ไปญี่ปุ่นมาห้าวัน สนุกมากมาย อากาศไม่หนาวเลย (ไหนว่าจะเล่าเรื่องอาคาเมะไงล่ะ!! เล่าซะทีเซ่!) ได้ดูคอนสามวัน ไม่ไหวแล้ว คัตตุนทำได้อลังการงานสร้างจริงๆ (ยังลีลาไม่ยอมเล่าอีก ฮาฮา) ไปรอบนี้ น้ำหนักลงไปห้าขีด ไม่ได้อดอยากซะหน่อย เพราะสูบผู้ชายกินเป็นอาหาร (ลีลาอยู่ได้! เล่าเซ่ เล่า!!)

เอาล่ะ มาเข้าประเด็นที่เราจำเป็นต้องอุทิศหน้าบล็อคหนึ่งหน้า เพื่ออาคาเมะกันดีกว่า


อาคาเมะมีจริงมั้ย? หรือเป็นแค่คู่ที่แฟนๆจับกันเล่นๆ เพราะน้องดันน่ารัก และท่านก็ดันหล่อ แถมยังเหมาะกันอย่างกิ่งทองใบหยก เราเองก็เคยคิดถามตัวเองแบบนั้น แล้วก็ดันเผลอคิดด้วยว่าเขาอาจจะเป็นเพื่อนกันธรรมดาก็ได้ เพราะในจอก็ไม่ได้สนิทกันมาก และที่บอกกันว่าสนิทๆ ก็มีแต่ข่าวที่เขาลือกันมาทั้งนั้น แต่วันนี้ หลังจากไปดูคอนมาสามวัน มันทำให้เรารู้สึกว่า อาคาเมะมีอะไรมากกว่านั้น



แล้วมันมีอะไร จะขอเล่าให้ฟัง ตามข้างล่างนี้ค่ะ!



 จากลูกกะตาของเราและเพื่อน บัว & แอม (เพื่อนร้ากกก ที่ทะเลาะกันทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องผู้ชาย)

 คอนคัตตุนวันที่ 19 20 21 เดือน 5 ปี 2009


วันที่ 19 อาคาเมะ เยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว ตั้งแต่เพลง มุราซากิที่คงเห็นแฟนแคมกันจนกรี๊ดสลบมาแล้ว (ในคอนก็กรี๊ดกันจนโดมแตกเช่นกัน ) วันที่ สิบเก้า รู้สึกว่าช่วงพี่ยูโดดบันจี้เนี่ย จะนานเป็นพิเศษ เพราะให้พี่ยูมาอยู่คุยตรงเวทีก่อน (ดีค่ะ ยืดเวลาตายพี่ยู) ก่อนจะไปขึ้นบันจี้ (ส่วนวันที่ 20 พี่ยูขึ้นไปรอตรงบันจี้แล้ว ส่วน 21 ก็ให้อุเอดะขึ้นไปรอเหมือนกัน) ก็ยืนคุยกันสักพักนึง พี่ยูก็วิ่งไป จะขึ้นบันจี้ กล้องก็เลยแพนไปที่หน้าพี่ยู แต่บนเวทีน่ะ อาคานิชิ จิน เดินเข้าไปคุยอะไรกับน้องก็ไม่รู้ เหมือนจะแอบแตะตัวกันเล็กๆน้อยๆด้วย
วันนี้ ตอนร้องเพลง neiro (จากชุดที่ใส่อยู่ ต้องใส่เสื้อคลุมทับอีกตัวนึง) จินไม่ยอมใส่เสื้อคลุมอยู่คนเดียว ส่วนน้องใส่เสร็จแล้ว ก็เลยถอดออก (ไม่รู้จะทำตามเพื่อเอาใจรึเปล่าเนี่ยสิน้า ไม่ไหวๆ อะไรจะรักจะหลงสามีขนาดน้าน)



วันที่ 20 วันนี้ อาคาเมะน้อยลง แต่ก็ยังมีให้หัวใจลอยวิ๊งๆเต็มโดมอยู่ดี วันนี้น้องโปรดิวซ์ และร้องเพลง you ด้วย ตอนที่เพลงนี้ขึ้น บนมอนิเตอร์ขึ้นภาพตอนที่จินกลับมาจากอเมริกาที่จินขึ้นคอนรอบเซนได เรียกเสียงกรี๊ดแตก โดมแทบปริเช่นเคย

วันนี้ ช่วงร้องเพลงท้ายๆแล้ว จำไม่ได้ว่าเพลงอะไร มีตอนนึง ที่จินเดินกลับไปที่เวทีด้านใน* จนจะถึงอยู่แล้ว ส่วนน้องเพิ่งเดินเลยเวทีหน้ามานิดหน่อย ระยะทางระหว่างสองคนนี้ไกลกันมาก แม้จะใช้เส้นทางเดียวกันก็เถอะ แต่ไปๆมาๆ ส่องไปอีกที ปรากฏว่า จินที่ควรจะเข้าไปยืนที่เวทีในได้แล้ว กลับกลายเป็นว่า มาเดินตามหลังคาเมะต้อยๆ ไม่รู้ไปทำท่าไหน คนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าไกลมากๆ ถึงกลายเป็นมาเดินตามหลังซะแบบนั้น

*เวทีคัตตุน เราขอแบ่งเป็นสามส่วน คือ 1.เวทีด้านใน ที่เป็นเวทีเชื่อมกับเวทีวงกลม 2.เวทีกลาง อันที่เป็นวงทีกลมๆมีน้ำพุ่งๆได้ ที่เอาไว้เล่นโซโล คาเมะจัง จิน พี่ยู 3.เวทีหน้า คือเวทีที่คัตตุนออกไปโปรดิวซ์

วันนี้ตอนร้อง neiro อันนี้เกิดจากสายตาของเราและเพื่อนบวกกันค่ะ เราเห็นจินเดินไปหยิบเสื้อคลุมจากมุมเวทีหน้า แล้วก็เดินกลับมายืนเรียงกับคัตตุนคนอื่นๆ ส่วนเพื่อนเราเห็นคาเมะรับของบางอย่างจากคนทางขวา (ตอนนั้นไฟปิดมืดค่ะ เพลงยังไม่ขึ้น เลยเห็นลางๆ) แล้วกลายเป็นว่า พอไฟเปิด เพลงขึ้น คนทางขวาของคาเมะคือจิน ส่วนน้องก็เอาเสื้อคลุมที่มาจากไหนไม่รู้ ขึ้นมาใส่ (อันนี้อยากได้แฟนแคมมาดู เพื่อความมั่นใจเหมือนกัน ไม่รู้เกิดอะไรตอนนั้น ใครเข้าไปดู และเห็นฉากนั้น ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะค้า)



วันที่ 21 วันนี้ พี่ยูโปรดิวซ์และก็ร้องเพลง never again อาคานิชิ (น่าจะตั้งใจ)ร้องผิด คาเมะจังที่ร้องท่อนต่อก็เลยร้อง “…. อาคานิชิ” เรียกเสียงกรี๊ดตลบเช่นเคย (ลัทธิอาคาเมะ ในญี่ปุ่นเนี่ย เยอะจริงๆ)

ตอนก่อนจะเอ็มซีละมั้ง จินเดินกลับเข้าไปหลังเวที แล้วคาเมะก็ตามเข้าไป สักพัก จินก็เดินออกมา พร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ แล้วคาเมะจังก็เดินตามออกมาด้วยคน (ไม่รู้ว่าเกิดอะไรหลังเวที แต่ เอ่อ ไม่ขอเดาค่ะ ฮุฮุ) แต่... รู้สึกพี่คิจะตามเข้าไปด้วยอีกคนมั้ง เราจำไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะแค่เห็น จินเข้าไป และคาเมะตามเข้าไปอีกคน เราก็เอ๋อกินไปแล้ว ฮาฮา

ตอนเอ็มซี เหมือนคาเมะจังจะมองท่านด้วย (ทำเป็นหันไปทางซ้ายมือตัวเอง ที่เป็น อุเอดะ จิน และพี่คิ) ตอนนั้นรู้สึกว่า อุเอดะกำลังพูดอยู่ และจินก็หันมองไปทางแฟนๆในอารีน่า เหมือนคาเมะจังจะมองท่าน แล้วเราก็เห็นน้องทำปากพ่นลมเล็กๆ (นึกภาพออกมั้ยอ่า เหมือนจะทำปาก บู้! นิดๆอ่ะ แต่แค่แวบเดียว) คล้ายจะงอนหน่อยๆด้วย (หรือท่านไม่สนใจ น้องเลยงอน ฮุฮุ)

ตอนร้อง real face ที่เวทีด้านใน มันจะมีแผงกั้นตรงที่คัตตุนยืนอยู่ ถ้าจะออกมา ต้องเปิดแผงกั้นขึ้น และเราไม่มั่นใจว่ามีแผงกั้นที่เปิดได้กี่อัน แต่จินเดินมาเปิดแผงกั้นตรงหน้าคาเมะออก แล้วก็เปิดค้างไว้แบบนั้น ก่อนจะเดินออกมายังเวที สักพัก คาเมะก็ตามออกมา โดยทางออกเดียวกัน แต่น้องไม่ยอมเอาแผงกั้นลง ท่านก็เลยเดินไปปิดแผงกั้นให้อีกที (อาคานิชิ เทคแคร์มากๆๆๆ ปลื้มมมม

ตอน อาคาเมะ แบทเทิล ที่ลอยตัวบนอากาศ เพื่อนเราบอกว่า มันเห็นตอนที่สองคนนี้เข้ามาหากันตรงกลาง เหมือนแขนจะชนกันด้วย (โธ่ เรารึลุ้นให้จูบกัน)

ตอนขอบคุณแบ็คอัพ คาเมะต้องเป็นคนประกาศรายชื่อ แบ็ค แล้วจินก็ทำเนียนไปยืนเป็นแบ็คด้วย ไม่ว่าจะวงไหน พี่แกไปยืนต่อแถวด้วยเป็นคนสุดท้ายทุกที แล้วก็หันมองน้องที่ยืนอยู่อีกมุมตลอด เหมือนจะป่วนๆให้น้องประกาศชื่อตัวเองเป็นแบ็ค แต่น้องไม่ยอมประกาศ จนคาเมะประกาศขอบคุณแบ็คอัพทั้งหมดเสร็จ และแบ็คอัพวงสุดท้ายกำลังเดินกลับเข้าไปหลังเวที (เราจำไม่ได้ว่าแบ็ควงไหนอ่า เพราะจ้องแต่จิน) จินก็ทำเป็นจะเดินกลับเข้าไปหลังเวทีด้วย แล้วเพื่อนเราที่มันส่องคาเมะอยู่ มันบอกว่า มันเห็นตอนนั้น น้องยกมือเหมือนจะกวักเรียกจินให้ไปขอบคุณแฟนๆก่อน (อาคานิชี๊ อู้!! หรือป่วนเรียกร้องความสนใจไม่ทราบ!!)

ในสามวันนี้ จำไม่ได้ว่าวันไหน ที่พอคาเมะจังไปนัวเนียกะพี่คิ ตอนร้องเพลงอะไรไม่รู้ (จำไม่ได้เช่นเคย ฮาฮา) จินทำหน้าไม่พอใจมากๆ เหมือนจะโกรธๆ แล้วก็มองน้องตลอดเลย


เวลาเอ็มซี จะยืนเรียงกันจาก ทางขวาของคนดูเป็น พี่คิ จิน อุเอดะ คาเมะจัง พี่ยู และจุนโนะ แล้วเวลาน้องพูด น้องตอบคำถามพี่ยูไรงี้ (พี่ยูน่ารักมากๆ เปิดประเด็นฮายาโตะทำไมไม่เล่นโกกุเซนตลอด ฮาฮา ถึงจะเป็นสคริปป์ แต่ก็รักยูค่า) อาคานิชิมองอย่างเดียว เอาไมค์แตะปากเหมือนจะพูด แต่ดันเงียบ แล้วเอาแต่มอง ไม่รู้ มองพี่ยู หรือว่ามองคาเมะสิน้า (แต่ทายว่าเป็นอย่างหลัง ฮุฮุ) มีอยู่วันนึง ที่น้องช่วยโปรโมท ภาพยนต์ของจินให้ด้วย ช่วยกันทำมาหากิน คู่รักเศรษฐีจริงๆคู่นี้


แล้วในสามวันนี้ จากสายตาเราและเพื่อน รู้สึกว่าจินกับคาเมะจะตัวติดกันบ่อยๆ เดินคู่กันบ่อยๆ ตรง ทางเดินที่จะออกมายังเวทีกลาง และรู้สึกว่าพอกล้องไม่ได้แพนสองคนนี้ ทั้งจินกับคาเมะดูจะมีแรงดึงดูดให้เด้งเข้าหากันตลอดเวลา เดี๋ยวก็ไปคุย เดี๋ยวก็ไปยืนใกล้กัน ดูสนิทกันมากๆด้วย


เพราะฉะนั้น สรุปด้วยคอนสามวัน กะลูกกะตาสี่ข้างของเราและเพื่อน (แถมกล้องส่องทางไกลเล็กน้อย) จินสำหรับคาเมะ ไม่ใช่แค่ “อาคานิชิ” และคาเมะสำหรับจิน ก็ไม่ใช่แค่ “คาเมนาชิ” ค่ะ!! สองคนนี้สนิทกันมากกว่าจะเรียกกันด้วยนามสกุลห่างเหินแบบนั้น แล้วก็ดูน่ารักมากๆ เวลาจินป่วนน้อง ตอนน้องกำลังพยายามขายของ เอ้ย ตอนน้องโปรโมทละคร ภาพยนตร์ และ ขนมปังมิสเตอร์เบรน T.T คาเมะจังขายทุกอย่าง!!! ยิ่งตอนไปยืนข้างกัน เวลาท่านเนียนเข้าไปยืนใกล้ๆ เข้าไปยืนคุย แบบว่าอยากจะกรี๊ดจริงๆ


ไม่มั่นใจว่ามีอีกมั้ย ถ้าจำได้จะมาเล่าอีก ขอไปถามเพื่อนก่อน ว่ามันเก็บอะไรได้มั่ง เพราะเพื่อนเรามันส่องคาเมะจัง ถ้ามีอะไรจะมาเล่าต่อค่ะ


สุดท้าย…. มันไม่ใช่แค่ RUMOR มันไม่ใช่แค่ WITNESS เห็นมาด้วยสองตาของตัวเอง และสองตาของเพื่อน บอกได้คำเดียวว่า อาคาเมะ มีเจงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!


ป.ล. เอ้อ วิจารณญานไม่ต้องใช้ก็ได้ค่ะ แต่ขอร้องหนึ่งอย่าง คือเอาไปเล่าต่อได้ แต่ให้เครดิตเราและเพื่อนนิดนึงนะคะ เผื่อมันผิดพลาดอะไร เราจะได้รับรู้ด้วย และจะได้ไปหาข้อมูลมาแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ เพราะที่เล่ามา ถึงเราจะเห็นด้วยสองตา แต่เราก็อคติไปตั้งแต่แรกว่าสองคนนี้เกินเพื่อน (ฮาฮา ไม่ค่อยเลย) เพราะงั้น รบกวนทุกคนด้วยนะคะ ^^

FIC : เจ้าแม่กรมข่าวลือ ตอน ร้านอาหาร
ท่าน X น้อง
By : Dezair
…………………………….



ฮาระ มิยูกิเจ้าเก่ากลับมาแล้วค่ะ หลังจากคราวที่แล้ว มิยูกิมาเล่าแบบลือๆให้ฟังถึงสิ่งที่มิยูกิไปพบโดยบังเอิญมาแล้ว คราวนี้มิยูกิก็มีเรื่องจะมาลือให้ทุกคนเช่นเคยค่ะ อ๊ะ แน่นอนเหมือนเดิม ว่าคนเราคงจะไม่ได้โชคดีอะไรหลายๆครั้ง อยากเจอก็ได้เจอทำนองนั้น เพราะงั้น คราวนี้มิยูกิก็เลยไม่ได้บังเอิญค่ะ!! อุ้ย มิยูกิไม่ได้ความว่า มิยูกิสะกดรอยตามนะคะ เพียงแต่มิยูกิได้ยิน ‘เขา’ คุยกัน มิยูกิก็เลยอยากจะไปมั่ง แล้วก็เลยไปตอนเดียวกับพวกเขาน่ะค่ะ



เช่นเคยค่ะ เรื่องลือวันนี้ เราจะยังคงย้ำเหมือนเดิมว่าจะใช้ ‘น้อง’ และ ‘ท่าน’ เป็นนามสมมติ มิยูกิทราบดีนะคะ ว่ามีใครหลายคน หรืออาจจะเยอะมากที่ทายไม่ออก ว่าทั้งสองคนเป็นใคร แต่มิยูกิเปิดเผยไม่ได้จริงๆค่ะ!! ได้โปรดเข้าใจมิยูกิด้วยนะคะ




เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนทำความเข้าใจแล้ว ว่ามิยูกิจะยังคงใช้โค้ดเนมต่อไป และสัญญากับมิยูกิว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หรืออาจจะเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนๆร่วมลัทธิด้วยก็ได้ แต่ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘เขาเล่ากันว่า…’ เพื่อให้เรื่องฟังดูเป็นข่าวลือให้มากที่สุด ทีนี้ก็มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าค่ะ!!!





วันหนึ่งตอนใกล้จะออกจากบริษัทแล้วค่ะ เกือบจะหกโมงเย็นได้ (โดยทั่วไปแล้ว สำหรับที่ทำงานของคนญี่ปุ่นเนี่ย ต่อให้งานเลิกห้าโมง คุณจะยังลุกไปไหนไม่ได้ ต้องนั่งจุ้มปุ้กอยู่กับโต๊ะเพื่อให้ดูเอาจริงเอาจังกับงาน หรือถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็ควรทำเป็นเก็บดินสอ เก็บปากกา เช็ดหน้าจอคอม หรืออะไรทำนองนั้น เพื่อรอเวลาลุกที่ควรจะเลทจากเวลาเลิกงานไปอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงค่ะ) มิยูกิสะพายกระเป๋าเสร็จสรรพ ก็เดินออกมารอลิฟต์จะลงไปข้างล่าง รออยู่พักหนึ่ง ลิฟต์ก็มาค่ะ




ประตูลิฟต์เปิดอ้า พร้อมกับเสียงเล็ดลอดออกมาว่า




“อยากกินร้าน R ก็เดี๋ยวโทร.ไปจองโต๊ะก็ได้ เอาสักสี่ทุ่มดีมั้ย” ตอนแรกมิยูกิก็ว่าจะไม่สนใจหรอกค่ะ แต่พอเห็นคนที่อยู่ในลิฟต์เนี่ยสิคะ จากตาชั้นเดียวเป็นอาหมวยตามบรรพบุรุษ ถึงกับตาโตเป็นประกายไม่ต้องพึ่งบิ๊กอายเชียวล่ะค่ะ!!





ก็ในลิฟต์น่ะ!! มันน้องกับท่านนี่นา!!!!!!




มิยูกิยืนยันค่ะ ว่าตอนที่เดินเข้าไปร่วมสูดอากาศหายใจกับคนทั้งคู่ในลิฟต์ แอบใช้กลิ่นน้ำหอมของน้องแทนออกซิเจนของงตัวเอง หรือว่าแอบสูดคาร์บอนไดออกไซด์ของท่าน เพื่อพิสูจน์ว่ามันจะหอมตามความหล่อมั้ยเนี่ย มิยูกิขาสั่นพั่บๆเลยล่ะค่ะ ก็ไม่เคยเจอใกล้มากขนาดนี้มาก่อนเลยนี่นา




“ง…งานเลิกแล้วเหรอคะ” เอาวะ!! เอ้ย! เอาล่ะค่ะ อุตส่าห์เข้ามาเป็นสต๊าฟในบริษัทแบบนี้ทั้งที มันต้องกล้าพูดกล้าคุยใช่มั้ยคะ มิยูกิก็เลยหันไปชวนน้องคุย ส่วนท่านเนี่ย ปล่อยให้เขาทำหน้านิ่ง(แต่หล่อลากกกกกก) ไปเถอะค่ะ



“ครับ” น้องตอบ แต่ยิ้มหวานเจี๊ยบทำเอาจะละลายลงแทบเท้าตรงนั้นเลยทีเดียว



“วันนี้งานเลิกเร็วนะคะ” ท่านยังตื้อน้องได้ ทำไมมิยูกิจะตื้อไม่ได้ล่ะ




“ครับ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ลองว่าเป็นช่วงอื่น คงไม่ได้กลับบ้านตอนนี้” มิยูกิอยากรู้มากกว่านั้นอีก ว่ากลับบ้านเนี่ย บ้านใครกันแน่ เอ้อ แต่มิยูกิไม่กล้าถามหรอกค่ะ กลัวตายนิดหน่อย เพราะแค่ชวนน้องคุย ก็รู้สึกเหมือนว่า คนที่ยืนอยู่ด้านหลังของมิยูกิ ส่งสายตาพิฆาตมายังไงไม่รู้





ตั้งใจจะชวนคุยเรื่องอื่นต่อ แต่ลิฟต์ดันมาหยุดที่ชั้นล่างสุดเสียก่อน ประตูลิฟต์เปิดออก มิยูกิเลยต้องหันมาโค้งลาให้ทั้งน้องและท่าน แน่นอนค่ะ ว่าได้เสียงตอบกลับมาชวนให้หัวใจชุ่มชื้นว่า



“แล้วเจอกันใหม่นะครับ” โอ้…น้องเนี่ย น่ารักทั้งนิสัย หน้าตา มารยาทจริงๆค่ะ มิยูกิเพ้อมากมาย ออกจากลิฟต์มาแล้ว ก็ได้แต่หันกลับมามองส่งคนสองคนที่ลงลิฟต์ไปยังชั้นใต้ดินซึ่งเป็นลานจอดรถ และตอนลิฟต์กำลังจะปิด ก็มีเสียงใครบางคนดังลอดออกมาให้มิยูกิต้องนึกไปถึงเรื่องเมื่อตอนลิฟต์เปิด




“ทำแบบนี้เรื่อย เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่พาไปกินข้าวซะหรอก” …ไม่พาไปกินข้าว… จริงสิ เสียงท่านตอนที่ลิฟต์กำลังจะเปิดน่ะ บอกว่าจะโทร.จองร้าน R ตอนสี่ทุ่มนี่นา!! ไม่ได้การ มิยูกิต้องจองมั่งแล้วล่ะค่ะ!!!




………………….




ร้าน R เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่ขึ้นชื่อในแถบที่ค่อนข้างหรูหราพอสมควร แน่อยู่แล้วค่ะว่าราคาอาหารมันต้องแพง แต่มิยูกิถือว่า เรามีโอกาส เรารู้ว่าเขาจะไปไหน เพราะงั้น เราต้องทุ่มเท!! มิยูกิก็เลยลากเพื่อนสาวนางหนึ่งที่เป็นสาวกลัทธิไม่แพ้กัน มาที่ร้านนี้ด้วยค่ะ


เราสองคน ทั้งมิยูกิและเพื่อนเข้าไปนั่งกันในร้านตอนสี่ทุ่มเป๊ะค่ะ มองสอดส่ายสายตาก็ยังไม่เห็นทั้งน้องทั้งท่าน แต่เล็งๆไว้บ้างแล้ว เพราะมีโต๊ะว่างประมาณสองสามโต๊ะที่เหมือนจะถูกจองเอาไว้ โชคดีมากๆค่ะ ที่โต๊ะของมิยูกิหลบอยู่ในมุมที่ค่อนข้างอับ แต่ก็เห็นภาพรวมโดยกว้างของร้าน รับเมนูมาดูลวกๆ อาศัยดูรูปเป็นหลักว่าจะเอาอะไร แต่เวลาอื่นเอาไว้เพ่งว่าเมื่อไหร่ทั้งน้องทั้งท่านจะมากันสักที




และ… สี่ทุ่มสิบห้านาที… นั่นไงคะ!!! น้องกับท่านเดินเข้ามาในร้านแล้วค่ะ!!! งานนี้ท่านเข้าชมรมกลัวเมียแบบไม่ต้องสงสัย เพราะเดินตามหลังน้องต้อยๆ ส่วนน้องเดินนำ แม้จะใส่หมวก แต่ความน่ารักทะลุหมวกออกมากระแทกสายตามิยูกิอยู่ดีแหละค่ะ ทั้งสองคนนั่งโต๊ะที่ห่างจากมิยูกิไม่ไกลนัก และเพราะไม่ไกล ก็เลยได้ยินเขาคุยกัน




“ไม่เห็นต้องสนใจเลย อยากกินร้านอื่นก็เปลี่ยนร้านก็ได้นี่” ท่านบอกน้องแบบนั้นค่ะ ตอนที่ทั้งสองคนรับเมนูมาถือ และบริกรปล่อยให้เป็นเวลาส่วนตัว เอ้ย เป็นเวลาปรึกษาว่าจะทานอะไรดี




“ทำแบบนั้นได้ยังไง จองโต๊ะเขาไว้แล้ว” น้องบอกแบบนั้น แถมทำคิ้วตกเล็กๆ เหมือนจะเกรงใจพอสมควร ให้อีกฝ่ายต้องส่ายหัวไปมา



“คิดมากจริง” ตอนนี้ท่านพูดเหมือนจะดุเลยค่ะ แต่สายตาใต้แว่นสายตาน่ะ อ่อนโยนเอามากๆ (คิดดูแล้วกันค่ะ ว่ามิยูกินั่งใกล้ขนาดไหน ถึงได้รับรู้ความอ่อนโยนทางสายตาของท่านที่มีต่อน้อง)



“จินก็บ่นอยู่ได้” น้องงอนอีกแล้ว ชอบจริงๆเลย น้องงอนๆเพราะท่านเนี่ย มันน่ารักมากมายก่ายกอง มิยูกิอยากจะลงไปดิ้นค่ะ



“ก็ทำตัวน่าบ่น งั้นพรุ่งนี้ก็ไปกินร้านนั้นแล้วกัน” น้องทำปากยื่น เหมือนจะไม่ยอม ก่อนจะส่ายหน้าไปมา



“พรุ่งนี้จะไปคาราโอเกะไง นัดยูอิจิกับโคคิไว้แล้ว” คราวนี้กลายเป็นท่านที่ส่ายหัวค่ะ แถมถอนหายใจเบาๆอีกหน่อย



“ก็เป็นซะแบบนี้ เกรงใจใครไม่เข้าเรื่อง วันมะรืนไม่มีนัดกับใครใช่มั้ย งั้นไปกินวันนั้น จะได้จองโต๊ะเอาไว้ แล้วไม่ต้องไปรับนัดใครอีกนะ” ท่านดุน้อง โอ้ เวอร์ชั่นกลัวเมียกระจุย กลายเป็นเวอร์ชั่นคุมเมียค่า



“จินดุ” น้องเวอร์ชั่นบ่นๆนี่ก็น่ารัก แถมเอาเมนูยกขึ้นบังหน้าบังตาอีกต่างหาก แล้วจากนั้น ท่านก็ปล่อยให้น้องอ่านเมนู จนกระทั่งบริกรเข้ามารับออเดอร์ ไอ้ตอนรับออเดอร์นี่ล่ะค่ะ ที่มิยูกิอยากจะกรี๊ด




“ไม่เอามะเขือเทศนะครับ” น้องตอนเงยหน้าสั่งอาหารเนี่ย น่ารักขาดใจค่ะ




“ใส่มาเถอะครับ เขาทานได้” ไอ้คุณท่านก็ดันโพล่งออกมาแบบนั้น เลยโดนน้องหันไปจ้อง



“หัดกินบ้างเถอะหน่า” มิยูกิไม่ทันเห็นว่าบริกรทำหน้าแบบไหน เพราะหันหลังให้มิยูกิอยู่ แต่ที่เห็นคือหน้ามุ่ยๆของน้อง ที่จะไม่ยอมกินมะเขือเทศเนี่ยแหละค่ะ




“ชิ้นเดียว” ท่านทำหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะยอมพยักหน้าตกลง



“ที่เหลือฉันกินเอง ” โอ้ สุภาพบุรุษ!!! แจ่มกว่านี้มีอีกมั้ย ที่เคยได้ยินมา ท่านไม่เคยลงให้ใครนี่นา!! กลัวเมีย หรือรักเมียเนี่ย!!!



“เอาพาสต้าทะเลอีกที่ เท่านั้นก่อนครับ” ว่าแล้วท่านก็หันมาบอกกับบริกร สักพักบริกรก็จากไปค่ะ ทีนี้ก็เลยเหลือแค่น้องและท่าน กับมิยูกิและเพื่อนของมิยูกิที่จ้องกันตาไม่กระพริบ




“ความจริงอยากกินขนมก่อน แต่ไม่กล้าสั่ง” น้องเล่า ชอบกินขนมทำไมไม่บอก มิยูกิจะได้เลี้ยงขนมทุกวันเลย




“อยากกินขนม? ถ้าไม่กินมะเขือเทศ ไม่ให้สั่งขนมจริงๆ” เจอประกาศิตคุณท่านเข้าไป น้องก็ตาโตเลยล่ะค่ะ



“ได้ไง! มาร้านนี้ เพราะอยากกินขนมนะ”



“ไม่ไงล่ะ ถ้าไม่กินมะเขือเทศ ก็ไม่ให้สั่งขนม แล้วจะโทร.ฟ้องคุณแม่ด้วย ว่าไม่ยอมกินมะเขือเทศอีกแล้ว” มิยูกิไม่อาจจะรู้ได้ค่ะ ว่า ‘คุณแม่’ ที่ท่านพูดถึง คือแม่ท่าน หรือแม่น้อง คราวนี้น้องถึงกับกัดริมฝีปากตัวเอง มิยูกิล่ะอยากจะเอานิ้วไปไล้ปากบางๆของน้องจริงๆค่ะ ชมพู๊ ชมพู



“เลือกมาเลย ว่าจะให้โทร.ฟ้องแม่ไหน แต่เรื่องนี้น่ะ ไม่มีใครเข้าข้างคาซึยะทั้งนั้นล่ะ เด็กอะไรกินมะเขือเทศยาก”



“ทีหลังไม่มากับจินแล้ว” น้องบ่นเลยค่ะ บ่นไปมองหน้าท่านขุ่นๆไป ให้ท่านส่ายหัว แล้วยิ้มบาง




“มากับใคร ฉันก็จะฝากเขาให้มาบังคับคาซึยะกินมะเขือเทศอยู่ดี”




“ฉันก็จะไปกินกับคนที่จินไม่รู้จัก คอยดูสิ” ว้าย ตายแล้ว น้องมีขู่ค่ะ น้องมีขู่!!




“หนีได้หนีไป แล้วจะได้รู้ว่าฉันจะตามไปบังคับได้มั้ย” เจอท่านมั่นอกมั่นใจแบบนี้ น้องทำอะไรไม่ได้ค่ะ นอกจากแลบลิ้นใส่ไปทีนึง น่ารักจริงๆ ไอ้ท่ากอดอก แลบลิ้นใส่ แล้วหันหน้าหนีเนี่ย!! มิยูกิขอซื้อท่านี้อีกท่าได้มั้ย น่ารักเกินไป!! ไม่ต้องสงสัยว่ามิยูกิยังอยากจะซื้อท่านี้ ไม่ให้น้องไปทำที่ไหนอีก เพราะน่ารักสุดๆ มีหรือที่ท่านจะไม่รู้สึกว่าน่ารัก และเพราะน่ารักแบบนั้น ท่านก็เลยพูดแบบไม่ออกเสียง อาศัยต้องอ่านปากเอา ได้ใจความว่า




‘ทำท่าแบบนี้ ระวังคืนนี้ไม่ได้กลับบ้าน’



O.O หมายความว่าไง!!!!! ไม่ได้กลับบ้าน!!! หมายความว่ายังง๊ายยยยยยยยยยยย!!!




มิยูกิเอ๋อกินไปเลยค่ะ เลยไม่ทันเห็นว่าน้องทำอะไรแบบไหนใส่คนที่บอกว่าจะไม่ให้น้องกลับบ้าน ได้แต่นั่งอึ้งรับประทานกับเพื่อนสองคน จนอาหารมาเสิร์ฟก็ยังกินไม่ลง มองสองคนนั่นนั่งคุยกันไป งอนกันไป ง้อกันมา และพออาหารมา พวกเขาก็เริ่มทาน แต่มิยูกิยังไม่มีแรงแม้แต่จะหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มอะไรเข้าปาก



และเพราะว่าไม่มีแรงมากพอจะฟัง จะกระดิกหู หรือรับรู้อะไรใดๆอีก เลยได้แต่เห็น ได้แต่มองภาพที่ผ่านเข้ามาในสายตา ภาพที่น้องเอาช้อนท่านไปตักมะเขือเทศในจาน เข้าปากตัวเอง แล้วทำหน้าตาเหมือนเจ้าผักแดงๆมันขมปี๋ ก่อนจะรีบตักมะเขือเทศที่เหลือใส่จานท่าน ก่อนจะคืนช้อนให้ ปล่อยให้ท่านนั่งหัวเราะเบาๆ มองน้องก้มหน้าทานสปาเก็ตตี้งุดๆ ก่อนตัวเองจะก้มลงทานบ้าง





และพอน้องทานเสร็จ น้องก็เงยหน้าทำตาอ้อนๆใส่คนที่ยังทานไม่เสร็จ ท่านก็ยอมพยักหน้าตกลง คนน่ารักเลยรีบหันไปขอเมนูจากบริกร และไม่กี่นาทีต่อจากนั้น ขนมหวานก็มาถึงมือน้องค่ะ ทั้งสองคนใช้เวลาในร้านไม่นาน เพราะท่านไม่ได้สั่งขนมหวาน แอบแย่งกินคำสองคำจากน้อง ขนมหวานหมดเกลี้ยง ก็รีบพากับเช็คบิลแล้วออกจากร้านไป ปล่อยให้มิยูกิและเพื่อนยังนั่งตาค้าง พูดอะไรไม่ออกไปอีกครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย




เรื่องราววันนี้ มันน่ารักน่าประทับใจจริงๆค่ะ มิยูกิมีโอกาสเห็นแค่ทั้งสองคนตอนทานอาหาร แต่ไม่มีโอกาสตามไป เลยไม่รู้ว่าคืนนี้ของน้อง จะได้กลับบ้านหรือไม่ หรือจะต้องไปค้างบ้านใครเพราะทำท่าน่ารักบาดใจคน เพราะฉะนั้น เห็นทีรีพอร์ตวันนี้ คงต้องจบแต่เพียงเท่านี้ และถ้ามิยูกิโชคดีได้เจออะไรกุ๊กกิ๊กแบบนี้อีก จะเอามาฝากทุกๆคนที่อยากรู้ค่ะ!!




ป.ล. นี่เป็นรีพอร์ตของแฟนคลับอาคาเมะเท่านั้น กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน (ความจริงไม่ต้องมีก็ได้ เพราะอาคาเมะเขารักกันจริงๆค่ะ!! อุ้ย!! หลุดปากอีกแล้ว!!!!)



สะกดรอยตาม เอ้ย แอบตามไป และรายงานโดย เจ้าแม่กรมข่าวลือกระทรวงอาคาเมะ (หลุดปากบ่อยจริง เอาเป็นว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอก ‘บิ๊กจอห์น’ นะคะ ฮุฮุ)


FIN

FIC : ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง
JIN X KAME
By : Dezair
………………………….
PART 6



คิดว่าคาเมะจะได้ตอบคำถามของไอ้คุณชาย อาคานิชิ จิน มันรึเปล่า ขอบอกตรงนี้เลยว่าเปล่า เพราะเหตุผลใด จะขอย้อนไปยังช่วงเวลานั้น ทันทีที่ประโยค




“เป็นแฟนกันเถอะคาซึยะ เป็นแฟนกันตลอดชีวิต” ดังขึ้นในห้องนอนแคบๆของลูกชายคนที่สองของบ้าน และคาเมะเอาแต่ตาโต อ้าปากค้าง ไม่เข้าใจว่าตัวเองควรจะทำยังไง จนใครบางคนที่อดทนรออยู่นอกห้อง ทนไม่ไหวอีกต่อไป




ใครบางคนคนนั้น เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอย่างไม่มีมารยาท แต่ถึงอย่างนั้น หล่อนก็คงไม่สนใจ ใช่ เพราะหล่อนคือ คาเมนาชิ ริทสึโกะ คุณนายแม่ที่อยากมีลูกเขยมากที่สุดในโลกใบนี้




หล่อนถึงกับชะงัก เมื่อพบว่า ว่าที่ลูกเขยหันควับมามองทันที แบบคาดไม่ถึงว่าหล่อนจะโผล่เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ คุณนายริทสึโกะกลืนน้ำลายหนึ่งอึก ก่อนจะทำเป็นยิ้มกว้างกลบเกลื่อนความสอดรู้ สอดเห็นของตัวเองจนเข้ามาทำลายบรรยากาศโรแมนติกซึ่งควรค่าแก่การอยู่สองต่อสองเป็นที่สุด หล่อนรีบถลาเข้ามาโอบกอดชายหนุ่มร่างสูงใหญ่





“ขอต้อนรับเข้าสู่ตระกูลคาเมนาชิอย่างเป็นทางการจ๊ะ คาซึยะ จินเขาขอลูกเป็นแฟนแหน่ะ ทำไมไม่ตอบรับเขาไปล่ะลูก สงสัยคาซึยะคงจะอายน่ะจ๊ะจิน” คาเมะไม่ได้ยินว่าแม่พูดอะไร รู้แต่ว่าในหัวมันมีแต่สีขาวโพลนไปหมด จนต้องถูกหยิกเข้าที่กลางหลังนั่นล่ะ ร่างโปร่งถึงได้สะดุ้งเฮือก




“คาซึยะ จินเขารอคำตอบจากลูกอยู่นะ ตอบตกลงไปสิลูก” คุณนายริทสึโกะไม่มีช้อยส์อื่นให้ลูกชายสุดที่รักเลือก นอกจากคำว่าตกลง หล่อนรู้ ถึงเจ้าตัวดีจะเป็นพวกพูดทุกอย่างที่คิด แต่เวลาเอ๋อๆน่ะ ชักจูงง่ายจะตาย



“เร็วสิลูก จินเขารออยู่ ตอบตกลง ง่ายนิดเดียวใช่มั้ย ‘ตก-ลง’ น่ะลูก ไม่งั้นก็ ‘โอ-เค’ ก็ได้จ๊ะ จินรอน้องหน่อยนะ คาซึยะมัวแต่ดีใจน่ะจ๊ะ” จินยิ้มกว้าง เห็นหน้าตาท่าทางของคาเมะก็พอจะดูออกว่าเจ้าตัวยังอึ้งไม่หาย กับการจู่โจมแบบนี้ของเขา แต่ที่พาลให้ยิ้มออก คือการพยายามเสนอขายของคุณนายริทสึโกะ ที่หมายจะให้ลูกชายคนกลางตอบตกลงเขาให้ได้ มีแม่ยายถือหางแบบนี้ จินมั่นใจว่าถึงวันนี้คาเมะจะยังไม่พูดอะไร แต่วันหน้าอีกไม่นานหรอก เขารับรองว่าบ้านคาเมนาชิ มีลูกเขยชื่อ อาคานิชิ จิน แน่ๆ





“คาซึยะ” คุณนายแม่เรียกบุตรชายอีกครั้ง คาเมะกระพริบตาถี่ๆ พยายามรวบรวมสติ สมาธิ และปัญญาทั้งหมดเพื่อตัดสินใจครั้งนี้ ตามที่จินบอกตั้งแต่แรกว่าจะเป็นแฟนกันตลอดชีวิต นั่นหมายความว่าหมอนี่มองการณ์ไกลถึงอนาคต ทำนองว่าถ้าไม่ตายจากกัน ก็ต้องอยู่คู่กันไปจนแก่จนเฒ่า




แน่นอนว่าถ้าตกลงไปแล้ว แล้วไปเบี้ยวมันวันหน้า คาเมะคงถูกไล่บี้มากกว่านี้แน่ๆ และอาจจะไม่โดนหมอนั่นไล่แค่คนเดียว แต่คุณนายริทสึโกะ มารดาสุดที่รักต้องช่วยบี้เขาเป็นลูกคู่กับจินชัวร์




คิดสิคิด… เอาไงดี คิดดิวะ…




“แม่” เสียงอีกเสียงดังขึ้น พร้อมกับที่ลูกชายคนโตของบ้านคาเมนาชิโผล่หน้าเข้ามาในห้อง พี่ชายของคาเมะเลิกคิ้วน้อยๆ ที่เห็นสามชีวิตมาอัดกันอยู่ในห้องเดียว เขาตามหามารดาเสียทั่วบ้าน กลับมาจากที่ทำงานแบบนี้ ยิ่งหิวๆอยู่




“มานาบุ มาพอดีเลย” แล้วคุณแม่ก็ถลาเข้าไปหา คาเมะเห็นท่าทางแม่แล้วเครียดหนัก การที่พี่มาแบบนี้ ไม่ใช่ตัวช่วยให้พาแม่ไปที่อื่น แต่มันเป็นการทำให้แม่เขามีที่ระบายสิ่งที่หล่อนรู้




“จินเพิ่งขอคาซึยะเป็นแฟนเมื่อกี้นี้เอง นี่คาซึยะก็กำลังจะตอบตกลง” คาเมะอยากจะยกมือถามแม่ ว่าเขาบอกแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะตอบตกลง อาคานิชิ จิน ร่างโปร่งพยายามส่งสัญญานบอกพี่ชาย แต่ดูเหมือนรายนั้นจะถูกแม่ล้างสมองสมบูรณ์แบบ เพราะมันทำตาวาวไม่ต่างจากตาแม่เลยแม้แต่น้อย เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าดีเอ็นเอมีผลมากขนาดนี้




“จริงน่ะ ดีใจด้วยนะอาคานิชิ ไม่สิ ต่อไปนี้ขอเรียกจินแล้วกัน เรียกพี่ว่ามานาบุได้เลยนะ คาซึยะมันเป็นคนดี รับรองว่าน้องพี่ไม่ทำให้เดือดร้อนหรอก” สงสัยจะไม่ใช่แค่ตาวาวๆที่เป็นดีเอ็นเอตกทอดจากแม่ แต่ไอ้นิสัยชอบขายน้องให้ผู้ชายก็คงได้ดีเอ็นเอจากแม่ไปด้วย โอ้ ธรรมชาติโหดร้ายกับคาเมะจริงๆ




“ขอบคุณครับ” จินยิ้มกว้างรับ นึกชอบครอบครัวแปลกๆครอบครัวนี้ เห็นทีจะไม่ใช่มีแต่คุณนายริทสึโกะหรอก ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขย คาเมนาชิ มานาบุก็อยากมีน้องเขยชื่อ อาคานิชิ จินเหมือนกัน




ร่างสูงหันไปคว้ามือของคาเมะมากุมเอาไว้ ทำเอาความวาวของตาดำสองแม่ลูกคาเมนาชิ ทั้งคุณนายริทสึโกะ ทั้งมานาบุ เป็นประกายพอๆกับเพ็ชรเม็ดงามแห่งแอฟริกา




“ว่าไงคาซึยะ ตกลงเป็นแฟนกันมั้ย” คนถูกถามหันกลับไปมอง มือเล็กอุ่นวาบทันทีที่ถูกกุม และความอบอุ่นนั้นก็เหมือนจะวิ่งเข้าสู่หัวใจในชั่วเสี้ยววินาที คาเมะรู้ว่าตลอดสามวันที่ผ่านมาตัวเองเป็นแบบไหน ตัวเองวนเวียนอยู่แต่กับคำว่า อาคานิชิ จิน มากแค่ไหน และตอนนี้ ไอ้ชื่อชื่อนั้นก็มาปรากฏเป็นตัวเป็นตนอยู่ตรงหน้า ปรากฏเพื่อขอโอกาสให้ได้คบหากันมากกว่าที่เคย ให้มากกว่าที่เป็นอยู่




คาเมะรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะเปลี่ยนชีวิต ‘ลูกผู้ชายตัวจริง’ ไปทั้งชีวิต แล้วมันคุ้มมั้ยถ้าจะต้องเปลี่ยน มันจะคุ้มรึเปล่าที่จะมีใครบางคนมาเป็นคนรัก มาเป็นคนที่คอยนึกห่วง นึกคิดถึง เฝ้าถามตัวเองอยู่แบบนั้น คำตอบที่อยากได้มันดังมาจากส่วนลึกในใจ แต่ทั้งอย่างนั้นก็กลัวที่จะคว้าเสียงส่วนลึกนั่นขึ้นมาทำให้มันเป็นความจริง




“ฉันไม่มั่นใจ” ร่างโปร่งตอบเสียงเบา ให้จินนิ่งไป ส่วนตาวาวๆของสองแม่ลูกคาเมนาชิที่ไปยืนกุมมือกันอยู่หน้าประตูห้องลดระดับความวาวลงมาเล็กน้อย



“คือ ฉันไม่เคยมีแฟน ฉันไม่มั่นใจว่าเราสองคนจะเป็นยังไง หมายถึง… ฉันคงดูแลนายได้ไม่ดีพอ เท่าที่นายทำให้ฉัน ไม่ใช่ฉันไม่อยากเป็นแฟนนายนะ แล้วที่บอกไป ก็ไม่ได้อ้าง เพื่อให้นายตัดใจด้วย”




“คาซึยะต้องการเวลาอย่างนั้นเหรอ” จินถามพลางยิ้มบาง ขอเด็กแบบนี้เป็นแฟนมันดีอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดเองเออเองให้เหนื่อยสมอง เพราะคนประเภทนี้มันบอกหมดทุกอย่างที่มันคิด ที่มันรู้สึก




“ไม่” มันส่ายหน้าพรืด แล้วตอบตรงเผง




“ฉันแค่ จะว่าไงดี คือไม่อยากให้นายคาดหวังมากน่ะ ว่าถ้าคบฉันแล้ว มันจะเป็นเหมือนที่นายเคยมีแฟนมาก่อน ฉันมันปากแบบนี้ อย่างน้อย นายก็ต้องปรับตัวตรงที่ว่านายต้องวิ่งให้เร็วขึ้น”




จินอยากจะขำ แต่ติดที่ว่าเดี๋ยวเจ้าตัวดีมันจะแว้ดเอา เรื่องปากดีแล้วชวนวิ่งเนี่ย คนที่ควรปรับและต้องปรับ มันน่าจะเป็นเจ้าคนปากดีไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่มาปรับให้เขาวิ่งเร็วมากขึ้น



แต่เอาเถอะ มันพูดแบบนี้ แสดงว่าถ้าเกิดเรื่อง มันก็อยากให้เขาวิ่งไปพร้อมๆมัน น่าดีใจเหมือนกันแหะ




“ก็ได้ ไม่ยากหรอก คนเราคบกันก็ต้องปรับตัวอยู่แล้ว แล้วจะบอกอะไรให้นะคาซึยะ ฉันไม่เคยเปรียบเทียบ ว่าแฟนคนนี้เป็นแบบแฟนคนเก่ารึเปล่า คนเราไม่เหมือนกัน ฉันรู้ว่าคาดหวังอะไรกับใครได้มากแค่ไหน อย่างคาซึยะนี่… คาดหวังขอให้พูดว่าชอบฉัน รักฉันก็เยอะแล้ว” คาเมะเหลือบมองคนพูด ที่ดูจะผ่อนคลายมากขึ้น ก่อนจะพยักหน้ารับ




“อืม… ฉันชอบนาย” จินตาโต ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วคว้าคนร่างเล็กเข้ามากอดอย่างมีความสุข ในขณะที่คาเมะได้แต่ยิ้มกับอกหนา นี่แหละ ถึงได้ชอบพูดในสิ่งที่คิด พูดแล้วมันสบายใจ พูดแล้วมันทำให้คนรอบข้างรับรู้ถึงสิ่งที่คิด




ส่วน…พยานในเหตุการณ์อย่าง สองแม่ลูกคาเมนาชินั้น จะขออธิบายสั้นๆว่า คุณนายริทสึโกะกำลังมองภาพที่หล่อนฝันมาทั้งชีวิตพร้อมๆกับการตลบผ้ากันเปื้อนที่ผูกอยู่ตรงเอวขึ้นมากัดกั้นเสียงร้องกรี๊ด ส่วนมานาบุพี่ชายของคาเมะ กำลังหันไปทุบกับผนังแทนการกระโดดโครมๆให้บ้านยุบ




และหลังจากนี้ แม้ในคณะเศรษฐศาสตร์จะยังคงเป็นข่าวลือแบบมีมูล เรื่องที่ คาเมนาชิ คาซึยะ และอาคานิชิ จินเป็นแฟนกัน แต่เชื่อเถอะ ว่าละแวกแถวนี้ เรื่องของสองคนนี่จะกลายเป็นข่าวจริงอย่างเร็วที่สุดคือคืนนี้ และอย่างช้าที่สุดคือเช้าวันพรุ่งนี้




ระบบการนินทามันส่งทอดอะไรต่ออะไรได้เร็วยิ่งกว่า อินเตอร์เน็ตซะอีก โดยเฉพาะการนินทาจากปากคุณนายริทสึโกะน่ะ เร็วเป็นพิเศษเชียว



………………………………….




และแม้ อาคานิชิ จิน กับคาเมนาชิ คาซึยะจะตกลงเป็นแฟนกันเสร็จสรรพแล้ว แต่ก้างก็ยังเป็นก้างอยู่วันยังค่ำ ทางุจิ จุนโนะสุเกะและโคยามะ เคอิจิโร่ยังไม่เชื่อใจคาสโนว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะเห็นตำต าว่าหมอนั่นไปมาหาสู่บ้านคาเมนาชิ ไม่มีขาด จะมีก็แต่เกินนั่นแหละ




และอาจจะด้วยความรักเพื่อน ความจริงใจ และความไม่ไว้ใจอาคานิชิ จิน ในที่สุด สองคู่หูก้างขวางคอ ก็จัดการเรื่องบางเรื่องขึ้นจนได้




“จริงๆนะ พี่ไอโกะ ไอ้คาเมะมันเป็นแฟนอาคานิชิ” จุนโนะหันมายืนยันกับหญิงสาวคนสวยที่มีตำแหน่งเป็นพี่รหัสของคาเมะ




“อาคานิชิ จินน่ะเหรอ มันมายุ่งอะไรกับน้องฉัน” นิไคโด ไอโกะ คือสาวสวยเสน่ห์แรง และเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆทั้งมหา’ลัย เป็นเจ้าของสัดส่วนที่เรียกได้ว่าใครเห็นก็มองกันเหลียวหลัง น้ำลายหยดแหม่ะๆกันทั้งนั้น ยามที่ทุกคนรู้ว่าหล่อนได้น้องรหัสเป็นเจ้าเด็กปากดีฝีเท้าเร็วนั้น ต่างพากันค้านกับความศักดิ์สิทธิ์ของระบบเลือกสายรหัสของคณะเศรษฐศาสตร์กันเป็นแถว เพราะพี่รหัสสวยสง่ามีราศี แต่น้องรหัสปากมีราคีจริงๆ




“มายุ่งไม่ว่าหรอกพี่ แต่มันมาลากไอ้คาเมะไปเป็นแฟนน่ะสิ” โคยามะไม่ได้ใส่ไฟ แต่แค่บอกเฉยๆว่าหมอนั่นเลิกกับแฟนเก่าเพราะคาเมะ แล้วก็เลยเอาคาเมะไปเป็นแฟนแทน สาวสวยเลือดร้อนเลยชักยัวะ บอกหมอนั่นหลายครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับน้องรหัสสุดที่รักของหล่อน แต่มันไม่เชื่อ ไม่ใช่ว่าไอโกะไม่รู้เรื่องที่คาเมะไปทำอะไรไว้ แต่หล่อนก็พยายามบอกจินหลายรอบ ว่าให้ละคาเมะไว้สักคน แต่นี่นอกจากจะไม่ฟังคำพูดของหล่อน หมอนั่นยังจะเขมือบน้องรหัสหล่อนอีก




“มันไม่รู้จัก นิไคโด ไอโกะดีพอรึไง เรื่องนี้จุนโนะกับโคยามะไม่ต้องจัดการ เดี๋ยวพี่จัดการเอง อาคานิชิ จินไม่รู้ซะแล้วว่า ลูกสาวของพี่สาวของแม่มัน นิสัยแบบไหน”




ใช่ โลกมันกลมเหลือเชื่อ นิไคโด ไอโกะ พี่รหัสสาวสวยที่เคยต้องเลื่อนนัดกินข้าวกับคาเมะมาแล้วเพราะเจ้าตัวต้องหนีคู่อริ เป็นลูกสาวของคุณ นิไคโด มิโดริ พี่สาวแท้ๆของ อาคานิชิ โซระ …




แล้ว อาคานิชิ โซระเป็นใคร ก็เป็นแม่ของ อาคานิชิ จินน่ะสิ!!!!!!




……………………………….




นิไคโด ไอโกะ เลือดร้อนมากๆพอกับรถยนต์คันหรูที่เจ้าหล่อนเหยียบคันเร่งจนมิดเก ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็มาจอดสนิทที่หน้าบ้านหลังน้อยของครอบครัวคาเมนาชิ ไม่ใกล้ไม่ไกลคือรถยนต์ของน้องชายลูกพี่ลูกน้องอย่างอาคานิชิ จิน หล่อนจำได้ดี




ดีเลย จัดการเสียวันนี้ให้มันเสร็จๆ ถ้าหมอนั่นมาแค่เล่นๆกับคาเมะล่ะก็ หล่อนที่แหล่ะ จะเอาเท้าเหยียบหน้ามันเอง




“สวัสดีค่ะ คุณแม่” ไอโกะเดินเข้าประตูบ้าน แล้วทักทายคุณนายริทสึโกะที่หล่อนแอบรู้มาว่า คุณนายคนนี้ เสียใจเล็กๆที่พี่รหัสของลูกชายเป็นผู้หญิง แต่ทั้งอย่างนั้น คุณนายริทสึโกะก็ยังต้อนรับขับสู้ดูแลหล่อนอย่างดีเสมอ




“อ้าว ไอโกะจัง สวัสดีจ๊ะ ตายแล้ว ไม่มาตั้งนาน สวยขึ้นเยอะเลย”




“คุณแม่ตากผ้าหรือคะ ไอโกะช่วยนะคะ” ตีซี้ผู้ใหญ่ หล่อนถนัดอยู่แล้ว ไอโกะเลือกที่จะไม่บุ่มบ่ามเข้าไป สู้ดูดข้อมูลจากคุณนายช่างเล่าคนนี้ก่อนดีกว่า




“ไม่ต้องหรอกลูก เข้าไปหาคาซึยะสิ เขาอยู่กับ ‘แฟนหนุ่ม’ ในบ้านนั่นแหละ” เห็นมั้ยล่ะ ไม่ทันไรก็ประกาศแล้วว่าลูกชายตัวเองมีแฟนหนุ่ม



“เอ๊ะ แฟนหนุ่มเหรอคะ ตายแล้ว คาเมะมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ อย่างนี้ไอโกะก็ไม่ต้องช่วยหาแล้วสิคะ” คุณนายริทสึโกะยิ้มหน้าบาน ปลาบปลื้มยิ่งนัก นึกขอบคุณสวรรค์เสมอที่ส่งลูกชายผู้กตัญญูรู้คุณแบบคาซึยะมาให้หล่อน




“จ๊ะ ไม่รบกวนไอโกะจังแล้วล่ะ แฟนคนนี้นะ มาติดคาซึยะเองเลยนะลูก หล๊อ หล่อ ผู้ชายอะไรไม่รู้ หล่อจริงๆ นิสัยก็ดี มีมารยาท น่ารักไปหมด แม่ล่ะคงตายตาหลับก็คราวนี้”



“แหม ไอโกะอยากเห็นหน้าจังค่ะ แล้วคบกันนานรึยังคะ”




“เพิ่งสัปดาห์ก่อนนี้เอง จินน่ะ แม่หมายถึงแฟนของคาซึยะน่ะจ๊ะ จินเนี่ยนะ เขามาขอเป็นแฟนคาซึยะถึงบ้านเลยนะ แม่ยังจำเหตุการณ์ได้เลย เขามาขอคาซึยะเป็นแฟนตลอดชีวิต ฟังเถอะ ขอแบบนี้ใครก็ใจอ่อนใช่มั้ยจ๊ะ” โดยเฉพาะใจหล่อนน่ะ อ่อนระทวยตั้งแต่เห็นหน้าว่าที่ลูกเขยครั้งแรกแล้ว




“มาสิลูก เดี๋ยวแม่จะพาไปรู้จัก วันนี้ไอโกะก็อยู่กินข้าวด้วยกันนะจ๊ะ จะได้รู้จักกับแฟนคาซึยะ” แล้วคุณนายริทสึโกะก็ยิ้มหน้าบาน ดึงแขนพี่รหัสของบุตรชายเข้าบ้าน แบบที่ไอโกะได้แต่ยิ้มหวานเยิ้มเอาอกเอาใจ ทั้งที่ในใจอดจะหมั่นไส้ลูกพี่ลูกน้องคาสโนว่าไม่ได้




เป็นแฟนตลอดชีวิต อาคานิชิ จินพูดจาหวานเลี่ยนแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!! หล่อนอยากจะกรี๊ด



………………………………..


และเมื่อหล่อนมาพบว่าความเป็นจริงนั้น ไม่ได้หวานเลี่ยนอย่างที่ได้ยินนัก เพราะ อาคานิชิ จิน ลูกพี่ลูกน้องที่หล่อนเคยรู้จัก ไม่ได้กำลังนั่งสวีทหวาน กระซิบกระซาบชวนหวั่นไหวอยู่กับน้องรหัสของหล่อน ชนิดตัวติดกันเป็นตังเม แต่เจ้านั่นกำลังเป็นลูกมือทำครัว ที่ดูจะตั้งอกตั้งใจเสียเหลือเกิน




“หั่นแบบนี้จะไปอร่อยได้ไง หั่นให้มันเล็กกว่านี้หน่อยสิ” ส่วนเจ้าคนตัวเล็กกว่า กำลังหันมาโวยวายใส่แบบที่ดูรู้ว่าใครกันแน่ที่ข่มใคร




“หั่นเล็กๆแล้วมันบาดนิ้วนี่นา” เจ้าน้องชายสุดหล่อที่ได้ข่าวว่าเป็นเสือผู้หญิงตัวเป้ง สภาพตอนนี้คล้ายแมวทุกขณะ แถมยังเป็นแมวที่ลบเขี้ยว ลบเล็บหมดแล้วเสียด้วย



“เรื่องมากว่ะ จะกินอร่อยๆหรือจะกินไม่อร่อย” นั่น คาเมะหันไปดุเอาเรื่องอีก จินเลยยอมศิโรราบแต่โดยดี ก้มหน้าก้มตาหั่นอะไรสักอย่างบนเขียงต่อไป ไอโกะซุ่มดูอยู่เงียบๆ กะจะรออีกสักพัก ให้มั่นใจอีกหน่อยว่าที่หล่อนเห็นน่ะ คืออาคานิชิ จินที่เปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว แต่คาเมะดันหันกลับมาเห็นหล่อนเสียก่อน หญิงสาวเลยต้องเสเป็นยิ้มกว้าง




“อ้าว เจ๊” ไอโกะเดินเข้ามาโอบไหล่น้องรหัสที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อน จ้องหน้าจินแต่อีกฝ่ายยังไม่เงยหัวขึ้นมาจากเขียง เลยไม่ทันเห็นหล่อน



“จิน นี่พี่รหัสฉันเอง เจ๊ นี่จิน แฟนฉัน” สมเป็นคาซึยะที่จินหลง ที่จินรัก แนะนำสถานภาพจินได้น่าดีใจ จนชายหนุ่มซ่อนยิ้มไม่ไหว ต้องโชว์ฟันขาวๆขณะเงยหน้าทักทายพี่รหัสของคนรัก





“สวัสดี อาคานิชิ จิน” ไอโกะทักทายเสียงเย็น ทำเอาคนยิ้มกว้างถึงกับยิ้มเก้อ ตาเหลือก




“ไอ…ไอโกะ” คาเมะมองคนนั้นที คนนี้ทีแล้วเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะกระตุกเสื้อตัวสวยของหญิงสาวเบาๆเป็นเชิงเรียกร้องความสนใจ เพื่อจะได้ถาม แต่ไม่ทันจะถาม หล่อนก็เอ่ยปากบอกความจริงขึ้นมาก่อน




“ไม่รู้มาก่อน ว่าน้องชายอย่างแกจะมาเป็นแฟนน้องรหัสของฉัน จินคุง”




ห๊ะ!!! ว่าไงนะ!!!!!



………………………………..




สองพี่น้องที่เกี่ยวดองกันทางสายเลือดของมารดาขอตัวไปพูดคุยกันนอกบ้าน ในระหว่างที่คุณนายริทสึโกะ และคาเมะกำลังเตรียมมื้อเย็นของวัน คาเมะไม่ได้ถามอะไร ร่างโปร่งไม่ซักไซ้ว่าทำไมจินต้องหน้าซีดขนาดนั้น ตอนที่เจอไอโกะ ทั้งยังยอมปล่อยให้ออกไปคุยกันตามลำพังด้วย




สวนหลังบ้านเล็กๆของครอบครัวคาเมนาชิ คือที่ตกลงเป็นการส่วนตัวของ นิไคโด ไอโกะ และอาคานิชิ จิน



“ฉันบอกแกแล้ว ว่าอย่ามายุ่งกับน้องรหัสฉัน ทำไมแกไม่ฟัง จิน”





“ฉันรักเขา” ร่างสูงตอบ สบตากับลูกพี่ลูกน้องตรงหน้าตรงๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อเห็นหน้าสวยๆที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ตามเทรนด์บิดเบี้ยวเหมือนไม่เชื่อ



“ฉันรู้ว่าไอโกะไม่เชื่อ แต่ฉันรู้ตัวแล้วว่าฉันรักเขา”




“รู้ตัว!!!” หล่อนร้องเสียงสูงปรี๊ด




“แกบอกว่าแกรู้ตัว ทั้งๆที่อาทิตย์ที่แล้วแกไปมั่วอยู่ที่ผับสามวันสองคืนเนี่ยนะ!!” ไอโกะรู้ว่าน้องชายที่อายุห่างกันไม่กี่เดือนไปทำอะไรมา หล่อนเห็นจินไม่โผล่หัวออกมาจากผับเลยตลอดสามวันนั้น หายเข้าไปกับนากามารุ ยูอิจิเพื่อนสนิทนั่นแหละ ตอนแรกที่เห็น ไอโกะนึกดีใจที่เห็นจินกลับมาทำตัวแบบเดิม คือเที่ยวดื่มเที่ยว เพราะนั่นหมายความว่า ข่าวลือที่หล่อนได้ยินมาจากคนในคณะที่ว่า จินกับคาเมะเป็นแฟนกัน จะไม่ใช่ความจริง




แต่แล้วทำไมมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้!!!




“ก็รู้ตัวตอนสามวันนั้นน่ะเเหละ ฉันรักเขาจริงๆ ไอโกะ” ท่าทางมั่นอกมั่นใจที่แสดงออก ทำเอาไอโกะชักกลุ้ม เพราะมันแตกต่างจากที่ร่างสูงเคยแสดงออกยามมีแฟนเก่าๆ จินไม่เคยดูมั่นใจกับความรักมากขนาดนี้ อาจจะด้วยว่ามันเป็นคุณชาย เป็นผู้ชายหน้าตาดี มีฐานะ มีการศึกษา ผู้หญิงที่ไหนก็สยบแทบเท้ามันได้ไม่ยาก ความรักครั้งก่อนๆของมัน จึงเริ่มที่คนอื่นเข้ามาหามันเอง ไม่ใช่แบบครั้งนี้



แต่ไว้ใจได้เหรอ…




“แกรักเพราะคาเมะมันยากสำหรับแกรึเปล่า แกแค่รู้สึกท้าทาย แกสนุก แกรักเพราะแบบนั้นรึเปล่าจิน ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าข้างแกนะ แต่คาเมะน่ะน้องรหัสฉัน แล้วฉันก็รักมันมากด้วย ถึงมันจะปากดีไปหน่อย แต่มันก็น่ารัก ฉันไม่อยากให้มันเสียใจ ฉันสงสารมัน”





“ฉันก็ไม่อยากเสียใจเหมือนกัน ไอโกะ เพราะฉะนั้น ฉันถึงได้บอกว่าฉันรักคาเมะ ฉันอยากอยู่กับเขา อยากดูแลเขา” เกิดเป็นความเงียบชั่วอึดใจ เมื่อทั้งไอโกะ ทั้งจินต่างพากันเงียบ ไม่มีใครพูดอะไร ไอโกะรู้ดีว่าน้องชายลูกพี่ลูกน้องไม่เคยเป็นมากขนาดนี้ ในขณะที่จินเองก็วัดดวงว่าอีกฝ่ายจะเชื่อถือหรือไม่



“จิน เจ๊…แม่ให้มาตามไปทานข้าว” เสียงของคนกลางอย่างคาเมะดังมาจากด้านหลัง ทำเอาสองหนุ่มสาวสะดุ้ง แล้วหันไปมอง ไอโกะยิ้มกว้าง วิ่งเข้าไปหา ยังไงเสีย หล่อนไม่ควรประกาศโจ่งแจ้งว่าจะยอมรับในตัวน้องชายมั้ย เพราะหญิงสาวยังไม่มั่นใจ ต้องดูพฤติกรรมสักพัก เห็นท่าไม่ดีแล้วค่อยลากคาเมะออกมา ถ้าตอนนั้นจินไม่ยอมปล่อย หล่อนจะจัดการมันเอง



“งั้นเหรอ คุยเสร็จพอดีเลย ไปเถอะ” หล่อนว่า แล้วโอบบ่าน้องรหัสพาเข้าบ้าน แต่คาเมะยังยื้อร่างไว้ แล้วหันไปมองคนที่ยืนนิ่ง ไม่ยอมขยับ พอถูกกระตุ้นด้วยสิ่งที่ไปทำมาเมื่อสามวันก่อน จินก็ยิ่งรู้สึกผิดจนไม่กล้าจะเข้าไปหาคนตัวเล็กกว่า




“จิน ไปมั่วมาสามวันเหรอ”




คำถามของคาเมะเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงเข้าที่ใจจินและไอโกะไปพร้อมๆกัน



………………………….



ไอโกะบอกตามตรงว่าไม่เคยเห็น อาคานิชิ จิน หงอขนาดนี้มาก่อน ส่วนเจ้าคาเมะ น้องรหัสของหล่อนทำตัวปกติมาก ไอโกะอยากจะลากเสียงยาวๆ เพื่อให้รู้ว่า คาเมะทำตัวปกติมากจริงๆ ตอนกินข้าวก็คุยนั่นคุยนี่ ดูเหมือนไม่มีปัญหา และไม่ถามคำถามคาใจอะไรออกไป มาเงียบๆแบบนี้แหละ ไอโกะไม่ถนัดเอาเสียเลย




“เดี๋ยวไอโกะช่วยคาเมะล้างจานเองค่ะคุณแม่” สาวสวยเอ่ยปาก เมื่อมื้อค่ำจบลงแบบที่สมาชิกร่วมโต๊ะะมีกันแค่สี่คน เนื่องจากคุณพ่อคาเมนาชิยังติดงาน ส่วนคุณลูกอีกสองไม่อยู่บ้านและคงจะกลับมืดๆ หล่อนจึงอาสาช่วยลำเลียงจานตามคาเมะไปยังอ่างล้างจาน ปล่อยให้จินชะเง้อมองตามคนร่างเล็กที่เดินนำเข้าไปในครัวแล้ว



“ถ้างั้นจินมาช่วยแม่ทางนี้หน่อยได้มั้ย สุดสัปดาห์หน้า พอดีพ่อเขาว่าง เราเลยว่าจะไปเที่ยวกัน จินมาช่วยแม่เลือกหน่อยสิ ว่าไปที่ไหนดี จินว่างรึเปล่า ไปด้วยกันนะจ๊ะ จะได้เป็นการต้อนรับจินเข้าบ้านคาเมนาชิด้วยไง” แล้วสตรีร่างอวบก็ควงแขนว่าที่ลูกเขยออกไปยังห้องนั่งเล่น ทิ้งให้ห้องครัวเงียบสนิทมีแต่เสียงน้ำไหล ไอโกะเหลือบมองคนตัวเล็กข้างกาย ก่อนจะตัดสินใจพูด




“คาเมะ โกรธอะไรรึเปล่า” ร่างโปร่งหันกลับมามอง



“โกรธหมอนั่น ทำไมไม่ยอมบอกว่าไปมั่วมา” มาเจอคำตอบตรงๆแบบนี้ สาวเก่งอย่างไอโกะก็ถึงกับอ้าปากไม่ออก ถ้าพูดถึงหลักความเป็นจริงแล้ว ใครที่ไหนจะกล้าสารภาพกับคนรักของตัวเองกัน จะให้บอกแบบไหน ‘ที่รักจ๊ะ ผมไปมั่วมาสามวัน สนุกสุดยอดเลย’ อย่างงี้น่ะเหรอ





“คาเมะได้ยินทั้งหมดใช่มั้ย” หล่อนถาม อย่างน้อยก็อยากให้แน่ใจว่าคาเมะได้ยินคำสารภาพของจินมากกว่านั้น



“อืม ได้ยินมันบอกว่ารักด้วย” คาเมะเหมือนจะดีใจ แต่ก็เหมือนจะเสียความรู้สึกลึกๆ ถ้าจินไปทำแบบนั้นมาสามวัน จะสามวันไหนถ้าไม่ใช่สามวันที่หายหน้าไป สามวันที่จินบอกว่า ‘ไปคิดเรื่องของเรา’ อย่างงี้แสดงว่าโกหกน่ะสิ




“แล้วก็ได้ยินใช่มั้ย ว่าพอไปทำแบบนั้นแล้ว จินถึงได้รู้ตัวว่าจริงๆแล้วรักคาเมะ” ร่างบางนิ่งเงียบ และตั้งใจฟังคำพูดของพี่รหัส



“ไม่ใช่ว่าเจ๊จะเข้าข้างหมอนั่น เพราะหมอนั่นเป็นน้องเจ๊นะ แต่เจ๊พูด เพราะว่าเจ๊รู้จักจินดี แล้วที่บอกว่าไปมั่วอยู่สามวันอะไรนั่นน่ะ มันก็แค่นัวเนียกับผู้หญิง ไม่ได้ถึงขั้นขึ้นเตียงหรืออะไร แต่เรื่องเมาเนี่ย เจ๊ยอมรับว่ามันเมาหัวราน้ำ เพราะเจ๊ไปลากมันออกมาจากผับพาไปส่งบ้านเอง”



คาเมะถอนหายใจแล้วยิ้มบาง พลางโคลงศีรษะไปมาเล็กๆ




“มีแต่คนเข้าข้างหมอนั่นจังแหะ” จะว่าคาเมะเหนื่อยใจก็ไม่ใช่ แต่มันออกแนวว่าใครๆก็ดูเหมือนจะอยากให้คู่แท้ของคาเมะเป็นจินแบบไม่มีบิดพลิ้ว ทั้งแม่ทั้งพ่อและครอบครัวคาเมนาชิ และนี่ยังมาเจอพี่รหัสอีก แล้วพี่รหัสก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ดันเป็นญาติหมอนั่นด้วย หนีกันไม่พ้นจริงๆแหะ




อ้อ ดูเหมือนจะมีแค่จุนโนะกับโคยามะเท่านั้นแหละ ที่ไม่เข้าข้าง อาคานิชิ จิน มากเกินไปให้น่าหมั่นไส้ ก็ยังดี ที่คาเมะพอจะมีพรรคพวกฝ่ายตัวเองอยู่บ้าง



ไอโกะยิ้มบาง ก่อนจะขยับเข้ามาโอบร่างบอบบางของคนพูดด้วยความเอ็นดู



“เจ๊อยู่ข้างคาเมะต่างหาก คาเมะอยากได้แบบไหน บอกเจ๊ได้เลย อยากให้เจ๊ช่วยกันจิน เจ๊จะช่วย แต่ทั้งอย่างนั้น คาเมะต้องมั่นใจว่าถ้าเจ๊ทำ คาเมะจะมีความสุข” พูดมาแบบนี้ แล้วคาเมะจะบอกได้เหรอว่าให้หล่อนช่วยกัน ในเมื่อความสุขของคาเมะคือการมีผู้ชายคนนั้นเคียงข้าง ไม่อยากชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟอีกแล้ว เวลาหมอนั่นไม่มาหาน่ะ


“งั้นเจ๊ก็ไม่ต้องกันหรอก”



“แสดงว่าคาเมะก็รักจินน่ะสิ จะบอกให้นะ ตอนแรกเจ๊จะมาลากจินกลับด้วย เพราะได้ยินจากจุนโนะแล้วก็โคยามะ ว่าจินมาแกล้งคาเมะ” ร่างบางโคลงศีรษะอีกรอบ สองคนนั้นห่วงเขาไม่เข้าเรื่องจริงๆแหะ




“หมอนั่นแกล้งคนไม่เก่งหรอก คนที่แกล้งน่ะ คาเมะต่างหาก” แล้วจากนั้น เจ้าคนตรงไปตรงมา ก็เล่ามันทุกเรื่อง ให้ไอโกะได้รับรู้ ว่าใครกันแน่ที่ซวยมาตั้งแต่แรก แน่นอน คาเมะไม่ลืมที่จะเล่าให้ หล่อนฟัง ว่าเคยพาจินไปกินข้าววัดมาแล้ว พาเข้าไปดูไลฟ์ร็อคฮาร์ดคอร์มาแล้ว ซึ่งนั่นทำเอา นิไคโด ไอโกะอยากจะเปลี่ยนความตั้งใจของตัวเองเสียตั้งแต่ตอนนี้



ทางที่ดีหล่อนควรลากจินออกมา เพื่อตัวจินเอง ไม่ใช่ตัวคาเมะหรอกเนี่ย



……………………….



จินหงอทันตาเห็นจริงๆ เพราะตอนที่ไอโกะและคาเมะล้างจานเรียบร้อยแล้ว และเดินมารวมกลุ่มกับมารดาในห้องนั่งเล่น ร่างสูงพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้สายตางอนง้อในสิ่งที่เคยโกหกไป แต่คาเมะไม่แม้แต่จะเหลือบตามองเลยแม้แต่น้อย ไอโกะมองความเป็นไปแล้วได้แต่กลืนน้ำลาย ถึงน้องรหัสจะบอกเต็มปากเต็มคำว่าาโกรธ แต่ก็ไม่อยากงอแงให้มากเรื่อง แต่ตอนนี้ เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมพูดกับลูกพี่ลูกน้องของตนอยู่ดี บางทีหล่อนน่าจะช่วย….



“ไอโกะจังไปเที่ยวด้วยกันมั้ยจ๊ะ” ตอนนี้สองแม่ลูกคาเมนาชิ และว่าที่ลูกเขยอย่างอาคานิชิ จิน กำลังตกลงกันเรื่องเที่ยวสุดสัปดาห์หน้า และคุณนายริทสึโกะก็มีน้ำใจมากพอที่จะหันมาชวนพี่รหัสของลูกชาย



“อุ้ย ไม่ล่ะค่ะ ไอโกะไปไม่ได้น่ะค่ะ แต่ว่า ไอโกะว่า ยังไงซะก็น่าจะส่งคนไปดูที่ทางก่อนนะคะ ให้จินกับคาเมะไปสิคะ เสาร์อาทิตย์นี้ว่าง ก็น่าจะไปดูก่อน” รับงานจากจุนโนะและโคยามะให้มาช่วยกันอาคานิชิ จิน แต่สองคนนี้รักกันนี่นา เพราะฉะนั้น เปลี่ยนจากกีดกันเป็นสนับสนุนไปเลยแล้วกัน หล่อนเป็นคนดี ไม่อยากทำลายความรักของใครหร๊อก ยิ่งโดยเฉพาะความรักที่ทำให้น้องชายของหล่อนกลายสภาพเป็นมนุษย์ไร้ความมั่นใจ ตัวลีบหน้าลีบแบบนี้ หล่อนยิ่งต้องสนับสนุนเป็นพิเศษ




“เออ ก็ดีนะจ๊ะ ไอโกะจัง ว่ายังไงล่ะคาซึยะ แม่ว่าไปกันตั้งแต่เย็นวันศุกร์ก็ดีนะ” คนเป็นลูกเหลือบมองพี่รหัสตัวดีที่เสนอความคิด เมื่อกี้ก็ว่าไม่ได้เข้าข้างลูกพี่ลูกน้องตัวเอง แต่ตอนนี้ทำไมมาส่งคาเมะเข้าปากจินอย่างงี้ล่ะ ดูเถอะ ทำมาเป็นยิ้มหวานเชื่อม ปากว่าไม่ แต่ในใจยกเขาให้จินไปแล้วนี่หว่า



“งั้นเดี๋ยวแม่จะโทร.ไปบอกทางโรงแรมทางนู้นก่อนดีมั้ย คาซึยะตกลงแล้วนะจ๊ะ” คุณนายริทสึโกะนี่ก็อีกราย เรื่องคิดเอง ตกลงเองนี่เก่งที่หนึ่ง คาเมะเกาหัวแกรกๆ มองมารดาอย่างไม่เข้าใจว่าเขาตกปากรับคำตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จะถามได้ที่ไหนล่ะ คุณนายร่างอวบน่ะไวยิ่งกว่าจรวดอีก ถ้าเรื่องเกี่ยวกับว่าที่ลูกเขยน่ะ นู่น วิ่งออกไปที่โทรศัพท์แล้ว




คาเมะเลยต้องหันมาทางสองพี่น้องนิไคโด ไอโกะ และอาคานิชิ จิน ที่ดูเหมือนจะส่งซิกอะไรบางอย่าง



“เจ๊…หมายความว่าไง” ร่างโปร่งลากเสียงต่ำ ให้รู้ว่าข่ม แต่สาวสวยทำเนียนไม่รู้เรื่อง




“ก็…เจ๊แค่เป็นห่วง กลัวว่ายกโขยงกันไปอาทิตย์หน้าแล้วจะมีปัญหาไง คาเมะก็ไปกับจินก่อนแล้วกัน อุ้ย นี่เจ๊ติดธุระนะเนี่ย ต้องไปก่อนล่ะ ไปนะคาเมะ ไปนะจิน” แล้วรายนี้ก็ไวพอๆกับแม่คาเมะนั่นแหละ คว้ากระเป๋าออกจากห้องไปแล้ว ได้ยินเสียงหล่อนแว่วๆตอนบอกลามารดาคาเมะที่หน้าประตู ก่อนที่ภายในห้องนั่งเล่นจะเงียบลงอีกครั้ง เมื่อเหลือแค่จินและคาเมะสองคน




“คือ…คาซึยะ”




“ฉันโกรธนายนะ อาคานิชิ จิน แต่ฉันก็ดีใจที่นายบอกรักฉันกับเจ๊ แต่ว่าเถอะ…นายบอกรักฉันให้เจ๊ฟัง ทั้งๆที่นายไม่เคยบอกรักฉันเลยเนี่ยนะ สรุปนายขอฉันเป็นแฟนตลอดชีวิต หรือนายขอเจ๊ฉันกันแน่” จินนิ่งไปพัก ก่อนจะขยับเข้ามานั่งข้างๆ แบบที่แก้มอมยิ้มจนตุ่ย




ดีใจจริงๆที่ได้มารักเด็กแบบนี้ มันน่ารักจริงๆตรงที่อะไรๆก็พูดออกมาหมด แล้วไม่พูดอย่างเดียว มันยังทำหน้านิ่ว หน้าขมวด เดี๋ยวเอาคิ้วชนกัน เดี๋ยวทำปากยื่น แก้มพอง น่ารักจนจินอดยิ้มไม่ไหวแล้ว




“ยิ้มอะไรน่ะ ดีใจที่ฉันโกรธงั้นเหรอ” คาเมะหันมาถามซื่อๆ พาลเอาจินอมยิ้มต่อไปไม่ไหว สุดท้ายเลยต้องฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างที่อยากยิ้ม



“ดีใจที่ได้รักคาเมะต่างหาก เด็กอะไร พูดตรงไปหมดทุกอย่าง” เขาว่าแล้วโอบเอวเล็กเข้ามากอด




“ก็ฉันไม่ชอบเก็บเอาไว้นี่หว่า” คาเมะนึกหวามในใจเล็กๆกับฝ่ามือร้อนที่วางอยู่ตรงเอวตัวเอง ได้แต่ก้มหน้าก้มตาพูด ให้จินยิ่งนึกเอ็นดูหนัก เขาก้มลงไปหมายจะหอมแก้มขาวเบาๆ แต่เสียงอุทานจากหน้าประตูทำให้รู้ตัว




“อุ้ย!!!” คาเมะสะดุ้งเฮือก หันกลับไปมอง และก็ได้พบคุณนายริทสึโกะ กำลังยืนตาโตลุกวาวเป็นประกายระยิบ จินจำใจต้องละมือออกจากเอวเล็ก และขยับตัวออกห่างจากร่างบางอีกหน่อย นึกในใจว่าหล่อนอยากได้เขาเป็นลูกเขย แต่ทำไมถึงไม่ให้โอกาสเขาได้ใกล้ชิดกับลูกชายของหล่อนบ้างเลย




“เอ้อ แม่จะเข้ามาคุยเรื่องที่จะให้ทั้งจิน ทั้งคาซึยะไปดูสถานที่ให้ก่อนน่ะจ๊ะ” แล้วหล่อนก็พาเนียน เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น แบบที่คาเมะยังรับรู้นั่นแหละ ว่ามารดาของตัวเองเหมือนจะมีกำลังใจในการดำรงชีวิตมากขึ้นจนอาจจะอยู่ได้อีกหลายร้อยปีทีเดียว




……………………………….



วันศุกร์ที่คาเมะและจินต้องไปดูสถานที่ตามที่ไอโกะเสนอเอาไว้ ถูกขีดด้วยปากกาสีแดงแป้ดเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ๆบนปฏิทิน บอกให้รู้ว่ามันเป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับครอบครัวคาเมนาชิ ที่ตื่นเต้นทั้งๆที่ไม่ได้เป็นผู้ไปแต่อย่างใด ส่วนคนต้องไปน่ะหรือ มันนั่งเล่นเกมไม่สนใจใยดีใดๆเลยนั่นแหละ ต้องให้คุณนายริทสึโกะไปลากแขนขึ้นมาบนห้องในเย็นวันพฤหัส เพื่อให้มันเตรียมตัวเสียที



และพอเย็นวันศุกร์ รถคันหรูก็มาจอดรอที่หน้าบ้านแล้ว



“ไปถึงแล้ว โทร.บอกแม่กับพ่อด้วยนะจ๊ะจิน” คุณนายริทสึโกะบอกกับชายหนุ่มที่รับกระเป๋าเดินทางใบเล็กของคาเมะไปถือ สุภาพบุรุษเป็นที่สุด จนหล่อนอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มกับตัวเอง



“ได้ครับคุณแม่ งั้นผมไปก่อนนะครับ ถึงที่นู้นจะได้ไม่มืดมาก ลาล่ะครับ คุณพ่อคุณแม่” จินบอกลาผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะหันมามองคนข้างกายที่ยืนเฉย แต่ตอนจะหมุนตัวเดินขึ้นรถ เจ้าตัวดีที่ยืนเตะฝุ่นเล่นมาตั้งแต่แรกก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้



“เดี๋ยวๆ ลืมของ” แล้วคาเมะก็วิ่งหายเข้าไปในบ้าน หายไปพักใหญ่ๆให้ทุกคนสงสัย ก่อนที่เจ้าเด็กวิ่งเร็วจะกลับออกมาอีกรอบ พร้อมถุงในมือ ที่มันยกขึ้นโชว์ พร้อมรอยยิ้มกว้าง เหมือนได้เจอสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต



“ลืมขนมกับเกมส์ เกือบแย่นะเนี่ย” เกิดเป็นความเงียบชั่วอึดใจ คุณนายริทสึโกะกระพริบตาปริบๆ แล้วนึกไปถึงสิ่งที่หล่อนอุตส่าห์ซื้อมาแอบยัดใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางบุตรชาย




คาซึยะเตรียมขนมเตรียมเกมส์ไปแบบนี้ แล้วกางเกงในจีสตริงลายเสือดาวที่หล่อนยัดเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางจะได้ใช้มั้ยเนี่ย!!!





โอ้ย หล่อนจะเป็นลม!!!



……………………………



อาคานิชิ จิน ปวดหัวตั้งแต่ขับรถออกจากบ้าน จนมาถึงที่พักที่จองเอาไว้ในตอนกลางดึก ไม่ใช่เขาจะมาเป็นไข้ ไม่สบายเอาเวลานี้ แต่เป็นเพราะในรถมีแต่เสียง ‘ตะดึดึ้ง!’ แล้วจะตามมาด้วยเสียงเจ้าคนเล่นเกมที่มันร้องอุทาน ‘วะ! ตายอีกแล้ว’ และเสียงเครื่องเกมร้อง ‘วะฮู้!’ อันนี้จะมีเสียงคนเล่นตามมาว่า ‘เย้!! กูผ่าน!!’




ตั้งแต่เกิดมา และขับรถเป็นพอจะมีตุ๊กตาหน้ารถเป็นสาวสวยหมวยอึ้ม เซ็กซี่ไดนาไมท์หรืออะไรก็ตามแต่ จินพูดตามตรง ว่าไม่เคยมีตุ๊กตาหน้ารถรายไหน ที่ทำกับเขาแบบนี้มาก่อนเลย ไม่เคยมีตุ๊กตาหน้ารถที่เอาแต่เล่นเกมเมามัน แล้วปล่อยให้เขานั่งเป็นใบ้มีหน้าที่ขับรถอย่างเดียวแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีตุ๊กตาหน้ารถที่เอาแต่พยักหน้าส่งๆ แล้วบอกว่า ‘ดูป้ายข้างทางเองดิ’ เวลาเขาหันไปชวนคุยด้วยคำพูดประมาณว่า ‘เรามากันถูกทางมั้ย’ และที่สำคัญ ไม่เคยมีตุ๊กตาหน้ารถที่เอาสายตาขุ่นๆตวัดใส่เขา ยามเขาเปิดเพลงในรถ พร้อมกับที่บอกตรงๆว่า ‘ปิดเพลงได้มั้ย ไม่มีสมาธิเล่นเกม’



จินเลยจอดสนิท ไปไม่เป็นอีกเลย พูดอะไรไม่ออกได้แต่ก้มหน้าก้มตาขับรถไปอย่างตั้งใจ เพราะคนข้างกายไม่สนใจจะพูดคุยด้วย แถมยังเอาแต่กดเกมยิกๆอยู่นั่น สารถีชัดๆ คนขับรถชัดๆ เกิดมาไม่เคยเจอะเคยเจอ ไอ้ที่คิดว่าวันนี้จะมาสวีทกันแบบสองต่อสอง จินบอกได้คำเดียวว่าถ้ายังไม่เอาไอ้เกมในมือคาซึยะเขวี้ยงออกนอกหน้าต่างตอนนี้ล่ะก็ เขาคาดว่าคืนนี้ก็คงจะมีแต่เสียงไอ้เกมนั่นน่ะแหละ ที่ดังตลอดทั้งคืนให้ไม่ได้หลับได้นอนกัน



“คาซึยะ หยุดเล่นเกมก่อนได้มั้ย” จินหันมาถาม หลังจากจัดการเช็คอินเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าคนตัวเล็กก็ยังเอาแต่เล่นเกม เจ้าเด็กนั่นไม่ทำอะไรเลย ลงจากรถมันก็ถือเกม แล้วกดยิกๆไม่สนใจทาง ให้เขาต้องดึงเสื้อมันพาเดิน พอเข้ามาในโถงของโรงแรมได้ มันก็นั่งแหมะเล่นเกมอยู่ที่เบาะรอเขาจัดการ และจนเขาจัดการเรื่องห้องพักแล้ว หันไปอีกที มันก็ยังเอาแต่เล่นเกม




“คาซึยะ” ร่างสูงเรียกอีก ให้คาเมะต้องเงยหน้ามองไม่พอใจนัก ก่อนจะยอมอธิบาย



“ต้องรีบเล่นอ่ะ เดี๋ยวคืนไม่ทัน อุตส่าห์ขอไอ้จุนโนะแทบตาย มันถึงยอมให้ยืมนะเนี่ย กลับไปมันจะเอาคืน ถ้าเล่นไม่จบเกมก็แย่ดิ” สรุปเป็นว่าไอ้เกมนี้มาจากทางุจิ ไอ้คนที่คอยแต่จะกีดกันเขา ถึงว่า มากับคาเมะสองคนแบบนี้ เจ้าสองเพื่อนซี้นั่นไม่มีทีท่าจะทำอะไร ที่แท้มันเล่นอ้อมๆ กะว่าเอาเกมมาให้คาเมะเล่นตลอดทริป เพื่อไม่ให้เจ้าตัวดีมีเวลาสองต่อสองกับเขานี่เอง ร้ายมาก ร้ายจริงๆ!!!




“กลับโตเกียวไป เดี๋ยวซื้อให้เล่นก็ได้” จินพยายามหว่านล้อม แต่ไอ้คนที่ก้มหน้ากดเกมส่ายหัวไปมา




“ขอเล่นก่อน” นอกจากมันจะวิ่งเร็วแล้ว มันยังติดเกมเป็นที่สุด จินรู้ซึ้งจริงๆ แล้วเขาจะเอายังไงดีวะ ที่ลงทุนถึงขนาดมาสองต่อสองกับเจ้านี่จะกลายเป็นเปล่าประโยชน์อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง ถ้าจะมาเพื่อให้เจ้าเด็กนี่แค่เปลี่ยนสถานที่เล่นเกมล่ะก็ สู้เขานอนเฉยๆที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ



กำลังจะเอ่ยปากยื่นข้อเสนอให้เลิกเล่นแลกกับการทำอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่า แต่เสียงสดใสก็ดันดังขัดเขาเสียนี่



“จินคะ” และเสียงนั้น ก็ทำให้คนที่กดเกมยิกๆต้องเงยหน้ามองด้วยเช่นกัน



“อ๊ะ ผู้หญิงชื่อเชย” ร่างสูงหันกลับมามองคนร่างบางทันควัน ปากเจ้าเด็กนี่เขาจะทำยังไงกับมันดีนะเนี่ย



นานาโกะ สาวสวยที่เคยเข้ามาออเสาะจินตอนไปดูไลฟ์ของดูบบี้ บิวตี้ครั้งแรก และเป็นผลให้เขาอารมณ์เสียคาเมะที่ไม่ฟังคำดุคำว่า ถลาเข้ามากอดแขนเขาเหมือนครั้งก่อน และแน่นอนว่านั่นทำให้คาเมะปิดเกมที่เล่นอยู่ทันที




“นานาโกะมากับเพื่อนเหรอ” ร่างสูงพยายามแกะแขนตัวเองออก แต่มืออีกฝ่ายก็เหนียวหนึบเหลือเกิน เขาหันมามองคาเมะ และรายนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาจับแขนเขาอีกข้างทันที



“ค่ะ นานาโกะมากับเพื่อน แล้วจินล่ะคะ” ทั้งๆที่หล่อนน่าจะเห็นตำตา ว่าคาเมะก็มาด้วย แต่นานาโกะเลือกที่จะไม่พูด ได้แต่ทำตาเยิ้มหน้ายิ้มใส่ชายหนุ่ม




“อืม ชื่อเชยแล้วยังตาไม่ค่อยดีอีกแหะ เพื่อนนายเนี่ย แปลกดีนะจิน เขาไม่เห็นฉันจริงๆ หรือว่าเขาแกล้งไม่เห็น เพราะอยากหาเรื่องคุยกับนายให้นานๆกันแน่ นายไม่ค่อยได้คุยกับเขาเหรอ เขาเลยต้องใช้วิธีนี้”




ตรงเอาโล่ ถ้ามีเวทีประกวดสุนทรพจน์แห่งความจริงใจ จินจะส่งคาเมะขึ้นแข่งจริงๆ และต้องได้รางวัลที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยด้วย แล้วดูสายตามันเถอะ มันถามซื่อๆ ไม่ได้ตั้งใจจะจิกจะกัด




คราวนี้นานาโกะพูดอะไรไม่ออก ยืนอ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะตั้งสติ แล้วหันมาดึงแขนชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นคนกลาง




“เพื่อนจินคนนี้พูดจาไม่ดีอีกแล้วนะคะ คราวที่แล้วก็ว่าชื่อนานาโกะเชย คราวนี้เขาหาว่านานาโกะตาไม่ดีอีก”




“เอ้อ…ขอแก้ความเข้าใจได้มั้ย ฉันไม่ใช่เพื่อนจิน ฉันเป็นแฟน” ไม่ต้องห่วงเรื่องสถานภาพจินในใจคาเมะอีกเลย เพราะร่างโปร่งแก้ความเข้าใจของใครต่อใคร จนเขารู้กันทั้งเมือง ว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อาคานิชิ จินมีแฟนชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ




“อะไรนะคะ!!!”




“ครับ คาซึยะเป็นแฟนผม วันนี้เรามาเที่ยวกัน”




“เปล่า เรามาดูที่ทางเฉยๆ” มันไม่ได้แก้แค่สถานภาพจินอย่างเดียว แต่แก้ทุกเรื่องถ้าเรื่องไหนพูดผิด จินอยากจะก้มลงจูบปากมันจริงๆ เด็กอะไรพูดได้พูดดีแบบนี้นะ




“งั้นขอตัวก่อนนะครับ นานาโกะ ดึกมากแล้ว จะได้พักผ่อน” แล้วร่างสูงก็สลัดหญิงสาวหลุดในวินาทีนั้นเอง เขาหันไปหยิบกระเป๋าเดินทาง แล้วใช้อีกมือ เดินจูงคาเมะเข้าไปด้านใน แบบที่คนตัวเล็กไม่เล่นเกมอีกเลย



………………………



โรงแรมที่มาดูที่ทางตามที่คาเมะบอกนั้น เป็นแบบบ้านพักในพื้นที่กว้างขวาง มีแค่ไม่ถึงสามสิบหลัง ปลูกห่างๆระหว่างแมกไม้ จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ทั้งอย่างนั้นแต่ละหลังก็ค่อนข้างวังเวง เนื่องจากทางเดินที่ทอดตัวสู่บ้านพัก มีแค่เสาไฟที่ให้แสงสว่างเพียงสลัวๆเท่านั้น




เปิดประตูเข้ามาในบ้านหลังเล็กกันได้ คาเมะก็กระโจนไปยังเตียงนุ่มกลางห้อง แล้วหลับตาพริ้มเหมือนเหนื่อยนักหนากับการนั่งรถมาแบบที่มือเอาแต่กดเกม



“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสิคาซึยะ” ร่างสูงปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย ก็เดินเข้ามาหยุดที่คนนอนคว่ำบนนเตียง



“ผู้หญิงคนนั้นท่าทางจะชอบนาย” คาเมะพลิกตัวกลับมาคุยด้วย แต่จินส่ายหัวไปมา



“ชอบฉันแล้วยังไง ฉันไม่ชอบเขานี่” คนฟังพยักหน้าหงึกหงักเหมือนรู้แล้ว ก่อนจะบอก



“ก็แน่ล่ะ ถ้านายชอบเขา นายก็ขอเขาเป็นแฟนแล้วดิ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นมาเปิดอ้า คุ้ยหาชุดนอนที่แม่จัดมาให้




“หยิบดีๆสิคาซึยะ เดี๋ยวก็ยับหมดหรอก” เขาบอก ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่คาเมะคุ้ยขึ้นมา มาพับใหม่ให้เป็นระเบียบ หยิบเสื้อหยิบกางเกงนี่ไม่เท่าไหร่ เพราะพับไปไม่มีบ่น จะมามีเสียงก็ตอนหมอนั่นหยิบกางเกงในคาเมะขึ้นมาดูนั่นแหละ



“ใส่ตัวเล็กจังแหะ ไซส์อะไร” ร่างโปร่งรีบดึงคืนมา แถมสายตาขุ่นๆส่งไปให้อีกหน่อย



“นายไปจัดการเสื้อผ้าของนายดิ มายุ่งอะไรกับของฉันวะ” ความจริงแล้วเขาไม่ได้อายกับอะไรแบบนี้หรอก เพราะรู้ดีว่าถ้าเกิดเป็นมนุษย์ มันก็ต้องมีกางเกงในกันทุกคนนั่นแหละ ขนาดหมาแมวบางตัวมันยังใส่กันเลย แต่ทำไมไม่รู้ ไอ้เรื่องที่คาเมะไม่เคยอายกับคนอื่น พอมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาคานิชิ จินด้วย เขามักจะอายเสมอ แปลกชะมัด แต่ก็นั่นล่ะ อะไรๆของคาเมะพอมาเจอกับจินเข้าหน่อย มันก็ไม่ปกติเรื่อยนั่นแหละ ดูอย่างขาสองข้างของตัวเองซิ ทุกวันนี้มันวิ่งหนีไม่ทันอยู่คนเดียวก็อาคานิชิ จิน นั่นไง




จินยอมลุกจากตรงนั้นแต่โดยดี เห็นคาเมะเอาแต่ก้มหน้าหาเสื้อผ้าก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายอาย เวลาอายแล้วชอบก้มหน้าแบบนี้ มันน่าจะขโมยหอมแก้มสัก…..ที…..




ร่างสูงคิดไม่ทันจะจบ สายตาก็ดันเห็นอะไรบางอย่างที่ตกอยู่บนพื้นข้างเตียง มันเป็นเศษผ้าสักชิ้น อาจจะเป็นของคาเมะ ตอนที่เจ้าตัวคุ้ยเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อกี้ มันเลยตกลงมา จินก้มลงหยิบขึ้นมาดู ตอนแรกเขาเห็นมันผาดๆในมุมมืดของข้างเตียง จึงยังไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่พอหยิบขึ้นให้แสงไฟในห้องสาดส่องแล้ว เขาก็ถึงกับตาโต




“คา…คาซึยะ” ชายหนุ่มนิ่งไปพัก กับกางเกงจีสตริงตัวเล็กจิ๋วในมือตัวเอง แน่อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ของเขา และมันก็ไม่น่าจะใช่ของแขกที่มาพักก่อนหน้าพวกเขาด้วย แม่บ้านคงไม่สะเพร่าขนาดนี้ แล้วถ้าอย่างนั้น ก็เหลืออยู่คนเดียว คือเป็นของ….คาซึยะ….





กางเกงจีสตริงลายเสือดาวเนี่ยนะ!!!! ของคาซึยะ!!!!




“เฮ้ย!! เอามาจากไหนน่ะ” คาเมะเงยหน้ามองแล้วก็ต้องตกใจพอกัน



“มันตกมาจากกระเป๋านาย!!! คาซึยะ นายใส่แบบนี้ด้วยเหรอ” จินเปลี่ยนจากความอึ้ง เป็นคำถามที่เหมือนจะเกรงใจร่างโปร่งอยู่นิดๆ ความจริงแล้ว เรื่องชั้นในมันเป็นความชอบส่วนบุคคล เป็นรสนิยมเฉพาะตัว และถ้าคาเมะจะชอบใส่แบบนี้ เขาก็ยินดี ว่าแล้วก็ขอแอบยิ้มกับตัวเองสักหน่อย ลองว่าถ้าคาเมะชอบใส่ เขาจะเป็นผู้สนับสนุนการซื้อแบบไม่อั้นให้เอง




“บ้ารึไง!! ไม่ใช่ของฉัน!!!” คาเมะโวยวายเสียงดังลั่น หน้าตาเหลือกไปหมดแล้ว กับการถูกใส่ความว่าเป็นเจ้าของจีสตริงลายสยิวกิ๊วแบบนี้



“มันเป็นของนายแน่ๆ คาซึยะ มันมีกระดาษติดมาด้วย” จินพูด แล้วดึงบาร์โค้ดที่ติดอยู่กับกางเกงในขึ้นมาดู มีลายมือสวยๆเขียนทับแทบบาร์โค้ดเอาไว้บอกความจริงว่า




‘ใช้ให้ดีนะจ๊ะ คาซึยะลูกรัก’ จินเงยหน้ามอง ลูกรักของคุณนายบางคน แล้วยิ้มบางเจ้าเล่ห์



“มันบอกว่าเป็นของคาซึยะ”



“ไหน!! เอามาดูดิ” คาเมะยังไม่ยอมรับง่ายๆ ยอมรับได้ก็ประหลาดล่ะ ก็เขาไม่ใช่เจ้าของนี่หว่า





“คาซึยะไม่มีหน้าที่ดู มีแต่หน้าที่ใส่…แค่ใส่มันเท่านั้น คาซึยะ” ร่างสูงปฏิเสธนุ่มๆ แต่สายตาจ้องหน้าขาวไม่กระพริบ คาเมะกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึกแบบที่มันทั้งฝาด ทั้งเฝื่อนไปหมด มองตา ผู้ชายตรงหน้าาแล้วในใจก็ร้องบอกว่า เป็น เคสฉุกเฉินขั้นร้ายแรงจริงๆ





และแน่นอน ว่าถ้าจะเอาให้รอดจากเคสนี้ มีแต่จะต้องวิ่งสถานเดียว!!!



คาเมะถลาจะลงจากเตียง แต่มือใหญ่ร้อนคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็ก ให้คนจะหนี ไปไหนไม่รอด ได้แต่หันกลับมาพร้อมหน้าตาเหยเก



“จะไปไหนคาซึยะ ใส่ให้ดูก่อนสิ แล้วจะให้ไป”




นอกจากจะต้อง ‘ใส่’ แล้ว ยังต้องให้มัน ‘ดู’ ด้วยงั้นเรอะ!!!! ม่ายยยยยยยยยยย!!! ปล่อยกู!!!!!!!!



คาเมะดิ้นพล่าน ทั้งดิ้นทั้งสะบัดสารพัด พร้อมกับแหกปากร้องขอความเห็นใจอย่างที่สุด แต่นอกจากเสียงหัวเราะเย็นๆของคนที่ล็อคแขนเขาไว้มั่น ก็ไม่มีเสียงอะไรอีก




ไม่มีเสียงฝีเท้าที่ได้สัมผัสพื้น ไม่มีเสียงเรียกร้องให้หยุดวิ่ง ไม่มี ไม่มี และไม่มี



บอกได้คำเดียวว่า ลูกผู้ชายตัวจริงต้องวิ่ง วันนี้วิ่งไม่ออก และคงไม่ต้องหวังถึงวันหน้า คนเรามันแพ้ทางกันเห็นๆก็งานนี้ งานที่มี อาคานิชิ จิน คาเมนาชิ คาซึยะ และจีสตริงลายเสือดาวหนึ่งตัว




“ใส่ให้ฉันดูหน่อยนะ คาซึยะ” จินบอก แล้วขยับเข้ามาใกล้ แบบที่ทำให้คาเมะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกทรมานให้ตายอย่างช้าๆ แต่โหดร้ายเป็นที่สุด เขาว่ากันว่าคนเราก่อนจะตาย จะคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้ว บุพการีผู้มีบุญคุณต่อชีวิต มันจึงไม่แปลกใจเลย ที่ช่วงเวลาแบบนี้ คาเมะเองก็คิดถึงคุณนายแม่ผู้แสนน่ารักคนนั้นสุดหัวใจเช่นกัน



แม่!!! กางเกงในตัวนี้ฝีมือแม่ใช่ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!



TO BE CON
……………………………….
Fic : เจ้าแม่กรมข่าวลือ ตอน คอนบินิ
ท่าน X น้อง
By : Dezair
………………………………



สวัสดีค่ะ ฮาระ มิยูกิ อายุ 23 ปี ตอนนี้เป็นสต๊าฟอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในวงการเพลง ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ค่ะ อ๊ะ! ที่แนะนำตัวมานี่ ไม่ใช่เพราะว่าจะเล่าเรื่องราวของตัวเองหรอกนะคะ ฉันมีเรื่องอื่นที่น่าเล่ากว่าเรื่องของตัวเองเยอะค่ะ เรื่องอะไรน่ะหรือคะ ถ้าทุกคนอยากจะรู้ล่ะก็ ต้องสัญญาว่ารู้แล้วจะเหยียบให้มิด จะกระทืบให้จมดิน เอาแบบไม่ให้หลุดไปเข้าหูใครเชียวนะคะ




โอ.เค. ค่ะ ในเมื่อทุกคนสัญญา มิยูกิจะเล่าให้ฟัง และในการเล่าครั้งนี้ มิยูกิของใช้นามสมมติของคนสองคนว่า ‘น้อง’ และ ‘ท่าน’ แล้วกันนะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการพาดพิงอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไปค่ะ




มิยูกิจะเริ่มเรื่องไหนก่อนดี เอาเป็นเรื่องที่กำลังเป็นข่าวลือลับๆกันดีกว่าค่ะ




ทุกคนคงจะพอสังเกตได้สินะคะ ว่ามีอยู่พักหนึ่ง ที่มีข่าวลือออกมามากมายเหลือเกิน ว่า น้องและท่าน ชอบไปเดิน คอมบินิ(ร้านสะดวกซื้อ) ตอน ตีหนึ่งตีสอง ถี่มากเสียจนนึกว่าจะทำสถิติลงกินเนสบุ๊คอะไรอย่างนั้น และทุกคนก็คงสงสัยใช่มั้ยคะ ว่าเขาไปกันจริงรึเปล่า วันนี้มิยูกิมีอะไรจะมาเฉลยค่ะ




คืนหนึ่งตอนสักเที่ยงคืนกว่าๆแล้วล่ะค่ะ มิยูกิทำงานดึกไปหน่อยไม่ใช่ตาลุงเจ้าของบริษัทใช้งานหนักนะคะ แต่โหลดเพลินค่ะ แล้วก็หิวมากด้วย มิยูกิเลยต้องถ่อออกจากบ้านมาที่คอมบินิใกล้ๆ ในใจก็ว่าจะรีบซื้อรีบกลับล่ะ จะได้ไปนั่งเฝ้าไฟล์ที่โหลดอยู่ต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ แม้มิยูกิจะเป็นสต๊าฟในบริษัท แต่มิยูกิก็ยังสูบไฟล์ตามเน็ตเรื่อยแหละค่ะ




และอาจจะด้วยเป็นเวลาราชการของใครรึเปล่า หรืออะไรไม่ทราบได้ เพราะทันทีที่มิยูกิเดินเข้ามาในคอมบินิแห่งหนึ่ง มิยูกิก็ได้พบ….




ค่ะ!! มิยูกิคงจะไม่หักมุมให้ผู้อ่านเซ็งเป็ด ทุกคนทายถูกค่ะ มิยูกิเจอ น้องและท่าน ในคอมบินินั่นเองแหละค่ะ!!!!



“เอาอันนี้ด้วยได้มั้ย”



โอ้!! ก็ว่าเจอในบริษัทออกบ่อย แต่มาเจอนอกบริษัทแบบนี้ ได้มาเห็นน้องในชุดสบายๆอันได้แก่เสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ลากแตะ น่ารักไม่ทนค่ะ




“ไหนว่าไม่อร่อย” ส่วนท่านในวันนี้ ที่นอกรอบจากบริษัทก็ใส่เสื้อผ้าสบายไม่แพ้น้อง เป็นเสื้อกล้าม กางเกงยีนส์และแตะคีบหนึ่งคู่ กับหมวกปิดหน้าปิดตาอีกหน่อย แต่ก็เดาได้ล่ะค่ะ ออร่าเปล่งเสียขนาดนั้น




“อันที่ไม่อร่อยน่ะ รสนั้นต่างหาก รสนี้จะเอาไปชิม ยังไม่เคยซื้อเลย” มิยูกิสาบานจริงๆค่ะ เวลาอยู่ในบริษัท น้องเนี่ย จะเป็นคนที่มุ่งมั่นกับการทำงานมากๆ ไม่เคยปริปากบ่นอะไรเลย ขยันขันแข็ง ตั้งอกตั้งใจ และไม่เคยอ้อนเอาอะไรมากมายด้วย แต่เวลานี้ ณ ตอนนี้ น้องกำลังอ้อนค่ะ!! แล้วอ้อนใครไม่อ้อน มาอ้อนท่านขอซื้อขนมแบบนี้ น่ารักจริงๆค่ะ!!




“แล้วถ้าไม่อร่อย ฉันก็ต้องกินแทนอีกน่ะสิ” ท่านเวอร์ชั่นแกล้งน้องก็ไม่เคยเจอ มิยูกิกล้าพูดค่ะ ว่าต่อหน้าพวกสต๊าฟ ทั้งน้องและท่านก็ทำตัวเหมือนตอนออนแอร์ในโทรทัศน์นั่นแหละ ห่างเหินกันชะมัด แต่เวลานี้สิคะ เวลานี้ทั้งน้องทั้งท่านกำลังกุ๊กกิ๊กกันแบบไม่ประเจิดประเจ้อ มิยูกิจะเป็นลมค่ะ!!




“ไม่ซื้อก็ได้” โอ้… น้องงอนค่ะท่านผู้อ่าน น้องงอน!! น้องว่าแบบนั้น แต่หน้าตาบอกให้รู้ว่างอนจริงๆ แล้วก็ไม่ถูกใจมากๆที่ท่านขัดขวางไม่ให้ซื้อขนม เลยเดินหนีไปที่เชลฟ์วางนมกล่อง นมขวด มาถึงตอนนี้ มิยูกิต้องขอย้ายที่ยืนค่ะ เพราะยืนตรงมุมขนมขบเคี้ยวนานเกินไป แบบที่ไม่ได้หยิบอะไรสักอย่างเดียว นานเกินไปแล้วค่ะ เดี๋ยวเป็นที่สังเกต



เอาล่ะค่ะ หาที่ยืนได้แล้ว มิยูกิก็ได้เห็นท่านหยิบขนมที่ตอนแรกทำท่าจะไม่ให้น้องซื้อเดินตามไปหาน้องที่เชลฟ์




“เอามาทำไม เดี๋ยวซื้อไปก็ไม่อร่อย” น้องงอนน่าง้อมากค่ะ โดยเฉพาะปากแดงๆนั่นที่ยื่นเป็นเป็ดเนี่ย แถมตาเรียวๆแต่เอาเรื่อง กับแก้มตุ่ยหน่อยๆ มิยูกิอยากจะเข้าไปหยิกแก้มจริงๆเลย




“ไม่อร่อยเดี๋ยวกินเอง” น่าเสียดาย มุมที่มิยูกิยืน ดันมองไม่เห็นสีหน้าท่าน แย่ชะมัด



“เลิกงอนหน่า” น้องยังไม่ยอมพูด ทำเนียนเดินหนีไปหยิบพุดดิ้ง ท่านก็เดินตามแหละค่ะ ง้อเท่านั้นที่ครองโลก มิยูกิขอบอกค่ะ ว่าพอน้องไปหยุดที่ชั้นวางพุดดิ้งแล้ว ท่านก็ตามไปยืนชิดกับน้องมาก และตัวท่านก็บังน้องมิดด้วย มองหน้าน้องไม่เห็นเลย สังสัยมิยูกิต้องย้ายที่อีกรอบค่ะ




อ๊ะ ไม่ทันได้ทำอะไร น้องก็เดินหนีออกมาอีก แถมยังทำหน้านิ่งจนท่านต้องดึงแขนน้องไว้ แล้วพูดคำเดียว




“คาซึยะ” O.O อะไรนะ!! คาซึยะอย่างงั้นเหรอ!!! ในบริษัทเรียกแต่ คาเมนาชิ คาเมนาชิ คาเมนาชิ!!! แล้วคาซึยะมันมายังไงวะ!! อ๊ะ! มิยูกิขอโทษค่ะ พอดีตื่นเต้นไปหน่อย




“ไปจ่ายตังส์ดิ อยากกินแล้ว” น้องว่าอย่างนั้น เอาปากยื่นๆโบ้ยไปที่ขนมในอ้อมแขนท่าน ท่านี้น่ารักมากค่ะ ท่าเอาปากโบ้ยนี้น่ารักมากๆ มิยูกิขอซื้อเถอะ ก่อนจะทำให้ใครหัวใจวายไปมากกว่านี้ และในเมื่อมิยูกิยังชมว่าท่าเหมือนจะงอน แต่ก็ยอมใจอ่อนของน้องเป็นท่าที่น่ารัก ไม่ต้องแปลกใจที่ท่านก็คงต้องคิดว่าน่ารักเหมือนกัน เพราะมิยูกิเห็นท่านยิ้มกว้างเชียวค่ะ ก่อนจะยอมเดินแยกไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ส่วนน้องก็แยกไปยืนอ่านนิตยสารคอยที่เชลฟ์ข้างประตู




มิยูกิขอสรุปเลยนะคะ



นมกล่องของน้อง



พุดดิ้งของน้อง



และขนมอะไรสักอย่างที่รสนั้นไม่อร่อย และรสนี้จะเอาไปชิมของน้อง



คนที่เดินไปที่เคาท์เตอร์แคชเชียร์คือท่าน



คนที่ควักเงินขึ้นมาจ่ายคือท่าน



และคนที่หิ้วถุงออกมาจากร้านคือท่าน




อ๊ะ ก่อนจะออก คงเป็นเพราะน้องมัวแต่อ่านนิตยสารเพลินไปหน่อย ท่านก็เลยต้องเข้าไปเรียกด้วยน้ำ เสียงกลั้วหัวเราะค่ะ



“ไปได้แล้ว เดี๋ยวกลับไปให้สัมภาษณ์ที่บ้านก็ได้ครับ”



ถ้าไม่หัวใจจะวาย แข้งขาอ่อนเพราะคำพูดของท่านที่สื่อความนัยว่าน้องกำลังอ่านอะไร มิยูกิคงจะรีบตามออกไปแล้วแหละค่ะ และเพราะมัวแต่ยืนอึ้ง สิ่งที่ได้เห็นก็เลยกลายเป็นภาพน้องกับท่านเดินออกจากคอมบินิไปด้วยกัน หัวใจยิ่งปลาบปลื้มมากขึ้น เมื่อเห็นว่าท่านทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมากแค่ไหน กับการหิ้วถุงคนเดียว ในขณะที่น้องเอานมกล่องมาเจาะ แล้วเดินตัวปลิวผมปลิว สบายไปแบบนี้ มิยูกิก็ยิ่งว่าน่ารัก




แน่นอนค่ะ มิยูกิบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะขอเขียนเกี่ยวกับข่าวลือที่ไปพบเจอมาด้วยตัวเอง ไม่ได้เขียนไดอารี่รักของน้องและท่าน เพราะฉะนั้น มิยูกิคงต้องขอจบรายงานเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ



ป.ล. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน(สักนิดก็ดีนะคะ) เพราะนี่เป็นเพียงรีพอร์ตของแฟนคลับอาคาเมะเท่านั้น (อ๊ะ!! หลุดปาก!!!)


พบเห็นและตีแผ่โดย เจ้าแม่กรมข่าวลือ กระทรวงอาคาเมะเจ้าค่ะ (อ๊ะ!!!! หลุดปากรอบสอง!! ลุงจอนอย่าไล่หนูออกนะคะ!!!)



FIN
FIC : ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง
JIN X KAME
By : Dezair
………………………….
PART 5




“มึงว่าไงนะ จุนโนะ!! มึงกำลังจะบอกว่าอาคานิชิจะจีบไอ้คาเมะงั้นเหรอ” โคยามะถึงกับร้องเสียงดังลั่นห้องพักเล็กๆของจุนโนะที่เช่าเอาไว้เป็นรังเสพสุขของเหล่าสามเกลอ และเพราะมีกันแค่จุนโนะและโคยามะ เนื่องจากไอ้คาเมะหายหัวไปตั้งแต่เลิกเรียน พร้อมกับคนที่มานั่งเฝ้าไม่ห่าง เจ้าของห้องเลยไม่คิดจะปิดปากหรืออะไรใดๆทั้งสิ้น ได้แต่นั่งกอดอกพยักหน้าหงึกๆ




“งี้ก็เข้าทางแม่มันเลยน่ะสิ”



“และกูว่าเข้าทางไอ้คาเมะด้วย” จุนโนะเสริม ทำเอาโคยามะได้แต่คิ้วขมวด จนคนเสริมต้องถอนหายใจเบาๆ ไอ้โคยามะก็ไม่ได้สงสัย อาจจะเป็นเพราะมันคบกับไอ้คาเมะมากเกินไป เลยไม่มีต่อมประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งแปลกปลอมอื่นๆใด



“กูว่าไอ้คาเมะก็ชอบหมอนั่น”




“เฮ้ย!!!”



“ไม่สิ เขาเรียกกันว่า แพ้ทาง มึงเคยได้ยินมั้ย...กูเห็นมันไม่เคยหนีอาคานิชิรอดสักที โอเค.ล่ะ อาคานิชิมีรถนำเข้าแรงขับเท่ากับเฟอรารี่สนามแข่ง แต่ไอ้คาเมะก็เคยหนีนากามารุที่อยู่บัญชีมาแล้ว ถึงพอชของนากามารุจะเครื่องไม่แรงเท่า แต่กูว่าก็ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่ มันเหมือน....ไอ้คาเมะเองก็ไม่ได้อยากจะหนีจริงจัง มึงรู้รึเปล่าว่าสองคนนั้นไปเที่ยวกันมาด้วย”



“แม่มันอาจจะจัดฉากก็ได้นี่หว่า มึงก็รู้ว่าแม่มันเป็นยังไง” โคยามะสวน คุณนายริทสึโกะฤทธิ์เยอะแค่ไหน ทั้งเขาและไอ้จุนโนะเจอมาแล้ว เจ้าหล่อนอยากมีลูกเขยตัวสั่น เห็นผู้ชายมาข้องแวะที่บ้านหน่อยไม่ได้ เป็นต้องทายว่ามาหลงเสน่ห์ไอ้คาเมะเสียหมด




“จัดฉากน่ะกูไม่ว่า แต่กูเห็นไอ้คาเมะหลบฉากมาตั้งเยอะ แล้วก็หลบได้ดีทุกครั้งด้วย แล้วกับครั้งนี้มันเป็นอะไร ถึงจะมาตายน้ำตื้น” คราวนี้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ โคยามะก็คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดีกับเพื่อนรัก จะยอมปล่อยให้อาคานิชิจีบไอ้คาเมะดีมั้ย จะว่าไปไอ้เพื่อนเขาก็ไม่เห็นมันจะมีแฟน หรือสนหญิงที่ไหน



“แล้วกูว่า ที่ไอ้คาเมะร้องไห้เมื่อวาน ก็เพราะเรื่องของอาคานิชิด้วย”



“เฮ้ย!! งั้นกูไม่ยอม!!!” โคยามะเงยหน้าร้องลั่น ตัดสินใจได้ในทันทีนั้นเลย เขาไม่เคยเห็นไอ้คาเมะเสียน้ำตาให้กับใครหรือเรื่องอะไร แต่เมื่อวานมันร้องไห้ตอนที่เขาโทรศัพท์มาหา แล้วเขาก็รู้ว่าเมื่อคืนมันก็นอนนร้องไห้อีก มันตื่นมาตาบวมแบบนั้น แถมหมอนยังเปียกเป็นคราบ คงไม่ใช่มันนอนน้ำลายฟูมปากหรอก



จุนโนะพยักหน้าหงึกหงัก เขาเห็นด้วยว่าไม่ควรเปิดทางให้อาคานิชิมากเกินไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าหมอนั่นคิดจะจีบเล่นหรือจีบจริง แถมยังมีรายชื่ออยู่ในคาสโนว่าของมหา’ลัยด้วย เขากลัวไอ้คาเมะเจ็บปวด ถ้าไม่สมหวังหรือถูกทิ้ง



“กูก็ไม่ยอมเหมือนกัน”


.............................................


เช้าวันต่อมา สองคู่หูโคยามะและจุนโนะที่ตกลงทำสนธิสัญญาจะกีดกันอาคานิชิทุกวิถีทางก็มายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่หน้าบ้านคาเมนาชิให้คุณนายริทสึโกะตาโตตกใจยามแรกเห็น ก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้าง



“มาหาคาซึยะเหรอจ๊ะ เข้ามาเลยจ๊ะ” หล่อนรีบเชิญชวน ก่อนจะเดินนำสองหนุ่มไปยังห้องครัวที่เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจองแล้ว โดยก้นของสมาชิกครอบครัวคาเมนาชิ 5 คน และแขกยามเช้าอย่าง อาคานิชิ จิน อีกหนึ่ง



“อ้าว จุนโนะ โคยามะ ทำไมมาเช้าจังวะ ทานไรมายัง” คาเมะเงยหน้าทักทาย แต่เพื่อนสนิทสองคนยังไม่ทันได้ตอบ คุณนายแม่ก็แทรกทันควัน



“จุนโนะกับโคยามะจะมาพาคาซึยะไปเรียนเหรอจ๊ะ แหม วันนี้เกิดศึกชิงหนุ่มรึเปล่าเนี่ย จินก็จะพาคาซึยะไปเรียนเหมือนกันจ๊ะ” แล้วหล่อนก็หันมาทำตาวิบวับใส่ลูกชายคนกลาง อ่านได้เป็นข้อความว่า ‘คาซึยะลูกแม่เนี่ย!! เก่งที่สุดเลยจ๊ะ!! วันนี้มีหนุ่มๆมาแย่งลูกตั้งสามคน!!!!’



“โอ้ ถ้าอย่างนั้นคงไม่รบกวนอาคานิชิซังหรอกครับ ยังไงพวกเราก็ทางเดียวกับคาเมะมันอยู่แล้ว เดี๋ยวเราไปกันสามคนก็ได้” โคยามะเอ่ยปากบอกพลางยิ้มให้กับคนตัวสูงที่เงยหน้ามองเขา จินเหลือบตามองแค่แวบเดียว ก่อนจะก้มลงตักปลาในถ้วยตรงหน้าให้คาเมะที่ผงกศีรษะพร้อมเสียงขอบคุณอ้อมแอ้ม จินยิ้มบาง ก่อนจะหันมองสองเพื่อนซี้ของคนตัวเล็กอีกครั้ง



“ไม่เป็นไร มหา’ลัยเดียวกัน ไปพร้อมกันก็ได้” เอามหาวิทยาลัยมาอ้างแบบนี้ จุนโนะกับโคยามะแทบจะอยากเอนท์ใหม่เข้าที่ใหม่เสียให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ติดที่ว่าทำไม่ได้ เลยได้แต่บอก



“งั้นก็...ยินดีครับ ขอบคุณมากๆที่จะกรุณาให้พวกเราขึ้นรถไปด้วย” สรุปว่าปิดตายการนั่งรถไปเรียนแบบสองต่อสองของจินเสียสนิท ร่างสูงนึกแค้นในอก แต่ก็ได้แต่ยิ้มกว้างรับอย่างมีน้ำใจ ให้คุณนายริทสึโกะตาลุกวาวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ตนเองเห็น




..........................



มันยังไม่หมดเพียงเท่านั้น โคยามะและจุนโนะไม่ได้จะกีดกัน อาคานิชิ จิน เพียงแค่ตอนนั่งรถไป แต่ยังลุกลามไปถึงตอนเลิกเรียน ที่ประกาศโต้งล่วงหน้าตั้งแต่ขาไปว่า วันนี้จะไปดูไลฟ์ของ ดูบบี้ บิวตี้ วงปวดประสาทของจิน



“เห็นไอ้คาเมะว่า ดูท่าอาคานิชิซังจะไม่ค่อยชอบ เลยขออนุญาตไม่ชวนนะครับ” คาเมะกำลังมัวแต่คุยโทรศัพท์กับใครสักคนที่โทร.มาขัดจังหวะเวลาคุย จุนโนะเลยหันมาอ้างเสียเลย จินเหลือบมองไอ้ตี๋ตัวโย่งหน้าซื่อทางกระจกหลัง ที่ทำเนียนยิ้มกว้าง แล้วอยากจับมันไปตอนดูสักที ขัดลาภกูจริงๆ




คาเมะวางสายหลังจากคุยไม่กี่ประโยค ก่อนจะหันกลับไปบอกเพื่อนสองคนที่นั่งสลอนกันอยู่เบาะหลัง



“เขาว่าจัดที่บาร์มอนมอนเหมือนเดิม”



“งั้นก็ดีเลย เลิกเรียนเดี๋ยวนั่งรถไฟไปเลย” โคยามะเสนอ ตัดประโยชน์จินทันที



“ก็จะนั่งรถไฟไปทำไมล่ะ ให้ฉันไปด้วยคนนะคาซึยะ อยากไปฟังเพลง เนยแข็งอะไรนั่นอีกสักรอบ” แต่มีหรือที่หนุ่มรุ่นพี่แห่งสถาปัตย์จะยินยอม สองคนข้างหลังไม่อยากให้เขาไป จินก็หันมาขอคนตัวเล็กที่นั่งคู่หน้ากับเขาก็ได้ คาเมะหันไปมอง ไม่ทันได้เห็นเพื่อนสนิทสองคนที่นั่งลุ้นตัวโก่งจ้องตาไม่กระพริบ



“แล้วแต่นายดิ” จุนโนะและโคยามะหน้าแหกตามระเบียบ ในขณะที่ อาคานิชิ จิน เหลือบมองกระจกส่องหลังอีกครั้ง แล้วยิ้มมุมปากให้ชายหนุ่มทั้งสองได้เห็นถึงความเหนือกว่า ที่ไม่ว่ามุมไหน คาเมนาชิ คาซึยะ ก็ไม่มีทางหนีเขาพ้น


...........................................



แล้วจินก็ได้ค้นพบในเย็นวันนั้นเอง ว่ากิจกรรมอย่างหนึ่งที่คาเมะทำแล้วไม่มีปัญหาปากหาเรื่องคือการไปดูไลฟ์ของวงฮาร์ดคอร์อย่าง ดูบบี้ บิวตี้ เพราะตั้งแต่คอนเสิร์ตเริ่มต้น จนจบเมื่อตอนสี่ทุ่มนิดๆ คาเมะยังสนุกอยู่กับเพลงทำนองแหกปาก และชวนให้หูแตกเป็นอย่างยิ่ง จินเหลือบเห็นโคยามะหน้าซีด ตาเหลืองตอนออกจากไลฟ์ ท่าทางรายนี้จะไม่ชอบ ในขณะที่จุนโนะดูจะเฉยๆ แล้วเอาแต่ชวนคุยเรื่องเพลงที่ฟัง




“ดูบิวยังมันเหมือนเดิมเลยแหะ เหมือนสมัยเรามาดูกันเมื่อปีสองปีที่แล้วเลยนะ” มันเริ่มรำลึกความหลังในช่วงที่จินยังไม่รู้จักคาเมะ แถมใช้ศัพท์ ‘ดูบิว’ ซึ่งเป็นชื่อย่อของวง ดีหรอกว่าจินไปหาข้อมูลมาดี ไม่อย่างงั้นคงงงเป็นไก่ตาแตก แต่ถึงจะไม่งงเรื่องวงดูบบี้ บิวตี้อะไรนี่ แต่เขาก็ต้องถูกกันอกจากวงสนทนาเพราะไอ้บทพูดกีดกันคนมารู้จักคาเมะทีหลังอย่างเขา




แม่งเอ้ย!! ไอ้ตี๋นี่ อย่าให้กูเซ็งหนักนะมึง!!!




“คาซึยะหิวรึเปล่า” จินถามเปลี่ยนเรื่องกับคนที่ถูกเขาดึงมานั่งคู่หน้าอีกครั้ง



“ไม่ล่ะ เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้าน นายไปกินด้วยกันมั้ย แม่ฉันคงทำเผื่อ” จุนโนะถึงกับตาเหลือก กับคำชวนของไอ้เพื่อนตัวดีที่ไม่เห็นถึงความพยายามของเขาและโคยามะเลยแม้แต่น้อย



“เฮ้ย งั้นฉันไปด้วยดิ ไม่ได้กินกับข้าวป้าริทสึโกะนานแล้ว”



“ไหนเมื่อกี้ว่ารีบกลับไงล่ะ ทางุจิ” จินย้อนเสียงเรียบ แต่ตาคมดุเป็นประกายอย่างชอบใจ ตอนแรกที่ออกมาจากไลฟ์ จุนโนะประกาศก้องว่าต้องรีบกลับ และไปไหนต่อไม่ได้ เขารู้ว่าหมอนั่นพยายามไม่ให้เขาและคาเมะไปไหนต่อ แล้วเป็นไง คาเมะจะกลับไปกินข้าวบ้าน แถมยังชวนเขาไปด้วยอีกต่างหาก




“ก็.....”




“เอ้า ถึงบ้านนายแล้ว” เป็นใจเหลือเกิน ที่จินขับมาจอดที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของจุนโนะพอดี หนุ่มร่างโย่งทำอะไรไม่ได้ นอกจากลากโคยามะลงจากรถอย่างหงุดหงิด แล้วได้แต่มองตามรถหรูที่เคลื่อนตัวออกไป แบบที่รับรู้ถึงรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ของ อาคานิชิ จิน




..............................................



อย่างที่รู้ๆกันดี ว่าอาคานิชิ จินเป็นผู้ชายที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าคาสโนว่า แต่จุนโนะและโคยามะไม่คิดมาก่อน ว่าคาสโนว่ารายนี้จะแผนลึกล้ำถึงขนาดที่วันเสาร์วันหนึ่ง หมอนั่นขนข้าวของเข้ามาขอหลับนอนในบ้าน คาเมนาชิแบบไม่มีใครสักคนคัดค้าน แน่ล่ะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณนายของบ้านนี้ที่อยากมีลูกเขยมากถึงมากที่สุด แต่จุนโนะไม่คิดมาก่อน ว่าแม้แต่ไอ้คาเมะก็รู้เห็นเป็นใจ ยอมให้เสียแบบนั้น



“พวกนายจะมานอนด้วยกันมั้ยล่ะ” แต่จินเองก็เป็นคาสโนว่าที่คาดการณ์นิสัยคาเมะไม่ออกอยู่ดี เพราะเจ้าตัวดันพูดแบบนั้น ชวนเพื่อนอีกสองหน่อ ทั้งที่เขานั่งหัวเด่อยู่ตรงนี้




“อุ้ย! ไม่ได้หรอก คาซึยะ ห้องลูกเล็กนิดเดียวเอง จะเอาจุนโนะและโคยามะเข้าไปนอนด้วยได้ยังไง” ร่างสูงเบาใจภายในเสี้ยววิ เมื่อคุณนายริทสึโกะยังยกหางเขาอยู่วันยังค่ำ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา จินก็ยิ้มค้าง



“เอาอย่างนี้แล้วกันนะจ๊ะ คืนวันเสาร์ก็ให้จินนอน แล้วคืนวันพรุ่งนี้ค่อยให้เพื่อนอีกสองคนมานอนดีมั้ย” ไม่ว่าเมื่อไหร่ คุณนายริทสึโกะก็ยังเป็นสุภาพสตรีคนเดิม ที่เรียกหาผู้ชายทุกคนเข้ามาในบ้านคาเมนาชิ




อย่างนี้เรียกจับปลาหลายมือรึเปล่าไม่แน่ใจ เพราะหล่อนไม่ได้จับปลาไว้กินเอง แต่เอาไว้ให้ลูกชายคนกลางกิน!




อย่างนี้เห็นทีจะไม่ไหว จินต้องหาทางพูดกับคุณนายริทสึโกะในเร็ววัน ว่าในเมื่อรับเขาเป็นว่าที่ลูกเขยแล้ว ห้ามมีตัวเลือกตัวอื่นอีก ไม่อย่างนั้นเขาจะ…. เขาจะ…. เขาจะอะไรดี




“จิน นายเป็นไร” เสียงเรียกจากข้างกาย ทำให้ร่างสูงต้องหันกลับมามอง ตอนนี้เขากำลังทำตัวให้เป็นที่น่าถูกใจทั้งว่าที่พ่อตาและแม่ยาย ด้วยการพาเจ้าตัวดีออกมาซื้อของที่ซุปเปอร์ใกล้ๆบ้าน เพื่อเตรียมมื้อค่ำวันนี้ แน่นอน เจ้าสองเพื่อนซี้คู่หูอย่างจุนโนะและโคยามะต้องรอกินด้วย ไม่งั้นพวกมันว่า จะไม่ยอมกลับ




ก็เอาสิวะ!! กูจะทำให้ดู ว่าอาคานิชิ จิน ไม่ปล่อยให้คนของกูหลุดมือไปหรอก!!!



“เปล่าหรอก จะเอาอะไรอีกมั้ย” ร่างสูงหันกลับไปถาม ในมือยังมีตะกร้าที่เต็มไปด้วยขนมกรอบ และน้ำอัดลม รวมถึงของสดสองสามอย่างที่ในตู้เย็นบ้านคาเมนาชิขาด และคนทำกับข้าวต้องการ



“อยากกินองุ่น แต่ที่นี่ไม่มีขาย”




“ก็ไปซื้อที่อื่นก็ได้นี่ เดี๋ยวกลับไป แล้วเอารถออกมา” เพราะซุปเปอร์ไม่ห่างจากบ้านคาเมนาชินัก จินจึงเลือกที่จะเดินคุยกับคาเมะออกมามากกว่าจะขับรถมาอย่างไม่รู้จะจอดตรงไหนดี



“ไม่เป็นไร ไม่ได้อยากมากขนาดนั้น ว่าแต่… นายจะนอนห้องฉันได้เหรอ คือนายก็เห็น ว่ามันเล็กกว่าห้องน้ำบ้านนายอีกนะ”



“ทำไมจะนอนไม่ได้ล่ะ นอนได้แหละ คาซึยะเถอะ… ยอมรับไม่ใช่เหรอ ว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แล้วทำไมยังให้เพื่อนผู้ชายอีกสองคนมาค้างด้วย” จินทนไม่ไหวจะเอาความในใจนี้ไประบายกับคุณนายริทสึโกะ เลยต้องหาทางพูดกับคนตัวเล็กแต่แสบรายนี้ก่อน



“ก็นั่นเป็นเพื่อนนี่หว่า”



“แต่ฉันเป็นแฟน เพื่อนกับแฟนแตกต่างกันใช่มั้ย” จินหันมาถามย้ำ ด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่ติดจะยิ้ม้มบางนิดๆ เมื่อพบว่าคาเมะกำลังกัดริมฝีปากอย่างช่างใจ ก่อนจะยอมพยักหน้า



“ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันจะกลับไปบอกพวกมัน ว่าวันพรุ่งนี้ไม่ต้องมานอน ฉันจะไปนอนบ้านพวกมันเอง”



“เฮ้ย!!! นั่นก็ไม่ได้!!”




“อะไรของนายวะ อันนั้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้ แล้วสรุป ฉันทำอะไรได้มั้ง” คาเมะหันไปเท้าเอว มองหน้าร่างสูงอย่างเอาเรื่อง ชักไม่อยากเป็นมันแล้วนะ ไอ้แฟนอะไรเนี่ย ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยรึไง จินมองกลับ แล้วได้แต่ถอนหายใจ




“ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้เลย ทำน่ะได้ แต่ต้องไม่ใช่ทำกับแฟนเหมือนที่ทำกับเพื่อน จะไปค้างบ้านเพื่อน แบบที่ไปค้างบ้านแฟนน่ะไม่ได้ จะจูบเพื่อน เหมือนที่จูบแฟนก็ไม่ได้ด้วย”




“ประสาท!! ใครจะจูบเพื่อนวะ!!!” คาเมะด่าเข้าให้ แล้วเดินหนีไปหยิบอย่างอื่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กๆที่ก่อกวนในใจ มีจินเดินยิ้มกรุ้มกริ่มตามหลัง



“พุดดิ้งอันนี้อร่อยมั้ย” จินหันไปหยิบพุดดิ้งอันเล็กขึ้นมาชวนคุย คาเมะปรายตามองปราดเดียว ก่อนจะตอบ



“รสชาติไม่ได้เรื่อง ใครกินแล้วว่าอร่อย ฉันว่าคนคนนั้นควรจะเอาเซลล์สมองมาบำรุงประสาทที่ลิ้นมั่ง” ร่างสูงชะงักกึก ไม่ใช่เพราะคำพูดของคนร่างบางเข้าตัว แต่เป็นเพราะเขาเห็นลูกค้าคนหนึ่งกำลังหยิบพุดดิ้งออกจากชั้นวางของมาดูพอดี จินรีบวางพุดดิ้งในมือลง แล้วดึงคาเมะที่กำลังหยิบนมกล่อง ลากตัวปลิวไปยังมุมอื่น



“อะไรอีกล่ะ นายนี่ปัญหามากชะมัดเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจมองคนที่โวยใส่เขา



“เปล่า ฉันหิวแล้ว เมื่อไหร่จะกลับล่ะ” อย่างน้อย ก็พาคาเมะออกจากตรงนี้ให้ได้ก่อนจะดีกว่า เขาล่ะหวั่นใจจริงๆ เวลาไปไหนกับคาเมะ มันต้องมีเรื่องชวนให้พบเจอสถานการณ์หัวใจจะวายแบบนี้เสมอสิหน่า



“อือ ไม่เอาอะไรแล้ว ไปจ่ายตังส์ก็ได้ เฮ้ย!!!!” กำลังจะเดินไปที่แคชเชียร์ แต่สายตาดันเหลือบเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในซุปเปอร์พอดี แน่นอนว่าถ้าเป็นเพื่อน หรือคนที่ไม่รู้จัก คาเมะจะไม่ตกใจมากขนาดถึงกับกระโดดไปหลบหลังจินหรอก



“อ้าว ไอ้จิน” ซวยชะมัด ดันลืมไปสนิทว่า อาคานิชิ จิน รู้จักกับไอ้จมูกโตที่อยู่บัญชี ไอ้เจ้าของรถพอชสีมะนาวคันนั่นที่คาเมะเคยก่อเรื่องด้วย!!! แล้วดันไปหลบหลังหมอนี่อีก



“ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอมึงในซุปปอร์แบบนี้ มาทำอะไรแถวนี้วะ เฮ้ย! ที่อยู่ข้างหลังมึง นั่นใช่…” นากามารุ ยูอิจิทักทายเพื่อนรักพอหอมปากหอมคอ กำลังจะชวนคุย แต่ดันเห็นไอ้ตัวเล็กๆที่แอบเสียมิดอยู่หลังเพื่อนเขา ท่าทางมันคุ้นๆอยู่



“แฟนกูเอง”



“เฮ้ย!! รายล่าสุดเหรอวะ มึงไปจีบมาตั้งแต่ตอนไหน กูไม่เห็นรู้ ไม่ชวนเลยนะมึงเนี่ย”




“กูรู้ว่าชวน มึงก็ไม่ไป คาซึยะ ออกมาทักทายเพื่อนฉันหน่อยสิ” คาเมะอยากจะบีบคอไอ้สองเพื่อนรักนี่ให้ตายคามือ แต่ติดที่ว่าตัวเองมีแค่สองมือ ถ้าบีบคออาคานิชิ จินก่อน นากมารุต้องเข้ามาช่วยแน่ๆ หรือถ้าบีบคอนากามารุก่อน อาคานิชิ จิน ก็คงไม่อยู่เฉย และในเมื่อบีบคอใครไม่ได้ คาเมะก็คงไม่เลือกที่จะกัดลิ้นตัวเองตายเหมือนหนังจีนหรอก เลยได้แต่เสนอหน้าออกมายิ้มแห้งๆหนึ่งทีเป็นการทักทาย ให้ไอ้จมูกโตคณะบัญชีตาโตแข่งกับจมูกแบบไม่รู้อะไรจะชนะก็งานนี้




“เฮ้ย!!! คาเมนาชิ นี่หว่า” ยูอิจิร้อง แล้วเหลือบมองเพื่อนรักอย่างตกตะลึง จินพยักหน้าหงึกหงัก



“อือ ไปก่อนนะไอ้ยู แล้วไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” จินว่าอย่างนั้น ก่อนจะดึงคาเมะเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ทิ้งให้ยูอิจิมองตามอ้าปากค้าง ตาโต กู่ไม่กลับจริงๆ



…………………………


และนอกจากจินจะทำเพื่อนรักอย่างยูอิจิอ้าปากค้างแล้ว คาเมะเองก็ทำสองเพื่อนรักอย่างจุนโนะ และโคยามะอ้าปากค้างด้วยเช่นกัน เมื่อเจ้าตัวกลับมาบอกว่า ต้องทำตามเงื่อนไขของการเป็นแฟนกับอาคานิชิ จิน



“อะไรนะ!!! เป็นแฟน!! เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่!! ทำไมพวกกูไม่รู้” โคยามะร้องเสียงลั่น ในขณะที่จุนโนะถึงกับนวดขมับตัวเอง เมื่อรู้ว่าก้าวช้ากว่าผู้ชายคาสโนว่ารายนั้นไปหลายสิบก้าว อย่างว่า เขามันก็แค่คนธรรมดา ใครจะทันเหลี่ยม ทันเล่ห์เจ้าอาคานิชินั่นได้กัน




“ตัดสินใจดีแล้วเหรอคาเมะ” จุนโนะถามเสียงเรียบ แต่คาเมะส่ายหน้า หันมองจินที่นั่งเคียงข้างกันในห้องนั่งเล่นของบ้าน ส่วนพ่อแม่พี่น้องตระกูลคาเมนาชิขออาสาเป็นเจ้าของมื้อเย็นมื้อนี้ ซึ่งคาเมะคิดว่าทุกคนคงไม่ลุกขึ้นมาทำตัวเป็นคนขยัน ถ้าไม่ใช่เพราะจะเปิดโอกาสให้เขาอยู่กับผู้ชายสามคน ที่สองในสามเป็นเพื่อนสนิทเขาเอง




“ไม่ได้ตัดสินใจ แต่ตามน้ำน่ะ” โคยามะอ้าปากค้าง ในขณะที่จุนโนะอยากจะเอาหัวเขกโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอดไป ส่วนจิน ไม่ต้องพูดถึงเลย เมื่อกี้นั่งเสียหน้าเชิด แต่พอได้ยินคำว่า ‘เป็นแฟนเพราะตามน้ำ’ ทำเอาเจ้าตัวแทบทรุด ความมั่นใจในเสน่ห์ตัวเองติดลบทันควัน




“ตามน้ำก็ตามน้ำ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้มาค้างด้วยไม่ได้ก็ช่างเถอะ แต่ถ้ามีอะไรก็บอกแล้วกัน” จุนโนะประกาศโต้งๆแบบความนัย ด้วยการยื่นมือไปลูบศีรษะของเพื่อนตัวเล็ก ให้จินแก้มกระตุก หมั่นไส้ชะมัดกับไอ้ท่าทางเอ็นดูคาเมะเกินเหตุเเบบนี้




“ยังไงๆ ก็คนเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน อย่าเชื่อถืออะไรมาก” วะ!! อย่างงี้มันเรียกยุให้ครอบครัวแตกแยกนี่หว่า จินชักไม่อยาจะทน ยิ่งเห็นสายตาของไอ้เบื้อกที่พูดอยู่นี่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ที่เคยถูกคุณนายริทสึโกะยกหาง มันท่าจะไม่ได้การ เขาคงต้องขอให้คุณนายคนนั้นยกเขาทั้งตัว เพื่อสู้กับไอ้เจ้านี่ ที่ทำท่าจะกีดกันเขาเหลือเกิน



คาเมะมองหน้าเพื่อน ก่อนจะหันมองจิน แล้วความเดิมตั้งแต่ต้นก็ย้อนกลับขึ้นมาให้ระลึกถึง



‘อาคานิชิ จิน คณะสถาปัตย์ ปีสี่...ศัตรูคู่อาฆาตของมึง’



ใช่ คาเมะลืมไปได้ยังไง ว่าเขากับจินเป็นศัตรูกันในตอนเริ่มต้น



อ่า...ความรู้สึกปวดหนึบหนับในอกนี่มันเป็นอะไรนักนะ พักนี้เป็นบ่อยจริงๆ



……………………………..




เมื่อคืนมันนอนไม่หลับ ถึงจะได้นอนในห้องของคาเมะ แต่ก็ต้องนอนบนฟูกที่ปูอยู่บนพื้นข้างเตียง ไม่ได้นอนเคียงกับคาเมะเหมือนที่ไปนอนบ้านเขา แน่ล่ะ ห้องคาเมะแคบขนาดนั้น เตียงก็ต้องเป็นเตียงเดี่ยวอยู่แล้ว คาเมะนอนคนเดียวก็เต็ม จะให้เขาขึ้นไปแทรกตรงมุมไหน และเพราะนอนไม่หลับ จินเลยได้รู้ว่าเมื่อคืนเจ้าของห้องเองก็กระสับกระส่าย ร่างสูงไม่กล้าส่งเสียงชวนคุยยามค่ำคืน เลยได้แต่นอนอึดอัด เพราะคำว่า ‘ตามน้ำ’ ที่คาเมะเล่าให้เพื่อนสองคนฟัง ถึงสาเหตุที่มาเป็นแฟนเขา



ตามน้ำ เพราะตามน้ำก็เลยมาเป็นแฟนกัน เซ็งกับคำนี้ชะมัดเลยโว๊ย!!




มันเซ็งหนักจนเช้าวันต่อมา จินเลยไม่รออะไรอีก ตอนนี้เขาต้องการสถานะที่มั่นคงในครอบครัวคาเมนาชิ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการการันตีว่า อาคานิชิ จิน จะเป็นว่าที่ลูกเขยเพียงคนเดียวของครอบครัวนี้



เดี๋ยว! ว่าที่ลูกเขยเพียงคนเดียวอย่างนั้นเหรอ



เฮ้ย!! มันมาถึงขั้นอยากเป็นว่าที่ลูกเขยได้ไงวะ!! เดี๋ยวนะ กลับไปตอนแรกๆซิ ตอนนั้น เขาเข้ามายุ่งกับไอ้เด็กวิ่งเร็วเพราะว่ามันดันปากดีทำเขาเลิกกับแฟน แบบเสียเชิงคาสโนว่า แล้วจากนั้นก็กลายมาเป็นแฟนมัน ด้วยข้ออ้างที่ว่า มันต้องมาแทนที่แฟนคนเก่าของเขา



แล้วตอนนี้!! ตอนนี้จะเลื่อนขั้น อยากไปเป็นว่าที่ลูกเขยของบ้านคาเมนาชิอีก!! วะ!!! กูนี่ชักจะเอาใหญ่!!



ไม่ได้แล้ว ไม่ได้ กูต้องจูนตัวเองเสียใหม่ พักนี้ชักจะถลำมากไปแล้ว ไม่ได้ๆ




“จินไม่อยากให้แม่สนับสนุนเพื่อนสองคนของคาซึยะหรือจ๊ะ” เสียงคุณนายริทสึโกะดังถาม แบบที่ทำเอาคนที่กำลังตีกันในความคิดเสียวุ่นวาย ต้องหันกลับไปมองคุณนายอวบที่กำลังยกกาน้ำชาออกมาวางบนโต๊ะะอาหาร




“เอ้อ ครับ” เฮ้ย!! ไปตกลงอะไรเขาล่ะเนี่ย!!



“แหม จินเนี่ย ทำอย่างกับหึงลูกแม่เลยนะจ๊ะ” ร่างสูงถึงกับสะอึก ‘หึง!!!’ หึงเนี่ยนะ!! ที่เขาเหม็นขี้หน้าเพื่อนสนิทสองคนนั่นของคาซึยะ เป็นเพราะเขาหึงที่พวกมันมากีดกันเขาอย่างนั้นหรือ นี่เขาหึงเจ้าเด็กนั่น ไอ้เจ้าเด็กวิ่งเร็วที่ปากดีไปทั่วทั้งเมืองเนี่ยนะ!!!




“คือ คือ”




“อุ้ย ไม่ต้องเขินหรอกจ๊ะ จิน เรื่องแบบนี้แม่เข้าใจ ก็คาซึยะออกจะน่ารัก เอาเถอะ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ แม่เชียร์จินเต็มที่อยู่แล้ว จุนโนะกับโคยามะน่ะ เป็นได้อย่างมากแค่เพื่อนเท่านั้นแหละจ๊ะ”



“ขอบคุณครับ” เวรกรรม ดันไปรับคำเขาอีก คุณนายริทสึโกะยิ้มกว้าง พึงพอใจกับคำตอบของว่าที่ลูกเขยมากจนไม่รู้จะทำอะไรได้อีก หล่อนตีไหล่ชายหนุ่มเหมือนสาวแรกรักที่เขินอาย แน่นอน ถ้าคาเมะมาเห็นเข้า ก็คงเข้าใจว่า แม่นอกใจพ่ออีกแล้ว




จินเจรจากับคุณนายเเม่ของคาเมะเรียบร้อย ก็รีบลากลับบ้านตัวเองทันที ด้วยความรู้สึกตกใจกับความคิดตัวเอง ที่ดูเหมือนจะหวังไกลไปถึงขั้นที่เรียกว่าจะเอาไอ้เด็กวิ่งเร็วนั่นมาเป็นเมีย!!!



…………………………



จินไม่อาจทำใจยอมรับได้ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ร่างสูงคิดว่าตัวเองควรทำ และต้องทำตอนนี้เลย คือการพา ตัวเองกลับไปอยู่ในโลกใบเก่าที่เต็มไปด้วยแสงสี และผู้หญิงสวยๆ แน่นอน เขาต้องโทร.เรียกนากามารุ ยูอิจิกลับมาเป็นไกด์ทัวร์ เนื่องจากตั้งแต่ไปตกหลุมอยู่กับคาเมะ จินไม่ได้กลับมาฝักใฝ่แหล่งอโคจรยามค่ำคืนอีกเลย




“อ้าว ไหนมึงว่า เด็กนั่นเป็นแฟนมึง”





“อย่าเพิ่งถามอะไรกูเลย ขอกูแน่ใจอีกหน่อย แล้วกูจะบอก” ร่างสูงเองก็กลุ้ม





มันผ่านมาสองวันกับอีกหนึ่งคืนแล้ว นับตั้งแต่ที่เขาเผ่นกลับบ้านตั้งแต่ถูกคุณนายริทสึโกะพูดใส่หน้าว่า เขาหึงลูกชายของหล่อน ตลอดสองวันกับหนึ่งคืนนั้น จินพูดได้คำเดียวว่าเขาคิดถึงเจ้าเด็กนั่นเอามากๆ!! มันชักจะบ้าไปกันใหญ่ จากตอนแรกว่าจะแก้แค้น แล้วมันกลายมาเป็นคิดถึงได้ไงวะ!! แล้วไม่ใช่ว่าจินไม่พยายาม จินพยายามแล้ว ที่จะเอาเหล้าดับทุกข์ หรือเอาผู้หญิงมาแก้เครียด แต่นอกจากจะไม่หายแล้วยังพาลเป็นรู้สึกผิด รู้สึกผิดที่ยุ่งกับคนอื่น รู้สึกผิดที่กินเหล้ากินเบียร์เมาไม่เป็นผู้เป็นคน



“มึงยังจะต้องแน่ใจอะไรอีกวะ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังแน่ใจไม่พอรึไง ว่ามึงชอบเด็กนั่นน่ะ” ยูอิจิย้อนถาม ถึงจะเซ็งที่เพื่อนเอาไอ้ตัวแสบที่เคยทำกับรถพอชสุดที่รักของเขามาเป็นแฟน แต่ยูอิจิก็ไม่คิดจะขวางทางมันหรอก บอกตามตรงว่าเขารู้สึกว่ากับรายนี้ ไอ้จินดูจะเป็นหนักมากกว่ารายอื่นๆ




“มึงอย่าเพิ่งชี้ทางให้กูได้มั้ย ตอนนี้กูกำลังคิดหนัก” จินหันมาโวยแหลก แต่ยูอิจิแค่ยักไหล่




“ไม่ให้กูชี้ทาง งั้นมึงก็มืดบอดต่อไป มืดมากๆ มองอะไรไม่เห็น ระวังชวด” แล้วไอ้เพื่อนปากดีก็หันไปหยอกล้อกับสาวๆที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาทักทาย ในขณะที่จินยังคิดไม่ตก และเอาแต่เพ่งแก้วเหล้าบนเคาท์เตอร์ เสียงเพลงดังกระหึ่มในผับชั้นเลิศไม่ได้ช่วยให้เขาสนุกขึ้นมาเลยสักนิด มันเทียบไม่ได้กับไปบาร์มอนมอนเพื่อดูไลฟ์ดูบบี้ บิวตี้กับคาเมะเลย





เฮ้ย!!! คิดถึงเด็กนั่นอีกแล้ว!!!! อาคานิชิ จิน!! มึงจะคิดถึงอะไรนักหนาวะ!!!!



…………………………….



แล้วสุดท้าย หลังจากค้นพบว่า การหนีกลับเข้าไปอยู่ในโลกใบเดิมของตัวเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องใดๆกับคาเมะ จินก็ไม่อาจทนได้ ความคิดถึงมันเวียนว่ายอยู่แต่ในใจ ให้สุดท้ายแล้ว ในเช้าวันที่สาม ร่างสูงก็พาหน้าตายับๆเพราะไม่ได้นอนมาหลายคืน มาที่บ้านคาเมนาชิ อีกครั้ง




“อ้าว จิน อรุณสวัสดิ์จ๊ะ เข้ามาก่อนสิ” คุณนายริทสึโกะยังต้อนรับเขาเสมอมา หล่อนเดินนำเข้าไปในห้องครัว อันเป็นห้องประจำของหล่อน




“ทานอะไรมารึยังจ๊ะ จะมารอคาซึยะล่ะสิ รายนั้นคงกลับนู่นแหละ ค่ำๆล่ะมั้ง”




“เขาไปไหนเหรอครับ” คุณแม่ผู้อยากมีลูกเขยมากพอๆกับอยากมีความสุขในชีวิตหันกลับมามองคนถามด้วยความสงสัย




“นี่คาซึยะไม่ได้บอกเหรอ เขาไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่คณะ ไปตั้งแต่วันก่อนแล้วล่ะ อ้าว แม่นึกว่าเขาบอกจินแล้วซะอีก เด็กคนนี้นี่อะไร ไม่บอกแฟนตัวเองสักคำ จะไปไหนมาไหน”



คาซึยะไปเที่ยวกับเพื่อนที่คณะ จินนึกไม่ออกว่าเพื่อนที่คณะของคาเมะจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่เจ้าสองเพื่อนซี้ ทางุจิ จุนโนะสุเกะ กับโคยามะ เคอิจิโร่ ที่ตั้งท่ากีดกันเขามาหลายครั้งแล้ว




“คาซึยะจะกลับมาวันนี้ใช่มั้ยครับ” ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ก่อนที่คุณนายริทสึโกะจะยกกาแฟและขนมปังแผ่นมาให้ หล่อนทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวถัดไป ก่อนจะเริ่มต้นอาหารเช้าตัวเองที่เหมือนกับของเขา




“จ๊ะ เห็นเจ้าตัวว่าอย่างนั้นนะ เอ่อ จิน แม่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย จินกับคาซึยะทะเลาะอะไรกันรึเปล่า”




“เปล่าครับ” ร่างสูงตอบ แต่แม้จะตอบความจริง แต่ก็อดไม่ได้จะรู้สึกผิด มันรู้สึกผิดลึกๆที่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน แต่เขาดันทำตัวห่างเหินออกมาแบบนี้ คุณนายริทสึโกะพยักหน้าหงึกหงักรับรู้



“งั้นก็ช่างเถอะ แม่คงคิดไปเองว่าตั้งแต่ที่จินไม่มาบ้านนี้ ดูคาซึยะจะเหงาๆ เจ้าเด็กนั่นเหงาเป็นที่ไหนว่ามั้ย อ๊ะ กาแฟพอดีมั้ยจ๊ะ จะเอาน้ำตาล หรือครีมเพิ่มรึเปล่า อุ้ย อย่าหาว่าแม่เพ้อเจ้อนะจ๊ะ ตั้งแต่แม่กินกาแฟฟมาทั้งชีวิต แม่ไม่เคยกินของใครอร่อยเท่าที่คาซึยะชงเลย จินเคยชิมฝีมือคาซึยะรึยัง ต้องลองให้ได้รู้มั้ย รายนี้น่ะ เรื่องกับข้าวกับปลา หรือเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับอาหารเนี่ย เชื่อใจแบบล้านเปอร์เซ็นต์ได้เลย แม่รับรองว่าจินไม่อดตายทั้งชีวิตจ๊ะ” แล้วร่างสูงก็ปล่อยให้คุณนายร่างอวบพรรณาความสามารถด้านการทำอาหารของลูกชายสุดที่รักของตัวเองตั้งแต่อาหารเช้ายันอาหารเที่ยงนู่นแหละ เอาเถอะ หล่อนชอบของหล่อน ปล่อยไปแล้วกัน ส่วนเรื่องของคาเมนาชิคนลูก จินรู้ตัวแล้วว่ารายนั้นน่ะ ปล่อยไม่ได้ตลอดชีวิตจริงๆ เพราะขนาดแค่ปล่อยไปสามวัน มันยังโดดไปเที่ยวกับเพื่อน





กลับมาล่ะน่าดู!!! คาเมนาชิ คาซึยะ!!!!


…………………………………



คาเมะไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อย ว่ามีระเบิดเวลารอคอยอยู่ที่บ้าน การมาเที่ยวครั้งนี้ ดูเหมือนว่าตัวเองจะได้รับเชิญแบบคาดไม่ถึง เพราะนอกจากจะได้มาเที่ยวกับเพื่อนทั้งรุ่นแล้ว เขายังถูกจองตัวจากสาวๆที่แท็กทีมกันใส่เสื้อยืดสกรีนตัว ‘Y’ มารุมล้อมอีกต่างหาก




พวกหล่อนดูจะมีลับลมคมนัย ชวนเขาคุยแต่ล่ะเรื่องเป็นต้องวกเข้าประเด็นที่เกี่ยวกับอาคานิชิ จินให้ได้ ที่ว่าจะมาพักผ่อน เลยกลายเป็นต้องมาตอบคำถามทำนองว่า



‘รู้จักกันได้ยังไง’ …ไปปากมอมใส่มันไง…




‘อาคานิชิซังเป็นคนแบบไหน ขี้หึงมั้ย’ …อันนี้ไม่รู้ มันไม่เคยบอก…




‘อาคานิชิไปที่บ้านบ่อยมั้ย’ …บ่อยมากพอๆกับที่แม่ยิ้มกว้างนั่นแหละ…



กว่าจะหลุดจากวงสาวๆมาได้ ต้องอาศัยทั้งไอ้จุนโนะดึง ทั้งไอ้โคยามะดัน ไม่อย่างนั้น เขาคงกลายเป็นลูกแกะตัวน้อยอยู่ในวงล้อมแม่สาวๆพวกนั้นแน่ๆ คิดแล้วก็เหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรอกนะ คาเมะรู้ดีว่าที่ได้รับเชิญมาเที่ยวครั้งนี้ เป็นเพราะข่าวลือที่แพร่ไปไกล จนหวั่นว่ามันอาจจะไปเข้าหูคณบดีของทุกคณะในมหา’ลัย ว่าเขากับจินเป็นแฟนกัน




ก็แค่ปากพูดว่าเป็นแฟน หึ!! หมอนั่นหายหัวไปสามวัน ไม่ส่งข่าวมาบอกว่าเป็นตายร้ายดียังไง หรือตอนนี้จะกลับไปดีกับแฟนเก่าแล้วก็ไม่รู้ ช่างมันสิ!! คาเมะไม่สนใจมันหรอก



ร่างโปร่งเดินสะพายกระเป๋ากลับเข้าบ้านหลังน้อย หลังจากหนีไปเที่ยวมาสามวัน แบบที่ไม่มีอาคานิชิ จิน ตัวจริงกวนใจ มีแต่ชื่อหมอนั่นออกจากปากสาวๆวันละแปดร้อยครั้ง สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอย่างที่หมอนั่นว่าจริงๆ เซ็งชะมัด



“กลับมาแล้วเหรอคาซึยะ ทานข้าวมารึยัง” คาเมะถอดรองเท้าผ้าใบที่หน้าประตู ก่อนจะเงยหน้ามองมารดาที่ออกมาจากห้องครัว



“เดี๋ยวลงมากิน”




“คงได้ลงนะลูก” คาเมะขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจคำพูดของมารดา แต่ทั้งอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก ตอนนี้เขาเหนื่อยมาก ทั้งเที่ยวทั้งเดินทาง ไม่อยากคิดอะไรเยอะหรอก ร่างบางกระชับกระเป๋าสะพายเข้ากับไหล่ ก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนตน เปิดประตูเข้าไปได้ก็เหวี่ยงกระเป๋าลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น แล้วกระโจนลงไปนอนบนเตียง หยิบมือถือขึ้นมาดู




หมอนั่นก็ยังไม่โทร.มา รึมันป่วยวะ แต่ป่วยขนาดไหน ถึงทำให้โทรศัพท์ไม่ได้ อาจจะใกล้ตาย หรืออยู่ไอซียู งั้นโทร.หามันดูมั้ย แต่ถ้ามันไม่ได้ป่วย แต่อยู่กับผู้หญิงล่ะ คาเมะโทร.ไปขัดลาภมันแบบนั้น มันจะมาไล่บี้หนักกว่าเดิมรึเปล่า




งั้น… เอาไงดี




“ไปไหนทำไมไม่บอก” กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาจากมุมห้อง ให้คาเมะสะดุ้งเฮือก ลุกพรวดขึ้นมองไปยังต้นเสียง



อาคานิชิ จิน!!! มันมาได้ไงวะ!!!



“มา…มาได้ไง” มันคงไม่ได้หลุดออกมาจากความคิดของคาเมะแน่ๆล่ะ แล้วมันมาได้ไงวะเนี่ย



“มาได้ไงงั้นเหรอ คนเป็นแฟนกัน จะเข้ามาในห้องแฟนตัวเองแล้วมันผิดตรงไหน คาซึยะนั่นแหละ ไปไหนทำไมไม่บอก รู้รึเปล่าว่าเป็นห่วง” ร่างสูงเดินหน้าเครียดเข้ามาถามเอาเรื่องคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียง จับต้นชนปลายไม่ถูก




“ก็…ก็…ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน” ตอบออกไปแล้วก็ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าจะไปบอกมันทำไม ทีมันหายไปสามวัน ยังไม่เห็นบอกอะไรคาเมะสักอย่าง




“แล้วนายล่ะ อาคานิชิ จิน หายไปไหนมาสามวัน” พอคิดได้ว่าตัวเองไม่เห็นจะผิดตรงไหน คาเมะเลยเงยหน้าถามบ้าง และคราวนี้ทำเอาจินเงียบ ก่อนจะเบี่ยงประเด็น



“ฉันถามก่อน เพราะฉะนั้นตอบมา ไปไหน”



“ฉันจะไม่ตอบ ถ้านายไม่ตอบฉัน ว่านายหายหัวไปไหนมาสามวัน ไม่โทร.มา ไม่มากินข้าวบ้านนี้ หรือว่าดีกับแฟนเก่าแล้ว เลยลืมที่นี่งั้นสิ นายรู้รึเปล่าว่าฉันชะเง้อมองประตูบ้านวันล่ะสิบรอบจนคอจะยาวไปหมดแล้วเนี่ย” จินชะงักกับคำพูดของคนตรงหน้า นึกรักนิสัยคิดอะไรก็พูดออกมาของคาเมะชะมัด ร่างสูงยิ้มบาง ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ วางมือลงบนศีรษะเล็ก แล้วโยกเบาๆ




“ชะเง้อคอยฉันเหรอ” จินจำได้ว่าตอนแรกโมโหเอามากๆ ที่เห็นคาเมะเดินเข้ามาในห้อง เหวี่ยงของซ้ายขวา แล้วหงายผึ่งลงนอนบนเตียง แบบที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนใด ว่าทำอะไรให้ใครเป็นห่วง แต่พอมาได้ยินแบบนี้ ร่างสูงก็ดีใจขึ้นมากระทันหัน




“ไม่ได้คอยนาย ฉันกลัวแม่ฉันจะหันไปคว้าผู้ชายคนอื่นมาให้ฉันอีก” คาเมะหันหน้าหนีไปอีกทาง หน้ายังมุ่ย ไม่พอใจที่อีกฝ่ายดูอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน ที่รู้ว่าเขาชะเง้อมองแต่ประตูบ้าน เพียงเพราะคิดว่ามันอาจจะโผล่มา ตอนไหนก็ตอนหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่มา จนไอ้จุนโนะและโคยามะมาลากเขาไปเที่ยวนั่นแหละ



“ไม่มีทางหรอกหน่า ฉันบอกคุณแม่แล้ว ว่าตำแหน่งลูกเขยบ้านนี้เป็นของฉัน” คาเมะเบ้ปาก อยากจะซัดสักเปรี้ยง ใครจะยอมให้มันแต่งงานเข้ามาเป็นเขยวะ ไปแต่งกับพี่เขา หรือไม่ก็น้องเขาไป!!



“บ้านนี้มีแต่ลูกชาย นายก็เห็น ใครเขาจะเอานายมาเป็นลูกเขยวะ ปล่อยดิ เล่นหัวอยู่ได้” คาเมะปัดมือบนศีรษะตัวเองเสียวุ่นวาย ไอ้มือใหญ่ๆร้อนๆนั่นก็ให้ความรู้สึกดีชะมัด คาเมะไม่อยากรู้สึกดีกับหมอนี่อีกแล้ว ถ้ามันจะเข้ามาให้เขาดีใจสามวัน แล้วมันก็หายหัวไปสามวันให้เขาคิดถึงมัน




คิดถึง…ใช่ คาเมะคิดถึงหมอนั่น ตลอดสามวันที่ไม่เห็นหน้า ไม่ได้กินข้าวด้วยกัน ไม่ได้วิ่งหนีเล็กๆน้อยๆ แต่ก็แค่คิดถึง คาเมะเชื่อว่าถ้าทำใจสักพัก มันจะหายไปเอง




“ไม่ได้เจอกันตั้งสามวัน คิดถึงมั้ย” จินยังไม่ยอมปล่อยมือที่ลูบผมคาเมะไปเรื่อย




เขาสังเกตเห็นว่าหน้าหวานๆของคนข้างกายแดงเรื่อขึ้นเพียงชั่วครู่ ริมฝีปากบางขบเข้าหากัน ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมตอบเบาๆ



“คิดถึง” คาเมะไม่ใช่พวกโกหกและปากไม่ตรงกับใจนักหรอก คิดอะไรก็พูดแบบนั้นทำให้สบายใจกว่า และเจ้าตัวก็เลือกที่จะทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก และตั้งแต่ที่รู้ว่าขามีไว้วิ่งหนีนั่นแหละ




“ฉันก็คิดถึงคาซึยะเหมือนกัน ที่หายไป เพราะต้องเอาเรื่องของเราไปคิด” คาเมะหันกลับมามองคนพูดด้วยความไม่เข้าใจ




“เรื่องของเรา?”




“ใช่ เรื่องของเรา ว่าจะเอายังไงดี จะเป็นแฟนกันไปตลอดชีวิตดีมั้ย”




“นายว่าไงนะ!!!!!!!!!!!!!!”




เสียงลูกชายคนกลางของบ้านคาเมนาชิ ดังลั่น แบบที่ทำเอาคุณนายริทสึโกะที่เอาหูแนบกับประตูอยู่นอกห้องถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว




………………………………..




เป็นแฟนตลอดชีวิต เป็นแฟนตลอดชีวิต เป็นแฟนตลอดชีวิต




คาเมะคิดจนหัวจะแตก จนสมองจะทะลัก จนเส้นประสาทจะปูดอยู่แล้ว คำว่า เป็นแฟนตลอดชีวิต ก็ยังแปลได้ความหมายเดียว คือต้องอยู่กับ อาคานิชิ จินไปชั่วชีวิต ในฐานะคนเป็นแฟนกัน




มันมาถึงขั้นนี้ได้ไงวะ!!!!




“คาซึยะ” ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในห้อง และคาเมะก็ยังไม่ได้ลงไปทานข้าวเย็น คุณนายแม่พูดถูกเผงว่า ‘ลูกคงได้ลงมากิน’




หรือแม่รู้เห็นเป็นใจ แน่ล่ะ อาคานิชิ จิน คือลูกเขยระดับตำนานที่คุณแม่อยากได้นักหนา รูปหล่อ พ่อรวย แถมมีมารยาท สุภาพดังคุณชาย แม่ยายไม่อยากได้ลูกเขยแบบนี้ แล้วจะอยากได้ลูกเขยแบบไหนกัน




“คาซึยะ ไม่ตกลงเหรอ” จินถามย้ำ เหมือนจะขอความเห็นใจ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับยิ้มกว้างให้กับคนที่ยังเอาแต่นั่งนิ่ง คาเมะพยายามตั้งสติ แล้วถามตัวเองว่าจะเอายังไงดี แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้คำตอบ




“คาซึยะ” ร่างสูงเรียกซ้ำ ให้เจ้าของชื่อต้องหันมามอง แล้วยกสองมือให้จินใจเย็นๆ




“นายคิดดีๆนะ ตอนแรกที่เราสองคนรู้จักกัน เป็นเพราะฉันทำให้นายเลิกกับแฟนใช่มั้ย แล้วที่มาคบกัน ก็เพราะว่านายต้องการจะแกล้งฉัน โอ.เค. ถึงนายจะไม่ได้บอก แต่ฉันก็รู้ ว่านายคบกับฉันเพราะอะไร เราคบกันเพราะแบบนั้น อาคานิชิ จิน นายจำได้รึเปล่า”





“แล้วนายนึกดีๆ ฉัน คาเมนาชิ คาซึยะ เป็นศัตรูกับญาติโกโหติกาของนายทั้งมหา’ลัย ทั้งเพื่อนสนิทนาย ทั้งพี่รหัสนาย ทุกคนถูกฉันปากหมาใส่มาหมดแล้ว นายแค้นฉันไม่ใช่เหรอ นายโกรธฉันนี่นา นายจำได้มั้ย”




“จำได้ แต่ฉันเองก็เพิ่งรู้ตัวไม่นานมานี้เอง ว่าฉันอยากเป็นแฟนกับนาย ไม่ใช่เพราะจะแกล้ง นายบอกว่านายรู้ว่าฉันคบกับนายเพราะแกล้ง แล้วนายรู้รึเปล่า ว่าตอนไปดูไลฟ์วงดูบบี้อะไรนั่น ฉันกลัวว่านายจะหลงจนต้องคอยดึงมือเอาไว้ แล้วตอนนายไปค้างบ้านฉัน ฉันแอบดูนายอาบน้ำ จนต้องเก็บเอามาคิด นายรู้รึเปล่าว่าาตอนนายกินข้าว แล้วเอาช้อนขึ้นมาส่องหน้าตัวเอง ฉันคิดว่านายน่ารักดี”




“….แล้วนายรู้มั้ย ว่าตอนนี้ฉันอยากจูบนายที่สุด ว่าไงคาซึยะ นายรู้เรื่องพวกนี้มั้ย”



คาเมะถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก เมื่อคำพูดของคนตรงหน้า กำลังทำให้เขาตั้งสติไม่ทัน จินยังยิ้มบาง เห็นท่าทางเอ๋อๆ เด๋อด๋าของอีกฝ่ายแล้วได้แต่นึกอยากจะคว้าตัวเข้ามาจูบให้สมกับที่พูด ร่างสูงรั้งร่างแข็งทื่อเข้ามาใกล้ ก่อนจะทำในสิ่งที่ใจอยาก เขาก้มลงฝากรอยสัมผัสนุ่มหยุ่นที่ริมฝีปากตัวเอง คลึงเค้นเบาบาง แต่ทั้งอย่างนั้นก็หนักแน่นในแรงอารมณ์ กลีบปากของคาเมะถูกบดซ้ำ บดเพียงนิด ร่างทั้งร่างก็สะดุ้งเฮือก ให้ จินยิ่งกอดรัด มันปลุกปั่นความคิด และสติทั้งหมดที่มี ให้ตีวนจนขาวโพลน




คาเมะมือไม้อ่อนไปหมด ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยอมอยู่ในอ้อมแขนหมอนั่น แล้วปล่อยให้ริมฝีปากบางถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอีกฝ่ายยอมผละจากไป จินยิ้มบางกับหน้าตาเหรอหราของคนที่ยังนิ่งงัน




“เป็นแฟนกันเถอะคาซึยะ เป็นแฟนกันตลอดชีวิต”



คาเมะตาค้าง อ้าปากค้าง อย่าว่าแต่จะให้ลุกขึ้นวิ่งหนีไอ้คนพูดเลย เอาแค่ให้มีแรงขยับก็ทำได้ยากเต็มที




ไม่คิดมาก่อน ว่าสวรรค์ส่ง คาเมนาชิ คาซึยะมาเกิดพร้อมสองขาอันทรงพลัง แต่สวรรค์ก็ยังส่ง อาคานิชิ จิน ที่ไม่เห็นจะมีอะไรสักอย่าง แต่ทรงพลังจากอะไรไม่รู้มาปราบเขาแบบนี้



ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง, รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง, ฆ่าไม่ได้ หยามได้ และอะไรอีกนะ ที่คาเมะเคยท่องขึ้นใจนักหนา ว่าชีวิตนี้ปากดีได้ แต่อย่าให้โดนจับ ท่าทางต้องโละทุกอย่างที่เคยท่องเก็บลงกล่องลงลังเสียให้หมด เพราะมันใช้จริงไม่ได้เมื่อมาเจอไอ้หมอนี่




อาคานิชิ จิน!!! มึงเกิดมาเพื่อให้สโลแกนประจำชีวิตกูใช้ไม่ได้!!!!!


……………………………..