[SF] *~~ คำเตือน (บอกแล้วว่าอย่าถอดเสื้อ) ~~*
JIN X KAME
By : Dezair
……………………………….


...เคยบอกแล้ว... เคยเตือนแล้ว...บอกจนปากจะฉีก เตือนจนปากเปียกปากแฉะ...



แล้วมันเคยฟังมั้ย เคยทำตามที่บอกมั้ย นอกจากจะไม่เคยแล้ว แม่งยังเป็นประเภทยิ่งดุยิ่งทำ ยิ่งยุยิ่งกวน



ดื้ออะไรอย่างงี้วะ เตือนก็ไม่ฟัง บอกก็ไม่ฟัง เดี๋ยวกูจูบสักทีให้สำนึกดีมั้ยห๊ะ!!!!


.............................


ยามเย็นของชีวิตผู้ชายตั้งแต่เข้าประถมจนถึงมหา’ลัย ไม่มีกิจกรรมไหน ยอดฮิตไปกว่าการเตะฟุตบอลอีกแล้ว มันอาจจะกลายเป็นประเพณีหรืออย่างไร ก็สุดแท้จะคาดเดา เพราะไม่ว่าจะมีกีฬาไหน หรือกิจกรรมใดที่อินเทรนด์กะทันหันจนกลายเป็นกระแส แต่สุดท้าย ผู้ชายก็ยังกลับมาตายรังอยู่กับลูกกลมๆและสองขาของตัวเองกับโกลล์สองอันอยู่ดี




กลุ่มจินเองก็เช่นกัน สนามฟุตบอลหน้าตึกเรียนถูกกลุ่มนี้ยึดมาตั้งแต่พวกมันยังหน้าใสวัยเอ๊าะ เป็นเฟรชชี่ผู้น่ารักของพี่ๆทั้งหลาย จนกระทั่งตอนนี้ อยู่ปีสามเข้าไปแล้ว แถมยังหน้าโหด หน้าเหี่ยว หน้าฮา พวกมันก็ยังเตะบอลเหมือนพ่อแม่ส่งให้มาวิ่งไล่ตามลูกบอลมากกว่าเรียนหนังสือ




และเพราะพวกมันมีกันเก้าคนพอดีเป๊ะ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการเตะฟุตบอลโกลล์หนู แบบไม่ต้องเสียสละใครไปเป็นกรรมการ




อย่า...อย่าสงสัยว่ามีกันเก้าคนแล้วมันจะ ‘พอดีเป๊ะ’ ได้อย่างไร สำหรับกีฬาที่จำเป็นต้องแบ่งเป็นสองทีมในปริมาณที่เท่ากัน ก็มันจะไปยากอะไร แค่จับรวบไอ้จินกับชิโรตะแล้วนับยอดเป็นสามคนแค่นั้น โทษฐานที่มันทั้งอึด ทั้งถึก ทั้งบ้าพลัง แค่นี้ก็จะได้ทีมนึงห้าคน อีกทีมนึงสี่คน แต่เป็นสี่คนแบบมีอีกคนหนึ่งแฝงนั่นเอง




ผลการแบ่งทีมได้ออกมาไม่ทุเรศทุรังนัก เพราะทีมสี่คนประกอบด้วย จิน และชิโรตะ กับคาเมะผู้ไม่เคยมีตำแหน่งใดๆในสนาม เพราะมันวิ่งขึ้นวิ่งลง ขาแทบขวิดตามประสาเด็กไฮเปอร์ และโคยามะพ่อหนุ่มตาตี่ผู้ไม่เคยเห็นลูก และเคยเสนอให้ใช้ลูกบาสเล่นแทนมาแล้ว ในขณะที่ทีมห้าคนมีเรียว โคคิ ยูอิจิ จุนโนะ และจิมมี่ที่ผองเพื่อนยกตำแหน่งมือรักษาประตูให้มันไป






“เฮ้ย~!! ไอ้คาเมะมันถอดเสื้อเอาจริงแล้วเว้ย~!!!” ไอ้เรียวร้องบอกก่อนจะเป่าปากวิ้ว~! ให้เพื่อนคนอื่นๆเป่าปากตาม ไม่เว้นแม้แต่โคยามะที่อยู่ฝ่ายเดียวกับคาเมะก็ยังเป่าปากล้อเลียนหุ่นขี้ก้างของไอ้ห่ามด้วยคน





เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าคราวไหนไอ้คาเมะถอดเสื้อเล่นแล้วละก็ มีความหมายว่า ‘อย่ามาตุกติก ทำเป็นกระชากเสื้อกูให้ยาก!!’



และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ



“คาเมะจังสู้เขานะครับ~!”




“คาเมะจังสู้ๆ!!” อีกเหตุผลก็คือ มันอยากข่มฝ่ายตรงข้ามด้วยแฟนคลับหนุ่มๆที่มาชะเง้อชะแง้ทำตัวเป็นกองเชียร์อยู่ขอบสนาม ทำนองว่าถ้าทำร้ายร่างกายคาเมะคนสวยแต่นิสัยทรามคนนี้แม้แต่ปลายเล็บล่ะก็ ชมรมคนรักคาเมะจะลงเล่นแทนในฐานะตัวสำรอง!!




“ชิโรตะ! มึงถอดเสื้อเรียกเสียงกรี๊ดบ้างซิ” ยูอิจิรีบหันไปสั่งเพื่อนต่างทีมอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะโดนโคยามะตบหัวให้สำนึก




“ชิโรตะอยู่ทีมกู!! สมองนิ่มแล้วอย่ามั่ว!!”





“งั้น~! จิมมี่ มึงถอดเสื้อ!! โชว์กล้ามให้ไอ้ก้างบางตัวมันสำนึกหน่อยมึง” ยูอิจิยังไม่ลดละ



“มึงจะเล่นบอล หรือมึงจะเปิดโชว์กล้ามปะทะก้างวะ...จะเล่นมั้ย ไม่เล่นกูได้เอาคนอื่นมาเล่นแทนมึง” จินส่งเสียงปรามเพื่อนอย่างเอือมระอา ที่เอือมเนี่ย ไม่ใช่เอือมไอ้ยู แต่จินกำลังเอือมคาเมะ นั่นล่ะ...ไอ้ตัวแห้งๆซีดๆ ที่ถอดเสื้อยืนเต๊ะท่าน่าเตะนั่นล่ะ




...บอกแล้วบอกอีก บอกจนไม่รู้จะบอกแบบไหนว่าอย่าถอดเสื้อเวลาอยู่นอกบ้าน แล้วมันฟังที่ไหน เอะอะก็ร้อน เอะอะก็อึดอัด ชอบโชว์นัก มีแต่ก้างทั้งนั้น ถ้าก้างแล้วอุบาศว์ จินจะไม่ว่าสักคำ แต่นี่อะไร ขนาด จินยังต้องตาต่ำยอมรับว่ามัน ‘เอ็กซ์’ ด้วย แล้วไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก แฟนคลับไอ้คาเมะก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นไอ้ผู้ชายที่ไหนมันจะมาสลอนกันริมขอบสนามทั้งๆที่แดดเปรี้ยงแบบนี้




...แต่ก็...เฮ้อ!! ก็เตือนมันได้ที่ไหนเล่า!! บุญแค่ไหนแล้วที่ไอ้ห่ามนั่นถอดแค่เสื้อ ไม่ถอดกางเกงยีนส์ที่ใส่หลุดๆด้วย




“เล่นบอลก็ได้ครับมึง...แหม ทำมาเป็นบ่น มันต้องเอา ‘ก้าง’ ปะทะกับมึงใช่มั้ย ถึงจะพอใจ” ไอ้ยูยังไม่วายย้อน ก่อนจะยอมทำตัวดีเริ่มเตะบอลกันสักที



ฟุตบอลสำหรับกลุ่มจิน จะว่าเป็นอเมริกันฟุตบอลก็ใช่ เป็นเกมดึงเสื้อ กระชากแขน ล็อคเอว ขัดแข้ง เสียบขา ก็ใช่ เพราะทุกวิถีทางที่จะทำให้ได้ประตู ล้วนผ่านการโกงมาแล้วทุกขั้นตอน ฉะนั้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องจะล้ำหน้าหรือไม่ เพราะมันล้ำกันจนเป็นเรื่องปกติ และการไม่ล้ำทั้งๆที่มีโอกาส อาจกลายเป็นโดนเพื่อนร่วมทีมเตะเข้าให้




อ้อ...ที่พอจะถูกกฎถูกกติกาอยู่บ้าง ก็ไอ้เรื่องลูกออกนอกเขตเนี่ยแหละ แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังใช้กลโกงประเภทผลักฝ่ายตรงข้ามไปโดนบอลที่กำลังออก แล้วถือเป็นการทำฟาล์วของไอ้คนโดนลูกอยู่ดี




“ยิงเลยจิน!!” ไม่รู้ว่าตำแหน่งอะไร เพราะคาเมะมันลากลูกมาจากแผงหลัง อาศัยความคล่องก็บุกมาหน้าประตูที่มีจิมมี่ยืนแยกเขี้ยวเอาความสูงเก้งก้างและตัวใหญ่บังโกลล์หนูเสียแทบมิด




“กูจะยิงรูไหนเล่า” จินพยายามมองหาช่องทาง ตรงหน้าคือยูอิจิที่กำลังสับขาหลอกล่อด้วยสีหน้าจริงจังกับชีวิตจนพาลฮา




“งั้นมึงส่งมา” คาเมะร้องบอก แต่ไม่ทันที่ลูกจะถึงเท้า โคคิก็วิ่งเข้ามาทางด้านหลัง หมายจะแย่งลูกไปเต็มที่ สัญญาลูกผู้ชายมันค้ำคอว่าถ้าทีมไหนแพ้ ต้องเลี้ยงเนื้อย่าง เพราะฉะนั้น โคคิไม่ได้ขี้เหนียวอยากกินเงินเพื่อนหรอกนะ แต่สัญญาแบบนั้น มันชวนให้ฮึกเหิมสุดๆนี่นา!!




“กูไม่ให้มึงได้ประตูหรอกคาเม.........อ๊ะ....” อนิจจา อาจจะเพราะมุ่งมั่นกับสัญญาลูกผู้ชายมากเกินไป โคคิที่วิ่งหน้าตั้ง จึงไม่ทันสังเกตขาโคยามะที่ยืนออกมาขัด ทำเอาสะดุดพรืด ไปผลักคาเมะที่ยืนอยู่ข้างหน้า




“เฮ้ย!!!”



--พลั่ก!!—



--ตุ้บ!!—


“โอ้ย!!!” ร่างบางล้มลงกับกองกับพื้นปูนซิเมนต์ ขาแข้งไม่เท่าไหร่ เพราะกางเกงตัวหนาที่ใส่อยู่ แต่มือที่ค้ำยันกับพื้นตามสัญชาตญาณเนี่ยสิ...




“เฮ้ย! คาเมะ เป็นไรเปล่า” โคยามะที่อยู่ในเหตุการณ์ แถมเป็นต้นเหตุ รีบเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ก็ใครจะไปคิดเล่า ว่าไอ้เซ่อโคคิจะดันล้มเอาจริงๆ แถมไปผลักคาเมะแบบนั้นอีก




“เป็นดิ!!! โอ้ย~! เลือดออกด้วย” ฝ่ามือสองข้างถลอกปอกเปิก แถมเลือดซึมจนแดง โคคิยิ่งหน้าเสียหนัก เพราะคิดว่าเป็นความผิดตัวเองจนพูดไม่ออก




“ไอ้ห่าโคคิ! มึงนะมึง...แล้วอย่างงี้กูจะช่วยตัวเองยังไงห๊ะ!!” คาเมะทำหน้าดุใส่ ทั้งที่จริงๆแล้วไม่แยแสอะไรนัก...ก็โธ่~!! แผลแค่นี้ไกลหัวใจจะตายไป เป็นแผลที่มือสิดี จะได้มีข้ออ้างว่าจดเลคเชอร์ไม่ไหว เวลามาสาย ก็อ้างไปเลยว่ามัวแต่ทำแผล สบายล้านแปด




“ปากมึงนี่จริงๆนะคาเมะ...เจ็บจะตายห่าอยู่แล้วยังจะคิดเรื่องใต้สะดือ” ยูอิจิจอมกัด หันมาว้ากไอ้คนปากดีที่น่าได้รางวัลเป็นฝ่าเท้าสักที มือมันเลือดออกขนาดนั้น ยังจะทำตัวห่ามไม่เข้าเรื่องอีก




“จิน กูว่ามึงพาไอ้คาเมะไปหาหมอเหอะว่ะ เอารถกูไป อ่ะ...” ชิโรตะแสนใจดี ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจรถขึ้นมาส่งให้คนที่เดินเข้ามาดูเป็นคนสุดท้าย




จินรู้ว่าคาเมะคนเข้มแข็ง ไม่ชอบการถูกดูแลเกินความจำเป็น เพราะฉะนั้น เขาถึงต้องกันตัวเองเอาไว้ในพื้นที่แคบๆ ยึดขาอยู่นิ่งๆ ทั้งๆที่อยากจะเข้าไปหาเป็นคนแรก




“งั้นมึงเอามอ’ไซค์กูกลับให้ด้วย” จินล้วงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของตัวเองขึ้นมาแลกกับกุญแจรถของชิโรตะ




“เฮ้ย!! กูไม่ไปนะเว้ย...แผลแค่นี้เอง กูว่ามึงพาไอ้ป๊อดโคคิไปหาหมอแทนกูเหอะ ป่านนี้มันยังไม่หายช็อคเลย” คาเมะพูดแล้วโบ้ยไปที่โคคิที่ยังยืนเงียบ เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่าผู้ชายหน้าเถื่อน แถมทำตัวเป็นยากุซาบ่อยครั้ง กลัวเลือดและการบาดเจ็บเป็นที่สุด ไม่ว่าสองสิ่งนั้นจะเกิดกับใครก็ตาม จะเป็นคนที่มันรู้จักหรือไม่ ไอ้โคคิก็พร้อมจะช็อคได้เสมอ




“มึงนั่นแหละที่ต้องไป คาเมะ” เรียวรีบบอก แล้วพยุงคาเมะให้ลุกขึ้นยืน



“ไม่ไป!! จะไปทำไมเล่า แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หาย”




“แล้วถ้าไม่หายล่ะ ถ้ามันติดเชื้อ อักเสบ เป็นหนอง แผลเน่า ถึงตอนนั้นก็คงรักษาไม่ได้ หมออาจจะต้องให้เลือกว่ามึงจะเอายังไง ระหว่างตายแบบมือเน่าๆ หรือมีชีวิตอยู่แบบที่ต้องตัดมือทิ้ง”



จุนโนะเพื่อนสนิทแสนดีพูดจาด้วยความเป็นห่วงเต็มร้อย วัดได้จากสารพัดอาการที่มันขุดขึ้นมาขู่ ให้คาเมะต้องส่งสายตาดุๆไปให้มันเงียบ



“ขอบใจนะมึง พูดแต่ละอย่างละดีๆทั้งนั้น” ก่อนจะเกิดการต่อปากต่อคำมากไปกว่านั้น จินก็เข้าไปลากไอ้ตัวดีออกมาจากกลางวงล้อมเพื่อน



“ฝากจัดการแถวนี้หน่อย” จินบอกแบบนั้น เพื่อนทั้งหลายก็รับคำเป็นอย่างดี




รู้ดี ว่าถ้าขืนไม่ ‘จัดการแถวนี้’ นั่นหมายถึง พวกเขาอาจจะใช้ชีวิตอย่างไม่สงบอีกเลย จนกว่า ไอ้พวกแถวนี้จะรู้เรื่อง และความเป็นไปของไอ้คาเมะมากพอที่จะแยกย้ายไปทำกิจอื่นอย่างไม่นึกห่วง แต่ก็คงไม่มีใครห่วงหรอกมั้ง ก็ดูสิ...ขนาดมือเจ็บ แถมโดนไอ้จินลากไปที่รถแบบนั้น ไอ้ซ่ายังเสียงดังไปตลอดทาง บอกให้รู้กันไปเลย ว่าเส้นเลือดที่มือ ไม่มีส่วนสัมพันธ์ใดๆกับเส้นเสียงของมัน





“เฮ้ย~!! มึงจะพากูไปไหนเนี่ย!!~”



“กูไม่ไปโรง’บาลนะเว้ย!!”



“ไอ้จินงี่เง่า!!! กูบอกว่าไม่หาหมอ!!”




“ไอ้เวร!!! ปล่อยกูเด้~!!!!”



“ปล่อยกู~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”



ไม่มีเสียงใดๆจากคนที่กำลังฉุดกระชากคาเมะขึ้นรถ ให้เพื่อนๆทั้งหลายได้แต่มองตามด้วยความปลงตกกับชีวิต และก็หวังว่าไอ้จินจะพาคาเมะไปถึงมือหมออย่างปลอดภัย




...อ้อ...ที่ปลอดภัยน่ะ หมายถึงจินนะ ไม่ใช่คาเมะ เหอ เหอ เหอ...



.............................



“แม่ง!! จะพากูมาทำไมวะ” คนเจ็บบ่นหน้าหงิกหน้างอ ทั้งๆที่มือยังมีเลือดไหลซึม ขณะรอไอ้คนพามา มันกรอกประวัติอยู่ที่เคาท์เตอร์ ตอนนี้ไอ้จินมีแค่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงยีนส์ชายกรุย และรองเท้าผ้าใบที่ครั้งนึง มันคงเคยเป็นสีขาวมาก่อน ติดตัวเท่านั้น




.... ดูเถื่อน แต่ไม่ยักซกมกแหะ ...




....วะ!!~ แล้วนี่กูไปชมว่ามันไม่ซกมกทำไมล่ะเนี่ย!! มันก็แค่...ก็แค่...ก็แค่สะอาดเอี่ยมเลี่ยมเร้เรไร ก็มีดีแค่นั้นอ่ะ!! เรื่องอื่นมันไก่อ่อนจะตาย ไอ้ไก่จินนะ จีบสาวก็ไม่ได้เรื่อง เคยไปแอบฟังมันโฟ่ทีนึง แทบเป็นลมอยากจะเลิกคบมันให้รู้แล้วรู้รอดไป ที่มีฟงมีแฟนมาจนทุกวันนี้เนี่ย!! บอกได้คำเดียวว่ามันเอาแค่หน้าตาหากิน!!!




‘ไม่หรอก’ เสียงหนึ่งดังในใจลึกๆ ยากแก่การค้นหาว่ามันดังมาจากมุมไหน ‘มันไม่ได้ดีแค่หน้าตา แต่มันจูบเก่งด้วย’ เสียงนั้นยังดังต่อ ให้คาเมะรู้สึกเหมือนว่า แผลที่มือแทบจะซีดไร้สีเลือด เพราะทุกหยาดหยดของเจ้าน้ำสีแดงๆนั่นมันทะลักขึ้นมาที่หน้าจนร้อนเห่อ





‘แล้วเสื้อมันก็หอม’ เสียงยังดังไม่หยุด ให้คาเมะต้องก้มลงมองเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่คลุมอยู่กับไหล่เปลือยเปล่าของตัวเอง



ตอนจะเดินเข้ามาในคลินิก ไม่รู้วิญญาณสุภาพบุรุษที่ไหนเข้าสิงไอ้จิน มันถึงถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกมายัดเยียดให้ใส่ จะไม่ใส่ก็ไม่ได้ มันเล่นบอกว่า ‘ถ้ามึงไม่ใส่ งั้นกูโทร.บอกแม่มึง ว่ามึงเจ็บตัวอีกแล้ว’ ตอนนั้นก็เถียงมันฉอดๆ แต่สุดท้ายแล้วขัดใจมันได้ที่ไหน เล่นเอาแม่มาขู่นี่หว่า เลยต้องยอมตามใจมัน เสื้อตัวเองก็ดันทิ้งไว้ที่ลานบอลอีก กระเป๋าก็ไม่เอามา แต่ช่างเหอะ พวกมันคงเก็บไว้ให้มั้ง



‘ดมสิ เสื้อจินหอมออก’ เสียงเชิญชวนในใจยังดังไม่หยุด ให้คาเมะต้องสนองตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ ด้วยอาการอึกอักและลังเล ขณะก้มหน้าลงไปชิดเสื้อเชิ้ต เพื่อสัมผัสกลิ่นให้ชัดกว่านี้



...อืม กลิ่นเสื้อมันหอมจริงๆด้วย ไอ้จินชอบกลิ่นแบบนี้เหรอ ยาสระผมมันก็กลิ่นเย็นๆอย่างงี้ คาเมะถึงได้ชอบกระโดดขี่หลังมันยังไงล่ะ พอขึ้นไปอยู่บนหลังมันทีไร ได้กลิ่นยาสระผมมันทุกที ไม่เคยสังเกตกลิ่นเบาบางบนเสื้อมันเลย วันนี้ถึงได้รู้ ว่านอกจากกลิ่นยาสระผมจะถูกใจแล้ว กลิ่นเสื้อก็ถูกใจอีกต่างหาก



มีแต่กลิ่นที่ชอบทั้งนั้นเลยแหะ ทั้งกลิ่นเสื้อ กลิ่นยาสระผม




...เอ๊ะ!!! นี่กูคิดไรอยู่วะ!!!



คาเมะรีบดึงหน้าตัวเองออกจากเสื้อของเพื่อนตัวโตทันควัน ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรที่เพื่อนผู้ชายเขาไม่ทำกัน พอดีกับที่อีกฝ่ายกรอกประวัติเรียบร้อยแล้ว และหันกลับมา



“เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง” ไม่รู้จินคิดไปเองรึเปล่า ที่เดี๋ยวนี้คาเมะหน้าแดงบ่อยขึ้น ทั้งๆที่ไม่ได้เมาเหล้าแต่อย่างใด




“เอ่อ...ก...กูร้อนน่ะ” คำตอบแข็งๆ และอาการหลบตา ไม่ได้ทำให้จินสนใจปฏิกิริยาที่คล้ายจะกวนโอ้ยมากนัก ได้แต่เดินไปนั่งบนเก้าอี้พลาสติกถัดจากคาเมะสักสองสามตัว เว้นที่ให้คนขี้ร้อนไม่อึดอัด




“คาเมนาชิซัง” พยาบาลที่เคาท์เตอร์เรียก คาเมะลุกขึ้นตามเข้าไปยังห้องตรวจด้านใน เหลือบมองด้านหลังเล็กน้อย ด้วยความคาดหวังว่าจะมีใครสักคนตามหลังเข้ามาแสดงตัวแสดงตนทำทีสนใจการรักษาแผล แต่ใครคนนั้นยังนั่งอยู่ที่เดิม ที่เดิมก็คือไอ้เก้าอี้ที่ถัดจากที่นั่งของคาเมะไปสองสามตัวนั่นล่ะ




“เชิญครับ” เสียงหมอเชื้อเชิญให้นั่ง ทำเอาไอ้ห่ามผู้ไม่เคยพึ่งพาใครต้องรีบสลัดความคิดแปลกๆออกจากหัว




...ความคิดที่ว่า...อยากให้จินดูแล...




...บ้าไปแล้วแน่ๆ จะไปอยากให้ไอ้จินดูแลทำไม คนอย่างนั้นดูไปบ่นไปสิไม่ว่า หูชาตายห่า!!!!...




...เลิกคิดโว๊ย!!! เลิกคิด!! เลิกคิดถึงไอ้จินสักที!! แค่ถูกจูบทีสองที อย่ามาทำตัวแต๋วหลุด เข้าใจมั้ย คาเมนาชิ คาซึยะ!!~



แล้วตลอดการทำแผล คาเมะก็แทบไม่รับรู้ความเจ็บความปวดใดๆเลย เพราะคาถาที่นั่งท่องในใจจนทำแผลเสร็จว่า



‘อย่าแต๋วหลุด! อย่าแต๋วหลุด! อย่าแต๋วหลุด!’ นั่นแหละ


.............................



คาเมะออกจากห้องทำแผลพร้อมกับมือสองข้างที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซ พอดีกับ พยาบาลที่เคาท์เตอร์เรียกไปรับยา แล้วคราวนี้ไอ้คนที่คาเมะ ‘ภาคแต๋วหลุด’ อยากให้ดูแลมาตั้งแต่แรก ก็ลุกจากเก้าอี้พลาสติกเดินไปยืนเคียงอยู่หน้าเคาท์เตอร์ด้วย




...หึ!! ก็เพราะมันรู้น่ะสิ!! ว่าคาเมะไม่ถูกกับยา จะยากินยาทา คาเมะก็ไม่เอา ก็เหมือนที่โคคิไม่ถูกกับเลือดนั่นล่ะ เพียงแต่ว่าหากโคคิเห็นเลือด โคคิจะช๊อค แต่ถ้าคาเมะเห็นยา คาเมะจะทิ้งยา ก่อนที่คาเมะจะช๊อคเพราะต้องกินและทายา!!




“ขอบคุณมากครับ” นางพยาบาลอธิบายการทำแผลที่ใครๆก็รู้กันเรียบร้อย ไอ้จินก็ขอบคุณตามมารยาทสากลโลก ในขณะที่คาเมะหงุดหงิดสุดๆกับอาการตาหวาน ตาเยิ้มของนางพยาบาลสาว




...จะมองอะไรนักหนาวะ แล้วนั่นก็ปล่อยถุงยาสักทีเซ่!!~ มองอย่างกับไม่เคยเห็นผู้ชายงั้นแหล่ะ!! รู้แล้วว่าไอ้จินหล่อ แต่อย่ามองนานได้มั้ย!!...เอ่อ...เปล่า..เปล่านะ คาเมะไม่ได้หวงหึงอะไรไอ้จินขึ้นมากะทันหันหรอก ...แค่..เอ่อ...แค่...แค่...แค่อารมณ์ติดเพื่อน! ใช่ๆ ก็สนิทกับไอ้จินมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ถึงมันจะขี้บ่นและหวงตัวโคตรๆ แต่มันก็ใจดี แถมทำกับข้าวเก่ง ใครได้มันไปเป็นสามีคงสบายกาย แต่อาจจะหนวกหูหน่อย ก็เท่านั้น




คาเมะไม่ทันรู้ตัว ว่าความคิดของตัวเองคล้ายจะยอมรับข้อด้อยของอีกฝ่ายด้วยการมองว่า เรื่องหนวกหูเป็นแค่เรื่อง ‘เท่านั้น’ ที่เล็กน้อยเสียจนไม่มีผลใดๆอีก




ร่างบางๆเดินลิ่วเตะซ้ายเตะขวาตามนิสัยห่ามๆออกมาจากคลินิก มีจินเดินถือถุงยาตามไปที่รถ และพอขึ้นรถได้ ไอ้ตัวแสบก็เริ่มแผลงฤทธิ์ความเรื่องมาก ด้วยการถอดเสื้อของจินออก แล้วโยนคืนไอ้เจ้าของ ที่ทำหน้าที่คนขับ




“เอาคืนไป...เสื้อมึงโคตรเหม็น น้ำหอมโรงงานราคาถูกใช่มั้ยเนี่ย ผู้ดีอย่างกูได้กลิ่นแล้วผื่นขึ้นจมูก” มันพูดแล้วยิ้มยั่วให้จินต้องถอนหายใจยาว แล้วเบนสายตากลับไปยังหน้าปัดเกรถยนต์ ขณะบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง




ไม่ใช่รอยยิ้มยั่วๆนั่นหรอก ที่ทำให้จินอดทนมองหน้าไอ้เพื่อนคนสวยแต่นิสัยทรามอย่างคาเมะไม่ได้ แต่แผงอกเล็กๆ แห้งๆ ซีดๆนั่นต่างหากที่กำลัง ‘ยั่ว’ จินครั้งแล้ว ครั้งเล่า



‘เซ็กซี่ตรงไหนวะ นมแบนๆเนี่ยนะ’ ชิโรตะ ผู้นิยมสตรีระดับอีถึงเอฟเป็นคนถามไอ้ยูอิจิที่โชว์พาวคบหนุ่มหน้าหวานเป็นคนแรกในกลุ่ม



‘ก็เพราะมันแบนน่ะสิ เลยเซ็กซี่’ คำตอบของยูอิจิ จินเพิ่งเข้าใจเมื่อไม่นานมานี้เอง ก่อนหน้านั้น ไอ้คาเมะถอดเสื้อเล่นบอลก็หลายครั้ง เวลาไปเล่นเซิร์ฟด้วยกัน มันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตาบ่อยไป แล้วไปออนเซ็นทุกครั้ง เขาก็อาบน้ำพร้อมคาเมะตลอด ทุกครั้งไม่เคยเป็นปัญหา เพราะมันก็เหมือนผู้ชายที่เป็นเพื่อนกันทั้งโลก




แต่พอ...พอรู้ว่ารักมัน รักมันมากกว่าที่รู้สึกกับเพื่อนคนอื่นๆ จินก็ถึงได้รู้ว่าหน้าอกแบนๆ ไม่มีอะไรนิ่มหยุ่นเหมือนผู้หญิง มีแค่หัวนมเม็ดเล็กสีชมพู กับหน้าท้องแบนราบและสะดือที่มันไปเจาะใส่หมุดเล็กๆพร้อมเขา เหล่านั้น เป็นสิ่งที่พอรวมกันแล้ว ก็ดันทำให้หัวใจเต้นดังจนน่าหนวกหู และพาลเป็นไม่กล้ามองหน้าไอ้เพื่อนที่คบกันมาตั้งสามปีได้เลย



“โฮ~!! ยาเยอะแยะอะไรงี้วะ!! กูแค่เป็นแผลถลอกนะเนี่ย! ไม่ใช่เป็นความดัน โรคหัวใจ ยัยพยาบาลนั่นจัดมั่วเปล่าวะ” เสียงมันยังดังบ่นโวยวายในรถคันเล็กที่ชิโรตะให้ยืมมา จินเหลือบตามองไอ้คนเจ็บแต่ยังปากดีไม่เลิก ก่อนจะเหลือบลงมองยังหน้าอก และหน้าท้องแบนราบ ช่วงเอวคอดสวย ผิวขาวเนียน ลงมายังสะโพกมนที่ถูกบดบังด้วยขอบบ็อกเซอร์ และกางเกงยีนส์หลุดๆสีซีด แม้แขนและถุงที่มันถือจะบังเป็นบางส่วน แต่เขาก็ยังเห็น




...แล้วยิ่งเห็น...มันก็ยิ่ง...




....แม่งเอ้ย~!! กูเตือนมึงแล้วนะเว้ย!!! เตือนจนไม่รู้จะเตือนยังไงแล้ว บอกกี่ครั้งกี่หนว่าอย่าถอดเสื้อตอนอยู่นอกบ้าน ไม่ได้กลัวใครเห็น แต่กลัวใจตัวเองจะตบะแตกเนี่ยแหละ!!! แล้วมันเคยฟังกันสักครั้งมั้ย นอกจากจะไม่เคยแล้วยังมีหน้ามาเถียงหัวชนฝาว่า ‘หน้าอย่างกูไม่มีใครเขาเอาทำเมียหรอก’ ก็กูนี่ไงจะเอามึงทำเมีย!!!...




...อะไรของมัน! ยั่วกันอยู่ได้!! ถ้ากูหมดความอดทนเมื่อไหร่ มึงอย่ามาหาว่ากูใจร้ายละกันคาเมะ!!!!...


.............................


การกระทำเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนยังอิหลักอิเหลื่อ คาเมะที่นั่งซ่ามาตลอดทาง ด่ารถคันนั้น ชี้หน้ารถคันนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนขับแต่อย่างใด ก็ชักระแวงซ้ายระวังขวาเมื่อรถเข้าจอดที่ใต้หอ ไอ้คนห่ามที่ทำอะไรไม่เคยคิดหน้าคิดหลังมาก่อนเลยในชีวิต ชักเรียนรู้วิธีรำลึกถึงอดีตก็วันนี้



...ไม่รำลึกได้ไง...ก็...ก็คราวก่อนที่โดนไอ้จิน...เอ่อ...โดนไอ้จิน...โดน...โดนมัน...จูบ... บ้าเอ้ย~!!!! อุตส่าห์พยายามลืมตั้งหลายวัน กว่าจะทำตัวเหมือนเดิมมันยากแค่ไหน แต่ทำไม...แต่ทำไมแค่ไอ้จินมาส่ง...




“เอ่อ...ส่งแค่นี้แหละ...ขับกลับดีๆล่ะมึง อย่าเอารถชิโรตะไปไถลลงข้างทาง เดี๋ยวไม่มีปัญญาซ่อม” จะลงแต่ก็ยังปากดี ทว่าเมื่อหันกลับไปพูดกับไอ้คนขับ สายตาก็ดันเหลือบออกไปนอกรถ ทันเห็นร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังหอบกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมออกมาจากประตูหอ




“เฮ้ย!!~ ไอ้ยูยะแม่งจะไปไหนวะ! เสือกทิ้งพี่อีกแล้ว!!” คาเมะหันไปเปิดประตูลงจากรถทันควัน หมายจะเข้าไปดักหน้าน้องชายตัวโตที่บังอาจทิ้งพี่ชายอยู่คนเดียว



...ไม่รู้มันทำกับข้าวไว้ให้รึเปล่า เสื้อผ้าล่ะ รีดไว้รึยัง จะไปไหนน่ะไม่ว่าหรอก เพียงแค่ช่วยทำอะไรต่ออายุพี่ชายที่ต้องมีชีวิตโดยปราศจากน้องหน่อยเหอะ



“ไอ้ยูยะ!! จะไปไหน!!” คาเมะที่ตัวเตี้ยกว่าร่วมคืบร้องลั่น แล้วก้าวอาดๆเข้าไปดักหน้า ทำเอาคนเป็นน้องถึงกับตาโต



“เฮ้ย!! คาซึ ทำไมกลับเร็ว ไหนว่าวันนี้จะไปก๊งเหล้ากับเพื่อนไง” คนเป็นพี่ชูมือให้ดูทันที



“จะให้ก๊งได้ไง ดูมือฉันซะก่อน แล้วนี่แกจะไปไหน กับข้าวทำไว้รึยัง เสื้อผ้าฉันล่ะ” ยูยะทำหน้าปั้นยาก กระอักกระอวนเพราะทุกอย่างที่พี่ชายพูดมา เขายังไม่ได้ทำสักอย่าง ยูยะไม่ใช่คนเหลวไหล รู้หรอกว่าถ้าไม่มีเขา ไอ้พี่ชายตัวเตี้ยม่อต้อก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ แต่วันนี้เขารีบจริงๆนี่นา ยูโกะแฟนสาวของเขากำลังมีเรื่องกับทางบ้าน และเขาต้องรีบไปเคลียร์




และแน่นอนว่าเขาคงไม่ได้ไปแน่ๆ ถ้าพี่ชายมายืนดักหน้าอยู่แบบนี้




...เอาไงดี เอาไงดี... แฟนก็ต้องไปหา แต่พี่ชายเขาเข้าใจอะไรง่ายๆที่ไหนเล่า.... ขณะที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดีนั้น สายตาก็เหลือบเห็นเพื่อนของพี่ที่เดินตามลงมาจากรถ




“พี่จิน!!” ยูยะร้องอย่างดีใจเหมือนเทวดามาโปรด ...รู้แล้วว่าจะฝากคาซึไว้กับใคร



ยูยะไม่พูดอะไรกับพี่ชายทั้งสิ้น แต่ถลาเข้าไปหาจินทันที




“เฮ้ย!! ไอ้ยูยะ!! จะหนีเหรอ...” คาเมะขยับตัวตาม นึกว่าน้องชายจะทิ้งกันจริงๆ แต่ปรากฏว่ามันดันวิ่งไปพูดกับจิน แบบที่ทำเอาไอ้คนตัวเล็กถึงกับตาโต



“พี่จิน!!~ ผมฝากคาซึสักสองสามวันนะพี่ ช่วยทำกับข้าว แล้วก็รีดเสื้อผ้าให้หน่อย ผมซักเอาไว้แล้ว อยู่ในตะกร้ามุมห้อง คุณชายเขาอยากใส่เสื้อตัวไหน พี่รีดตัวนั้นเลยนะ ห้ามเสนอแนะ ขอบคุณมากครับพี่...ไปล่ะครับ” มันพูดจบปุ๊บ ก็วิ่งปรู๊ดจากไปให้คาเมะได้แต่ยืนตาค้าง




...ว่าไงนะ!! จะให้ไอ้จินมาดูแลตั้งสองสามวัน!! ตายห่า!! กูจะโดนมันปล้ำมั้ยเนี่ย!!!...


.............................



จินเหลือบมองคนที่ยังยืนนิ่งเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ยูยะพูด สุดท้าย เขาเลยต้องตัดสินใจเดินเข้าไปหา




“ไป...ขึ้นห้อง จะทำกับข้าวให้” ร่างสูงพูด แล้วออกเดินให้คาเมะได้แต่มองตาม



...อะไรวะ!! มึงชวนกูขึ้นห้องง่ายๆงี้เลยเหรอ บนนั้นน่ะ กูกับมึงเคย...เคยจูบกันมาแล้วนะโว๊ย~!! อะไรของแม่ง! ทำไมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย จูบกูแล้วไม่ติดใจชวนให้นึกถึงบ่อยๆเลยรึไง!!



...อ้าว... แล้วนี่ทำไมกูต้องไปอยากให้มันติดใจด้วยวะ!! เลิกคิด!! เลิกคิด!! ไอ้จินไม่เห็นแคร์ แล้วกูจะไปแคร์ทำไม กะอีแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นความบังเอิญที่ทำให้ปากกูกับปากมันมาชนกันพอดี!!...



...เรื่องบังเอิญทั้งนั้นแหละ!!..



“จิน...ขี่...” ร้องบอกแล้วกำลังจะออกวิ่งไปกระโดดขี่หลังเหมือนทุกที แต่ขาไม่ยอมไปตามความคิด ภาพจูบวันนั้น ยังย้อนกลับเข้ามาให้ขาสองข้างตรึงแน่นอยู่กับที่ แม้จะบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญ... แต่ส่วนหนึ่งในใจกลับค้านดังลั่น ว่าความบังเอิญประเภทไหน สถานการณ์มันถึงออกมาในรูปแบบนั้น แบบที่ใกล้เคียงกับคำว่าจูบ มากกว่าคำว่าชน




จินหันกลับมามองด้วยความสงสัย ให้คาเมะต้องทำเป็นยิ้มเผล่แล้วแก้ต่าง




“เอ่อ...ข...ข...อยาก...อยากกินไข่น่ะ” บอกไปแล้วก็ต้องเจ็บใจที่ดันคิดถึงเรื่องแบบนั้นอยู่ฝ่ายเดียว จนต้องเปลี่ยนจากคำว่า ‘ขี่หลัง’ เป็นคำว่า ‘ไข่’




...แม่ง!! ทำไมมีแต่กูที่คิดวะ!! ไอ้ห่านั้นไม่เห็นจะคิดมั่งเลย!! ไม่เอาแล้ว! คาเมนาชิ คาซึยะ!! ไหนอุดมการณ์ว่าจะไม่กินเพื่อนไง!! เพื่อนก็คือเพื่อน! อย่าให้มันกลายเป็นอย่างอื่น ไม่เอามันเป็นแฟน ไม่เอามันเป็นผัว ไม่เอามันเป็นเมีย คนในโลกมีเป็นพันล้าน อย่าเอาเพื่อนมาพัฒนาเป็นสามอย่างข้างต้นที่ว่ามา กูยังไม่อยากได้คนข้างกายที่รู้หัวรู้หางกูไปซะทุกอย่างหรอก!!



.............................



ห้องเช่าของสองพี่น้องคาเมนาชิ ยังเหมือนทุกครั้งที่จินมา นั่นคือห้องสะอาดเป็นระเบียบ เหมาะกับเจ้าเตียงชั้นบน ที่แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนนอนต้องเป็นพวกมีระเบียบวินัยในตัวเองถึงขนาดพับผ้าห่มเรียบร้อย ซึ่งแน่นอนว่าต่างจากเตียงล่าง...




...เตียงล่างที่เป็นกองผ้าห่ม และกองหมอน มีแอ่งตรงกลางว่างเอาไว้ บอกเป็นนัยว่าเมื่อเช้าคนที่ลุกออกไปเคยนอนอยู่ตรงนี้ และสลัดผ้าห่มให้ไปขยุมอยู่ปลายเท้า



“อะไรวะ!! จะไปก็ไม่ล้างจานให้ก่อน!!” คาเมะปรายตามองไปที่ส่วนครัวเล็กๆ ที่กั้นด้วยผนังสูงแค่เอว เห็นจานแค่สองสามใบในอ่างก็บ่นนำแบบที่จินได้แต่ส่ายหัว อยากจะย้อนนักว่า คราวที่ยูยะไปเข้าค่ายชมรมสามวัน คาเมะยังกองจานที่กินแล้วเป็นพะเนินกว่านี้ให้น้องชายกลับมาจัดการอยู่เลย



“ไปนั่งไป จะกินไข่ใช่มั้ย จะทำให้” ไอ้ห่ามของผองเพื่อนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะอเนกประสงค์แล้วเปิดโทรทัศน์ดูสบายอกสบายใจเหลือเกิน




...เรื่องที่ไอ้คาเมะว่าง่ายมีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก หนึ่งคือเรื่องเหล้า มีที่ไหนมันโอนอ่อนตามแบบลืมงานลืมการ สองคือเรื่องกับข้าว ไม่รู้ตายอดตายอยากมาแต่ชาติไหน ชาตินี้มันถึงห่วงกินเกินหน้าเกินตา เกินหุ่นผอมๆของมัน



เพียงไม่นาน ข้าวไข่เจียวหอมฉุยก็ถูกยกออกมาตั้งประเคนให้ตรงหน้า คาเมะก้มลงสูดกลิ่มหอมๆอย่างมีความสุข คว้าช้อนคว้าส้อมขึ้นมาถือ แม้จะลำบากกับผ้าก๊อซที่พัน แต่ไม่ได้ใส่ใจมันนักหรอก!!



“เออ! กูจะอาบน้ำอ่ะ” ยังไม่ทันจะตักคำแรก ไอ้แสบก็เงยหน้าบอกภารกิจถัดไป




“มือเป็นแบบนั้น แล้วจะอาบยังไง”




“ก็มึงไง อาบให้กู” คำย้อนของไอ้คนที่ตักข้าวเข้าปาก ทำเอาจินชักหงุดหงิด เหลือบมองเตียงนอนอันเป็นสถานที่เกิดเหตุของเรื่องราวคราวที่แล้ว ก่อนจะหันกลับมามองไอ้คนที่ยังอยู่ในสภาพกางเกงยีนส์หลุดๆและหน้าอกเปลือยเปล่า




...มึงไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดใช่มั้ยคาเมะ...มึงถึงยอมให้ผู้ชายที่จับมึงจูบเมื่อคราวที่แล้วขึ้นห้องได้ง่ายๆอย่างงี้ มึงไม่คัด ไม่ค้านสักคำ แถมยังใช้กูทำกับข้าวอีก แล้วนี่จะมาบอกให้กูอาบน้ำให้มึง เสื้อถอดให้ไปก็ไม่ยอมใส่ น้ำหอมโรงงานแล้วทำไม จะอะไรนักหนา แม่ง ยั่วกูอยู่ได้วันละสิบเวลา กูชักจะโมโหเหมือนกันนะเว้ย มึงพากูเข้าห้องง่ายๆ แถมทำตัวง่ายๆโดยไม่คิดอะไรเลยได้ยังไง...



“อา...แต่อาบน้ำก่อนดีกว่า ตอนดูมาส์ก เรนเจอร์ กูอยากกินข้าวไปด้วย” แล้วมันก็วางมือจากจานที่กินไปไม่ถึงครึ่ง ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีฟ้าอ่อนลายลูกเจี๊ยบสีเหลืองบนราวตากผ้า ก่อนจะเดินนำไปที่ห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันเข้า ไอ้ตัวดีก็หันกลับมามองจินที่ยังยืนนิ่ง



...วะ!! ไอ้นี่!! กูอุตส่าห์ทำเนียนเป็นปกติแล้วนะเว้ย!! เดี๋ยวจะมาหาว่ากูทำตัวเป็นสาวแรกรุ่น หวั่นไหวกะจูบระดับไก่อ่อนของมึงอีก!! ชิ...




“มาเร็ว จินที่รัก มาอาบน้ำให้กูหน่อย มึงคงไม่คิดจะให้กูใช้ผ้าก๊อซนี่ถูตัวแทนสบู่หรอกใช่....”




พูดไม่ทันจบ จินก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วปาทิ้งกับพื้นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินเข้ามาจับร่างบางๆนั่นกระแทกเข้ากับผนังข้างประตูห้องน้ำดังผลั่ก!!



“โอ้ย~!! เล่นไรของมึง...อึ๊~!!!”




กำลังจะโวยวายให้สมกับความเจ็บแปลบๆที่แผ่นหลัง แต่ริมฝีปากร้อนผ่าวที่กดแนบลงมาอย่างหนักหน่วง ก็ทำเอาเสียงทั้งหลายหายวับลงคอ แล้วได้แต่ตาโตกับสัมผัสแนบแน่นที่แน่ชัดยิ่งกว่าคราวก่อน





...ก็คราวนี้มันไม่เมานี่หว่า!! รู้ตัว มีสติทุกวินาที รู้แม้กระทั่งว่าริมฝีปากตัวเองถูกมันไล้ด้วยปลายลิ้นเบาๆจนหวิวไปทั้งตัว แล้วมือมันที่จับอยู่กับต้นแขนก็เลื่อนไปด้านหลัง ลูบไล้แผ่นหลังเปล่าๆที่ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น มือมันสาก มือมันร้อน มือมันส่งผ่านความมั่นคงและหนักแน่นแบบที่ทำให้สั่นไปทั้งร่าง




คาเมะมึนงงจนทำอะไรไม่ถูก ไหนจะรอยจูบที่ถูกเม้มคลึงจนปากชาไปหมด ไหนจะสัมผัสร้อนรุ่มกลางแผ่นหลังที่ถูกทิ้งไว้เมื่อฝ่ามือหนาๆเคลื่อนผ่าน นานเท่าไหร่ไม่รู้ ที่ถูกมันจูบอยู่แบบนั้น




ไอ้จินมันเอียงหน้าแล้วบดจูบลงมามากขึ้น เพื่อฝากซับความรู้สึกไว้ทุกอณู มันแนบ มันบดขยี้มากกว่าคราวที่แล้ว ก่อนจะผละออกอย่างแผ่วเบาให้โหยหา แล้วเลื่อนลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอ ความร้อนของริมฝีปากบดคลึงผิวเนื้อจนคาเมะแข้งขาอ่อนแทบทรงตัวไม่อยู่ แล้วยิ่งมันไล้ลงต่ำมาที่ยอดอก เพื่อครอบครองด้วยปลายลิ้นช่ำ คาเมะก็แทบจะลืมหายใจไปแล้ว




มือมันลากไล้ทั่วทั้งแผ่นหลัง ขณะที่ริมฝีปากมันฝากรอยจูบเจ็บจี๊ดทั่วทั้งแผ่นอกให้คาเมะได้แต่ครางสะอื้นแผ่วเบา ก่อนที่มันจะละขึ้นมามองคนที่ตาเยิ้มปรือเพราะแรงกระทำ




จินสงสาร แต่ในความสงสาร ก็บอกกับตัวเองว่าคาเมะสมควรแล้วที่ถูกเขาทำแบบนี้




“กูเตือนมึงแล้ว ว่าอย่าถอดเสื้อ”




มันพูดแล้วมองหน้าแดงก่ำของไอ้เพื่อนห่ามนิสัยช่างยั่วเป็นครั้งสุดท้ายของวันนี้ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปเงียบๆ



ทันทีที่ประตูปิดลง คาเมะก็ถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงด้วยความมึนงงและสับสน ยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก ซอกคอ ก่อนจะลงมายังหน้าอก แล้วต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก



...คราวที่แล้วมันเล่น ปาก แก้ม คอ คราวนี้มันเล่น ปาก คอ อก แล้วคราวหน้าแม่งจะเล่นอะไรวะเนี่ย!!!...




...เวรเอ้ย~!! มึงทำกันถึงขนาดนี้ แล้วกูจะทำตัวปกติต่อไปได้ยังไงเล่า!!!!...



.............................



แปลกอีกแล้ว วันนี้ไอ้คาเมะก็ทำตัวแปลกๆอีกแล้ว!!




อะไรของมันวะไอ้นี่!! ทำตัวเป็นปกติได้สองสัปดาห์กว่าๆ มันก็ทำตัวประหลาดให้เพื่อนฝูงเป็นห่วงอีกแล้ว!!




“มึงร้อนก็ถอดเสื้อดิ คาเมะ”




วันนี้ไอ้คาเมะคนดังเล่นบอลคนละทีมกับจิน เรื่องนี้ไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ที่แปลกคือมันเล่นทั้งๆที่ใส่เสื้อ แล้วเสื้อมันน่ะ แขนยาว คอเต่าอีกต่างหาก แล้วดูไอ้คนขี้ร้อนสิ เหงื่อโทรมอย่างกะอาบน้ำมา!! เรียวผู้รักและเป็นห่วงเพื่อนอย่างยิ่ง เลยต้องตะโกนบอกไอ้คนที่วันนี้มาอยู่ทีมเดียวกันตามผลการโอน้อยออก




“ไม่ กูไม่ร้อน” คาเมะที่กำลังลากลูกผ่านโคคิร้องบอกทั้งๆที่มือปาดเหงื่อทิ้ง ความจริงแล้วคือร้อนชิบหายวายป่วง แต่จะถอดเสื้อได้ไง ในเมื่อรอยจูบไอ้จินยัง...เอ่อ...ยังเต็มอกแบบนั้น...




แล้วพอคิดถึงจิน ไอ้เวรตะไลนั่นก็วิ่งมาดักหน้าจะแย่งลูกทันที คนที่เคยพลิ้วพอเจอคู่กรณีสดๆร้อนๆเมื่อวานนี้ก็เล่นเอาถึงกับชะงักกึก แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายแย่งลูก ส่งต่อไปยังจุนโนะอย่างง่ายดาย ทำเอาฟากทีมคาเมะโวยวายกันอุตลุต



“เฮ้ย!! มึงยอมให้ไอ้จินเอาลูกไปได้ไงวะ!!” คาเมะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย นับจากวินาทีที่จินเข้ามาจ้องหน้าแล้วแย่งลูกจากไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกตบหัวจากไอ้เรียว แล้วโดนจิมมี่ด่าฉอดๆ




“เพราะมึง!! เสียประตูเพราะมึง!!”




คนเคยห่ามและไม่เคยให้ใครด่าฟรี วันนี้ถึงกับคิดคำย้อนไม่ทัน หากเป็นช่วงเวลาปกติ คาเมะคงจะสอยกลับว่า ‘โทษกูได้ไง มึงเป็นโกลล์ เสียประตูก็เพราะมึงรักษาประตูห่วยแตกดิ!!’ แต่ตอนนี้คาเมะไม่มีอารมณ์หรอก ความทรงจำเมื่อวานมันยังใหม่สดเกินไป ให้หวนคิดถึงทุกวินาที อย่าว่าแต่เห็นหน้าเลย ขนาดได้ยินแค่คำว่า ‘จิน’ คาเมะยังจิตใจกระเจิดกระเจิง




“กู...กลับหอดีกว่า” ร่างบางพูดสั้นๆ แล้วหมุนตัวจะไปคว้ากระเป๋าทันที อย่างน้อยกลับหอไป ก็ยังอยู่คนเดียว ไม่ต้องมีไอ้จินตัวเป็นๆมายืนหลอกหลอนแบบนี้




“จะหนีรึไง คนแพ้ต้องเลี้ยงเนื้อย่าง จำไม่ได้เหรอ” คำถามจากคนที่คาเมะจำเสียงพูดมันได้พอๆกับเสียงเดินของมัน ดังมาจากด้านหลัง ให้สองขาที่กำลังก้าวเดิน ต้องหยุดกึก คำถามของมันเหมือนจะทวงสัญญาลูกผู้ชายประจำกลุ่ม แต่ทำไมคาเมะถึงรู้สึกว่ามันกำลังทวงถามให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้





‘จะหนีรึไง ...จำไม่ได้เหรอ’ ทำไมจะจำไม่ได้ ก็เพราะจำได้น่ะสิ ถึงมาเรียนหน้าโทรมตาโหลใกล้เป็นญาติแพนด้าเข้าไปทุกขณะแบบนี้



“ใช่ๆ มึงอ่ะเป็นต้นเหตุเลยด้วย เสือกชิ่งกลับแบบนี้เดี๋ยวมีโบก” โคยามะช่วยคว้าคอเสื้อไว้อีกแรง แต่คาเมะก็ยังไม่ยอมหันกลับมามองเพื่อนฝูงอยู่ดี ชิโรตะมองอาการผิดปกติของคนที่เขาคบมาสามปี แล้วต้องเดินมาดูหน้า




“เฮ้ย มึงเป็นไรวะ ทำไมหน้าแดง ร้อนเหรอ? ร้อนก็ถอดเสื้อดิ”



“เปล่า กูไม่ได้ร้อน มึงจะไปกินเนื้อย่างก็ไปดิ ไปเร็วเลย รีบกินรีบกลับ กูอยากกลับไปนอน”




“แล้วเมื่อคืนทำไรไม่นอน มึงกลับหอตั้งแต่เย็นไม่ใช่รึไง หรือไอ้จินพามึงไปเที่ยวไหนไม่ชวนพวกกูใช่มั้ย” คำถามของจุนโนะทำเอาคาเมะถึงกับสะดุ้งเฮือก



...ทำไร ทำไมไม่นอน...อยากย้อนกลับนักว่า แล้วทำไมมึงไม่ไปถามไอ้จิน ว่ามันทำแบบนั้นให้กูคิดจนไม่ได้นอนทั้งคืนทำไม!!!...



“มึงแปลกๆนะเนี่ย ไอ้คาเมะ...” จากที่ว่ายืนอยู่ข้างหลัง ด้วยความเป็นห่วงคาเมะสุดใจขาดดิ้น เพื่อนทั้งหลายเลยเฮโลกันมายืนดูหน้าไอ้คนที่เอาแต่เงียบ คาเมะรีบหันหนี ยังไม่อยากให้มันเห็นหน้าตอนนี้หรอก รู้เลยว่าตัวเองหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าหันหนียังไง ทำไมสุดท้าย คาเมะถึงหันไปเจอคนที่ยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง




....ไอ้....ไอ้ผู้ชายคนนั้น...ไอ้ผู้ชายคนที่มันทำคาเมะไม่ได้นอนนั่นแหละ...



สบตากับไอ้จินแค่แวบเดียว คาเมะก็ขอเอาหน้าแดงๆหันกลับมาให้เพื่อนทั้งหลายได้ยลโฉมยังจะดีซะกว่า เพราะระหว่างให้เพื่อนจ้องหน้า กับต้องจ้องหน้าจิน คาเมะขอเลือกอย่างแรก นอกจากหน้าไอ้พวกนี้จะเหี้ยมฮาได้ใจแล้ว ยังไม่ทำให้คาเมะทรมานในอกเหมือนมองหน้าคนบางคนด้วยล่ะ




“กูว่ามึงถอดเสื้อเหอะว่ะ เหงื่อมึงออกขนาดนี้ เดี๋ยวก็เป็นลมหรอก” เรียวบอก แต่คาเมะส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว




...มันแปลกจริงๆ วันนี้มันแปลกมากๆ มันไม่มองหน้าๆไอ้จินเลยตั้งแต่เช้ามาแล้ว พอตอนจะเล่นบอล มันก็บอกว่าไม่เล่น จนไอ้โคคิต้องอ้างเหตุผลบ้องตื้นว่า ‘ถ้ามึงไม่เล่น งั้นพวกกูก็เล่นไม่ได้ เพราะคนไม่ครบ’ ไอ้คาเมะคงกลัวเพื่อนพ้องจะร่างกายอ่อนแอ ไม่ได้ออกกำลังกาย มันเลยยอมลงสนาม แล้วพอมันลงมาแล้วก็อย่างที่เห็น คือเล่นจนเหงื่อแตก แต่มันก็ยังรักเสื้อยิ่งชีพ ไม่ถอด ไม่อวดก้าง หนุ่มๆกองเชียร์วันนี้เลยหงอยเหงากันไปตามระเบียบ




“มึงมีปัญหาอะไร บอกพวกกูได้นะเว้ย...หรือมึงติดยา ฉีดเข้าเส้น มีรอยเข็มที่ข้อพับแขนรึเปล่า...หรือมึงติดหนี้พนันบอล เขาส่งคนมารุมกระทืบมึง มีรอยฟกช้ำตามตัวใช่มั้ย...อ๊ะ...หรือว่ามึงไปนอนกับผู้หญิงมา แล้ว...” โคยามะถาม ก่อนจะตาโตเมื่อเห็นหน้าเพื่อนยิ่งแดงกว่าเก่ากับคำวินิจฉัยข้อสุดท้าย




“เปล่า!!!!” คาเมะปฏิเสธเสียงลั่น แต่หน้าแดงก่ำบอกกันให้รู้ชัดๆว่าที่พูดว่า ‘เปล่า’ นี่ โกหกกันเห็นๆ




“กู...กู...กู...กูกลัวดำ พวกมึงก็รู้ ช่วงนี้เทรนด์ผู้ชายมันต้องขาวๆ ไปเหอะ ไปกินกันสักที ยืนนานแล้วกูเมื่อยว่ะ” คาเมะหาข้ออ้างสิ้นคิด แบบที่เพื่อนทุกคนต้องพยักหน้า ยอมเชื่อเพราะเห็นแก่ความพยายามในการปกปิดของมัน



“โอ.เค. มึงกลัวดำ งั้นก็แล้วไป...ไปเว้ย! ไปกินเนื้อย่างกัน จิมมี่ จุนโนะ ไอ้เรียว โคยามะ พวกมึงไปรถไอ้ชิโรตะ ส่วนโคคิไปมอ’ไซค์กู...แล้วมึง คาเมะ ไปมอ’ไซค์ไอ้จิน” ยูอิจิจัดแจงการเดินทางไปร้านเนื้อย่างเจ้าประจำภายในสามวินาที และนั่นทำเอาคาเมะถึงกับตาเหลือก




“ไม่เอา!!! กูไม่ไปกับไอ้จิน!!!” ประโยคตัดความสัมพันธ์ทันทีทันใด ทำเอายูอิจิถึงกับยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเริ่มทายอะไรเข้าเค้า




“มึงมีปัญหากับไอ้จินจริงๆด้วย มึงมีอะไรกับมัน บอกพวกกูมา ไม่งั้นกูถอดเสื้อมึงแน่!!”




“ไม่!!~ กูไม่ได้มีปัญหากับใครทั้งนั้น!!~ อย่าถอดนะเว้ย!!” เพื่อนแสนดีทั้งเจ็ดคน พร้อมใจกันส่งสิบสี่มือมาจับที่ชายเสื้อคาเมะทันที ไอ้ห่ามผู้เคยท้าตีท้าต่อยกับใครไปทั่ว มาวันนี้ แค่ปัดป้องมือพวกนั้นก็ยังทำได้ยากเต็มที สุดท้าย เลยต้องวิ่งไปหลบหลังไอ้คนที่ยืนเงียบมาตั้งแต่แรก




มือเล็กเกาะอยู่ที่ไหล่หนา แล้วส่งแค่หน้าที่โผล่ออกมาจากด้านหลังจิน ร่างสูงอมยิ้มกับตัวเอง ไม่นึกมาก่อนว่าคาเมะจะเรียนรู้วิธีหาที่กำบัง เห็นทุกทีเคยเก่ง เอาชนะคนอื่นด้วยตัวเองมาตลอด




“ไอ้จิน ส่งตัวประกันมา แล้วพวกกูจะไม่ซักไซ้มึง” จิมมี่ยื่นข้อเสนอ ให้จินได้แต่ส่ายหน้า




“มึงจะเอามันไปทำไม ไม่มีอะไรหรอกหน่า ไปไป แยกย้าย ไหนว่าหิวกันนักหนา มัวแต่สอบสวนกันอยู่ได้” ร่างสูงบอก แล้วหันกลับไปดึงคาเมะให้เดินตามไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ รู้หรอกว่าด้านหลังนั้น เพื่อนผู้สอดรู้สอดเห็นทั้งหลาย กำลังมองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัย แต่จินไม่คิดจะเล่าเรื่องวันนั้นให้ใครรู้




...เอาแค่ให้คาเมะจำขึ้นใจแค่คนเดียวก็พอแล้ว …



...เรื่องวันนั้น แค่คาเมะคนเดียวที่มีปฏิกิริยา เขาก็พอใจแล้ว...




ก้าวขึ้นนั่งกันได้ ไอ้คาเมะก็เริ่มพยศ ขยับตัวไปสุดโก่งจนแทบตกเบาะ แถมไม่จับไม่ยึดอะไรสักอย่าง บอกได้คำเดียวว่าถ้าจินสตาร์ทรถ แล้วออกตัวแบบ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไอ้ตัวแสบก็คงกลิ้งตกไปอยู่ข้างถนนอย่างไม่ต้องสงสัย




“คาเมะ” เรียกชื่อมัน แล้วดึงมือสอดเข้ามาที่เอวเขา มันก็รีบดึงมือกลับ




“ต้องให้ ‘เตือน’ กันใช่มั้ย” คำว่าเตือนดูเหมือนจะเป็นคำขู่ที่มีผลบังคับใช้ชะงัด สำหรับคาเมะไปแล้ว เพราะพอได้ยินแค่นั้น มันก็เลิกดื้อ แล้วว่าง่ายน่ารัก เพียงแค่ทำหน้าเง้าหน้างอให้จินต้องกลับมายิ้มกับตัวเอง




...ถ้ารู้ว่าทำแบบนั้น แล้วจะได้ผลแบบนี้ ผลแบบที่เป็นคาเมะขี้อายแต่ดื้อเล็กๆแล้วล่ะก็ จินทำไปตั้งนานแล้ว...




...ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะคาเมะ ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งให้หงุดหงิดสักนิดเดียว ไม่ได้แกล้งเพื่อจะได้เห็นหน้างอๆนั่นสักหน่อย...




...ก็แค่เตือนเฉยๆ...



...แค่เตือนเท่านั้นเอง ว่าอย่าถอดเสื้อ...



รู้แล้วใช่มั้ย ว่าไม่ฟังคำเตือนแล้วมันเป็นยังไง... เหอ เหอ...



FIN