FIC : SEXY DARLING ver.4
JIN X KAME
By : Dezair
NC-17
………………………



“ครับ...แล้วจะให้ผมไปรับมั้ยครับ” ชายหนุ่มร่างสูงเปลือยอกล่ำนั่งพิงพนักเตียงคุยโทรศัพท์มือถือ


วันนี้เป็นวันศุกร์ มีเรียนตอนเช้า ตอนบ่ายคาเมะก็รีบมาลากกลับบ้าน ไม่รู้ไปโด๊ปยามาจากไหน วันนี้ถึงร้อนแรงนัก จากบ่ายเป็นเย็นจึงยอมสลัดเขาออก ไม่รู้เพราะเหนื่อยหรือว่าเพราะมีโทรศัพท์เข้ามาขัดกันแน่ เจ้าตัวดีถึงได้ยอมเลิกรา


...วื้ด...วื้ด...



เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านข้าง ทำเอาจินต้องเหลือบตามอง ก่อนจะหลับตาแล้วถอนหายใจ


...คิดผิดสินะ ที่บอกว่าคาเมะยอมเลิกราน่ะ...


“ครับ ได้ครับ...ครับ สวัสดีครับ” ปลายสายนัดแนะเรียบร้อยจึงบอกลา เป็นโอกาสให้จินยุติบทสนทนาแล้วหันมาที่คนรักซึ่งกำลังเล่นซนอย่างน่าตี


...ร่างเปลือยเปล่าขาวนวลนั่งชันเข่าแยกขาออกจากกันเผยส่วนเร้นให้จินได้เห็นเต็มสองตาอย่างไม่มีเขินอายสักนิด เจ้าไวเบรเตอร์รูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ถูกจ่ออยู่ที่ปากทางเข้าสีสดซึ่งกำลังมีน้ำขาวขุ่นไหลเยิ้ม


“อื้ออออ...” คาเมะเงยหน้าครางเครืออย่างถึงใจ เมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นน้อยๆจากเจ้าของเล่นในมือที่กระตุ้นอยู่กับส่วนไวต่อสัมผัส ดวงตาเรียวเล็กหยาดเยิ้มยามมองใบหน้าคมหล่อ มือข้างที่ว่างส่งนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าสู่โพรงปากเล็กของตัวเอง


...ทั้งอมทั้งดูด...ราวกับมันเป็นสิ่งสำคัญ...


ทำเอาคนมองถึงกับร้อนวาบที่แก่นกายของตัวเอง เมื่อจินตนาการไปถึง ท่อนเนื้อที่กำลังอยู่ใต้ผ้าห่มของตนนั้นจะเข้าไปอยู่ในปากร้อนและช่ำชื้นแทนที่นิ้วสองนิ้วนั่น


“เมื่อกี้ไม่พอรึไง...” เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะปั้นหน้านิ่งถามเสียงเรียบ


“อึ๊!...อ๊า....” ไวเบรเตอร์แท่งยาวใหญ่สั่นรัวผลุบส่วนปลายหายเข้าสู่โพรงร้อนชุ่มน้ำ แรงสั่นของมันทำเอาร่างบอบบางไหวเฮือก ปลายเท้าจิกเกร็งกับฟูกเตียง ไม่มีคำตอบจากคนที่กำลังล่องลอยอยู่ในความทรมานที่แสนสุขสม


ร่างสูงส่ายศีรษะน้อยๆ ดึงแขนคนรักให้คร่อมมาที่ร่างของเขา จิกผมให้เงยหน้าขึ้นรับจูบร้อนแรง ลิ้นสากถูกส่งเข้าพัวพันกวาดกวัดเกาะเกี่ยวกับลิ้นร้อนมือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังแอ่นโค้งไล้ลงไปถึงสะโพกมนที่มีแท่งของเล่นเสียบคา เขาจับมันหมุนวนไปมา ดึงออกแล้วใส่เข้าเพียงตื้นๆถี่ยิบจนร่างบางต้องกระดกสะโพกสู้


ริมฝีปากถอนออกจากกันเพียงเล็กน้อย ขณะที่ลิ้นถูกยื่นออกมาพัวพันกันข้างนอก เนิ่นนานจนเมื่อหลุดจากกัน ก็เกือบทำเอาสำลักอากาศหายใจ


“ใส่ลึกๆ...” คาเมะหอบ มือสองข้างเท้าไหล่หนาเอาไว้ ทรมานกับการแกล้งของอีกฝ่ายที่ทำให้อยากกลืนกินมากขึ้นไปอีก หลืบร้อนขมิบตอดรัดยามที่ไวเบรเตอร์จะถูกดึงออก และเผยอหายามที่จะถูกสอดใส่ เสียงช่ำน้ำดังคลอไปกับเสียงครางจากกลีบปากบาง


“ข้างในเธอเป็นของฉัน ไอ้พวกนี้อยู่แค่ข้างนอกก็พอ” ดวงตาเรียวตวัดจ้องคนพูดอย่างหงุดหงิด ก่อนจะก้มลงมองหน้าตักของจินที่อยู่ใต้ผ้าห่ม แก่นเนื้อของชายหนุ่มยังคงสงบนิ่ง จนร่างบางต้องกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ


...อย่างนี้ทุกที...ทำไมเขาต้องเป็นคนเรียกร้องเรื่องพวกนี้ด้วยนะ!!!...


คาเมะก้มลงกอบกำมันขึ้นมา ทั้งๆที่ยังมีผ้าห่มบางๆคลุมเอาไว้ จ่อลิ้นแตะตวัดที่ส่วนปลายเร็วๆ แล้วแตะอีกครั้งที่โคนแท่ง บดลิ้นหนักๆขณะลากมันขึ้นลง ส่งสัมผัสร้อนๆผ่านเนื้อผ้าบางสู่แก่นกายจนทำให้มันเหยียดชันตั้งฉากได้ไม่ยาก ร่างบางเหลือบตามองเจ้าของส่วนนั้นอย่างเจ้าเล่ห์


“ทีนี้จะใส่ลึกๆได้รึยัง” ถามด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า สะโพกยังกระดกตอบรับแท่งไวเบรเตอร์อย่างเร่าร้อนเร้าอารมณ์คนมองได้ไม่ยาก


“ยัง...” คำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ คาเมะเลยก้มลงครอบปากรับเอาแท่งกายเหยียดเกร็งเข้าปากจนเกือบสุดคอ ดูดลึกๆหนักๆให้เจ้าของเกร็งจนเส้นประสาทตึงเขม็ง ก่อนจะขยับปากเข้าออกตามจังหวะที่ถูกสอดใส่ทางด้านหลัง


“อ่า...” จินครางเสียงต่ำ ดูเหมือนว่าคาเมะจะเล่นร้ายกับอารมณ์ของเขา ร่างบางหยุดการดูดอมนั่น ถอนริมฝีปากออก ทั้งๆที่เขากำลังจะปลดปล่อยอยู่แล้ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระรัวลิ้นเล่นที่ส่วนปลายแทน แตะตวัดที่รูปริ่มน้ำหนืดหยดย้อย นิ้วสวยบีบนวดส่วนโคน แต่ละเลยส่วนกึ่งกลางแท่งที่เริ่มบวมพองจนเส้นเลือดปูดโปน


“มานี่...” ร่างสูงชักหมดความอดทน ดึงคนรักขึ้นคร่อมตัก แล้วกระชากแท่งไวเบรเตอร์ออกอย่างรุนแรง ทำเอาคาเมะสะท้านเฮือก


“ซาดิสต์” ถึงแม้กลีบปากบางจะเอื้อนเอ่ยต่อว่า แต่ใบหน้าสวยกลับยิ้มแย้มอย่างถูกอกถูกใจ มอบจูบดูดดื่มให้คนซาดิสต์ พร้อมๆกับกดสะโพกลงบนความเป็นชายของจินที่ตั้งชี้อยู่ใต้ผ้าห่มซึ่งห่อหุ้มอย่างเกือบจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่


“อือ...สุดยอดเลย...ผ้าสากจัง” ผิวผนังด้านในร่องหลืบรับรู้ถึงความสากของเนื้อผ้าที่คลุมแก่นกายจินอยู่ มันเสียดสีอยู่ภายใน ทรมานแต่แปลกใหม่สำหรับคุณหนูที่วันๆเอาแต่สรรหาความสุขทางเพศ


ช่องทางตอดรัดแท่งแข็งที่ขยับเข้ามาเรื่อยๆจนมิดด้าม ก่อนที่เจ้าของสะโพกจะเริ่มขยับขึ้นลงสวนกับแก่นกายร้อนผ่าว นั่นล่ะ คือจุดเริ่มต้นของบทรักบทที่สี่ของรอบบ่าย


“อ๊ะ...อ๊ะ...อื้อ...” เสียงครางดังระงม คาเมะสะบัดหน้าเงยยามยอดอกถูกฟันคมๆของจินกัดเม้มจนแดงก่ำ ส่วนกลางลำตัวถูไถส่วนยอดที่คั่งน้ำขุ่นขาวกับแผ่นท้องแข็งแกร่ง ขณะที่ด้านล่าง บั้นท้ายนุ่มกำลังกระทบตีกับเนื้อต้นขาจินดัง พั่บๆตามแรงกระแทก


“ซี้ด....” ร่างบางก้มลงมองคนที่เปลี่ยนจากฟันคมเป็นลิ้นแฉะที่ตะโปมดูดเลียยอดอกแทนที่สัมผัสเจ็บปวดเมื่อครู่ ริมฝีปากหนาแนบลงกับแผ่นอก ลิ้มรสความหวานจากติ่งไตแดงก่ำน่ารังแก


“อีก...อีกข้างด้วยสิ” คาเมะสั่ง เมื่อความเสียววาบที่วิ่งสู่ขั้วหัวใจนั้นมาจากยอดอกข้างซ้ายเพียงข้างเดียว ขณะที่อีกข้าง แม้จะตึงเขม็งรอการสัมผัส แต่จินกลับไม่แตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย


ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างไต่ขึ้นมาบดขยี้ยอดอกสีชมพูระเรื่อ เขาบีบมันแล้วหมุนไปมา เรียกเสียงครางของคนที่กำลังมีความสุขกับการถูกกระตุ้น ร่างสูงถอนปากออกจากยอดอกข้างซ้าย พร้อมๆกับที่ยอดอกข้างขวาถูกเขาจิกเล็บลงไป


“อ๊า!!!...” สะโพกกลมกลึงสั่นรัว มันส่ายไปมาเมื่อถูกกระตุ้นที่ร่างกายส่วนบนให้เจ็บปวด คาเมะก้มลงมอง สบตาคนขี้แกล้งก่อนจะกดสะโพกลงกับแก่นกายของชายหนุ่มแล้วหยุดนิ่ง ไม่มีการขยับใดๆอีก


“คาเมะ...” จินเรียก แต่ร่างบางยังคงจ้องอย่างไม่ยอมความ มือหนาเลื่อนลงกำแก่นกายสีชมพูที่เบียดชิดกับหน้าท้องของเขา แล้วนวดคลึงมันเบาๆ


“ไม่อยากไปรึไง...” เสียงทุ้มกระซิบถาม ปัดนิ้วผ่านส่วนปลายเพียงบางเบา ก่อนจะซุกไซร้ฝังหน้าคมลงกับซอกคอขาว ขบเม้มจนเป็นรอยแดง มืออีกข้างไล้วนบั้นท้ายนุ่ม เรื่อยลงไปยังปากทางที่ขมิบตอบรับส่วนแข็งขืนของเขา ชายหนุ่มยิ้มบางๆแล้วสะกิดเขี่ยรอบๆเบาๆทำเอาร่างบางสะท้านไหว


“อ่า...”

“มาเถอะ...” คาเมะทำหน้าค้อนใส่ไปที ก่อนจะยอมขยับเขยื้อน ร่างบางยกสะโพกขึ้นและกดลงร่วมกับที่จินกระแทกสวนขึ้นมาเป็นบางระยะ


เพียงไม่นาน จังหวะของคนสองคนก็เร็วขึ้น เร็วขึ้นอย่างฉุดรั้งไม่ได้ อารมณ์ใคร่โหมกระพือจนเกือบทลายกลายเป็นสายน้ำ มือเล็กบีบขย้ำส่วนกลางลำตัวของตนเอง เพื่อหวังระบายความอัดอั้นที่แทบล้นทะลัก ในขณะที่จินข่มตาคิ้วขมวด กระดกสะโพกฝังรากลึกเข้าสู่ทางชุ่มช่ำ


เกือบสุดท้ายของการปีนป่ายสู่การปลดปล่อย มือหนากระตุกผ้าห่มผืนบางที่คลุมแก่นกายของเขาซึ่งแทรกอยู่ภายในร่างของคาเมะออกมา ทั้งเร็วและแรงจนเสียดสีผนังอ่อนของช่องทางและผิวหนังของแท่งเนื้อที่สวนทางกลับการขับเคลื่อนดิ่งลึก


“อ๊า!!!” ร่างบางร้องลั่น น้ำตาเล็ดกับความแสบเสียว จนกระตุ้นให้สิ่งที่อยู่ในมือของเขาพุ่งหยาดหยดเลอะเต็มหน้าท้อง


“อ่า....” จินผ่อนลมหายใจยาว เมื่อน้ำคาวรักถูกพ่นเข้าสู่ช่องท้องยามถูกตอดรัดจากผนังอุ่นร้อน


“บ้า!...ซาดิสต์จริงๆเลย...ฮ้า...” ศีรษะเล็กซบลงบนบ่ากว้างอย่างหมดแรง ไม่คิดมาก่อนว่าจินจะร้ายกาจขนาดนี้ ดึงผ้าออกทั้งที่กำลังสอดใส่กันอยู่เนี่ยนะ...


“เจ็บเหรอ...”


“ก็ใช่น่ะสิ!!...” ร่างบางเยหน้าตวาดเสียงเขียว


“ดูท่าจะชอบขนาดนี้เนี่ยนะ” จินถาม พลางลูบน้ำเหนียวเหนอะที่เลอะเต็มหน้าท้องของเขาขึ้นมาให้คาเมะดู ร่างบางสะบัดหน้าพรืดทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก หันมาโอบล้อมคอร่างสูง แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“ชอบไม่ชอบ...ต้องลองอีกทีถึงจะรู้...”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

จบสิ้นกิจกรรมบนเตียงตอนเกือบหกโมงเย็น คาเมะจึงยอมให้จินได้ลุกไปทำอาหาร ส่วนตัวเองเข้าไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวที่เหนียวเหนอะ ก่อนจะออกมาอีกครั้งในชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงขาสั้นเผยต้นขาขาวเนียนที่มีแต่รอยจูบและรอยมือประปราย


“วันนี้อยากกินสลัด” ร่างบางเอ่ยปากอย่างเอาแต่ใจ ทั้งๆที่เห็นตำตาว่าจินทำแกงกะหรี่หมูทอดจวนจะเสร็จอยู่แล้ว


“กินนี่ไปก่อน เดี๋ยวทำเพิ่มให้” อีกฝ่ายพูดพลางวางจานข้าวหอมกรุ่นหน้าตาน่าทานลงตรงหน้าคาเมะที่นั่งคอยอยู่ที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะหันไปเปิดตู้เย็นหยิบผักออกมาล้าง จัดใส่จาน หาน้ำสลัดสำเร็จรูปในตู้เย็นมาราดแล้ววางเป็นอย่างที่สอง


“จินกินจานนี้ก็ได้ ฉันกินไม่หมด” คาเมะพูดพลางลื่นจานข้าวที่ถูกตักไปนิดหน่อยให้คนรัก


“กินให้หมด” จินไม่ยอมรับ ซ้ำยังสั่งอีกต่างหาก ร่างบางเลยได้แต่หน้ามู่ดึงจานกลับไป ชายหนุ่มตักของตัวเองมานั่งกินบ้าง


“...พรุ่งนี้คุณแม่จะมานะ...” กินไปไม่กี่คำ ร่างสูงก็นึกเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้บอกขึ้นมาได้


“แม่ใคร?” คาเมะย้อน เขี่ยข้าวในจานตัวเองไปมา ตักกินแต่เนื้อหมูทอด


“กินข้าวด้วยคาเมะ...” จินดุอีก แล้วดึงตะเกียบในมือคนรักมาคีบข้าวที่ยังเหลือเต็มจาน ในขณะที่หมูทอดเหลือแค่สองชิ้น ใช้สายตาบังคับให้ร่างบางอ้าปากรับข้าวที่เขาป้อน ก่อนจะคีบหมูทอดจากจานตัวเองมาใส่จานคาเมะ


“แม่เธอนั่นล่ะ...” บังคับขู่เข็ญให้เจ้าตัวดีกินข้าวไปหนึ่งคำ ก่อนจะยอมตอบคำถามที่ร่างบางทิ้งไว้เมื่อครู่ และคำตอบนั้นทำเอาคาเมะถึงกับเบ้ปาก


“ไม่รู้จะมาทำไม! ชิ!”

“คาเมะ...” มันต้องให้ดุกันอยู่เรื่อย จินรู้ดีว่าคาเมะไม่ถูกกับแม่นัก ด้วยเรื่องของเขา


“รู้แล้วๆ จะบอกว่า ‘ยังไงเขาก็แม่’ ล่ะสิ...พูดจนจะจำได้แล้ว!!”


“จำได้ก็ไม่เห็นทำตามสักที” ร่างบางจิ๊ปากที่ถูกไล่ต้อน หงุดหงิดจนหน้าสวยๆบูดสนิท แล้วพาลให้ทิ้งตะเกียบลงกับจานไม่ยอมกินข้าวต่อเสียแบบนั้น


“พรุ่งนี้ต้องไปรับที่สนามบินด้วยใช่มั้ย ยัยป้านั่นมาเองไม่เป็นรึไง...” จินจ้องคนที่กำลังบ่นบุพการี จนคาเมะต้องยอมปิดปาก ไม่งั้นเดี๋ยวได้โดนร่างสูงดุในหัวข้อ...บุพการีผู้แสนประเสริฐกับลูกทรพี...เป็นของหวานตบท้ายแน่ๆ


“ห้ามไปคนเดียวนะ!!! ฉันจะไปด้วย!!!...” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินตึงตังไปดูโทรทัศน์ที่โซฟาตัวใหญ่ ปล่อยข้าวแกงกะหรี่ที่เหลือแต่ข้าวไว้นั่งเป็นเพื่อนจิน ร่างสูงมองท่าทางกระฟัดกระเฟียดที่คนรักมีต่อมารดาแล้วต้องถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

คาเมนาชิ ฮิโรมิ ผู้เป็นมารดา และคาเมนาชิ คาซึยะ ผู้เป็นบุตรชาย นั่งหยั่งเชิงกันอยู่บนโซฟาคนละตัวในห้องนั่งเล่นภายในคอนโดสุดหรูกลางเมืองหลวงโตเกียว


ดวงตาที่ถอดแบบกันมาจ้องสบกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร แต่อารมณ์ร้ายคุกรุ่นพอที่จะระเบิดออกมาใส่ฝ่ายตรงข้ามได้ทุกที่ทุกเวลา


ร่างสูงมองบรรยากาศตึงเครียดระหว่างสองแม่ลูกอย่างอึดอัด เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ไปรับที่สนามบิน พอขับรถกลับบ้าน ทั้งแม่ทั้งลูกก็แย่งกันนั่งหน้า สุดท้าย ชัยชนะตกเป็นของผู้หญิงสูงวัยกว่า แน่นอนว่าคาเมะนั่งหน้าบูดมาจนกระทั่งถึงบ้าน รวมทั้งใช้วาจาจิกกัดมารดามาตลอดทาง แล้วคนเป็นแม่น่ะหรือจะยอม จากแค่กัดให้แสบๆคันๆ ก็กลายเป็นสงครามฝีปากของทั้งสองฝ่าย พาลให้จินปวดหัว แล้วต้องสถาปนาตัวเองเป็นคนไกล่เกลี่ยอย่างหนักอกหนักใจ


“น้ำครับ” จินที่เป็นคนกลางของสงครามประสาท อยู่ในภาวะค่อนข้างลำบากใจ เขาวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะกระจกเตี้ยๆหน้าหญิงวัยกลางคนผู้มีส่วนอย่างมากในการถ่ายทอดเครื่องหน้าสวยเฉี่ยวมาให้คาเมะ


“ขอบคุณ” หล่อนหันมายิ้มบางๆให้


“มานั่งนี่!!!” คาเมะร้องอย่างหงุดหงิด ดึงร่างหนาให้นั่งลงข้างๆ ตวัดขาเกยตักกว้าง สองแขนกอดรอบเอวหนา ซบศีรษะลงกับแผ่นอกหนาล่ำ แต่สายตายังจับจ้องคนเป็นแม่อย่างท้าทาย แสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่


ฮิโรมิหัวเราะน้อยๆ หลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ปรายตามองชายหนุ่มคนกลางของการต่อกรระหว่างแม่ลูก


“จินคุง ทนเด็กขี้หวงอย่างนี้ได้ยังไงกันจ๊ะ แม่ว่าน่าเบื่อออกนะ จะทำอะไรแต่ล่ะอย่างก็เหมือนมีปลิงมาเกาะให้รำคาญใจ รีบๆทิ้งเจ้าเด็กคนนี้แล้วไปหาพวกว่านอนสอนง่ายจะไม่ดีกว่าเหรอ”


“อย่ามาชี้นำเรื่องบ้าๆพวกนั้นได้มั้ย!!! จินไม่ได้ทนที่จะต้องอยู่กับฉัน!! แต่จินอยู่เพราะรักฉัน!!”
คนตอบคือ ‘เด็กขี้หวง’ ในคำพูดของคุณฮิโรมิ คาเมะยังกอดจินแน่น ราวกับกลัวว่าจะมีใครสักคนลุกขึ้นมาแย่งไป


“ต๊าย....เด็กอย่างแกเนี่ยนะ จินคุงจะรัก เขาอยู่ด้วยเพราะแกไม่ยอมปล่อยเขามากกว่า”


“ก็ดีกว่าบางคน ถึงไม่ปล่อย พ่อก็ไปอยู่ดี” ร่างบางย้อนด้วยใบหน้าเชิดหยิ่ง ขุดคุ้ยเรื่องราวเก่าๆระหว่างบิดาและมารดา ที่เคยทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ


ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องราวครั้งนั้นจะจบลงไปแล้วด้วยว่า สองสามีภรรยาคาเมนาชิปรับความเข้าใจกันได้และให้อภัยกันและกันในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คนเป็นลูกก็ยังเอามันขึ้นมาสะกิดแผลในใจของมารดาอย่างสม่ำเสมอ


“เอ่อ...คุณแม่จองโรงแรมไว้รึเปล่าครับ” จินต้องขัดขึ้นเมื่อเห็นท่าไม่ดี คาเมะชักจะลามปามเพราะอารมณ์หงุดหงิด ขณะที่ใบหน้าสวยๆของคนเป็นแม่ก็เริ่มบิดเบี้ยวที่ถูกกวนโมโห


“เปล่าจ๊ะ...ฉันว่าจะมานอนที่นี่” หญิงสาวตอบ พร้อมกับละสายตาท้าทายมาให้ลูกชาย


“ที่นี่มีห้องนอนเดียว!!!” คาเมะรีบตอบด้วยใบหน้าบูดบึ้ง แต่มารดากลับไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ


“งั้นแกก็ออกมานอนที่โซฟาสิ ฉันจะนอนกับจินคุงเอง”


“ไม่!!!...จินเป็นของฉัน แม่นั่นแหล่ะ นอนบนโซฟา!!!”


“คาเมะ!!” จินดุเสียงสูง เขาจ้องตาคนรัก คาเมะถึงกับทำหน้าบูดสนิท ทั้งหงุดหงิด ทั้งโมโห ผลักร่างหนาออกห่าง แล้วหันหน้าหนีอีกทาง ร่างสูงถอนหายใจยาว สงสัยต้องดุกันเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นคงคุมคาเมะไม่อยู่แน่ๆ...


“เดี๋ยวผมนอนโซฟาเองครับ คุณแม่นอนบนเตียงเถอะ” เขาหันมายิ้มกับหญิงสูงวัยกว่า


“ไม่!!!” สองแม่ลูกคาเมนาชิร้องพร้อมกันอย่างดื้อดึง จนคนเสนอต้องถอนหายใจ


...ให้มันได้อย่างนี้สิ เห็นทะเลาะกันอย่างนี้ แต่เวลาดื้อแพ่งล่ะเหมือนกันเปี๊ยบเชียว...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“จินนอนนี่!!” และแล้วช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากก็เริ่มขึ้น หลังจากมันหายไปเพียงครู่เดียวตอนที่จินขอพักรบด้วยการแวบเข้าไปอาบน้ำเพียงลำพัง ปล่อยสองแม่ลูกคาเมนาชิไว้ด้วยกัน


ร่างสูงถูกคาเมะที่นอนอยู่บนเตียงกระชากแขนให้ล้มตัวลงนอนข้างๆ เหลือที่ว่างอีกข้างของคาเมะให้มารดานอน


ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้ทั้งวันเขาต้องเจอกับฤทธิ์ของสองแม่ลูกนี่ คนเป็นลูกก็เกาะติดเขาแจ ขณะที่คนเป็นแม่ก็คอยหาเรื่องพยายามแย่งเขาไปควง


หากว่าฉีกร่างตัวเองเป็นสองส่วนได้ตามใจนึก จินก็อยากทำเหมือนกัน แบ่งให้ลูกส่วน แม่ส่วน แล้วไม่ต้องมาวุ่นวายให้เขาปวดหัวอีก


‘จิน! อาบน้ำพร้อมกัน!!’ นั่นคือคำพูดของคาเมะ


‘อะไรกัน! โตจะตายอยู่แล้ว อาบน้ำเองไม่เป็นรึไง! จินคุงจ๊ะ ช่วยนวดแขนให้ฉันทีสิ นั่งเครื่องบินมาทั้งวัน เมื่อยไปหมด’ นี่คำพูดของคนเป็นแม่


‘แก่ปูนนี้แล้วก็แบบนี้แหล่ะ....’ คนเป็นลูกยังแดกดันต่อไปเรื่อย


‘ไม่รู้รึไง ว่าหนุ่มๆสมัยนี้เขานิยมผู้หญิงอายุมากกว่า...ไอ้ประเภทหน้าอ่อนทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ ใคร๊~...จะทนได้’ ใครบอกว่าสองคนนี้ไม่ใช่แม่ลูกกัน จินขอเถียงขาดใจ เล่นเหมือนกระทั่งฝีปาก สงสัยจะถ่ายทอดได้ทาง DNA


ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่หนึ่งคุณแม่หนึ่งคุณลูกเถียงกันหน้าดำหน้าแดง แวบเข้าไปอาบน้ำ เพราะไม่อยากมีปัญหามากไปกว่านี้


ร่างบางก่ายขาก่ายแขนกอดจินแน่น เรียกสติให้คนที่จมกับความคิดกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบัน ที่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกยังง่อนแง่น


ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นควานหาผ้าห่มเพื่อคลุมร่างเขาและคนรักที่นอนกอดกันแบบไม่อายสายตาของหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง แต่แล้วจินก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาเขาดันเหลือบไปสบกับดวงตาของคุณฮิโรมิพอดี


สายตาที่หล่อนใช้มองบุตรชายนั้น ไม่ใช่สายตาแข็งกร้าว ท้าทาย เย่อหยิ่งเหมือนที่แสดงออกมาทั้งวัน แต่เป็นสายตาของคนเป็นแม่...แม่ที่มองลูกสุดที่รัก มองด้วยความเอ็นดูและอบอุ่น...


ฮิโรมิทรุดตัวลงนอนบนที่ว่างข้างบุตรชาย ทิ้งให้จินได้แต่ยิ้มบางๆกับตัวเองในความมืด


...ก็ไม่เลวร้ายนักนี่นะ สำหรับสองคนแม่ลูกคู่นี้...


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

เสียงกุกกักดังเข้ามาในโสตประสาทของคนกำลังหลับให้ต้องรู้สึกตัว จินปรือตามองอย่างยากลำบากในความมืด ครู่ใหญ่เขาจึงพอเห็นร่างเลือนรางของคุณฮิโรมิกำลังถือกระเป๋าเดินออกจากห้อง ชายหนุ่มหันมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียง


...ตีสี่ครึ่ง...


ประตูห้องนอนถูกปิดลงเบาๆ ร่างสูงยกแขนคาเมะที่เกยร่างของเขาออก ก่อนจะลุกจากเตียงเดินตามอีกฝ่ายออกไป ทันทีที่ก้าวขาพ้นประตู กลิ่นหอมของอาหารบางอย่างที่เขาพอจะจำได้ว่าติดอันดับหนึ่งในห้าอาหารโปรดของคาเมะก็ลอยเข้ามาในจมูก


“ฉันทำให้ตื่นรึเปล่าจ๊ะ...” หญิงสาวหันมาถาม หล่อนกำลังตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ว่าปิดแน่นดีแล้วเรียบร้อยหรือไม่


“คุณแม่จะกลับแล้วหรือครับ”


“จ๊ะ...ความจริงจะไปเที่ยวกับพ่อต่อน่ะ แต่เครื่องผ่านญี่ปุ่น เลยแวะมาเยี่ยม พอดีพ่อเค้ามีงานต้องเคลียร์ที่นี่ด้วย” หล่อนพูดพลางยิ้ม แล้วเดินเข้ามาหาคนรักของลูกชาย


“ขอบใจมากนะจ๊ะ จินคุง...ที่ช่วยดูแลคาซึยะมาตลอด เจ้าเด็กนั่นน่ะ ถึงจะเอาแต่ใจ ปากร้าย หรือว่าไม่รู้กาลเทศะยังไง แต่เค้าก็เป็นเด็กน่ารักมากนะ ฉันฝากจินคุงช่วยดูแลเขาต่อไปด้วยนะ...” รอยยิ้มจริงใจที่ผุดพรายบนใบหน้ารูปไข่ ทำให้จินนึกถึงใครอีกคนที่มีรอยยิ้มเช่นนี้ยามที่เขาทำอะไรถูกใจเจ้าตัวดี คาเมะก็มักจะยิ้มแบบนี้เสมอ


“ฉันต้องไปแล้วล่ะ ถ้าคาซึยะตื่นก็บอกให้เขากินซุปมิโสะด้วยนะจ๊ะ” หล่อนพูดต่อ พลางโบ้ยไปที่หม้อบนเตาในห้องครัวใกล้ๆ


“เดี๋ยวผมขับรถไปส่งครับ”


“ไม่ต้องหรอก จินคุงกลับไปนอนต่อเถอะ รู้ไม่ใช่เหรอ เจ้าเด็กนั่นไม่ชอบให้คนที่นอนด้วยกันลุกจากเตียงก่อนตัวเองจะตื่น...” สุดท้ายแล้ว คนที่เข้าใจลูกอย่างคาเมะที่สุด ก็ไม่พ้นคุณฮิโรมิผู้เป็นแม่ จินยิ้มบางๆรับคำ ก่อนจะบอกลาหญิงวัยกลางคนอย่างนอบน้อม เดินลากกระเป๋าไปส่งที่ประตูห้อง แล้วกลับเข้าห้องไปล้มตัวลงนอนที่เดิม


...คนเป็นแม่น่ะเขารู้แล้ว ว่าแท้จริงรักลูกมากแค่ไหน ...แล้วคนเป็นลูกล่ะ ใจจริงของคาเมะน่ะ รักแม่มั้ยนะ...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“คาเมะ...” เช้าที่แสนสดใส จินและคาเมะกำลังนั่งกินอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นที่ประกอบด้วย ข้าว ปลาย่างซีอิ๊ว และซุปมิโสะ ร่างสูงเห็นคนรักนั่งกินไม่พูดไม่จา ไม่ถามถึงแขกคนสำคัญเมื่อวานสักคำ เลยต้องเป็นคนเกริ่น


“คุณแม่กลับไปแล้วนะ” คนฟังชะงักไปนิด ก่อนจะคีบข้าวเข้าปากแล้วพึมพำด้วยใบหน้าเรียบๆ


“ยัยป้านั่นก็อย่างนี้ทุกที จะไปจะมาไม่เคยบอกล่วงหน้า”


“คาเมะรู้มั้ย ว่าคุณแม่น่ะรักคาเมะมาก” เจอคำถามที่ไม่คิดว่าจะถูกถาม ร่างบางก็ชักหงุดหงิด เหลือบตาขึ้นสบตาคนพูด ก่อนจะหลุบตาลงมองกับข้าวข้างหน้า


“รู้สิ ฉันไม่ได้โง่หรอกนี่”


“แต่ตอนนี้ ฉันไม่ต้องการความรักของเขาแล้ว” ร่างบางพูดต่อ ทำเอาจินถึงกับอึ้ง คาเมะเงยหน้าสบตาคนรัก


“ฉันมีนายที่รักฉัน ดูแลฉัน ความรักของเขาควรจะเลิกให้ฉันแล้วแบ่งให้ตัวเองกับพ่อบ้าง เขาน่าจะรักตัวเองได้แล้ว มัวแต่รักฉันอยู่นั่น อ้อ...ต้องรักพ่อด้วย ขืนยังเมินเฉยกับพ่ออีก มีหวังได้กลายเป็นยัยแก่โดดเดี่ยว ร้องไห้ฟูมฟายแน่...แต่เรื่องแค่นี้ ผู้หญิงแบบนั้นคงคิดไม่ออกหรอกมั้ง”


คาเมะบ่นหันไปยกซุปมิโสะขึ้นซด รสชาติที่ผ่านลิ้นสำหรับลูกที่ถูกเลี้ยงจากผู้หญิงคนเดิมมาตลอดเกือบยี่สิบปี ต้องรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของมารดา


...ยัยผู้หญิงนั่น...ยังทำมิโสะอร่อยเหมือนเดิม...


“คาเมะรักคุณแม่มากสินะ” จินถามยิ้มๆ คำพูดของคาเมะ ถ้าฟังผ่านๆก็เหมือนลูกทรพีที่ไม่คิดจะทดแทนบุญคุณบุพการี แต่ถ้าคิดดีๆแล้ว ประโยคของคาเมะน่ะ มันก็ทั้งห่วงทั้งรักแม่อยู่กลายๆนั่นล่ะ


“บ้าสิ!! คนที่ดีแต่ยั่วแฟนลูกมีดีตรงไหนให้รัก” ร่างบางถลึงตาใส่ ก่อนจะวางตะเกียบโครม ลุกจากโต๊ะ หมุนตัวเดินออกไปนั่งดูโทรทัศน์ ชายหนุ่มเหลือบมองซุปมิโสะที่หมดเกลี้ยง แล้วต้องหันมาถามไล่หลัง


“คาเมะ...มิโสะอร่อยมั้ย” คาเมะหันมามองแล้วเชิ่ดหน้า


“ก็ดี...ถ้านายอยากทำให้ถูกใจฉันต้องทำรสแบบนี้ อ้อ...แต่คราวหน้าฝากบอกแม่ด้วย ว่าไม่ต้องใส่เต้าหู้...ฉันไม่ชอบ”


“แต่เดี๋ยวก็บ่นอีกว่า เต้าหู้มีประโยชน์ต้องกินเยอะๆ ชิ! ห่วงฉันกันซะจริงๆ” ว่าแล้วก็ต่อด้วยบทประชดประชัน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปนั่งดูโทรทัศน์ ปล่อยให้จินมองตามแล้วได้แต่ยิ้ม มองถ้วยซุปของคาเมะอีกครั้งที่ไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุปหรือเศษเต้าหู้ที่เจ้าตัวไม่ชอบ


...ถึงว่าล่ะ จินถึงทำมิโสะไม่เคยถูกใจคาเมะสักที ก็เพราะมิโสะที่คาเมะชอบน่ะ มันต้องมาจากฝีมือของ ‘แม่’...

...แม่...ที่ถึงจะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ก็เป็นแม่ที่คาเมะรักนักหนา...


แต่เรื่องอย่างนี้...เจ้าตัวดีคงไม่รู้หรอกมั้ง ว่าตัวเองนั่นล่ะ


....รักผู้หญิงที่เรียกว่าแม่ยิ่งกว่าใคร....

FIN

..................

สอบเสร็จแล้ววววว แต่ภาษาเกาหลียากมากกกก ไม่ไหวจะเคลียร์!

ตายสนิท ดับอนาถคาห้องสอบ เดี๋ยวไปปั่นรายงานต่อ แถมมีพรีเซนเตชั่นอีกประมาณแปดล้านอัน คงได้เป็นญาติกับเพาเวอร์พอยท์ก็คราวนี้

พาร์ทนี้ ตอนลงครั้งแรกเนี่ย มีคนแซวว่าควรลงวันแม่ ฮ่าฮ่า

เหลืออีกพาร์ทนึงมั้ง ลงเซ็กซี่ ดาร์ลิงจบแล้ว ถ้าลงฟิคใหม่ได้ อาจจะเปิดบล็อคเร็วกว่ากำหนดค่ะ คือเอาแค่ไม่ให้เรื่องนี้มันอยู่หน้าแรกก็พออ่ะ เพราะว่ามัน...เรทเกินไป
FIC SEXY DARLING ver.3
JIN X KAME
By : Dezair
NC-17
……………………………


“นี่ จิน....จำได้รึเปล่าวันนี้วันอะไร” ร่างบอบบางในชุดอยู่บ้านค่อนไปทางโชว์เนื้อหนัง ทรุดตัวลงนั่งกระแซะคนรักที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ภาคเช้าอยู่บนโซฟา


“วันเสาร์” คนถูกถามตอบแบบไม่ค่อยจะใส่ใจนัก สายตาไม่มองคนข้างกายเลยสักนิด จดๆจ้องๆอยู่แต่กับเนื้อข่าวบนหนังสือพิมพ์อยู่นั่น จนทำเอาคุณหนูเลือดร้อนชักหงุดหงิด


“จิน!!!!! นายอย่ามาทำเป็นไม่สนใจนะ!!! นี่ครบกำหนดแล้ว!!! ถึงเวลาที่ฉันต้องได้เสื้อผ้าใหม่!!!!” ร่างบางตวาดลั่นอย่างไม่สบอารมณ์ อุตส่าห์ทำเสียงอ่อนเสียงหวานดึงดูดความสนใจก็แล้ว แต่คนเคยชินกลับนั่งเงียบแล้วเอ่ยปากถามเรียบๆ


“เพิ่งซื้อไปไม่ใช่รึไง”


“นั่นมันคอลเลคชั่นฤดูร้อน ตอนนี้มันใบไม้ร่วง!!! ฉันต้องได้ชุดใหม่!!!” คาเมะจะไม่มาเรียกร้องวุ่นวายใดๆกับจินเลย ถ้าหากไม่ใช่เพราะ ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ทางบ้านส่งมาให้จากต่างประเทศนั้น ดันให้ อาคานิชิ จิน เป็นผู้ถือครองและดูแล


จากเสื้อผ้าที่เคยซื้ออาทิตย์ล่ะหลายครั้ง ก็ต้องกลายเป็นฤดูกาลละครั้ง เครื่องสำอางเคยซื้อเดือนละครั้ง ก็กลายเป็นต้องรอจนกว่าของเก่าจะหมด ส่วนเครื่องประดับที่ซื้อทุกคอลเลคชั่น ถูกจินบังคับให้ซื้อแค่ครึ่งปีต่อหนึ่งครั้ง


ดังนั้นรายจ่ายต่อเดือนของคุณหนู คาเมนาชิ คาซึยะ เลยลดฮวบฮาบชนิดที่บุพการีพากันชื่นชมในความสามารถของว่าที่ลูกเขย ซึ่งจัดการนิสัยเอาแต่ใจของคาเมะได้อยู่หมัดยิ่งกว่าเอาโซ่ล่าม


“เร็วสิจิน!!! ฉันอยากได้ชุดใหม่!!!” แต่คุณและคุณนายคาเมนาชิจะรู้อะไรมั้ยหนอ ว่ากว่าจินจะทำให้คาเมะยอมซื้อของนานๆครั้งแบบนี้ เขาต้องทนคนตัวเล็กแรงเยอะอาละวาดไปวันละกี่ครั้งกัน


-*-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-**



ร้านเสื้อผ้ายี่ห้อดังที่ตั้งอยู่ริมถนนสายช้อปปิ้งของเหล่าเศรษฐี คือจุดหมายแรกในการตะลุยกวาดเสื้อผ้าที่ต้องตาถูกใจมาเก็บในตู้เสื้อผ้าของคุณหนูคาเมะ


“สวัสดีค่ะ คาเมนาชิซัง อาคานิชิซัง” พนักงานสาวประจำร้านเสื้อผ้าสุดหรูแห่งนี้เดินเข้ามาต้อนรับอย่างสนิทสนม เพราะคุ้นเคยกันดี


“ทางนี้เลยค่ะ ดิฉันให้คนเตรียมแคทตาล็อคไว้ให้แล้ว มีชุดสวยๆมาเยอะเชียวค่ะ” หล่อนพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำสองลูกค้าไปยังโต๊ะกระจกมุมในสุดของร้าน


“สวัสดีครับ คาเมะจัง” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างๆ ทันทีที่คาเมะและจินทรุดตัวลงนั่ง และเสียงนั้น ทำเอาทั้งเจ้าของชื่อ และคนรักของเจ้าของชื่อ พากันเงยหน้ามอง


“ผม....มิยาโมโตะ ชินจิ ไงครับ เราเรียนมหา’ลัยเดียวกัน แต่ผมเรียนบริหาร เป็นรุ่นพี่คาเมะจังสองปี” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำ หน้าตาคมคาย เอ่ยปากแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มพราวโชว์ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ


“คาเมะจังชอบเสื้อผ้าแบรนด์นี้เหรอครับ ผมเห็นคาเมะจังชอบใส่บ่อยๆ โชคดีจริงๆ ผมเป็นลูกชายคนโตของประธานบริษัทนำเข้าพอดี” เขากล่าวต่อด้วยใบหน้าอวดๆ


“ใครให้นายเรียกฉันว่าคาเมะจัง...” น้ำเสียงราบเรียบของคาเมะบอกจินได้อย่างดี ว่าร่างบางไม่คิดจะตอแยกับผู้ชายพรรค์นี้ และนั่นทำให้ชายหนุ่มสบายใจมากพอ จะก้มลงหยิบนิตยสารบนโต๊ะมาอ่านแก้เบื่อ แล้วไม่สนใจท่าทางกรุ้มกริ่มของมิยาโมโตะ ชินจิ ที่มีต่อคาเมะอีก


“อะ....เอ่อ...แล้ว....แล้วถ้างั้นจะให้ผมเรียกว่าอะไรดีล่ะครับ” ชายหนุ่มหน้าซีดไปครู่เพราะถูกคาเมะตอกแบบไม่ไว้หน้า ก่อนจะยิ้มบางๆขึ้นมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้


“ถ้าผมเรียกว่าองค์หญิงจะว่าอะไรมั้ยครับ?” ชินจิเสนออย่างหน้าชื่นตาบาน คาเมะมองท่าทางแบบนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะยกยิ้มเยาะเย้ยส่งไปให้


“ได้สิ เจ้าขี้ข้า” คุณชายทายาทนักธุรกิจระดับประเทศ ถึงกับชะงักกึกเมื่อถูกเปรียบเป็นคนรับใช้ด้วยศัพท์ระดับล่างสุดกู่ ขณะที่จินนั้นถึงกับส่ายหน้าเบาๆ และคาดในใจว่าถ้ากลับถึงบ้าน เขาคงต้องดุเรื่องคำพูดคำจาของคาเมะเสียบ้าง


“ถ้ายังไง เรียกฉันว่าองค์หญิงแล้ว ก็เรียกจินว่าองค์ชายด้วยเลยแล้วกัน อ่ะ...เจ้าขี้ข้า ไปเอาชุดนี้มา...” นิ้วเรียวจิ้มลงบนโค้ทหนังตัวยาวในแคทตาล็อคเป็นการสั่ง ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากคนรักที่นั่งข้างๆ เกี่ยวกับผ้าพันคอ


“สีไหนสวย....ขาว หรือว่าดำ” ร่างบางถาม จินทำแค่เหลือบมอง แล้วตอบสั้นๆว่า


“ขาว”


“เอาผ้าพันคอลายนี้สีขาวมาด้วย กับเสื้อตัวนี้” คาเมะสั่งอย่างวางอำนาจ


“ผมว่าเสื้อตัวนี้ก็สวยนะครับ องค์หญิงผิวขาวใส่เสื้ออย่างนี้ก็ยิ่งขับผิว” ชินจิแนะ พลางแตะนิ้วลงบนเสื้อไหมพรมปาดไหลสีชมพูอ่อน คาเมะปรายตามองคนพูดด้วยสายตาเฉยเมย


“ขี้ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเจ้านาย ฉันสั่งอะไรก็เอาตามนั้น” คนฟังถึงกับหน้าชา ได้แต่รับคำ แล้วหันไปสั่งพนักงานให้จัดการเตรียมเสื้อผ้าที่คาเมะต้องการมาให้ดู



ร่างบางชี้นิ้วสั่งนั่นสั่งนี้ เอาเสื้อตัวนั้น โค้ทตัวนี้ มาลอง และลองจนพอใจ ตลอดเวลานั้น จินทำแค่เพียงอ่านนิตยสารเงียบๆบนเก้าอี้ และเงยหน้าขึ้นมองทุกครั้งที่คาเมะเดินออกมาจากห้องลองพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่


เมื่อได้เสื้อผ้าที่ต้องการแล้ว เด็กหนุ่มจึงสั่งให้ ‘ขี้ข้า’ ประจำตัว หอบมากองบนโต๊ะตรงหน้าคนรัก จินเงยหน้ามอง


“หมดนี่ใช่มั้ย” ร่างบางพยักหน้ารับ อย่างว่าง่าย หมดนี่ก็แค่เฉพาะร้านนี้เท่านั้นล่ะ เหลืออีกหลายร้านที่ยังไม่ได้เลือก...


ชายหนุ่มขยับเข้ามาหยิบเสื้อยืดแขนยาวสีขาวคอลึกออกหนึ่งตัวแล้วเอ่ยปาก



“ตัวนี้ไม่เอา”


“ฉันชอบตัวนั้น!!” ร่างบางรีบร้องบอก อย่างขัดใจ....เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ที่ทุกครั้งในการซื้อเสื้อผ้า จินต้องทำตัวเป็น กองเซ็นเซอร์ คัดชุดที่คิดว่า โป๊เกินไป ออกจากบรรดาเสื้อผ้าหลายสิบชิ้น


“ถ้าอยากได้ ต้องเอาไว้ใส่ในบ้านเท่านั้น” จินบอกเสียงเรียบ คาเมะก็ได้แต่จิ๊ปาก แต่ก็ยอมพยักหน้ารับแกนๆ มือหนา จึงวางเสื้อตัวบางนั้นลงเช่นเดิม


“เดี๋ยวผมลดราคาให้เป็นพิเศษ เพื่อองค์หญิงเลยดีมั้ยครับ” ชินจิเสนอหน้าเข้ามาโปรโมท


“ถ้าจะลดราคา...แจกฟรีเลยไม่ดีกว่าเหรอ” ร่างบางถามทีเล่นทีจริง พร้อมสายตาท้าทาย แล้วมีหรือที่ชินจิจะปฏิเสธให้เสียเครดิตลูกชายท่านประธาน


“ได้สิครับ!!! เพื่อองค์หญิงของผมแล้ว”


“ให้ฟรีกี่ตัวล่ะ”


“หมดนั่นเลยครับ!!!” มิยาโมโตะ ชินจิ เสียอย่าง ใจป้ำไม่เป็นสองรองใคร กำลังจะสั่งให้พนักงานในร้านจัดเสื้อผ้าที่คาเมะต้องการกองใหญ่เบื้องหน้าไปใส่ถุงแบบไม่ต้องผ่านแคชเชียร์แต่อย่างใด ทว่าร่างบางกลับขัดขึ้นมาเสียก่อน....


“ไม่ได้ พวกนี้เป็นหน้าที่ของจินที่ต้องจ่าย ส่วนที่นายจะให้ฟรี ฉันจะหยิบตัวอื่น”


“อ้อ ถ้างั้น องค์หญิงอยากได้ตัวไหน อยากได้อีกกี่ตัว หยิบได้เลยครับ ผมให้ฟรีได้อยู่แล้ว” คาเมะพยักหน้าหงึกหงัก แล้วยิ้มที่มุมปากอย่างเหนือกว่า ก่อนจะยกมือขึ้นชี้ไปที่ราวเสื้อผ้าที่ตั้งโชว์อยู่ไม่ไกล


“งั้นเอาหมดนั่น”


“ห๊ะ!!!!” ชินจิถึงกับอึ้ง ก็ ราวที่คาเมะชี้น่ะ คือเสื้อผ้าที่พึ่งออกใหม่รับฤดูใบไม้ร่วงน่ะสิ แค่ตัวเดียวก็หมื่นกว่าแล้ว แล้วทั้งราวน่ะ มีเป็นสามสิบตัว


“จิน...โทร.บอกสถานเด็กกำพร้าว่าฉันจะเอาเสื้อผ้า ‘ฟรีๆ’ ไปแจก” ร่างบางหันมาบอกคนรัก ก่อนจะเหลือบมองคนใจป้ำ ที่บัดนี้ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปแล้วเรียบร้อย


“ฉันไม่ชอบใช้ของลดราคา ยิ่งของฟรีด้วยแล้ว ยิ่งไม่ใช้ใหญ่ แต่ในเมื่อนายเสนอ ฉันก็ไม่อยากจะปฏิเสธให้นายเสียหน้า แถมได้ทำบุญด้วย ดีใช่มั้ยล่ะ” เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงใสๆ พร้อมรอยยิ้มปีศาจอย่างมีความสุข ปนสมเพชอีกฝ่าย



....คิดจะมาทำยุ่มย่ามกับคนอย่าง คาเมนาชิ คาซึยะ น่ะ เกิดใหม่ให้ได้เป็น อาคานิชิ จิน ก่อนสิ แล้วจะยอม!!!!....


-*-*-*-**-*-*-***-*-*-*-*-*-*



แต่พอเอาเข้าจริงๆ เสื้อผ้าราวนั้นก็ไม่ได้ถูกส่งไปยังสถานสงเคราะห์ที่ไหน เพราะจินปฏิเสธ ทั้งยังจ่ายเงินเต็มราคา กับเสื้อผ้าจำนวนมากที่คนรักต้องการ ก่อนจะพาร่างบางออกจากร้าน แล้วจึงเอ่ยน้ำเสียงดุเรียบๆ


“คาเมะ” ร่างบางพ่นลมหายใจแรงอย่างหงุดหงิด


“ฉันทำผิดตรงไหน!!! แค่สั่งสอนไอ้พวกทำตัวอวดรวย เหอะ!! ทำมาเป็นวางมาด พอให้จ่ายเข้าจริงๆล่ะปอดแหก” คาเมะว่า แล้วเบ้ปากไม่สบอารมณ์


“คาเมะ มิยาโมโตะเขาอายุมากกว่า ไปพูดแบบนั้นได้ยังไง” เด็กหนุ่มจอมดื้อแพ่งเงยหน้ามองคนพูดทันที


“แล้วไง!!! แก่กว่า! แล้วฉันต้องยอมสยบแทบเท้ามันงั้นสิ!!! ไม่บอกให้ฉันกระโดดขึ้นเตียงกับมันเลยล่ะ!!!” คำเถียงติดเรทดังกลางทางเท้า ให้คนที่ผ่านไปผ่านมาพากันหันมอง จินถอนหายใจยาว แล้วหมุนตัวเดินหนีไปอีกทาง รู้ดีว่าพูดไป คาเมะก็ไม่ฟัง


“นี่!!! กลับมานะ!!! ฉันยังซื้อไม่เสร็จ!!!” ร่างบางเรียกเสียงดัง แต่ชายหนุ่มไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย คาเมะได้แต่หงุดหงิดเพียงลำพังกับนิสัยของคนรักจอมทึ่ม


....ไม่รู้รึไง ที่คาเมะทำแบบนั้นกับเจ้ามิยาโมโตะ ก็เพราะไม่อยากให้มันมากอร้อกอติก!!! ไอ้บ้าจินไม่เคยเข้าใจอะไรเลย!!! คาเมะทำเพื่อมันแท้ๆ!!!!



“ก็ได้!!! อยากให้ฉันทำดีกับหมอนั่นก็ได้!!!!” เอ่ยปากประชดไล่หลังคนรัก จนจินชะงัก เขาหันกลับมามอง สบตากับดวงตาเรียวเล็ก แล้วก็ต้องนึกโทษตัวเอง


....ทำคาเมะดื้อขึ้นมาอีกแล้ว ไอ้จินเอ้ย......
.
-*-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-*


“จิน วันนี้คาเมนาชิไม่มารอแกเหรอวะ” นากามารุ ยูอิจิ โพล่งขึ้นทันที ที่ก้าวขาออกจากอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานอเนกประสงค์ที่วันนี้เงียบเหงาเกินเหตุ ก็รับรู้ถึงต้นตอ ที่ทำให้หนุ่มๆกลับบ้านกลับช่องชนิดคอตกกันเป็นแถบๆ


....ก็วันนี้....ราชินีไม่มานั่งอวดโฉมน่ะสิ...


จินถอนหายใจเบาๆ ไม่อยากคิดไปถึงเรื่องเมื่อเช้า ที่นอกจาก คาเมะจะไม่รอไปมหาวิทยาลัยพร้อมกันแล้ว ยังเอากุญแจรถเขาโยนทิ้งบ่อปลาหน้าตึกเสียอีก



ส่วนตัวเองโทร.สั่งรถยนต์คันใหม่เอี่ยมจากศูนย์ใกล้ๆออกมาขับไปคนเดียวหน้าตาเฉย ทิ้งให้เขาแก้ปัญหาเป็นชั่วโมง กว่าจะได้มาเรียน ก็เข้าเลทไปทั้งคาบ


“เฮ้ยๆ นั่นแฟนแกนี่หว่า~!!!” คนหูไวตาไวอย่างยูอิจิกระทุ้งสีข้างเพื่อน เมื่อมองเห็นร่างโปร่งบางคุ้นตา กำลังเดินควงคู่อยู่กับชายอื่นไกลลิบๆ จินหันมองตาม ก่อนจะครางชื่อผู้ชายผิวคล้ำออกมาอย่างแม่นยำ



“มิยาโมโตะ ชินจิ” คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์อย่างฉับพลัน



“นี่แกรู้จักด้วยเรอะ!!? เจ้ามิยาโมโตะน่ะ...” ยูอิจิหันมาถามเพื่อนรัก ที่มนุษยสัมพันธ์ต่ำชนิดติดลบแล้วยกกำลังด้วยแสควร์รูทอย่างไม่เชื่อหู



“อือ”


“ถ้างั้นแกก็ไม่ควรให้คาเมนาชิเข้าใกล้เจ้านั่น” ตามประสาคนคุ้นเคย ยูอิจิเชี่ยวชาญเส้นทางโลกีย์มากพอ จนรู้จักเพื่อนร่วมทางสายนี้แทบทุกคน และหนึ่งในนั้นคือหมอนี่ ....มิยาโมโตะ ชินจิ...


“มิยาโมโตะน่ะ มีเส้นสายอยู่ทุกโรงแรมทั่วเขตคันโต เปิดห้องเมื่อไหร่ก็ได้ ใช้ชื่อปลอมกี่ชื่อก็ได้ จะพาใครเข้าพักด้วยก็ได้ และจะพาเข้ากี่คนก็ได้...” คาสโนว่าหนุ่มเล่าต่อ พลางหันมาสบตาเพื่อนรักด้วยความหวังดี


“ก็ให้มันรู้ไป ว่าฉันจะทำอะไรมันไม่ได้...” คนฟังถึงกับเลิกคิ้ว มองกลับไปยัง ชายผิวคล้ำที่ยังคงไม่รู้ชะตาตัวเอง แล้วต้องถอนหายใจออกมา


....มิยาโมโตะ แกมันเกิดมาซวยจริงๆ อยู่ดีไม่ว่าดี จะทำเจ้าชายน้ำแข็งคณะวิศวะ กลายเป็นเจ้าชายภูเขาไฟ....


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


‘...คุณหนูคาเมนาชิ กลับมาถึงตึกแล้วครับ....’


“อือ ขอบใจมาก” ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว ริมหน้าต่างกรอกเสียงลงในโทรศัพท์มือถืออย่างใจเย็น ก่อนจะกดตัดสาย และหลังจากนั้นไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยคนที่เลิกเรียนตั้งแต่บ่าย แต่เพิ่งกลับถึงคอนโดเอาตอนเกือบเที่ยงคืน



“ทำไมเพิ่งกลับ” จินลุกขึ้นเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาคมดุเต็มไปด้วยความไม่พอใจ



“ไม่รู้หรอกเหรอ? ฉันนึกว่าไอ้พวกที่นายส่งไปตามก้นฉันต้อยๆ จะรายงานหมดแล้วซะอีก!!!” คาเมะเชิดหน้าพูดอย่างเหนือกว่า



....ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ว่ามีคนคอยตามดูแลห่างๆเป็นสองสามคันรถ แล้วจะใครกันที่จะมีอำนาจมากถึงขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่หมอนี่...


เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางถอนฉุนอย่างหงุดหงิดไปที เมื่อคิดไปถึงความมีอำนาจบาตรใหญ่ของหมอนี่ ที่ทำได้แม้กระทั่งเปลี่ยนโต๊ะมุมในสุดของร้านซึ่งมิยาโมโตะจองไว้ ให้กลายเป็นโต๊ะกลางร้านซึ่งสุดแสนจะครึกครื้น


คาเมะหมุนตัวจะเดินหนีกลับเข้าห้องนอน ทว่าถูกแขนแกร่งกวาดรวบเอวคอดเล็กให้เข้ามาเบียดชิดกับร่างหนา


“คาเมะ!!! มิยาโมโตะไม่ใช่คนที่เธอคิดจะทำอะไรกับมันก็ทำ!!!” จินล๊อคร่างบางไม่ให้เดินหนีด้วยอ้อมแขนแข็งแรงและอ้อมกอดร้อนผ่าว เพื่อจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง


“แล้วไง ถ้าฉันจะทำ!!! ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาห้าม!!!”


“คาเมะ!!”


“สบายใจได้เลย ถ้าฉันจะทำอะไรกับมิยาโมโตะล่ะก็ ฉันจะเรียกนายมาดูคนแรก!!” ประชดประชันด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มเหยียดๆ ก่อนจะสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของคนรัก แล้วเดินฉับๆเข้าห้องนอนทันที


-*-**-*-*-*-**-*-*-**-*-*-*


วันที่สี่ สำหรับการมึนตึงกันและกัน ของคนทั้งคู่ คาเมะยังคงเดินหน้าควงคู่กับพ่อหนุ่มทายาทประธานบริษัทนำเข้าเสื้อผ้าแบรนด์ดัง จนเป็นข่าวลือกันให้แซดทั่วมหาวิทยาลัย ในขณะที่จินยังเงียบ และไม่มีใครกล้าพอจะเปิดปากถามความเป็นไปของ คู่รักที่ดูท่าจะระหองระแหงกันเสียแล้ว


“วันนี้อยากไปไหนครับ องค์หญิง” มองจากภายนอก อาจเห็นเป็นคาเมะกำลังเปิดโอกาสให้ มิยาโมโตะ ชินจิ แต่ในใจร่างบางจริงๆแล้ว ชายหนุ่มผิวคล้ำเบื้องหน้า ก็ไม่ต่างจากคนรับใช้ดีๆนี่เอง


“อยากดื่ม...”



“เอ๋? แต่อายุยังไม่ถึง...” คาเมะทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ หันมาสบตาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ


“มีปัญญาคิดเองมั้ย!! ถ้าพาไปไม่ได้ ก็กลับบ้านไปกินนมนอนซะ!!!” คาเมะหงุดหงิด ร่างบางพูดจริงๆว่าไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย นับตั้งแต่ที่ทะเลาะกันวันนั้น



จินเงียบเป็นเสาบ้าน ไม่ยอมพูด ไม่ยอมดุ ไม่ยอมตำหนิ ทั้งๆที่เมื่อเช้า คาเมะออกมากับหมอนี่สองต่อสองด้วยซ้ำ แล้วเมื่อวานก็กลับบ้านในสภาพเมาแอ๋ ส่วนวันก่อนกลับตอนเกือบสว่าง ส่วนวันซืนนั้นแย่หนัก เพราะเมาฟุบคาร้าน ต้องให้ไอ้พวกที่จินส่งไปคุมเป็นคนพากลับมา


....มันคงไม่สน ไม่แคร์กันแล้ว!!! หึ!!! ....ถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเลิกกันล่ะก็....


....ไม่มีวันซะหรอก!!! ...ถ้าคาเมะไม่ใช่คนออกปากว่า เลิก!!! ... มันก็ไม่มีสิทธิ์เลิก!!!....


“ถ้างั้น....ผมขอพา องค์หญิงไปดื่มนะครับ” ชินจิรับคำ พาให้คาเมะได้สติ ก้าวขาขึ้นนั่งที่เบาะด้านหลัง แล้วปล่อยให้ชายหนุ่มทำหน้าที่เป็นสารถี


ชายหนุ่มมองร่างบางจากกระจกส่องหลัง อย่างมุ่งร้าย


...คืนนี้ล่ะ เขาจะได้ลิ้มลองรสชาติของราชินีผู้แสนเย่อหยิ่ง ที่ผู้ชายทั้งมหาวิทยาลัยได้แต่มอง ที่สำคัญ เขาจะได้หยามน้ำหน้าไอ้หมอนั่น


....ของของตัวเอง แต่ดูแลไม่ได้แบบนี้ มันก็สมควรถูกเขาแย่งมานั่นล่ะ อาคานิชิ จิน!!!!....

-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ไวน์ในแก้วทรงสูงที่มือเล็กถือประคองเอาไว้ ถูกรินผ่านลำคอระหงส์แก้วแล้วแก้วเล่า แต่คาเมะกลับไม่รับรู้รสชาติมันแต่อย่างใด ร่างบางกำลังเหม่อไปหาใครบางคน ผู้ชายบางคนที่ไม่พูดกันมาหลายวันแล้ว ผู้ชายที่ทำเมิน ผู้ชายที่ทำเป็นไม่สนใจ


....แต่ทุกวันต้องรอจนกว่าคาเมะจะกลับ ถึงจะยอมเข้านอน ทุกวันต้องส่งคนออกตามดูแลคาเมะห่างๆ ทำแบบนี้ทุกวัน ทุกวันตลอดสี่ห้าวันที่ผ่านมา....


....ถ้ารักกันจริง ทำไมไม่ง้อล่ะ ง้อเหมือนทุกที ง้อบนเตียงด้วยการสัมผัสกายกันและกันอย่างร้อนแรง แล้วจบด้วยการกกกอดกัน ตอบสนองไออุ่นกันและกัน ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน....


....เดี๋ยว!...


...ก็แล้วถ้าหมอนั่นไม่เริ่มเอง แล้วเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง มันจะเสียหายตรงไหน....


....ชีวิตรักเป็นของคนสองคนก็จริง แต่มันต้องมีทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ ในเมื่อจินไม่คิดจะรุกมา แล้วทำไมเขาไม่ลองรุกเข้าไปหาจินเอง....


...จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ประชดกันไปประชดกันมา รอวันแยกย้ายทางใครทางมันงั้นเหรอ....


....ไม่มีวัน!!! อาคานิชิ จิน เป็นของคาเมนาชิ คาซึยะ!!! ไม่ยกให้ใครทั้งนั้น!!!!!!!....


“มิยาโมโตะ....” ร่างบางวางแก้วไวน์ลงกับโต๊ะ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


“องค์หญิงต้องการอะไรเพิ่มเหรอครับ” คาเมะยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกจากเก้าอี้ตัวเองเดินอ้อมมาหาชินจิ แล้วก้มลงไปข้างใบหู


“ฉัน....อยากเปิดห้อง” น้ำเสียงชวนหวิวกับลมหายใจร้อนๆที่เป่ารด ทำเอาคนฟังถึงกับระริกไปทั้งร่าง ดวงตาคมเข้มของหนุ่มผิวคล้ำฉายประกายวูบด้วยความพอใจ ก่อนจะหันมาสบตากับเจ้าของใบหน้าหวานสวยเฉี่ยวที่ใกล้แค่คืบ


“ถ้าเป็นความต้องการขององค์หญิง ผมจะจัดการให้ครับ” คาเมะยิ้มหวานยั่วยุอารมณ์กำหนัดของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินนำออกจากห้องอาหาร


....ในเมื่อจินไม่เริ่ม คาเมะเนี่ยล่ะ จะเริ่มเอง ให้มันรู้กันไปสิ ว่าความรักของเขาจะจบลงง่ายๆน่ะ!!!....

-*-**-*-*-*-*-*-*-*-*-*

‘ฉัน....อยากเปิดห้อง’ เสียงหวานคุ้นหูที่ส่งผ่านจากเครื่องดักฟังมายังเครื่องกระจายเสียง ดังเข้าสู่โสตประสาทของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งสงบนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นของแมนชั่นหรู ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่เกิดเหตุเกือบห้ากิโลเมตร


จินถึงกับขบกรามแน่น ลุกจากโซฟา คว้ากุญแจรถยนต์ แล้วเดินออกจากบ้านทันที


....ทำกันถึงขนาดนี้เชียวเหรอ คาเมะ!!!....

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“ชอบมั้ยครับ” ร่างสูงหนาเดินเข้ามาโอบประคองเรือนร่างบอบบางจากทางด้านหลัง มือหนากำลังจะสอดเข้าเกี่ยวเอวเล็กบาง แต่คาเมะกลับพลิกตัวมาประจันหน้า แล้วถอยห่างออกไปได้อย่างยั่วยวน


“ชอบไม่ชอบ ก็ไม่สำคัญไม่ใช่เหรอ” ถามเสียงหวาน ขณะที่นิ้วเรียวไล้ไปตามสันกราม ก่อนจะไล่ลงมายังลำคอแกร่ง ไต่เรื่อยมาสู่แผ่นอกกว้าง คาเมะพาร่างตัวเองเข้าบดเบียดกับหน้าอกร้อนผ่าวนั่น ก้มลงจูบบางเบาที่ติ่งแข็งด้านซ้ายของอีกฝ่ายผ่านทางเนื้อเสื้อ


“อื้ออออ!...” ชินจิครางรับ เสียววาบแม้กระทั่งถูกสัมผัสอย่างแผ่วเบา


“ไวจัง แต่อะไรที่ได้มาง่ายๆมันก็ไม่สนุกหรอก....จริงมั้ย” คาเมะเงยหน้าพูด แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และนึกสนุก ร่างบางผละออกมา เดินไปเปิดตู้ไม้ใต้โทรทัศน์


....ว่าแล้วเชียว...โรงแรมแบบนี้ มันต้องมีอุปกรณ์เสริมสำหรับเริงรัก....


มือบางหยิบเชือกและของเล่นรูปคล้ายแก่นกายชายขนาดใหญ่ออกมา ก่อนจะหันมองชายหนุ่มอีกครั้ง


“นายว่าจะสนุกขึ้นมั้ย ถ้าเราจะใช้ไอ้พวกนี้” ชินจิยิ้มรับอย่างหมายมาด....คิดไว้แล้ว ว่ายัยคุณหนูนี่ต้องเป็นพวกบ้าเซ็กซ์โรคจิต....


“สำหรับผม แค่ถูกองค์หญิงกลืนกินเข้าไป ก็สนุกมากแล้วล่ะครับ” เขาเอ่ยปากหวังให้คาเมะอาย แต่ร่างบางกลับหยักยิ้ม


“แต่ฉันอยากให้นายสนุกมากกว่าเดิม”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


“อ่า......” เสียงทุ้มครางต่ำ เมื่อปลายนิ้วเย็นเชียบแตะสัมผัสไปตามผิวหนังเปลือยเปล่า ร่างกายของชินจิปราศจากเสื้อผ้าใดๆ แต่ทว่าอีกฝ่ายที่กำลังหยอกเอินหน้าอกเขาอยู่นั้น กลับสวมเสื้อผ้าครบชุดเช่นเดิม


“องค์หญิงครับ ซี้ด....” ชายหนุ่มพยายามกระชากข้อมือข้อเท้าออกจากเชือกที่มัดขึงอยู่กับหัวเตียงและปลายเตียง เขาถูกแกล้งให้อารมณ์พุ่งสูงแล้วหยุดชะงักมาเป็นสิบๆรอบแล้ว และตอนนี้มันก็เกินจะทนไหว แก่นกายปวดหนึบ ด้วยเพราะอารมณ์หวามที่ล้นปรี่จนเยิ้มเปรอะ


“ไม่ได้ นายยังกลั้นได้มากกว่านี้อีก” คาเมะเปรยเสียงเย็นพร้อมรอยยิ้มสมใจ หยิบของเล่นที่เอาติดมือออกมาจากตู้ขึ้นมาเปิดสวิสซ์ให้มันสั่น


“นายว่าถ้าฉันแตะไอ้นี่กับตรงนั้นของนาย นายจะเป็นยังไง” ร่างบางถามอย่างนึกสนุก ทว่าคนฟังถึงกับตาโต และไม่ทันจะร้องห้าม เจ้าสิ่งที่มีลักษณะเหมือนของของเขาเปี๊ยบ แต่สั่นระริกก็แตะลงมายังยอดแก่นกายที่เยิ้มไปด้วยเมือกขุ่น


“อ้า!....ซี้ด....ด.....อ้า....” เอวหนาดิ้นรนขยับหนี แต่ไปไหนไม่รอด เพราะทั้งสองมือ สองขาถูกขึงผืดกับเตียงด้วยเชือกสี่เส้น


“อ๊ะ....อ่า....” อารมณ์ต้องการกำลังวิ่งทะลุปรอท แต่เจ้าสิ่งที่ถูไถอยู่กับยอดท่อนเนื้อของเขากลับหยุดสั่นอย่างกะทันหัน อารมณ์ที่ควรจะได้รับการปลดปล่อยกลับค้างเติ่ง แล้วตกวูบดำดิ่งอย่างทรมาน



“อ่ะ....อะ....ฮ่า....” ชินจิครางหน้าแดงก่ำ ทรมานกับอารมณ์ นึกแค้นเจ้าคนหน้าสวย ที่เขากะจะปราบให้อยู่หมัดในค่ำคืนนี้ แต่ปรากฏว่ากลายเป็นเขาเสียเองที่ถูกปราบให้นอนแผ่ราบหมดเรี่ยวแรง ทั้งๆที่ยังไม่ถึงสวรรค์เสียสักครั้ง


“เป็นไง สุดยอดเลยมั้ย” คาเมะถาม มีความสุขที่เห็นอีกฝ่ายลนลานกับอารมณ์หวาบหวามแบบขึ้นๆลงๆ


“แล้วนายจะสุขยิ่งกว่านี้ ถ้าถูกไอ้นี้สอดเข้าข้างหลัง” ร่างบางเอ่ยปากต่อ พร้อมกับเลิ่กคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นคนฟังตาเหลือกโต


“อะไรน่ะ ไม่เคยถูกทำข้างหลังหรอกเหรอ สนุกออกแล้วนายจะติดใจ”


“ม....ม....ไม่...ไม่” หนุ่มผิวคล้ำผู้ซึ่งเป็นฝ่ายรุกมาทั้งชีวิตร้องลั่นอย่างตื่นตระหนก แต่คาเมะกลับยิ้มบางเหมือนไม่สนใจ


“ไม่ต้องห่วง ไม่เจ็บหรอก อย่างมากก็แค่ฉีก เอายาทาก็หาย” ตามประสาคนมีประสบการณ์มาก่อน คาเมะเลยเอ่ยปากปลอบ ถือเป็นการทำบุญก่อนทำบาป


“ม...ม...ไม่!!...ไม่!!!!....ม่ายยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!”


ผาง!!

“คาเมะ!!!” ประตูบานหนาของห้องพักสุดหรูถูกเปิดออกด้วยกุญแจสำรองจากผู้จัดการของโรงแรมที่จินเรียกมาโดยตรง ชายหนุ่มร่างสูงวิ่งพรวดเข้าไปลากคนรักลงจากเตียง ก่อนที่คาเมะจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้


“มาได้ไง....” คาเมะหันมาถามคนที่ยังกุมแขนเขาไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้เรื่องราวใดๆ


“ทำบ้าอะไรน่ะ หึ!” จินดุ ปรายตามองเจ้าหนุ่มดวงซวยที่นอนเปลือยถูกขึงอยู่บนเตียงแล้วสังเวชใจ


...ให้ตายสิคาเมะ....เล่นอะไรบ้าๆแบบนี้กัน....


“ก็แค่ทำให้ไอ้คนบ้าๆบางคน รีบถลามาง้อฉันน่ะสิ” คาเมะหันมาตอบ สบตากับดวงตาคมดุด้วยดวงตาเอาเรื่อง


....ถามมาได้ว่า ‘ทำบ้าอะไร’ ที่ลงทุนทำแบบนี้ก็เพื่อจะเรียกให้มันมาไม่ใช่รึไง ไม่งั้นเหรอ หึ!! ป่านนี้หมอนี่ก็คงเหี่ยวเฉาอยู่ที่แมนชั่น ส่วนเขาก็เซ็งจิตกับอีตามิยาโมโตะที่เดินหน้าจีบอยู่นั่น


จินถอนหายใจยาว ทั้งโล่งอก ทั้งกลุ้มใจในเวลาเดียวกัน ...ทำไมนะ ทำไมคาเมะถึงได้เป็นคนแบบนี้....


“ผู้จัดการโรงแรมใช่มั้ย” คาเมะเลยสายตาไปยังชายหนุ่มวัยกลางคนที่ยืนเคว้งอยู่หน้าประตูห้อง เหมือนทำอะไรไม่ถูก


...ที่นอนอยู่บนเตียงนั่นก็ลูกค้าวีไอพี มิยาโมโตะ ชินจิ แต่ผู้ชายที่สั่งให้เขาเปิดประตูเข้ามาก็ทายาทคนสำคัญของผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก อาคานิชิ จิน...


....แล้วเขาควรจะเข้าไปช่วยมิยาโมโตะ ชินจิ หรือควรยืนอยู่เฉยๆ รอฟังคำสั่งของ อาคานิชิ จิน ดีล่ะ....


“ครับ” ร่างบางเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ ก่อนจะส่งเงินสดใบละหมื่นเยนสามสี่ใบ ให้กับผู้จัดการโรงแรมที่แม้จะมีทีท่านบน้อม แต่ก็ยังดูหวั่นๆ ปนทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี


“ขอบใจมาก ที่พาคุณคนนี้ขึ้นมา หมดเรื่องแล้ว กลับไปทำงานต่อเถอะ” ผู้จัดการร่างผอมโค้งรับคำ ก่อนกลับออกไป แล้วปิดประตู ทิ้งให้คนสามคนจัดการเรื่องวุ่นๆกันเอง


“ไป...กลับบ้าน” จินหันมาบอกคนรัก แต่คาเมะกลับยิ้มหวาน ปรายสายตาไปยังหนุ่มผิวคล้ำ


“เดี๋ยว....อุตส่าห์เปิดห้องทั้งที จะกลับไปทำกันที่บ้าน มันก็ไม่คุ้มน่ะสิ ว่างั้นมั้ย มิยาโมโตะ....” ชินจิมองคาเมะอย่างหวาดหวั่นด้วยความไม่เข้าใจ และหวาดกลัว ร่างบางเดินเข้าไปหา แล้วก้มลงกระซิบเบาๆที่ใบหู


“แล้วนายจะได้รู้ ว่าฉันกับจินน่ะ รักกันร้อนแรงแค่ไหน คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่สอดมือเข้ามาทำให้คู่ฉันแตกแยกอีก”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“ชอบห้องน้ำของที่นี่จัง ซื้ออ่างอย่างงี้ไปไว้ที่บ้านได้มั้ยจิน” คาเมะพูด ขณะสำรวจไปรอบๆห้องน้ำของโรงแรม สถานที่ร่วมรักแห่งใหม่ ที่แน่นอนว่าประตูห้องน้ำเปิดอ้า เผื่อแผ่ให้ไอ้เจ้าคนที่ถูกขึงพืดอยู่บนเตียงในห้องได้รับรู้เสียงอะไรต่อมิอะไรไปด้วย


“จิน....โกรธฉันอยู่เหรอ” ร่างบางหันมาถาม ยื่นสองมือเล็กไปแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตให้คนรัก


“รู้ว่าโกรธแล้วทำทำไม” จินย้อนเสียงเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ และยังยืนนิ่งให้คาเมะปลดกระดุมเขาไปเรื่อย


“อยากให้หึง คบกันมาตั้งนานแล้ว จินไม่เคยหึงฉันเลย วันๆเอาแต่ทำหน้าขรึมอยู่นั่น” คาเมะวันนี้ พูดตรงกับใจมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะอยากให้อะไรหลายๆอย่างกลับเข้าที่เข้าทางเหมือนที่มันควรจะเป็น


...ไม่อยากเล่นแง่ให้กลายเป็นทะเลาะกันมากกว่าเก่า วันนี้เลยต้องพูดอย่างที่รู้สึกจากใจ มากกว่าคิดจากสมอง....


จินรั้งร่างคนรักเข้ามากอด แล้วหลับตาลงอย่างสบายใจ อุ่นใจ และคลายกังวล มันจะไม่รู้สึกแบบนี้เลย ถ้าหากว่าตอนนี้ ในอ้อมแขนนี้ไม่มีร่างอุ่นๆของคนที่เขาแสนรักมาให้กอด


“ถึงไม่หึง แต่ฉันก็ไม่เคยรักเธอน้อยลง” ชายหนุ่มบอกเสียงจริงจัง กับคนในอ้อมแขน คาเมะยิ้มบางๆกับคำพูดนั้น รอยยิ้มสดใสที่ไม่ใช่รอยยิ้มอ่อยเหยื่อเหมือนที่ใช้ประจำ หรือรอยยิ้มเหยียดหยามแบบที่ชอบส่งให้คนอื่นไปทั่ว


....แต่มันเป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขในใจของร่างบางเอง แบบนี้สินะ ที่ทำให้คาเมะขาดจินไม่ได้ ผู้ชายเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้คาเมะยิ้มแบบนี้ได้น่ะ...


ร่างบางดันตัวออกจากอ้อมกอด จินเองก็ยอมปล่อยอีกฝ่ายแต่โดยดี พอสบตากัน ร่างสูงก็รู้ในทันที ว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไร เขายิ้มบางๆราวกับจะยอมรับความคิดของคาเมะ


“หมดเวลาหวานแล้ว ตอนนี้ฉันต้องการอะไร นายรู้ใช่มั้ย” เจ้าตัวดีเอ่ยเสียงพร่า แล้วเบียดร่างกายร้อนรุ่มของตัวเองเข้ากระแซะอกแกร่ง

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“ดูดีๆล่ะจิน อ๊า....” ร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนขอบอ่างอาบน้ำ ยกสองขาตั้งชัน แล้วแหวกออกเผยให้เห็นปากทางเข้าแดงก่ำที่กำลังหดเกร็งเป็นจังหวะ รับกับแท่งกายที่เหยียดตรงและชื้นแฉะซึ่งอยู่เหนือขึ้นไป


ชายหนุ่มที่ถูกบังคับให้ลงไปนั่งแช่ในอ่าง ถอนหายใจเบาๆ ....คนรักของเขาเนี่ย ชอบนักล่ะ ไอ้เรื่องยั่วๆน่ะ....


“อ๊ะ....ซี้ด.....” นิ้วเรียวเล็ก เกี่ยวปากทางให้เปิดกว้าง จนเห็นร่องหลืบสีแดงก่ำที่แสนยั่วยวน คาเมะแหย่นิ้วเข้าไปหมุนแหวกเบาๆ ขณะที่ลิ้นร้อนไล้ริมฝีปากตัวเองอย่างกระหายอยาก


…อื้อ ถ้าเป็นของจินนะ มันจะใหญ่กว่านี้ แบบที่แค่ถูไถอยู่ปากทางก็ยังอึดอัดเข้าไปถึงข้างใน....อ๊า....


“อ๊ะ....อ่า....” เสียงครางหวานหู กับภาพเบื้องหน้าช่างปลุกอารมณ์นักในความรู้สึกของคนที่ถูกสั่งให้ ‘นั่งดูเฉยๆ’ จินไม่รู้ว่าคาเมะจะเล่นอะไรแผลงๆอีกหรือไม่ แต่ท่าทางแล้ว เจ้าตัวดีคงคิดแก้เผ็ดเขาแน่ๆ ถึงได้สั่งให้ ‘ดูแต่ตา’


“มา...มาใกล้ๆสิ...” เมื่อเป็นคำสั่ง จินจึงไม่ขัดขืน เขาขยับร่างมาหาคนที่นั่งชันขาอยู่บนขอบอ่างอาบน้ำ


“ฉ....ฉันอยากได้นิ้วจิน....”


“เธอสั่งให้ฉันดูอย่างเดียว” ชายหนุ่มย้อนหน้าตาเฉย ทำเอาคาเมะขมวดคิ้วฉับ ฉวยข้อมือหนาขึ้นมาเสียเอง


ร่างบางเลือกนิ้วที่ยาวที่สุดจากฝ่ามือหนาร้อน ก่อนจะก้มลงมาดูดซับนิ้วของจินด้วยริมฝีปากผะผ่าว ลิ้นนุ่มชื้นไล้เลียแท่งนิ้ว ราวกับมันเป็นขนม ก่อนจะครอบปากลงดูดอมจนสุดโคนนิ้ว ขณะที่ช้อนสายตาขึ้นมองเจ้าของนิ้วด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์


....ให้มันรู้กันไปสิ ว่าจะทนฤทธิ์ลิ้นของคาเมะได้สักเท่าไหร่....


คาเมะยอมละปากออกมา เมื่อนิ้วยาวชุ่มไปด้วยน้ำลาย ก่อนจะบังคับนิ้วนั้นให้ลงมาแตะที่ปากทางเข้าของตัวเอง


“จะใส่เข้าไปเอง หรือจะให้ฉันใส่” คำถามที่ไม่สมควรจะเป็นของคนถูกรุกดังขึ้นมาจากปากคาเมะ แต่จินยังเงียบราวกับไม่รับรู้อะไร ร่างบางเลยต้องเป็นคนบังคับให้นิ้วเปียกนั้นดันเข้าสู่ช่องทางรุ่มร้อนเสียเอง


“อ๊ะ...อื้อ....” เด็กหนุ่มเงยหน้าครางเสียงพร่า เมื่อรับรู้ว่าร่างกายตัวเองกำลังดูดรัดแท่งนิ้วที่สอดใส่เข้ามาเพียงตื้นๆ คาเมะส่ายสะโพกตอบรับ ขณะที่หลับตาพริ้มมีความสุขกับอารมณ์หวามที่เริ่มขยับขยายเป็นเหตุให้ส่วนกลางลำตัวเริ่มช่ำน้ำจนหยาดเยิ้ม ร่างบางไม่ได้บังคับยัดเยียดให้นิ้วยาวเคลื่อนลึก แต่มันกลับขยับเข้าไปเอง ไม่รู้เพราะแรงดูดรัดจากภายใน หรือจากคำสั่งของเจ้าของนิ้วที่ยังทำหน้านิ่ง


นิ้วกลางเคลื่อนลึกจนสุดโคนนิ้ว คาเมะจึงใช้สองมือยันกายแอ่นสะโพกเข้าหาใบหน้าหล่อคมของคนที่นั่งอยู่ในอ่าง


“เลียสิ...อ่า....อื้อ...” มันเป็นคำสั่งที่แสนทรมานใจสำหรับจิน นิ้วของเขากำลังรองรับการดูดเม้มจากกล้ามเนื้อภายในช่องทาง ขณะที่ลิ้นต้องตะโปมเล็มเลียอยู่ที่ปากทาง ชายหนุ่มบดลิ้นลงสอดเสียบเข้าสู่ร่องลึกที่ยังคงมีนิ้วของเขาคาอยู่ คาเมะถึงกับครางเครือกระดกสะโพกแอ่นเร้าให้อีกฝ่ายปรนเปรอมากกว่าเดิม จินกำลังจะละเลงลิ้นขึ้นสู่แท่งเนื้อด้านบน แต่ร่างบางดึงสะโพกกลับมาเสียก่อนพร้อมกับดึงนิ้วของจินออก


คนช่างยั่วสบตากับอีกฝ่ายด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์ ก่อนที่มือเล็กจะหันไปหยิบฝักบัวขึ้นมาเปิดพ่นละอองน้ำรดตั้งแต่ศีรษะจนเปียกชุ่มโชก สายน้ำพุ่งอาบไล้เรือนร่างขาวกระจ่างใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อบางที่ถูกปลดกระดุม มันแนบเนื้อเสียจนเห็นติ่งไตยอดอกชูเด่นเป็นสีชมพู


คาเมะใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปทั่วร่างกาย ยิ่งไล้ก็ยิ่งต่ำลง ต่ำลง จนจินที่ถูกสั่งให้นั่งมองเฉยๆ ชักรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกยั่วยวนหนักข้อขึ้นจนลมหายใจเริ่มหอบแรง


“ดูสิจิน....อื้อ~...” ภาพที่คาเมะสั่งให้ดู คือภาพที่สะโพกมนกำลังกระดกหยอกล้อกับสายน้ำจากฝักบัวที่ถูกลดลงมาจ่ออยู่กับส่วนกลางลำตัว แท่งกายแดงก่ำกำลังถูกละอองน้ำรังแก มันเปียกชุ่มแต่ก็ยังหยัดสู้กับแรงน้ำจากฝักบัวนั่น


“อ่า~...” หลังจากนั้นสายน้ำก็เปลี่ยนทิศ หันมารังแกปากทางแดงช้ำที่กำลังขมิบตอดเป็นจังหวะ คาเมะใช้สองนิ้วแหวกร่องหลืบให้เปิดกว้าง รับหยาดละอองน้ำจากฝักบัวให้พุ่งเข้าสู่ภายในกาย


ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของจินหมด ก็ในเมื่อคาเมะนั่งแหกแข้งแหกขาอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาแบบนี้ แล้วถึงเขาจะความอดทนสูงแค่ไหน แต่ในเมื่อถึงกับยั่วกันขนาดนี้แล้ว ชายหนุ่มก็ยินดีที่จะตบะแตกเพื่อตอบสนองคนรัก แทนที่เจ้าฝักบัวนั่น


ร่างสูงกระชากคนรักลงมาในอ่าง ก่อนจะสอดเสียบแก่นกายแข็งขืนเข้าสู่โพรงอุ่นร้อนนั่นอย่างรวดเร็วรุนแรง ไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่มีการประนีประนอม จนคาเมะถึงกับกรีดร้องเพราะความแสบเสียว


“อ๊า~!!!...คึ~...อ๊ะ....” ร่างบางถึงกับหอบฮัก ปากทางตอดรัดรุนแรงรับรู้แม้กระทั่งเส้นเลือดที่ปูดโปนอยู่บนแท่งกายของจิน


“ถึงกับใช้ฝักบัวช่วยตัวเองต่อหน้าฉัน ไม่คิดว่ามันจะหยามกันเกินไปหน่อยเหรอ คาเมะ....” จินกระซิบถามข้างหู แล้วอุ้มคาเมะขึ้นจับเปลี่ยนท่าแบบไม่ถามไถ่ ให้ร่างบอบบางตะแครงข้าง ฉีกขาสองข้างให้เปิดอ้า ข้างนึงเกยไหล่เขาไว้ ขณะที่อีกข้างสอดแนบอยู่ข้างเอว


“ซี้ด...ง....งั้น...นาย....อ่ะ...ก็ทำให้ฉันเห็นสิ อื้อ....ว่านายดีกว่าฝักบัวยังไง โอ้ว....~!!” มือหนากดสะโพกมนให้แนบสนิทกับแก่นกายของชายหนุ่มมากกว่าเดิม จนคาเมะรู้สึกถึงขนหยาบกำลังบดขยี้อยู่กับผิวเนื้อนุ่มของตัวเอง


จินลุกขึ้นยืนโอบอุ้มร่างคาเมะติดขึ้นมาด้วยกัน ร่างบางต้องหันไปยันมือกับฝาผนังเพราะไม่มีที่เกาะยึดใดๆ มันไม่ใช่ท่าที่หันหน้าเข้าหากันแล้วคาเมะจะได้กอดคออีกฝ่ายเพื่อกระเสือกกระสนไปด้วยกันเหมือนทุกที ตอนนี้เขาถูกพลิกตะแครงหันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่ของเคาท์เตอร์ล้างหน้า ร่างกายเบื้องล่างเกี่ยวพันกับอีกฝ่ายยังไง ถูกฉายชัดบนกระจกนั่นหมด จนคาเมะก็ชักหน้าร้อนเห่อกับภาพร่วมรักของตัวเอง


“ดูกระจกสิคาเมะ จะได้ตัดสินใจได้ ว่าฉันกับฝักบัว อันไหนดีกว่ากัน” จินกระซิบบอกที่ข้างหู ก่อนจะดันสะโพกไสแก่นกายที่ฝังแน่นให้ขยับลึกเข้าไปอีก


“อ๊ะ!...มัน...อึ๊~!!!...มันสุดแล้ว~!!! จะดันเข้ามาทำบ้าอะไร!!!” คาเมะแว้ดลั่นข่มความร้อนบนใบหน้าตัวเอง ยิ่งหันหน้าเข้าหากระจกอย่างนี้ ก็ยิ่งเป็นการบังคับให้ต้องมองแต่ภาพสะท้อนบนกระจกนั่น จะหันไปทางอื่นก็ไม่ได้ จะปิดตามันก็ปิดไม่ลง


“ยัง...ยังลึกไม่พอ” การสอดใส่ครั้งนี้ของจิน ไม่ใช่การดันลึกแล้วดึงออกเพื่อให้คาเมะเรียกร้องจนขาดใจ แต่เป็นการเสียบแทรก ที่อัดกระแทกแล้วเสียบคา มีแต่จะขยับเข้าไปเรื่อยๆ ถึงจะฝังมิดเข้าไปหมดแล้ว แต่ก็ยังดันทุรังให้ร่างบางอึดอัดจนหวาบหวาม


“อ่า....จ....จิน....ม....ไม่เอา....ไม่เอาแบบนี้....ขยับแรงๆ....อื้อ....แรงๆ...” คาเมะอยากได้แรงๆ ไม่ใช่หนักๆจนหวิวไหวแบบนี้...


“แรงๆ? แบบไหนล่ะ....อย่างนี้เหรอ” จินดึงออกรวดเดียวแล้วกระแทกสวนเข้าไปทีเดียวจนคาเมะครางลั่น


“อ๊า~!!!!!!” ตามมาด้วยหยาดหยดพุ่งเลอะเต็มหน้าท้อง ร่างบางหอบตัวโยน ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะไปเร็วถึงขนาดนี้


“วันนี้ไวเชียว....” ชายหนุ่มพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่ตัวเองยังเสียบคาให้ร่องลึกตอดรัด


“แต่...แค่ครั้งเดียว เธอคงตัดสินไม่ได้ ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน...จริงมั้ย” จินพูดต่อ สบตากับร่างบางในอ้อมแขน ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งดึงสายฝักบัวขึ้นมาจากพื้น มันยังคงทำงานอย่างดี ปลดปล่อยละอองน้ำเป็นฝอยแรง


ชายหนุ่มกดฝักบัวแนบกับยอดอกข้างขวาของคนรัก ให้สายน้ำชะเล็มติ่งไตแดงก่ำนั่น ก่อนจะเสือกร่างตัวเองกระแทกเข้าสู่ร่างกายอีกฝ่าย


“อ๊า....อ่า....จ....จิน....อื้อ~!!....อื้ม....” ขณะที่ยอดอกถูกแรงน้ำบดขยี้ ริมฝีปากบางก็กำลังถูกดูดดึงด้วยริมฝีปากของจิน และเบื้องล่างก็กำลังถูกกระหน่ำด้วยสะโพกแข็งแกร่ง คาเมะไม่รู้ว่าตรงไหนที่ทำให้รู้สึกดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะปากบน ปากล่าง หรือหน้าอก เขาก็ถูกใจทั้งนั้น


“ทำไมข้างในมันถึงช่ำน้ำขนาดนี้ล่ะหึ คาเมะ...หรือว่าก่อนฉันจะมา ทำกับไอ้หมอนั่นไปแล้ว....” ชายหนุ่มก้มลงกระซิบถามข้างใบหู ก่อนจะสอดลิ้นเข้าเล็มเลียจนร่างบางถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกกระตุ้นที่จุดไวต่อความรู้สึก


“บะ...บ้า!....อ๊ะ!!!....ไอ้ลามก!!!” จินล่ะอยากจะย้อนถามนัก ว่าระหว่างเขากับคนที่กำลังพยายามตอบสนองอารมณ์รักรุนแรงด้วยการขย่มเอวอย่างยากลำบากอยู่นี่ ใครกันแน่ที่ลามก


“แล้วฉันกับมิยาโมโตะ...ใครลามกกว่ากัน” เขาเอ่ยปากถามอย่างหงุดหงิดเมื่อคิดไปถึงผู้ชายที่มากอร้อกอติกกับคนรัก สะโพกแกร่งส่ายวนไปมา เพื่อให้แก่นกายที่ฝังแน่นในหลืบร้อนถูกดูดเม้มด้วยกล้ามเนื้อภายในอย่างทั่วถึง ภายในทั้งร้อนและกระชับจนเหมือนร่างกายของเขากำลังจะถูกกัดให้ขาดเป็นส่องส่วน


“โอ้~!...จ...จิน....อ้า” ร่างบางถึงกับครางเสียงสั่นเมื่อช่องทางถูกขยาย ท่อนเนื้อร้อนผ่าวของจินกำลังขยับขยายเติบโตขึ้นกว่าเดิม ยิ่งทำให้อึดอัดและคับแน่น มันเต็มตื้นไปทุกส่วนในร่างกาย น้ำเย็นๆจากฝังบัวที่ยังคั่งค้างอยู่ภายในผสมไปกับความร้อนแรงของท่อนกำยำนั่นยิ่งทำให้คาเมะเตลิด


จินมีลูกเล่นใหม่ๆมาให้เขาตื่นตาตื่นใจเสมอ ไม่ว่าจะไอ้วิธีร่วมรักแบบไม่ยอมถอนออก หรือจะเป็นการใช้ฝักบัวกับจุดไวต่อความรู้สึกแบบนี้ และที่สำคัญ คือการได้เห็นตัวเองกำลังถูกสอดใส่อยู่บนกระจกตรงหน้า ยิ่งทำให้สั่นสะท้านจนอยากจะปลดปล่อยมันเสียเดี๋ยวนี้


....อ่า....นี่แหล่ะ....ที่ใครก็แทนจินไม่ได้....



“จิน!...จิน!....อ๊ะ!...อ้า~~!!!!!!!”

“อ่า~!!!!” เมื่อต่างฝ่ายต่างช่วยกันบดขยี้ ไม่นานนักอารมณ์ทั้งหมดก็ถูกจุดระเบิด


จินจำไม่ได้ว่าตัวเองปล่อยให้ฝักบัวหล่นจากมือไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่มือสองข้างของตนกดสะโพกเล็กลงเบียดรับการกระแทกที่พุ่งสวนขึ้นมาของตัวเขาเอง


“ฮ้า....ฮ้า....” เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนดังมาจากคนทั้งคู่ที่ยังค้างอยู่ในท่าเดิมให้กระจกสะท้อนเงา


ใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบ ทำให้คาเมะและจินขยับเข้าประกบจูบดูดดื่มทั้งๆที่ยังเหนื่อยหอบ แต่หลังบทรักที่ร้อนแรง มันก็ต้องจูบอ่อนหวานนี่ล่ะ ที่ช่วยเรียกพลังคืนได้เป็นอย่างดี ร่างบางเป็นฝ่ายละออกมาก่อน แตะนิ้วลงบนเรียวปากหนาของจินแล้วไล้ไปมาเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมอง


“หายเหนื่อยรึยัง” ไม่ต้องฟังคำพูดใดๆต่อ จินก็พอจะคาดเหตุการณ์ในอนาคตได้ว่าคนถามต้องการอะไรต่อจากนี้ ในเมื่อสายตาของคนในอ้อมแขนเขามันวิบวับขนาดนั้นน่ะ


“เฮ้อ....” เพราะอยู่ใกล้กันเกินไป ดังนั้นเสียงถอนหายใจที่เบาแสนเบาของชายหนุ่ม จึงดังพอให้คาเมะได้ยิน จากสายตาวิบวับเลยกลายเป็นสายตาไม่พอใจทันควัน


“อะไร!! ทำไปแค่ครั้งเดียวเองนะ!!... ถอนหายใจแบบนี้หมายความว่าไง!!!ไม่อยากทำกับฉันงั้น….” ร่างสูงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายแว้ดจนจบ เพราะหนวกหู เขาก้มลงจูบปิดริมฝีปากบางๆที่ขยับเป็นกรรไกรนั่นเสีย ก่อนจะเริ่มบทรักที่สองโดยไม่ต้องรอคำสั่งใดๆอีก


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


สามชั่วโมงในห้องน้ำสุดหรูของโรงแรมแบบเลิฟโฮเตลผ่านไปอย่างรวดเร็ว คาเมะยอมเลิกราไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะเบื่อสถานที่เสียแล้ว จึงชักชวนคนรักกลับบ้านไปทำกันต่อที่นั่น สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเดินกระหนุงกระหนิงกันออกมา ก็ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่กันสองคน


....ใช่! ไม่ได้อยู่กันสองคน!! แต่มี มิยาโมโตะ ชินจิ นอนขึงผืดอยู่บนเตียงนอกห้องน้ำอีกหนึ่งคน!!!....


เห็นสภาพของทายาทบริษัทนำเข้าเสื้อผ้ายี่ห้อหรูแล้ว คาเมะก็ชักอยากจะถ่ายรูปเอาไปลงประจานในหนังสือพิมพ์ซะจริง นั่นสิ~!!! น่าจะเล่นสนุกๆซะหน่อย ถือว่าเป็นที่ระลึกไงล่ะ....


ร่างบางกำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาถ่ายรูป แต่จินก็ดันรู้ทันไปเสียหมด ชายหนุ่มดึงมือคาเมะเอาไว้ พร้อมสายตาห้ามปรามให้คนรักได้แต่ฮึดฮัดปึงปังแล้วสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไป


จินส่ายศีรษะด้วยความกลุ้มใจกับความคิดแผลงๆของคนตัวดีที่คิดแต่ล่ะเรื่องมีแต่สร้างความลำบากให้คนอื่น ก่อนจะหันมองร่างกายเปลือยเปล่าของชายหนุ่มผิวคล้ำอีกครั้ง แล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดโทร.ออก


“...นี่อาคานิชิ จิน...ห้อง 1426 ไม่ต้องให้แม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดสามวัน แล้วก็จ้างผู้ชายจากบาร์ชิกุมาค้างสองคืน” เขาสั่งเสียงเรียบกับปลายสาย ก่อนจะปรายตามองคนที่หลับสนิทเพราะความเหนื่อยอ่อน


บนร่างกายของ มิยาโมโตะ ชินจิ มีแต่คราบน้ำหยาดคาว ดูก็รู้ว่าหมอนี่คงทะลักทะลายเพราะเสียงครางของคาเมะทั้งๆที่ถูกขึงผืด ช่วยตัวเองก็ไม่ได้ วิ่งหนีออกจากห้องก็ไม่ได้ ได้แต่นอนฟังเสียงจากในห้องน้ำจนเยิ้มเลอะไปทั้งตัวขนาดนี้...


....จะว่าน่าสงสารก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ว่ายังไง มันก็ต้องรับโทษจากเขา....


...โทษฐานที่มันมายุ่งกับ ‘คนของเขา’ แถมฟังเสียง ‘คนของเขา’ จนสุขสมขนาดนี้ บทลงโทษที่สมควรจะได้รับ เขาจะเอาแค่เล็กน้อยก็พอ เอาแค่เป็น ประสบการณ์แปลกใหม่จากผู้ชายของบาร์ชั้นยอดที่ขึ้นชื่อเรื่องความซาดิสต์วิปริตวิตถารก็แล้วกัน...


“หวังว่านายจะสำนึกนะมิยาโมโตะ ของของฉัน ก็คือ ของของฉัน” จินทิ้งท้ายไว้กับร่างที่หลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะก้าวออกจากห้องตามคาเมะออกไป


....นี่แหล่ะ ยูอิจิถึงได้บอกว่าแกมันเกิดมาซวย ดันทำเจ้าชายน้ำแข็งคณะวิศวะ กลายเป็นเจ้าชายภูเขาไฟ....


FIN

...................................

จินเรื่องนี้เท่ห์เน๊อออออ แต่ว่าหื่น ฮ่าฮ่า แต่ถ้าไม่หื่น นายเอกของเราคงไม่พอใจ ฮุฮุ

เหลืออีกสองตอน ไปนั่งขุดมาก่อนนะ หาไม่เจอ มันไปอยู่ส่วนไหนก็ไม่รู้ อ้าาาาาาา
FIC : SEXY DARLING ver.2
JIN X KAME
By : Dezair
NC-17

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ห้องนอนหนึ่งเดียวภายในแมนชั่นขนาด 4 LDK ใจกลางเมือง เงียบสนิทในยามดึกดื่นค่อนคืน ทั้งๆที่ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เสียงหอบครางจากสองร่างที่โรมรันฟัดกันนัวเนียบนเตียงขนาดคิงส์ไซด์ ยังดังกระหึ่ม


แต่พอคนความต้องการสูงอิ่มหมีพีมันกับรสสัมผัสที่ได้รับเรียบร้อยก็สลัดคู่ขาคู่รักที่มีเพียงคนเดียวทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนจะทรุดตัวลงนอนหันหลังให้ ไม่สนใจจะชำระร่างกายที่ชื้นเหงื่อโทรมกาย เพราะกำลังเย็นสบายเมื่อลมเย็นๆของเครื่องปรับอากาศกระทบผิวเนื้อที่ยังร้อนระอุ


เป็นชายหนุ่มเจ้าของห้องอีกครึ่งเสียอีก ที่ต้องลุกไปจัดการอะไรต่อมิอะไรไม่ให้มันระเกะระกะขัดหูขัดตา

อาคานิชิ จิน ร่างสูงใหญ่วัยยี่สิบสองฉายาเจ้าชายคณะวิศวะ ทำตัวเยี่ยงคนรับใช้ด้วยการเก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดกองบนพื้นไปโยนใส่ตะกร้า เปิดตู้หยิบผ้าขนหูไปชุบน้ำบิดหมาดกลับมาที่เตียง ดึงผ้าห่มออกจากร่างเปลือยเปล่า แล้วเช็ดตัวให้คนที่เริ่มเคลิ้มหลับ


“อื้อ!!!”คนถูกกวนยามนอนส่องเสียงในลำคอด้วยความรำคาญ ขยับร่างจะพลิกหนี แต่มือหนากลับดึงรั้งไว้แรงๆ


“อย่าดื้อ คาเมะ...”เขาส่งเสียงดุๆ มือหนึ่งจับแขนร่างบางไม่ให้หนี มืออีกข้างใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามเรือนร่างบาง ผิวขาวอมชมพูมีรอยแดงประปราย


ถึงคาเมะจะเป็นอย่างนี้...ทำตัวเป็นราชินี เอาแต่ใจ เซ็กซ์จัด ปากเก่ง กล้าแกร่งแถมซนเซี้ยวไม่เกรงใคร..แต่จินก็มั่นใจ ร่างนี้ทั้งร่างเป็นของเขาคนเดียว


ที่จะไม่มั่นก็คือหัวใจของคาเมะนั่นล่ะ ... แต่...แต่ถ้าคาเมะไม่ได้รัก...แล้วจะยอมถูกเขากอดทุกวันอย่างนี้หรือ...


“หน้าอกฉันสวยขนาดจ้องตาไม่กระพริบเลยรึไง”เสียงหวานเอ่ยยั่ว พร้อมๆกับที่นิ้วเรียวเล็กเลื่อนไปตามแผงอกแบนราบ สะกิดเม็ดยอดสีชมพูดเข้มจนมันแข็งตึงล่อสายตาคนที่มัวแต่ตกอยู่ในภวังค์


จินเหลือบตาขึ้นสบตากับดวงตาเรียวที่เปล่งประกายท้าทาย ริมฝีปากบางแดงเจ่อเพราะรสจูบดูดดื่มโลภละโมบของเขาตอนที่เสพสุขรสรักด้วยกัน ทำให้ชายหนุ่มต้องเบนสายตาทิ้ง เมื่อคิดถึงภาพร่วมรักรุนแรงเมื่อครู่ มันทำให้เขา...อยาก...


มือหนาคว้าเสื้อนอนสีขาวสะอาดตัวใหม่โยนใส่ใบหน้าหวานที่ดีแต่ท้าทาย และมันพาลให้เขาอยากเอาชนะด้วยการกกกอด


“ตื่นแล้วก็ใส่เสื้อซะ...แล้วค่อยนอนต่อ”เขาว่าแบบไม่หันมอง แต่เห็นทางหางตาว่าร่างบางหยิบเสื้อมาใส่อย่างว่าง่ายไม่ปริปากโวยวายใดๆ จินจึงลุกจากเตียงเตรียมตัวจะไปอาบน้ำบ้าง


“ข้างล่างยังไม่ได้เช็ดเลยนะ”คนบนเตียงบอกเสียงยั่ว...ชอบนัก กับท่าทางเหมือนจะระเบิดแต่ต้องเก็บกลั้นเอาไว้ใต้ท่าทีเย็นชาของจินเนี่ย...มันน่ายั่วจริงๆ...


ร่างสูงถอนฉุน หันมาเลิ่กผ้าห่มขึ้น เปิดให้เห็นเรียวขาขาวเปลือยที่ไร้การปกปิด ชายเสื้อนอนที่สวมอยู่ก็ปิดหน้าตักแค่บางส่วนอย่างหมิ่นเหม่ คาเมะมองปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายยืนมองร่างกายของเขาแล้วต้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข สนุกสนานกับการได้ยั่วร่านให้จินอึดอัด


ชายหนุ่มพ่นลมหายใจยาวระงับอารมณ์ได้ส่วนหนึ่งจึงนั่งลงข้างๆ ดึงสองขาเพรียวลากร่างบางให้นอนราบกับพื้นเตียง ยกสะโพกขาวอิ่มขึ้นสูงในระดับที่สายตาลดลงมองเห็นร่องแดงก่ำชื้นแฉะได้ไม่ยาก แผ่นหลังส่วนล่างเกยกับตักร่างสูง ขณะที่สองขาถูกดันมาเหนือศีรษะของคาเมะ


“อะ..ไอ้บ้า!!!...ปล่อยฉันนะ!!!”คาเมะร้องลั่น พยายามขยับร่างกายหนี แต่สะโพกกลมกลึงถูกมือแข็งยึดเอาไว้...มันเมื่อยนะ!!! อีตาบ้า!!!...


“อ๊ะ อื้ออออ....”เรียวขาขาวเริ่มเกร็ง เมื่อผ้าชุบน้ำหมาดๆเย็นๆซับแผ่วเบาที่ปากช่องทางร้อนรุ่ม ก่อนจะล้วงเสียบเข้าไปเช็ดภายในร่องลึก ทำความสะอาดน้ำขุ่นคาวที่จินปลดปล่อยเข้าไปคั่งค้างไว้ภายใน


“อ้า...ซี้ด....”คาเมะคราง กัดริมฝีปากอย่างเสียวซ่าน เมื่อรับรู้ถึงเนื้อผ้านุ่มๆแหย่เข้าออกผ่านรูร้อนให้หวาดเสียวเข้ามาถึงขั้วหัวใจ


“เสร็จแล้ว”จินเช็ดจนคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้วจึงละมืออกมา จับขาขาวลงนอนเหยียดเช่นเดิม


ทว่า...ดูเหมือนคุณหนูคาเมนาชิที่ถูกปลุกอารมณ์ร้อนแรงให้โหมกระพือเริ่มอยากถูกกกอดอีกครั้ง ขาเรียวขาวจึงถูกสั่งให้ยกขึ้นพาดบ่าหนาอยู่ในท่วงท่าที่ทำให้ชายหนุ่มต้องคิ้วขมวด


“ไม่เอา...ใช้ลิ้นนายสิจิน...”
“คาเมะ...”ร่างสูงปรามพลางถอนหายใจ...จะทำอีกงั้นเหรอ...


“หรือนายไม่ต้องการ”คาเมะถาม สองมือลูบไล้ร่างกายบนเสื้อนอนบางเบา ก่อนจะไปหยุดที่ติ่งไตนูนเด่นแล้วใช้ปลายนิ้วบดขยี้ ส่งเสียงครางผะแผ่ว


“พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าไม่ใช่รึไง”จินพยายามระงับอารมณ์ นี่มันจะเช้าของอีกวันอยู่รอมร่อ ที่ผ่านมาค่อนคืนนี่ไม่พออีกหรือ...


คนถูกขัดใจคิ้วขมวดฉับตามประสาคนเจ้าอารมณ์ สองมือที่กำลังปลุกอารมณ์ถูกหยุดแล้วเอามายันตัวขึ้นจากเตียง สองขาที่พาดบ่าจินถูกดึงลงมาให้กระเถิบตัวขึ้นไปนั่งทับตักร่างสูงแทน ก่อนจะเบียดแผ่นอกของตัวเองลงกับอกกว้างเปล่าเปลือยของคนที่สวมแค่กางเกงนอนยางยืด


สะโพกนุ่มขยับถูไถเบื้องล่าง ขณะที่หน้าอกบางก็ใช้ยอดอกเสียดสีกับอกหนา ริมฝีปากบางจูบไล้ตามไรเคราอ่อนๆ


“พรุ่งนี้มีเรียน...ก็โดดสิ”พูดเสียงแหบพร่าบ่งบอกถึงอารมณ์ คนถูกกระตุ้นได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะก้มลงจูบปิดปากคนช่างยั่ว สองมือร้อนผ่าวนวดคลึงบั่นท้ายอิ่มเต็ม บีบขย้ำรุนแรง แล้วเริ่มบทรักรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของค่ำคืนนี้


...มีเรียน...ก็โดดสิ...

มันน่าเป็นคำพูดของเด็กนิติฯ แห่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นเสียที่ไหนล่ะคาเมะ...


-*-*-*-*-*-*-*-*

“ฮ้าว...”บ่ายคล้อยของวันถัดมา ร่างบางที่โดดเรียนคาบเช้ากำลังนั่งคอย ‘ผู้ชายของตัวเอง’ ที่คงมีแรงเยอะเหลือเฟือ เพราะขนาดทำถึงเช้า ก็ยังลุกมาเรียนไหว


“หาวอยู่นั่น...อดหลับอดนอนสิท่า”ทานากะ โคคิ เพื่อนสนิทนิสัยดีที่มานั่งเป็นเพื่อนเอ่ยปากหยอกล้อ โคคิเป็นอีกคนในจำนวนไม่กี่คนที่คบกับคาเมะได้ตลอดรอดฝั่ง


“อือ...มีเซ็กซ์มาราธอนจนถึงเช้า”ร่างบางพูดเสียงเอื่อย ค่อนข้างอ่อนเพลีย ความจริง เรื่องเมื่อคืนก็ไม่เท่าไหร่ แต่ช่วงนี้ใกล้หน้าร้อนเข้าไปทุกที คาเมะก็ยิ่งไม่ชอบ เพราะอากาศอบอ้าวทำให้หงุดหงิดง่าย แถมเหนื่อยง่าย อีกต่างหาก


คนพูดไม่มีทีท่าเขินอายแม้สักนิด ผิดกับยามะพีที่เป็นแค่คนฟังแต่หน้าแดงหูแดงไปหมด


“น่าไม่อาย...พูดจาอย่างกับจะประกาศความร่านของตัวเอง!!!”เสียงกระแหนะกระแหนดังมาจากด้านหลัง คาเมะขมวดคิ้วเข้าหากันเริ่มหงุดหงิดนิดๆกับเสียงทำลายความอดทน


...ทุกทีสิหน่า ทำไมมีราชินีอย่างคาเมนาชิ คาซึยะ ถึงต้องมีพวกแม่มดร้ายอย่างนังผู้หญิงพวกนี้ด้วยนะ...

ร่างบางหันไปมอง เหยียดยิ้มมุมปาก สบตากับแม่สาวน้อยผมน้ำตาลทอง แล้วไล่มองมองตั้งแต่หน้าจรดปลายเท้า แล้วมองไปที่หน้าสวยๆน่ารักอย่างที่เป็นสเป็คของผู้ชายทั้งประเทศนั้นใหม่


“เธอเอง...ก็ท่าจะร่านใช่ย่อย...”
“แก...”ร่างบางส่งเสียง หึ!...ในลำคออย่างเหนือกว่า ที่เห็นหญิงสาวตรงหน้าเต้นไปกับคำพูดเขา


“ได้ข่าวว่าเรียนมนุษยศาสตร์...อยู่คนละมุมกับวิศวะเลยนี่...แต่ก็ยังกระเสือกกระสนมาได้”คาเมะลุกขึ้นยืน ยื่นหน้าเข้าไปหา สายตาดูถูกดูแคลนบ่งบอกว่าสมเพชหญิงสาวคนนี้มากแค่ไหน


“อยากได้ผัววิศวะใจจะขาดสิท่า...”สายตาอวดดีเพิ่มความโมโหร้อนรุ่มให้แก่แม่สาวชะตาขาดได้อย่างง่ายดาย

“แก!!!”
“คาเมะ!...”เสียงทุ้มดังห้าม ภาพที่เห็นตอนนี้คือ คาเมะกำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกง หน้าเฉยเรียบไม่แสดงอารมณ์ ติดจะไร้เดียงสาไม่รู้เรื่องราว ขณะที่ฝ่ายหญิงสาวที่จินค่อนข้างคุ้นตาว่าเคยแอบตามเขาบ่อยๆนั้น ยืนเงื้อมมือเตรียมตบ


“ช้าจัง...ฉันเลยต้องหาอะไรฆ่าเวลา”คาเมะหันมาพูดด้วยท่าทางเรื่อยๆอย่างสบายอกสบายใจ พร้อมส่งยิ้มหวาน


“มานานแล้วเหรอ...”จินถอนหายใจเบาๆ กวาดสายตาสำรวจหน้าตาและแขนสองข้างของคนรัก ไม่เห็นรอยขีดข่วนก็เบาใจ เลยถามไปอีกเรื่อง


คนถูกถามคว้าลำแขนแกร่งเย้ยหญิงสาวจากคณะมนุษยศาสตร์

“อยากกินสปาเก็ตตี้...ทำให้กินหน่อยสิ”ปากก็พูดกับคนที่กอดแขนอยู่ แต่สายตานี่สิ เยาะเย้ยผู้หญิงตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด

“อือ...แต่ต้องแวะซื้อของนะ”


“ดี...ถุงยางหมดแล้วด้วย เอ๊ะ...หรือว่าคืนนี้จะไม่ใช้...เหมือนเมื่อคืน”ร่างสูงถอนหายใจยาว เมื่อเห็นคนรักยิ้มชอบใจ คาเมะหันไปเรียกโคคิและยามะพีให้กลับพร้อมกัน ก่อนจะเดินควงจินผ่านแม่สาวน้อยหน้าใสที่อึ้งค้างไปแล้ว


“จำไว้นะ...ฉันไม่ชอบให้คนอื่นยืนค้ำหัว ถ้าจะมาหาเรื่องก็เรียกให้ฉันยืน...ไม่งั้นเธอก็นั่งลง...”ร่างบางพูดข้างหู ตบไหล่เด็กนั่นเบาๆอย่างเหนือกว่า แล้วเดินจากไป โคคิได้แต่มองตามก่อนจะหันมาพูดกับยามะพี


“ฉันคนนึง...ไม่ขอเป็นศัตรูคาเมะ...ไม่ว่าจะชาตินี้ชาติหน้า”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


โคคิและยามะพีขอลงที่สถานีรถไฟใต้ดินที่จินต้องผ่าน แวะส่งสองคนนั้นเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกของสดที่จะต้องใช้ทำอาหารมื้อเย็นที่ร่างบางเรียกร้อง


“จะไม่ถามอะไรหน่อยเหรอ”เดินเลือกสินค้ากันในซุปเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่จินกำลังเลือกปลาทูน่าสำหรับทำ สปาเก็ตตี้ไวส์ซอส คนที่เดินข้างกายแต่ไม่ช่วยอะไรเลยก็เอ่ยปาก


“ถามอะไร...”ร่างสูงย้อนก่อนจะคีบชิ้นปลาทูน่าส่งให้พนักงานไปชั่งน้ำหนัก


“ก็เรื่องฉันกับแม่กอริลล่านั่น...”ชายหนุ่มยิ้มบางๆ หันมามองคนถามที่จ้องมองเขาราวกับรอคำตอบ


“ฉันคิดว่าฉันรู้จักนายดี...นายไม่ทำใครก่อน”นี่อาจจะเป็นข้อดีของคาเมะล่ะมั้ง ไม่หาเรื่องใคร ถ้าใครคนนั้นไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายให้คนขี้หงุดหงิดคนนี้ระเบิดอารมณ์


คาเมะยิ้มบางๆ...จินรู้ใจเขา...


“หรือถ้าคิดจะทำ...”ร่างสูงพูดต่อพลางเหลือบมองคนรักทีนึง แล้วหันไปรับถุงปลาทูน่ามาจากพนักงานขาย วางลงในตะกร้าที่ตนถืออยู่

“นายจะทำแบบที่ต่อให้อีกฝ่ายเจ็บมากกว่า แต่ทุกคนก็จะเห็นว่านายถูก”คราวนี้จากรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าหวานสวยกลายเป็นยิ้มกว้างถูกใจ


...ใช่...จินรู้ใจเขา...และก็รู้ใจเขามากที่สุดด้วย... ร่างบางเดินเข้าไปควงแขน ยืดหน้าขึ้นไปหอมแก้มชายหนุ่ม


“เย็นนี้....จะเป็นจานรองสปาเก็ตตีให้”คนฟังหันมามอง สบตา คนที่กำลังนึกสนุก...เจ้าตัวดี คิดจะเล่นอะไรพิเรนๆอีกแล้วล่ะสิเนี่ย...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“จิน...เมื่อไหร่จะเสร็จ”เสียงหวานติดจะหงุดหงิดของคนที่อาสาขอเป็นจานซึ่งกำลังนอนเปลือยรออาหารอยู่บนโต๊ะกินข้าวดังขึ้น พร้อมๆกับที่เจ้าตัวผงกศีรษะขึ้นมองร่างสูงที่ยังยืนอยู่หน้าเตา


“มันยังร้อนอยู่เลย อยากโดนลวกรึไง”จินหันมาตอบ พลางคนน้ำซอสปาเก็ตตี้สีขาวข้นที่มีควันขาวลอยฉุยส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องครัว ร่างบางเหลือบมองอย่างสุดเซ็ง


...ไอ้ทื่อ!!! ร่างกายที่แสนจะเย้ายวนมานอนยั่วอยู่ตรงนี้ยังจะมาทำเสียงดุๆใส่อีก!!!...


คาเมะเหวี่ยงเท้าลงจากโต๊ะ เดินกระแทกเท้าตึงตังไปหาคนรักที่ยังมุ่งมั่นอยู่กับการคนน้ำซอสให้ความร้อนระเหย ใบหน้าสวยชะโงกข้ามไหล่หนาไปดูในหม้อ


...สปาเก็ตตีที่จินทำ ทุกครั้งต้องเป็นไวส์ซอส เพราะรู้ว่าขืนทำไอ้สปาเก็ตตีธรรมดาที่เป็นน้ำแดงๆเพราเจ้ามะเขือเทศที่คาเมะเกลียดนักหนาล่ะก็...มีหวังบ้านแตกแน่นอน


“สีเหมือนน้ำนายเลย...”คนฟังถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยปากปราม
“เลิกพูดเรื่องพรรค์นั้นก่อนได้มั้ย”พูดไปก็ไม่รู้คาเมะจะฟังรึเปล่า เพราะร่างบางแตะนิ้วชี้ลงในน้ำซอสบนหม้อแล้วเอามาอมลิ้มรสชาติ


“อร่อยดี...ฝีมือไม่ตกเลยนี่นา ฉันอยากชิมจากนิ้วจินบ้าง”เอาอีก...อยากทำแต่ล่ะอย่างล่ะเหลือร้ายทั้งนั้น...จินยอมตามใจ จุ่มนิ้วลงในซอส แล้วยื่นให้คนขอ คาเมะแตะลิ้นลงบนปลายนิ้วเลอะน้ำข้นๆนั้น แล้วลากลิ้นเลียจากปลายสู่โคนนิ้ว ต่อจากนั้นจึงครอบปากลงไปดูดอม จนชายหนุ่มต้องหายใจเข้าลึกๆระงับอารมณ์กำหนัดที่ก่อตัวเพราะปลายลิ้น

“นิ้วจินอร่อย...แต่ฉันอยากกินอย่างอื่นแล้ว”มือเล็กอุ่นไล้ลงที่เป้ากางเกงใต้ผ้ากันเปื้อนสีเข้ม บีบคลึงเค้นเคล้าไม่นานมันก็เริ่มแข็งสู้มือ


“กินข้าวก่อน...”จินดุอีก
“ก็กินทั้งสองอย่างพร้อมกันไง...”ร่างบางพูด นัยน์ตาระริกระรี้อย่างมีความสุขราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

...จ๊วบ...จ๊วบ...อึ่ก...


เสียงดูดกลืนดังคลอไปกับเสียงครางต่ำๆของร่างสูงที่พิงสะโพกกับเคาท์เตอร์ห้องครัว กางเกงยีนส์และชั้นในถูกรั้งร่นลงมาติดสะโพกด้วยฝีมือใครคงไม่ต้องบอก และใครคนนั้นก็กำลังมัวเมากับแท่งความเป็นชายของจินที่ขยายคับปากคับคอ


“อ่า...คาเมะ...”ชายหนุ่มครางแทบกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อลิ้นร้อนชื้นบดไล้ไปตามความยาว บางทีก็ถอยออกมาแทะเลียเฉพาะที่ส่วนปลายเบาๆ สลับกัน พาเอาอารมณ์ลุกฮือขึ้นจนเกือบสุด


“ไม่ให้ไปง่ายๆหรอก...”ร่างบางถอนริมฝีปากออกมาเงยหน้าบอก น้ำสีขุ่นจากแก่นกลางลำตัวของจินยืดติดไหลย้อยออกทางมุมปาก คาเมะลุกจากพื้นเดินไปหยิบเส้นสปาเก็ตตีสีเหลืองนวลที่สุกแล้วมาพันรอบท่อนร้อนของคนรักด้วยความคิดแผลงๆ


“นายต้องอ้อนวอนพระเจ้าแล้วล่ะจิน...ขอให้ฉันกินแต่เส้นสปาเก็ตตี้อย่างเดียว ไม่โดนน้องชายนาย”พูดอย่างนึกสนุก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เดิม เล็มไล้แท่งเนื้ออีกครั้ง


ริมฝีปากบางดูดลึกเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเส้นสปาเก็ตตี้ที่พันไว้เกือบสุดโคน ร่างบางเหลือบตามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้ฟันครูดเอาเส้นแรกออกมาจนเกือบสุดปลายท่อนเนื้อ


“อ่า...”ฟันคมขาวสะอาดครูดไปตามผิวเนื้อไวต่อความรู้สึก ทำเอาร่างสูงต้องครางหนัก ยิ่งคาเมะใช้วิธีดูดเส้นที่ส่วนปลายแท่งของเขาเข้าปาก ส่วนนั้นของจินก็ถึงกับปวดหนึบ เพราะแรงดูดไม่ได้ดูดเฉพาะแต่เส้นสปาเก็ตตี้ มันดูดหยาดน้ำที่จ่อล้นปลายทางเข้าไปด้วย


“รู้สึกดีเหรอ”คาเมะถามตาพราว ก่อนจะทำแบบเดิมกับสปาเก็ตตี้อีกสองเส้น ใช้ฟันครูดพามันออกมาจนเกือบสุด แล้วดูดที่ปลายแก่นกายเนื้อให้จินสะท้าน

ร่างบางถอนปากออก ยืดตัวขึ้นยืนสองมือลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อของอีกฝ่าย จูบเบาๆที่ปลายคางก่อนจะละออกมา เดินทอดขาเอื่อยๆไปยังโต๊ะกินข้าว ยกขาข้างหนึ่งก่ายโต๊ะไว้เพื่อเปิดทางให้จินได้เห็นบั่นท้ายอวบอิ่ม


มือเล็กลากนิ้วชี้ไปตามร่องสะโพกดุนดันที่ปากทางร้อนซึ่งขมิบเข้าออกยั่วสายตา และแทบจะในทันทีที่คนถูกยั่วกระโจนเข้าไปหา เขาก้มลงบดจูบเนิ่นนาน สอดแทรกปลายลิ้นเข้าควานลึก ขณะที่สองนิ้วยาวๆสะกิดเขี่ยที่ร่องร้อนเพื่อเปิดทางสำหรับแก่นกายใหญ่โต


“อ่า....เข้ามาเถอะ...”คาเมะกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะหลับตาลงเมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ถูกดันเข้ามาในช่องทางคับแคบแทนสองนิ้วที่ถูกถอดถอนออกไป


“อึ๊...ลึกอีกสิ…อ่า”ร่างบางแอ่นกายไปด้านหน้า เมื่อด้านหลังถูกรุกรานด้วยการขยับแนบชิด


“ใจเย็น...”จินบอก ทว่าเหมือนจะเตือนตัวเองอยู่ในที ภายในร่างกายของคาเมะ ทั้งอุ่นร้อน ทั้งชื้นฉ่ำ และคับแน่น มันทำให้เขาอยากไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ


“ใจเย็นบ้าบออะไรล่ะ!!...อ๊า...”คาเมะแว้ด แต่ก็ได้เท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับเพิ่มจังหวะความเร็ว มือเล็กข้างหนึ่งขยับขยี้ยอดอกของตัวเอง มืออีกข้างบีบกระชับแก่นกายเล็กที่เริ่มเหยียดชันประสานไปกับจังหวะของจินที่เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ


“อ๊ะ...อ๊า....จิน...อื้อ เร็วอีก...”จินขบกรามแน่น มือบีบขย้ำบั้นท้ายสองข้างเพื่อคลายอารมณ์ที่แทบทะลุปรอท เสือกร่างเข้าหาช่องทางอุ่นนุ่ม เสียดสีจนเกิดเป็นความร้อนระอุ ก่อนจะหยุดค้างแล้วหมุนวนเสียงวาบทั้งคนทำคนถูกทำ


ไม่นานเลย สำหรับการพังทลายของอารมณ์ทั้งมวล ร่างสูงเร่งความเร็วเพียงไม่กี่ครั้ง คาเมะก็อ่อนเปลี้ยทรุดลงนอนราบกับโต๊ะ เมื่อสิ่งที่อยู่ในกำมือคายหยาดหยดเหนียวขุ่นออกมา

“อ๊า!!!...”

“อ๊ะ...อ๊ะ...”เสียงใสครางแผ่วต่อเนื่อง เมื่อร่างของตัวเองยังไหวโยกไปตามแรงกระแทกด้านหลัง จินดึงท่อนเนื้อออกมา แล้วกระแทกเข้าไปจนสุด ปากทางของคาเมะขมิบรอบส่วนโคนของเขา ขณะที่ภายในโอบกระชับรัดรึงจนสุดทานทน มันทั้งตอดรัด และดูดกลืนราวกับมีชีวิต ต้องอัดน้ำคาวรักพุ่งฉีดเข้าไป


แม้จะปลดปล่อยกันไปแล้วทั้งคู่ แต่ดูเหมือนร่างกายยั่วยวนที่ยังครอบคลุมเขาอยู่นั้น ยังไม่พอกับสิ่งที่ได้รับ หลืบแคบขมิบกลืนส่วนกลางลำตัวของจินคล้ายจะร้องขออีกสักครั้ง นั่นทำให้ร่างสูงต้องผ่อนลมหายใจยาว เพื่อสลัดทิ้งอารมณ์อันครุกรุ่น…ไม่ได้...นี่ไม่ใช่เวลาทำเรื่องแบบนี้...


...มันเป็นเวลากินข้าวต่างหาก...


เขาถอนกายออก กำลังจะใส่กางเกง แต่คาเมะพลิกร่างหันมามอง ดวงตาพราวระยับและรสสัมผัสของฝ่ามือเย็นๆที่กำลังลูบไล้ไปตามแผ่นอกนั่นทำให้จินต้องกลั้นหายใจ


“พอแล้ว...คาเมะ”ชายหนุ่มปราม เมื่อมือนุ่มอุ่นที่กำลังลูบไล้อกเขา ตอนนี้เริ่มลดระดับลงสู่เบื้องล่าง ซึ่งกำลังตื่นตัวอีกครั้ง ทั้งๆที่พึ่งปลดปล่อยไปเมื่อครู่


“อะไรกัน...รู้สึกดีไม่ใช่เหรอ”คนถูกห้ามเงยหน้าถาม บีบเค้นจนรู้สึกถึงปฏิกิริยาของสิ่งในกำมือ...มันแข็งขึ้นเรื่อยๆ...เรื่อยๆ... ริมฝีปากบางแนบลงบนแผ่นอก ฝากความอุ่นร้อนชื้นแฉะบนตัวเสื้อให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวเนื้อหน้าอกกว้าง ใช้ฟันขบเบาๆบนติ่งเนื้อที่เริ่มเกร็งแข็ง ขณะที่มือยังคงปลุกปั้นความเป็นชายของจินให้พร้อมที่จะสนองตอบอารมณ์ร้อนแรง


“ใช่...แต่นี่ได้เวลากินข้าวแล้ว...กินผิดเวลาจะปวดท้อง เป็นโรคกระเพาะอยู่ไม่ใช่รึไง”พูดจบ ชายหนุ่มก็ปลดมือเล็กออก ใส่กางเกงเรียบร้อยจึงเดินไปคีบเส้นสปาเก็ตตี้ใส่จาน ตักไวส์ซอสราด แล้วเดินมาวางที่โต๊ะ ก่อนจะหันมามองคนที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ที่เดิม


“ใส่เสื้อผ้าแล้วมากินข้าว”จินสั่ง แต่คาเมะสะบัดหน้าพรืดเหมือนจะไม่ยอมทำตาม ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ จนใจจะต่อกรกับคนดื้อแพ่ง ได้แต่ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ แต่สายตายังจ้องมองคนรักเป็นเชิงว่าให้มากินข้าว


คาเมะเห็นสายตานั้นแล้วได้แต่ถอนฉุนอย่างหงุดหงิด เดินกระแทกเท้าปึงปังมาที่เก้าอี้ซึ่งมีร่างสูงนั่งอยู่ จินจะลุกให้ แต่มือเล็กกดบ่าไว้ แล้วนั่งคร่อมตัก หันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม ใบหน้าหวานบ่งบอกอารมณ์หงุดหงิดมากมายแค่ไหน จินไม่ต้องคะเน


“จะยั่วฉัน?”คนถูกนั่งทับเอ่ยปากถามยิ้มๆ


“แล้วจะทำไม?”ย้อนถามหน้าเชิดอย่างถือดี


“ยั่วน่ะได้...แต่ต้องกินข้าว”

“กินหนึ่งคำจูบหนึ่งที”ต่อรองอย่างกับเด็กๆ คาเมะในสภาพที่มีแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว ( ซึ่งจินบังคับใส่ ไม่งั้นจะไม่ยอมให้ใช้ปากเมื่อครู่ ) นั่งคร่อมตักแบบที่มองเห็นอกขาวรำไรใต้เม็ดกระดุมที่กลัดกันไว้อย่างลวกๆ


ในสภาพอย่างนี้...ตายด้านก็ตายด้านเถอะ...ซู่ซ่ากันหมดนั่นแหล่ะ...


“กินสิบคำ...ดีฟคิสหนึ่งที”จินยื่นข้อเสนอ ทำเอาร่างบางหน้ามู่


“ถ้ากินหมดจาน ต้องทำกันในอ่าง”จินยื่นได้ คาเมะก็เสนอบ้าง แล้วสปาเก็ตตี้คำแรกก็เข้าปากบางเมื่อร่างสูงพยักหน้ารับเป็นการตกลง


คาเมะเคี้ยวไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี คิดเรื่องแผลงๆเตรียมไว้สำหรับการเมคเลิฟในอ่างอาบน้ำเรียบร้อย จะเอาให้จินตะลึงจนคาดไม่ถึงเชียวล่ะ...


-*-*-*-*-*-*

“สิบคำแล้ว!!”ร่างบางโวยลั่น เมื่อเห็นมือหนาที่ถือช้อนตักสปาเก็ตตี้คำใหม่เตรียมป้อนคนบนตักเป็นคำที่สิบเอ็ดๆ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดีฟคิสตามที่ตกลงกันไว้เลย


“สิบคำแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มย้อนถามอย่างไม่มั่นใจนัก แต่คล้ายจะแกล้งเล่น เพราะดวงตาคมดุที่มองคนบนตักนั้นแพรวพราวจนน่าเอาส้อมจิ้มให้บอดทั้งสองข้าง


“สิบแล้ว!!...อย่ามั่ว!!...ดีฟคิสเดี่ยวนี้!!!”
“แต่ฉันว่ายังไม่ครบ...”
“เอ๊ะ!!...จะโกงฉันเหรอ!!...ไม่กงไม่กินมันแล้ว!!!...”คาเมะสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างไม่พอใจ
“ไม่กินก็ไม่หมด...ถ้าไม่หมดก็ไม่ได้ทำ...”จินพูดเรียบๆ แต่มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ
“จิน!!!”ร่างบางร้องลั่นพร้อมกับสายตาที่จ้องเขม็ง ขบริมฝีปากด้วยความโมโหที่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนแบบไม่เห็นช่องทางเอาชนะ


ร่างสูงเลิกคิ้วมองคนรัก ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นคาเมะอ้าปากรับคำต่อไปด้วยสีหน้าบูดสนิท ใบหน้าสวยค้อนควั่กอย่างที่จินนึกเอ็นดู

....ซ่ามาเยอะแล้ว...ถูกเอาคืนบ้างจะเป็นไรไป...คาเมะ....


FIN

……………………..

เอ่อ เอามาลงต่อเนื่องก่อนไปปั่นรายงาน เนื้อเรื่องค่อนข้าง… เล็กน้อย (มั้ง) เนื่องจากตอนแต่งเป็นช่วงเอนท์ ก็เลยเครียด ฮ่าฮ่า
เราไม่ได้ทะลึ่งนะคะ อ้ายยยยยย แค่แบบว่า มันเป็นแนวหนึ่งของการแต่งฟิคเท่านั้นเอ๊ง!!
Fic : SEXY DARLING ver. 1
JIN X KAME
By : Dezair
RATE : NC-17
………………………


“รู้มั้ย!!! เมื่อคืนฉันอุตส่าห์ไม่ใส่ชั้นในนอน แต่ไอ้บ้านั่นดันพูดหน้าตาเฉยว่าระวังเป็นหวัด!!!” ร่างบอบบางที่กำลังโมโหงุ่นง่านจนควันแทบออกหู แหกปากฟ้องเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่เมื่อคืน


“อ๋า...คาเมะ เบาๆหน่อยสิ คนเค้ามองกันใหญ่แล้ว” เพื่อนสนิทแสนซื่อต้องหันมาปรามเสียงเบาเมื่อรับรู้ถึงสายตาจากนักศึกษาชายต่างคณะที่ขวักไขว่กันอยู่ในลานอเนกประสงค์ของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์


คาเมนาชิ คาซึยะที่กำลังหงุดหงิดเป็นที่สุดตวัดสายตาขุ่นคลั่กมองไปรอบๆตัว ไอ้พวกที่มองเขาอยู่ก็พากันหลบสายตาวูบ ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา คาเมะตัวเล็กกว่าพวกมันเสียด้วยซ้ำ


“ดี!!!...จะได้รู้กันให้ทั่ว ว่าไอ้เจ้าชายคณะวิศวะมันกามตายด้าน!!!” ริมฝีปากบางประกาศลั่นแบบไม่อายสายตาใคร พาให้เกิดเสียง อื้อหือ!!! ดังเซ็งแซ่


“คาเมะ...” เพื่อนที่มาด้วยกันต้องปรามอีกรอบด้วยท่าทางตกใจ แต่ดูเหมือนคนที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์โมโห จะยังไม่หยุดฝีปากเพียงแค่นั้น


“มีมังกรก็เหมือนมีไส้เดือน!!! ใช้งานไม่เป็น!!!” คราวนี้ คนรอบข้างที่เงี่ยหูฟังกันนานแล้ว พากันร้อง อู้ฮู้!!! ทำตาโตเท่าไข่ห่าน คนพูดไม่มีทีท่าเขินอายหรือกระดากใจแม้สักนิดกับคำพูดสองแง่สองง่ามของตัวเอง เป็นเพื่อนรักเสียอีกที่หน้าแดงเอา แดงเอา


“เป็นอะไรไปน่ะ ยามะพี ไข้ขึ้นเหรอ” ยังมีหน้าไปถามเค้า...ก็เพราะมันคำพูดของตัวเองไม่ใช่รึไงล่ะ...


“ก็...ก็...ก็คาเมะพูด...” ท่าทางเขินอายทำเอาคนแก่นเซี้ยวไม่เคยอายถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ


“ทำไมล่ะ...ฉันพูดความจริงนี่นา...หมอนั่นน่ะใหญ่อย่างกับปลาหมึกยักษ์ แต่รู้มั้ย มันไม่เคยเริ่มก่อนสักที มีแต่ฉันที่เป็นฝ่ายเข้าหา...น่าเบื่อ...กว่าจะตั้งแต่ล่ะที ก็ต้องเป็นฉันยั่ว สงสัย ของปลอมแหง เอามาแปะไว้โชว์เล่น...” คาเมะยังคงลอยหน้าลอยตาพูดเสียงดัง เผื่อแผ่ให้คนรอบข้างได้ยิน อนุเคราะห์ให้ไอ้พวกปากหอยปากปูเอาไปนินทาเวลากินข้าว จะได้ครื้นเครง!!!


“พูดอะไรออกมาคาเมะ...” เสียงทุ้มดุดังมาจากด้านหลังของร่างบาง คาเมะกระตุกยิ้มมุมปาก ลุกจากเก้าอี้หันมามองเจ้าของเสียง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นัยน์ตาคมดุวาววับ คิ้วขมวดมุ่น


...ท่าทางอย่างนี้ เมื่อกี้คงได้ยินที่พูดสินะ...ดี...จะได้รู้ซะบ้าง ว่าขัดใจคนอย่าง คาซึยะ เวลาอยากทำ แล้วมันจะเป็นยังไง!!!...


....บอกให้ทำอีกรอบ!! ทำอีกรอบ!!! มันดันชิ่งหลับก่อนเฉยเลย เขาเขย่าก็แล้ว โวยวายก็แล้ว มันก็ไม่ยอมตื่น !!!...หึ!!!...อายุเพิ่งจะ 20 นะ ทำครั้งเดียวมันจะไปพอยาไส้ได้ไง!!!....


แขนเรียวขาวที่โผล่พ้นเสียงแขนกุดสีขาวยกขึ้นพาดไหล่หนา ค่อยๆไต่ขึ้นโอบล้อมลำคอแกร่ง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างท้าทาย


“ก็แค่แจกแจงความไร้สมรรถภาพของ อาคานิชิ จิน ให้คนอื่นรู้น่ะสิ” ดวงตาเรียวที่จับจ้องใบหน้าหล่อเหลามีประกายระยิบอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่กลีบปากบางหยักยิ้มอย่างเหนือกว่า ทำลายความอดทนของคนเงียบขรึมอย่าง อาคานิชิ จิน ได้ไม่ยาก


“จะไปรอที่รถ...” อยู่ดีๆ คาเมะก็ขยับตัวถอยห่าง คว้าหนังสือของตัวเองยัดใส่มือร่างสูง หันมาบอกลายามะพีเพื่อนรักเรียบร้อยก็ก้าวขาฉับๆเดินออกจากลานกว้างที่มานั่งรออยู่เกือบสิบนาที


ชายหนุ่มปีสามเจ้าของฉายา เจ้าชาย คณะวิศวะ มองตามแผ่นหลังบางๆของคนเจ้าปัญหาจอมมากเรื่องแล้วได้แต่ถอนหายใจอย่างหนักอก หันมายิ้มบางๆให้ยามะพีเป็นเชิงลาก่อนจะเดินตามออกไป ทิ้งให้เพื่อนสนิทตัวเองไว้กับยามะพีที่ก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือลงกระเป๋าเตรียมตัวจะกลับเช่นกัน


“ยามะพีกลับยังไง...พี่ไปส่งมั้ย” ในขณะที่เพื่อนอย่างจินได้ตำแหน่งเจ้าชาย นากามารุ ยูอิจิก็ได้ตำแหน่ง คาสโนว่า มาครองเช่นกัน และเมื่อมีหนุ่มน้อยน่ารักตาโตตรงสเป็คมาอยู่ตรงหน้า มีหรือที่เลือดเจ้าชู้จะไม่ไหลพล่าน ปิดหน้าปิดตาไม่มิดว่ามันกรุ่มกริ่มแค่ไหน


“ผมกลับเองได้ฮะ...ไม่เป็นไร” ยามะพีลุกขึ้นสะพายกระเป๋า แต่อีกฝ่ายไวกว่า คว้ากระเป๋าไปถือให้ก่อนจะส่งรอยยิ้มกว้างเอาใจ


“มาถึงถิ่นพี่ ถ้าจะกลับต้องให้พี่ไปส่งนะครับ...ไม่งั้นเด็กวิศวะเสียชื่อแย่...นะครับยามะพี” อ้อนต่ออีกนิดหน่อย ก็เรียกรอยแดงๆบนแก้มนิ่มได้ไม่ยาก สุดท้ายแล้วลูกกวางตัวน้อยก็ตกอยู่ในอุ้งมือหมาป่าจนได้ ยูอิจิยิ้มก่อนจะผายมือให้ยามะพีเดินนำ แต่ก่อนที่ตนจะเดินตามก็ใช้สายตากวาดมองเจ้าหนุ่มคนอื่นๆที่อยู่ในลานด้วยสายตาประมาณว่า


...ยามะพีน่ะ...เด็กข้า!!!...ใครแตะ ตาย!!!!...


-*-*-*-*-*-*-*-*

รถยนต์คันเล็กเลี้ยวออกจากมหาวิทยาลัยสู่ถนนใหญ่ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ขณะที่ภายในรถเงียบเชียบอย่างน่าใจหาย อาคานิชิ จิน ผู้มีหน้าที่ขับ เหลือบตามองคนที่นั่งหน้าบึ้งตึงยู่ข้างๆ ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ


“อยากมีเซ็กซ์...” ริมฝีปากบางเอยปากบอกความต้องการอย่างเอาแต่ใจ ...สงสัยถ้ายามะพีได้ยินล่ะก็ มีหวังเป็นลมแน่ๆ...


“เมื่อวานก็เพิ่งมีไปไม่ใช่รึไง” จินย้อนถามอย่างกระดากอายนิดๆ แต่ก็ยังทำหน้าขรึม...


“ครั้งเดียวเมื่อวานมันจะไปพออะไรเล่า!!! ...นี่ฉันมีแฟนเป็นผู้ชายอายุเพิ่งยี่สิบกว่า หรือว่าเหยียบร้อยกันแน่!! ถึงได้มีเซ็กซ์เดือนละครั้ง” คาเมะโวยวายอย่างไม่พอใจ คิ้วขมวดหงุดหงิดเป็นที่สุด ร่างสูงไม่ต่อความยาว รู้ดีว่าขืนพูดไปเดี๋ยวก็คงทะเลาะกันไม่จบสิ้น เขาถอนฉุนทีนึงก่อนจะหันมาสนใจถนนหนทางต่อ คนขี้หงุดหงิดเหลือบมองเมื่อเห็นจินเงียบ ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะหยักยิ้มเมื่อนึกอะไรออก


มือเล็กขาวไต่เข้าไปป้วนเปี้ยนที่เข็มขัดของคนขับรถอย่างนึกสนุก...คาเมะรู้...จินก็เหมือนผู้ชายทั่วๆไป มีหรือที่ถูกยั่วแล้วจะไม่ตื่น...ส่วนไอ้ที่พูดกลางลานนั่น...เอาไงดีล่ะ...ความจริงคาเมะก็แค่สนุกปากปนสะใจที่เห็นไอ้ผู้ชายพวกนั้นมองจินเป็นตัวประหลาดอะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง....


“คาเมะ...” จินส่งเสียงปรามอย่างเอือมระอา ใต้ท่าทีเย็นชา มีใครรู้บ้างว่า อาคานิชิคนนี้ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองแค่ไหน ที่จะไม่หาที่จอดลับตาคนแล้วจัดการร่างหอมหวานตรงหน้าที่ดีแต่ยั่วให้ประสาทขมึงเกลียว


“ก็บอกแล้วว่าอยากมีเซ็กซ์” นิ้วชี้และนิ้วโป้งปลดซิบกางเกงลงได้เรียบร้อยภายในเวลาไม่กี่วินาที มือของเจ้าตัวดีก็เริ่มล้วงเข้าไปภายในปลุกเร้าอารมณ์คนร่างสูงให้ต้องกัดกรามกรอด


“รอถึงบ้านก่อนสิ” จินพยายามกลืนน้ำลายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ กว่าจะพูดออกไปได้แต่ละประโยค


คาเมะยื่นหน้าเข้าไปหาจินทียังคงมองแต่ถนน แล้วเป่าลมร้อนๆใส่หูให้ร่างสูงขนลุกชันไปทั้งตัว
“ไม่...” นั่นคือคำตอบ เป็นคำตอบที่สรุปได้ง่ายๆว่า คุณหนู คาเมนาชิ คาซึยะจะทำที่นี่!!! ตอนนี้!!! และเดี๋ยวนี้!!!


-*-*-*-*-*-*-*


“อื้อ...ฮ่า” เสียงครางอย่างอึดอัดดังลอดออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพูที่เม้มแน่นสลับกับเผยออ้า ขณะนี้ ในรถที่แคบแสนแคบแต่คาเมะก็ยังอัญเชิญตัวเองขึ้นมานั่งขย่มโยกบนร่างสูงที่ปรับเบาะหลังพวงมาลัยรถให้เอนราบ


“ของนายเนี่ย...ให้ความรู้สึกดีชะมัด...อึก!!~” ใบหน้าหวานสวยที่ก้มลงจูบปลายคางของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างถึงกับสะบัดเงยเมื่อแก่นกายบวมพองที่ฝังลึกในช่องหลืบเหมือนจะขยายขนาดได้ไม่จบสิ้นเสียที


“ยังใหญ่ได้อีก...อื้อ...รู้มั้ย...มันคับแล้ว..อ้า” สองมือเล็กยันกับอกกว้าง ขณะยกสะโพกตัวเองขึ้นจนหลุดจากการเกี่ยวพันลึกซึ้ง


“จิน...รักฉันรึเปล่า…อ้า...” ถามเสียงกระเส่าแล้วกดร่องสะโพกถูไถกับส่วนกลางลำตัวของคนรักที่กำลังเหนอะหนะหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำข้นขุ่น


“รักมั้ย...หื้อ...” ถูสะโพกตัวเองไปมา ส่ายซ้ายทีขวาทีกระตุ้นให้อีกฝ่ายตอบ


“ต้องตอบด้วยรึไง” ร่างสูงย้อนหน้าตาย ทั้งๆที่สัมผัสเสียวซ่านที่ถูกคาเมะกระทำนั้นกำลังทำให้เขาเกือบจะระเบิดอยู่รอมร่อ


“ก็ได้...” การยั่ววิธีแรกถูกยุติลงด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์นักของคาเมะ เรือนกายขาวอมชมพูขยับเปลี่ยนท่าทาง หันสะโพกไปคร่อมหน้าจินเอาไว้ ขณะที่หน้าตัวเองก็หันมาจ่อกับแท่งร้อนผ่าวแดงก่ำที่เหยียดชันแข็งตรง มันยังถูกรัดรึงด้วยถุงยางอนามัยที่เจ้าคนรักรถยืนกรานว่าต้องใส่ เพื่อไม่ให้เลอะเทอะ



เดี๋ยวคอยดูสิ คาเมะจะทำให้เลอะแบบที่หมอนั่นบ่นไม่ได้เชียวล่ะ


“ฉันจะทำให้นายรักฉันไปตลอดชีวิต” ร่างบางเหลียวหน้ากลับมาบอกพร้อมรอยยิ้มยั่ว รูดยางสีขุ่นออกจากแก่นกาย แล้วใช้มือจับโคนฐาน ค่อยๆแตะลิ้นลงที่ปลายยอด ก่อนจะลากความชื้นเปียกลงล่าง จากนั้นจึงขบเม้มริมฝีปากลงกับแท่งร้อนอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวหนังส่วนไวต่อความรู้สึกจนจินต้องหลับตาข่มอารมณ์ ชายหนุ่มดึงสะโพกให้ลงมาอยู่ในระดับสายตา ส่งลิ้นขึ้นไล้เลียปากทางที่แดงก่ำเพราะการสอดใส่ทำรักเมื่อครู่


“คนที่ต้องรักน่ะ...มันนาย...” นิ้วยาวสองนิ้วชำแรกลึกอย่างรุนแรง

“อ้า!!” สะโพกกลมกลึงกระดกแอ่นรับสองนิ้วที่ช่ำชองนั่น ช่องทางภายในตอดรัดให้ลุ่มหลงและต้องการ ร่างบางก้มลงละเลงลิ้นกับส่วนยอดลิ้มรสหยดหยาดเหนียวๆที่ซึมผ่านออกมาเรื่อยๆ


...ก็ให้มันรู้กันไป...ว่าใครจะทนไม่ได้ก่อนกัน ในเมื่อนิ้วกำลังถูกเขาขมิบกลืน ส่วนแก่นกลางลำตัวก็กำลังถูกเขาบดลิ้นลากไล้ไปมา...


จินผงกหัวขึ้นมองพฤติกรรมของคนที่จงใจใช้ร่างกายปลุกเร้าเขา ก่อนจะใช้สองนิ้วที่แช่ในร่างกายอีกฝ่ายบังคับให้มันถ่างเพื่อขยายปากทางร้อน ลิ้นสากแตะหยอกล้อส่วนที่ขมิบเข้าออกนั้นเบาๆพาให้ร่างของคาเมะเกร็งขึง จากการแตะเพียงบางเบาถูกปรับเปลี่ยนเป็นตวัดลิ้นรุนแรง เขาไล้มันไปรอบๆส่วนที่กำลังเผยออ้าบอกความต้องการนั้น พอครบรอบก็กดเข้าไปภายในเพียงแปบเดียวแล้วดึงออกมา เพื่อเลียรอบๆอีกครั้ง สลับไปเรื่อยๆ


กระตุ้นแล้วหยุด กระตุ้นแล้วหยุด....ทำเอาคาเมะถึงกับหอบครางเสียวสะท้านกับสัมผัสนั้น


“พอแล้ว!!” ยิ่งถูกลิ้มรสนานๆ ร่างบางก็ชักทนไม่ไหว เขาไม่ชอบลิ้นของจิน เพราะมันทำให้หวามไหวอย่างรุนแรง ไม่ชอบฝ่ามือของจินเพราะทุกที่ในร่างกายของเขาที่มันลากผ่าน มันทำให้ร้อนวาบราวกับถูกไฟดูด ทุกๆสิ่งของจินมันทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง ทั้งร่างกายทั้งจิตใจมันว่าง่ายจนน่าโมโห....


...แต่ก็อีกนั่นล่ะ...ถ้าคนที่แตะต้องร่างกายอันแสนเย้ายวนนี้ไม่ใช่ อาคานิชิ จิน...คาเมะก็ไม่ยอมเด็ดขาด...


ร่างบางใช้สองมือจับพวงมาลัยรถดึงตัวเองลุกขึ้นคร่อมจินอีกครั้ง ก่อนจะกดสะโพกลงพรวดเดียว แก่นกายแข็งแกร่งก็แทรกเข้าฝังลึกเข้าไปภายในร่างของเขาจนมิดด้าม


“อ้า!!”

“อ่า...” ชายหนุ่มครางต่ำ พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ดำเนินไปเร็วนัก สายตาที่จับจ้องแผ่นหลังเปลือยเปล่าบอบบางของคนที่ครอบครองเขาอยู่เต็มไปด้วยความต้องการที่ล้นปรี่จนแทบระเบิด มือหนาบีบนวดก้อนเนื้อนุ่นเนินสะโพกให้เบียดชิดกับส่วนกลางลำตัวของเขามากขึ้น


“อื้อ...อ๊ะ” เพียงครู่เดียวบั้นท้ายเล็กก็ขยับโยกอย่างรู้งาน เสียงหอบครางดังลั่นในรถที่เปิดแอร์เย็นช่ำซึ่งจอดอยู่ในสวนสาธารณะที่ค่อนข้างปลอดคน


คาเมะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คิ้วขมวดแน่นกับความต้องการที่กำลังจะจุดระเบิดแตกทลาย เสียงเนื้อกระทบกันดังพั่บๆ พอๆกับเสียงชุ่มน้ำยามช่องทางตอดรัดกระแทกกระทั้นกับแท่งแข็งยาว เหงื่อไหลชุ่มโชกจนเหนียวเหนอะ ขณะที่ส่วนกลางลำตัวของคาเมะเองก็เริ่มอัดอั้นเกร็งเขม่ง


ร่างบางยกสะโพกขึ้นเกือบสุดจนเกือบจะหลุดจากท่อนเนื้อนั้น แล้วค้างเอาไว้เพื่อหายใจหายคอ


“คาเมะ?” จินเรียกด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดเสียเฉยๆ ทั้งๆที่เมื่อครู่โยกเร็วปานจะขาดใจ คนถูกเรียกหันมามองด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะ...


---ฟุ่บ--- สะโพกมนขาวกดกระแทกครอบคลุมเนื้อแข็งที่ตั้งชี้อย่างรวดเร็วรุนแรงเรียกความกระสัน


“อ้า!!!”

“อ่า!!!” หยาดน้ำขาวพุ่งทะยานเปรอะเปื้อนหน้าขาขาวของเจ้าตัวซึ่งซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถอย่างอ่อนแรง ขณะที่ภายในร่างกายก็รับรู้ถึงความอุ่นร้อนจากหยาดหยดของจินซึ่งพุ่งฉีดพร้อมๆกับการกระตุกสองสามครั้ง


---แกร็ก--- เบาะที่จินนอนหงายเมื่อกี้ถูกมือหนาปรับให้อยู่ในท่านั่งเช่นเดิม การเปลี่ยนท่ากะทันหันทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง เพราะแท่งร้อนภายในร่างขยับเสียดถูไปกับผนังอ่อนตามการขยับนั้นด้วย คาเมะตวัดสายตาหันมามองอย่างไม่พอใจ


“แกล้งฉันเหรอ!!” เหนื่อยจนหมดแรงแต่ยังสามารถแว้ดต่อว่าได้ตามนิสัย


“เปล่า” คนถูกถามไหวไหล่อย่างไม่ค่อยจะสนใจมากนัก ขยับตัวไปหยิบเสื้อผ้าที่ถูกถอดโยนระเกะระกะบนเบาะด้านหลังมาวางรองบนเบาะข้างๆ


“อื้อ!อย่าขยับสิ!” ร่างบางหันมาแหวว จินขยับที เจ้าท่อนเนื้อที่เขารักมากกว่าหน้าจินซึ่งยังคงฝังแน่นอยู่ภายในก็ขยับครูดซ้ายทีขวาทีอย่างที่เจ้าของมันขยับเขยื้อน


“กลับบ้านกันได้แล้ว” จินพูดพลางยกร่างที่มีแต่ตัวเปลือยเปล่าให้หลุดออกจากตัวเขา


“อ๊ะ...อื้อ...” ร่างขาวดิ้นพล่าน ความยาวใหญ่ของอีกฝ่ายไม่ได้ลดขนาดลงไปจากตอนแรกเลย กว่าจะหลุดจากกันได้ ก็ดูเหมือนจะปลุกอารมณ์ได้อีกรอบ คาเมะถูกวางลงบนเบาะข้างคนขับ มีเสื้อของจินรองนั่ง เพื่อไม่ให้น้ำคาวที่กำลังไหลออกมาจากช่องทางแดงก่ำต้องเปื้อนเบาะ


ชายหนุ่มใส่กางเกงเรียบร้อยก็หันไปหยิบเสื้อของร่างบางมาส่งให้ ก่อนจะเอื้อมไปเบาะหลังอีกครั้ง ควานหาทิชชู่มาส่งให้คนที่ยังอวดขาขาวๆล่อสายตาและอารมณ์ที่ยังไม่ดับสิ้น


“เช็ดซะ” เขาว่า พลางปรายตาไปยังหน้าขาขาวจั๊วะกลมกลึงน่าสัมผัส มันมีรอยแดงพาดผ่าน ทั้งรอยมือและรอยจูบ แล้วใครล่ะคนทำ ถ้าไม่ใช่เขา...


“ใครทำคนนั้นก็เช็ดสิ” คาเมะพูดหน้าเชิ่ดจนจินได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ ดึงทิชชู่เนื้อนุ่มออกมาสามสี่แผ่น แล้วซับที่ช่องหลืบสีเข้มเพราะถูกแรงกระแทกหนักหน่วง น้ำรักของร่างสูงไหลเยิ้มออกมาเรื่อยๆ


“อื้อ..เอานิ้วเข้าไป...” ร่างบางเริ่มหอบหนัก ชักมีอารมณ์กับนิ้วจัดเจนและทิชชู่ที่ให้สัมผัสแผ่วเบา


จินสอดนิ้วเข้าไปคว้านน้ำที่ยังคงค้างภายในให้ออกมาข้างนอก แต่นั่นยิ่งทำให้คนถูกกระทำหลับตาปล่อยอารมณ์ให้เป็นไปตามการนำพา กำลังเคลิบเคลิ้มหวามไหว แต่แล้วนิ้วที่ขยับสู้กับแรงตอดรัดภายในก็ถูกดึงออก หยุดทุกสิ่งทุกอย่างให้คาเมะถึงกับคว้าง


“หยุดทำไม!!!” ร่างบางถามหน้าถมึงทึงอย่างเอาเรื่อง


“ทำความสะอาด ไม่ได้จะกระตุ้นอารมณ์...ถ้าอยากก็กลับไปทำที่บ้าน” จินตอบเสียงเรียบ เช็ดไม้เช็ดมือเรียบร้อยก็หันไปปลดเกียร์เพื่อขับรถพาตัวเองและคุณหนูเอาแต่ใจออกจากสถานที่ลับตาคน


“นายเก็บไว้ทำที่บ้านคนเดียวเหอะ!!!” คาเมะตวาดอย่างหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ เพราะอีตาภูเขาน้ำแข็งนี่แท้ๆ!!! คอยดู!!! พอกลับถึงบ้าน!! นายนี่ต้องแจ้นเข้าห้องน้ำไปช่วยตัวเองแทบไม่ทัน!!!

-*-*-**-*-*-

...เจ้าเด็กแก่แดด!!!...ร่างหนาบ่นพึมพำกับตัวเอง เมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ภายในรถระหว่างทางจากสวนสาธารณะจนกระทั่งถึงบ้าน เส้นทางก็ไม่ไกลขับแค่สิบนาทีถึง แต่เจ้าเด็กนั่นก็เล่นยั่วจนเขาแทบกลั้นไม่อยู่ พอมาถึงบ้านที่อาศัยอยู่ด้วยกัน มันก็เดินสะบัดหน้าไปดูโทรทัศน์หน้าตาเฉยไม่ทุกข์ไม่ร้อน ส่วนเขาต้องมาช่วยตัวเองในห้องน้ำ ทำไปก็คิดถึงร่างขาวอมชมพูดที่บิดเร้าอยู่บนเบาะข้างๆเขาในรถเมื่อครู่ไป


….ใช่!!!...ตอนที่เขากำลังขับรถ คาเมะก็กำลังช่วยตัวเอง!! คิดดู!! ดีแค่ไหนว่าเขาไม่กระเจิดกระเจิงไปเสียก่อน จริงอยู่ที่ไม่ได้เห็นเต็มสองตา แต่แค่หางตาก็พอจะเห็นว่าอะไรเป็นอะไร


...มือนั่น...คาเมะใช้มันสะกิดยอดอกเม็ดเล็กสีแดงก่ำของตัวเอง ขณะที่มืออีกข้างกระตุ้นปากทางร้อนผ่าวที่ขมิบอ้าตอดรัดปลายนิ้ว ส่วนแก่นกายเล็กสีชมพูเข้ม ร่างบางจงใจจะปล่อยให้มันชี้ชันเชิญชวน คายหยดขาวคาวออกมาปริ่มปากรู...


“อา...” แค่จินตนาการภาพที่เห็นเมื่อครู่ สิ่งที่อยู่ในมือของจินก็เหมือนจะบีบรัดรุนแรง ชายหนุ่มหอบฮัก ใต้สายน้ำของฝักบัวนั้นเย็นเชียบ แต่ในกายเขาร้อนรุ่มอัดอั้นแทบระเบิดอยู่รอมร่อ


...นึกแล้วมันก็น่าตีนัก!!!...ทำแต่ละอย่างล่ะเหลือร้ายทั้งนั้น!!!...คาเมะ!!!...

-*-*-*-

ร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ได้ยินเสียงฝักบัวดังอยู่เกือบสิบนาที รู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเข้าไปทำไม เข้าไปทำอะไร และต้องเข้าไปเพราะใคร แต่ไม่มีแม้สักแวบที่จะคิดไปเคาะประตูขอช่วยในฐานะที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ


...ก็ถึงเขาจะช่วยหรือไม่ช่วย มันก็ไม่ต่างกันนักหรอก เพราะถึงจะใช้มือยังไง จินก็ต้องจินตนาการถึงเขาอยู่ดี และถึงแม้ว่ามือของจินจะสู้ร่างกายนี้ ริมฝีปากนี้ไม่ได้ก็เถอะ...


คาเมะหยักยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข...พรุ่งนี้จะไปประกาศให้ยัยพวกผู้หญิงที่ชอบมาหวังลมๆแล้งๆให้ท่าจินยังไงดีนะ...ที่พูดไปวันนี้ก็เพราะเห็นนั่นล่ะ ว่ามีผู้หญิงกลุ่มนึงมานั่งใกล้ๆโต๊ะเขา พวกนั้นคงไม่กล้ามาเฉียดใกล้ของของคาเมะไปอีกนาน


...ดี...ได้รู้กันซะบ้าง ว่าผู้ชายของคาเมะ ใครก็แตะไม่ได้ทั้งนั้น…โดยเฉพาะ ผู้ชายที่ชื่อว่า อาคานิชิ จิน...



...ว่าแต่...


...คืนนี้จะมีเซ็กซ์แบบไหนดีนะ...

FIN

.........................................
เนื่องด้วยว่าสอบ ก็เลยจะไม่มีฟิคใหม่มาลงใช่ม๊า เพราะงั้นก็เลยไปขุดฟิคเมื่อสักสามปีที่แล้ว และในทีสุดก็เจอ... (อารมณ์ประมาณเจอสมบัติเก่า ฮ่าฮ่า)


Sexy Darling


โฮะ โฮะ ใครทันได้อ่าน ก็คงจะเข้าใจมันดี... เพราะมันเป็นเรื่องที่ลงเน็ตเพียงเรื่องเดียวที่ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ (เนื่องจากคิดชื่อเรื่องภาษาไทยไม่ออกค่ะ แหะ แหะ )

และก็ว่าจะเอามาลงฉลองความทุกข์ที่อ่านหนังสือไม่ทัน ภายในอาทิตย์หน้า แล้วจะทำการปิดบล็อค (คือให้ใส่ password นั่นเอง)

เพราะงั้น คำใบ้ของพาสก็คือ....

เลขสี่ตัว

สองตัวแรกคือวัน สองตัวหลังคือเดือน มันเป็นวันและเดือนที่ น้อง ท่าน และพี่ยู เข้าบริษัท(ย้ำว่าพี่ยูด้วยนะคะ ฮ่าฮ่า ทุกคนชอบเนียนลืมพี่ยูทุกที น่าสงสารพี่ยู ฟิคเรื่องหน้าพี่ยูเป็นพระเอกอีกสักเรื่องละกัน )

โดยส่วนตัวแล้ว เราตั้งใจจะทำบล็อคนี้เป็นบล็อคเปิด เพราะไม่อยากให้คนอ่านยุ่งยากต้องมานั่งจำเลขอะไรงี้ อยากให้รู้สึกว่าที่นี่คือที่พักผ่อนหย่อนใจ อยากเข้าเมื่อไหร่ก็มา เครียดเมื่อไรก็มาหาอะไรอ่าน

แต่ว่าขอแค่ช่วงที่ลงฟิคเรื่องนี้แล้วกันนะคะ

เราจะกลับมาเปิดปกติ ไม่ต้องใส่รหัส หลังวันแม่ไปแล้ว


ไปแหละ

--------------------
แฮ่ม ลืมบอกในบล็อค


เพราะว่าเดือนนี้มีสอบมิดเทอม แล้วเราก็มีรายงานสองตัวด้วย ที่ต้องส่งหลังสอบพอดี (จะพอดีไปไหน ไม่ต้องพอดีก็ด้ายยยยย)

เราก็เลยจะงดลงฟิคตอนใหม่ของทุกเรื่องเลยค่ะ (ถึงจะคิดฟิคไว้แล้วก็เถอะ แตไม่มีเวลาพิมพ์แน่ๆเลยอ่ะ ไม่อยากให้มันค้าง สงสารคนอ่านด้วย )

จะกลับมาลงฟิคใหม่ได้ ก็หลังวันแม่นู่นเลย แหะ แหะ

ถ้าว่างๆ หรือขี้เกียจทำรายงานกับอ่านหนังสือสอบ จะเอาฟิคเก่าๆที่เคยลงบอร์ดฟิค มาลงในนี้ให้อ่านละกันเนอะ


แล้วเจอกันหลัง 12 สิงหานะคะ


ใครอยากอ่านฟิคเก่าเรื่องไหน เม้นท์บอกได้น้า เดี๋ยวไปขุดหาให้ แล้วถ้าว่างๆ (แบบว่าเกิดอยากจะว่างเองไรงี้) จะเอามาลงให้ค่ะ

ไปแหละ


ปอลอ ช่วงนี้หวัดระบาด รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ เราก็เริ่มเจ็บคอแล้ว อ้ากกกกก อย่ามาเป็นตอนกำลังยุ่งนะเฟ้ย!! คิวไม่พร้อมป่วย!!!

(แต่อย่างเราคงเป็นได้แค่ หวัด 2008 แหละ เพราะ 2009 มันอัพเกรดเกิ๊นนนนนน ฮ่าฮ่า (ยังจะมาขำ )
FIC : ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง
JIN X KAME
By : Dezair
………………………….
PART 9 (FIN)





โอ้ พระเจ้า!!!




ท่านทำแบบนี้ได้ยังไง!!! ส่งอาคานิชิ จิน มาให้ คาเมนาชิ ริทสึโกะคนนี้รู้จัก แล้วอยู่ดีๆก็เอา อาคานิชิ จิน ไปไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ!! แล้วลูกเขยล่ะ!! ลูกเขยของบ้าน คาเมนาชิ ล่ะ!! โอ้ย!! หล่อนจะเป็นลม!!!




ทริปฮันนีมูนของหล่อนกลายเป็นทริปหย่าร้างก็คราวนี้ คุณนายริทสึโกะละปวดหัวจริงๆ อุตส่าห์เสียเงินเสียทองจองที่พัก เปลี่ยนโลเกชั่นช่วยบิวท์บรรยากาศ แล้วสุดท้ายเป็นยังไง




‘ผมกับคาซึยะ เราตกลงกันว่าจะห่างกันสักพักครับ คุณแม่ แล้วเราค่อยกลับมาคุยกันอีกครั้ง เมื่อเราพร้อม’




หล่อนอยากจะเปลี่ยนคำว่า ‘เมื่อเราพร้อม’ เป็น ‘เมื่อริทสึโกะพร้อม’ จริงๆเลย!! สองคนนี้จะได้กลับมาคุยมันวันนี้เสีย ไม่ใช่คนนึงทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ส่วนอีกคนก็เปลี่ยนไปเป็นเทคแคร์หล่อนและสามีแทน



อาคานิชิ จิน มีมารยาทมากพอจนคุณนายร่างอวบยิ่งหลงรัก ทั้งๆที่เหมือนจะผิดใจกับลูกชายของหล่อน แต่พ่อหนุ่มคนนั้นก็ยังร่วมทริปของครอบครัวจนจบ แม้จะไปขอเปลี่ยนห้องนอนกับมานาบุก็เถอะ



แตกต่างจากไอ้เจ้าลูกชายคนกลางนั่นเหลือเกิน!! รายนั้นไม่สนใจใครเลย! วันๆเอาแต่เล่นเกมส์อยู่ได้!! หึ! คุณนายริทสึโกะละโกรธจริงๆเชียว ‘ถอยห่างกันสักพัก’ หล่อนกลัวว่าไอ้ลูกชายตัวดีมันจะถอยห่างตลอดชีวิตน่ะสิ!!




และพอกลับมาจากทริปล่มในน้ำเน่า ลูกเขยกระเด็นไปไหนไม่รู้ อาคานิชิ จิน ก็ไม่โผล่มาที่บ้านคาเมนาชิอีกเลย จนคุณนายร่างอวบรู้สึกถึงน้ำหนักตัวที่ลดน้อยถอยลง อย่างที่สามีก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ไอ้ลูกชายตัวต้นเหตุมันเป็นห่วงหล่อนให้ได้สักครึ่งมั้ย!! วันๆไม่เห็นทำอะไรนอกจากเล่นเกมส์!!




“คาซึยะ! เลิกเล่นเกมส์ได้แล้ว ลูกกะจะนอนแบบนี้ไปถึงไหน บอกแม่ว่าจะห่างกับจินเขาสักพัก นี่มันสักพักพอรึยัง” คุณนายริทสึโกะทนให้ว่าที่ลูกเขยหายหน้าไปเป็นอาทิตย์ไม่ได้หรอก หล่อนจะขาดใจตาย เลยต้องมาสั่งสอนบุตรชายให้จัดการเอาว่าที่ลูกเขยของหล่อนกลับมาให้เห็นหน้าค่าตาเป็นการด่วน




“ยังไม่สักพักเลยแม่ รอก่อนดิ” คาเมะยังเอาแต่เล่นเกมส์ และไม่สนใจคำว่าสักพักของแม่เท่าไหร่นัก ก็คนที่พูดว่า สักพัก คือ อาคานิชิ จิน นี่นา เพราะงั้น คนที่จะรู้ว่า ‘สักพัก’ มันนานเท่าไหร่ ก็ต้องไปถามหมอนั่นสิ ไม่ใช่มาถามเขา



“ลูกไม่สนใจจินแล้วใช่มั้ย” ร่างโปร่งอยากจะบอกว่า ก็ไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกสักหน่อย คนที่สนน่ะ เป็นแม่เองต่างหาก ส่วนผมเพิ่งมาสนใจมันตอนพักหลังๆนี่เอง




ไม่มีคำตอบจากลูกชายที่ยังเอาแต่กดเกมส์ยิกๆ คุณนายอวบเลยชักจะยัวะขึ้นมาอีก





“ ก็ได้!!! ในเมื่อลูกไม่สนใจจินแล้ว งั้นแม่ก็จะไม่คาดคั้นให้ลูกมีลูกเขยอะไรให้แม่อีก!! แม่มีตัวเลือกอีกเยอะ! ที่จะหาลูกเขยให้บ้านคาเมนาชิ!!” หล่อนขู่เสียงดัง แต่ก็เท่านั้น คาเมนาชิ คาซึยะ ก็ยังสนแต่เกมส์ในมือ คุณนายริทสึโกะเห็นว่าคำพูดของหล่อนไม่มีความศักดิ์สิทธิ์มากพอ เลยต้องเข้าไปดึงเกมส์ออกมาจากมือลูกชายด้วย!!!




“ในเมื่อลูกไม่มีหน้าที่หาลูกเขยเข้าบ้าน งั้นก็ไปอาบน้ำให้จิโร่!! ถ้ายังเอาแต่เล่นแบบนี้ แม่จะไปดุเพื่อนตัวดีของลูกด้วย ที่ชอบเอาเกมส์มาล่อดีนัก”




แม่เวอร์ชั่นพาลทำเอาลูกชายไม่อยากจะต่อกรด้วย คาเมะเลยต้องยอมลุกจากโซฟา แล้วเดินเงียบๆออกไปหน้าบ้าน รู้อยู่หรอกว่าทำให้แม่ขวางหูขวางตา ก็เล่นทำว่าที่ลูกเขยแสนเพอร์เฟ็คหลุดมือแบบนั้น ไม่แน่หรอก ป่านนี้ คุณทวดทั้งหลายที่อยู่บนสวรรค์ก็อาจจะกำลังก่นด่าคาเมะว่าเป็นไอ้เหลนโง่ก็ได้นะ




นั่นไง! นอกจากแม่จะเซ็งเขาแล้ว ไอ้จิโร่หมาแสบประจำบ้านที่เคยพยายามเขี่ยเขาลงกระป๋องก็มาทำเมินเขาอีก ควรจะดี๊ด๊าไม่ใช่รึไง ที่เขาเป็นหมาหัวเน่าแทนมัน เพราะตอนนี้แม่แทบจะไม่มองหน้าคาเมะอยู่แล้ว




“อย่าดื้อดิ จิโร่ ไปอาบน้ำ เดี๋ยวแม่ก็มาบ่นอีก” คาเมะดุใส่มัน มันมองเขาอีกอึดใจหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นสะบัดหน้าเดินหนีไปที่สายยางรดน้ำต้นไม้ ที่ใช้เป็นฝักบัวอาบน้ำส่วนตัวของมันเป็นครั้งคราว



สรุปว่า คาเมนาชิ คาซึยะ เป็นคนที่บุพการีเบื่อ เป็นคนที่พี่น้องไม่อยากพูดด้วย และก็เป็นคนที่หมาเมินอีกต่างหาก อ้อ ลืมไป เป็นคนที่แม้แต่ ‘แฟนตลอดชีวิต’ ยังบอกว่า ให้ห่างกันสักพักด้วยแหละ



…………………………



ชีวิตของคนเรายังเดินต่อไป แม้จะมีใครบางคนเดินเข้ามา แล้วเดินออกไปแบบที่ทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า ‘ห่างกันสักพัก’ และจนบัดนี้ มันก็ยังไม่เลิกห่างกันสักที แต่ทำอะไรได้ที่ไหน ทั้งๆอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่มันก็กว้างมากพอจะกันคนสองคนให้ออกจากกันอย่างที่ไม่อาจพบเจอแม้แต่เสี้ยวหน้า




แต่แล้วจะให้ทำยังไง คาเมนาชิ คาซึยะ ก็ยังเป็นคาเมนาชิ คาซึยะ ที่เชื่อเต็มอก ว่าคนเราพูดอะไรออกมา นั่นหมายความว่าในใจเขาก็คิดเช่นนั้น คาเมะเลยไม่คิดจะตามตื้อจิน และปล่อยให้เรื่องราวคาราคาซังแบบที่แม้แต่ จุนโนะและโคยามะที่รับรู้เรื่องราวผ่านปากของเพื่อนยังอดจะอึดอัดแทนไม่ได้




และในเมื่อแม้แต่เพื่อนสนิทยังอึดอัด แล้วคนที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณนายริทสึโกะผู้แสนจะคลั่งไคล้อาคานิชิ จินเป็นบ้าเป็นหลังแบบนั้นจะเป็นเช่นไร ในเมื่อบุตรชายดันทำตัวเฉยเมยต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบนี้ แน่นอนว่าหล่อนเป็นสาว(เกือบ) วัยทองผู้แสนจะใจร้อน และไม่อดทนมากพอที่จะให้ ‘เราสองคนพร้อม’ แล้วมาเจอกันเองหรอก อย่างนี้มันต้องพึ่งฝีมือของหล่อนเอง!!!




“แม่ อะไรน่ะ ทำไมต้องจับจิโร่แต่งตัว” คาเมะกลับเข้ามาที่บ้านหลังจากออกไปเรียนมาแล้วเรียบร้อย ก็ร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหมาแสบอย่างไอ้จิโร่อยู่ในชุดฟูฟ่องสีชมพูอ่อน แถมด้วยโบว์กระจุ๋งกระจิ๋งข้างหูตั้งๆของมัน ไอ้นี่ก็ไม่ได้รักศักดิ์ศรีความเป็นหมาตัวผู้เลย มากระดิกหางยิกๆ ท่าทางดีอกดีใจอีกต่างหาก




“ก็แม่จะหาลูกเขยน่ะสิ”



“ห๊ะ!! หาลูกเขย!! แล้วเกี่ยวอะไรกับจิโร่…” ถามออกไปแล้วก็เหมือนคาเมะจะนึกขึ้นได้ ว่าตอนตัวเองถูกจับให้หาลูกเขยให้ตระกูล ก็เกือบถูกแม่ส่งไปเข้าคอร์สบำรุงผิวอะไรทำนองนั้นเหมือนกัน และในเมื่อไอ้จิโร่ที่ปกติเป็นหมาเปลือยไม่เคยใส่อะไรเลย มาวันนี้ดันใส่ชุดเต็มยศ คาเมะก็ชักจะเดาออกแล้วว่ามารดาผู้แสนจะน่ารักคิดจะทำอะไร




“ในเมื่อลูกชายของแม่แต่ละคนหาลูกเขยให้แม่ไม่ได้ แม่ก็ต้องพึ่งจิโร่เนี่ยแหละ” คาเมะปวดหัวขึ้นมาทันที อย่างนี้เรียกรังแกสัตว์ได้มั้ยนะ ไอ้การจับหมาตัวผู้คลุมถุงชนกับหมาตัวผู้ด้วยกันเนี่ย




“แล้วแม่หาว่าที่ลูกเขยได้แล้วเหรอ” ร่างโปร่งถามอย่างปลงตก ไม่รู้จะช่วยเหลือหมาประจำบ้านยังไง แต่ดูมันทำหน้าก็ใช่ว่าจะอยากให้ช่วยสักหน่อย มาทำหูตั้ง หางกระดิกแบบนี้ แสดงว่ายินยอมพร้อมใจจะมีสามีสิท่า คุณนายริทสึโกะยิ้มกว้างอย่างมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน ยิ่งเห็นจิโร่หมารักส่อแววจะหาลูกเขยให้หล่อนได้ หล่อนก็ยิ่งยิ้มเต็มหน้า ก่อนจะเปล่งเสียงตอบ ให้คาเมะรับรู้ถึงความดีใจ ปลาบปลื้ม ปิติ ยินดี และอะไรอีกหลายอย่างในนั้น




“ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ สีดำ ชื่อ อเล็คซิส เดี๋ยวเจ้าของเขาจะพามาที่บ้านเราวันนี้”




“เจ้าของ?” คาเมะทวนถามอย่างรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ลอยฟุ้งออกมาจากร่างกายของมารดา




“อาคานิชิ จิน เป็นเจ้าของ อเล็กซิสจ๊ะ”




นั่นไง… กูว่าแล้วเชียว




……………………






อเล็กซิส เป็นลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์สีดำ ตัวโตมหึมา อย่างที่น่าจะนึกได้ว่ามันคงมีดีเอ็นเอกลายพันธุ์หรืออะไรทำนองนั้น เล่นเอาไอ้จิโร่กลายเป็นหมาหงอยซ่าส์ไม่ออก แสบไม่ไหว ได้แต่ยืนคอตกครางหงิงๆอยู่ข้างคุณนายริทสึโกะ ทั้งๆที่ตอนแรกมันกระดี๊กระด๊าอยากจะมีสามีจนตัวสั่น




“อเล็กซิสคุงเนี่ย หล่อจังเลยนะ แม่คิดไว้แล้วเชียว ว่าถ้าเป็นสุนัขของจินล่ะก็ ต้องเชื่อได้” คุณนายริทสึโกะยังคงทำหน้าที่แม่สื่อแม่ชักได้อย่างที่ควรจะได้ใบประกาศให้มันรู้แล้วรู้รอดไป



คาเมะได้แต่ยืนมองแม่และ ‘แฟนตลอดชีวิต ผู้ห่างกันสักพัก’ ทักทายกันและกันแบบพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะส่งให้ไอ้จิโร่ดูแลเพื่อนใหม่อย่างอเล็กซิส ที่สุดแสนจะสง่างาม ส่วนตัวหล่อนเดินนำจินเข้ามาในบ้านแบบที่ฝ่ายนั้นทำเพียงแค่ผงกศีรษะเล็กๆยามเดินผ่านหน้าคาเมะเป็นเชิงทักทาย แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นอีก




ร่างโปร่งได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปในบ้าน แล้วความรู้สึกบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจก็กระตุ้นให้ต้องเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง เพราะความอึดอัดหล่อหลอม มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าควรจะปล่อยให้ทะลักทะลายออกมา หรือควรจะกดเก็บมันเอาไว้ต่อไปดี




ความรู้สึกแบบนี้ แบบที่เรียกได้ว่าเสียใจ แบบที่เรียกได้ว่าน้อยใจ ความรู้สึกแบบนี้ แม่ไม่เห็นเคยสอน ว่าควรจะบอกออกมาตรงๆ หรือควรจะเก็บเอาไว้ไม่ให้ใครรู้



แล้วอย่างนี้จะเข้าไปถามได้เหรอ จะถามแม่ตรงๆ ทั้งๆที่คนที่ทำให้คาเมะรู้สึกแบบนี้ยังนั่งกับแม่ด้วยน่ะเหรอ


คาเมะเบือนหน้ากลับมาก้มลงมองปลายเท้าตัวเอง ความสับสนยังวิ่งวน ไม่รู้จะทำแบบไหนดี ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้ว่าความรู้สึกในใจ ควรจะพูดออกไปตามนิสัยที่แม่เคยสอนมามั้ย ว่ารู้สึกแบบไหนก็พูดแบบนั้น คิดยังไงก็พูดแบบนั้น แต่ถ้าพูดออกไปแล้ว มันทำให้ ‘เรายิ่งห่างกันมากกว่าเดิม’ ล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้น สู้คาเมะไม่พูดเลยจะดีกว่ามั้ย



นั่นสิ ถ้าพูดแล้ว เรื่องราวกลายออกมาแบบนั้น สู้คาเมะไม่พูดอะไรออกไปจะดีเสียกว่า



และวันนี้ ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง ก็เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกอย่าง ว่าการคิดก่อนพูด และกังวลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในภายหลัง มันทำกันแบบไหน




…………………………..




และในเมื่อบอกกับ อาคานิชิ จิน ไม่ได้ ว่าคาเมะเจ็บกับการทำแค่ ผงกศีรษะทักทาย และไม่พูดอะไรสักคำ เจ้าตัวเลยต้องแจ้นมาฟ้องเพื่อนรักอย่าง จุนโนะและโคยามะ




“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดออกไปดีมั้ย ว่าฉันโกรธเขานิดหน่อย” มันเล่าแม้กระทั่งว่ามันโกรธเขานิดหน่อย ตอนถูกเขาทักทายด้วยการผงกหัวใส่หนึ่งที จุนโนะกับโคยามะมองหน้ากันทั้งๆที่ไม่ได้นัดแต่อย่างใด สิ่งหนึ่งที่สองเพื่อนซี้รู้สึกตอนนี้คือ คาเมนาชิ คาซึยะเปลี่ยนไปแบบที่พวกเขาคาดไม่ถึง




คาเมนาชิ คาซึยะ ที่ไม่เคยคิดจะตระหนัก ไม่เคยคิดจะไตร่ตรองก่อนพูด แต่มาวันนี้ มันเริ่มที่จะคิด มันเริ่มที่จะเข้าใจ ว่าการสนทนาในชีวิตประจำวันของคนในสังคมนี้ มันต้องใช้การคิดก่อนเสมอ



“โกรธที่เขาไม่ทักน่ะเหรอ” โคยามะถาม และคำตอบที่ได้ก็ไม่มีหมกเม็ด เพราะคาเมะพยักหน้ารับง่ายๆ


“มันก็ใช่ ที่เราสองคนตกลงห่างกันสักพัก แต่ว่า ห่างกับไม่ทักเวลาเจอกัน มันไม่เหมือนกันสักหน่อย”



“ถ้าอย่างงั้นก็ผิดที่หมอนั่นน่ะสิ” จุนโนะว่า ทำเอาคาเมะต้องหันไปมองหน้าเพื่อน แล้วส่ายหน้าอีกรอบ



“ฉันก็ผิดด้วย เรื่องมันจะไม่มาขนาดนี้ ถ้าฉันพูดกับจินด้วยเหตุผล ไม่ใช่เอาตัวรอดเป็นหลัก” คาเมะรู้ว่าตัวเองก็ผิด ที่เอาเรื่องอยากมีสามีดีกรีดอกเตอร์อะไรนั่นมาเป็นข้ออ้างไม่ให้เสียตัว ร่างโปร่งเชื่อว่าจินมีเหตุผลมากพอ แบบที่ถ้าเขาขอเวลาให้รอสักพัก เพื่อให้อะไรหลายอย่างลงตัวมากกว่านี้ หมอนั่นจะยอมตามใจเขาอย่างง่ายๆ แต่นี่เขาเองก็ดันอยากแกล้งจิน อยากแก้เผ็ดแม่ และอยากอะไรอีกหลายอย่างที่ล้วนกวนประสาทเหลือเกิน เรื่องราวมันเลยออกมาในรูปแบบนี้



“แต่หมอนั่นก็ผิดที่มาขออะไรแบบนี้ ทั้งๆที่คบกันมาได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ” จุนโนะยังชี้แจงข้อเสียของผู้ชายที่ชื่อ อาคานิชิ จิน ให้คาเมะเข้าใจ เขาเองก็ยังไม่เห็นความดีความชอบอะไรในตัวหมอนั่นเลยสักอย่าง ตลอดเวลาที่มันเข้ามาในชีวิตของคาเมะ จุนโนะพูดตามตรงว่า เพื่อนเขากลายเป็นคนประเภทสามวันดีสี่วันไข้ ไม่เห็นจะมีความสุขจริงๆสักที จุนโนะโทษใครไม่ได้ ก็โทษ อาคานิชิ จิน นั่นแหละ ที่มาทำให้เพื่อนรักของเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ และทำเนียนลืมไปว่า ตั้งแต่คาเมะรู้จักกับจินในฐานะ ‘แฟนตลอดชีวิต’ มันไม่ค่อยจะมีเวลาว่างไปปากดีใส่ใครให้ขยันวิ่งบ่อยๆอีกเลย




“มันก็ผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ เรื่องนี้น่ะ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งที่ผิดหรอก” คาเมะเอ่ยปาก ก่อนจะหงายหลังผึ่งลงนอนบนเตียง เป็นการตัดบทสนทนาใดๆทั้งสิ้น ให้เพื่อนสองคนได้แต่มองหน้ากัน ราวกับกำลังตกลงใจจะทำอะไรบางอย่างเพื่อความรักครั้งนี้ของคนที่ยอมรับผิดง่ายๆ



……………………..



สายวันพุธ


จุนโนะ และ โคยามะ บุกมาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลังจากไปเช็คตารางการเข้าคณะของผู้ชายที่ชื่อ อาคานิชิ จิน มาจากเพื่อนในคณะสองสามคนที่เป็นแฟนคลับหมอนั่นอยู่ สุดท้าย สองเพื่อนซี้เลยมายืนเตะดินเตะฝุ่นรออยู่ที่บันไดหน้าตึกเรียนตอนสิบเอ็ดโมงห้านาที พอดีกับที่ร่างสูงๆของจินเดินออกมาพอดี




จินเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นใครบางคนมายืนอยู่ก่อนแล้ว สองคนนั่นมารอใคร ข้อนี้จินไม่จำเป็นต้องตอบคำถามตัวเอง เพราะรู้ดีแก่ใจ แต่สองคนนั่นมาเพื่อพูดเรื่องอะไร นี่แหละที่เขาอยากจะรู้ ดูท่าแล้ว มันสองคนคงรู้เรื่องที่เขากับคาเมะตกลงใจจะ ‘ห่างกันสักพัก’ และมันก็คงมาคุยเรื่องนั้น แต่คุยในแง่ดีใจ หรือแง่เสียใจกัน



“มารอฉันใช่มั้ย” จินเดินเข้าไปถาม ทำเอาทั้งจุนโนะ และโคยามะต้องหันมามองตามเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง



“ใช่ มีเรื่องจะคุยด้วย” จุนโนะเอ่ยปากตอบสั้นและตรง เขาไม่ค่อยอยากจะเอาเวลาชีวิตมาใช้กับหมอนี่มากเกินไปนักหรอก




“มีอะไรก็ว่ามา” เมื่อได้คำอนุญาตจากอีกฝ่ายที่ยืนปักหลักกอดอก สองเพื่อนซี้เลยมองหน้ากัน เหมือนจะตัดสินใจ และสรุปเป็นให้โคยามะเปิดประเด็นเรื่องนี้



“เรื่องคาเมะ นายคิดจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ นายรู้รึเปล่าว่าคาเมะเสียใจแค่ไหนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าทำให้คาเมะมีความสุขไม่ได้ ก็เลิกยุ่งกับมันไปซะ”




“แล้วคิดว่าฉันไม่เสียใจ? คิดว่าฉันมีความสุขมากนักเหรอกับการถอยออกมาจากเขา ฉันรู้ว่าตัวฉันเองทำให้เขามีความสุขได้ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็รู้ว่าตัวฉัน ทำให้เขาเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน เพราะงั้น ถึงได้บอกว่าจะห่างกันสักพัก คาเมะก็บอกพวกนายเรื่องนี้ใช่มั้ย” จินถามทั้งๆที่รู้คำตอบดี เพราะถ้าคาเมะไม่เล่า พวกมันไม่มีทางมาหาเขาถึงคณะแบบนี้ สองคนนั่นเงียบไป ก่อนที่โคยามะจะพูดต่อ




“อาคานิชิ ฉันขอบอกตามตรง ว่าตั้งแต่เริ่มต้นที่รู้ว่านายมายุ่งกับคาเมะ ฉันไม่เคยชอบหน้านายเลยสักนิดเดียว และคิดเสมอว่าคนอย่างนายไม่มีทางทำให้คาเมะมีความสุขได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม แต่ว่าตอนนี้… หมอนั่นทุกข์มากกว่าที่ฉันเคยเห็นมาเยอะ”




“จะให้ฉันกลับไปหาเขาอย่างนั้นเหรอ?” จินถามแทรก คราวนี้คำตอบที่ได้คือความเงียบ ไม่มีใครยอมตอบอะไร จนร่างสูงต้องกระตุกยิ้ม แล้วเบือนหน้าหนี



“คนที่มีสิทธิ์เลือกว่าจะมีความสุขหรือไม่ ไม่ใช่พวกนายสองคน แต่เป็นคาซึยะเองต่างหาก มันอยู่ที่ตัวเขา ว่าอยากจะสร้างความสุขกับฉันมั้ย ถ้าเขาอยาก ฉันก็พร้อมจะกลับไปหาเขาเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่… ฉันบอกตามตรง ว่าการห่างกันออกมาแบบนี้ ก็ดีเหมือนกัน”




--ผลัวะ!-- จบประโยคของจิน หมัดหนักๆของจุโนะก็พุ่งเข้าอัดเข้าที่ปากของร่างสูง ส่งผลให้จินเซไปหลายก้าว และตามมาด้วยเสียงตวาดดังลั่น พร้อมกับอาการชี้หน้าจากไอ้คนที่โกรธเป็นบ้าเป็นหลังจนต้องถูกเพื่อนมันฉุดเอาไว้




“มึงเป็นผู้ชายที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่กูรู้จักมาจริงๆ อาคานิชิ!! ถ้าทำให้คาเมะมีความสุขไม่ได้ กูก็จะไม่ให้คาเมะยุ่งกับมึงอีก!!!”



จินยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ไหลซึม แล้วยิ้มบางแม้จะส่งผลให้ความเจ็บแล่นเข้าสู่หัวใจมากขึ้น ก่อนจะพูดเสียงเรียบ




“กูบอกมึงเป็นรอบที่สองแล้วกัน ทางุจิ ว่าคนที่มีสิทธิ์เลือกว่าจะมีความสุขหรือไม่ หรือจะยุ่งกับกูอีกมั้ย มีแค่คาซึยะเท่านั้นที่ตัดสินใจ ไม่ใช่มึง!!”



“ไอ้!!!!!” จุนโนะอยากจะโผเข้าไปอัดอีกสักหมัด แต่ติดที่โคยามะล็อคตัวเขาเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้เข้าไปเอาเลือดไอ้ผู้ชายหยิ่งทะนงนั่นออกอีกสักหยดสองหยดก็ยังดี ไอ้หมอนี่มันปากดี ทำมาเป็นบอกว่าให้คาเมะเป็นคนเลือก แต่มันต่างหากที่แจ้นไปหาที่บ้าน ให้คาเมะยิ่งเสียใจ




“เอาเพื่อนกลับไปซะโคยามะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพวกมึงสองคน เป็นเรื่องของกูและคาซึยะเท่านั้น”





“พวกกูน่ะ!! เพื่อนไอ้คาเมะมันโว๊ย!!!” จุนโนะยังระเบิดอารมณ์




“กูรู้ และกูก็คิดว่ามึงก็รู้เหมือนกัน ว่ากูกับคาซึยะเป็นแฟนกัน” อาคานิชิ จิน ย้อนได้ทุกคำพูด แบบที่โคยามะแอบนึกในใจว่าหมอนี่มันเหมาะกับเพื่อนเขาจริงๆ ตรงที่ไม่ว่าใครจะว่ายังไง ก็เอาความคิดของตัวเองเป็นหลักไว้ก่อนนั่นแหละ นี่ถ้ายังไม่ปรับตัวเข้าหากันล่ะก็ โคยามะเชื่อได้เลยว่าไอ้จุนโนะได้บุกมาหาเรื่องที่คณะสถาปัตย์ จนอาจได้แฟนคณะนี้ในเร็ววัน




“อ้อ แล้วก็ไปบอกคาซึยะด้วย ว่าอีกสองสามวัน จะไปหาที่บ้าน เพราะว่าห่างกันมาสักพักพอแล้ว” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบเรื่อยและง่ายดาย ก่อนจะผละจากไปยังลานจอดรถ ทิ้งเอาไว้แค่จุนโนะที่ฮึดฮัดไม่สบอารมณ์ กับโคยามะที่พยายามรั้งเพื่อนไว้ ไม่ให้เข้าไปทำร้ายคนพูดมากกว่านี้





“มันพูดอย่างกับว่า คาเมะต้องง้อมันมากนักนี่!! แม่งเอ้ย!! ไอ้คาเมะมารักคนแบบนี้ได้ไงวะ!!” จุนโนะยังอาละวาด และไม่เข้าใจในความรู้สึกของเพื่อนนัก จะรักจะชอบใคร ไม่ว่าหรอก แต่ทำไมไม่ดูตาม้าตาเรือเสียมั่ง มารักชอบ ผู้ชายที่ชื่อ อาคานิชิ จิน เนี่ยนะ ไม่เห็นหมอนี่จะได้เรื่องอะไรเลย นอกจากทำตัวน่าเตะ พูดจาน่าถีบแบบนี้




โคยามะเหลือบมองเพื่อน ก่อนจะเบนสายตามองไปยังรถยนต์คันหรูที่เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ออกไปแล้วได้แต่นิ่งเงียบ



เขาออกจะไม่เห็นด้วยกับจุนโนะก็คราวนี้ อาคานิชิ จิน ไม่ได้ทำตัวให้คาเมะง้อนักหรอก แต่หมอนั่นคล้ายจะกำลังดัดนิสัยให้คาเมะคิดถึงคนอื่นมากขึ้นอีกนิด เวลาจะพูดอะไรออกมาก็เท่านั้น และดูท่าแล้ว โคยามะคิดว่า คนที่ต้องเป็นฝ่ายถูกง้อในทุกสถานการณ์ก็น่าจะเป็น คาเมนาชิ คาซึยะ เนี่ยแหละ



………………………………..



คาเมะรู้เรื่องตั้งแต่เย็นวันที่จุนโนะและโคยามะไปบุกคณะอื่นเพื่อชกอาคานิชิ จิน ว่าอีกสองสามวันต่อมา ฝ่ายนั้นจะมาหาเขาที่บ้าน พร้อม อเล็คซิส สุนัขหนุ่มรูปงามสีดำทะมึน ที่จะมาเป็นลูกเขยรายใหม่ของบ้านคาเมนาชิ




และหมอนั่นก็มาจริงๆ




คาเมะอยู่รอรับด้วย พร้อมกับเจ้าจิโร่ ที่ตอนแรกดูเหมือนจะกระดี๊กระด๊าจะมีสามี แต่ตั้งแต่พบหน้ากับอเล็คซิสไป มันก็ซ่าส์ไม่ออก แถมหูตกหางลู่ และมีแนวโน้มจะหนีออกจากบ้านในอนาคต ถ้าหากว่าแม่เขายังยัดเยียดให้มันสร้างรักต่างพันธุ์กับลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ตัวโตนั่น



“สวัสดี คาซึยะ” วันนี้จินทักทายดีกว่าคราวนั้นเล็กน้อย ด้วยการพูดมาหนึ่งประโยคสั้นๆ แต่ก็เท่านั้น เพราะหลังจากนั้น หมอนั่นก็หันไปคุยจ้อกับแม่ของเขา ราวกับไม่ได้พบหน้ากันมาชาติกว่า ปล่อยให้คาเมะนั่งเอ๋ออยู่ที่โต๊ะม้าหินกับจิโร่ที่นอนสงบนิ่ง ยอมตกเป็นเป้าสายตาให้อเล็คซิสที่จ้องมันอย่างกับจะงาบอย่างงั้นแหละ




จะว่าชะตากรรมคล้ายๆกันก็ว่าได้ เพราะทั้งคาเมะ ทั้งจิโร่ต่างพากันหงอยด้วยกันทั้งคู่ แต่จะแตกต่างอยู่หน่อยก็ตรงที่ จิโร่มันหงอยเพราะถูกจ้อง แต่คาเมะหงอยเพราะถูกเมินเนี่ยแหละ



“ถ้ายังงั้น เดี๋ยวแม่เข้าไปเตรียมของว่างให้นะจ๊ะ เป็นคุ้กกี้ธัญพืชแล้วกันนะ ช่วงนี้บ้านเราเน้นสุขภาพจ๊ะ” เสียงคุณนายริทสึโกะดังแว่วๆมาบอกให้คาเมะรับรู้ว่าคุณนายคนดี กำลังจะกลับเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมคุ้กกี้ธัญพืชที่เพิ่งไปซื้อหามาเมื่อวาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ‘ครอบครัวสุขภาพดี’ อย่างสมบูรณ์แบบ



ร่างโปร่งเหลือบตามองไปที่เก้าอี้ยาวที่เยื้องหลังไปเล็กน้อย เห็นมารดาย้ายหุ่นอวบๆเดินกลับเข้าบ้านไปแล้ว และเหลือเพียงอาคานิชิ จินนั่งอยู่กับอเล็กซิสเท่านั้น คาเมะไม่อาจจะทนความอึดอัด แล้วทำเล่นตัวไปนั่งเล่นอยู่กับจิโร่ รอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาเอง แต่เขาเลือกที่จะลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาว



“เห็นบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย” คาเมะเกริ่นนำ ให้อีกฝ่ายเงยหน้ามอง แล้วยิ้มบาง



“คาซึยะนั่งสิ” คนถูกเชิญให้นั่งได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วชี้เข้าหน้าตัวเอง



“ที่นี่บ้านฉัน นายไม่ต้องเชิญฉันนั่งก็ได้” จินอยากจะขำกับคำพูดตรงๆของคนรัก แต่ก็ต้องเลี่ยงทำเป็นไอกลบเกลื่อน ไม่ให้เก็กหลุดฟอร์มหายเสียก่อน วันนี้เขาจะมาคุยกับคาเมะให้รู้เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตามที่เกี่ยวกับพวกเขาสองคน ใช่ จินตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดอกคุยกับคาเมะ เขาเชื่อว่าคาเมะเปิดอกคุยกับเขาเสมอ แต่ก็มีบางเวลาที่เจ้าตัวออกจะเปิดอกแล้วพูดแบบกวนประสาทตีอารมณ์คนอื่นให้ขุ่น อย่างเช่นเวลานี้เป็นต้นไงล่ะ



คาเมะนั่งลงเคียงข้างชายหนุ่ม แล้วหันไปมองให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่ม



“คาซึยะมีอะไรจะพูดมั้ย” จินตัดสินใจให้อีกฝ่ายเป็นคนพูดก่อน เขารู้ว่ามันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะรู้ๆกันอยู่แล้ว ว่าคาเมนาชิ คาซึยะเป็นเด็กวิ่งเร็ว และเอาตัวรอดเก่งที่หนึ่ง การปล่อยให้มันคิดอะไรก่อน เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างใหญ่หลวง แต่ทั้งอย่างนั้น…. จินก็เชื่อ จินเชื่อว่าความรู้สึกของเขาและคาซึยะเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าคาซึยะจะตัดสินใจอย่างไร จินมั่นใจว่ามันจะไม่มีทางทำลายความรู้สึกของพวกเขาสองคนแน่ๆ การห่างกันสักพักเป็นการช่วยให้ความรู้สึกเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น และมองเห็นเค้าลางของสิ่งที่เรียกว่าความรักได้ดีขึ้น อย่างน้อย มันก็ช่วยให้รู้ว่า การถอยกันคนละก้าว จะทำให้มองเห็นภาพเบื้องหน้าได้กว้างกว่าที่เคยเห็น



“นายคิดจะจับฉันกดให้ได้เลยใช่มั้ย” คาเมะไม่ได้ถามประชด น้ำเสียงไม่มีวี่แววของความน้อยใจเสียใจ แต่คาเมะถามเพราะอยากรู้ความจริงในใจของอีกฝ่าย ร่างสูงพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วพูดต่อไปในขณะที่อีกฝ่ายนิ่งเงียบยอมรับฟัง นี่คือข้อดีอีกข้อหนึ่งของเด็กพูดตรงคนนี้ที่จินค้นพบ เพราะมันเป็นระเภทไม่เถียงแทรกใคร และยอมรับฟังคนอื่นเสมอ



“ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ว่าฉันรัก ฉันก็อยากจะให้ทุกอย่างที่มีกับคาซึยะ แต่ถ้าคาซึยะไม่อยากได้ ฉันก็ไม่อยากบังคับ เพียงแต่แค่รู้สึกว่า ถ้าได้กอดคาซึยะอย่างที่อยากกอด ได้จูบคาซึยะอย่างที่อยากจูบ มันก็คงดี”



“แล้วถ้าฉันบอกให้นายรอล่ะ?” คาเมะถาม ให้อีกฝ่ายต้องหันมายิ้มบาง



“รอก็รอ ฉันจะพยายามรอให้มากที่สุด เท่าที่ฉันจะทำได้”



“หมายความว่านายอดทนได้แค่ไหน นายก็จะรอแค่นั้น?”



“คนเรามันก็มีขีดจำกัดของความอดทนไม่ใช่เหรอ” จินย้อน คาเมะก็ได้แต่เงียบ รู้ดีว่าคนเราทุกคนมีลิมิตของตัวเอง และก็รู้ด้วยว่าผู้ชายเกือบค่อนโลกมีความอดทนไม่สูงนักหรอก กับการรอคอยเรื่องแบบนี้ ตัวเขาเอง แม้ปากจะขอให้รออย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในใจลึกๆแล้ว คาเมะก็อยากถูกกอดเหมือนกัน เพียงแต่ติดที่ว่า ความไม่มีประสบการณ์ ทำให้หวาดหวั่นต่อเรื่องที่จะเกิดขึ้น



“ไม่ใช่ว่าฉันอยากให้นายรอนานนะจิน แต่ฉันกลัวว่ะ มัน… ไม่รู้สิ อยู่ดีๆจะให้แก้ผ้าขึ้นไปนอนให้นายทำอะไรแบบนั้น แล้วไม่ให้ฉันรู้สึกอะไรเลยได้ยังไง จริงมั้ย” จินชะโงกหน้าเข้าไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากบางของคนช่างพูด ส่งผลให้คาเมะเงียบลง แล้วต้องหันมองคนขโมยจูบ



“ถ้าคาซึยะไม่รู้สึกอะไรเวลาแบบนั้น ฉันก็หมดความมั่นใจแย่สิ คาซึยะรู้สึกน่ะดีแล้ว แล้วถ้าอยากจะชินกับมัน ก็ต้อง… ทำบ่อยๆ”



“ทำบ่อยๆ? งี้นายก็ได้กำไรดิ ไม่เอาอ่ะ นายให้ฉันทำนายบ่อยๆดีกว่า ฉันจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ทางอ้อมจากนายไง”



“ไม่ได้!!!” จินร้องทันควัน แถมส่ายหน้าอีกต่างหาก บอกให้รู้ว่ายังไงๆ ก็ไม่ยอมเด็ดขาด จนคาเมะต้องเกาหัว



“แล้วอย่างงั้นจะหาประสบการณ์ยังไง”



“ก็เวลาฉันทำ ฉันจะสอนไปด้วย เอาเถอะหน่า คาซึยะไม่ต้องห่วงหรอก จะมี หรือไม่มีประสบการณ์ ไม่เห็นสำคัญเลยจริงมั้ย แค่ว่าคาซึยะเข้าใจในจุดประสงค์ของฉันก็พอแล้วนี่” จินหาทางตะล่อมเอาไว้ก่อน เพราะไม่ว่ายังไง ก็ไม่มีทางยอมให้ไอ้เด็กจอมฉลาดเนี่ยมันขึ้นคร่อมเขาเด็ดขาด ขอให้เขาได้ปราบมันสักเรื่องบ้างเถอะ จะได้มีกำลังใจในการดำรงชีวิตเฉกเช่นลูกผู้ชายทั่วๆไป



“เอางั้นเหรอ ก็ได้… วันนี้เลยมั้ย ฉันจะได้เรียนเลย” โอ้ แม่เจ้า!!! นี่คาซึยะชวนอะไรวะเนี่ย!!! เห็นหนีมาตลอด แล้ววันนี้มันอะไรกันวะ!! องค์ลงรึไง



“อึ้งอะไรน่ะ เรียนวันนี้เลยดิ ฉันหัวช้า ถ้ารอไปรอมา ฉันว่าไม่มีทางที่ฉันจะจำได้แน่ ว่าอะไรทำแบบไหนน่ะ” ที่แท้ก็หัวช้า เลยใจร้อนอยากเรียนเลยใช่มั้ย ไม่ต้องห่วงที่รัก ระดับ อาคานิชิ จิน ซะอย่าง ถ้าจำไม่ได้ขั้นไหน เดี๋ยวเตือนให้ทุกเวลาเลยเอ้า




“งั้น…เอ่อ ไปห้องคาซึยะนะ” ตอนแรกเป็นฝ่ายขอแท้ๆ แต่มาตอนนี้กลายเป็นจินเสียเองที่ประหม่าจนต้องขอแม้กระทั่งย้ายสถานที่ ตรงกันข้ามกับคนร่างโปร่งที่พยักหน้ารับง่ายๆ แถมพูดแจ้วๆ



“ก็ต้องงั้นอยู่แล้ว ฉันไม่ได้เอาสมุดกับปากกาลงมา ไม่มีอะไรจดหรอก ถ้านายจะสอนที่นี่”




“ห๊ะ!! สมุดกับปากกา? เอามาทำไม”




“อ้าว ก็เลคเชอร์ไง นายต้องสอนทฤษฎีก่อนดิ แล้วค่อยสอนปฏิบัติ สอนเป็นเปล่าเนี่ย?” มีการเกาหัวอีกต่างหาก แถมยังมาย้อนว่าจินสอนเป็นมั้ย โธ่! อย่างงี้เรียกหยามเชิงชายชัดๆ เดี๋ยวพ่อจะสอนให้แบบที่สมุดไปทาง ปากกาไปทางเลยคอยดู



“เลคเชอร์ก็เลคเชอร์ ไปไป ไปเลคเชอร์กัน”



จินดึงมือเล็กให้ลุกขึ้นเดินตามกลับเข้าไปในบ้าน ในขณะที่คนจะจดเลคเชอร์ก็เดินตามต้อยๆนั่นแหละ ไม่รู้เสียแล้ว ว่า อาคานิชิ จิน วางแผนการสอนว่าจะเลคเชอร์แค่สองนาทีเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือ สอบปฏิบัติลูกเดียว!!!



………………………..



จินอยากจะร้องไห้




สามชั่วโมงที่ผ่านมา เขาอยากจะร้องไห้



ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายถูกขืนใจ แต่ก็ยังอยากจะร้องไห้ บางทีน้ำตาที่ออกมาคงกลายเป็นสายเลือด เพราะมันเจ็บปวดมากเกินไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สถานการณ์ที่ไม่ว่ายังไง จินก็รวดร้าวไปทั้งใจ ในขณะที่ไอ้คนที่ควรจะถูกเขาสอบปฏิบัติดันนั่งหัวเราะจนน้ำตาเล็ดอยู่ข้างๆเขานี่ ฟังเสียงหัวเราะหงึกหงักๆแล้ว คล้ายเสียงเยาะเย้ยเข้าไปทุกที ในขณะที่เสียงอีกเสียงที่ดังลอดเข้ามาในห้อง ก็คล้ายเสียงสาปแช่งของผีบ้านผีเรือนที่จองล้างจองผลาญไม่ให้เขาแอ้มลูกชายบ้านนี้สักที




“มานาบุ แม่ไม่ได้ยินอะไรเลย ทำไมเงียบแบบนี้ล่ะ” อาจจะเพราะผนังบาง หรือคุณนายริทสึโกะพูดเสียงดังไป หรือจะเป็นเพราะอากาศส่งผ่านพลังงานเสียงเข้ามายังหูคนได้ดีเกินไป ไอ้ช่วงเวลาที่ควรจะกลายเป็นความสุข เลยกลายเป็นเศร้า(ของจิน) และขำ (ของคาเมะ) เพราะเสียงคุณนายริทสึโกะที่ตามเกาะติดทุกสถานการณ์เสียนี่




“หรือว่าจินจะเป็นพวกซาดิสต์ก็ไม่รู้นะ แม่เคยเห็นในทีวี ที่เขาเอาผ้ายัดปากแฟน เวลาทำแบบนั้นกัน” เสียงคุณริทสึโกะยังดังคุยเจือยแจ้วกับลูกชายคนโต ที่จินไม่เห็นหน้ามาตั้งแต่ตอนมาถึงบ้านนี้ แต่พอเขาเข้าห้องกับคาเมะปุ๊บ พี่ชายคนโตของตระกูลก็กลับมาบ้านปั๊บ อย่างงี้ดูท่าคุณแม่คนดีคงโทร.ไปจิกกลับมาเป็นแน่




“ถ้าอย่างงั้นก็โรแมนติกดีนะแม่” เอาเข้าไปบ้านนี้ จินรู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นจริงๆ ในขณะที่คาเมะเอาแต่หัวเราะตัวงอจะเป็นกุ้งต้มอยู่แล้ว



“นั่นสิ ตายแล้ว คืนนี้คาซึยะจะได้ออกจากห้องมั้ยเนี่ย”




“ผมว่าไม่ได้ออกชัวร์เลย นี่ถ้าคาซึยะเป็นผู้หญิง พรุ่งนี้เราคงได้หลานกันแล้วนะแม่” มีการคาดหวังถึงหลาน จินว่าครอบครัวนี้ ถ้าไม่ได้เขามาหลงเจ้าเด็กวิ่งเร็วแบบไม่ลืมหูลืมตาล่ะก็ บอกตามตรงว่า คาเมนาชิ ไม่มีทางได้ลูกเขยแน่ๆล่ะ



“แล้วคาซึยะมันจะยอมจินเหรอ แม่ว่าเราเอาตู้มาดันประตูไว้มั้ย” จินอยากจะเปิดประตูออกไปขอบคุณคุณแม่เหลือเกิน ที่หล่อนเต็มอกเต็มใจจะช่วยให้เขางาบลูกหล่อนมากขนาดนี้ แต่จะดีกว่านี้มาก ถ้าหล่อนจะช่วยย้ายร่างกลับลงไปนั่งเล่นที่ชั้นล่างของบ้าน แล้วไม่ขึ้นมาที่หน้าห้องของคาซึยะอีกเลยตลอดทั้งคืนนี้



“ก็ดีนะแม่ งั้นเดี๋ยวผมโทรไปตามคนอื่นมาช่วยกันลากตู้แล้วกัน” แล้วเสียงสองแม่ลูกก็เงียบหายไป เดาได้ว่า มานาบุคงลงไปข้างล่าง เพื่อโทรศัพท์ลากญาติโกโหติกามาช่วยกันดันตู้บังประตู ส่วนคุณนายริทสึโกะก็คงลงไปช่วยเป็นกำลังใจบุตรชายในการจิ้มโทรศัพท์นั่นแหละ



หมดเสียงรบกวนของสองแม่ลูกนั่นไปแล้ว แต่จินยังมีอีกเสียงที่รบกวนประสาทหูของเขาเป็นที่สุด จะเสียงใครเล่า ถ้าไม่ใช่เสียงเจ้าคาเมนาชิ คาซึยะนี่



“จะหัวเราะอีกนานมั้ย” จินถามเสียงเรียบ หงุดหงิดเล็กๆที่คาบสอนปฏิบัติไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ เซ็งสุดๆก็งานนี้ นับตั้งแต่นึกเคารพรักคุณนายริทสึโกะมา



“ขำนี่หว่า ฮ่าฮ่า ขำแม่” ไม่รู้ว่าแบบนี้จะยังเรียกว่าเป็นอภิชาตบุตรได้มั้ย แต่คาเมะขอขำแม่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก คุณนายคนนั้นไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าทำให้ตัวเองพลาดการมีลูกเขยทางพฤตินัยเพราะเสียงพูดคุยของหล่อนน่ะ



“ไม่เห็นขำ คุณแม่ไปแล้ว งั้นเราก็มาต่อ” จินไม่พูดอย่างเดียว แต่พลิกกายขึ้นคร่อมทับคนที่นั่งอยู่ข้างกาย พลางกดให้ร่างบางลงนอนราบกับเตียงเดี่ยว ที่แม้จะเล็กอยู่สักหน่อย แต่ก็พอจะใช้การได้อยู่บ้าง




ร่างสูงไม่ปล่อยให้คาเมะได้ค้านอะไรอีก เขาก้มลงจูบปิดริมฝีปากบางๆนั่น ในขณะที่มือหนาลูบไล้ผิวเนื้อผ่านเข้าไปทางชายเสื้อยืด กวาดมือช้าๆก็พบติ่งไตที่ซ่อนอยู่ภายใน และเพียงลงแรงหนักๆที่ติ่งข้างซ้าย ร่างบอบบางก็แอ่นสะท้าน ทั้งๆที่ริมฝีปากยังตอบรับจูบเขาไม่คลาย



“อื้ม” เสียงครางในลำคอดังแผ่วหวิว ให้จินยิ่งอยากรวบรัดร่างเล็กๆในอ้อมแขนเป็นของเขาเดี๋ยวนี้ แต่ทั้งอย่างนั้นก็จงใจที่จะถ่วงเวลาเพื่อความสุขที่จะมาถึง เขาจูบเล็มไล้ ซึมซับอยู่แต่กับเรียวปากบาง ในขณะที่ส่งสองมือสำรวจหน้าอกเล็ก และแผ่นหลังที่แอ่นโค้ง เพราะสะท้านกับนิ้วหยาบที่บีบเค้นอยู่กับยอดอกข้างหนึ่ง จินกดหน้าขาลงแนบกับอีกฝ่ายมากขึ้น เพื่อส่งผ่านความรู้สึกผ่านทางเนื้อผ้ากางเกงยีนส์ ให้อีกฝ่ายรับรู้ในความต้องการที่เขาเป็น จินอยากให้คาเมะได้รู้ และอยากให้คาเมะรับมันเอาไว้ทั้งหมด ทั้งหมดนี้ของเขา จะเป็นของคาเมนาชิ คาซึยะ นับตั้งแต่วันนี้ไป



“จิน” เสียงครางเบาๆดังลอดริมฝีปากสีแดงฉ่ำ เมื่อจินยอมถอนริมฝีปากออกมาให้อีกฝ่ายได้หายใจหสะดวก ชายหนุ่มยิ้มบาง ก่อนจะก้มลงฝากจูบกับขมับซ้ายขวา ไล้มายังผิวแก้มขาวๆ ก่อนจะก้มลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกลิ่นแป้งบางเบา เขาได้ยินเสียงครางงึมงำในลำคอ ยามบดไรหนวดสากๆกับผิวเนื้ออ่อน และเล็มไล้ติ่งหูเล็กที่อยู่ถัดขึ้นไปก็ช่วยให้คาซึยะสั่นสะท้านมากเท่านั้น



“คาซึ…”




--เอี้ยด!! แกร๊กกกกกกกกกกก!!—



“เบาๆหน่อยลุง เดี๋ยวข้างในห้องได้ยิน”



“ไม่ได้ยินหรอกหน่า มันยกไม่ไหวนี่หว่า ตู้หนักขนาดนี้”



“งั้นลากก็ได้ แต่ค่อยๆลากนะ น้าๆ มาช่วยดึงฝั่งนี้ที แม่หลบมาก่อน”



--เอี๊ยดดดดดด! แกร๊ก แกร๊ก--



จินพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มอารมณ์ให้อยู่ในมาดคุณชายผู้แสนดีเช่นเดิม แต่ไอ้คนที่อยู่ใต้ร่างเขาเนี่ยสิ มันไม่ได้ช่วยให้เขาข่มอารมณ์ได้ง่ายเลย ในเมื่อมันยังนอนหัวเราะหึหึอยู่แบบนี้ และไอ้เสียง ฮุยเล่ฮุย ที่เป็นสัญญาณการยกตู้ลากตู้อะไรนั่นยังดังจากนอกห้องเข้ามาข้างในแบบนี้




“ฉันว่าวันนี้ เรานั่งคุยกันเฉยๆก็ดีนะจิน” คาเมะเสนอพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มขำขัน ขำทั้งหน้าคนรัก ขำทั้งตระกูลคาเมนาชิ ที่หมายจะสร้างสถานการณ์ให้เขากับจินได้ไปไกลกว่าเดิม แต่กลายเป็นว่า เพราะความพยายามอันมากเกินไปนั่นแหละ มันเลยชวนให้คว้าน้ำเหลว นี่ถ้าแม่รู้ว่าแผนการณ์เอาตู้บังประตูห้องจะส่งผลให้คนในห้องต่ออารมณ์รักไม่ติดล่ะก็ แม่คงกัดลิ้นตายแหงๆ




“เฮ้อ แม่นายเนี่ยนะคาซึยะ” จินพูดไม่ออก ในใจมันหนักอึ้งไปหมด แถมไมเกรนก็เหมือนจะขึ้นเพราะนิสัยของคนครอบครัวคาเมนาชิ มีอย่างที่ไหน ไปตามพี่ป้าน้าอามาช่วยกันลากตู้แบบนี้ ครอบครัวนี้ครอบครัวเดียวเท่านั้นล่ะ



เขาพลิกตัวลงไปนอนหงายเคียงข้างคนที่ยังนอนขำยุกยิก และในเมื่อมันไม่หยุดขำเสียที จินเลยต้องไปพลิกร่างมันให้นอนตะแครงเข้ามาซุกอยู่กับอก



“ไม่ทำก็ได้ แล้วเราจะคุยอะไรกันดีละทีนี้” แขนแกร่งสอดรองอยู่ใต้ลำคอ โอบพาดไปยังไหล่เล็ก แล้ววางมือลงตรงนั้น เขาลูบลาดไหล่ของคนรักเบาๆ ขณะที่คาเมะก็ยังนอนขำอยู่นั่น



“อืม… นั่นสิ เรื่อง ดูบิวมั้ย นี่ๆ ฉันเพิ่งรู้มา ว่าดูบิวจะมีไลฟ์อีกแล้ว” อ้อ ไอ้วงฮาร์ดคอร์ชวนปวดหัว แต่เพลงเพราะโคตรๆนั่นน่ะเหรอ



“ที่ไหนละ บาร์ชื่อแปลกๆนั่นอีกรึเปล่า”



“ไม่รู้ดิ ต้องถามจุนโนะ เห็นหมอนั่นมาชวนอยู่นะ” พูดถึงทางุจิ จริงสิ เจ้านั่นยังขวางหูขวางตาเขาอยู่เลยนี่หว่า



“คาซึยะ ถ้าทางุจิไม่ชอบฉัน คาซึยะจะทำยังไง” คาเมะเงยหน้ามองคนถาม แล้วขมวดคิ้วมุ่น ไม่รู้ขมวดคิ้วไม่พอใจคำถามเขาที่ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อนสนิทตัวเอง หรือขมวดคิ้วไม่รู้ในคำตอบกันแน่




“ต้องทำยังไง? ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย คนที่เป็นแฟนนายคือฉัน แล้วคนที่เป็นแฟนฉันคือนาย จุนโนะไม่เกี่ยวนี่ หมอนั่นเป็นเพื่อนฉัน ไม่เกี่ยวกับความรักซะหน่อย” เอาเป็นว่าตอบตรงดีมากที่รัก



“แล้วถ้าฉันไม่ชอบทางุจิล่ะ?” ความจริง ไม่ใช่จินเกลียดขี้หน้าอะไรหรอก แต่แค่หมั่นไส้มันเท่านั้น



“นั่นก็เรื่องของนายดิ คนที่เป็นเพื่อนจุนโนะคือฉัน แล้วนายมาเกี่ยวอะไรอ่ะ นายไม่ชอบก็เป็นสิทธิ์นาย ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก” สรุปว่าในความคิดของเจ้าเด็กวิ่งเร็วนี่ เพื่อนคือเพื่อน แฟนคือแฟน อยู่คนละโลกกันว่างั้น



“นายไม่ลำบากใจเหรอ” จินถามอีก และคำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าแรงๆ



“ลำบากใจทำไม รู้สึกดีจะตาย จะได้ไม่มีใครเข้าข้างนายเกินไป อย่างน้อยก็มีสองคนนั่นที่เข้าข้างฉันบ้าง ก็โอเคแล้ว” อ้อ ที่แท้ก็กลัวไม่มีใครเข้าข้างตัวเอง แหม มันคิดได้เด็กจริงๆ น่าหมั่นเขี้ยวเว้ย




“นี่จะคุยแต่เรื่องจุนโนะเหรอ ฉันอยากคุยเรื่องอื่นแล้ว”




“คุยเรื่อง… จูบดีมั้ย” คิ้วเรียวๆเลิกขึ้นเหมือนจะสงสัยในหัวข้อการสนทนาที่จินยกมา




“ฉันจะบอกให้ว่าฉันชอบจูบแบบไหน” เห็นหน้ามันแล้วหมั่นเขี้ยว ฟังมันพูดตรงๆแล้วหมั่นเขี้ยว อยากจูบมันขึ้นมาเสียแบบนั้น จินขยับเข้าไปหา ก้มลงไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากบาง แบ้วค้างเนิ่นนานเพื่อซึมซับความหวานของกลีบปากสีแดงฉ่ำ เขาบดคลึง เค้นนานเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มี และ ‘คุย’ ให้คาเมะได้รู้ ว่าจูบแบบนี้เป็นจูบที่เขาชอบที่สุด



“แด่ลูกเขย!!!!!” เสียงเฮตะโกนดังลั่นบ้าน แบบที่ทำเอาคนกำลังคุยกันเรื่องจูบถึงกับสะดุ้งเฮือกกันทั้งคู่ จนพาลให้ต้องหยุดคุยชั่วขณะ แล้วกลายเป็นมองหน้ากันไปมาแทน จินถอนหายใจยาวอย่างหนักอก ไม่ต้องเงี่ยหูฟังก็รู้ว่าเสียงมาจากชั้นล่างของบ้าน ป่านนี้ ครอบครัวคาเมนาชิคงกำลังสนุกสนานอยู่กับการฉลองให้กับตำแหน่งลูกเขยของตระกูลที่ถูกจับจองให้กับเขาละมั้งเนี่ย




คาเมะทำคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนจะผลักจินออกห่าง เพื่อลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่าง แล้วชะโงกหน้าลงไปตะโกนเสียงลั่นแบบที่อาจทำให้ได้ยินไปทั้งละแวก




“ข้างล่างน่ะ เบาๆหน่อยได้มั้ย!! ผมกับจินจูบกันไม่ได้!!! ไม่มีสมาธิ!!!” เอ่อ… ก็รู้หรอกนะ ว่าคาเมนาชิ คาซึยะ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง พูดตรงทุกอย่าง แต่เรื่องแบบนี้น่ะ…



จินได้แต่กลืนน้ำลายหนึ่งอึก และรับรู้ว่าเสียงจากข้างล่างเงียบลงไปแล้วด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของคนร่างบางที่ปิดหน้าต่าง แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องตามเดิม



“เรียบร้อย ต่อเหอะ ฉันยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ว่านายชอบจูบแบบไหน” แล้วร่างสูงจะทำอะไรได้อีก ถ้าไม่ใช่ยอมทำตามความต้องการอยากจะเรียนรู้เรื่องจูบจากคนรักอีกสักรอบสองรอบ




ริมฝีปากที่บดเข้าหากัน ถ่ายทอดความต้องการและความรู้สึกลึกล้ำให้แก่กัน แม้จะพบเจอกันในช่วงสั้นๆ ทำความรู้จักกันอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ดำเนินความสัมพันธ์แบบที่มีใครหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จินก็รู้ รู้ความรู้สึกในใจตัวเองดีพอๆกับที่รู้ความรู้สึกในใจของคนที่เขารักนั่นแหละ




แน่สิ เผลอๆแล้ว เขาอาจจะรู้ความรู้สึกในใจคนรัก ดีกว่าความรู้สึกในใจตัวเองก็ได้ ในเมื่อมีแฟนเป็นคนพูดตรงแบบนี้



“อืม… นายชอบจูบแบบเดียวกับฉันเลย”



เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วว่าเขารู้ความรู้สึกเจ้าเด็กคนนี้แบบไม่ต้องมีเดาใดๆทั้งสิ้น!!!



“ชอบจูบแบบเดียวกัน แล้วชอบอะไรเหมือนกันอีกมั่งมั้ย” คาเมะเงียบไป ทั้งๆที่ยังถูกตระกองกอดเอาไว้ทั้งตัว ร่างโปร่งเอียงคอมองคนถามที่ทำตาเป็นประกาย ก่อนจะเลียปาก



“ฉันชอบวิ่ง… นายชอบวิ่งเหมือนฉันมั้ยละ” จินหัวเราะพรืดกับคำถามของคนชวนวิ่ง ไม่ว่าจะยังไง เจ้าเด็กนี่ก็ยังมุ่งมั่นในนิสัยเดิมให้ได้เลยงั้นสิ



“ปกติเฉยๆ แต่ถ้าจะให้วิ่งก็โอเค…” คนฟังพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะสารภาพบางอย่าง



“งั้นฉันว่า พรุ่งนี้นายไปคณะ นายใส่รองเท้าผ้าใบไปก็ดีนะ วันก่อน ฉันเพิ่งไปคณะนาย ว่าจะไปคุยให้รู้เรื่อง ไม่อยากรอ แล้วก็ดันเจอพี่รหัสนายคนนั้นที่ชอบสูบบุหรี่น่ะ” นี่… อย่าบอกนะว่า…



“อืม… ฉันพูดกับเขาประโยคเดียว โดนวิ่งไล่ตั้งแต่สถาปัตย์กลับมาที่คณะเลย”



“พูดอะไร”



“แค่พูดนิดเดียวเอง แค่บอกเขาว่า ถ้าตายไปสักคน โรงงานทำบุหรี่ต้องเสียใจแน่ๆเลย เพราะว่าขาดลูกค้าวีไอพี แล้วก็บอกเขาว่าอย่าเพิ่งรีบตาย เดี๋ยวโรงงานขาดรายได้ คนงานตกงานจะแย่เอา เศรษฐกิจยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ช่วงนี้”




เอ่อ…คาซึยะ กลัวคนจะตายก่อนพี่รหัสฉันจะเป็นนายเนี่ยแหละ พูดอะไรไม่คิดบ้างเลย พูดแบบนี้ ใครจะทนทำตัวเป็นคนดีไหวกันล่ะ




“อะไรน่ะ นายคิดว่าฉันพูดจริงงั้นเหรอ” อ้าวเฮ้ย!!!



“ฉันคิดอย่างงั้นก็จริง แต่ยังไม่ทันได้พูด พี่รหัสนายเห็นหน้าฉันก็วิ่งกวดแล้ว” แล้วมันก็หัวเราะเสียงดังลั่น ที่ทำให้จินหน้าแตกหลงเชื่อคำพูดมันได้ ร่างสูงพลิกร่างคนที่นั่งกอดกันอยู่ลงไปนอนราบบนเตียง มองสบเข้าไปในดวงตาเรียวเล็กที่มีแววหยอกเล่นอยู่เสียมาก รู้หรอกว่ามันขี้แกล้ง แล้วก็รู้ด้วยว่ามันปากดี แต่ทั้งอย่างนั้นก็ยังรักมัน ยังสงสารมันเวลามันมานั่งหอบเพราะวิ่งหนีคนนั้นที คนนี้ที



ความรักมันไม่เข้าใครออกใคร จินเชื่อแล้วคำพูดนี้ จากที่เคยชอบสาวสวยสไตล์คุณหนู วันนี้มาเจอเด็กแมนที่รักการวิ่งเป็นจิตใจ จินก็ดันหลงรักเข้าหัวปักหัวปำจนลืมแม้กระทั่งจุดประสงค์เดิม ว่าต้องการให้มันมาเป็นสะพานพาคนรักเก่ากลับมา เวลานี้ จินไม่ต้องการคนรักคนไหนอีกแล้ว นอกจากมันคนเดียว



“ฉันรักคาซึยะ” คาเมะยิ้มกว้าง ไม่มีเอียงอายหลบสายตาให้ต้องออดอ้อนขอความรัก มันแค่ยิ้ม ยิ้มจนเห็นฟันแทบจะครบทั้งสามสิบสองซี่ กับแก้มแดงๆน่าหยิก



“ฉันก็รักจิน” ไม่ต้องขอให้พูด ไม่ต้องถามให้ตอบ ความรักที่มาพร้อมกับความเปิดเผยมันดีแบบนี้เอง




“แล้วฉัน กับการวิ่ง รักอย่างไหนมากกว่ากัน” ร่างสูงถามให้คาเมะต้องยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม



“รักนายมากกว่า เพราะงั้น ลูกผู้ชายตัวจริง จะพยายามไม่วิ่งแล้วก็ได้ ถ้านายสัญญาว่าจะเอารถของนายพาฉันหนีคู่อริแทน” แล้วเสียงหัวเราะก็ดังคลอกันไปในห้องเล็กๆแคบๆของบ้านคาเมนาชิหลังน้อย



บ้านคาเมนาชิที่มีปาร์ตี้เงียบเฉียบผิดแบบแผนการจัดงานเลี้ยงอย่างที่สุด บ้านคาเมนาชิที่มีการจัดบ้านแบบแปลกๆอย่างเช่นการเอาตู้มาบังประตู บ้านคาเมนาชิที่มีตัวตั้งตัวตีเป็นคุณนายริทสึโกะ ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้น จินขอขอบคุณบ้านคาเมนาชิเหลือเกิน ที่สร้างสรรค์ลูกชายนักวิ่งอย่าง คาเมนาชิ คาซึยะออกมาแบบนี้ให้เขาได้รู้จัก ได้แค้น ได้สงสาร และสุดท้ายคือได้หลงรัก




ขอบคุณครับ



FIN



“ไม่รู้จิโร่เป็นอะไร ช่วงนี้ไม่ค่อยร่าเริงเลย แม่ว่าจะพามันไปหาหมอสักหน่อย” คาเมะเหลือบมองไอ้เพื่อนรักสี่ขาที่นอนซุ่มเงียบอยู่ข้างเขา และปล่อยให้สนามหญ้าบ้านคาเมนาชิเป็นของแขกผู้ได้รับการรับเชิญอย่างอเล็คซิส ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์สีดำของผู้ชายที่ชื่อ อาคานิชิ จิน



แน่นอนว่าทั้งคนทั้งหมาจากตระกูลอาคานิชินั้น ถูกสเป็คคุณนายริทสึโกะเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีในสายตาหล่อนไปเสียหมด ขนาดว่าหมามันหาว แม่ของคาเมะยังร้องเสียงสั่นว่า ‘โอ้ว! ฟันสวยจริงๆ!!’




“ให้ผมพาไปก็ได้ครับคุณแม่ ปกติแล้ว อเล็คซิสต้องตรวจเป็นประจำทุกหกเดือนอยู่แล้ว นี่ก็ได้กำหนดพอดี” เรื่องเว่อร์นี่ไม่มีใครเกินคุณชายจิน ขนาดหมา มันยังเอาไปตรวจร่างกายทุกหกเดือน คาเมะไม่อยากจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบเนี่ย เขาที่เป็นคนแท้ๆ ยังไม่เคยตรวจร่างกายเลยสักครั้ง



“อุ้ย! แม่กวนจินไปรึเปล่าจ๊ะ” ปากว่ากวน แต่คุณนายอวบทำตาวิบวับด้วยความดีใจนำไปล่วงหน้าแล้ว



“ไม่หรอกครับ อเล็คซิสกับจิโร่จะได้สนิทกันเอาไว้”



“แค่เอาไปหาหมอ มันจะสนิทกันได้ไง” คาเมะหันมาถามด้วยความไม่เข้าใจในบทสนทนาของสองแม่ยายลูกเขยนี่



“แหม แค่มันมองตากัน มันก็สนิทกันแล้วแหละลูก” นี่ก็เกินคนจริงๆ เรื่องเข้าข้างลูกเขยนี่ขอให้บอก คุณนายริทสึโกะทำได้ทุกอย่าง




คาเมะปรายสายตามองดูไอ้จิโร่ ที่นับตั้งแต่เห็นว่าที่พ่อพันธุ์(ทั้งๆที่มันก็เป็นพ่อพันธุ์ได้ แต่จากรูปร่างสรีระแล้ว มันคงตกอยู่ในฐานะแม่พันธุ์อย่างไม่ต้องสงสัย) ไอ้จิโร่ก็ทำตัวเป็นหมาป่วยอย่างเห็นได้ชัด และเหมือนมันจะเข้าใจเสียด้วย ว่าแม่กำลังจะปฏิบัติการหาลูกเขยภาคสุนัขให้ตัวเองอีกราย ด้วยการจับมันไปหาหมอกับอเล็คซิสแบบสองต่อสอง มันก็ยิ่งห่อเหี่ยวหนักกว่าเดิม





“ผมว่าพักเวลาหาคู่ให้มันก็ดีนะ จิโร่มันคงอยากทำใจ” คาเมะเอ่ยปากให้คุณแม่ต้องตีเพี๊ยะเข้าที่แขน



“จะมาพักอะไรล่ะ จิโร่มันก็โตแล้ว ถึงเวลามีคู่แล้ว จะไปเสียเวลาทำไม จริงมั้ยจ๊ะจิโร่ อเล็คซิสหล่อด้วยนะ แม่ยังชอบเลย” แล้วคุณนายริทสึโกะก็หันไปเจ๊าะแจ๊ะใส่อาคานิชิ จิน เกี่ยวกับเรื่องอเล็คซิส หมาสุดหล่อของไอ้คนหล่อมาดดีนั่น ปล่อยให้คาเมะหันมองจิโร่ที่คงต้องรับชะตากรรมหมามีสามีให้ได้ในเร็ววัน ไม่อย่างนั้นจะเจอมาตรการโหดร้ายและแสนจะทารุณของคุณนายริทสึโกะ ผู้หญิงที่มีเรื่องปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต….




การมีลูกเขย!!!!!!!




FIN (อย่างจริงๆค่ะ ฮ่าฮ่า)

FIC : ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง
JIN X KAME
By : Dezair
....................................
PART 8




‘คาเมนาชิ คาซึยะ ลูกพอจะจำบ้านเลขที่ของตัวลูกเองได้มั้ยจ๊ะ!!!’ เสียงคุณนายร่างอวบดังมากับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ให้ไอ้คนเป็นลูกต้องทำหน้าแหย ก่อนจะถอนหายใจเฮือก แล้วได้แต่ตอบสั้นๆกลับไป



“จำได้”




‘อ้อ!! ยังจำได้อีกเรอะ!! แม่นึกว่าลูกลืมไปแล้วเสียอีก ว่ากลับบ้านตัวเองน่ะกลับยังไง!! แล้วนี่ลูกอยู่ไหน!! ลูกไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะ แม่ไม่อยากจะว่า จะดุอะไรหรอกนะคาซึยะ แต่ลูกมีแฟนแล้ว และจินเขาก็ดีกับลูกมาก ไม่เคยทำให้ลูกเสียใจเลยสักครั้ง แล้วมันเรื่องอะไรที่ต้องไปหลบหน้าเขาถึงขนาดไม่กลับบ้านกลับช่องแบบนี้!!’




คาเมะอยากเถียง ว่าจินสุดที่รักของแม่น่ะ เป็นตัวพ่ออันดับหนึ่งที่ทำให้เขาเสียใจ ตื่นตระหนก และตะเลิดเปิดเปิงยิ่งกว่าใครหน้าไหนเสียอีก!! แต่พูดได้เหรอ ก็แม่บูชามันอย่างกับอะไร




“ผมแค่มาทำรายงานบ้านเพื่อนเท่านั้นเอง” ร่างโปร่งไม่อยากโป้ปดมดเท็จ มันไม่ใช่นิสัยของเขาเลย แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน อันได้แก่ พรหมจรรย์ประตูหลังของเขา คาเมะจำต้องยอม อ่า…เสียสัตย์อย่าเสียชีพ ดูท่าเขาต้องลองเอาสโลแกนนี้มาใช้ดูบ้างเสียแล้ว




‘บ้านเพื่อนคนไหน ผู้ชายหรือผู้หญิง’ เสียงของแม่ยังคงดูกังวล ไม่รู้ว่าจะกังวลอันไหนมากกว่ากัน ระหว่างบ้านเพื่อนผู้ชาย หรือบ้านเพื่อนผู้หญิง




“บ้านไอ้จุนโนะน่ะแม่”




‘แล้วเมื่อไหร่รายงานจะเสร็จ วันเสาร์นี้เราต้องไปเที่ยวกัน จำได้มั้ย แล้วแม่ก็จองห้องพักแล้วด้วย ลูกคงไม่อยากให้แม่เอาเงินไปละลายกับที่เที่ยว แต่ลูกไม่ยอมไปหรอกนะ’ น้ำเสียงจริงจังของมารดา ฟังดูก็รู้ว่าคุณนายเหนียวเค็มคนนี้ ไม่มีทางปล่อยให้เขาค้างบ้านไอ้จุนโนะไปถึงอาทิตย์หน้าแน่ๆ เพราะอย่างน้อยก็ต้องกลับไปอย่างช้าศุกร์นี้ เนื่องจากวันเสาร์ต้องไปเที่ยวกับครอบครัว




เฮ้อ! ครอบครัวที่ว่า จะมี อาคานิชิ จิน เป็นสมาชิกด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ คิดแล้วคาเมะก็ชักหวั่น ถึงจะปากดีและกล้าตายไปบ้าง แต่ก็บอกตามตรงว่าไม่พร้อมกับเรื่องเสียตัวให้ผู้ชายด้วยกัน ถึงจะยอมเป็นแฟนกับหมอนั่นไปตลอดชีวิต แต่คามะก็ยังไม่ได้คิดแม้สักนิด ว่าเวลาคนที่เขาอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต เขาจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง




“จะพยายามให้เสร็จเร็วๆแล้วกัน แค่นี้ก่อนนะแม่ แล้วเดี๋ยวจะโทร.หาอีก” ทำตัวคล้ายลูกสาวของบ้านเข้าไปทุกวัน คาเมะรู้สึกว่าพักหลังๆมานี่ เขายิ่งถูกเลี้ยงดูอย่างลูกสาวขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ไอ้บ้าถาปัตย์นั่นเข้ามาในชีวิตของเขานั่นแหละ ไม่สิ ต้องบอกว่าหมอนั่นเข้ามาในชีวิตของคุณนายริทสึโกะต่างหากล่ะ นับตั้งแต่มันเข้าในวงจรของแม่เขา แม่ก็มาระบายอารมณ์อยากได้ลูกเขยกับเขาเนี่ยแหละ





ร่างโปร่งตัดสายไปแล้ว ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนซี้สองคน ที่รวมหันกันมาตั้งแต่เมื่อวันที่คาเมะวิ่งหนีออกมาจากคณะสถาปัตย์นั่นแหละ แล้วพวกมันรู้เรื่องที่อาคานิชิพูดมั้ย? แน่ล่ะ เรื่องใหญ่ระดับชาติอย่างงั้น ถ้าคาเมะไม่เล่าให้ฟัง พวกมันก็ไม่มีทางยอมอยู่เฉยๆแล้วให้เขาเข้ามาอาศัยเกาะมันกินสามวันสองคืนอย่างงี้หรอก




“แม่สั่งให้กลับบ้านเหรอ” จุนโนะถาม ให้อีกฝ่ายได้แต่พยักหน้าตอบอย่างเหนื่อยๆ




“แล้วอาคานิชิ อยู่ที่บ้านรึเปล่า” เพื่อนคนเดิมยังถามอีก ในขณะที่โคยามะเลือกที่จะเงียบ แล้วปล่อยให้คนทำหน้าที่คาดคั้นเป็น เจ้าของห้องเอง



“ไม่รู้ดิ แต่ไม่น่าจะอยู่หรอก เสียงแม่ดูหงอยๆ”



“ทีนี้รู้ซึ้งแล้วสิ มึงน่ะ ว่าเวลาคนพูดตรงๆใส่เป็นยังไง” โคยามะย้อนถาม ให้คาเมะยิ่งหน้าตื่นหนัก แถมกลืนน้ำลายก็ไม่ค่อยจะลงคอ ยามคิดถึงคำพูดตรงไปตรงมาของใครบางคนที่มันผุดขึ้นมาซ้ำๆเหมือนมีพรายกระซิบทุกเวลา


‘ฉันอยากปล้ำคาซึยะ’



คำหลอนกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว คาเมะเชื่อเลย!


……………………………



และถึงแม้ว่า คาเมะจะอยากหลบหน้าไปสุดหล้าฟ้าเขียวแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้มีเงินมีทองมากพอจะบินหนีไปต่างประเทศแบบที่พวกคนรวยหนีปัญหาชอบทำกัน แน่ล่ะ และเพราะเป็นลูกที่ดี กตัญญูรู้คุณ รู้ซึ้งคำด่าของมารดา หลังการโทรศัพท์มาจิกให้กลับบ้านครั้งที่สองของคุณนายริทสึโกะ คาเมนาชิ คาซึยะก็ต้องหอบจิตตกๆของตัวเองกลับมาตายรังที่บ้านน้อยหลังเล็กของครอบครัวคาเมนาชิในเย็นวันพฤหัสนั้นเอง




“กลับบ้านกลับช่องได้สักทีนะ! หายไปตั้งหลายวันจนแม่จะแจ้งความคนหายแล้ว!” คาเมะได้แต่ยิ้มแหยๆให้แม่ ไม่อยากท้าหรอกว่า ทำไมไม่แจ้งล่ะ กลัวแม่จะไปแจ้งจริงๆ แต่คนรับแจ้งไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นผู้ชายบางคนที่ชื่อขึ้นด้วยอักษร จ. เนี่ยแหละ




“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป จะได้ลงมาทานข้าวเย็น เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกัน” เห็นหน้าต่างเคร่งเครียดของคุณนายแม่แล้ว คาเมะก็รู้ตัว




‘เรื่องที่ต้องคุย’ มีหวัง ไม่พ้นเรื่องว่าที่ลูกเขยรายล่าสุดของคุณนายคนนี้แน่ๆ!!!





มื้อเย็นวันนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการกินข้าวของสองแม่ลูก คาเมนาชิ ในขณะที่สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆถูกอัปเปหิให้ยกจานข้าวออกไปนั่งกินที่ห้องนั่งเล่น แล้วทิ้งห้องครัวไว้เป็นห้องปิดตายของ คาเมนาชิ คาซึยะ




“ลูกกับจินทะเลาะอะไรกัน คาซึยะ” คำถามดังตั้งแต่คาเมะยังไม่ทันจะตักข้าวเข้าปากด้วยซ้ำ ร่างโปร่งอยากจะขอเวลาทานข้าวสักนิด ก่อนจะคุย แต่ดูหน้าแม่เขาเถอะ อยากรู้อยากเห็นจนจะอกแตกตายแล้วเนี่ย



“ไม่ได้ทะเลาะหรอกแม่ แค่…เอ่อ… ไม่รู้ดิ อยู่ในช่วงห่างๆกันมั้ง”




“แม่ไม่เคยสอนให้ลูกโกหกนะ คาซึยะ แม่จะบอกให้ลูกรู้เอาไว้ จินมาบ้านนี้ทุกวัน เขามาหาลูกตลอด อย่างนี้เรียกอยู่ในช่วงห่างๆรึเปล่า”




มาหาทุกวัน แต่ทำไมวันนี้ไม่มา ไม่ได้เจอกันมาสามวัน คาเมะบอกตรงๆว่าก็มุมที่แอบคิดถึงหมอนั่นอยู่บ้าง แต่ทั้งอย่างนั้นก็ยังรักความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเองเช่นกัน




คุณนายริทสึโกะถอนหายใจยาวอย่างหนักอก




“คาซึยะ แม่ไม่รู้หรอกนะ ว่าลูกไม่พอใจอะไรจิน หรือลูกกลัวอะไรจิน แต่แม่จะบอกเอาไว้ ความรักไม่ใช่สิ่งน่ากลัว มันอาจจะทำให้เราเจ็บบ้าง แต่ทั้งอย่างนั้น มันก็ทำให้เราได้ค้นพบอะไรที่แปลกใหม่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ แล้วอีกอย่าง…”




“ลูกผู้ชายน่ะ ไม่ต้องวิ่งเพื่อรักษาชีวิตเสมอไปหรอกนะ บางที การยืดอกรับ ก็รักษาชีวิตลูกผู้ชายได้เหมือนกัน”




คาเมะเงยมองมารดา ขบริมฝีปากตัวเองเบาๆกับความรู้ใหม่ที่คุณริทสึโกะถ่ายทอดให้ ไม่ต้องวิ่งหนี ก็รักษาชีวิตได้งั้นเหรอ หมายความว่าจะให้เขาเผชิญหน้ากับไอ้ผู้ชายคนนั้นอย่างงั้นสิ



เอ? แผนแม่ให้เขาเสียตัว หรือว่าแม่คิดจะช่วยลูกจริงๆละเนี่ย




………………………………..




เช้าวันเสาร์มาถึงอย่างรวดเร็ว ครอบครัวคาเมนาชิ มีกำหนดการจะไปเที่ยวสุดสัปดาห์กันอยู่แล้ว และคาเมะก็รู้ซึ้ง และตระหนักอยู่เสมอ ว่าคำว่า คาเมนาชิ นั้น มักจะรวมผู้ชายอีกคนที่ได้ไม่ใช้นามสกุลนี้ แต่มีอนาคตจะได้เกี่ยวดองเข้ามาด้วย ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร คงไม่ต้องบอกชื่อ เพราะมันมาถึงปุ๊บ คุณนายริทสึโกะก็ถลาเข้าหาปั๊บ



“อรุณสวัสดิ์จ๊ะ จิน นี่แม่รบกวนรึเปล่า ให้มาขับรถให้วันเสาร์อาทิตย์แบบนี้” ปากว่ารบกวน แต่มือจับแขนไม่ปล่อย คาเมะเชื่อแบบยอมเลี้ยงข้าวสามมื้อเลยก็ได้ ว่าลองหมอนั่นบอกว่า ‘รบกวนครับ ผมขอกลับบ้านเลยแล้วกัน’ แม่เขาก็ไม่มีวันปล่อยมืออวบอูมจากแขน อาคานิชิ จิน แน่นอน



“ไม่หรอกครับ คุณแม่” และเพราะว่าหมอนั่นเป็นผู้ชายประเภทเอนเตอร์เทนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กับแม่เขามันก็ไม่เว้น และการพูดแบบนั้นก็ยิ่งนำความปลาบปลื้มมาให้คุณนายริทสึโกะ จนหล่อนต้องหันมาทำหน้าตาเหมือนจะบอกว่า ‘เห็นมั้ยล่ะ จินเขาเป็นคนดีแค่ไหน!!’ กับสมาชิกคาเมนาชิที่เหลือ ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามกับแม่เขาไปด้วย เหลือเขายืนหัวโด่อยู่หลังสุดเนี่ยแหละ




“กระเป๋าตรงนี้ใช่มั้ยครับ เดี๋ยวผมช่วย” สายตาของว่าที่สมาชิกใหม่บ้านคาเมนาชิ ยังคงจับจ้องอยู่แต่กับคนอื่นๆในครอบครัว และจงใจละเลยที่จะไม่มองหน้าคนที่ยืนเงียบๆ อยู่หลังสุดมาตั้งแต่แรก เขาเข้าไปช่วยยกกระเป๋าที่วางกองอยู่หน้าประตูบ้าน




“อุ้ย ไม่ต้องหรอกจ๊ะ เดี๋ยวให้พวกนี้ยกกันเองเถอะ แค่นี้แม่ก็เกรงใจจะแย่แล้วนะ” แล้วจากนั้นก็เป็นบทหวานชื่นของคุณนายริทสึโกะ และสมาชิกครอบครัวคาเมนาชิ ที่ไม่พ้นคำชื่นชม ชมเชย เยินยอทั้งหลายแหล่ที่มีต่อว่าที่ลูกเขยครอบครัวคาเมนาชิ ที่ชื่อ อาคานิชิ จิน คนนั้น



กว่ารถยนต์คันหรูที่คาเมะจำได้ว่าเห็นในแคตตาล็อครถนำเข้าเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน จะเคลื่อนตัวไปตามถนนได้ ก็หลังจากที่มีการจัดที่นั่งกันยกใหญ่ ร่างโปร่งอาศัยช่วงชุลมุน วิ่งขึ้นไปนั่งเบาะหลัง แล้วปล่อยให้แม่ยืนเข่นเขี้ยว หน้าตึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มใส่เจ้าของรถ แล้วส่งบิดาเขาไปนั่งคู่หน้าคนขับเสียเอง




มาถึงที่พักกันในช่วงเที่ยง คุณนายริทสึโกะที่งดแสดงอิทธิฤทธิ์ในรถ ก็แสดงความสามารถในการหาลูกเขยให้ตัวเองอีกครั้ง ด้วยการหาทางให้ลูกชายคนกลางเสียตัว



“คาซึยะ นอนกับจินนะจ๊ะ” มาหน้ายิ้มๆ แต่ตาจิกจึ้ก ก็เล่นเอาคาเมะโวยไม่ออก คำว่ากตัญญูกับอภิชาตบุตรมันค้ำคอให้เถียงแม่ไม่ได้ และได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป ด้วยการเดินเอื่อยเฉือยถือกระเป๋าเข้ามาในห้องพักที่แม่จัดแจงให้ ‘นอนกับจิน’




เข้ามาในห้องพักกันได้ จัดการโยนกระเป๋าลงพื้นข้างตู้เสื้อผ้าเสร็จ คาเมะก็หมายจะเผ่นให้มันรู้แล้วรู้รอดไป แต่ไม่ไวไปกว่าผู้ชายอีกคนที่อาศัยอยู่ในห้องด้วยหรอก



“คาซึยะ เดี๋ยวสิ” ร่างสูงคว้าแขนไอ้คนที่กำลังจะวิ่งออกนอกห้อง ให้ต้องหยุดคอย แต่แม้จะหยุดคอย คเามะก็ไม่ยอมหันมองหน้าคนร้องขอให้รอ



“คาซึยะคิดเรื่องที่ฉันขอบ้างรึยัง” มันต้องติดเชื้อพูดตรงจากคาเมะไปแน่ๆ ไอ้บ้านี่มันต้องรับเชื้อของเขาไปชัวร์ๆ พักนี้มันถึงพูดตรงเอาโล่ห์แบบนี้ แต่ว่าเถอะ พูดตรงแล้วชวนวิ่งแบบเขา ยังดีกว่าพูดตรงแล้วชวนขึ้นเตียงแบบหมอนี่เยอะ!!




“คิดแล้ว” ร่างโปร่งตอบ ทำเอาร่างสูงใจเต้นจนแทบจะสั่นไปทั้งตัว กับการรอฟังคำตอบจากคนร่างบาง จะว่าไปแล้ว เขาใจเต้นกับสิ่งที่คาเมะจะพูดต่อไปนี้มากกว่าไปยืนฟังอาจารย์ตรวจแบบด้วยซ้ำ แล้วไอ้เด็กวิ่งเร็วมันก็ช่างเร้าอารมณ์คนอยากรู้เหลือเกิน ด้วยการทำเป็นเตะถ่วงเวลา ไม่ยอมพูดอะไรต่อสักที มันทำเป็นมองซ้ายที ขวาที ก่อนจะหันกลับมามองเขา แล้วเลิ่กคิ้วเหมือนจะย้อนถาม



“มองฉันทำไม” ก็มองขอคำตอบไงล่ะเว้ย!!



“ก็..คิด…ที่คิดแล้วน่ะ คิดว่าไง” ร่างสูงตะกุกตะกักถาม ทำเอาคาเมะต้องถอนหายใจเบาๆ




“นายเนี่ย หน้าตาก็หล่อดีหรอกนะ แต่สอดรู้สอดเห็นเป็นบ้าเลยว่ะ” เอ่อ…ถ้าเป็นเรื่องคนอื่น กูไม่สอดหรอกครับ แต่นี่มันเรื่องของกูกับมึงครับ คุณคาซึยะ กูเลยต้องสอด




จินอยากจะบอกตรงๆกับไอ้คนพูดตรงเหลือเกิน ร่างสูงเชื่อว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหน ที่จะมีบทสนทนาขอความเห็นใจให้คนรักยอมเสียตัวแบบเขาอีกแล้วในโลกใบนี้




“ที่ฉันคิดน่ะนะ ไม่ใช่ข้ออ้าง หรือเหตุผลถ่วงเวลา แต่ฉันคิดอย่างงั้นจริงๆ…” มันเริ่มเกริ่น แต่แค่มันเกริ่น จินก็เหมือนจะเห็นปลายอุโมงค์ที่มืดสนิท




“ฉันพูดตามตรง… ถึงฉันกับนายจะเป็นแฟนกัน แบบที่นายเรียกว่าเป็นแฟนตลอดชีวิตอะไรนั่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายเป็นสามีของฉันโดยสมบูรณ์ใช่มั้ย เรียกว่าอะไรนะ เหมือนจะเคยได้ยินเพื่อนที่คณะพูด…อ่า ผัวทางพฤตินัย อะไรนี่รึเปล่า… นั่นล่ะๆ นายยังไม่เป็นสามีทางพฤตินัยของฉัน และถ้าฉันจะมีทั้งที ก็ควรจะได้สามีเจ๋งๆไปเลยใช่มั้ย เพราะฉะนั้น ฉันก็เลยตัดสินใจว่า ขอผัวดีกรีดอกเตอร์ดีกว่า”




“ห๊ะ!!! ว่าไงนะ!!!” จินร้องท้วงทันควัน อะไรดอกเตอร์ ดอกเตอร์นะ!!




“ก็… ไว้นายจบปริญญาเอก แล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้อีกที ดีมั้ย” จินตาโตกับคำขอที่ไม่ควรจะเรียกว่าคำขอ ควรจะเรียกว่า… เรียกว่า… เรียกว่าอะไรดีวะเนี่ย!!!



ไอ้คาเมนาชิ คาซึยะ มันจะบ้าไปแล้วรึไง!! มันขอผัวปริญญาเอกเนี่ยนะ!! กว่ากูจะจบสถาปัตย์ก็ยี่สิบสามเข้าไปแล้ว ไหนจะโท ไหนจะเอก กว่าจะได้มันมากอด ไม่ใช่สามสิบรึไง!!!




“โอเคนะ งั้นไปข้างนอกเหอะ หิวข้าวแล้ว” ร่างบางตัดบทเรียบร้อย ไม่มีการดูสีหน้าสักนิด ว่าจินจะโอเคด้วยหรือไม่ เพราะชวนปุ๊บ มันก็หมุนตัวจะเดินออกจากห้องปั๊บ แต่จินก็ไวพอจะคว้าแขนมันเอาไว้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ที่ตนพึงได้ หรืออย่างน้อยก็ขอความเห็นใจจากมันก็ยังดี ให้รอสักปีสองปีก็ยังพอว่า แต่ไม่ใช่ให้รอจนจบปริญญาเอกแบบนี้ เขาเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับอารมณ์ใดๆ





“อะไรล่ะ ฉันหิวข้าวแล้ว” คาเมะยังคงเอาเรื่องปากท้องมาก่อนเสมอ ท่าทางที่แสดงออกให้จินเห็น ไม่มีวี่แววสมควรแก่การง้อหรืออ้อนวอนแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวเหมือนจะซ่อนแววตาระยับแบบถูกใจกับข้อเสนอของตัวเอง ริมฝีปากบางยิ้มหยักอย่างที่จินหน้ามืดตามัวดูเหมือนว่ามันกำลังจะหัวเราะเยาะผู้ชายหน้าโง่อย่างเขา ที่ยอมปล่อยให้คาเมะเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้




รู้ทั้งรู้ว่ามันฉลาดเป็นกรด รู้ทั้งรู้ว่ามันเอาตัวรอดเก่งที่หนึ่ง เขาไม่น่าให้มันเลือก…




ใช่… เขาไม่ควรให้มันเลือก เขาควรปล้ำมันเสียเลยตั้งแต่ตอนนี้




จินไม่มีเสียงใดในใจตัวเองที่ดังยับยั้งความคิดอยากปล้ำ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ตามมาคือการฉุดร่างเล็กเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง แล้วก้มลงฝากรอยจูบหนักๆลงกับริมฝีปากสีฉ่ำ




“อื้อ!!” คาเมะตาโตด้วยความตกใจ ถึงจะจูบกันมาหลายครั้ง แต่เขาก็ยังหาทางหนีทีไล่ของจูบจากผู้ชายที่ชื่อ อาคานิชิ จิน ไม่ได้สักที




…แพ้ทาง?... ใช่ เพราะว่าแพ้ทาง แพ้ทางผู้ชายตัวใหญ่คนนี้ จนเป็นเหตุให้ไปไหนไม่รอดสักที แต่แพ้ทางจิน กับแพ้ใจตัวเอง ก็ออกจะก้ำกึ่งกันเล็กน้อย คาเมะไม่รู้ว่าตัวเองแพ้สิ่งไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งอย่างนั้น แข้งขาก็อ่อนยวบไปแล้ว



ริมฝีปากหนาขยับเคลื่อนไหวรุนแรงคล้ายจะบดขยี้ มัวเมาไปกับความหวานของริมฝีปากบางของคนในอ้อมแขน ยามกดฝ่ามือลงกับแผ่นหลังเล็ก จินรับรู้ถึงความอุ่นร้อนของผิวเนื้อที่แทรกผ่านออกมากับเนื้อผ้า ยามรั้งร่างแนบชิด อกต่ออกสัมผัสเสียดสีกัน แม้มีเพียงเสื้อผ้ากีดกั้น แต่ทั้งอย่างนั้น จินก็ยังรับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นถี่ของอีกฝ่าย ยามบดริมฝีปากลงฝากความร้อนผ่าว กลีบปากนุ่มหยุ่นจะหยัดขึ้นตอบรับ แบบไม่อาจห้ามใจไหว




รักมากขนาดนี้ ต้องการมากขนาดนี้ แต่ทั้งอย่างนั้นก็ยังต้องรอดคอยงั้นเหรอ




ร่างสูงถอนริมฝีปากออกมา ให้คาเมะได้หายใจเต็มปอด เขาก้มลงมองคนที่หลับตาหอบ ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ปรากฏในแววตา




ถึงจะวิ่งเร็ว แต่พอมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบนี้ มันก็ไปไหนไม่รอด



ถึงจะปากดี แต่พอถูกจูบแบบนี้ มันก็เงียบ



แล้วแบบนั้น จะไม่ให้จินหยุดความต้องการของตัวเองได้ยังไง ในเมื่อเวลามันอยู่ใกล้เขา มันน่ารักมากขนาดนี้



“บอกว่าอยากได้ผัวปริญญาเอก” คาเมะเงยหน้าบอก ให้จินได้แต่ยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นไล้กลีบปากบางที่ขึ้นสีสดกว่าเดิมเพราะแรงบด อย่างลุ่มหลง




“แค่จูบเอง คาซึยะ”




“จูบแล้วเดี๋ยวก็มีอารมณ์ ฉันก็เสียตัวอยู่ดี ไม่เอาอ่ะ คราวหลังห้ามจูบ ห้ามกอด ห้ามหอม ทางที่ดี นายควรอยู่ห่างจากฉันอย่างน้อยห้าสิบเมตร” ไอ้คนเอาตัวรอดเก่งมันพูดเองเออเองเสร็จสรรพ แถมพอหายใจคล่อง ไม่หอบไม่เหนื่อย มันก็ผละจากอกแข็งๆ หมุนตัวเดินออกจากห้อง ทิ้งให้จินได้แต่ทำคิ้วตก คอลู่ ความรู้สึกที่เรียกว่าเหนื่อยอ่อนวิ่งเข้ามากลางใจ



จะมีเมียเป็นตัวเป็นตนทั้งที ต้องรอจบปริญญาเอก นี่ยังดีนะเนี่ย! ถ้าคาเมะเป็นผู้หญิง แล้วเกิดวันนึงเขาอยากมีลูกขึ้นมา มันคงบอกให้เขาจบปริญญาตรีอีกใบ




คาเมะเหลือบตามองคนที่ยืนคอตกอยู่ข้างหลัง แล้วยิ้มกว้าง ฮัมเพลงอย่างมีความสุข และวันนี้ ลูกผู้ชายตัวจริง ต้องวิ่ง ก็ได้รู้แล้ว ว่าคนเราไม่จำเป็นต้องวิ่งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเสมอไป การเผชิญหน้าอย่างชาญฉลาดก็เป็นการเอาตัวรอดทางหนึ่ง เรื่องนี้ยกความดีความชอบให้ใครไม่ได้ ยกเว้นคุณนายริทสึโกะ มารดาสุดที่รักของเขาเท่านั้น!!!



ขอบคุณครับแม่!!!!




แล้วคิดว่าถ้าคุณนายริทสึโกะรู้ว่าลูกชายตัวดีเอาคำแนะนำของหล่อนมาปู้ยี้ปู้ยำแบบนี้ หล่อนจะรู้สึกยังไง…




……………………..




“ต๊ายยยยยย!!!! จริงเหรอจ๊ะจิน!! คาซึยะพูดแบบนั้นจริงๆเหรอ!!!” ไม่มีทางที่จินจะรับมือกับเด็กแสบแบบคาเมะได้ด้วยตัวคนเดียว ตัวช่วยอันดับหนึ่งจึงต้องเป็นคุณนายริทสึโกะ ว่าที่แม่ยาย ผู้คลั่งไคล้การมีลูกเขยเป็นชีวิตจิตใจ!



“ครับ…เขา…เขาทำผมเจ็บมาก เขาคงไม่ได้รักผมแล้ว” มาดคุณชาย อาคานิชิ จิน ผู้ดีเพียบพร้อมและแสนจะน่าสงสารถูกควักขึ้นมาใช้ ขอคะแนนความเห็นใจจากคุณนายร่างอวบที่กำลังขึงขัง และมาดสุภาพบุรุษผู้แสนจะตกอับในเรื่องความรักก็คงเข้าตากรรมการของคุณนายเขานั่นแหละ เพราะหล่อนเปลี่ยนทีท่าโกรธขึง เป็นอาการยกมือขึ้นทาบอก พร้อมสีหน้าระทมทุกข์




คุณนายริทสึโกะกลัวเหลือเกิน ว่าการเล่นตัวของบุตรชายจะทำให้ว่าที่ลูกเขยสุดเพอร์เฟ็คคนนี้จะหลุดลอยออกจากมือของหล่อน ถ้าพลาดคนนี้แล้ว หล่อนก็คงจะไม่มีกำลังใจในการดำรงชีวิตได้อีก และคงตรอมใจตายเป็นลำดับถัดไป




ไม่ได้การ! หล่อนจะมาเอ้อระเหยปล่อยให้ว่าที่ลูกเขยรับมือคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีใครเอา คาเมนาชิ คาซึยะได้อยู่หมัดเท่าคุณริทสึโกะคนนี้หรอก!! หล่อนต้องลงมือ ไม่ใช่อะไรหรอกนะ หล่อนแค่ต้องการได้ อาคานิชิ จิน เป็นลูกเขยโดยสมบูรณ์ แบบที่เอาไปคุยที่ไหนก็ไม่อับอายใครเขา เพราะลูกชายคนกลางได้ดิบได้ดี!!!




คาเมะไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่ามารดากำลังจะปฏิบัติการใส่พานทองถวายให้จินอีกครั้ง เพราะกำลังสนุกสนานอยู่ในออนเซ็นพร้อมพี่ชายและน้องชาย ที่จิน ‘ขอความร่วมมือ’ ไว้ตั้งแต่ช่วงทานข้าวแล้ว ว่าให้สองพี่น้องช่วยกันพาคาเมะไปที่อื่นที เขามีเรื่องจะปรึกษาว่าที่พ่อตาแม่ยาย สองพี่น้องนั่นก็จัดการได้ดีไม่มีที่ติ จินถึงได้มีเวลามานั่งตีหน้าเศร้าเล่าความในใจให้คุณนายริทสึโกะเข้าใจถึงหัวอกคนมีแฟนฉลาด




“จิน อย่าหาว่าแม่ละลาบละล้วงเลยนะ แต่ว่าคราวก่อนที่มากันสองคนน่ะ คาซึยะยอมใส่จีสตริงมั้ย” มีเหรอจะไม่ยอมใส่ ในเมื่อจินหื่นขนาดนั้น แต่มันไม่ใส่จีสตริงเปล่าๆน่ะสิ ร่างสูงเล่าทวนความหลังอันแสนจะจำขึ้นใจให้คนถามฟัง เพียงเท่านั้นคุณนายริทสึโกะก็อยากจะกรี๊ดลั่นอีกสักรอบ กับการเอาตัวรอดของลูกชายคนกลาง





โอ้ย!! มันบ้าแบบนี้ แล้วฉันจะมีลูกเขยมั้ยเนี่ย!!



“ใจเย็นๆเถอะคุณ จินเขามาปรึกษา คุณก็ช่วยเขา อย่าไปโทษคาซึยะมันเลย” นี่ถ้าไม่ได้สามีลูบหลังลูบไหล่ให้คลายความเจ็บใจกับความแสบของลูกชายแล้วล่ะก็ คุณนายริทสึโกะคงจะบุกเข้าออนเซ็นฝั่งผู้ชายไปลากคาเมนาชิ คาซึยะออกมาตีสั่งสอนเป็นแน่แท้




“จินไม่ต้องห่วง!! แม่อยู่ข้างจินจ๊ะ เดี๋ยวเรื่องนี้แม่จัดการเอง จินปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่เอง!!” หล่อนประกาศก้องด้วยสีหน้ามุ่งมั่นอย่างมาก และนั่น ทำให้จินใจชื้นขึ้นเป็นกอง



หึหึ นี่ล่ะ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือ คาเมนาชิ คาซึยะ ยังมี คาเมนาชิ ริทสึโกะ



จินไม่ได้กอดคาเมะในเร็ววัน ก็ให้มันรู้ไปสิ




………………………..




‘หน้าที่ของแม่’ เริ่มต้นในตอนเย็นวันนั้นเอง หลังจากทานมื้อเย็นที่โรงแรมแบบที่มารดาไม่มองหน้าลูกชายคนโปรดแม้สักเสี้ยวเดียว คุณนายริทสึโกะก็เดินอาดๆนำคาเมะกลับมาที่ห้องทันที และนั่น ก็ได้คำถามจากลูกชายว่า




“แม่ หลงทางเหรอ ห้องแม่ทางนั้น นี่มันห้องผม” คุณนายริทสึโกะหันมาจิกตาใส่ทีเดียว ทำเอาคนเป็นลูกเงียบสนิท



“แม่มีเรื่องจะคุยกับคาซึยะ ตามแม่เข้ามา” หล่อนเดินเข้าห้องทันที และได้ยินเสียงลูกชายดังแว่วๆตามหลังว่า



“แม่มีเรื่องจะคุยกับฉัน นายตามเข้ามาทำไมน่ะจิน” นั่นแหละ คุณนายอวบถึงได้ตะโกนออกมาเป็นใบเบิกทางให้จินตามเข้าไปด้วย



“จินเข้ามาด้วยเลยจ๊ะ!!!”




และทันทีที่ สามคน แม่ ลูก และว่าที่ลูกเขยเข้ามาพร้อมหน้ากันในห้องพักของจินและคาเมะแล้ว คุณนายริทสึโกะก็ทำสิ่งหนึ่งที่ทำให้จินได้รู้ว่า ทั้งหล่อนและคาเมนาชิ คาซึยะเป็นแม่ลูกกันจริงๆ หล่อนทำยังไงน่ะเหรอ หล่อนชี้หน้าเขา แล้วหันไปบอกลูกชายว่า



“คาซึยะ!! แม่อยากได้ลูกเขยคนนี้!!! และอยากได้แบบพฤตินัยด้วย!!!!” เอ่อ จินรู้สึกผิดซะแล้วสิ ที่เดินตามเข้ามา บางทีเขาควรคอยอยู่ข้างนอกมากกว่า




“แม่ก็ทำเองสิ ผมจะเอาผัวปริญญาเอกนี่นา” ไอ้คนลูกก็เถียงตรงได้อีก จินอยากจะเขกหัวมันเหลือเกิน




“แต่แม่จะเอาลูกเขยที่ชื่ออาคานิชิ จิน!!” นิ้วอูมๆของคุณแม่ยังชี้มาที่หน้าเขา ความจริงแล้ว เขาไม่ชอบให้ใครมาชี้นิ้วใส่แบบนี้เลย แต่บังเอิญเขาก็อยากเป็นลูกเขยของคุณนายคนนี้ เลยต้องทนๆยอมถูกชี้หน้าไป




“แม่นี่เรื่องมากจัง” คาเมะเริ่มบ่น ทำหน้างออีกหน่อย ก็ชักจะเห็นเค้าไม่ดี เพราะคุณนายริทสึโกะเริ่มทำหน้าไม่พอใจตอบสนองคำพูดของบุตรชาย จินก็เลยต้องเข้ามาแก้สถานการณ์ด้วยการอธิบายให้คนรักเข้าใจ



“คาซึยะ แม่เขาก็เป็นห่วง เรื่องแบบนี้น่ะ มันสำคัญสำหรับชีวิตคู่นะ”



“ฉันกับนายเป็นแค่แฟนตลอดชีวิต ไม่ใช่ชีวิตคู่ คู่ชีวิตอะไรที่ว่าสักหน่อย” คาเมะย้อนแบบนั้นก็ทำเอาคุณนายริมสึโกะยิ่งอยากกรี๊ด หล่อนร้องเสียงดังลั่นกลบทุกเสียงในห้อง




“งั้นก็กลับ!! แม่จะให้จินไปทำพิธีแต่งงานที่บ้าน ยกน้ำชา ไหว้บรรพบุรุษ ทำอะไรก็ได้! ที่จะให้จินเป็นคู่ชีวิตของลูกสักที!!”




“จะกลับได้ไง เพิ่งมาวันเดียวเอง”



“แม่ไม่สน! แม่มาที่นี่เพื่อให้คาซึยะมาฮันนีมูนกับจิน!! แต่ถ้าลูกไม่ฮันนีมูน เราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่!!”




“แต่พรุ่งนี้ลงคอร์สนวดตัวกับ พี่มานาบุไว้แล้ว ไว้กลับตอนบ่ายได้มั้ย” มันเริ่มต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ไม่รู้ผลประโยชน์อะไรมากกว่ากัน ระหว่างผลประโยชน์จะได้นวดตัว กับผลประโยชน์รักษาประตูหลัง



“ถ้าจะกลับตอนบ่าย งั้นคืนนี้ลูกก็ ‘ฮันนีมูน’ กับจินซะ!! แม่จะนั่งรอตรงนี้!!” คุณนายริทสึโกะประกาศก้องแล้วชี้ไปที่โซฟามุมห้อง เป็นการย้ำชัดว่าหล่อนจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืนเพื่อดูเขา ‘ฮันนีมูน’ กับคาเมะ ร่างสูงตาเหลือก อ้าปากพะงาบๆ ไม่รู้จะปฏิเสธแบบไหน ถึงจะเคยมีอะไรแบบนั้นมาก็มาก แต่เขาไม่เคยเป็นพระเอกหนังสดให้ใครดูนี่หว่า!!




“แม่พูดเป็นเล่น! ตอนแม่ ‘ฮันนีมูน’ กับพ่อ ผมยังไม่เคยออกมานั่งดูด้วยเลย” คาเมะยังอ้างเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่คุณแม่คนดีก็เถียงกลับได้เช่นกัน




“ก็เพราะแม่กับพ่อไม่ได้เป็นคนพิเรนทร์ให้ต้องมีใครมานั่งเฝ้าความประพฤติน่ะสิ แต่ลูกน่ะ!! ลูกมันพิเรนทร์นัก!! ขืนปล่อยให้อยู่กับจินสองคน เดี๋ยวลูกก็ทำอะไรไม่เข้าท่าอีก ให้แม่นั่งอยู่ด้วยแหละดีแล้ว เกิดลูกทำอะไรบ้าๆบอๆขึ้นมา แม่จะได้จัดการทัน!!” สองแม่ลูกจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แบบที่ทำให้จินยิ่งปวดหัวหนัก ไอ้จะไม่ห้าม ก็กลัวคุณนายริทสึโกะจะเข้ามานั่งดูเขา ‘ฮันนีมูน’ จริงๆ แต่ถ้าจะห้าม มันก็… มันก็… มันก็ไม่ใช่ เพราะเขาก็อยากจะฮันนีมูนกับคาเมะเหมือนกัน



แล้วที่สำคัญ บ้านนี้เขาเน้นพูดกันด้วยความตรงไปตรงมา ถ้าจินไม่ตรงไปตรงมา เดี๋ยวจะไม่รับเป็นลูกเขยซะเปล่าๆ คุณสมบัติไม่ผ่านละแย่เลย





“แม่ขอย้ำ!! ถ้าลูกจะกลับตอนบ่าย ลูกต้องฮันนีมูนกับจิน!” ดูท่าแม่จะให้ลูกชายเสียตัวจริงๆ คาเมะไม่บ้าจะดื้อแพ่งต่อไปให้ยิ่งแพ้หรอก และเพราะแบบนั้น เจ้าตัวเลยต้องหาที่พึ่งหนึ่งเดียว ก็ไอ้ศัตรูจอมทำลายประตูหลังที่ชื่อ อาคานิชิ จิน นั่นไง




“จิน นายพูดกับแม่หน่อยดิ จะให้ฉันมีอะไรกะนาย แบบที่มีแม่มานั่งดูด้วยเนี่ยนะ ไม่ไหวมั้ง” คาเมะหันไปอ้อนจิน ทำหน้างอ หางคิ้วตกอีกหน่อย ไอ้คนที่ทั้งรักทั้งหลงอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งหัวปักหัวปำแบบไม่ลืมหูลืมตา




“เอ่อ คุณแม่ครับ ขอเวลาผมคุยกับคาซึยะสักครู่นะครับ” คุณนายริทสึโกะรู้ว่าว่าที่ลูกเขยต้องการเวลาส่วนตัว แล้วว่าที่ลูกเขยขอมาทั้งที มีหรือที่หล่อนจะไม่ประเคนให้ ถ้าหากจะบอกว่า อาคานิชิ จิน แพ้ทาง คาเมนาชิ คาซึยะแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่า คาเมนาชิ ริทสึโกะเอง ก็แพ้ทางอาคานิชิ จิน ด้วยเช่นกัน



“ก็ได้จ๊ะ งั้นแม่จะไปนั่งรอข้างนอกนะจ๊ะ” นี่หมายความว่ายังจะรออยู่อีก!! โอ้ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกใช่มั้ย คุณนาย!!



หญิงอวบเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ทั้งอย่างนั้นก็ยังโผล่หน้ากลับเข้ามาส่งเสียงบอกว่า



“ไม่ต้องล๊อคประตูนะจ๊ะ” จินได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไป บุญเท่าไหร่แล้วที่หล่อนไม่ให้เขาเปิดประตูทิ้งไว้ด้วย




เมื่อเหลือกันเพียงสองคน ความเงียบก็ตามมา แบบที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมพูดอะไร จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น




-ปึ้ก!!- ใครคิดว่าเป็นเสียงจินตวัดร่างคาเมะล้มลงไปนอนกับเตียงล่ะก็ ไม่… มันไม่ได้โรแมนติกมากขนาดนั้น ใครคิดว่าเป็นเสียงจินกับคาเมะกระโจนร่างเข้าหากันจนมวลสารกระแทก ก็ไม่… มันไม่ได้ซาดิสต์เอาใจแม่ยายอะไรนักหรอก แล้วมันคือเสียงอะไร




ก็เสียงคาเมะอัดหมัดเข้าที่ท้องของจินน่ะสิ




“โอ้ย!!!” ร่างสูงทรุดลงไปนั่งกุมท้องกับพื้นด้วยความเจ็บ ที่แปรเปลี่ยนเป็นจุกในชั่ววินาที





“โทษฐานขี้ฟ้อง!! เห็นมั้ยว่าแม่เป็นยังไงน่ะ!! แล้วทีนี้จะออกจากห้องได้ไง!! เดี๋ยวคงได้ขอดูทั้งคอฉัน คอนาย ว่ามีรอยจูบรึเปล่า ไม่งั้นก็คงดูผ้าปูที่นอนด้วย ว่ายับได้ใจเขามั้ย!! ทำอะไร ทำไมไม่คิดเลยรึไงวะ!! หน้าก็หล่อ ไม่น่าโง่”



ใครว่า โง่ เป็นคำด่าที่ตกยุค จินพูดจริงๆว่าพอถูกด่าตรงๆว่าโง่แล้ว ก็ทำเอาคนที่ไม่เคยได้เกรดต่ำกว่าสามอย่างเขาเกิดอาการเฟลเอาง่ายๆ




“ก็…ฉันแค่…” โดนโง่กระแทกหน้าไปคำ จินก็ถึงกับพูดไม่ออก เถียงไม่ขึ้น ได้แต่ปล่อยให้คาเมะทำหน้าโมโหใส่




“แค่อะไร!! พูดให้ต้องถามซ้ำอีก! น่ารำคาญว่ะ!! โอ้ย จะออกจากห้องยังไงวะเนี่ย!! แม่เฝ้าทั้งคืนแน่แบบนี้!!” คาเมะหงุดหงิด โมโห รำคาญ เบื่อ ไม่รู้จะรู้สึกอะไรแย่ๆได้อีก ตอนนี้เลยเอาไปแค่นี้ก่อน แล้วได้แต่เดินวนไปวนมาในห้องอย่างไม่รู้จะทำยังไง ถ้าลองว่าภายในชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรที่ยืนยันได้ว่า ในห้องกำลัง ‘ฮันนีมูน’ ตามความต้องการของคุณนายริทสึโกะที่รออยู่นอกห้องละก็ คาเมะเชื่อว่าแม่ต้องเอาหุ่นอวบระยะสุดท้ายพังประตูเข้ามาแน่ๆ



จินได้แต่มองคนที่เดินไปเดินมา แล้วความรู้สึกแย่ๆก็ทยอยกันทะลักเข้ามาในใจ เขากำลังทำให้คาซึยะลำบาก รำคาญ และแน่นอนว่ามันคงทำให้คาซึยะรู้สึกแย่กับเขาลงไปอีก แล้วมันผิดรึไง ที่เขาอยากจะกอดคาซึยะบ้าง อยากทำให้เข้าใจความต้องการที่นับตั้งแต่มารัก มาหลงคนที่ชื่อ คาเมนาชิ คาซึยะ เขาก็ไม่ได้ต้องการใครอีก แบบนี้มันผิดนักรึไง




ร่างสูงลุกขึ้นยืน ความจุกที่ท้องเหมือนจะวิ่งขึ้นมาจุกที่ใจแทน เพราะใบหน้าไม่สบอารมณ์ของคนร่างบางที่เดินไปเดินมาอยู่ไม่สุข เขาเดินเข้าไปหา แล้วคว้าเอาร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้จากทางด้านหลัง ให้คนถูกกอดถึงกับเกร็งขึง




“อาคานิชิ จิน นายคิดว่าความรักคืออะไร รักคือการรอคอย หรือว่า รักคือการครอบครอง” เสียงจากคนในอ้อมกอดดังเรียบเฉย จินไม่ได้เงยหน้าขึ้นเหลือบมองว่าคนพูด มีสีหน้าเช่นไร เขากดหน้าผากลงวางกับไหล่เล็ก ความรู้สึกที่สับสนในใจ ส่งผลให้คำตอบที่ออกมาเป็นเสียงแผ่วเบา




“ถ้าตอบว่ารักคือการครองครอบมันจะผิดมั้ย”





“ถ้าฉันรักคาซึยะ เลยอยากกอด มันเป็นเรื่องผิดรึเปล่า แค่ฉันรักคาซึยะ แล้วอยากให้คาซึยะมีความสุขเวลาที่ฉันมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ มันเลวร้ายมากมั้ย แค่เพียงเพราะฉันรักคาซึยะ ฉันเลยอยากให้คาซึยะเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดของฉัน มันแย่มากเลยเหรอ ถ้ามันผิด ถ้ามัวเลว ถ้ามันแย่ ฉันคิดว่าเราสองคน คง… ยังไม่เข้าใจกันและกันดีพอ ห่างกันสักพักดีมั้ย…”




มันไม่ใช่ว่าเพราะได้คำแนะนำจากพี่รหัส เขาเลยมาขอเรื่องนี้แบบนี้กับคาเมะ แต่จินคิดมานานแล้ว คิดว่าอยากกอด อยากมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ อยากเป็นหนึ่งเดียวกัน อยากมีความรู้สึกแบบนั้นกับคาเมะ แล้วก็อยากให้คาเมะรู้สึกแบบนั้นด้วยเหมือนกัน




แต่ถ้าสำหรับคาเมะ มันเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวเกินไปแล้วละก็ เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องอยู่ใกล้ชิด ให้อีกฝ่ายยิ่งรังเกียจกับความรู้สึกอยากครอบครองของเขาไปมากกว่านี้





แขนแกร่งปล่อยออกจากเอวเล็กไปแล้ว ร่างสูงเดินออกจากห้องไปแล้ว คาเมะได้ยินเสียงแว่วๆจากนอกห้องเพียงเล็กน้อยระหว่างการพูดคุยของ อาคานิชิ จิน และคาเมนาชิ ริทสึโกะ แต่จับใจความไม่ได้ เพราะเอาแต่ทบทวนกับตัวเอง ด้วยคำถามที่เพิ่งถามคนที่เดินออกจากห้องไปเมื่อกี้



รักคืออะไร การรอคอย หรือการครอบครอง




และคำตอบที่ได้ในใจตัวเอง ก็ทำให้เขารู้ว่า




ทั้งเขาและจิน ควรจะห่างกันสักพักจริงๆ




………………………………