมมา...ผมก็แค่....ก็แค่...



...ก็แค่ตัวแทนของมันเท่านั้นล่ะ...




“ไม่ใช่ผมจริงๆฮะ” ใช่...คนที่เปลี่ยนแปลงมันไม่ใช่ผม คนที่ทำให้มันน่ารักขึ้นในสายตาคุณหญิงแม่ คนที่ทำให้มันยิ้มง่ายในสายตาคุณหญิงแม่... ใครคนนั้นน่ะ...ไม่ใช่คาเมนาชิ คาซึยะ คนนี้อย่างแน่นอน



“ถ้าไม่ใช่คาซึจัง แล้วเป็นใครล่ะจ๊ะ” ผมได้แต่ส่ายหน้า ก้มลงดูดไอซ์ที ทั้งๆที่ลิ้นไม่รับรสแม้แต่น้อย



...ผมตอบไม่ได้....ไม่รู้ว่าตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ หรือตอบไม่ได้เพราะไม่อยากตอบกันแน่...



...ไม่ตอบเพราะไม่รู้น่ะแน่นอน แต่ถึงรู้ผมก็คงไม่อยากตอบ...ไม่อยากตอบว่าไอ้จินมันมีคนของมันอยู่แล้ว มีซัมวันบางคนที่มันรอให้เขาตกปากรับมันเป็นแฟน แล้วพอมันมีแฟน มันก็คงไม่หันมาทางผมเหมือนเก่า...



...ผมมันก็แค่เพื่อนร่วมห้อง แค่คนที่ไอ้จินด่าเช้า ด่าสาย ด่าบ่าย ด่าเย็น แล้วแถมตอนกลางคืนเป็นโบนัสให้อีกต่างหาก... ไม่ใช่คนที่มันจะให้ความสำคัญ ไม่ใช่คนที่มันจะคิดถึง ไม่ใช่คนที่มันจะห่วงหา...



...ผมไม่ใช่อะไรสักอย่าง...ไม่ใช่....ไม่ใช่เลย...



-*-*-*-*-*-*-*



เย็นนั้น ไอ้จินก็ขับรถพาคุณพ่อมารับคุณหญิงแม่และผมที่ห้างสรรพสินค้า ก่อนจะพาไปส่งโรงแรมใกล้ๆมหา’ลัยของผมเอง แล้วผมกับมันก็ขับรถออกมา ตอนแรกผมนึกว่ามันจะพากลับหอเลย แต่ก็เปล่า



“เดี๋ยวแวะกินข้าวก่อน แล้วค่อยกลับ” ไม่ใช่ประโยคคำถามใช่มั้ย เพราะมึงเลี้ยวไปทางเข้าห้างแล้วนี่หว่า




“ไม่หิว” ผมหงุดหงิดเรื่องอะไรอยู่วะ....อารมณ์เสียเรื่องอะไร ทำไมต้องทำเสียงห้วนใส่มัน...



“เป็นอะไรไป” ไอ้คนขับมันหันมาถาม



“เปล่า” แน่ดิ....ขนาดผมเองผมยังไม่รู้ว่าผมเป็นห่าอะไร แล้วผมจะเอาปัญญาที่ไหนไปตอบคำถามมัน...



ไอ้จินจอดรถเข้าข้างทาง ทั้งๆที่ข้างหน้าอีกไม่ถึงร้อยเมตรก็จะเป็นห้างอยู่แล้ว ...แม่ง!!!..มึงนึกว่านี่เป็นถนนของมึงรึไง!!!...



“จอดทำไม เดี๋ยวคันหลังก็บีบแตรหรอก” ผมหันไปบอกมัน



“ก็แกหงุดหงิดอะไร” ...เอ๊ะ!!! ก็กูบอกว่าเปล่า ก็คือเปล่าสิวะ!!


“อารมณ์เสียทำไม หรือว่าแม่พูดอะไรไม่ดี” โทษแม่ตัวเองก็ได้อีกนะมึงนี่...ลูกทุเรศของแท้...



“เปล่า...แต่พรุ่งนี้ฉันไม่มาแล้วนะ แกโทร.ตามซัมวันแกมาดูแลพ่อแม่แกแล้วกัน” ใช่...มันควรจะเป็นอย่างงั้นต่างหาก มันควรจะเป็นแบบนั้น ต้องเป็นซัมวันของมันสิ ไม่ใช่ผมสักหน่อย


....ไอ้จินมันถอนหายใจเฮือก แล้วตอบ...



“เขามาไม่ได้” ..อ้อ...อย่างงี้นี่เอง...ถ้าซัมวันของมันมาได้ ผมก็คงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ใช่มั้ย ...นี่ผมเสียใจเรื่องอะไรนะ ผมสะท้อนใจทำไม....



“แต่คุณหญิงแม่ของแกเข้าใจผิดนะเว้ย เขาคิดว่าฉันเป็นคนรักของแก” ไอ้จินมันหันมามองผมทันควัน


“เรียกแม่ว่าไงนะ” ..เอ่อ...อ่า....ตายล่ะกู...หลุดปาก...



“ก็...คุณหญิงแม่....” คราวนี้ไอ้จินมันหัวเราะพรืด...โฮยมึง...หัวเราะไร้สัญชาติผู้ดีมากอ่ะ กูขอบอก...



“ขำไรวะ” ผมทำหน้ามุ่ยใส่มัน เหลือบมองกระจกส่องข้าง เห็นรถจากสี่แยกเริ่มจะปล่อยมาทางถนนเส้นที่รถของพวกผมจอดอยู่แล้ว อีกไม่นานต้องได้ยินเสียงแตรดังลั่นไปทั้งถนนๆแน่ ถ้าหากไอ้จินยังจอดไม่เกรงใจชาวบ้านอยู่แบบนี้



“จิน....ออกรถเหอะ...” ผมหันไปบอกมัน ไอ้จินเลยยอมปลดเบรก



“อยากกินอะไรก็นึกเอาไว้ละกัน” ไอ้คนขับมันพูดเหมือนอยากจะเลี้ยงแหะ...แหม...อย่างงี้มันน่าโทร.เรียกเรียวจังกับไอ้ยูมาถล่ม



“ฉันจะเลี้ยง แต่บอกไว้ก่อนว่าเลี้ยงเท่าจำนวนเงินสดที่มีในกระเป๋า ถ้ามากกว่านั้น...ออกเอง” อ้าว....มึงอย่าเล่นงี้ดิ!! ไม่ต้องมาขยิบตาทำท่าเจ้าเล่ห์แต่โคตรหล่อใส่กูเลย!! กูไม่ละลายไปกับมึงแน่ๆ



..อ๊ะ...แต่มันก็หล่อจริงๆครับ...



“งั้น แกมีเงินเท่าไหร่” อุตส่าห์เรียกมึงว่าแกเลยนะเว้ย~!! กูลงทุนอ้อนมึงโดยเฉพาะเลยนะ!!



“ไม่บอก” ...อ้าว!!! ไอ้เวรจิน!!...


…อย่างงี้มันสมควรให้กูอ้อนมึงมั้ยห๊า~!!~ อย่างงี้มันสมควรมั้ย~!!!!!!...



-*-*-*-*-*-*

ความจริงแล้ว...อยากกินร้านนั้น...ไอ้ร้านที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้อ่ะแหล่ะ...แต่จำได้ว่าแพงมาก ตอนมากินกับไอ้ยูคราวที่แล้วนั่น นั่งกันสองคนแต่สั่งจานเดียว แล้วก็สั่งน้ำเปล่าขวดเดียว กับน้ำแข็งแห้งสอง



...แต่อย่างว่าอ่ะ....ถ้าแพงแล้วไม่อร่อยนี่มีการถล่มกันกลางร้านครับ แต่ร้านนี้แม่งอร่อยจนตัวลอย!!!....ถึงมันจะแพง แต่ก็อร่อยจริงๆ ตอนจ่ายเงินนี่น้ำตาไหลพรากครับ แบบว่าเสียดายเงิน แต่มันก็อิ่มปากไรงี้อ่ะ (ไม่อิ่มกระเพราะ เพราะว่าสั่งมาจานเดียว แล้วกินกะไอ้ยูไงครับ)



“กินฟู้ดเซ็นเตอร์ก็ได้” ผมพยายามตัดใจ



...ไม่กินลูก...ไม่กิน....ท่องไว้ในใจว่าไม่กิน....นี่มันเกือบจะกลางเดือนเข้าไปแล้ว ถ้ายังขืนใช้ตังส์ไม่คิดนี่มีหวัง กว่าจะถึงสิ้นเดือน ต้องจัดเทศกาล มาม่าเดย์ มาม่าไนท์ กันแน่ๆ T.T...



“อยากกินร้านนั้นไม่ใช่รึไง” ไอ้จิน!!!!~ มึงจะพูดสนองตัณหากูทำไมห๊ะ!!!!




ผมรีบส่ายหัวซะผมกระจาย พยายามไม่ฟังเสียงของมันที่เหมือนจะเรียกร้องให้ผมเข้าไปกินไอ้ร้านแพงระยับบรรลัยนั่น ....แค่เห็นชื่อร้านกูก็รู้แล้วว่าเงินสดในกระเป๋ามึงไม่มีทางพอจ่ายค่าอาหารประเคนเข้าปากกูแหง..



“มันแพง” ผมดึงชายเสื้อมันไว้ แล้วกระตุกหลายทีให้มันเดินตามผมไปกินที่ฟู้ดเซ็นเตอร์



“อยากกินมั้ย ร้านนั้นน่ะ” ไอ้บ้า!! มึงยังมาถามกูอีก!! ถ้ากูไม่อยากกิน แล้วกูจะมองจนคอจะหมุนได้รึไง!!!



“อยาก...แต่ไม่เอา” เห็นใจกันและกันครับ ...




... เข้าใจความรู้สึกพวกรับเงินเป็นรายเดือน แล้วใช้ชีวิตมาจนถึงช่วงกลางเดือนมั้ยครับ ???... ทุกท่านจะรู้สึกถึงความบอบบางของกระเป๋าสตางค์ จนไม่กล้าหยิบมันออกมาจ่ายอะไรเลย...




....ไม่รู้ว่าเป็นหลักสูตรของกระทรวงศึกษารึเปล่า แต่มนุษย์ทุกผู้ที่ได้เงินต้นเดือนก็ล้วนเป็นแบบนี้กันทั้งนั้นล่ะครับ ไม่เว้นกระทั่งผมที่ใช้จ่ายอย่างเมามันส์ไปกับหนังสือการ์ตูนตั้งเท่าเสาบ้านจนโดนพ่อด่ามาแล้ว...




...อย่าถามว่าพ่อไหนครับ...เพราะมีอยู่พ่อเดียวที่ด่าผมได้ด่าผมดี รู้สึกว่ามันจะเกิดมาเพื่อด่าผมโดยเฉพาะนี่ล่ะ... =.=




“อยากก็เข้าไปกินสิ” ยังจะคะยั้นคะยอกู!!!....กูบอกว่ามันแพงโว๊ย!! มันแพงน่ะมึง มันแพง!! สะกดเป็นมั้ยห๊ะ!!...



ผมเงยหน้ามองไอ้จิน อยากปฏิเสธเพราะเกรงใจมัน ก็ร้านนั้นมันแพงจริงๆนี่หว่า....ไม่แพงเปล่านะ แต่แพงชนิดขายตัวใช้หนี้เห๊อะ~!!...



“แต่ว่า...”


“บอกแล้วว่าจะเลี้ยง” กูรู้ว่ามึงรวย และกูรู้ว่ากูอยากกิน แต่กูไม่ชอบให้ใครมาเลี้ยงกูมากเกินความจำเป็น เข้าใจมั้ยห๊ะ!!



“เอางี้...แลกกับแกต้องพูดดีๆกับฉัน ไม่พูดมึงกู วะโว๊ยให้ได้ยิน” ผมเงยหน้ามองมัน



...อาฮะ...มีข้อแลกเปลี่ยนอย่างงี้ค่อยโอเคหน่อย ...มึงจะได้ไม่เอามาเป็นข้ออ้างทีหลังว่า เคยเลี้ยงไอ้ร้านนั้นนะ! ทำตัวให้มันดีๆไรงี้...



“สามวันพอมั้ย” ผมถามมันแล้วชูนิ้วประกอบ แต่ไอ้จินส่ายหน้า



“ตลอดชีวิต”



งั้นเชิญมึงกินคนเดียว!!! แค่เลี้ยงกูแค่นี้ทำเป็นโลภมากขอเยอะนะมึง!! ผมหมุนตัวจะเดินหนี แต่ไอ้จินคว้าแขนไว้ ทั้งๆที่มันยังหัวเราะ



....เอ...วันนี้มันหัวเราะเยอะไปเปล่าวะ...หรือข้าวมื้อกลางวันของมึงใส่ยาอะไรเปล่าเนี่ย....



“ก็ได้ๆ แต่สัญญาแล้วนะ ถ้าตลอดสามวันนี่ได้ยินแกพูดล่ะ จะให้ทำยังไง”



...ที่แน่ๆไม่เอาตีปากอ่ะ!! กูปากเจ่อไปวันนึงเลย มึงรู้เปล่า ตีมาได้ มือบ้าอะไรวะโคตรหนัก!!...



ผมมองหน้ามัน ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี เอ...ให้คิดบทลงโทษตัวเองนี่ คิดไม่ค่อยออกเว้ย...ไม่เอามันด่าด้วยล่ะ ขี้เกียจตีหน้าซื่อยืนฟังมันอ่ะ...ไม่เอามันดุด้วย เพราะแม่งดุที ดุเป็นครึ่งชั่วโมง หูกูชาพอดี...



ขณะที่ผมกำลังตัดสินใจหาบทลงโทษให้ตัวเองอยู่นั้น สายตาอันแสนดีของผมก็ดันเหลือบไปเห็นคู่รักต่างชาติคู่หนึ่งกำลังควงกระหนุ๋งกระหนิงหวานแหววอยู่ไม่ไกล



...ฮ่า ฮ่า...กูนึกออกแล้วว่าจะแกล้งไอ้จิน เอ้ย~ จะลงโทษตัวกูเองยังไง...



เมื่อหาข้อสรุปให้กับตัวเองได้ ผมก็เดินเข้าไปนัวเนียอยู่กับแขนไอ้จินทันที



...ทันตาเห็นครับ ตัวมันแข็งทื่อเป็นเสาหินไปแล้วเรียบร้อย แล้วผมก็เริ่มเอาหน้าถูไปกับแขนมัน ปัดจมูกลงบนผิวแขนมันที่โผล่พ้นเสื้ออกมา




“ถ้า ‘คาซึยะ’ พูดคำหยาบนะ... ‘คาซึยะ’ จะหอมแก้ม ‘พี่จิน’ นับตามจำนวนคำเลย” ....ฮ่า ฮ่า~!! ดูซิ!! ว่ามึงจะกล้านับคำหยาบจากปากกูมั้ย~~~...



-*-*-*-*-*-*-*


“...พี่จิน...กินเยอะๆสิ” ผมยังคงเดินหน้าแกล้งไอ้คนเขินที่มันยังเนียนขรึมครับ ขอโทษล่ะ ใครที่คิดว่าผมจะนั่งฝั่งตรงข้ามกับมัน แล้วส่งสายตาเยิ้มๆหยดๆย้อยๆให้มันล่ะก็ ไม่มีวันครับ!!



...เพราะผมกระโจนไปนั่งฝั่งเดียวกับมันแทน นั่งไปซบมันไป เบียดมันไป...ฮ่า ฮ่า...เอาให้มึงอกแตกตายไปเล้ย~~


..แต่แหม....ผมก็พึ่งรู้เหอะ ว่าไอ้จินมันไร้ประสบการณ์ถึงขนาดว่าถูกผู้ชายด้วยกันซบ แม่งก็ยังหน้าแดง...มึงนี่ ‘อ่อน’ ชะมัดอ่ะ =.=



“คาเมะ” มันเรียกเสียงดุ...แต่มึงจะดุอะไรกูไม่ทราบ~!! กูพูดเพราะทุกคำ~~...



ผมส่ายหน้ากับแขนเสื้อมันอีก เนื้อมันข๊าว ขาวอ่ะ น่างับเล่นจังแหะ ว่าแล้วก็กัดไปคำ..แง่ม~!...



“คาเมะ!” โดนพ่อดุเรียบร้อย...จินแม่งขี้งกอ่ะ แบ่งเนื้อมึงให้กูชิมคำก็ไม่ได้...



“เรียกคาซึยะสิพี่จิน ไหนว่าอยากให้พูดเพราะๆไม่ใช่เหรอ” แล้วผมก็กระตุกแขนเสื้อมันอีก



“ป้อนด้วย อยากกินอันนั้น” ...ไงล่ะมึง...เจอกูเวอร์ชั่นนี้ ‘ไพเราะ’ ถูกใจมึงมะ โฮะ โฮะ โฮะ..



“คาเมะ!!”



“บอกว่าให้เรียกคาซึยะ...พี่จินน่ะ ไม่เอาแล้ว ไม่ป้อนก็ไม่กิน” ...ดูซิ~! กูไม่กิน แล้วมึงจะทำยังไง...



“สั่งมาตั้งเยอะแบบนี้ ไม่กินได้ไง” เป็นความจริงครับ เพราะทั้งผมทั้งมัน สั่งกันแบบระเบิดลง สรุปก็เลยมาเต็มโต๊ะอย่างที่เห็น



“เรียกคาซึยะก่อน แล้วจะกิน” ผมบอกมันเสียงงอนๆ ทำปากยื่น กอดอก แล้วหันหน้าออกนอกโต๊ะ ทีนี้คนหันมองกันทั้งร้านครับ ก็แหม...คนมันหน้าตาดี ทำท่างอนอย่างงี้ ใครๆก็มองทั้งนั้นล่ะครับ...



“เอ่อ..อ่า...” ไอ้จินเริ่มพูดไม่ออก ผมรู้หรอกว่ามันลำบากใจ ไอ้จินมันไม่ชอบการถูกจ้อง แต่ตอนนี้มันกำลังโดนสายตาสงสัยปนอยากรู้จากคนทั้งร้าน



“ว่าไงล่ะ” ผมช้อนตามองมัน ไอ้จินก็ยิ่งอึกอักเข้าไปใหญ่ ...โทษฐานที่มึงทำให้กูไม่ได้ดูเคโรโระ...แถมลากกูออกมาเจอคุณพ่อกะคุณหญิงแม่ของมึง... ก็สมควรแล้วล่ะ!!!



“เอ่อ...คา....คาซึยะ...” เยี่ยมมาก~~...



“ป้อนด้วยดิ” สาธุ!! ขอให้มีคนรู้จักของมันสักคนโผล่มาเจอมึงกำลังป้อนกูด้วยเถ๊อะ~!! จะเอาให้ชื่อเสียงมึงกระฉ่อนยิ่งกว่าเดิมอีก!!!....



ไอ้จินถอนหายใจยาว มันคงรู้ว่ามันแพ้ผมแน่แล้ว เลยยอมทำตามที่สั่ง มันคีบไข่ม้วนมา ผมก็อ้าปากรับกินตุ้ยๆล่ะครับ



“เอาอีก” มึงจะป้อนกูอย่างเดียวรึไง ตามึงมี มึงก็ช่วยกวาดดูให้รอบโต๊ะหน่อยนะ เห็นมั้ย ว่ามีอีกเยอะที่มึงยังไม่ได้ป้อนกูน่ะ ….



ขณะที่กำลังเกิดการป้อน การหม่ำกันอยู่นั้น เงามืดๆของใครสักคนก็พาดผ่านมาจากด้านนอกร้าน ผ่านกระจกใสข้างโต๊ะ มาตกกระทบที่หน้าผมพอดี แล้วพอเงยมองล่ะครับ




...ผมถึงกับตาค้าง ตาลาย วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม....


...บอกกูที ว่าผู้หญิงที่ยืนจ้องจะกินเลือดกินเนื้อกูอยู่นอกร้านนี่ใช่ สาวน้อยแสนน่ารักคนเมื่อวาน ที่มาเกาะขอบโต๊ะขอกูไปเดทที่โรงอาหารคณะนิติฯรึเปล่าวะ Y.Y



...ซวยแล้วคาเมะ...เมื่อเช้าบอกเขาว่า ท่อประปาแตก แถมเพื่อนป่วย ตอนเย็น เสือกมานั่งให้ผู้ชายป้อนข้าวอยู่ในห้าง!!!....



....อ้ากกกกกกกกกก~!!! ชื่อเสียงความแมนของกู ปลิวหายไปกับแรงวิ่งของแม่สาวน้อยคนนั้นแน่แล้ว~!!!!!!



“เห็นมั้ยล่ะ เกิดเรื่องจนได้” ซ้ำเติมกูอีก!!! เป็นญาติฝ่ายไหนกับไอ้ยูรึเปล่า คนล้มปุ๊บ เป็นต้องเหยียบปั๊บ



ผมกำลังจะหันไปจ้องมันตาเขียว แต่....ไม่ได้ๆ เดี๋ยวไอ้จินมันรู้ว่าผมกังวลว่าสาวคนนั้นจะเอาเรื่องที่ผมให้จินป้อนข้าวไปโพทะนา....ผมต้องทำเป็นไม่สนใจสิ...ทำไมเป็นไม่แคร์หรอก....ใช่ๆ...




“หือ?....พี่จินอ่ะ...ช่วยคาซึยะด้วยนะ อาทิตย์หน้าเปิดเรียนไป โดนล้อแน่เลย พี่จินต้องรับผิดชอบด้วย” ถึงจะไม่ใช่ความผิดมึง เพราะกูบังคับให้มึงทำ แต่มึงก็ต้องรับผิดชอบเว้ย~!...



ไอ้จินมันเงียบ คงกำลังนึกจะรับผิดชอบผมยังไงดี...มันเงียบไปแปบนึง ก่อนจะหันมามองผม แล้วมันก็ก้มลงมาหา กดจมูกลงกับแก้มผมแล้วก็…




--ฟอด~~--- ...O.O เฮ้ย!!~ มึงทำไรกูเนี่ย!!!



“รับผิดชอบแบบนี้พอมั้ย ...ถ้าไปมหา’ลัยแล้วคนล้อก็มาบอก จะไปหอมแก้มแกต่อหน้าพวกมัน”



....มึงใช้อวัยวะส่วนไหนคิด!!!! หอมแก้มกูต่อหน้าคนอื่น แล้วคนอื่นจะหยุดล้อรึไงไอ้บ้า!!!!!!!!!.....



ช่วงจังหวะที่ผมยังอึ้ง และทึ่งอยู่นั้น ไอ้จินมันก็คีบเทมปุระขึ้นมา



“อ้าปากสิ จะให้พี่ป้อนไม่ใช่เหรอคาซึยะ”



ย๊ากกกกกกกกกก~!!!!~ ใครให้มึงแทนตัวเองว่า พี่ ไม่ทราบ!!!! กูไม่ใช่น้องมึงเข้าใจมั้ยห๊า!! ไม่ใช่โว๊ย!!!



“อะไร หรืออยากให้หอมแก้มอีก” ผมผงะถอยห่าง แล้วรีบสั่นหน้าทันที



...จินมันเป็นอะไรของมันเนี่ย....เมื่อกี้ยังเขินกูอยู่เลย แล้วไหงตอนนี้มึงถึงกล้าซะล่ะ!!...มึงชักไม่น่ารักแล้วนะจิน มึงชักไม่น่ารักแล้ว เอาจินคนเมื่อกี้ของกูคืนมาเลย ไอ้คนที่กูแกล้งแล้วสนุกอ่ะ!! จินแบบนี้กูไม่เอา!!!....



“ไม่ให้หอมก็อ้าปาก จะสองทุ่มอยู่แล้ว รีบกินจะได้รีบกลับหอ”



“มะ....ไม่...ไม่ต้องป้อน...เดี๋ยวกินเอง”



“ก็ไหนเมื่อกี้พูดเองว่าจะให้ป้อน ไม่เอาคาซึยะ อย่าดื้อ อย่าทำนิสัยกลับกลอก”



..กลับกลอกบ้านมึงซี่!! มึงอ่ะแหล่ะกลับกลอก!!~ เมื่อกี้ยังว่าง่าย แล้วทำไมตอนนี้มึงถึงมาแข็งโป้กใส่กูห๊า!!!!....



“อ้าปากเร็ว คาซึยะ” ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย~!!!!!...มึงอย่าเรียกกูด้วยน้ำเสียงแบบนั้น!!! สะท้านรูหูโว๊ย!!! มดจะขึ้น!!!!!!!!!!!!!



-*-*-*-*-*-*--*


ไม่ต้องทาย ว่ามื้ออาหารสุดหรูนั่นจบลงแบบไหน ก็จะแบบไหน ก็แบบที่ผมทำแค่อ้าปากนั่งเป็นง่อยตลอดการกินน่ะสิ....



...แม่ง กินไปก็อายไป เขินไป....คนจ้องกันทั้งร้านเลย พนักงานงี้เดินวนแถวโต๊ะผมกันคนละล้านรอบได้มั้ง คงไม่เคยเห็นผู้ชายป้อนข้าวกัน



...อยากท้านักว่าถ้าเห็นเป็นของแปลก ทำไมไม่เอามือถือขึ้นมาถ่าย แล้วปล่อยคลิปลงเน็ตแม่งซะเลยล่ะ!!....แต่...ไม่เอาครับ เดี๋ยวมีคนบ้าจี้ทำจริง ผมก็อายดิ....



“โอ๊ะ โอ๋~~ กลับมาสภาพสุขีกันจัง น้องคาเมะอารมณ์ดีเรื่องอะไรครับ คิ้วขมวดมาเชียว” เปิดประตูเข้ามาในห้องได้ ไอ้ยูก็ส่งสำเนียงความเป็นไพร่มาจากเตียงนอน



...มันกำลังเอกเขนกอยู่บนเตียงไอ้จิน นั่งดูเคโรโระของผม โดยอาศัยเครื่องเล่นซีดีของเรียวจัง....สบายจริงนะมึง!! กิจกรรมที่มึงทำอยู่น่ะ มีวัตถุดิบสักชิ้นมั้ย ที่เป็นของมึงเอง เห๊อะ!!!...



“มึงจบจากไหนมา เผื่อกูมีลูก กูได้ไม่เอาลูกไปเข้า...อารมณ์ดีบ้านปู่มึงรึไง คิ้วขมวดเนี่ย!!” ผมด่ามันให้ อะไรที่สัญญากับไอ้จินไว้ก็ลืมหมดล่ะครับ ก็ผมอายนี่นา ในร้านมีแต่คนจ้อง ออกจากร้านก็มีคนจ้อง



...คนสมัยนี้มันเป็นอะไร เห็นผู้ชายเดินด้วยกันสองคนไม่ได้ มองกันชนิดเหลียวหลัง...แถมไม่มองเปล่านะ ยัยพวกผู้หญิงบางคนมันมองแล้วซุบซิบด้วย …



... จะซุบซิบอะไรครับ!!! ผมเป็นผู้ชาย ไอ้จินก็ผู้ชาย! จึ้กกะดึ๋ยกันไม่ได้!!!!!!....



“งั้นมึงไม่ต้องห่วง กูทายอนาคตมึงได้ มึงไม่มีลูกแน่นอน ไม่ใช่ไม่มีปัญญาทำนะ แต่ไม่รู้จะเอาปัญญาที่ไหนมาทำต่างหาก” ไอ้ยูนี่แม่งชอบพูดให้งง แม่งเอ้ย~!!



“แล้วมึงหายปวดท้องแล้วรึไง ตอนก่อนกูจะออกไป เห็นร้องอย่างกับลำไส้จะระเบิด” พอผมทวงเรื่องเจ็บป่วย ไอ้ยูก็เริ่มสำออยออกฤทธิ์ มันลุกขึ้นนั่งกุมท้อง



“อ่า....กูก็ปวดๆนิดหน่อย....หมอบอกว่า ลำไส้มันพันกันเยอะเกินไปน่ะ” โรคอะไรของมึง....ลำไส้พันกัน... ยูเอ้ย~!! มึงกำลังทำวิชาแพทย์ล่มจม รู้ตัวรึเปล่า....



ผมกำลังจะด่ากับไอ้ยูอีกสักสองสามช๊อตเพื่อระบายอารมณ์ แต่สายตาดันเหลือบเห็นของใครบางคนที่จ้องผมมานาน




“คาซึยะ....สัญญาอะไรไว้จำได้มั้ย” นั่นไง...กูว่าแล้วเชียว ว่าพ่อไม่ปล่อยให้กูลอยนวล... T.T




“คาซึยะ” ผมกำลังจะเดินหนี แต่ไอ้จินไวเป็นลิงกัง รีบคว้าหมับเข้าที่แขนผมทันที



....มึงจะบ้ารึง๊ายยยยยยยยย~!!!! มีผู้ชายที่ไหนเขาจะมาหอมแก้มกันฟะ!!...




“สัญญาน่ะ ต้องให้ทวงใช่มั้ย” ...จิน...สัญญาปากเปล่าอ่ะ มึงรู้จักเปล่า....กูพูดเล่นโว๊ย อันนั้นน่ะ!! อยากได้จริงนะมึง!! หอมแก้มจากกูเนี่ย!!...



ผมเหลือบมองสมาชิกอีกสองคนของห้อง เรียวจังทำหน้าสงสัยแต่พองามครับ สมกับเป็นผู้ได้รับการศึกษาแล้ว มีมารยาทในการแสดงออกทางสีหน้า แต่สำหรับไอ้ยู....เฮ้อ....



....ถ้าบนหน้าไอ้ยูมีตัวหนังสือขึ้นว่า ‘อยากสอด’ ได้ล่ะก็ มันคงผุดขึ้นมาแล้วล่ะครับ... เพราะมันทั้งเพ่ง ทั้งจ้อง ผมกับไอ้จินไม่วางตา



“คือ...จิน..” ผมหันไปบอกไอ้คนทวงสัญญา พยายามสื่อสารกับมันทางสายตาว่า ....เอาไว้ทีหลังนะ.....



...แต่ไม่ทันที่ทั้งผมทั้งไอ้จินจะได้พูดอะไร ไอ้คนที่ไม่มีส่วนเอี่ยว แต่อยากยุ่งเต็มที่ก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาว่า



“คืองี้นะ...กูรู้ว่าพวกมึงอยากมีโลกส่วนตัว แต่ช่วยบอกกูก่อนได้ป่ะ ว่าพวกมึงจะตีกัน หรือจะจีบกัน ถ้าจะตีกัน กูจะได้ไปดูเคโรโระต่อ แต่ถ้ามึงจะจีบกัน กูจะไปเอากล้องวีดิโอมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก…เผื่องานแต่งพวกมึง กูจะไรท์แจกเป็นของชำร่วยเล้ย~~”



“แต่เดี๋ยว....ก่อนที่พวกมึงจะตอบ กูขอถามพวกมึงคนละข้อ” ยู...ตั้งแต่อนุบาล จนกระทั่งเข้ามหา’ลัย มึงเคยเรียนวิชาหุบปากมั้ยวะ ....มึงดูหน้าพ่อกูนะ...มึงเห็นมั้ยว่าเขากำลังจะเชือดกูอยู่แล้ว ที่กูดันตุกติกเนี่ย!!...



“คุณพ่อจินครับ ทำไมท่านถึงเรียกลูกรักว่า คาซึยะ ล่ะครับ...ไหนตอนแรกว่าจะเรียก สวีทฮาร์ท ไม่งั้นก็ เมียจ๋า ไม่ใช่เหรอ”



“ยู!!” เรียวจังห้ามทันควัน เออ...ผมสงสัยมานานแล้ว ว่าทำไมเวลาไอ้ยูล้อผมกับไอ้จินทีไร เรียวจังชอบขวางเรื่อยเลย




“อีกนิดๆ กูขอถามไอ้คาเมะอีกข้อ แล้วกูจะรูดซิปปิดปากให้สนิท” ให้มันจริงเหอะมึง...แต่ปากอย่างมึง กูว่าซิปคงแตกตั้งแต่สองวินาทีแรกแน่ๆ...


“ส่วนมึง ไอ้คาเมะ....พ่อผัวแม่ผัวเป็นไงบ้าง มีฉากตบกันกลางสนามบินของแม่ผัวลูกสะใภ้มั้ยวะ”




“มึงอยากตบกับกูก่อนมั้ยล่ะ…แม่ง!! เชียร์กูอยู่ได้ ถ้ากูได้ไอ้จินเป็นผัวขึ้นมาจริงๆ มึงจะทำยังไงห๊ะ!!” ผมโวยวายใส่มัน รำคาญน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ก็ไอ้ยูแม่งพูดอยู่ได้นี่นา



“จะให้ทำไง กูก็ปิดซอยเลี้ยงอ่ะดิ...เดี๋ยววันนั้นกูเป็นเจ้าภาพเอง เชิญแขกทั้งโตเกียวเลย~...เอานักข่าวด้วย กูจะเอาให้แม่งดังไปทั่วโลก แล้วเดี๋ยวกูจะให้สัมภาษณ์เอง...ว่า กระผม นากามารุ ยูอิจิ ผู้สนับสนุนให้ไอ้เวรตะไลสองตัวนี่มันรักกันครับ!! เฮ้ย~!...แล้วพวกมึงคิดกันยัง ว่าจะจัดงานที่ไหน เดี๋ยวกูลองติดต่อมหา’ลัยให้มั้ย เผื่อมึงอยากได้ห้องนี้เป็นเรือนหอ”



...สนุกนะมึง สนุก...ฮึ่ม!!...



ไอ้ยูยังไม่หยุดแต่เพียงเท่านั้น เพราะมันเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้ามาถามผม แล้วถามอีกเรื่อง



“...แล้ว แม่ผัวเขามีทีท่าจะชอบมึงมั้ยวะ” ยู....กูบอกมึงหลายครั้งแล้วว่ากูเป็นผู้ชาย!!! กูไม่ใช่กระเทย!! ไม่ใช่ผู้หญิง!! เพราะงั้นวิวัฒนาการไปเป็นสะใภ้ไม่ได้โว๊ย!!!



“มึง~!! จิน!!~ ปล่อยกู!! วันนี้จะเอาให้มันตายคาตีนนี่ล่ะ!!” ผมหันไปบอกไอ้คนที่ยังจับแขนผม พยายามไม่สบตา มือง่วนอยู่กับการแกะมือไอ้คุณจิน



“ไม่...จนกว่าจะทำตามที่เราตกลงกันไว้”



มึงบ้าไปแล้วแน่ๆ!!! จ่ายค่าอาหารแพงนรก แล้วทำให้มึงประสาทกลับรึไงห๊ะ!!! เรียกร้องให้กูหอมแก้มมึงอยู่ได้!!~ เอางี้ มึงรอกูสักสองสามวันดิ เอาให้หนวดกูขึ้นก่อน แล้วกูสัญญา กูจะไซ้มึงทั้งหน้าเลย~~




“โอ้ยยยยยยยย~~~ เรียว มึงดู...ขนาดกูขอเสนอหน้าเข้าไปขวางไม่ให้มันมีโลกส่วนตัว พวกนี้แม่งก็ยังถีบกูออกมาจนได้....กูหัวใจจะวายว่ะ พ่อลูกรักกั๊น~ รักกัน เห็นแล้วน้ำตาจะไหลเนอะมึง ครอบครัวอบอุ่นว่ะ!”



ไอ้ยูสอดเสียงขึ้นมา ด้วยการหันไปพูดกับเรียวจัง ก่อนมันจะหันมาทางผมกับไอ้จิน




“ คืนนี้มึงสองคนพ่อลูกจะนอนกอดกันเล่านิทานมั้ยครับ เดี๋ยวกูจะช่วยดันเตียงของพวกมึงให้มันติดกันให้ ...อ๊ะๆ แต่กูสงวนสิทธิ์นิทานนะเว้ย ขอเป็น เรื่อง ‘ร้อยแปดท่ารัก พิชิตใจผัว’ ไรงี้....แล้วกูตีตั๋วจองพื้นที่ใต้เตียงด้วย”



แล้วมันก็หลิ่วตาให้ทีนึง ก่อนจะพูดต่อ



“เพราะงั้น พวกมึง ‘ขย่ม’ กันได้ แต่อย่าให้เตียงหักลงมานอนเบียดกู พี่ยูคนนี้ไม่อยากเล่น 3p~~”




นับหนึ่งไอ้ยูวอน...นับสองให้อภัยมันเหอะแม่ง....นับสามไอ้ยูวอน....นับสี่หายใจลึกๆนะกู...นับห้าไอ้ยูวอน...นับหก ท่องเอาไว้ใจเย็นๆ...นับเจ็ดไอ้ยูวอน...นับแปดทำไมกูต้องทน...นับเก้าไอ้ยูวอน...นับสิบ กูอยากเตะมัน...นับสิบเอ็ดไอ้ยูวอน...นับสิบสอง ไม่เอาเดี๋ยวพ่อดุกู...



ผมพยายามหลับตาอุทิศส่วนกุศลทั้งหมดในชาตินี้และชาติที่แล้วให้กับไอ้ยู ....ไม่ได้ ไม่ได้...ห้ามก่อเรื่องคาเมะ แค่นี้พ่อกูก็จะคิดบัญชีคำหยาบอยู่แล้ว ถ้ากูอาละวาดไปด้วย ไล่เตะไปด้วยนี่มีหวัง ต้องเปลี่ยนบทลงโทษจากหอมแก้มเป็นจูบแหงๆ...



...ซึ่งแน่นอนว่ากูไม่เอา!!! ฟ้าฝ่าตายห่า!!!!....



“เฮ้ย..คาเมะ...เต่านี่ก็ยืนหลับได้ด้วยเหรอวะ..โหลๆ กูรู้นะว่ามึงเหนื่อยกับการต้อนรับพ่อแม่สามี แต่มึงตอบกูก่อนได้ป่ะ ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนนามสกุล กูอยากเห็นมึงโตเป็นสาวว่ะ...”



...ยัง...ยังไม่จบ...ใครที่คิดว่าไอ้ยูจะพูดน้อยๆเป็นล่ะก็ ผิดหวังครับ...



“แต่.....มึงสรุปให้กูฟังก่อน ว่าแม่ไอ้จินยอมรับมึงมั้ย หรือเขารังเกียจมึง เพราะมึงจน? เพราะมึงสวยสู้คู่หมั้นของไอ้จินที่คุณแม่จัดหามาให้ไม่ได้? แบบหนังเกาหลีไงมึง เอ๊ะ!! หรือเพราะเขาเห็นขนหน้าแข้งมึง เขาก็เป็นลม?...แบบว่า คุณแม่ยอมไม่ได้นะค้าลูกจิน~!! ทำไมเอา ‘ลิง’ มาทำเมียล่ะลูก~~”


...ไอ้ยูแม่งแอ็คท่าคุณนายได้แต๋วมาก...


...แต่...ใครก็ได้ บอกให้มันหุบปากที ก่อนที่ผมจะกลายเป็นฆาตกร....



“คาเมะ... มึงอยากเป็นสะใภ้อาคานิชิจนอึ้งแดกเลยเหรอวะ เฮ้ยๆ...มึงอย่าเครียดหน่า เอางี้นะ มึงปลอบใจตัวเองไปก่อน ว่า....ขนาดซินเดอเรล่ายังได้รักกับเจ้าชาย แล้วทำไมเต่ากระดองแห้งอย่างมึง ถึงจะไม่ได้รักกับท่านจินวะ…ยังไงกูก็อยู่ข้างมึงนะ...กูจะช่วยมึงเอง...” ไอ้ยู!!!!!!!!!!!!!! มึงยังกล้าทำหน้าเป็นเทพบุตรมาช่วยกูเรอะ!!!!




“เอ๊ะ...มึงแปลเต่ากระดองแห้งออกรึเปล่า เต่าที่มันแคะแกรนน่ะมึง ตัวไม่โต กระดองลีบๆ หน้าแหลมๆอ่ะ...โฮย~!! อย่าให้พูด ทำเอาเต่าเพศผู้เซ็กซ์เสื่อมกันทั้งสปีชี่ส์เลยเห๊อะ~!!!”



...มึงดูมีความรู้ทางด้าน สัตววิทยา นะไอ้ยู!!!คราวแรกก็ด่ากูว่าสมองพารามีเซียม ตอนนี้ก็มาขยายความคำว่า เต่ากระดองแห้ง~!!!...





“กูจะฆ่ามึงงงงงงงงงงงงง~!!!!!!” บังอาจหาว่ากูเป็นเต่ากระดองแห้งไม่พอ!! มึงยังหาว่ากูเป็นเต่าเซ็กซ์เสื่อม~!!!! กูมีความเป็นเต่าแค่อย่างเดียวคือนามสกุลโว๊ย~!!!~ หน้าตากูหล่อขนาดนี้!!~ เซ็กซี่ขนาดนี้!!! มึงเลยอิจฉากูมากใช่มั้ยห๊ะ!! กัดกูได้ กัดกูดี!!!




ความอดทนของผมขาดผึ่ง ถึงไอ้จินจะจับแขนผมอยู่ก็ช่าง แม่ง!! ขอให้กูได้ ‘พยายาม’ เตะมึงสักสองสามทีก็ยังดีวะ!!


“ฮ่า ฮ่า....ลูกมึงเมนท์ไม่มาเหรอจิน อารมณ์หงุดหงิดง่ายจังวะ~ มึงก็หาอาหารบำรุงให้มันหน่อยละกัน เดี๋ยวไข่ฝ่อไปล่ะแย่เลย แต่...อ๊ะๆ! หรือว่าที่เมนท์ไม่มาเนี่ย....มันเพราะ....มันเพราะ....เพราะท้อง!!!!”



ปากมึงทำด้วยอะไรห๊ะ!!!!!!!!!!




“เออ!!! กูท้อง!!! มึงอ่ะพูดมากจนกูท้องเลยเห็นมั้ย!!! เพราะงั้นมึงต้องรับผิดชอบ พรุ่งนี้มึงไปดูแลพ่อแม่ไอ้จินแทนกู!!~ ไม่งั้นมึงก็ไปตามซัมวันของไอ้จินมา!!”



“จะไปตามทำไม ก็ซัมวันไอ้จินอยู่หอนี้...อุ้บ~!!!”




...อะไรนะ!! ซัมวันของไอ้จินอยู่หอนี้!!!...O.o



ผมหันควับไปมองเรียวจัง เห็นฝ่ายนั้นถอนหายใจแล้วส่ายหน้า พอหันกลับมาที่ไอ้ยู หน้ามันเหลือแค่สองนิ้ว จมูกโตๆของมันฟีบลงเหมือนหดได้ แถมมือสองข้างปิดปากตัวเองเสียสนิท




....และเมื่อผมหันมาทางจิน....ผมก็แทบอยากจะเป็นลม...



...โอย.....พ่อกูสะบัดนิ้วกลางเดี่ยวๆแจกให้ไอ้ยู...



...มึงไม่ได้ผุดได้เกิดแน่... นากามารุ ยูอิจิ กูบอกลามึงตรงนี้เลยแล้วกัน =.=….


To Be Con
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 6



“เฮ้ย!!!...ทำไมมึงร้องไห้วะ!!! นี่รึว่า...จิน!! มึงฟันแล้วไม่รับผิ...ด.....อื้อ!!!!!!!!!!~” คำพูดของไอ้ยูยังหลุดออกมาไม่หมด เรียวจังก็จับล็อคคอปิดปากทันที



“พอดีไอ้ยูมันบอกว่าลืมของ แต่คงไม่ลืมแล้ว” อะไรของเรียวจัง เรียนมากจนเบลอรึเปล่า เดี๋ยวยูลืม เดี๋ยวไม่ลืมอะไร...



“อื้อ!!!!! อ่อยอู้!!!!!!” ความพยายามของมึงอยู่ที่ไหน เสียงปวดประสาทอยู่ที่นั่นจริงๆ ไอ้ยู



“คาเมะกับจินอยากกินอะไรรึเปล่า” เรียวจังถาม ผมก็หันไปมองไอ้คนที่ยังนั่งอยู่บนเตียง หมอนั่นส่ายหน้า ...เอ่อ...มึงไม่กิน แต่กูหิวนะครับ...




“ไอ้เรียว!! ถ้ามึงไม่ปล่อยปากกู!! กูจะเลียมือม....อึ้ง!!” ไอ้ยูยังคงพยายามงัดมือเรียวจังออกจากปากมันให้ได้ แต่ดูจะประสบความสำเร็จได้แปบเดียว เพราะมันแหกปากไม่ทันจบ มือเรียวจังก็เด้งกลับไปปิดปากมันใหม่



“เลียเลย...พึ่งขัดรองเท้ามาเมื่อกี้” โฮ...เรียวจัง....มาเหนือเมฆนะนี่...



“ไอ้เอ้ว~!!!!!!!” เห็นท่าทางดิ้นรนจะเป็นจะตายของไอ้ยูแล้วผมอดจะยิ้มไม่ได้ ...ชาตินี้ทั้งชาติ ถ้ามึงหุบปากสักวันนี่คงจะความดันต่ำ หัวใจหยุดเต้นแหงๆใช่มั้ยฟะ...



“งั้นเดี๋ยวเจอกัน” เรียวจังบอกกับผม พร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะลากไอ้เด็กนิเทศที่ดิ้นทุรนทุรายออกจากห้องไป แบบที่มีแต่เสียงมันดังอู้อี้ไปตลอดจนกระทั่งบานประตูปิดลง



ผมหันมาทางจินอีกครั้ง เพื่อจะถามว่ามันจะไม่กินอะไรจริงๆเหรอ หมอนั่นยังนั่งที่เดิม แล้วมันก็....



...ก็...ก็จ้องผมด้วย....เอ่อ...จ้อง จ้องแบบ...



...ผม...คือ...คือผมเคยคิดว่ามันตาดุนะ...ตาดุมาก....มากแบบมากที่สุด...แต่...เอ่อ...ทำไม...


...ทำไม...ทำไมสายตามันตอนนี้ถึงได้...อ่า...เขาเรียกสายตาแบบนี้ว่าอะไรกันนะ...อ่อนโยนรึเปล่า...



“เอ่อ...” ผมจะถามอะไรมันวะ ถูกมันจ้องเอา จ้องเอาแล้วลืมเลย...เอ๊ะ....แล้วนี่กูมองเพดานทำไมวะ...อ๊ะ! นิ้วกูไปแกะข้างฝาอีก...เป็นอะไรของกู ไอ้คาเมะ!!! ตั้งสติสิมึง ตั้งสติ....



“คือ....” .....พยายาม..... เอาใหม่คาเมะ...พูดให้เป็นภาษาคน…ท่องไว้...สติ....สติ...สติ...



“แกรู้ตัวมั้ยว่าเป็นคนยิ้มสวย” แล้วไอ้เวรจินก็ทะลุขึ้นมากลางปล้อง ผมเลิกมองเพดาน มือเลิกแกะข้างฝา แล้วชะงักค้างทันที



...สติกูแตกแล้ว!!!!...พ่อกูเป็นอะไรไปเนี่ย!!! อยู่ดีๆทำไมพูดอย่างงี้!!!!...



“งะ...งะ...งั้นเหรอ...ฮ่า ฮ่า...มีแต่คนบอกว่ายิ้มกวนตีนอ่ะดิ...เอ่อ...อ่า....มึ...ง....เอ่อ....แกไม่กินไรเหรอ...ฉันหิวน่ะ ว่าจะไปฝากเรียวจังสั่งข้าวก่อน ไม่รู้เรียวจังลงไปรึยัง”



“งั้นเอาอะไรก็ได้” หากเป็นทุกทีผมคงย้อนมันเข้าให้ว่า ‘อาหารชาติไหนมีเมนู อะไรก็ได้วะ มึงช่วยบอกกูหน่อยได้มั้ยว่าใส่อะไรเป็นส่วนผสมมั่ง ไอ้อะไรก็ได้ของมึงอ่ะ’



...แต่....เอ่อ....บรรยากาศแปลกๆที่เกิดขึ้นเพราะสายตามันแบบนี้ ผมไม่กล้าแหยม ขนาดจะพูดมึง พูดกู ผมยังไม่กล้าเลยเหอะ...



...ไอ้จินแม่งเป็นอะไรไปวะ เมื่อกี้ยังทำตัวอย่างกับพ่อ แล้วทำไมตอนนี้มันมามองผมแบบนี้...



...และเพราะบรรยากาศแบบนี้ล่ะ ถึงทำให้ผมต้องหาเรื่องพาตัวเองออกจากห้อง อยู่นานไม่ได้ รู้สึกวาบๆไงไม่รู้ สายตาไอ้จินแบบนี้ผมไม่ชินเลยเหอะ ทุกทีแม่งจะมองผมเหมือนผมเป็นลูกมันก็ไม่ปาน แล้วตอนนี้แม่งเสือกเป็นอะไรขึ้นมา มามองผมแบบนั้น...



...แบบที่ผมไม่กล้าคิดว่า...ว่า....เอ่อ...มันควรจะเก็บสายตาอย่างงี้ไว้มอง ‘ผู้หญิง’ ดีกว่าจะมามองผม.....



...อ้ากกกกกกกกกกกกก!!! มันไม่ได้มองกูแบบนั้น!!! ไม่!!! ไม่!! กูกับจินเป็นเพื่อนกัน เพื่อนกัน เพื่อนกัน...


...หายใจเข้าเพื่อน หายใจออกเพื่อน...เพื่อน...คาเมะ...ท่องไว้ คาเมะ เพื่อน...จินมองอย่างเพื่อน...จินมองอย่างเพื่อน...



ผมพยายามทำใจกับตัวเอง เมื่อหันหลังเดินมาเปิดประตูจะตามเรียวจังออกไป



“ทำไมมึงไม่ให้กูบอกวะ!! ว่าไอ้จินมันรั....ก.....” อ้าว....ไอ้ยูกับเรียวจังยังยืนหน้าห้องกันอยู่เลยเหรอเนี่ย... แล้วยูกำลังพูดอะไรของมัน ทำไมพอเห็นผมแล้วต้องหยุดพูดด้วยล่ะ



“อะไร จินรักอะไร...” ฮั่นแน่~!! กูได้ยินนา~....เมื่อกี้มึงกำลังพ่นอะไรออกมา....ความลับไอ้จินใช่มั้ย แบ่งมาให้กูรู้มั่งเลย!!!...



“รัก....รักต้นไม้น่ะคาเมะ” เรียวจังหันมาบอกผมแทนไอ้ยู



“ทีนี้ จินมันก็เลยจะขอปลูกต้นไม้ในห้อง...แต่ไอ้ยูไม่ยอม” ผมยิ้มกว้าง หันไปมองไอ้คนที่มันแยกเขี้ยวใส่เรียวจัง


“ไรมึง เห็นทำตัวซ่า ที่แท้กลัวต้นไม้เหรอวะ....”


“เออ กูกลัวหนอน..พอใจมั้ย ที่มึงรู้เนี่ย....กูจะบอกไรให้นะคาเมะ มีอีกหลายเรื่องที่มึงต้องรู้”



“ยู...เมื่อกี้บอกว่าหิวมากไม่ใช่เหรอ” ไอ้ยูมันทำท่าจะพูด แล้วก็ไม่ได้พูด เพราะเรียวจังพูดแทรก



...เออ...พูดถึงเรื่องหิว ผมจะออกมาฝากเรียวจังซื้อข้าวนี่นา…



“...เรียวจัง ฝากซื้อข้าวหน่อยสิ เดี๋ยวฉันล้างหน้าแล้วจะตามลงไป” เรียวจังก็แสนจะใจดีครับ รับฝากอย่างมีน้ำใจ ก่อนจะลากไอ้ยูเดินออกไป



...เอ?....แต่ผมว่าไอ้ยูมันดูจะเถียงๆอะไรกับเรียวจังไม่รู้สิ ดูมันเอาละกัน...มันเดินไป พูดไป แถมมันพูดเบาไม่สมนิสัยจอมโวยวายอีกต่างหาก...



...ผมเห็นเรียวจังส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูด แล้วไอ้ยูก็ทำหน้าเบื่อโลก...



...หรือไอ้ยูมันจะมีปัญหาวะ...แต่อย่างไอ้ยูอ่ะนะ ถ้ามันจะมีปัญหาก็คงเป็นปัญหาโง่ๆอย่างเช่น



‘พรุ่งนี้เช้า กูตื่นมา ควรจะถอดเสื้อก่อน หรือถอดกางเกงก่อนดีวะ’ ...แหงๆล่ะ ไอ้ยูน่ะ =.=…


-*-*-*-*-*-*-*-*


เย็นนั้น พวกผมยังคงพึ่งโรงอาหารของคณะนิติศาสตร์ที่อยู่ใกล้หอ ไม่ได้กินอะไรกันเป็นพิเศษหรอกนะ ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์ และอาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์จะเป็นวันหยุดกีฬามหา’ลัยที่พวกผมรอคอยก็เหอะ



“นี่คาเมะ...กูถามมึงจริงๆ...มึงเคยทำใครท้องมั้ยวะ”


ไอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!................ กูควรจะด่ามึงด้วยคำหยาบระดับไหนดีไอ้ยู!!!!!!!!!!!!!!!!.....



“คำถามมึงนี่คิดด้วยสมองแน่เปล่าวะ!!!” แต่ไอ้ยูใช่จะรู้สึกรู้สากับคำพูดของผม เพราะมันหัวเราะเอิ้กอ้าก แล้วโบ้ยไปที่โต๊ะด้านหลัง



“ยัยสาวนั่นนั่งมองมึงเหมือนจะหาพ่อให้ลูกยังไงอย่างงั้น ตอนแรกนึกว่ามองกู อุตส่าห์ส่งจูบให้ ดันเชิดใส่กูซะกลัวคอจะเคล็ด”



ผมหันไปมอง แล้วสาวน้อยหน้าใสที่นั่งโต๊ะด้านหลังก็ยิ้มบางๆให้ผมเป็นเชิงทักทาย ผมก็ยิ้มตอบ ก่อนจะหันกลับมาที่โต๊ะ กำลังจะอวดอ้างสรรพคุณความหล่อของตัวเองซะหน่อย



แต่...ยังไม่ทันจะได้พูด แม่สาวคนนั้นก็ใช้ความไวเท่ากับแรงขับเคลื่อนจรวด พุ่งพรวดจากโต๊ะที่หล่อนนั่งมายืนเกาะขอบโต๊ะผมเรียบร้อย...



...โฮย....เสน่ห์พี่มันเตะตาน้องสาวขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ...



“ขอโทษนะคะ ใช่คาเมะคุงคณะรัฐศาสตร์รึเปล่า” พระเจ้า~!! เขาเรียกผมว่า ‘คาเมะคุง’ สาวน้อยคนนี้ตาแหลมมากครับ!! เขามองเห็นความมาดแมนในตัวผม!!!



“ใช่ครับ” เอารอยยิ้มไปอีกหาบนึงเลยมั้ยน้อง~!!!...



“ขอคุยด้วยสักครู่ได้มั้ยคะ” โวๆ.....สาวๆสมัยนี้รุกเร็ว พี่คาเมะคุงตั้งรับไม่ทันครับ!!!



“แต่คาเมะยังกินข้าวไม่เสร็จ”



เอ่อ....มีใครบอกไอ้จินมั้ย ว่านอกจากมึงจะเป็น พ่อกูแล้ว มึงยังทำตัวเป็นมารในชีวิตกูอีก!!!...



...จิน....กูขอร้อง...กูอยากมีแฟน และตอนนี้ หนทางแห่งการลงจากคานก็มาทอดบันไดให้กูแล้ว...เพราะงั้น...มึงอย่าขวาง...



ผมหันไปจิกตาใส่ไอ้คนที่มันนั่งกินข้าวอยู่ข้างผมทีนึง ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้เด็กสาวตรงหน้า



“ได้สิครับ...ไปคุยกันตรงนั้นดีมั้ย” แล้วผมก็ลุกจากโต๊ะ เดินออกไปคุยอีกมุมหนึ่งของโรงอาหารอย่างเป็นการส่วนตัว มีสายตาไอ้ยูมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด



...ชะเง้อเข้าไปมึง...ชะเง้อเข้าไป...มึงคอยาวเป็นยีราฟเมื่อไหร่ มึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจะดิลิเวอร์รี่มึงถึงสวนสัตว์ให้เอง ไอ้เพื่อนยาก!!!...




ส่วนเนื้อหาที่คุยกับแม่สาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้ ผมขอไม่บอกครับ แต่ใบ้ให้แค่ว่า....มันทำเอาผมตัวลอยเลยล่า~~~ ^.^


-*-*-*-*-*-*--*


กลับถึงหอโดยปลอดภัย ด้วยสภาพจิตใจของผมที่แสนจะสุขีสโมสร พอเข้าถึงห้องได้ปุ๊บ อัตราความอยากสอดของไอ้ยูก็พุ่งพรวดแตะเส้นชัยทันที



“เขาคุยอะไรกับมึงวะคาเมะ”



มันถามเป็นคนแรก ส่วนคนอื่น...เรียวจังปิดประตูเสร็จก็เดินเข้ามายืนด้านข้างผม เตรียมฟังคำตอบเต็มที่ ส่วนไอ้จิน มันลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าผมกันเลยทีเดียว แถมกอดอกอีก



...มึงจะกอดอกเพื่อ~!!! กอดไป ทำหน้าดุไป กูก็ไม่กลัวมึง โฮะ โฮะ โฮะ....



“เขามาชวนกูไปเดทพรุ่งนี้” ผมตอบเสียงสดใส แล้วห้องทั้งห้องก็เงียบ



...ทำไมพวกมึงต้องทำหน้าอึ้งกันอย่างง้านนนนนนน~~!!! กูก็มีเสน่ห์เตะตาสาวนะโว๊ย~!!!!!...



“ชวนมึงไปเดทเนี่ยนะ!!!...ยัยเด็กนั่นเป็นเลสเบี้ยนเปล่าวะ ถึงว่าหล่อๆอย่างกูส่งจูบให้ดันไม่สน แล้วตกลงกันยังอ่ะ ว่าใครเป็นทอม ใครเป็นดี้” ไอ้ยู....ถ้ามึงหุบปาก โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้น มึงรู้สึกตัวมั้ย



“แหม....มึงอิจฉากูอ่ะดิ ไอ้ยู ทำมาเป็นล้อ.... เอาหน่า คงมีสาวตาบอดสักคน มองเห็นความดีที่ไม่มีเลยของมึงนั่นละนะ แต่อาจจะต้องรอนานหน่อย เพราะใครๆเขาก็รู้เช่นเห็นชาติมึงกันหมดล่ะว้า” แล้วผมก็ดีดหน้าผากไอ้ยูไปทีนึง



“แล้วแกจะไปกับเขาเหรอคาเมะ” เรียวจังถามผมบ้าง ส่วนท่านจินยังปิดปากเงียบ แล้วก็ทำแค่จ้องผม



...เออ...มึงจ้องเข้าไปนะ...จ้องเข้าไป ถ้ากูเกิดกลายพันธุ์เป็นปลากัดแล้วกูท้องขึ้นมา มึงต้องรับผิดชอบลูกกูทั้งครอกนะโว๊ย~!!!...




“อาฮะ...แน่สิเรียวจัง สาวมาขอทั้งทีนี่นา”



“แต่แกยังไม่รู้จักเขาเลยนะ”


“โฮย ค่อยไปรู้จักกันพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา เดทไป คุยไป กลับมานะ เรียวจังถามได้เลย ฉันรู้ทุกอย่างของแม่สาวนั่นแน่นอน” พอพูดจบ ไอ้ท่านอธิบาดีกรมสอบสวนพิเศษ ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของมัน



....ไรฟะ ไอ้จิน คุยกับกูอยู่ดีๆ แล้วมึงมาหันหลังใส่กูอย่างงี้เรอะ!!!...อ๊ะ!!! หรือว่ามึงก็เล็งสาวคนนั้นเอาไว้....



ผมเดินเข้าไปหามัน ยื่นหน้าไปวางบนไหล่ แล้วเริ่มกวนตีน



“เป็นไรไปวะจิน อิจฉากูอีกคนเรอะ มึงก็รีบไปขอซัมวันของมึงมาเป็นแฟนดิ แล้วเดี๋ยวกูจะจัดโปรแกรมทริปเปิ้ลเดทเลย มีคู่กู คู่มึง คู่เรียวจังด้วย ส่วนไอ้ยูปากหมาเหลือเดน ไม่มีใครเอาอยู่แล้ว คงไม่มีปัญญาจะไปดง ไปเดทอะไรกับใครหรอก”



“จะให้ขอเขาแบบไหนล่ะ กระทั่งใจเขา ฉันยังไม่เคยรู้”



เอ่อ...มึงเครียดเหรอ....ทำไมมึงต้องเครียดแบบนั้นอ่ะ กูแค่พูดเล่นๆเองนะ



...หรือว่า เรื่องที่ผม (จะ) มีแฟน ไปกระตุ้นต่อมอะไรมันงั้นเหรอ แบบว่ามันรักของมันมานานกว่า แต่ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกันซะที แล้วผมก็ดันมามีแฟนเร็วตัดหน้ามัน มันก็เลยชี้ช้ำงั้นสิ...



“เอาหน่า....มึงเคยลองถามซัมวันของมึงดูรึยังล่ะ เขาอาจจะตอบตกลงเป็นแฟนกับมึงก็ได้นะ” ผมเอาหน้าออกมา แล้วตบไหล่มันแทน




....ไอ้จินมันคงรักของมันมาก ไม่งั้นมันคงไม่เครียดแบบนี้... มันเครียดกับความรักของมันมากขนาดนี้เลยเหรอ ซัมวันของมันคงเป็นคนที่โชคดีมากแน่ๆเลยเนอะ คงถูกมันรักมาก เอาใจมาก



...บางที ถ้าผมได้เป็นซัมวันของมัน ก็คงจะดีสินะ ไอ้จินน่ะมันเป็นจริงจัง และก็มั่นคงมากด้วย ถ้าได้คนรักแบบจิน ก็คงดี



..ซัมวันของจิน เป็นคนที่โชคดีมากๆเลยเนอะ...



..เอ๊ะ!!!!...คาเมะ!!! จะไปอยากเป็นทำไมวะ ซัมวันของไอ้จินน่ะ!!! มึงเป็นผู้ชาย ไอ้จินก็ผู้ชาย ผู้ชายกับผู้ชายรักกันได้ที่ไหนเล่า!!!! กลับมา กลับมา!!! มึงอย่าคิดไกล!!!...



จินมันนิ่งไปนาน ก่อนจะหันมามองผม ไม่ได้หันมาแค่หน้านะครับ แต่หันมาทั้งตัว แถมสายตามันนี่....


....สายตามันไม่ได้อ่อนโยนแบบตอนก่อนลงไปกินข้าว แต่กลับโหยหาอะไรบางอย่าง คาดหวังอะไรบางอย่าง และเจือไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ผมไม่เคยสังเกตเห็น



...เป็นสายตาที่ทำเอาผมวูบไปทั้งหัวใจ...



“รู้สึกยังไงกับฉัน”



อะไรนะ....จินมันถามอะไรผมน่ะ ทำไมมันถึงถามผมแบบนี้ ทำไมมันถึงถาม ทั้งๆที่มันต้องถามคนของมันต่างหาก...



....แล้วมันมาถามผมทำไม ผมเป็นเพื่อนมันนะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอจิน...



...ไม่จริงหรอกใช่มั้ย มึงน่ะ ไม่ได้คิดกับกูแบบที่....แบบที่ไอ้ยูมันล้อบ่อยๆหรอกใช่มั้ย...กูกับมึงสนิทกันออกนี่นา มึงจะมา....


ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังขยับเท้าถอยหลังออกมา สายตายังจับจ้องที่หน้ามัน และสมองยังมึนตึบ



“เฮ้ย!!~ คาเมะ มึงก็ตอบจินมันไปดิ มึงลองตอบว่าชอบก่อนก็ได้ จินมันจะได้รู้ว่า ถ้าซัมวันชอบมัน มันจะรู้สึกแบบไหน แล้วเดี๋ยวอีกรอบ มึงก็ค่อยบอกว่าไม่ชอบ ดีมั้ยวะจิน มึงลองทั้งสองคำตอบเลย จะได้ทำใจไว้ก่อนไง”



ไอ้ยูมันตะโกนขึ้นมา ให้ผมต้องสะดุ้งเฮือกหันไปมอง ไอ้บ้านั่นยังยิ้มกว้าง แล้วกระโดดมายืนโอบไหล่ไอ้จิน



“เอ้า!! เอาดิคาเมะ มึงเป็นคู่ซ้อมให้จินหน่อย ถือว่าทำบุญให้กับคนไร้ประสบการณ์ไงมึง....เอาดิ!! มึงคงไม่อยากให้กูกับเรียวเป็นแสตนอินแทนซัมวันของไอ้จินหรอกนะ คิดสภาพพวกกูหน่อย ตัวอย่างกับควายให้มายืนบิดซ้าย บิดขวาตอนถูกมันสารภาพรัก...ไม่สงสารกู ก็สงสารเจ้าที่หน่อยมึง...เดี๋ยวท่านจะป่าราบกันซะหมด”



...ไอ้ยูนี่ ผีสาง มันก็เอามาเล่นได้ ระวังตัวเถอะมึง...



...เฮ้อ...สรุปว่า ที่ไอ้จินมันถามแบบนั้น เป็นเพราะมันต้องการหาคู่ซ้อมใช่มั้ย ค่อยยังชั่วแหะ ถึงจะแอบรู้สึกแปลกๆ คล้ายๆจะเสียใจนิดๆเถอะ...



ผมเงยหน้า เตรียมจะแสดงละครเต็มที่ เอาให้สมบทบาทกันไปเลย แต่ก็ต้องพูดไม่ออก เพราะสีหน้าเก็บไม่มิดของไอ้คนสองคนที่มันยืนอยู่ตรงหน้า



...ทำไมไอ้จินต้องทำหน้าเสียใจแบบนั้น แล้วแขนไอ้ยูที่โอบไหล่จินไว้ ก็ไม่ใช่โอบเฉยๆเหมือนหยอกเล่น แต่มันตบเบาๆด้วย เหมือนจะปลอบอยู่ในที



...ทำไมยูต้องปลอบ จินเสียใจเรื่องอะไร...



ไอ้ยูมันหันมามองหน้าผม แล้วสีหน้ากับแววตาก็เปลี่ยนเป็นเริงร่าทันที



“ไอ้จินแม่ง!! บิ้วท์อารมณ์อยู่ มึงรอหน่อยนะ...ไอ้จินเร็ว...มึงดู ไอ้คาเมะอยากช่วยมึงเต็มที่แล้วเนี่ย” เหรอ ที่จินทำหน้าเศร้า เพราะมันกำลังจะบิ้วท์อารมณ์ใช่มั้ย...



“ฉันจะเข้าห้องน้ำ” แล้วไอ้คนที่มันกำลังบิ้วท์อารมณ์ ก็เดินผ่านผมไปเลย ผมหันมาทางไอ้ยู เห็นสีหน้ามันเริ่มเสีย



“จะบิ้วท์อารมณ์นี่ต้องใช้ ชักโครก กับฝักบัวเป็นพยานด้วยเหรอมึง” ผมถามมัน ไอ้ยูมันเงียบ ก่อนจะยิ้มกว้าง



“โฮย มึงก็รู้ ไอ้จินมันเข้าใจยากแต่ไหนแต่ไร มึงอ่ะ มานี่กะกูดีกว่า กูมีหนังโป๊แผ่นใหม่ เด็ดสุดยอด~!!! เอาคอกูเป็นประกัน”




แล้วคืนนั้นทั้งคืน ผมก็ต้องนั่งฉลองหนังโป๊แผ่นล่าสุดกับไอ้ยู ส่วนไอ้จินออกจากห้องน้ำด้วยสภาพเปียกสุดๆ ผมเห็นมันไม่พูดอะไร เดินไปเปิดคอมเล่น ก็เลยไม่เซ้าซี้มันอีก มันคงยังเฮิร์ทเรื่องซัมวันของมันล่ะมั้ง...




กว่าผมจะได้หลับได้นอน ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่า ...ตื่นเช้ามา แล้วหน้ากูโทรม หมดหล่อ สาวไม่หลง มึงเอาคอมึงรองตีนกูได้เลยไอ้ยู!!!!...



ในช่วงใกล้จะหลับสุดขีดนั้น เหมือนมีคนบางคนมายืนอยู่ข้างเตียง ก่อนที่ใครคนนั้นจะเดินไปคุยกับใครอีกคน แบบที่เสียงดังแว่วๆ ได้แต่ลอยเข้าหูซ้าย แล้วทะลุออกหูขวาของผม



“ขอบใจว่ะ ถ้ามึงไม่ขัด มันคงหนีกูไปแล้ว”



“เฮ้ย มึงอย่าเพิ่งคิดมาก กูว่ามันยังทำตัวไม่ถูก แล้วมันก็ไม่เคยรู้ตัวด้วย พอมึงมาบอกมันตรงๆแบบนั้น เป็นใครก็ช็อค แล้วที่มันส่ายหน้า ก็อาจจะไม่ได้หมายความว่ามันปฏิเสธมึงเสียหน่อย”



“ไม่ปฏิเสธกู แต่ก็รับความรู้สึกกูไม่ได้”



-*-*-*-*-*-*-*-*



“ตายห่า~!!!!!!!!” เช้าวันต่อมา ผมตื่นเพราะเสียงปลุกอย่างสุภาพจากไอ้ยูที่มันตะโกนลั่นจน นางฟ้านางสวรรค์ในฝันผมกระเจิดกระเจิงกันไปหมด



...มึงเป็นอะไรของมึงห๊า!!!!!!!! พูดจาอะไรให้มันเบาๆหน่อยได้มั้ย!!! เกรงใจกูมั่ง!!! กูนอนอยู่!!!!...



“คาเมะ!! มึงตื่นเร็ว!! น้ำท่วมห้องแล้วมึง!!!!!!!!!!!” เสียงไอ้ยูยังโหวกเหวก ให้ผมต้องเอาหมอนขึ้นมาปิดหน้า



...น้ำท่วมห้องก็ช่างเด๊~!!!~ กูไม่ใช่ลูกช่างประปานะโว๊ย!!! มึงจะมาแจ้งกูเพื่อ!!!...



“ไอ้คาเมะ!!!! มึงอยากให้ห้องกลายเป็นทะเลใช่มั้ยห๊ะ!!!! มึงสัตว์น้ำ กูรู้มึงชอบ แต่กูเป็นคน เป็นสัตว์บก กูไม่ชอบโว๊ย!!!” มึงจะตะโกนะอะไรหนักหนาห๊ะ!!!!!!



...ผมลุกพรวดจากเตียง กวาดตามองรอบห้องไม่เจอรูมเมทสักคน ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลโจ๊กในห้องน้ำ เลยเดินตรงดิ่งไปหา กะจะไปด่าให้ถึงที่ โทษฐานปลุกผมขึ้นมา แต่พอไปถึงแล้วก็ต้องตาโต



“เฮ้ย!!!” ผู้ชายตัวโตๆสามคนกำลังแออัดกันอยู่ในห้องน้ำ และมะรุมมะตุ้มอยู่กับสายน้ำที่พุ่งพรวดออกมาจาก อะไรสักอย่างที่คิดว่าไม่กี่วันก่อน มันยังคงมีสภาพเป็นฝักบัว




“มึง ‘เฮ้ย’ แล้วกระดิกตัวด้วย!!! อย่ายืนเฉยไอ้คาเมะ!!! มึงไม่เห็นรึไงว่าฝักบัวเจ๊งเนี่ย!!!” ไอ้ยูยังแหกปากประหนึ่งว่าโลกกำลังจะแตก ผมเลยรีบไปหาผ้ามาเช็ดพื้นหน้าห้องน้ำที่เจิ่งนองเลอะเทอะไปหมด



....ตาย ตาย ตาย น้ำออกไปกี่ลิตรแล้วเนี่ย!!!...เดือนนี่ค่าน้ำอ่วมแน่...




“ทำไมเป็นงี้ได้วะ เมื่อคืนกูอาบคนสุดท้าย มันยังดีๆอยู่เลย” ผมบ่นเล็กน้อย ประสาคนขอให้ได้พูด



“ตื่นเช้ามาก็พูดเลยเหรอ มึงกูเนี่ย” เอ่อ....ไอ้จิน...มึงช่วยแหกตานะ แหกตากว้างๆ~~....



...มึงแหกตาดูซิ!!! นี่ใช่เวลาที่มึงควรจะมาอบรมมารยาทผู้ดีให้กับกูมั้ยห๊า!!!!!!....



“กูนี่ล่ะทำเอง” ไอ้ยูเป็นคนสารภาพ



“มึงอาบยังไงของมึงวะ อาบไป แทะฝักบัวไปรึไง”



“เปล่า...กูอาบไป งัดไปต่างหาก ก็มือกูว่างนี่หว่า ใครจะไปรู้ว่าของมันกะหลั่ววะ แม่ง!! หลุดติดมือกูออกมาทั้งดุ้นเลย เฮ้ย!! เอางี้ดีกว่า มึงกับไอ้จินคอยเช็ดน้ำไปนะ เดี๋ยวกูกับไปเรียวจะไปซื้ออุปกรณ์ช่าง”




“ทำไมไม่ตามคนคุมหอ” ไอ้จินถาม ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย ปกติแล้ว ถ้าห้องมีปัญหาอะไร เขาจะให้ตามคนคุมหอมาช่วยดูให้



“ช่วยคิดหน่อยมึง....ช่วยกันคิดหน่อย ไอ้พ่อลูกคู่นี้นี่มึงมีหัวสมองเท่าพารามีเซียมเปล่าวะ....สมแล้วที่เกิดมาเป็นพ่อลูกกันนะพวกมึง...ตามคนคุมหอมาก็โดนด่าดิ!! แถมจะเสียค่าปรับด้วยเหอะ ถูกลงบันทึกว่าทำลายทรัพย์สินหออีกต่างหาก รับรองเลย เทอมหน้าถูกเตะกระเด็นออกจากหอทั้งสี่คนรวด!! ไปไอ้เรียว”



...โฮ~!!! ได้ข่าวว่ามึงเรียนนิเทศ แต่ด่าอย่างเด็กสายวิทย์ ‘หัวสมองเท่าพารามีเซียม’ ไรของมึง!!!!...



...กูเรียนรัฐศาสตร์ พารามีเซียมไม่รู้จักโว๊ย!!!!!....ถ้าพาราเซตามอลล่ะรู้จัก เพราะกูกินประจำเวลาปวดหัวกะปากมึง!!!



ไอ้ยูมันลากเรียวจังออกจากห้องไปแล้ว เหลือผมกับไอ้จินจัดการกับท่อน้ำเจ้าปัญหาอย่างจนปัญญา



“เอาผ้ามามัดจะอยู่มั้ยวะ” ตอนนี้ผมเปียกไปทั้งตัว เหมือนอาบน้ำเลย ผมเผ้าเสื้อผ้างี้ ไม่มีส่วนไหนแห้งเลยสักส่วนเดียว น้ำหยดติ๋งๆเลยอ่ะ



“อ้าว น้ำหยุด?” ครับ ตอนที่ผมกำลังตัดสินใจจะออกไปหาผ้ามามัด ไอ้น้ำที่พุ่งอย่างกับน้ำป่าทะลักก็ดันหยุดไหลซะดื้อๆ มันหยุดไปเลย....หยุดเหมือนมันไม่เคยไหลมาก่อน....



“อะไรของมันวะ คิดจะหยุดก็หยุด” ผมบ่น แล้วหันไปทางไอ้จิน หมายจะขอเสียงสนับสนุน ในการบ่นไปด้วย แต่ไอ้จินเงียบ



....มึงจะเงียบทำไมของมึง.... นี่กูมีรูมเมทเป็นคนนะ ไม่ใช่หุ่นกระบอก... ช่วยโต้ตอบกะกูหน่อย...




“เดี๋ยวไปเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน แกแปรงฟันรอไปก่อน” มันว่าอย่างนั้น แล้วเดินออกจากห้องน้ำทันที



…ทำไมกูต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยวะ ปกติวันหยุดกูก็ใส่ชุดนอนอยู่หอนี่หว่า แล้วค่อยอาบน้ำทีเดียวตอนเย็น....



ผมก้มลงมองตัวเอง ไม่เข้าใจว่าไอ้จินจะให้เปลี่ยนเสื้อผ้าทำไม แล้วพอเห็นตัวเองเท่านั้นล่ะ ผมก็ถึงกับตาโต




...โฮย...ชุดนอนเปียกหมดเลยอ่ะ!! เห็นถึงพุงเลยนะเนี่ย!!!...



ระหว่างรอไอ้จินเอาเสื้อผ้ามาให้ ผมก็แปรงฟันรอมัน ไอ้บ้านั่นก็หายไปนานเชียว กว่าจะเอาเสื้อผ้ามาให้ผมได้ ผมงี้รอซะแง็ก...



“เอ้า” กว่าจะมาได้นะมึง....ไม่ให้กูออกไปหาเองเลยล่ะ.... หนอย~!!! นี่มึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว มึงค่อยเอาเสื้อผ้ามาให้กูเรอะ!!!!...ปล่อยให้ท่านคาเมะรอนี่มึงช่างกล้านะ!!!



ไอ้จินมันยื่นเสื้อผ้ามาให้ผม แต่มันดันไม่มองผมเลย



...มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย... อ๊ะ อ๊ะ...หรือว่า มึงอิจฉาหุ่นกูใช่มั้ยจิน...เสื้อเปียกๆอย่างงี้ มึงคงมองทะลุถึงหุ่นอันเซ็กซี่ของกูล่ะซี่~~...



ลองมันอิจฉาอย่างงี้ คงต้องมีการแกล้งกันบ้าง ผมไม่ยอมรับเสื้อจากมัน แต่ลงทุนถอดเสื้อที่ใส่อยู่ โชว์หุ่นให้มันเห็นเป็นบุญตาซะเลย~~



...อ้วนๆอย่างมึงคงไม่รู้จักล่ะซี่...ซิคแพคที่หน้าท้องเนี่ย...เดี๋ยวกูจะให้มึงดูซิคแพคเล็กๆน่ารักของกู โฮะ โฮะ โฮะ...



“เฮ้ย!!!” ไอ้จินมันร้องตาโต หน้าตาหูเหอแดงเถือก ผมหันไปยิ้มหวานใส่มัน แล้วยักคิ้วอีกที ก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขน หัวเปียกๆถูกับไหล่มัน



“ไงล่า~~ ชอบเปล่า...หุ่นกูเนี่ย” ผมถามมัน แล้วเงยหน้ามอง



...ทีนี้เห็นผลเลยครับ ไอ้จินไม่หน้าแดงอย่างเดียว แต่มีน้ำแดงๆไหลออกจากจมูกมันอีกต่างหาก O.O...



“จิน!!!~ มึงเลือดกำเดาไหล!!!!” ผมบอกมันเสียงลั่น แล้วความโกลาหลของคนป่วยเลือดกำเดาไหล และพยาบาลจำเป็นอย่างผมก็เกิดขึ้นในวันป่วนๆวันนี้



....วันที่ผมลืมไปซะสนิทว่ามีนัดเดทกับสาวน้อยคนเมื่อวาน =.= ...แหะ แหะ...



-*-*-*-**-*--*



ผมลากไอ้จินออกจากห้องน้ำ บังคับให้มันนอนหนุนตักผม มีหมอนอีกอันวางรอง ตอนแรกมันจะไม่ยอม แต่ผมกดหัวมันลงมาจนได้



“จะได้หายกัน ตอนกูป่วย มึงอุตส่าห์ดูแลกู ตอนนี้ มึงเลือดกำเดาไหล เดี๋ยวกูดูแลมึงเอง” ผมก้มลงบอกคนที่นอนหงายหน้าอยู่บนตักผม



“ทำไมถึงชอบพูดมึงกู” ....ไอ้จินเอ้ย~!!! บรรยากาศกำลังดีๆ มึงนี่ชวนคุยแต่เรื่องเซ็งๆอีกแหล่ะ...



“ก็...ผู้ชายเขาก็พูดอย่างงี้กันทั้งประเทศ มึงเองก็พูด มึงกู กับไอ้ยูไม่ใช่รึไง”



“ไม่เหมือนกัน”



“ไม่เหมือนกันได้ไง” ผมก้มหน้าลงถามมากกว่าเดิม แล้วสายตาที่มันใช้มองผมก็ทำเอาปากผมขยับอะไรไม่ออกอีก



...ทำไมพักหลังๆ ผมถึงได้รู้สึกว่ามันมองผมแบบนี้บ่อยขึ้นกันนะ...สายตาแบบนี้น่ะ ไอ้จินเคยใช้มองเรียวจังกับไอ้ยูบ้างรึเปล่า...



“แกกับไอ้ยูไม่เหมือ....”




--R R R R—เสียงโทรศัพท์แผดลั่นก่อนที่ไอ้จินจะพูดจบ ผมหันไปคว้ามือถือที่โต๊ะหัวเตียงมาดู



...อ๊ะ!!! สาวน้อยคนเมื่อวานโทร.มานี่หว่า... ผมรีบรับ เธอถามผมว่าผมอยู่ที่ไหนแล้ว ผมเลยบอกความจริงว่าคงไปไม่ได้ เพราะที่ห้องมีปัญหา ท่อน้ำแตก แล้วเพื่อนก็ป่วยเล็กน้อย (เลือดกำเดาออกก็ถือว่าป่วยครับ ฮ่า ฮ่า) เจ้าหล่อนถึงกับร้องลั่น ส่งเสียงวี้ดว้ายไม่พอใจ ผมก็ถูกด่าไปตามระเบียบ



“เขาว่าไง” ไอ้คนที่หนุนตักเอ่ยปากถาม



“โดนด่าเช็ดอ่ะดิ เห็นหน้าหวานๆยังงั้น ด่าทีลืมเลยนะเนี่ย” ผมบ่นกับมันหน้างอ ลองขี้บ่นด่ากราดอย่างงี้กันตั้งแต่ยังไม่เป็นแฟนนี่อันตรายครับ ไม่รู้เป็นแฟนกันไปจะได้คนรัก หรือได้แม่



“เฮ้ย! จิน แกมีไฝใต้ตาด้วยเหรอวะ เท่ห์ดีอ่ะ” ตอนที่ก้มลงตอบ ผมดันเหลือบเห็นเม็ดสีดำเล็กๆใต้ตามัน


“จิ้มดูได้มั้ย” ผมถาม ไอ้จินหัวเราะ ซึ่งผมถือว่าเป็นการอนุญาต ผมก็จิ้มครับ ก้มลงไปมองมากกว่าเดิม



“คาเมะ” ผมละสายตาจากไฝไปมองตามัน แล้วตอนนั้นเอง ผมถึงได้รู้สึกตัวว่าผมก้มลงมาใกล้มาก มากเสียจนปลายจมูกผมชนอยู่กับหน้าผากมัน



“อะ....อึดอัดเหรอ โทษที” รีบดึงตัวเองออกมา แล้วหัวเราะกลบความรู้สึกแปลกๆที่วิ่งวนอยู่ในหัวใจของผมเอง



...ผมเป็นอะไรไปเนี่ย...ทำไมถึงได้รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าเลยวะ หรือผมจะเขินมัน...อ๊ะ...ผมจะเขินมันทำไม ผมเป็นผู้ชาย มันก็ผู้ชาย....



“แก้มแดงเชียว เป็นอะไร” เอ่อ...จิน...มึงถามอย่างเดียวได้มั้ย ไม่ต้องยกมือขึ้นมาแนบหน้ากู....




...สถานการณ์มันน้ำเน่าชวนหัวใจวายว่ะ!!!....



และถึงผมจะคิดอย่างงั้น แต่ก็ไม่กล้าพอจะปัดมือมันออก เลยปล่อยให้ไอ้บ้านั่นลูบหน้าผมไปเรื่อย...



...ลูบเข้าไปมึง ลูบเข้าไป ถ้ามีทองหลุดออกมาสักแผ่น กูขอส่วนแบ่งด้วย โอเคมั้ย...



“มึง...มึงเลือดหยุดแล้วก็ลุกดิ กูหนัก”



“ไม่” ...อ้าว~~....ไหงตอนแรกมึงไม่อยากนอน พอตอนนี้กูให้ลุก เสือกไม่ลุก...กวนนะมึงนี่ ไอ้จิน!!...



“ถ้าพูดดีๆไม่ได้ก็ไม่ลุก” วะ!! ตามใจมึงเดะ!!~ มึงจะนอนก็เรื่องของมึง!! แต่กูไม่ให้โอกาสมึงลุกแล้วนะ!!!



“ดี” ผมเอี้ยวตัวไปคว้ารีโมทโทรทัศน์ กับรีโมทเครื่องเล่นซีดีมา




...รู้สันดานไอ้ยูครับ ไอ้บ้านั่นเวลาจะปิดโทรทัศน์ที เล่นกดจากรีโมท เครื่องเล่นซีดีก็ด้วย ได้ข่าวว่าของเรียวจัง แต่ตั้งแต่เรียวจังขนมา ไม่เคยได้ใช้ดูอะไรมีสาระเลย ไอ้ยูยึดตลอด~~



...แล้วแม่งไม่ยึดเปล่า มันทำตัวประหนึ่งเจ้าของเครื่อง เพราะดูหนังโป๊เสร็จ มันก็ค้างแผ่นไว้ในเครื่อง



มันว่า ... เผื่อกูอยากดูอีก ได้ไม่ต้องใส่ใหม่.... แต่มึงสำเหนียกบ้างมั้ย!!!~ ว่าเครื่องไม่ใช่ของมึงงงงงงงงงงงงง!!!!!....



กลับมาที่เดิมครับ เพราะสันดานไอ้ยูเป็นอย่างงั้น และเมื่อคืนมันก็เป็นคนดูโทรทัศน์คนสุดท้าย เพราะงั้น ถ้าเปิดโทรทัศน์ แล้วกดเพลย์เครื่องเล่นซีดี ทุกท่านก็จะได้พบกับหนังโป๊สุดที่รักของไอ้ยูมัน



“คาเมะ!!!” ไอ้คนหนุนตักมันดุลั่น เมื่อสาวสวยนมโตและชายหนุ่มอีกหนึ่ง กำลังครางอู้อ้าอยู่บนจอ



...เชิ๊ญ~~ มึงจะดุไรก็ดุเลย มึงดุทีนึง ก็จะกดเพิ่มวอลุ่มเสียงทีนึง...ดีเปล่า~~~....



“ชอบดูนักเหรอ หนังแบบนี้น่ะ” อ๊ะๆ เสียงมึงเหมือนจะดุอยู่น้า งั้นเอาวอลุ่มเพิ่มอีกสักหน่อย....



“คาเมะ!!!” ดุอีก งั้นมึงก็เอาไปอีกละกัน...แหม สาวในทีวีนี่ร้องดังได้ใจโคตรๆ~~...



“คาเมะ!!!!!!” คราวนี้ไอ้จินไม่ดุเปล่า แต่มันลุกพรวดขึ้นมาคร่อมผมไว้ แล้วยื่นมือจะแย่งรีโมทจากมือผมให้ได้ ผมก็ชูสุดแขนสิครับ!! แต่ตัวไอ้จินที่กดทับลงมาบนตัวผมน่ะ หนักมากจนทำให้ผมหงายหลัง



--โป้ก!!!—“โอ้ย!!!! หัวกู!!!” หัวกูโขกกำแพงเต็มๆเลย!!! เจ็บ!!!!!!!!!!!!!!....


“คาเมะ!!” ไอ้จินหยุดแย่งทันที มันรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วดึงผมนั่งตามมัน ก่อนจะกดหัวผมลงมาดู


“เลือดออกมั้ยวะ โอ้ย!!!! มึงจะกดทำไม!!!!!” ไอ้จินแม่ง!!! กดตรงไหนไม่กด!!~ นั่นน่ะ!! มันที่กูเจ็บอยู่พอดีเลยนะ!!!



“วะกับโว๊ยก็ด้วย เป็นโรคอะไรหึ ทำไมพูดแต่ละที ถึงพูดเพราะๆไม่ได้” แล้วมึงเป็นโรคอะไรชอบมาจ้ำจี้จ้ำไชกับกู!!!!



ผมเงยหน้ามองมันตาขุ่น กูเจ็บจะตายห่า มึงยังบ่นกูอยู่ได้



“ไหน ก้มลงมา จะดูให้” จินมันกดหัวผมลงอีกรอบ แล้วมันก็เริ่มแหวกผมไปทางซ้ายที ขวาที



“ผมยุ่งหมดแล้ว” ผมบ่นหงุงหงิง อารมณ์เสียนี่นา เจ็บตัวอ่ะ



“ห่วงอะไรไม่เข้าเรื่อง หัวโนขนาดนี้ ยังกลัวผมยุ่งอีก” เอ้า!!! ดุกูอีก!!!...มึงไม่ดุกูสักวันนี่ขาดใจตายใช่มั้ย!!!...



“ค้อนกับตะปูมาแล้วโว๊ย!!!!” เสียงดังมาก่อนตัวอย่างงี้ ไม่ต้องทายใช่มั้ยว่าใคร ไอ้ยูเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้อง แล้วมันก็แหกปากเสียงดังกว่าเดิม



“เฮ้ย~!! นี่มึงรักกันมากถึงขนาดหาผมหงอกให้กันแล้วเหรอวะ!!! กูให้อยู่สองคนนี่ไม่ได้เลยนะ จีบกันตลอด พออยู่กับพวกกูล่ะทำเป็นกัดกัน แม่ง!! แล้วเป็นไง พวกมึงท้องยังล่ะ ปีหน้ากูต้องซื้อตำราเลี้ยงเด็กมาช่วยพวกมึงเลี้ยงลูกมั้ยวะ”



…รู้มั้ย ตอนแรกที่ไอ้ยูมันล้อผมอย่างงี้นะ ผมไล่เตะมันซะหอแทบแตก แต่จากนั้น ก็ไม่ได้มีแค่วันเดียวที่ถูกล้อ จากหนึ่งวัน กลายเป็นหนึ่งสัปดาห์ แล้วก็กลายเป็นเดือน จนกลายเป็นเทอม...



...ผมก็เริ่มชิน ช่างแม่ง อยากล้ออะไรกูก็เชิญ เห็นผู้ชายหน้าตาดีอย่างกูเป็นไม่ได้ โรคอิจฉาแม่งกำเริบ เลยจับกูคู่ไอ้จินมันซะเลย เดี๋ยวล้อเป็นลูกบ้าง ล้อเป็นเมียบ้าง ผมกำลังรออยู่เนี่ย ว่าเมื่อไหร่ไอ้ยูจะล้อว่าผมเป็นแม่ไอ้จินมันสักที =.=




“งั้นมึงซื้อเปลมาก่อนอย่างแรก ไอ้จินใกล้คลอดในเร็ววันนี่ล่ะ” ผมต่อท้ายให้




“ปากดีคาเมะ” ...อ้าว แล้วใครมันปากดีกับกูก่อน นู่น~! ไอ้ยูใช่มั้ย ทำไมมึงไม่ด่าไอ้ยูหึ!!!...



“แล้วไหนอุปกรณ์ช่างของมึง ค้อนกับตะปูเนี่ยนะที่มึงลงทุนทิ้งกูกะไอ้จินออกไปหา” ผมถามแล้วโบ้ยไปที่ค้อนกับตะปูในมือไอ้ยู



“โฮย~!! มึงอย่าดูถูกนะโว๊ย~!! กว่ากูกะไอ้เรียวจะหาได้นี่เดินกันขาแทบลาก มึงสองคนน่ะสบายสุดแล้ว นั่งรอให้ห้อง จีบกันไป จีบกันมา ไปไอ้เรียว...ไปซ่อมกัน แล้วมึงสองคนอย่าพึ่งสลายตัว บ่ายนี้ไปเที่ยวกะกู”



“เที่ยวไหนวะ ห้างแถวนี้กูเดินจนปรุหมดแล้วนะ”



“เออหน่า!! ไอ้เด็กขี้สงสัย!! มึงไม่รู้สักเรื่องเหอะ!! อ๊ะ!!~ แต่มึงก็ไม่เคยรู้อะไรอยู่แล้วอ่ะนะ โง๊~~ โง ตลอดล่ะมึงอ่ะ” อ้าว!!! ด่ากูอีก!!!



หลังจากนั้นไอ้ยูกับเรียวจังก็เข้าไปซ่อมฝักบัว ได้ยินเสียงค้อนแค่สองโป้ก แล้วมันก็เดินหน้าแฉล่มออกมาบอกว่า



‘เสร็จแล้ว’ ผมก็เข้าไปอาบน้ำ ไม่รู้ไอ้ยูมันซ่อมยังไงของมัน ไม่เห็นจะมีตะปูสักตัวบนผนัง...เออๆ ช่างแม่ง ไอ้จินมันยิ่งเร่งๆอยู่ ไอ้บ้านั่นก็ไม่รู้จะเร่งอะไรนักหนา....




...พ่อมึงชื่อเร่งรึเปล่าวะห๊ะ!!!!...



แล้วเที่ยงนิดๆ ไอ้ยูก็นำพวกผมออกจากหอ มันพาไปกินข้าวที่ร้านเล็กๆใกล้มหา’ลัย อาหารอร่อยใช้ได้เลยล่ะ



“อร่อยมั้ยมึง ร้านนี้กูพาสาวมากินสัปดาห์ก่อน” ดูมันอวด ดูมันอวด ได้ข่าวว่าสัปดาห์ก่อน มึงยังหัวหมุนเพราะเรื่องสอบอยู่เลย มึงมีปัญญาอะไรมาพาสาวมึงมากินข้าววะ



“แค่นี้เหรอ ที่มึงจะพามา”



“แหม...มึงคิดว่าอย่างท่านยูจะทำได้แค่นี้เหรอวะ กูมีเด็ดกว่านั้น...” ไอ้ยูมันทำหน้าเจ้าเล่ห์




“มึงชอบแน่ไอ้คาเมะ แต่พ่อมึงอาจไม่ชอบ” ไอ้ยูมันว่าอย่างงั้นแล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกที




....ไม่เห็นต้องให้กูทาย ก็ถ้าอะไรที่กูชอบ พ่อกูก็ไม่ชอบทั้งนั้นล่ะ ไม่งั้นมันจะดุกูทุกวันรึไง...



...อยากรู้กันแล้วล่ะซี่~~ ว่าที่ที่ไอ้ยูจะพาไปคือที่ไหน....แฮ่ม~!!! ผมก็อยากรู้คร้าบบบบบบบ~!!!!!



-*-*-*-*-*-*-*-*



“ไอ้ยู!!!!!!!!” แหะ แหะ ไอ้ยูมันทายผิดครับ ที่บอกว่าพ่อผม ‘อาจไม่ชอบ’ น่ะ ความจริงแล้วไม่ใช่ แต่ไอ้จินมัน ‘ไม่ชอบมากกกกกกกกกกก’



ก็ที่ที่ไอ้ยูพามาน่ะ มันเป็นคลับน่ะสิ!! ถึงจะเป็นคลับที่วัยรุ่นเข้าได้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ทั้งเหล้า ทั้งเบียร์พร้อมสรรพครับ



“เฮ้ย!! จิน มึงอย่าว่ามันหน่า เที่ยวเอาประสบการณ์” ผมหันไปบอกไอ้คนที่หน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนจะหันมาทางไอ้ยูอีกครั้ง



“แล้วที่นี่เปิดตั้งแต่กลางวันเลยเหรอวะ”


“ใช่ แล้วปิดตอนเที่ยงคืน พอเที่ยงคืนปุ๊บ จากคลับวัยรุ่นจะกลายเป็น....” ไอ้ยูมันทำท่ากระซิบกระซาบ ป้องปากเหมือนจะพูดเสียงเบา แต่ได้ยินกันทั่ว =.=...



“เขาว่ากันว่า พอตอนเที่ยงคืน จะกลายเป็น บาร์เกย์” …เฮ้ย!!! O.O จริงอ่ะ!!




“แหม...มึงอยากมาล่ะซี่ ไอ้คาเมะ...โน โน...ตอนกลางคืนจะเข้าได้เฉพาะอายุยี่สิบขึ้นว่ะ มึงก็รออายุถึงก่อน แล้วทำหนังสือขอคำอนุญาตจาก ‘พ่อมึง’ ด้วย” แล้วไอ้ยูมันก็โบ้ยไปที่ไอ้คนหน้าบูดที่ยืนด้านหลังผม



...เฮ้ย!! หันไปคุยกับไอ้ยูแปบเดียว ทำไมไอ้จินมีสาวตอมเยอะขนาดนี้เลยวะ!!!!...



ผมกับไอ้ยูเหลือบมองกัน ก่อนไอ้ยูจะทำท่ากระซิบกระซาบอีกครั้ง



“ผู้หญิงพวกนี้ไม่รู้จักคำว่าตายเปล่าวะคาเมะ พ่อมึงปล่อยรังสีขนาดนั้นยังไปรุมตอมกันอยู่ได้”



จริงของไอ้ยู เพราะตอนนี้จินมันหน้าบูดสุดขีด คิ้วมันผูกกันเป็นปมแน่น น่ากลัวจนผมยังอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอ แต่แม่สาวพวกนั้น.....




....แต่....จะว่าไป...ไอ้จินมันหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ...ผมอยู่กับมันมาเทอมกว่า ผมก็ว่ามันหน้าตาดี



ไม่อยากจะอวดล่ะ ใครๆในหอเขาก็พูดกันทั้งนั้น ว่าห้องผมน่ะ เป็นห้องรวมคนหน้าตาดี เห็นเรียวจังเงียบๆอย่างงี้นะ แต่มีแฟนแล้วนะครับ!! ผมเคยเห็นครั้งนึง แต่ไม่บอกว่าใคร โฮะ โฮะ โฮะ



ส่วนไอ้คุณยู เห็นมันพูดจาหมาไม่รับประทานอย่างงั้น หน้าตาก็ยี้ๆ แต่ขอโทษ!!...สาวรุมตอมมันหึ่งเลยเหอะ มันเคยบอกว่า สโลแกนในการใช้ชีวิตคือ ‘คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง ถ้านมโตมาก่อน สาวเรียบร้อยหลบไป’ =.= ผมว่าไอ้สองประโยคหลังนี่ไม่เกี่ยวนะ ว่ามั้ย...



แล้วไอ้จิน....อันนี้ก็ไม่ต้องอธิบายกันแล้วล่ะมั้ง มันเป็นเดือนมหา’ลัยในทางลับครับ เพราะวันประกวดมันไม่ยอมขึ้นเวที แต่ทุกคนก็เทคะแนนให้มัน มันหล่อตรงไหนว้า~ ก็แค่หน้าตาดี ตาดุ หน้าโหด หุ่นล่ำ ก็แค่เนี้ย!!




...นี่ผมยืนคิดมาตั้งนาน ไอ้จินก็ยังออกจากวงล้อมสาวไม่ได้อีกเหรอวะ!!! ขยับออกมาสิโว๊ย ไปยืนให้สาวรุมอยู่ได้ แค่ทำคิ้วขมวดกับปล่อยรังสีอาฆาตน่ะ ยัยเสือหิวพวกนั้นจะเข้าใจได้ไงเล่า!!!...



“คิ้วขมวดไรวะ คาเมะ” ไอ้ยูมันร้องถาม ให้ผมต้องละสายตาจากไอ้จินหันมามองหน้ามัน



“เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ น้องคาเมะมิพอใจที่ท่านจินมีสาวๆมาหลงใหลหรือขอรับ”



อะไร....กูไม่พอใจอะไร กูเปล่าซะหน่อย กูจะไม่พอใจเรื่องอะไร ที่กูคิ้วขมวดนี่....เอ่อ...นี่....นี่กูหงุดหงิดเฉยๆ... แค่หงุดหงิดเท่านั้นล่ะ...



“มึงหึงพ่อมึงเหรอคาเมะ....นั่นแน่ นั่นแน่” ไม่ต้องมากระแซะกูเลยไอ้ยู ไปไกลๆ



“นี่ๆ คาเมะ...ไอ้จินมันหล่อนะเว้ย ถึงหน้าตามันจะสู้กูไม่ได้ แต่หัวมันก็ดี บ้านมันก็คงรวย เสื้อผ้ามันแต่ละตัวมึงก็เห็น ใส่ทีงี้ เพชรร่วงกราว”



เออ...ถูกของไอ้ยู ข้าวของของไอ้จินแต่ล่ะอย่าง ไล่ตั้งแต่ยี่ห้อกางเกงในไปจนถึงโทรศัพท์มือถือ นี่ดูดีมีตระกูลไฮโซเซเลบสุดๆ เสื้อนอนย้วยๆของผมนี่กระเด็นเข้าตู้ไปได้เลย



...จะบอกความลับให้ ผมกับไอ้ยูเคยหมั่นไส้มันมากถึงขนาดเอากรรไกรไปตัดเป้ากางเกงในไฮโซของมันตัวนึง แล้วเอาไปแขวนที่ระเบียงหน้าห้อง...ฮาแตกครับ วันนั้น...



...แต่แขวนเฉพาะตอนก่อนไอ้จินกลับมานะครับ พวกผมยังรักชีวิตอ่ะนะ ยังไม่อยากรนหาที่ตาย พอมันใกล้จะกลับ พวกผมก็รีบสอยเอาไปทิ้ง จนทุกวันนี้ ไอ้จินมันยังไม่รู้เลยว่ากางเกงในมันตัวนึงหายไป ฮ่า ฮ่า...



“คาเมะ...กูถามจริง....มึงไม่คิดจะ....”




“ยู...ไปเอาน้ำมาให้คาเมะมันไป...ไม่เอาที่มีแอลกอฮอลนะ” เรียวจังบอกขัดเหมือนรู้หน้าที่ ไอ้ยูทำหน้าเซ็งสุดขีด ก่อนจะเดินแยกไปหาน้ำให้ผมตามคำสั่ง



พอไอ้ยูเดินจากไป ผมก็เลยหันไปมองไอ้จินอีกรอบ รายนั้นยังมีสาวรุมมากกว่าเดิม เผลอๆอาจจะเพิ่มขึ้นเสียอีก ...



...ทำไมมึงถึงไม่ด่ายัยพวกนั้นวะ!! เหมือนที่มึงชอบด่ากูนักหนาไงล่ะ...หรือที่จริงแล้วมึงชอบ...



...แน่สิ!! ยัยพวกนั้นแต่ล่ะคนโชว์เนื้อ โชว์นม ทั้งนั้นเลยนี่นา ดูแม่คนนั้นซะก่อน...เสื้อตัวนี้ใส่มากี่รอบแล้วเจ๊ คอเสื้อมันถึงได้ย้วยลงมาถึงเอวซะขนาดนั้น!!!



...อ๊ะ!! กูกำลังมองจินอยู่นะ ใครมายืนบังวะ!!...



“สวัสดีครับ พึ่งมาที่นี่ครั้งแรกรึเปล่า ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ผมเงยหน้ามองไอ้คนพูดที่มันยืนบังผมเสียมิด



“ถ้าเคยเห็น ก็แสดงว่ามาหลายครั้งแล้วดิ ถามอะไรให้มันฉลาดหน่อยได้ป่ะ”



ผมตอบมันเซ็งๆ แล้วขยับให้ไอ้ตัวล่ำๆนั่นพ้นสายตา แต่พอกระดึ้บไปทางซ้าย มันก็ขยับมาบัง กระดึ้บไปทางขวา แม่งก็ยังบัง...ไอ้!!!!....



“ให้ผมพาเที่ยวเอามั้ย มาแบบนี้มันต้องรู้จักคนเยอะๆนะ ถึงจะสนุก” กูจะสนุกแน่ ถ้ามึงจะเลิกพูด แล้วไปให้ไกลๆกูซะที!!!



“ไม่ต้อง!! พวกเรากำลังจะกลับกันพอดี” เสียงของจินดังขึ้น พอหันไปมองล่ะ ทำเอา ตับ ไต ไส้พุงของผมแทบจะขย้อนออกมาเสียหมด ....คิดไปเองรึเปล่า ว่าวันนี้ไอ้จินมันตาดุเป็นพิเศษ...



อ๊ะ...ว่าแต่...มึงหลุดออกมาจากยัยพวกนั้นได้แล้วรึไง ท้องรึยังล่ะมึง ถูกรุมโทรมซะเสื้อผ้ายับขนาดนั้น ทีกูชวนเล่นมวยปล้ำในห้อง ไม่เห็นจะยอมเล่นกะกู อ้างแต่ว่ากลัวเสื้อยับ เหอะ!!! มึงมันลำเอียง!!!!...



“ทำไมรีบกลับล่ะครับ เห็นเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เอง” มึงถามกูทำไม คนพูดคือกูงั้นเหรอ นู่น พ่อกูนู่นที่พูด มึงถามพ่อกูสิ



….แล้วก็นะ... กูเตือนด้วยความหวังดี ถ้ามึงยังอยากมีวันพรุ่งนี้ มึงจงกลับไปยังที่ที่มึงจากมาซะ ไอ้หนุ่ม!!!...



“พวกเราจะกลับแล้วจริงๆครับ ขอโทษด้วยนะครับ” เรียวจังรีบทำหน้าที่ คงเห็นไอ้จินใกล้ระเบิดรำไร ลองว่ามันระเบิดนี่ก็ตัวใครตัวมันครับ ห้ามโง่ยืนงงอยู่ข้างมันเด็ดขาด ไม่งั้นโดนลูกหลงแน่นอน



“อย่าพึ่งรีบกลับเลยนะ” เฮ้ย!!! มึงพูดแล้วทำไมต้องมาจับมือกู!! ปล่อยนะโว๊ย!! มึงไม่กลัวตายกูไม่ว่า แต่อย่ามาพากูตายไปกับมึง!!!!!!



“บอกว่าจะกลับ!!~ มึงฟังไม่รู้เรื่องรึไงวะ!!!!” ผมไม่ต้องดึงมือตัวเองออกมาเลย เพราะไอ้จินมันกระชากแขนไอ้หมอนั่นออก แรงมากจนตัวล่ำๆอย่างงั้นเซไปหลายก้าว แล้วจินมันก็ขยับมาบังผมไว้



...เอ่อ... จิน....มึงเลิกยัดเยียดสถานการณ์น้ำเน่าให้กูสักทีได้มั้ย =.=…



“พี่คร้าบ~!! พี่!! อย่าเพิ่งมีเรื่องกัน!!!” ไอ้ยูมันโผล่เข้ามาอย่างเร็วไว ในมือมีน้ำสองแก้วที่มันคงไปพลิกแผ่นดินหามา



ไอ้ยูรีบวางแก้วน้ำลงกับโต๊ะใกล้ๆ แล้วหันมายกมือไหว้ไอ้ล่ำนั่น



“นะพี่นะ อย่ามีเรื่องเลยนะพี่ ไอ้สองคนนี่มันผัวเมียกัน ผัวมันขี้หึงอย่างกับอะไร มันก็เลยเข้าใจว่าพี่จะมาจีบเมียมัน” ยู!!~ มึงพูดอย่างงี้ มึงอย่าพูดดีกว่า เพราะโคตรเรียกลูกเตะจากกูเลยว่ะ!!



“อ้าว มีผัวแล้วก็ไม่บอก เสียเวลา” ไอ้ล่ำ!!! มึงหาว่าการที่มึงเข้ามาคุยกับกูเองเป็นการเสียเวลางั้นเหรอ!!!...มึงช่างกล้ามาหาว่ากูทำให้มึงเสียเวลา มึงวอน!!!....มึงวอน....



“เสียเวลานัก มึงก็ไปขอเวลาคืนจากพ่อมึงดิ จะมาบ่นหาหอกอะไร” ผมชะโงกหน้าออกจากหลังไอ้จินไปบอกไอ้คนที่กำลังจะเดินจากไป หมอนั่นหันกลับมามองผมตาวาววับ



...อ้าว...ซวยแล้วไงกู....ปากพาตาย.... -*-...



แล้วไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านั้น แขนซ้ายถูกไอ้จินคว้า แขนขวาถูกไอ้ยูจับ ส่วนเรียวจังกระชับที่คอเสื้อ จากนั้น ผมก็ถูกพวกมันสามคนลากกันป่าราบทันที


(ลากกันป่าราบหมายความว่า พวกมันลากผมไปด้วย วิ่งป่าราบไปด้วยครับ =.=)



*-*-*-*-*-*-*-*



“ทีหลังมึงห้ามพาไปที่แบบนั้นอีกนะ” กลับถึงหอด้วยชีวิตจะหาไม่ ไอ้จินก็หันมาเล่นงานไอ้ยูทันที แต่คนอย่างไอ้ยูน่ะเรอะ!! เหอะ ถ้าคิดว่าพูดไปแล้วมันจะสำนึกล่ะก็ หมดหวังได้เลยครับ!!!...



“เปิดหูเปิดตาน่ะมึง อย่าคิดมาก...อ้อ...แล้วก็มึง ไอ้คาเมะ!!” ไอ้ยูมันหันไปตอบท่าทางเจี๋ยมเจี๊ยม ก่อนจะหันมาเอาเรื่องผม



“มึงจะปากไวเอาโล่รึไง!!!! ถ้าพวกกูลากมึงออกมาไม่ทันนี่พรุ่งนี้พวกกูได้แต่งดำไว้ทุกข์ให้มึงแน่”



“กูไม่ตายง่ายๆหรอกหน่า เมียยังหาไม่ได้เลย” ทีนี้ไอ้ยูตาโต



“โฮย~!!! นี่มึงยังกล้า~~ ถูกไอ้หน้าหม้อนั่นจีบอย่างงั้น มึงยังคิดจะได้มีเมียอีกเหรอวะ!! คาเมะ!! นี่กูเตือนเพราะความหวังดี มึงทำใจเป็นเมียผู้ชายเห๊อะ~~”


ไอ้ปากมอม!!!! เชียร์กูจังโว๊ย!! ให้เป็นเมียผู้ชายเนี่ย!!!



“แล้วจิน มึงอ่ะ เตรียมตัวเสียลูกสาวแล้วมีลูกเขย เอ....หรือว่าเตรียมตัวเป็นลูกเขยดีหว่า...” ปากมึงนี่ เคยพูดอะไรที่มันสร้างสรรค์มั้ยวะ



“เออใช่...กูมีเรื่องจะเตือนมึงแหล่ะไอ้คาเมะ ช่วงเจ็ดวันนี้มึงห้ามอยู่ห้องคนเดียวเด็ดขาด กูได้ยินเรื่องไม่ดีมานิดหน่อยจากไอ้พวกรุ่นพี่ที่มันอยู่ห้องชั้นบน...ไอ้พวกนั้นแม่งตั้งใจจะปีนห้องนี้ว่ะ คงอยากดูมึงอาบน้ำใจจะขาด ไม่เห็นมีไรให้ดูเลยเนอะ มึงอ่ะ ขนเยอะก็เท่านั้น มองไปนึกว่าลิง”



“ขนมึงน้อยนักนี่!!~ คราวที่แล้วกูเอาสก็อตเทปแปะขามึง ลอกทีงี้มึงร้องอย่างกะออกลูก” ไอ้ยูทำหน้าเซ็งที่ถูกผมย้อนเข้าให้ มันหันไปทางไอ้จิน กะจะฟ้องพ่อกูล่ะเซ่


แต่....มันกลายเป็นว่าเรียกผมให้ดูพ่อแทน...



“โอ๊ะ โอ๊ะ...มึงดูพ่อมึงคาเมะ กูบอกว่าจะมีคนมาส่องลูกมันอาบน้ำหน่อยเดียว มันคิ้วขมวดเลย วันนี้รู้สึกจะใช้กล้ามเนื้อคิ้วเยอะเป็นพิเศษนะครับคุณพ่อจิน ให้ลูกคาเมะนวดคลายเส้นให้เอามั้ย”



“นวดแบบพิเศษดีมั้ยวะ ไม่ใช้มือแต่ใช้ตีน” แล้วผมก็หันไปรับมุขไอ้ยูมันเสียเลย แถมยกเท้าให้มันดูอีกต่างหาก



“คาเมะ!!!” อ้าว...โดนพ่อดุเลย ทำไมกูโดนอยู่คนเดียววะ ได้ข่าวว่าไอ้ยูเปิดประเด็นนะพ่อ!!!...



“มานี่” อะไร....พ่อกูเรียกทำไม... ผมเดินเข้าไปหาไอ้คนเรียกอย่างไม่ไว้ใจ พอไปยืนตรงหน้าปุ๊บ ไอ้จินก็ตีมือลงบนปากผมทันที



--เพี๊ยะ!!-- “โอ๊ย!!! ปากกู!!!” มึงมาตีปากกูทำไมเนี่ยไอ้จิน!!!!...


--เพี๊ยะ!!-- ...โดนอีก!!~ แม่ง!!!... ผมรีบยกมือปิดปาก แต่ไอ้จินดึงจะเอามืออกให้ได้ ...มึงบ้าไปแล้วรึไงวะ!! มือมึงว่างนักเหรอ!!!...



“จะพูดอีกมั้ย มึงกูเนี่ย” ดูมัน!! ดูมัน!! มาทำหน้าดุ ตาโหดใส่กู คิดว่ากูจะกลัวรึไง!!!



“แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ให้ไอ้ยูกับเรียวช่วย ยืนทนถูกมันจีบอยู่ได้!”



“...อ้าว!...มึงเห็นกูหน้ารื่นรมย์รึไง!! ตอนถูกผู้ชายจีบน่ะ!!” เปิดปากเพื่อตอบโต้ แล้วจะรีบปิดปากตามเดิมแต่ไม่ทัน เพราะจินคว้ามือผมไว้ แล้วฟาดมืออีกข้างของมันที่ว่างอยู่ ลงมาบนปากผมอีก



--เพี๊ยะ!!-- ...โอ้ย!!!~ ปากนะไม่ใช่ตูด!!~ มึงจะตีอะไรนักหนา!!!...



“ต่อไปนี้ถ้าพูดมึงกูอีก จะตีปากตามจำนวนคำ” ผมมองมันตาขวาง ยกสองมือปิดปากตัวเองแน่น ...แม่ง!! เจ็บนะเว้ย!! ตีมาได้ตั้งสามที!!!



“ตึ่ง ตึง ตึง ตึ๊งงงงง~~ ท่านผู้อาศัยโปรดทราบ ท่านผู้อาศัยโปรดทราบ...ห้องหมายเลข B308 มีสิ่งมีชีวิตยืนตาแป๋วอยากมีส่วนร่วมเต็มแก่อยู่ตรงนี้อีกสอง...กรุณาพาพวกกูเข้าโลกส่วนตัวของพวกมึงด้วย~~”



ไอ้ยูแหล่มขึ้นมา ให้ผมต้องหันไปมอง และเกือบจะทำเนียน เดินหนีไปอยู่หลังเรียวจัง แต่ไอ้จินคว้าแขนไว้ ...แง~!!! มึงปล่อยกู๊~~~...



“โอ้ย...เรียว....มึงเรียนนิติฯนี่เขาสอนนับเลขมั้ยวะ...มึงช่วยกูนับหัวใจที่ลอยวิ๊งๆอยู่ในห้องนี้ให้กูหน่อย...กูเริ่มตาลายแล้ว แม่ง...เห็นผนังยังเป็นสีชมพูเลย...” ไอ้ยูพูดไป ทำหน้าเมาๆ เบลอๆ



“เพราะมึงนะไอ้ยู!! ชอบพูดนักมึงกู...คาเมะมันถึงได้พูดตามมึง” ไอ้จินเริ่มฟาดหัวฟาดหางโทษคนอื่น เปลี่ยนจากหมูอ้วนๆเป็นช้างมีหาง...



“อ้าว~!! แล้วทำไมมึงไม่อบรมลูกมึงล่ะ เอ๊ะ!!! หรือว่า...ที่จริงแล้วมึงอยากลงโทษลูกมึงเต็มแก่~~...เป็นไง ปากลูกมึงนุ่มมั้ยคร้าบ~ แรกๆก็เงี้ย ฟาดด้วยมือ หลังๆมาเดี๋ยวก็ฟาดด้วยปาก~~ แต่ตอนนั้นมึงช่วยบอกกูด้วยนะ ว่าฟาดปากด้วยปากเนี่ย มึงตั้งใจลงโทษลูกมึง หรือมึงตั้งใจแต๊ะอั๋ง~!!!!”



ไอ้จินกำลังจะยกเท้าไล่เตะไอ้คนพูดมากอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เสียงสวรรค์ของโทรศัพท์ดังขึ้นมา



--R R R R-- ...เอ๊ะ...ริงโทนใครวะ ไม่คุ้น ไม่ใช่ของผมกับไอ้ยูแน่นอน เพราะผมสองคนนี่ มีคนโทร.เยอะเกินจนจำเสียงริงโทนกันได้แล้ว...คนมันฮ๊อตอ่ะนะ!!...



แล้วไอ้จินก็ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมันขึ้นมารับ เปิดโอกาสให้แขนผมหลุดจากมือมัน แต่คิดว่าผมจะเดินหนีเรอะ ไม่มีทางอ่ะ



...ทั้งห้องเนี่ย คนที่คุยโทรศัพท์น้อยสุดก็คือไอ้จิน... ขนาดวันที่มีเรียนยังไม่ค่อยจะมีคนโทร.หามันเล้ย~ แล้วนับประสาอะไรกับวันหยุด...



...แต่วันนี้ก็ดันมีคนโทร.มาหามัน...ใครวะ...สาวที่ไหนรึเปล่า.....อ๊ะ!!....หรืออาจจะเป็นซัมวันของมัน...




“กูว่าซัมวันของไอ้จินแน่เลยวะ” ผมหันไปอวดฉลาดกับไอ้ยู




“มึงอย่าโง่คาเมะ...ถ้าซัมวันโทร.มาจริง กูนี่ล่ะคนแรก วิ่งป่าราบ” ...ด่ากูโง่อีกแล้ว!!!!!!!!...



“ฮัลโล” เสียงรับโทรศัพท์ของคนที่เดินไปคุยอีกมุมห้อง ทำให้ผมกับไอ้ยูต้องเงียบปาก แล้วยกมือขึ้น ทัดผม เปิดหูเพื่อรับสัญญาณให้ชัดที่สุด



“มาวันนี้เหรอ...อือ ได้...เดี๋ยวออกไปรับ...อือ...ครับ...” เป็นการคุยโทรศัพท์ที่สั้นมาก เพราะมันวางสายไปแล้ว ไอ้จินหันกลับมา ผมกับไอ้ยูก็ทำเป็นเล่นเป่ายิงฉุบ เนียนไม่รู้เรื่อง



“เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก”



“ไปไหน” ผมถามเหมือนไม่สนใจ ยังเป่ายิงฉุบกับไอ้ยูต่อ



“พ่อกับแม่มาถึงญี่ปุ่น จะไปรับ”



“โอ้ย~!!!!!!!!!!!!! ท้องกู!!!!....เรียว!!!! กูปวดท้อง~!!!!” แล้วอยู่ดีๆ ไอ้คนที่กำลังเป่ายิงฉุบกับผมมันก็ร้องลั่น



...แต่...ไอ้ยู...มึงปวดท้อง แล้วทำไมมึงอมยิ้มวะ....




“เรียว~!!!...โอ้ย!!! ไส้ติ่งกูต้องแตกแน่ๆ....พากูไปหาคนคุมหอด่วนเลยมึง!!!~ เอารถออกไปโรง’บาล!!...โอ้ย!!!...”... เพื่อความสมจริง มึงเอาฟองยาสีฟันมาทำน้ำลายฟูมปากด้วยเลยดีมั้ยวะ....สำออยจริง!!!...



“โอ้ย...จิน...กูคงไปช่วยมึงต้อนรับพ่อแม่มึงไม่ได้หรอกนะ...มึงไปคนเดียวได้ใช่มั้ย...คาเมะ...โอ้ย~!! ปวดท้อง....มึงจะอยู่ห้องคนเดียวได้เหรอ ไอ้พวกรุ่นพี่มันจ้องจะปล้ำมึงอยู่นะ...โอ้ย~!!...ทางที่ดีมึงไปกับไอ้จินแล้วกัน!! โอ้ย....ปวดท้อง เรียว...มึงพากูออกจากห้องด่วน....”



...มึงปวดท้องแต่มึงสั่งเป็นชุดเลยนะไอ้ยู แล้วเรียวจังก็ดันไปทำตามมันอีกต่างหาก!!!~ เรียวจัง!! ดูไม่ออกเหรอว่าไอ้บ้านั่นเล่นละคร!!!!...



ไอ้ยูโอดโอยออกจากห้องไปแล้ว แบบที่มีเรียวจังคอยพยุง ในห้องเหลือกันแค่สองคน ไอ้จินก็หันมามองผม



“แกไปเหอะ...ฉันอยู่ได้ว่ะ” ผมรีบบอก ไม่พูดมึงพูดกูให้ระคายหู



...ก็เรื่องอะไรต้องไปรับพ่อแม่กะมันล่ะ...อยู่หอนอนดูเคโรโระดีกว่า...



“ไม่ให้อยู่...” ...เอ๊ะ!! ไอ้นี่...ก็กูจะอยู่!! มึงจะมีปัญหาอะไรกะกูนักหนาวะ!!!...



…เฮ้ย!!! มึงจะมาลากมือกูทำไม!!~ กูไม่ไป!!!!...นั่นพ่อแม่มึงนะ!!~ ไม่ใช่พ่อแม่กูซะหน่อย!!!...กูจะไปรับเขาในฐานะอะไรเล่า!!!!!...



...มึงฟังกูหน่อยเซ่~!!!~ โน่น!!~ มึงไปชวนซัมวันของมึงโน่น!!! มึงจะมาพากูไปทำไม!!! กูไม่ใช่ว่าที่ลูกสะใภ้พ่อแม่มึงนะโว๊ย!!!!!!!!!!...


To Be Con
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ)
JIN X KAME
By : Dezair
*-*-***-*-*-*-*-*
PART 5



...ผมว่าผมไม่ผิด....



...ผมแค่ไม่อยากเป็นภาระให้มัน...



...ผมแค่อยากให้มันทำตัวสบายๆ และไม่ต้องผูกติดกับผมมากเกินไป... ไม่ต้องดูแลผมมากก็ได้ ไม่ต้องใส่ใจ เทคแคร์ผมทุกอย่างก็ได้...




...ที่อยากได้ คือให้มัน ‘แล’ ผมสักนิดก็พอ...เอาแค่มันถามว่า ‘อ้าว ไม่สบายเหรอ’ แค่นี้ก็ได้ ไม่ต้องมานั่งเฝ้าไข้ ป้อนข้าวป้อนยา...ลำบากลำบนมันเปล่าๆ...



...ผมไม่ผิดใช่มั้ย ผมแค่อยากได้ความสนใจจากมันแค่เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้อยากมากมาย ไม่ได้อยากให้มันมาดูแลผม จนมันต้องโดดเรียน ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น...



...เอาแค่ให้มันสบาย ไม่ต้องดิ้นรนอะไรนักหรอก...



...แต่ดูเหมือนมันจะไม่เข้าใจผม....



...เฮ้อ~~!!!!...



“พรุ่งนี้ค่อยขอโทษมันก็ได้ ไอ้คาเมะ กูว่ามึงกินยาแล้วเข้านอนเหอะ ตัวมึงยังรุ่มๆอยู่เลยแหน่ะ” ไอ้ยูมันว่าอย่างนั้น ตอนผมนั่งถ่างตารอให้ไอ้จินกลับเข้ามาในห้อง




แต่สี่ทุ่มก็แล้ว ห้าทุ่มก็แล้ว ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน



“ก็ได้...” ผมเอ่ยปากออกไปแบบนั้น แต่จนแล้วจนรอด....



...จนแล้วจนรอด จนกระทั่งข้ามวัน มายังเช้าอีกวันนึง ไอ้จินมันก็ยังไม่คุยกับผม...



...เช้านี้เป็นเช้าแรก ที่ผมเดินข้างไอ้จินออกจากหอมาเรียน แล้วไม่ได้ยินเสียงตัวเองแม้สักแอ่ะ อารมณ์อยากขอโทษ และอยากอธิบายให้มันเข้าใจ ยังล้นปรี่ติดคอหอย แต่ว่า....




....แต่ว่าบรรยากาศของไอ้จินมันไม่น่าเข้าใกล้เลยเหอะ...มันเดินเงียบๆ คิ้วขมวดตลอดเวลา แถมเดินห่างกับผมเป็นเมตร เหมือนไม่ได้มาด้วยกันแต่อย่างใด...



…แล้วพอมันเดินมาส่งผมที่คณะเสร็จ มันก็เดินทะลุหลังคณะผม ไปยังคณะมันทันที ...มันไม่รอแม้แต่จะให้ผมเปิดปากเรียกมันสักคำ...



...มึงจะโกรธอะไรกูนักหนาวะ!!!...



“ไปดักรอมันดิ เดี๋ยวมันก็หายโกรธ” จุนโนะมันแนะอย่างมีประสบการณ์ เมื่อผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนๆที่คณะฟัง



“ช่าย~!!! แต่ไปดักที่วิศวะฯอย่างงั้น เจอหนุ่มๆเยอะๆแบบนั้น ไม่รู้จะทำให้หายโกรธ หรือทำให้โกรธมากขึ้นสิน้า~” ไอ้ยูยะนี่แม่ง!!! หน้าสวยแต่ปากเสียตลอดศกจริงๆ ผมแยกเขี้ยวใส่มัน โทษฐานที่พูดจาไม่เป็นมงคล



“ทีอยู่กับยามาชิตะ ไม่เห็นจะพูดมากอย่างงี้เลย” ยามาชิตะคือรุ่นพี่ปีสองคณะบัญชี ที่เข้าทางผู้ใหญ่จนได้ดิบได้ดี จนพ่อแม่ไอ้ยูยะจะยกมันใส่พานถวายอยู่รอมร่อ



...นั่น...เจอคาถา ยามาชิตะสกัดภัย เข้าไปที ไอ้ยูยะเงียบปากลงทันตาเห็น...



“แต่ฉันว่า ถ้าแกไปขอโทษเขาดีๆ เขาต้องเข้าใจว่ะ ก็แกไม่อยากให้เขาลำบากไม่ใช่รึไงล่ะ” แหม~~ วันนี้ไอ้โคคิพูดจาดีจัง ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ



...ตอนแรกยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปดักมันที่คณะ หรือกลับไปรอที่ห้องดี แต่ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งไม่สบายใจ...



...ผมไม่อยากให้มันโกรธผมเลย ไม่อยากให้มันทำหน้าบึ้งๆใส่ผม ไม่อยากให้มันเมินใส่ผม...




...ผมกับมันเป็นเพื่อนกันนะ จะเรียกว่าเพื่อนสนิทก็อาจจะได้ ผมอยู่กับมันแล้วรู้สึกดีที่สุด ...




...ถึงมันจะไม่ได้ใจดีเสมอต้นเสมอปลายอย่างเรียวจัง แต่อะไรที่มันตามใจผมได้ มันก็จะทำ




....และถึงมันจะไม่พูดมาก แถมพูดออกมาแต่ละคำ ก็ขำแตกไปสามชั่วโมงเหมือนไอ้ยู แต่มันก็เป็นคนที่พูดแล้วผมสบายใจ ยกเว้นเวลามันขู่น่ะนะ....




...ผมไม่อยากให้ช่วงเวลาของผมกับมันกลายเป็นแบบนี้ แบบที่เฉยชา เมินเฉย และอึดอัดเป็นที่สุด...



...ผมไม่ชอบเวลาแบบนี้เลย...


-*-*-*-*-*-*-



“เฮ้ย~!!~ นั่นมัน ‘ดาว’ หอนี่หว่า!!!” ดาวหอบ้านป๊ะมึงซี่~!!!!!! แหกตาดูหน่อยมั้ยไอ้ตี๋!!! กูเป็นผู้ชายโว๊ย~!!!! หรือต้องให้กูบริจาคสงเคราะห์ให้มึงไปทำศัลยกรรมตา มึงจะได้เห็นให้มันชัดๆว่านี่!!!....




...ไอ้ตาถั่วมึงเห็นมั้ยนี่!!! กูไม่มีนม!!! ก้นไม่งอน!!! มึงเห็นมั้ย!!! ถึงขากูจะโดนแว็กซ์เพราะแม่แกล้ง แต่กูก็ยืนยันว่ากูเป็นผู้ชาย!!! หรือต้องให้กูยก ‘ใต้วงแขน’ ให้มึงดูเป็นบุญตาห๊ะ!! ว่าขนพรึ่บ! ขนพรึ่บ!!!....



...ผมล่ะอยากจะถอนหายใจให้ออกซิเจนที่วิศวะฯหมดเร็วๆชะมัด ไอ้พวกตาถั่วมันจะได้ตายห่าไปเสียให้หมด....



...ตั้งแต่ยืนมานี่ ได้ยินแต่ ‘ดาวหอ’ ‘ดาวรัฐศาสตร์’ ‘ดาวเฟรชชี่’ ‘ดาวมหาลัย’ แม่งเอ้ย~!!! ต่อมรับรู้ของพวกมึงผิดปกติรึไงห๊ะ!!! ‘ดาว’ มันเป็นของผู้หญิงโว๊ย!!!!...



...ไอ้เบื๊อกจินก็ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ส่วนไหนของคณะ เลิกเรียนมาจะสิบนาทีอยู่แล้ว ยังไม่โผล่แม้แต่หางออกมาจากตึกเลยเหอะ!!...อุตส่าห์ให้ไอ้จุนโนะมันเช็คเวลาเลิกเรียน เช็คตึกเรียนมาอย่างดีแล้วนะ คงไม่คลาดกันหรอกหน่า...




...ยิ่งมึนหัวอยู่นะเฟ้ย~!!! เดี๋ยวพ่อก็เป็นลมตรงนี้ซะหรอก!!!...



ผมยืนรอ ยืนรอ และยืนรอ รอจนกระทั่งเกือบจะห้าโมงเย็นอยู่แล้ว ไอ้คนที่โกรธผมถึงขนาดไม่ยอมพูดยอมจาด้วยก็เดินออกมาจากตึกพร้อมเพื่อนขนาบซ้ายขวา แถมสาวน้อยหน้าตาน่ารักตรงสเป็คผมโคตรๆเดินหัวเราะเคียงข้างอีกต่างหาก




...ตอนแรกว่าจะเดินเข้าไปหา แต่ดูมันกำลังมีความสุข ผมเลยตัดสินใจยืนรออยู่ที่เดิม กะไว้ว่าถ้ามันไม่เห็นผม แล้วเดินออกจากคณะไปเลย ผมก็จะกลับหอเหมือนกัน...




...แต่...มันก็ดันเห็นผม... เหมือนไอ้จินจะชะงักไปนิด มันหันไปบอกเพื่อนมันสามสี่ประโยค ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาผมที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้



“ทำไมยังไม่กลับหอ” ผมจำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่ไม่ได้ยินไอ้จินใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผม



...ครั้งสุดท้ายนี่มันเมื่อไหร่นะ...ตอนที่มันบอกชื่อผม ตอนเราเจอกันครั้งแรกรึเปล่าวะ จิน...



...น้ำเสียงอย่างนี้ มึงใช้กับกูครั้งนั้นเป็นครั้งแรก และก็ไม่เคยใช้อีกเลยใช่มั้ย...



...แล้วตอนนี้มึงเป็นอะไร มึงถึงมาใช้น้ำเสียงอย่างนั้นกับกูอีก...มึงเป็นอะไร ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่เหมือนเดิมอีกแล้วรึไง...



...มึงกับกูกลายไปเป็นแค่คนรู้จักเหมือนตอนเข้าหอวันแรกแบบนั้นเหรอ...



“ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” ใช่สินะ...เพราะกลับไปเป็นแบบวันแรกที่เข้าหอ กลับไปเป็นวันแรกของคนที่พึ่งเคยเจอกัน เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่หน้าด้านพอจะใช้คำว่า มึงกู ตี้ซี้ตีสนิทมันเหมือนที่ทำเป็นประจำ



ไอ้จินมันหันกลับไปมองกลุ่มเพื่อน เหมือนจะทำให้ผมรู้ว่า ‘ฉันไม่มีเวลาว่างเยอะนักหรอกนะ เห็นมั้ยเพื่อนฉันคอยอยู่’



“คุยนานรึเปล่า…ถ้าคุยนานไว้รอไปคุยที่ห....อ....”



“ฉันขอโทษ” ผมทนให้มันพูดจนจบไม่ไหว ต้องเอ่ยปากขึ้นมาก่อน



“แค่นี้ล่ะที่อยากบอก แกไปกับเพื่อนเถอะ...” ผมว่าอย่างนั้น แต่กลับเป็นฝ่ายหันหลังเดินออกมาเสียก่อน




...ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทั้งๆที่ตอนแรก ยืนรอมันจนเมื่อยไปหมด...



...แต่เรี่ยวแรงที่มี ก็มีแค่พอจะก้าวขาออกจากคณะของไอ้จินเท่านั้น เพราะพอพ้นมาแล้ว ผมก็ต้องคว้าผนังตึกเอาไว้ สายตาก้มลงมองข้อนิ้วที่เริ่มขึ้นสีเพราะถือถุงกับข้าวมื้อเย็นมื้อนี้



...มื้อเย็นที่ผมตั้งใจซื้อมากินกับไอ้จินโดยเฉพาะ...ซื้อมาเพราะคาดหวังว่า ผมกับมันจะคืนดีกัน...



....ดีกันอย่างนั้นเหรอ...



...คาดหวังมากเกินไปแล้วล่ะมั้ง....คาเมะ...


-*-*-*-*-*-*-*


“คาเมะ~!!!!!” เสียงร้องโหวกเหวกดังขึ้นพร้อมกับเสียงวิ่งตึงตัง และแรงประตูที่เปิดพรวดเข้ามา ให้ผมต้องเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนในมือด้วยความตกใจ



...ไอ้ยู....เป็นอะไรของมันอีกล่ะเนี่ย วันนี้มึงก็ไม่เต็มอีกแล้วเหรอ...



“ไอ้จินยกโทษให้ยัง” อ้อ...โรคอยากรู้เรื่องชาวบ้านกำเริบนี่เอง ไม่ต้องการยา แต่ต้องการเรื่องของคนอื่นมาบำบัด...



“ขอโทษแล้ว แต่จินต้องไปกับเพื่อนต่อ เลยไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านั้น” ผมตอบตามจริง แล้วยิ้มให้ไอ้ยูที่ยังหอบแฮ่ก มันเดินตรงเข้ามาที่เตียงผม ก่อนจะถามด้วยสายตาไม่เข้าใจ



“หมายความว่ายังไม่รู้ว่ามันหายโกรธรึยังงั้นเหรอ” พูดอีกก็ถูกอีก ผมก็พยักหน้ารับ



“แล้วมันมีธุระอะไรกับเพื่อนมันนักหนาวะ จะอยู่ฟังมึงพูดก่อนไม่ได้รึไง”




“กูแค่...แค่รูมเมทนี่นา...มันคงมีงานมั้ง” คำว่า คนรู้จัก ถูกผมกลืนลงคอ เพราะรับสภาพเป็นแค่คนรู้จักไม่ได้



“เฮ้ย!!! แล้วรูมเมทไม่ใช่เพื่อนรึไง!!...คอยดู เดี๋ยวมันมากูจะด่ามัน...” วันนี้ดูไอ้ยูจะโกรธจริงจังซะจนเรียวจังต้องเดินเข้ามาตบไหล่



“ใจเย็นสิวะ จินมันแค่อยู่ในช่วงสับสนว่าจะโกรธต่อดี หรือหายโกรธดี มันก็เลยเข้าหน้าคาเมะไม่ติด เดี๋ยวมันดีขึ้นเมื่อไหร่ มันก็หันมาเล่นกับคาเมะเองแหล่ะหน่า” ผมได้แต่ยิ้มตอบ




...กับข้าวที่ถูกทิ้งลงถังขยะหน้าหอยังอยู่ในความทรงจำให้ผมไม่กล้าคาดหวังอะไรมากมายนัก...




...ไม่เป็นไร...ถ้าจินไม่คิดจะให้อภัยก็ไม่เป็นไร กลับไปเป็นเหมือนตอนเข้าหอวันแรกก็ได้...



...ถ้าจินอยากได้แบบนั้น ก็ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรจริงๆ...




“เฮ้ย....คาเมะ....” ผมได้ยินเสียงไอ้ยูกับเรียวจัง และเสียงที่ดังมาจากในตัวผมเอง...




...มันเป็นเสียงสะอื้น...เสียงสะอื้นกับน้ำตาที่ไหลริน...



...ทำไมล่ะ ทั้งๆที่คิดว่าไม่เป็นไร...ถ้าจินอยากเป็นแค่คนรู้จักก็ไม่เป็นไร ในเมื่อว่าไม่เป็นไร แล้วผมจะเสียใจทำไม...



...ผมเสียใจทำไม ผมร้องไห้ทำไม...



-*-*-*-*-*-*-*-*-


คืนนั้นผมร้องไห้ แต่ร้องให้ตายแค่ไหน ไอ้จินก็ไม่กลับมาอยู่ดี มันคงไปกับเพื่อนมัน มันคงสนุกกับเพื่อนมัน



จนกระทั่งเช้านั่นล่ะ เช้านี้ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเอง และนับว่าเป็นโชคดีที่ผมตื่นเอง แทนที่จะถูกปลุกเหมือนทุกๆเช้าที่ผ่านมา...



...เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็เพราะผมไข้กลับน่ะเซ่~!!!! =.=...



...ซวยแล้วไงกู... ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกอีก!!!...แล้วแม่งจะมี ความกระทิง ความสิงโต ความเหว ความห่า อะไรเข้ามาสอดในชีวิตกูอีกมั้ยเนี่ย!!!!!!!...



“เฮ้ย!!!~ ไอ้คาเมะ!!~ ไมวันนี้ตื่นเองได้วะ” ไอ้ยูร้องทักด้วยสีหน้าตกใจ เหมือนผมตื่นมาแล้วมี สามตา สี่หู ห้าจมูกอะไรแบบนั้น



“สงสัยนอนเยอะมาหลายวันแล้วน่ะ” ผมยันตัวลุกจากเตียงช้าๆ ไม่อยากให้เซจนคนอื่นต้องเข้ามาช่วยพยุง แล้วพวกมันจะรู้ว่าผมไข้กลับ




...ผมไม่อยากให้พวกมันเป็นห่วงอะไรผมอีกแล้ว ผมไม่อยากเป็นภาระให้พวกมันมากเกินไป...



...ที่สำคัญเลย คือไม่อยากให้เรื่องที่ไข้กลับกลายเป็นปัญหาระหว่างไอ้ยูกับไอ้จิน...



…แค่นี้ไอ้ยูมันก็ทำท่าว่าจะโกรธไอ้จินอยู่แล้ว ผมไม่ได้กลัวไอ้จินมันจะถูกไอ้ยูโกรธหรอกนะ แต่ผมกลัวมันจะทำตัวโหดๆน่ะสิ...



...ประเภทว่า ‘มึงโกรธกูเหรอไอ้ยู!! งั้นพ่อมึงจงล้มละลายซะ!!!’ ...=.=…. ไม่เวิร์ค ไม่เวิร์ค...


*-*-*-*-*-*-*-*-*-*



“แกไหวรึเปล่า คาเมะ” ยูยะมันช่างสังเกตจริงๆ พอผมเข้าไปนั่งเรียนได้ครึ่งชั่วโมง มันก็หันมาถามหน้าตื่นๆ



“ไหว” ผมตอบเสียงเบา เหลือบตามองอาจารย์หน้าห้อง เห็นว่าเค้าเริ่มจ้องมาทางนี้แล้ว ผมก็เลยสะกิดไอ้ยูยะไม่ให้มันพูดมากไปกว่านี้



...รู้ๆกันอยู่ครับ ว่าอาจารย์วิชานี้ต้องการห้องเรียนที่เงียบเป็นป่าช้า ใครเสือกทำตัวเป็นผีไม่มีหลุม ลุกๆนั่งๆ หรือทำตัวเป็นผีเจาะปากมาพูดเหมือนที่ไอ้ยูทำมาตลอดชีวิตล่ะก็ โดนด่าออกอากาศ แถมโดนยึดบัตรนิสิตอีกต่างหาก...



ผมพยายามหันกลับไปสนใจเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายที่ยากฉิบเป๋งบนสไลด์ แต่ทั้งไข้ ทั้งเรื่องจินยังรุมเร้า สุดท้าย จนกระทั่งจบคาบ ความรู้ที่ผมมีก็ไม่ไกลจากเนื้อหาตอนก่อนสอบเท่าไหร่เลยเหอะ



“คาเมะ ฉันว่าดูแกจะไม่ไหวนะเว้ย” พอออกจากห้องเรียน ยูยะมันก็หันมาถามผมอีก ก่อนจะเข้ามาจับแขนผม แล้วมันก็ทำตาโต



“เฮ้ย~!!! แกตัวร้อนนี่หว่า!! ไข้ยังไม่หายอีกเหรอ” ถ้าหายแล้วตัวจะร้อนได้ไงวะ!!



“เดี๋ยวจะกลับไปนอนนี่ล่ะ” ผมบอกมัน คิดจะให้มันหยุดโวยวายซะที อายคนอื่นจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย...



“จะกลับหอเหรอ เดี๋ยวพวกเราไปส่ง” ไอ้โคคิมันว่าแบบนั้น แต่ผมส่ายหน้า



...แน่ล่ะ ต้องส่ายอยู่แล้ว จะไปส่งทำไมวะ แค่เป็นไข้ ไม่ได้มีโรคแทรกซ้อนเป็นอัลไซเมอร์นะเว้ย~!!!...



“ฉันว่าจะไปกินเค้กแถวๆหอแกพอดี ยังไงก็ต้องเดินไปทางนั้นอยู่ดีล่ะหน่า” แหม...ข้ออ้างชัดๆเลยนะ ไอ้จุนโนะ!!!...



สุดท้าย ทั้งโคคิ จุนโนะ และยูยะ มันก็เดินกลับหอมาพร้อมผม ตอนมาถึงทางแยกที่ต้องเลี้ยวไปร้านเค้ก ผมก็ไล่ให้พวกมันไปกินกัน แต่ไอ้พวกบ้าดันเดินตามผมกลับมาหอเฉยเลย



....ทางไปหอกู กับทางไปร้านเค้กพวกมึงมันคนละทางแล้วนะ~!!!...



สุดท้ายผมก็ต้องถอดใจเลิกไล่ เดินดุ่มๆกลับมาที่หอ พอมาถึงหน้าประตู กำลังจะหันหลังกลับไปบอกพวกมันว่า ‘ขอบใจ’ ที่อุตส่าห์มาส่ง



...แต่...อยู่ดีๆ ก็เหมือนหัวจะหมุนติ้วๆ ตาลายไปหมด แล้วภาพตรงหน้าก็ดำมืดเหมือนมีคนปิดไฟ จากนั้นก็รู้สึกว่าร่างตัวเองโงนเงน....




...แล้วจากนั้น ผมก็ได้ยินแต่เสียงโหวกเหวกรอบตัว แบบที่ได้แต่นึกในห้วงสุดท้ายของความทรงจำว่า น่าหนวกหูชะมัด....


*-*-*-*-*-*-*-*


เย็นจังเลยแหะ....สบายจัง....อะไรเย็นๆนะ...มือไอ้จินเหรอ...หรือว่าไม่ใช่....



...จะเป็นมือจินไปได้ยังไง ก็ในเมื่อยังโกรธกันอยู่นี่นะ...นั่นสิ...ไม่มีทางเป็นมือหมอนั่นอยู่แล้ว....



...แล้วถ้างั้น....อะไรนะ...



ผมลืมตาหลังจากได้สติเพราะอะไรบางอย่างโปะตามหน้า มันเย็นๆ จนเผลอคิดไปว่าอาจจะเป็นมือของไอ้คนบางคน และมันก็เป็นแค่ถุงเจลลดไข้ธรรมดานี่เอง...ไม่ใช่มือจินอย่างที่หวังเอาไว้จริงๆ...



“คาเมะ เป็นไงบ้าง”...อื้อ...เสียงคุ้นๆแหะ...อ่า...เรียวจังเหรอ



“คาเมะ!!!!! มึง!!!!!!!!!!! มึงยังไม่ตายใช่มั้ยห๊ะ!!!!!!!!” ...คนแหกปากอย่างงี้ คงไม่มีใครเดาผิด เพราะมันแหกปากเสร็จปุ๊บ มันก็กระโดดขึ้นมานั่งบนเตียงผมทันที



“กูนึกว่ามึงจะไม่ตื่นแล้วซะอีก...เนี่ย กำลังจะลงไปหาคนคุมหอให้เขารับสมัครเด็กหอคนใหม่มาแทนมึงอยู่พอดี...” ปากนะมึง...ปาก....



“เงียบไปเลยไอ้ยู” ผมบ่นใส่มัน ยังเบลอๆอยู่หรอกนะ เลยไม่ได้ฉะกับมันสักรอบสองรอบ



“แล้วฉันกลับมาได้ไงน่ะ” ผมหันไปถามเรียวจัง




“เหาะกลับมามั้งมึง~!!!...ถามอะไรสิ้นคิด ก็มีคนหอบมึงกลับมาอ่ะดิ ลากกันมาเลยเหอะ เดี๋ยวมึงไปล้างหน้าล้างตา มึงก็ดูด้วยว่า ตา หู จมูก ปาก มึงยังอยู่ครบรึเปล่า ไม่ใช่กระเด็นหลุดไปตอนที่พวกเพื่อนมึงลากกันมา...รู้สึกจะเป็นไอ้คนที่มันชื่อจุนโนะ............”



...ยู....กูไม่ได้ถามมึง และกูก็บอกมึงแล้วว่าให้มึง ‘เงียบปาก’ ... แต่...เดี๋ยวก่อน...จุนโนะ?...หมอนั่นเกี่ยวไร...



“จุนโนะทำไม” ผมถามมัน แล้วไอ้ยูมันก็ชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ไปด้านหลัง ให้ผมต้องเหลือบสายตามองตาม

....แล้วก็....


“ก็...จุนโนะเพื่อนมึง และเพื่อน ‘พ่อมึง’ ...เป็นคนโทร.ตามพ่อมึงกลับมารับศพมึงน่ะสิ...”



ไอ้จุนโนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มึงจะเรียกไอ้จินกลับมาเห็นสังขารอันร่วงโรยของกูทำไม!!!!!!!!



ผมเหลือบไปสบตากับไอ้คนที่ยืนพิงกำแพงอยู่มุมห้องได้แวบเดียว ก็รีบตาตกลงมองตักตัวเอง



...เมย์เดย์ เมย์เดย์...เรียกรถพยาบาลให้กูด่วน...พ่อกำลังจะฆ่ากูแล้ว....



“ไข้กลับทำไมถึงยังออกไปเรียนหึ คาเมะ...ดีแค่ไหนว่าตรงที่แกเป็นลมน่ะมีเพื่อนอยู่ด้วย” ...เรียวจัง ขอร้อง T.T อย่าซ้ำเติมกันมากไปกว่านี้...



“ขอโทษ” ผมรับคำดุของเรียวจังอย่างน้อมด้วยหัวใจ ก็จริงอย่างทีเรียวจังว่านั่นแหล่ะ เกิดเป็นลมตอนขึ้นสะพานลอย หรือตอนข้ามถนนงี้...ศพไม่หล่อแน่ครับ... =.=



...ต้องขอบคุณไอ้พวกจอมยุ่งสามคนนั่นสินะ...แต่...ถึงจะมีโปรแกรมขอบคุณ ก็ต้องมีโปรแกรมไล่เตะครับ....



...โดยเฉพาะ มึง!!!....จุนโนะ!!!!!!...มึงจะโทร.ตามไอ้จินทำไม!!! ทำไมมึงไม่ลากกูไปหาคนคุมหอ... มึงจะโทร.หาจินให้มาเหยียบกูให้ตายเลยใช่มั้ย T.T....



...ถ้างั้นมึงจงรู้เอาไว้ ว่ามึงทำสำเร็จแล้ว ทายอนาคตได้ กูไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันพรุ่งนี้แน่ มึงโทร.แจ้งฝ่ายทะเบียนลบชื่อกูออกจากคณะได้เลยนะ Y.Y…



“ไอ้จินมันคงมีเรื่องอยากคุยกะมึง” ไอ้ยูมันพูดเบาๆให้ได้ยินกันแค่ผมกับเรียวจัง ก่อนที่มันจะค่อยๆลุก



โฮ !!!!~...ไอ้ยู!!! มึงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของไอ้จุนโนะใช่มั้ย!!! เห็นๆกันอยู่ว่าไอ้จินแม่งจ้องจะเอากูให้ตายอยู่แล้ว มึงยังจะเปิดทางให้มันอีก!!! อยากหารูมเมทใหม่ใจจะขาดสิท่า!!!



เรียวจังกับไอ้ยูกำลังจะเดินออกจากเตียง แต่ด้วยความรักชีพยิ่ง เพราะเห็น ‘นรก’ ยืนหน้าบูดอยู่นั่น ผมก็เลยต้องรีบคว้าชายเสื้อไอ้ยูเอาไว้



“กูจะเปิดโอกาสให้มึงไงเล่า ฉลาดหน่อยไอ้คาเมะ...มึงป่วยอย่างงี้ รับรองไอ้จินใจอ่อนชัวร์ แต่ไม่ใช่ไปทำหน้ากวนโอ้ยนะมึง ทำหน้าใกล้ตายเอาไว้...ใช่...อย่างที่มึงทำให้กูเห็นตอนนี้นั่นล่ะ...”




...กูกำลังใกล้ตายจริงๆต่างหาก...มึงไม่เห็นรึไง ไอ้จินมันเขี้ยวงอกแล้วนะโว๊ย~!!!!!...


...แล้วไอ้ยูก็หันไปทางท่านชายอาคานิชิ...




“เฮ้ย!! กูกะไอ้เรียวลงไปกินข้าวนะมึง ดูๆแลๆไอ้คาเมะมันหน่อยละกัน”


…แล้วมันก็หันมาทางผม...


“มึงปวดหัวมากเลยใช่มั้ยวะ คาเมะ...เออ มึงนอนซะนะ เจ็บคอด้วยรึเปล่า...แต่มึงดูท่าทางจะปวดท้องด้วยนะ ขามึงล่ะ ไหนเมื่อกี้ว่าไม่มีแรงใช่มะ หือ...มึงเจ็บหน้าอกด้วยเหรอ...อ้อ...หายใจไม่ค่อยออก...เออๆ เดี๋ยวกูกับไอ้เรียวจะหาข้าวหายามาให้ คงจะนานหน่อยนะ เมื่อกี้กูเดินขึ้นมาเห็นร้านขายยาแม่งปิด กูอาจต้องนั่งรถข้ามฝั่งไปโรงพยาบาลของมหา’ลัย”



...ยู กูขอร้อง กูป่วย กูเป็นไข้ ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่โรคหัวใจ ไม่ใช่พาร์กินสัน ไม่ใช่โรคเหว โรคห่า อะไรที่มึงพยายามยัดเยียดให้กู...



ไอ้ยูกับเรียวจังเดินออกจากห้อง ทิ้งผมไว้กับยักษ์หนึ่งตน ที่กำลังจะกลายเป็นยมบาลไปในไม่ช้า...



...แต่...แต่ไม่ทันเกิดการกระชากวิญญาณใดๆ ประตูห้องก็เปิดเข้ามาอีกรอบ พร้อมกับหน้าไอ้ยูแหล่มเข้ามา



“เฮ้ยคาเมะ!!...กูจะถามมึงว่า มึงจะให้กูจองห้องไอซียูไว้เลย หรือจองโลงให้มึงเลยดีวะ”



...ไอ้!!!!!!!!!!!!!! เดี๋ยวกูก็ตายจริงๆหรอกโว๊ย!!! มึงดูหน้าพ่อกูด่วน!!!!!!....



“ยู...มึงจะไปไหนก็ไปเถอะ...แล้วไม่ต้องรีบขึ้นมา” ไอ้คนที่มันยืนพิงกำแพงพูดเหมือนคุยกับอากาศ เพราะแม่งไม่มองคู่สนทนาแต่อย่างใด ตามันยังจ้องผมไม่กระพริบ



...มึง....มึงหันไปบอกไอ้ยูสิ กูไม่ได้ชื่อยูนะ มึงพูดถึงยู แต่มึงมองกูทำไม....กูกลัว.... ToT…


…เมื่อเหลือกันแค่สองคน ห้องก็ค่อยๆเงียบลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ......


....ทำไม........ทำไมตอนกูเป็นลม กูถึงไม่ตายไปเลยวะ T.T....



“ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อเช้าว่าไม่สบาย” เอ่อ....มึงเคยอยู่ห้องแช่แข็งมาก่อนรึเปล่า เสียงมึงเจี๊ยบ~!!! มากอ่ะ...



“กู...เอ่อ...ฉันกลัวแกโกรธ” มึงกูเก็บไป...มึงกูเก็บไป...



ผมเหลือบมองมันทีนึง แล้วต้องรีบก้มหน้าต่ำ แม่ง...มึงจะดุอะไรกูหนักหนาไม่ทราบ กูเป็นไข้มึงก็ดุ กูไม่กินผักมึงก็ดุ กูอาบน้ำช้ามึงก็ดุ กูเล่นเกมมึงก็ดุ...มึงดุกู ทุกอย่างที่กูทำ...



...มึงไม่ชอบอะไรกูนักวะ ก็กูเป็นแบบนี้ จะให้กูเปลี่ยนทุกสิ่งที่กูเป็น เพื่อมึงเลยรึไง พ่อแม่กูยังไม่ดุขนาดนี้เลย



...มึงรู้รึเปล่าจิน ว่าแม่กูโคตรจะขี้บ่น แต่ถึงจะขี้บ่นแค่ไหน ก็ไม่เห็นจะบ่นเช้า สาย บ่าย เย็นแบบที่มึงทำเลยสักนิดเดียว...



“เป็นอะไร ทำปากขมุบขมิบ” ด่ามึงไง...ด่ามึงในใจ เพราะถ้าด่าออกอากาศ เดี๋ยวมึงก็ดุกูอีก กูทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตามึงอยู่แล้วนี่นา...



“ถามว่าเป็นอะไร” มันไม่ถามเปล่า แต่มันเดินมาดึงหน้าผมให้เงยมองมัน แล้วไอ้จินก็เงียบ มันถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเช็ดน้ำบางอย่างที่ปริ่มอยู่ขอบตาผม



...เอ๊ะ....น้ำอะไรเนี่ย...เหงื่อรึเปล่าฟะ... =.=



“ร้องไห้อีกแล้ว” นั่น!! กูร้องไห้มึงยังดุกูเลย...ถ้ากูหัวเราะ มึงจะดุกูด้วยมั้ย...



“เมื่อคืนก็ร้องไห้ วันนี้ก็ร้องไห้ ทำไมขี้แยอย่างนี้ล่ะ” แล้วถ้ากูร้องไห้แม่งสามร้อยหกสิบห้าวัน มันจะทำให้น้ำท่วมแล้วมึงตายมั้ยห๊ะ!!...



…เอ๊ะ...มันรู้ได้ไงว่าเมื่อคืนผมร้องไห้... ตอนผมร้องไห้มันยังไม่กลับไม่ใช่รึไง...



...แต่...ช่างสิ...กูต้องขอบคุณมึงด้วยมั้ย ที่อุตส่าห์เสียสละเวลามาสนใจเรื่องของกู ถึงขนาดรู้ว่าเมื่อคืนกูร้องไห้...



...ผมยังเงียบ ไม่ยอมพูดกับมัน ก็มันจะดุผมหาพระแสงอะไร ผมตั้งใจจะง้อมันแล้วนะ แต่คนที่ไม่เปิดใจยอมรับคือใครกันล่ะ...



“ถามก็ไม่พูด สรุปว่าเราสองคนจะไม่คุยกันอีกแล้วใช่มั้ย” มึงอยากได้แบบนั้น มึงก็ทำดิ...แต่...



...แต่กู...



“ไม่” คำตอบของผมคือไม่ ถ้ามันจะไม่พูดกับผม ก็เชิญ แต่ผมจะพูดกับมัน ถึงมันแม่งจะไม่ตอบ ผมก็จะพูด...



“ไม่อะไร”



“ฉันอยากคุยกับแก...” ไอ้จินเงียบ ผมถือว่ามันเปิดโอกาสให้ผมง้อมัน ซึ่งแน่นอนว่าหนทางที่จะดีกันมีเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์



“เรื่องวันนั้นน่ะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแกเสือกเรื่องของฉันนะ แต่ว่าฉันไม่อยากเป็นภาระให้แก...แกโดดเรียนเพราะฉัน ฉันเลย...”


“แต่แกบอกเองว่าเสือก” ผมเงยหน้ามองไอ้คนขี้ใจน้อย ตัวก็ใหญ่อย่างกะตู้ขายโค้ก ...ไอ้จินเอ้ย!!!...



“ก็...แกก็รู้ว่าฉันปากไว...” บอกมันเสียงเบา ไม่ถนัดครับกับการว่าร้ายตัวเอง ฮ่า ฮ่า... แต่สายตามันยังจ้องผมเหมือนกับจะดุ จะว่า ผมก็รีบก้มหลบตามระเบียบ ใครจ้องตาไอ้จินได้เกินสามนาที ผมให้เตะเลยเอ้า!!



“ห้ามร้องไห้นะคาเมะ” มันดุทันทีที่ผมก้มหน้าลง


“ก็แกโกรธฉัน” ผมก็ได้ทีครับ ตามน้ำซะเลย...ไอ้จินถอนหายใจยาว



“ก็ได้...ไม่โกรธแล้ว เลิกร้องไห้ได้แล้วนะ” ผมพยายามหยุด ‘เหงื่อ’ ที่มันทะลักออกมาจากตา ซึ่งแน่นอนว่าทำสำเร็จครับ จะเหลือก็แต่ไอ้ที่สะอื้นฮักๆให้มันต้องมานั่งลูบหลังเนี่ยล่ะ



...เอ่อ....แล้วเพราะมันต้องลูบหลังมั้ง หน้าผมเลยไปวางเกยอยู่บนไหล่มัน มีมือเย็นๆของมันคอยลูบหลัง ลูบไหล่ให้... อ่า...อกผมแอบแตะกับอกมันด้วยแหะ...



...เหมือนวันที่นอนกอดกันวันนั้นเลย ตัวไอ้จินเย็นดี ชอบๆ...




“มึงดีกะกูแล้วนะ” ผมถามเพื่อความมั่นใจ



“ยัง... จนกว่าจะเลิกพูดมึงกู” ผมถอยออกมามองหน้ามัน ไม่ต้องลูบหลง ลูบหลัง อะไรแล้ว...แม่ง!!!...



“แล้วก็ต้องสัญญาตรงนี้ ว่าต่อไปนี้พูดอะไรต้องเชื่อ ต้องฟัง ตอนเช้าห้ามอาบน้ำช้าๆ ห้ามเล่นสบู่ เพราะมันหนาว เดี๋ยวแกจะเป็นหวัด เข้าใจรึเปล่า...”



“พะย่ะค่ะ!”


“คาเมะ” ผมถลึงตาใส่มันทีนึง


“ไรวะ!! มึงกูก็ไม่ให้พูด พะย่ะค่ะก็ไม่ให้พูด แล้วให้กูพูดไร เยสเซอร์ มั้ย” ไอ้จินถึงกับส่ายหัว



...เออสิ!! ถ้าเป็นเรื่องของกู อะไรมึงก็ส่ายหัวทั้งนั้นแหล่ะ!!! กูไม่ใช่ซัมวันของมึงนี่หว่า!!



“ไปๆ ไปล้างหน้า...เดี๋ยวไอ้ยูขึ้นมาเห็นแกตาแดงๆ มันก็มาด่าฉันอีก โดนมันด่าเพราะแกมาเยอะแล้ว” หือ??? ไอ้ยูเนี่ยเหรอด่าไอ้จิน....มันเอาความกล้าจากส่วนไหนขึ้นมาเป็นแรงผลักดันวะ!!!




...แต่...ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวขาลงจากเตียงเพื่อทำตามคำสั่งของพระบิดา ประตูห้องก็เปิดผลัวะเข้ามาอีกครั้งอย่างไร้มารยาท ด้วยฝีมือของคนที่บอกว่าจะลงไปกินข้าว~!!!



“ปี้ป่อ ปี้ป่อ.... มูลนิธิรับศพไม่มีญาติครับ...เฮ้ย!! คาเมะ มึงยังไม่ตาย~~~” ยู...กูล่ะปวดจิตกับมึงจริงๆ...



...เลิกเรียนมั้ย มหา’ลัยเนี่ย...ไปรักษาอาการทางปากให้ได้ซะก่อนจะเป็นพระคุณกะกูอย่างซู้ง~~ สูง... =.=



To Be Con
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ)
JIN X KAME
By : Dezair
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 4




“ตื่นโว๊ย~!!~ ไอ้คาเมะ!! มึงจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน!!...ไอ้คนไหนที่มันบอกว่าอยากไปทำบุญที่วัดวะ!!!” โอ้ย~!!!!~ กูรู้แล้ว กูรู้แล้ว...กำลังลุกอยู่นี่ไงวะ!!~ มึงช่วยแหกตาดูหน่อย เรียกอยู่นั่น...



“เฮ้ย!!!~ ลุกแล้ว มึงอย่าล้มลงไปนอนต่อดิ!!~ จิน...มึงเอาลูกมึงเข้าห้องน้ำสิ!!!” เสียงไอ้ยูนี่มันจะตามหลอกหลอนผมตั้งแต่ก่อนนอนยันตื่นเลยรึไงวะ...



ผมพอจะรู้ตัวลางๆว่าถูกใครสักคนลากเข้ามาในห้องน้ำ ไอ้หมอนั่นมันหยิบแปรง บีบยา บริการเสร็จสรรพ พร้อมเสียงดุๆว่า



“อีกห้านาทีต้องได้ยินเสียงอาบน้ำ...เข้าใจมั้ยคาเมะ” ...เออๆ!!!...กูเข้าใจครับ!!~...มึงมีอะไรจะสั่งกูอีกมั้ย!!~


“เข้าใจก็แปรงฟันสิ” มันพูดอย่างนั้น แล้วดึงแก้มผมยืด~~



“โอยยยยย” จะหยิกแก้มกูทำไม~~~~.... ผมสบัดหน้าไล่ไอ้มือแข็งๆที่มันดึงแก้มผม แล้วยัดแปรงสีฟันเข้าปาก



“เฮ้ย!!!!!!!~” ตื่นเลย!! ตาสว่างกันเดี๋ยวนั้นเลย!!!~ ไอ้จินแม่ง!!~ มึงบีบยาสีฟันของมึงให้กูใช้เหรอ!!!!



“นี่มึง!!!!...” เวรเอ้ย~!!~ ยาสีฟันรสเกลืออะไรของมันเนี่ย เค็มซาบซ่านฉิบเป๋งเลย!!!~...



“ตื่นแล้วก็ล้างหน้าแปรงฟัน นี่จะหกโมงแล้ว...ไปเช้าๆคนจะได้ไม่เยอะ…” แม่ง~!!!~ ญาติฝั่งไหนสอนให้มึงปลุกคนหลับด้วยวิธีนี้ห๊ะ!!!~



“อ้อ...แล้วถ้ายังหยุดพูดมึง พูดกูไม่ได้ คราวหน้าจะให้บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ” ใครจะไปยอมมึงวะ!!!



ผมทุบมันไปหลายตุ้บด้วยความแค้น จนมันต้องเดินหนีออกจากห้องน้ำไป ผมก็เลยปิดประตูไล่หลังมันดังปังนึง ก่อนจะสงบสติอารมณ์ได้



...ใช่.... วันนี้ต้องสงบ สะอาด ชีวิตจะได้สว่าง~~... วันนี้เป็นวันที่ 1 มกราคม ครับ...ปีใหม่แล้ว ผมก็ต้องทำตัวใหม่ๆเนอะ ก็เลยชวนรูมเมทสามคนไปทำบุญที่วัดใกล้ๆหอกัน ถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต (ความจริงคือ สอบมิดเทอมแล้ว ท่าทางคะแนนจะเน่ามาก เลยมาทำบุญฉุดคะแนนไว้ก่อน T.T)




...และเพราะต้องทำบุญ...หรือเพราะพวกมันโอเว่อร์กันเกินเหตุก็ไม่รู้ มันถึงได้ปลุกผมตื่นเช้าแข่งกับไก่ อาบน้ำก่อนพระอาทิตย์ทำงานอย่างงี้ ทีหลังจะไม่ชวนทำอะไรที่มันต้องไปเช้าๆอย่างงี้อีกแล้ว โคตรง่วงเลยอ่ะ~....



“คาเมะ!!!~ แปรงฟันเสร็จรึยัง!!!~” ...เออ!! เออ!!... กูยกมึงเป็นทวดเลยดีมั้ย บ่นฉิบ!!!!...


-*-*-*-*-*-*-*-*-


มาถึงวัดตั้งแต่ยังไม่แปดโมง เราสี่คนเลยไปจุดธูปอธิษฐานก่อน (ของผมนี่ขอให้ชาติหน้า อย่าให้เจอไอ้ยูอีก แค่ชาติเดียวก็ปวดกะโหลกจะแย่)



และคงเพราะเป็นเช้าวันปีใหม่ คนก็เลยเยอะพิเศษ ขนาดตรงที่ให้โยนเหรียญหน้าองค์พระ คนยังมหาศาล ผมล่ะชักเหนื่อยจิต ไม่รู้จะมุดเข้าไปยังไงดี



“มานี่คาเมะ” จินมันดึงมือผมให้รอดเข้าไปใต้แขน ไปยืนอยู่ข้างหน้ามัน แล้วก็เอาตัวมันดันๆเข้าไป สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ข้างไอ้ยูที่ยืนอยู่หน้าสุดจนได้



“โอย...คนโสดปวดใจ...คู่เลิฟเค้าทำบุญด้วยกัน...ชาติหน้าก็ขอให้ได้รักกันอีก...ด...อิ... โอ๊ย~!!!” มึงไม่ต้องคิดถึงชาติหน้า ชาตินี้มึงเอาตัวให้รอดจากไอ้จินซะก่อนเหอะ...



จบจากการโยนเหรียญ เราก็ไปพรมน้ำมนต์ อย่าหาว่าผมเป็นคนแก่เลยนะ แต่ข้อสอบที่ทำไปมันเน่าจริงๆ ถ้าไม่รีบทำบุญสร้างกุศลล่ะก็ เกรดกระจุย แถมไอ้คาเมะคนนี้จะกระจาย เพราะแรงด่าจากแม่ อีกต่างหาก



พวกผมออกจากวัดตอนเกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว เพราะต่างคนต่างเริ่มหิว เลยไปห้างใกล้ๆ หาข้าวกินกัน และก็ได้เข้ามานั่งกินหม้อไฟนี่ล่ะ


“เอ้า~! ปลาหมึก” จินนี่มันรู้ใจผมไปหมด...น่ารักเหมือนกันนะหมอนี่


“นั่นล่ะ กินให้หมด ไม่ต้องเขี่ยผักทิ้งเลยนะคาเมะ” ชมไม่เท่าไหร่ ชักเหลิงนะมึง...ตักผักมาให้กูอีก!!...


“กูไม่ชอบ อ่ะ อ่ะ...ยู มึงกินผักแทนกู” ผมกำลังจะคีบผักในถ้วยตัวเองไปโปะใส่ถ้วยไอ้ยู แต่ไอ้บ้านั่นไวอย่างกะลิง รีบยกถ้วยหนีทันที



“อะไร...พ่อมึงตักมาให้กิน มึงก็กินสิ ...แล้วก็นะ ไอ้คาเมะ... มึงช่วยระลึกสักนิด หม้อนี้น่ะหารสี่โว๊ย!!... มึงจะฟาด แต่ เนื้อ แต่ปลาหมึก แล้วผักใครกิน...” ไอ้ยูนี่ปากว่างไม่ได้...กัดตลอด!!!...



“มึงอยากกินเนื้อ กินปลาหมึก มึงก็สั่งเอาใหม่สิ”



“โฮย!!~ คุณพ่อจินขอรับ~!! จะตามใจลูกคาเมะจังเกินไปมั้ย...อ๊ะ! หรือขยับจากพ่อมาเป็น ผั....ว...โอ๊ย! เท้ากู!!!” อะไรของไอ้ยูมัน ร้องอย่างกับโดนเหยียบหาง




“กินเสร็จแล้วจะไปไหนต่อดี” เรียวจังถามขัดจังหวะ ผมมองไอ้ยู เห็นมันหันมาแยกเขี้ยวใส่เรียวจังทีนึง แล้วมันก็หันไปเรียกพนักงานมารับออเดอร์เพิ่ม




“ไป’เกะ” ผมตอบเรียวจัง แต่แอบเอาตัวคั่น ระหว่างถ้วยกับไอ้จินที่นั่งข้างๆ เกิดมันตักผักมาอีก จะได้ไม่มาโบ๊ะลงถ้วยผม



“ไปแล้วมึงก็ครองไมค์คนเดียวอ่ะเดะ!!~ ให้พวกกูไปทำไร...นั่งดูมึงเปิดคอนรึไง” ยูนี่แม่งนอกจากจะพูดมากแล้วยังเป็นจอมเบรกอีกต่างหาก!!



“งั้นดูหนัง” ทีงี้ล่ะไม่มีเสียงโวยวายเชียวนะมึง!!!




..ผมได้ยินมันบ่นๆอยู่ ว่าอยากดูหนังที่กำลังเข้า เอาวะ...ตามใจมันสักครั้งก็ได้นี่เนอะ...ถือซะว่าทำบุญ อุทิศส่วนกุศล มันได้เลิกเห่าไปสักพัก



เสร็จหม้อไฟมื้อนั้น (แบบที่ไอ้ยูกวาดหม้อ และผมแย่งจิ้มแต่ลูกชิ้น) พวกเราก็ขึ้นไปดูหนังกัน แล้วมันก็ดัน....เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ในเช้าวันต่อมานั้นเอง...



-*-*-*-*-*-*-*-



“คาเมะ...ตื่น...วันนี้มีเรียนแปดโมงไม่ใช่รึไง” โอ้ย~!!!~...ปวดหัวโว๊ย~!!~ เลิกปลุกซักที กูอยากนอน!!!~...



“คาเมะ...เฮ้ย...ทำไมตัวร้อนงี้ล่ะ” เออ...กูตัวร้อน...ถ้ามึงรู้แล้วก็ช่วยหุบปากได้มั้ย ไอ้จิน!!...



“หนาวมั้ย” ผมพยักหน้ารับแทนคำตอบ ทั้งๆที่อยากจะอ้าปากฉะมันจะตาย ...กูตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างงี้ คงร้อนฉิบหายล่ะ!!~...



“เป็นไรวะ ไอ้คาเมะไม่สบายเหรอ” นอกจากไอ้จินแล้ว ไอ้ยูยังไสหน้าเข้ามามุงผมอีกคน ก่อนจะวางมือลงทาบบนหน้าผาก



“โฮย~!!~ ตายห่า ตัวโคตรร้อนเลยว่ะ!!” นั่นคำอุทานของมึงเหรอ...กูเป็นไข้ มึงเสือกอุทานว่า ‘ตายห่า’ เนี่ยนะ!!!!



“ถึงว่า คาเมะมันแปลกๆมาตั้งแต่ออกจากโรงหนัง” เรียวจังพูด ทำให้ผมที่นอนซมต้องนึกตาม



...อ่า ฮะ...จริงด้วย....เมื่อวานตอนกินหม้อไฟฉลองปีใหม่ก็ยังซ่า แย่งกินลูกชิ้นซะเกลี้ยงหม้อ แล้วพอไปดูหนังต่อก็ยังธรรมดา ทำตัวกวนเมืองตลอดเวลา จนถูก ‘พ่อ’ ดุมาแล้ว โทษฐานเอาเท้าไปก่ายเบาะข้างหน้า แต่พอออกจากโรงหนัง ก็เหมือนจะร้อนวูบๆ แล้วก็ปวดเนื้อปวดตัวด้วย



....โฮย!!~ กูติดหวัดใครมาเนี่ย!!!!!...



“แม่ง...มึงนะมึง ไอ้คาเมะ จะป่วยก็เสือกไม่เลือกวัน วันนี้กูกะไอ้เรียวมีสอบ อยู่ดูแลมึงไม่ได้ซะด้วย” ไอ้....!!!!.... คนมันจะป่วย มันเลือกวันได้ที่ไหนวะ!!! มียาเลื่อนเหมือนเลื่อนประจำเดือนเมียมึงรึไง!!! อย่าให้ด่า อย่าให้ด่า....



“งั้นพวกมึงไปเหอะ เดี๋ยวกูอยู่ดูมันเอง” หนวกหูโว๊ย~!!!~ กูป่วย กูจะเอาแต่ใจตัวเอง และกูอยากนอน!!!!!



“งั้นฝากด้วยนะไอ้จิน....” น้ำเสียงไอ้ยูนี่มันทำไมถึงได้ระริกระรี้อย่างงี้วะ!! กูป่วยนี่มึงมีความสุขมากนักใช่มั้ย ห๊า~!!!!!...



อยากลุกขึ้นมาด่า อยากลุกขึ้นมาไล่เตะ จับไอ้ยูกระแทกข้างฝา แล้วโยนตกตึกแม่งซะเลย....แต่ป่วยอยู่ สังขารไม่เอื้อผมเท่าไหร่ เลยได้แต่นอนพะงาบๆ อย่าว่าแต่จะลุกเลยเหอะ ขนาดตายังลืมไม่ขึ้นเลยเนี่ย...



...แม่ง....หัวก็ปวด หายใจก็ไม่ออก....ห้องก็เงียบดีชะมัด...อยากกลับบ้านแหะ อยากกลับไปอยู่กะพ่อกะแม่ อยากมีคนดูแล เวลาป่วยๆอย่างงี้ ก็อยากได้ข้าวต้มของแม่ กับคำถามของพ่อว่า ‘เป็นไงบ้าง หายปวดหัวรึยัง’ อ้อ...อยากได้เสียงโล้งเล้งๆของไอ้พี่ชายจอมแสบสองตัวด้วย...



...อยากแหะ....อยากกลับบ้าน คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ คิดถึงพี่...ถ้าคนเราหายตัวได้ก็ดีสิ จะได้ไปตอนนี้เลย เอาตัวป่วยๆอย่างงี้ไปให้พ่อกับแม่ดูแล... เอาตัวร้อนๆอย่างงี้ไปให้พี่เช็ดตัวให้....



...แล้วในห้วงที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับเต็มแก่นั้น ผ้านุ่มๆเย็นๆก็เช็ดไล้ไปตามหน้า ลงมาแก้ม เรื่อยมาถึงซอกคอ....



....อืม....แม่เหรอ....แม่มาเช็ดตัวให้คาซึยะใช่มั้ย...แม่...คาซึยะอยากกลับบ้าน....



-*-*-*-*-*-*-*


ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที แหงนหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนังก็เกือบสิบโมงเข้าไปแล้ว เวลานี้ ควรจะเป็นเวลาที่ไอ้คนที่นั่งพิงเตียงอ่านหนังสือต้องอยู่ที่คณะวิศวะฯของมันสิ แล้วทำไมมัน?.....



“ไง...ยังปวดหัวอยู่มั้ย” มันหันมาถาม แล้วเอามือมาแนบแก้มผม ผมก็ได้แต่พยักหน้า ยังรู้สึกตึ้บๆอยู่เลย



“ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันสิ เดี๋ยวจะลงไปซื้อข้าวต้มให้” ตอนอย่างนี้ คงเป็นเวลาที่ผมว่าง่ายที่สุด มันพาเข้าห้องน้ำ ก็เดินไปกับมันต้อยๆ มันบอกให้แปรงฟัน ผมก็แปรงฟันแบบไม่ขัดขืน มันสั่งนั่นสั่งนี่ให้ผมทำตาม ผมก็ทำ ทั้งห้ามอาบน้ำ ห้ามกินน้ำเย็น แล้วมันถึงได้ออกจากห้องไป



ผมล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็เดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียงต่อ ไข้หวัดเล่นงานนี่มันทรมานอย่าให้พูด ทั้งมึนหัว ทั้งเจ็บคอ



จินมันกลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากหายไปสิบนาที มันมาพร้อมกับชามข้าวต้มร้อนๆที่จัดการเทใส่จานมาป้อนผม แต่แหม....คนเป็นไข้นี่นะ ถึงจะซึ้งในบุญคุณของมันสักเท่าไหร่ แต่ก็กินได้ไม่เยอะหรอก



“ไม่เอาแล้ว” โอยยยยยยยย T.T เสียงสุดเท่ห์ของผม แหบเป็นเป็ดอย่างงี้ จะหาแฟนได้มั้ยวะเนี่ย!!!...



“กินอีกสามคำ แล้วจะได้กินยา” มึงเรียนแพทย์หรือวิศวะฯกันฟะ!!!... แต่ถึงจะเถียงมันในใจ (เนื่องจากเจ็บคอ พูดมากไม่ได้) ผมก็ยอมอ้าปากกินข้าวต้มอีกสามคำ ไอ้จินเลยหันไปแกะยามาให้ผมกินต่อ



“อย่าพึ่งนอน เดี๋ยวเช็ดตัวก่อน” เอ้าๆ....มึงอยากทำอะไรกับกู มึงก็จัดการเหอะ กูไม่มีปัญญาขัดขืนมึงนี่...



ผมก้มลงจะแกะกระดุมเสื้อ ก็เห็นว่ากระดุมติดผิดไปหลายเม็ด เสื้อเลยเบี้ยวไม่เป็นทรงอย่างที่เห็น



...เอ?....เมื่อคืนกูก็ติดถูกทุกเม็ดนี่หว่า..หรือเมื่อคืนจะละเมอถอดเสื้อ...อ่า....อย่างนั้นเหรอ...



จินเอากะละมังที่วางบนโต๊ะข้างเตียงกลับเข้าไปในห้องน้ำ รองน้ำออกมาใหม่ แล้วถึงเช็ดตัวให้ผม และคงเพราะผมเวียนหัวล่ะมั้ง เลยนั่งโงนไปเงนมา สุดท้ายจินเลยต้องจับผมนั่งพิงอกมัน



...อืม...ตัวจินเย็นจังเลย...สบายแหะ...



“คาเมะ ไปนอนเตียงฉันก่อน เดี๋ยวจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเตียงแกใหม่”



“ทำไมต้องเปลี่ยนใหม่” ผมเงยหน้าถามมัน...ไม่เอานะ...พึ่งเปลี่ยนเมื่อเดือนที่แล้วเอง...



“แกไม่สบาย บนเตียงมีแต่เชื้อโรค จะไปนอนทับเชื้อ ให้มันเป็นหนักมากขึ้นรึไง” กูยอมนอนขลุกเชื้อโรค!!!~ เพราะกูขี้เกียจซักโว๊ย~!!!!...



“แต่ว่า...”



“บอกอะไรก็ทำตามสิ ป่วยแล้วยังจะดื้ออีก”



“คือ...”



“ทำไม...ซ่อนหนังสือโป๊ไว้ใต้หมอนรึไง...คาเมะ...บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าของแบบนั้น มันผิดกฎหอ ถ้าอยากดู อยากอ่าน ก็เอาไว้ตอนกลับไปที่บ้านสิ”



โฮย~!!~ แค่หนังสือโป๊ยังผิดกฎหอ แล้วไอ้ซีดีโป๊ของไอ้ยูที่มันกระจายเต็มห้องนี่ล่ะ!!~ ควรถูกไล่ออกจากมหา’ลัยเลยดีมั้ย


“อะไร ทำไมทำหน้าไม่พอใจ”



“กูขี้เกียจซักผ้าปูที่นอนนี่หว่า” ไอ้จินส่ายหน้า



“ซื้อได้มั้ยคำว่ากูมึงเนี่ย” ไม่ได้!!~ กูชอบใช้ มึงซื้อไปแล้วกูจะใช้อะไรพูด



“เดี๋ยวฉันซักให้เอง...แค่นี้โอเครึยัง” มันว่าอย่างนั้น ผมก็ปล่อยมันไปแต่โดยดี แฮ่มๆ...มีคนมาซักผ้าปูที่นอนให้นี่ แจ่มครับ ใครไม่คว้าเอาไว้ก็โง่เต็มทน


“ไป ไปนอนเตียงฉันก่อน” ผมก็ไปนอนอย่างว่าง่าย นอนมองไอ้จินมันเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ไอ้บ้านี่มันสุดยอดเลย ปูตึงซะจนกลัวว่ากระโดดลงไปแล้วจะเด้งขึ้นมา ลองเป็นผมปูนะ ขยุกขยิก ยับยู่ยี่เลยล่ะ



“เอ้า มานอนได้แล้ว” ไอ้จินตบหมอนสองสามที ผมก็เดินเข้าไปหามัน กำลังจะทรุดตัวลงนอน แต่คิดยังไงไม่รู้ มือถึงไปคว้ามือมันเอาไว้


“นอนด้วยกันนะ”



“ห๊ะ!”



“นะ...ตัวแกเย็นดี...” อะไรมันจะตกใจขนาดนั้น ตัวมันแข็งทื่อตอนที่ผมขยับเข้าไปกอดมัน ....อืม~~ ตัวเย็นจริงๆด้วย สบายจังเลยแหะ...



“เพราะแกตัวร้อนน่ะสิ” เสียงมันทำไมสั่นๆวะ...จินมันเป็นอะไรของมัน...



“นะ...นอนด้วยกัน” ผมถูหน้าไปมาลงกับอกเสื้อของมัน เสื้อมันหอมจัง ใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรหว่า คราวหน้าซื้อมาใช้บ้างดีมั้ยนะ



“ปล่อยก่อน แล้วจะนอนด้วย” ผมยอมปล่อยมัน ไอ้จินก็เลยทรุดตัวลงนอนบนเตียง แล้วดึงผมไปนอนหนุนอกมัน



“ห้ามดิ้นล่ะ”



“รู้แล้วหน่า...” แต่กูจะดิ้น มึงมีปัญหาอะไรมั้ย กูไม่สบายนะ มึงกล้าขัดใจกูเรอะ~~ โฮะ โฮะ โฮะ...



“เอ้า หลับซะ” แล้วไอ้จินมันก็โอบผมใต้ผ้าห่มหนาๆนั่น รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกล้อมรอบด้วยหมอกเย็นๆเลยแหะ...



....อืม~~ สบายจังเลย....


-*--*-*-*-*-*-*



ตื่นมาอีกทีก็บ่ายกว่าแล้ว ไอ้จินมันลุกไปไหนของมันไม่รู้ รู้แต่ว่าไอ้ยู กับเรียวจังกลับมาแล้ว ผมไม่ค่อยเวียนหัวเท่าไหร่ แถมพอเรียวจังเอามือทาบหน้าผากก็บอกว่า ‘ไข้ลดลงเยอะแล้วนี่’


“ไงมึง เป็นไข้หน่อยเดียว เล่นเอาวุ่นกันทั้งหอ” ไอ้ยูมันทรุดตัวลงนั่งข้างๆ



“วุ่นไร”



“อ้าว ก็วันนี้ไอ้จินมันโดดใช่มะ แล้วคนคุมหอเขาก็ถามมันว่า ทำไมวันนี้ไม่ไปเรียน มันคงหลุดปากมั้ง ว่ามึงไม่สบาย โฮย~!!!~ เท่านั้นล่ะ ไอ้พวกเด็กหอมันรู้กันหมดทุกห้องทุกชั้นว่า ‘คาเมะจัง’ ป่วย...มึงนี่ก็เป็นที่หมายปองเหมือนกันเนอะ” มันเล่าแล้วฉีกถุงคุ้กกี้ออกมากินยั่วน้ำลาย



...แต่ปากหมาอย่างงี้ น่ายันโครมตกเตียงชะมัด....หอนี้มันหอชายโว๊ย!!!~ ถ้าจะให้กูเป็นที่หมายปองมันต้องหอหญิงต่างหาก!!!!!...



“อ้อ...คุ้กกี้ห่อนี้ไอ้รุ่นพี่คุรุฯคนนึง มันฝากมาให้มึง แต่มึงป่วย เดี๋ยวกูกินแทน” ไอ้ยูมันพูดทั้งๆที่คุ้กกี้เยี่ยมไข้ผมยังเต็มปากมัน ...หนอย~!!! พอกูป่วยล่ะ มึงเอาใหญ่เชียวนะ!!!....



“เฮ้ย! แต่มึงอย่าออกไปเพ่นพ่านเชียว ตอนนี้นอกห้องมีแต่แฟนคลับมึงมารอกันทั้งนั้น แต่...คำสั่งท่านจินว่ะ ไอ้พวกนั้นเลยทำได้อย่างมากก็แค่สลอนกันข้างนอก ไม่มีใครกล้าเข้ามาเกาะขอบเตียงมึงเลยสักคน ใครๆก็กลัวมันจังเนอะ หล่อก็ไม่หล่อ หน้าดุก็เท่านั้น มึงว่ามั้ย”



แต่กูว่ามึงควรเลิกกินคุ้กกี้ของกูได้แล้ว!!! เอาคืนมา!!!!



“แล้วนี่มันไปไหนแล้ว” ผมดึงถุงคุ้กกี้ที่ถูกฟาดไปเกินครึ่ง คืนมาจากไอ้ยู ไอ้เวรนั่นไม่ได้สำนึกว่ากินของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย เพราะมันยังปัดไม้ปัดมือ ปัดเศษคุ้กกี้ลงบนเตียงผมอย่างไม่อายสายตาใคร



“ไปหอสมุดดิ เล่นโดดมาทั้งวัน เลยต้องอาศัยการเรียนรู้ด้วยตัวเองเอา...มึงหายป่วยแล้วก็หัดตอบแทนบุญคุณซะมั่ง” ผมก็พยักหน้ารับไปตามเรื่อง ก็คิดจะขอบคุณมันล่ะ ที่มันอุตส่าห์ดูแลตั้งหลายอย่าง



“แล้วเป็นไงจ๊ะ...นอนกอดท่านจิน อบอุ่นดีพิลึกมั้ย....แหม กูล่ะอยากรู้จริงเชียว ว่าถ้ากูป่วยใกล้ตายแบบมึง ไอ้จินมันจะยอมให้กูกอดมันบ้างมั้ยน้า”




“ยู” เรียวจังเรียก ไอ้คนพูดเลยหน้าบูดไปตามระเบียบ



“เออๆ...กูรู้หน่า...มึงจะกินข้าวต้มเลยมั้ยคาเมะ กูกับไอ้เรียวแวะซื้อมา...เดี๋ยวกูเทให้ หรือมึงจะรอพร้อมไอ้จิน”



“รอพร้อมไอ้จินก็ได้”



“โฮย~!! กูจะอัดคำพูดของมึงไปให้ไอ้จินฟัง มันคงกรี๊ดหอแตกแหง...นี่คาเมะ...มึงว่าจินชอบ....”



“ยู” เอ๊?....เรียวจังนี่ทำไมเรียกไอ้ยูบ่อยๆ



“ก็ได้ ก็ได้... มึงจะเช็ดตัวมั้ย จะให้กูทำ หรือรอท่านจิน…ถ้าให้กูทำ กูเช็ดด้วยฝอยขัดหม้อนะมึง” เออๆ สรุปว่าจะให้เลือกอย่างหลังใช่มั้ยเนี่ย!!


“กูอยากอาบน้ำ”



“เฮ้ย ไม่ได้ๆ!!!~ ไอ้จินรู้ก็เอาพวกกูตายดิ...คาเมะ กูขอร้อง มึงป่วย อย่าเล่นพิเรนทร์...ชีวิตพวกกูมีค่า อย่าใช้ทดลองขนาดตีนคน” วะ!!~ แค่ขออาบน้ำ มึงจะอะไรนักหนาวะไอ้ยู



“จินมันจะไม่รู้ ถ้ากูไม่พูด และมึงไม่พูด...โอเคมั้ย...หุบปากทั้งคู่”


“แต่คาเมะ...” เอ้า!~ เรียวจังวันนี้มาบทขัดใจท่านคาเมะ ปกติเห็นตามใจนี่นา



“หน่า เรียวจัง...ฉันเหนียวตัวอ่ะ รับรองว่าไม่เกินสองนาที ก่อนจินกลับมาแน่นอน นะนะ...” สุดท้ายแล้ว คำอ้อนของผมหรือจะไม่มีผล



...เฮ้อ...ค่อยสบายตัวครับ นอนเปียกเหงื่อมาทั้งวัน เป็นไข้แล้วเหงื่อออกแบบนี้ ถึงมันจะทำให้หายเร็ว แต่ก็แย่ตรงที่มันเหนอะหนะไปหมด... ผมรีบอาบน้ำ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ใจจริงก็กลัวล่ะ ว่า ‘พระบิดา’ จะกลับมาเห็นเข้า


“เห็นมั้ย...บอกแล้วว่าแปบ....” ผมเปิดประตูออกจากห้องน้ำ พร้อมกับกำลังจะอวดถึงประสิทธิภาพความไวในการอาบ แต่ก็ดันมาเจอคนหน้าดุ ยืนกอดอก พิงกำแพงอยู่หน้าประตูล่ะทำเอาไม่อยากจะแปบซะแล้ว



...กูกลับเข้าไปในห้องน้ำตอนนี้ยังทันมั้ยเนี่ย T.T....



“ใครบอกให้อาบน้ำ” ...ไม่มีใครครับ กูบอกตัวกูเอง...



“เอ่อ...กู...อืม...ฉัน…ฉันเหนียวตัว” ไม่อยากเพิ่มข้อหาให้มันหลายคดี วันนี้งดพูดมึงกูซักวันก็ได้...แต่มึง เอ้ย~! คุณ ต้องไว้ชีวิตกู อ๊ะ! ผมนะ...



“หัดรักตัวเองหน่อยได้มั้ยคาเมะ!!~ แค่นี้ยังทำคนอื่นเขาวุ่นวายกันไม่พอรึไง รู้บ้างรึเปล่าว่าแกเป็นไข้ไปคน คนอื่นๆเขาเป็นยังไง...แล้วถ้าไข้ไม่หายขึ้นมา ก็ต้องหยุดเรียนอีกวันนึงรึไง!! แกอยู่มหา’ลัยแล้วนะ! ไม่ใช่มัธยมที่จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจแกน่ะ!!...”



“กูไม่ได้ขอให้มึงมาหยุดกับกูสักหน่อย” ผมว่าจะไม่พูดมึงกูแล้วนะ...แล้วทำไมถึงหลุดออกไปทั้งดุ้นเลยวะ!!!


“อ้อ!! งั้นวันนี้ฉันก็เสือกเรื่องของแกงั้นเหรอ!!!” ใช่ดิ!!...



“ใช่” ก็มึงเสือกมาหยุดกะกูเองอ่ะ ความจริงมึงเอาน้ำ เอาข้าว เอายา มาโยนๆไว้หัวเตียง แล้วมึงจะออกไปเรียนก็ได้นี่หว่า...แต่มึงดันหยุดของมึงเอง กูไม่ได้ขอร้อง แล้วมึงจะมาล้ำเลิกบุญคุณกับกูทำไม...



“เออ!!!...ขอโทษแล้วกัน” แล้วไอ้จินมันก็หันหลังเดินหนีออกจากห้องไปเลย



...อ้าว~...มึงโกรธกูเหรอเนี่ย... กูแค่อยากจะบอกมึงว่า ถ้ากูเป็นไข้อีก มึงก็ไม่ต้องมาเฝ้ากูก็ได้ มึงไปเรียนของมึงเหอะ... จะได้ไม่ต้องลำบากถ่อไปอ่านหนังสือเองที่หอสมุด...



…เฮ้ย!~ มึงรอฟังกูอธิบายหน่อยไม่ได้รึไงวะ...กูไม่ได้ประชดนะโว๊ย แต่กูไม่อยากเป็นภาระให้มึงแค่นั้นเอง...เฮ้ย~!!...



...เวร!!!...สรุปว่า ระหว่างกูกะมึงนี่ใครไม่เข้าใจใครวะ!!!...


To Be Con
FIC : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ (ผมก็ซวยดิ =.=)
JIN X KAME
By : Dezair
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
PART 3



วันนั้นทั้งวัน ผมตะลุยเที่ยวโตเกียวกับไอ้โคคิ เห็นมันว่า พรุ่งนี้จะไปค้างบ้านยูยะเพื่อเคาท์ดาวน์ปีใหม่




โปรแกรมมันน่าสนมาก จนอยากไปด้วยตะหงิดๆ แต่ก็สงสารเรียวจังกับยู ถึงสองคนนั่นจะอ้างนู่นอ้างนี่ เพื่อไม่กลับบ้านช่วงปีใหม่ แต่ผมก็พอรู้ว่าประเด็นหลักจริงๆแล้ว มันสองคนอยากอยู่เป็นเพื่อนผมมากกว่า



เกือบสามทุ่ม ผมก็หอบร่างที่แทบจะไร้พลังงานกลับมาที่หอ




...ห้องปิดไฟเงียบ ไม่มีคนอยู่ ...




ก็ดี...ผมยังไม่อยากจะอธิบายให้ใครฟังเท่าไหร่ ป่านนี้คงรู้กันหมดแล้ว ว่าเมื่อเช้าผมทำอะไรลงไปมั่ง
ไม่แน่อาจได้ของขวัญก่อนปีใหม่เป็น ปาฐกถาชุดใหญ่จากเรียวจังล่ะมั้ง คราวนี้



ผมอาบน้ำ สระผมเสร็จ ก็ออกมานั่งเปิดโทรทัศน์ดู แปบเดียว ประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับพวกนั้นกลับมา



“คาเมะ!!~ มึงกลับมาแล้วเหรอ!!!” ไอ้ยูร้องลั่น ...อ้าว ถ้ากูยังไม่กลับ แล้วไอ้ที่นั่งหน้าจืดดูเคโรโระนี่มันใครวะห๊ะ!!!...




“อืม” เรียวจังถอนหายใจยาว แล้วเดินเข้ามาลูบหัวผม




“หายไปทั้งวัน แถมกลับมาซะดึก ก็นึกว่าเกิดอะไรขึ้น ทีหลังถ้าจะกลับดึก ก็โทร.บอกกันหน่อยนะคาเมะ พวกฉันตามหาซะทั่วเลย” อ่า....เรียวจังเป็นห่วงผมหรอกเหรอเนี่ย วันนี้มัวแต่สนุกกะไอ้โคคิ ก็เลยลืมโทร.




“ขอโทษ” ผมเงยหน้าบอกเรียวจังกับไอ้ยู ทำลืมๆไปว่า ในห้อง ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ยืนหอบแฮ่กๆอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล




“อ๊ะ ฉันซื้อของมาฝากด้วยล่ะ” ...ถึงวันนี้ ผมจะออกไปเที่ยวจนลืมเวลา แถมสนุกจนแทบหมดแรง แต่ก็ไม่ลืมจะซื้อของฝากเพื่อนหรอกนะ ผมแกะถุงพลาสติก หยิบตุ๊กตาที่ห้อยโทรศัพท์มือถือออกมาสองตัว ตัวนึง